saimai

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 สานทอถักรัก (100%)

ชื่อตอน : บทที่ 7 สานทอถักรัก (100%)

คำค้น : สายไหม, ความรัก, หวานซึ้ง, โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 52

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2563 09:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 สานทอถักรัก (100%)
แบบอักษร

ขบวนของอักษราภัคและบ่าวไพร่เตรียมเดินทางกลับบ้านพักของออกญาแพทยพงษาวิสุทธาธิบดี อะไภยพิรียบรากรมพาหุ จางวางแพทยาโรงพระโอสถตามคำสั่งของอักษราภัคที่ประกาศชัดเจนว่าจะไม่รอพระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติอีกต่อไป 

        “แม่หญิงเจ้าคะ?” 

        “มีกระไรฤๅ?” 

        “แล้วจักให้อิฉันทำเยี่ยงไรกับน้ำปรุงและขนมเสน่ห์จันทร์กับจ่ามงกุฎเหล่านี้ดีเจ้าคะ?” บ่าวไพร่คนหนึ่งเอ่ยถามเมื่อนึกขึ้นมาได้ หลังจากที่ขบวนเดินจากวัดมาได้สักพักใหญ่แล้ว 

        “ตายจริงฉันลืมเสียสนิท จะกลับไปให้ทานที่วัดจงกลมต้นน้ำก็ไม่ทันเสียแล้ว ช่างมันเถิด ถ้าเกิดเจอชาวบ้านแถวนี้ก็แจกจ่ายทำทานให้พวกเขาได้ลองชิมกันไปก็แล้วกัน จะได้ไม่เสียของ คนที่ตั้งใจทำให้เขาคงไม่มาเอาเสียแล้วกระมัง” อักษราภัคอดเคืองไม่ได้ที่นางอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนลุกขึ้นมาเตรียมข้าวของและทำน้ำอบน้ำปรุงกับขนมเป็นอย่างดีตั้งใจที่จะใช้แทนคำขอบคุณที่พระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติช่วยชีวิตนางเอาไว้ที่ลำคลองในวันนั้น แต่แล้วกลับกลายเป็นว่าความหวังดีของนางไร้คุณค่า ชายหนุ่มมิได้ใส่ใจและคงลืมเสียสิ้นแล้วว่าวันนั้นได้เอ่ยปากขออะไรออกมา นี่กระมังที่คนโบราณถึงได้พร่ำสอนว่าอย่าได้เชื่อในลมปากชายที่ไม่ต่างอะไรกับลมที่พัดผ่านไปไม่มีวันหวนคืน 

        “เจ้าค่ะแม่หญิง” 

        “ว้าย” 

        “อุ๊ยตาเถร”        

        เสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั้งขบวนเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีชายฉกรรจ์โพกผ้าดำทะมึนมาขวางขบวนกลางวันแสกๆ 

        “พวกเจ้าเป็นใครไม่เกรงอาญาแผ่นดินหรือเยี่ยงไรกัน นี่มันเพลากลางวันแสกๆ รู้ฤาไม่ว่าแม่หญิงของข้าเป็นใคร อยากถูกเด็ดหัวกุดหรือเยี่ยงไรกัน” 

        “ไม่ต้องพล่ามอีไพร่ขี้ข้า ส่งของมีค่ามาให้หมดทุกอย่าง” 

        “หน็อยกล้าลองหรือ?” 

        “พอแล้วพวกเขาอยากได้อะไรก็ให้ไปเสีย” อักษราภัครีบเอ่ยห้ามเพราะไม่อยากให้คนของนางต้องได้รับบาดเจ็บ รีบถอดเครื่องประดับทุกอย่างใส่ผ้าห่อตั้งใจที่จะยื่นส่งให้กับโจรเหล่านี้ 

     “หยุดเดี๋ยวนี้ช่างไม่เกรงอาญาบ้านอาญาเมืองบ้างเลย ใครไม่ยอมจำนนจับให้หมดจะลากคอไปจองจำเสียให้เข็ดหลาบ” เสียงตวาดของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นลั่นไปทั่วบริเวณ สิ้นเสียงที่ทรงอำนาจของเขาเผลอเพียงชั่วพริบตาเท่านั้นพวกโจรก็ถูกจับไว้ได้หมดเรียบร้อย 

        “พวกเจ้าจับพวกมันมัดไว้ให้เรียบร้อยซักถามให้สิ้นว่าพวกมันสังกัดมูลนายไหน จักได้ไปเรียกมารับโทษตัดเบี้ยลดศักดินาให้เป็นเยี่ยงอย่าง” 

        “เป็นกระไรมากฤๅไม่แม่หญิง?” 

