Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 34 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 34 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2563 10:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 34 100%
แบบอักษร

 

 

 

พี่ชายเพื่อน 34 

 

 

 

ในช่วงที่เด็กชายติณน้อยมีอายุสองขวบกว่าๆก็เรียกได้ว่าเป็นตัวแสบสันยิ่งกว่าพี่ชายประจำบ้านวินิชราชกุลเลยก็ว่าได้ เด็กชายตัวน้อยนั้นเขมินท์สามารถบอกได้เต็มปากเลยว่าได้นิสัยผู้เป็นพ่อมาหมดทุกส่วนไม่ว่าจะหน้าตาหรือนิสัยเสียๆและติณนน้อยนั้นก็มักจะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นของที่ตนเองอยากได้แล้วไม่ได้ก็จะแสดงอาการโวยวายจนเขมินท์ต้องดุทุกครั้งเวลาที่ออกไปนอกบ้าน จนเจ้าตัวน้อยที่กลัวผู้เป็นแม่สุดๆยอมสงบเสงี่ยมเรียบร้อยดังเดิม แต่ถ้าได้ออกไปกับคนพ่อสองต่อสองนั้นเรียกได้ว่าเตชิตตามใจแทบทุกอย่างจนติณน้อยเริ่มที่จะเลียนแบบผู้เป็นพ่อทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่การกระทำ เด็กน้อยก็ค่อยๆซึมซับเรื่อยๆเรียกได้ว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวเลยสักนิดเดียว  

 

และวันนี้ก็เช่นกัน เขมินท์นั้นมีอาการไข้อ่อนๆเพราะโดนสามีกวนใจทั้งคืน ทำให้เตชิตต้องหอบลูกชายทั้งสองคนมาเลี้ยงที่บริษัทเนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงที่โมเดลเองก็ปิดเทอมการที่จะปล่อยให้เด็กทั้งสองอยู่บ้านอาการของผู้เป็นแม่คงมีแต่ทรุดลง 

 

“เอเลี่ยน อย่ามาโยนของพี่แบบนี้นะ ไม่น่ารักเลย” โมเดลที่โตขึ้นกว่าปีที่แล้วก็ดุน้องชายด้วยความหงุดหงิด เป็นแบบนี้ทุกครั้งตนเองวาดรูปอยู่ผู้เป็นน้องจะต้องมาดึงเอาสีของโมเดลไปโยนทิ้งทุกรอบ 

 

ยิ่งโตยิ่งไม่น่ารัก! 

 

“โม๊ะแหละไม่น่ายัก!” ติณน้อยผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อผู้ใดยกเว้นแม่ก็เถียงกลับทันที พร้อมกับยืนกอดอกข่มพี่ชายอย่างห้าวหาญ โมเดลที่โตกว่าก็ไม่สนใจเพราะรู้สึกว่าเถียงกับเด็กขี้โมโหไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น 

 

“เด็กๆครับไม่ทะเลาะกันนะครับ” เตชิตที่นั่งเคลียร์เอกสารอยู่เอ่ยบอกลูกๆทั้งสอง แต่ถามว่าเด็กๆทั้งสองฟังหรือไม่คำตอบก็คือไม่ เพราะติณน้อยนั้นพอเห็นพี่ชายไม่สนใจตัวเองก็ยิ่งก่อกวนเพิ่มขึ้นไปอีกจนโมเดลต้องยอมแพ้มานั่งเล่นของเล่นกับน้องชายอย่างเซ็งๆ  

 

เมื่อไรคุณแม่จะหายป่วยไม่รู้ เอเลี่ยนรับมืออยากมากสำหรับโมเดล! 

 

ครึ่งวันแรกเหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ก็แค่เหมือนเพราะเตชิตแทบกุมขมับเมื่อจอมแสบคนเล็กอย่างติณน้อยเริ่มมีอาการติดแม่ขึ้นมาจนเริ่มเบะหน้าเบะตาพร้อมแผดเสียงสั่นสะเทือนไปทั้งชั้น โมเดลเข้าไปโอ๋ติณน้อยก็ไม่หยุดร้องจนเตชิตต้องยอมคอลวิดีโอไปหาภรรยาที่กำลังพักผ่อนอยู่ให้ลูกๆได้คุย 

 

/ลูกร้องเหรอครับ/ ทันทีที่ภรรยากดรับโทรศัพท์ใบหน้าซีดเซียวเพราะพิษไข้ที่ปรากฏให้เห็นก็ถามขึ้นมาทันทีอย่างรู้ทันว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น 

 

“ครับ พอจะเที่ยงติณน้อยก็ร้องไม่หยุดเลย” 

 

/ไหนครับ เอาลูกๆมาคุยหน่อย/ พอภรรยาบอกแบบนั้นเตชิตก็เรียกให้ลูกๆมาหาก่อนที่ทั้งคู่จะถูกจับขึ้นมานั่งบนตักของตนเองเพื่อพูดคุยโทรศัพท์กับมารดาที่รอสายอยู่ ติณน้อยที่เห็นแม่ของตนก็ร้องเรียกหาให้แม่เสียงดังโดยที่ยังมีอาการสะอึกสะอื้นอยู่เล็กน้อย 

 

/คนไหนเป็นคนเก่งของคุณแม่ห้ามงอแงนะครับ เดี๋ยวตอนเย็นก็ได้เจอกันแล้ว/ 

 

“ตะ ติณคิถุงงงง พ่อมะสนใจติณ โม๊ะก็ไม่น่ายัก ติณยะกลับบั้น” ติณน้อยฟ้องออกมาจนหมดเพราะพ่อมัวแต่ทำอะไรไม่รู้ไม่ยอมมาเล่นด้วยส่วนพี่ชายก็ไม่น่ารัก ติณจะฟ้องแม่! 

 

/คุณพ่อทำงานไงครับ หาเงินค่าขนมให้น้องติณ/ 

 

“ถ้างั้นคุงพ่อซื้อหนมให้ติณแต่ไม่ต้องซื้อให้โม๊ะ” 

 

“ครับๆ เดี๋ยวพ่อซื้อให้แต่ต้องซื้อให้พี่เค้าด้วยนะครับ โมเดลครับไม่พูดกับคุณแม่หน่อยเหรอครับน้องแย่งพูดหมดแล้วนะ” เตชิตถามลูกชายคนโตที่นั่งเงียบๆมองน้อยชายที่คุยกับแม่อย่างเบื่อหน่าย แต่พอถูกพ่อถามแบบนั้นโมเดลก็เลยเริ่มพูดขึ้นบ้างพร้อกับเอ่ยฟ้องกลับไปทันทีที่ตนเองเจอมาในวันนี้ 

 

“เอเลี่ยนเกเรมากเลยครับคุณแม่แถมยังเขวี้ยงสีโมเดลทิ้งด้วย” 

 

“จี้ฟ้อง!” 

 

“ไม่เอาครับเด็กๆ ไม่ทะเลาะกันเดี๋ยวคุณแม่ดุนะครับ” ความวุ่นวายเกิดขึ้นทันทีเมื่อโมเดลได้เอ่ยคำฟ้องออกไป ติณน้อยที่ถึงแม้จะพูดจาไม่พัดแต่ก็เถียงคอเป็นเอ็นจนเตชิตที่คุมเด็กๆไม่อยู่หันหน้าเข้าไปในจอส่งสายตาความช่วยเหลือไปยังภรรยาที่นอนป่วยอยู่ด้วยความน่าเวทนา 

 

“พอเลยครับทั้งสองคน วันนี้ถ้าเป็นเด็กดีไม่ดื้อจะได้ไปเที่ยวทะเลตามสัญญาในสุดสัปดาห์นี้แต่ถ้าดื้อและคุณพ่อมาบอกคุณแม่ทริปทุกอย่างยกเลิก เข้าใจมั้ยครับ เป็นพี่น้องก็อย่าทะเลาะกันรักกันไว้สิครับ” เมื่อน้ำเสียงเด็ดขาดของคุณแม่พูดออกมาเด็กๆทั้งสองก็พยักหน้ารับและทำตัวเรียบร้อยว่าง่าย แต่ไม่ว่ายังใช้มือตีกันไปมาจนเตชิตและเขมินท์อ่อนใจ  

 

ตั้งแต่ติณน้อยเริ่มพูดและเดินคล่องก็มักชอบเล่นแรงๆกับพี่ชายเสมอ ส่วนโมเดลเป็นเด็กประเภทสี่มิติบางครั้งก็ชอบออกไปเล่นกับน้องชายแต่บางครั้งก็ชอบนอนวาดรูปเงียบๆมากกว่าจะออกไปเล่นและการทำแบบนี้ก็มักจะทำให้คนเป็นน้องขัดใจที่พี่ไม่ยอมเล่นด้วยเจ้าตัวแสบเลยมักเรียกร้องความสนใจแบบผิดวิธีทุกครั้ง ซึ่งการกระทำพวกนี้มักจะทำลับหลังผู้เป็นแม่เพราะถ้าเขมินท์เห็นเข้าก็จะต้องถูกดุและงดขนมในวันนั้น ทำให้ติณน้อยมักจะแสดงนิสัยไม่ดีต่อหน้าพี่ชายและพ่อเท่านั้น 