        “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ขอบพระคุณที่ช่วยดิฉันกับบ่าวไพร่เอาไว้” อักษราภัคยังรู้สึกตะลึงและตกใจไม่หายแต่ก็ซาบซึ้งใจในความกรุณาปรานียื่นมือเข้ามาช่วยเหลือของชายหนุ่ม มิเช่นนั้นป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็มิทราบได้ 

        “มิเป็นไรดอกแม่หญิง เรื่องแบบนี้ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่างมิได้ บ้านเมืองมีขื่อมีแป คนจัญไรต้องกำจัดให้สิ้น” 

        อักษราภัคผงกศีรษะน้อยๆ ยิ้มรับอย่างละมุนละไมก่อนที่จะนึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง เรียกบ่าวไพร่ให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วยื่นของบางอย่างให้กับชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า 

        “หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจที่จักรับไว้ ข้างในเป็นขนมจ่ามงกุฎกับขนมเสน่ห์จันทร์” 

        “จ่ามงกุฎกับขนมเสน่ห์จันทร์? ฉันไม่รังเกียจดอกแม่ ขอบน้ำใจมากที่แม่หญิงเมตตา ไม่ทราบว่าฉันขอถามชื่อเสียงเรียงนามของแม่หญิงจักได้ไหม? ฉันชื่อออกญาไกรเทพราชภักดีพิริยะวงศ์” 

         “อักษราภัคเจ้าค่ะท่านออกญา”  

    “น้ำปรุงนี้ก็ของฉันใช่ไหมแม่หญิง?” ออกญาไกรเทพราชภักดีพิริยะวงศ์แก้ผ้าห่อออกก็เห็นขนมที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างสวยงามพร้อมทั้งขวดน้ำปรุงเล็กๆ ติดมาด้วย เมื่อเปิดฝาดมกลิ่นดูก็ชื่นใจเสียนี่กระไร 

        “เอ่อ...ถ้าท่านออกญามิรังเกียจ ก็ได้โปรดรับไว้เถิดเจ้าค่ะ” อักษราภัคอ้ำอึ้ง แต่คิดว่าจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ของที่ตั้งใจทำมาให้ก็เกรงว่าจะเป็นการหักหาญน้ำใจซึ่งกันและกัน อีกอย่างเขาก็เพิ่งช่วยชีวิตนางเอาไว้เหมือนกัน ของเหล่านี้ตั้งใจทำมาให้ตอบแทนที่ช่วยชีวิต ถ้าพระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติมิได้มารับเอาไว้ ให้กับออกญาไกรเทพราชภักดีพิริยะวงศ์ก็มีค่ามิต่างกันเพราะเขาก็เพิ่งช่วยชีวิตเธอไม่ใช่หรือกระไร 

        “มิรังเกียจเลยแม่หญิง ดอกฟ้าโน้มลงมาสู่ดินหอมชื่นใจเช่นนี้เป็นเกียรติยิ่งนัก ฉันจักพรมไว้ที่หมอนตอนนอนทุกค่ำคืนขอให้ผูกพันไปชั่วนิรันดร์” 

        “ท่านออกญา” อักษราภัคเงยหน้าขึ้นสบตากับออกญาไกรเทพราชภักดีพิริยะวงศ์เป็นครั้งแรกเมื่อเห็นดวงตาคู่คมที่มองมาก็รู้สึกกระดากอายอยู่ในใจ เมินหน้าไปทางอื่นแทบไม่ทันถึงกับทำตัวไม่ถูกดีที่บ่าวไพร่เข้ามาเตือนให้รีบกลับเรือน มิเช่นนั้นนางก็คงยังยืนอึ้งอยู่เป็นแน่ 

     “ไตรทิพย์โน้มมาลา สู่ดิน 

     แขอุ่นหทัยจินต์ แด่ไซร้ 

     ผูกรักมั่นชีวิน เคียงคู่ฤๅคลาย 

ผูกพันมั่นคงไว้ แน่แท้รักจริง” 

สายไหม 

 

 

บทที่ 8 คือบทสุดท้ายที่จะอัปให้อ่านนะคะ 

Copyright © All rights reserved. ห้ามคัดลอกดัดแปลงเนื้อหาในนิยายเรื่องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานและบ้านเลิฟ การ์เด้นนะคะ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 

ผลงานอีบุ๊กของไหมทุกเรื่องดาวน์โหลดที่ meb ได้นะคะ 

ความคิดเห็น