 

“งั้นพี่วางสายก่อนนะครับจะพาเด็กๆไปกินข้าวเที่ยง เขมก็อย่าลืมกินข้าวกินยาแล้วพักผ่อนนะครับ เดี๋ยวงานเสร็จแล้วพี่จะรีบๆพาลูกๆกลับไปหา” 

 

/ครับพี่เต เด็กๆก็เป็นเด็กดีด้วยนะครับ/ 

 

“ครับคุณแม่/ฮับบบ” เด็กๆทั้งสองตอบรับพร้อมกันก่อนหน้าคุณแม่จะหายไปจากจอโทรศัพท์ สองพี่น้องก็ถูกจับจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนที่เตชิตจะพาไปกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆบริษัท ติณน้อยที่ขี้เกียจเดินเองก็ให้พ่ออุ้มส่วนโมเดลก็เดินจูงมือกับพ่อ ทำให้ภาพของประธานบริษัทลูกสองถูกจับจ้องตลอดทาง ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นมานี้ก็ยังมีบางคนไม่ค่อยคุ้นชินกับภาพประธานสุดโหดกลายเป็นคุณพ่อลูกสองคนอ่อนโยนเสียเท่าไร… 

 

อาหารกลางวันก็ยังเริ่มต้นด้วยวุ่นวายเพราะเด็กๆทั้งสองคนอยากกินไม่เหมือนกันแต่พออาหารมาติณน้อยกลับอยากกินของพี่ชาย โมเดลเองตอนแรกจะไม่ให้แต่กลัวน้องชายร้องไห้เสียงดังแล้วคนในร้านจะมองซึ่งคุณแม่มักจะสอนเสมอว่ามันเป็นการกระทำไมนี่รักตนเองก็เลยยอมแบ่งให้น้องชายกินโดยไม่ลืมขอคุณพ่อสั่งมาเพิ่มให้ทำให้ความวุ่นวายในมื้อนี้จบลงได้ด้วยดีและไม่เป็นที่จับตามอง 

 

“หนมๆ พ่ออออ ติณกิงหนม” เมื่ออาหารมื้อหลักจบลงก็ต้องมีของหวานมีตบท้าย ติณน้อยชี้ไปที่ตู้ขนมหวานในร้านก่อนจะเอ่ยบอกพ่อของตนเองด้วยน้ำลายไหลย้อยเพราะอยากกินขนมซึ่งเตชิตก็จัดการเอาเมนูมาให้ลูกชายเลือกโดยไม่ลืมใช้ทิชชู่เช็ดน้ำลายเจ้าตัวแสบที่เกิดอาการตะกละเลียนแบบพี่ชายเหมือนตอนเด็กๆไม่มีผิด  

 

โมเดลเองก็เลือกขนมไปเหมือนกันโดยเลือกไม่ให้ซ้ำกับน้องชายเพราะรู้ดีว่าเจ้าตัวแสบจอมเกเรต้องมาขอกินแล้วไม่กินของที่ตัวเองสั่งมาแน่ๆ 

 

“โมเดลเอาแค่นี้เหรอครับ เอาอย่างอื่นเพิ่มมั้ยครับ” 

 

“แค่นี้ครับ โมเดลจะรอกินของน้อง” 

 

“ติณมะให้!” พอได้ยินว่าพี่ชายจะกินของตนเองก็ร้องบอกเสียงดัง ก่อนจะทำหน้างอแต่โมเดลก็ไม่สนใจแถมยังแอบบีบแก้มน้องชายไปอีกทีอย่างหมั่นเขี้ยว  

 

ออกบ้านล่ะกร่างใหญ่เลย ตอนอยู่บ้านเหมือนหมาน้อยชอบมาอ้อน เหอะ! 

 

เอเลี่ยนนี่มันเอเลี่ยนจริงๆเลย! 

 

เตชิตมองลูกๆที่กำลังกินของหวานด้วยความรู้สึกโล่งอกที่ไม่เกิดเรื่องวุ่นวายอีกครั้งและเหตุการณ์ในวันนี้ก็ทำให้เตชิตอดคิดไม่ได้ว่าแค่ไม่มีภรรยาดูแลลูกเพียงแค่วันเดียวยังวุ่นวายมากขนาดนี้ ถ้าภรรยาไม่อยู่สักอาทิตย์เตชิตคงมีผมหงอกขึ้นหัวก่อนวัยอันควรเป็นแน่ 

 

คิดแล้วก็อยากกลับบ้านไปกอดเมียให้หายเหนื่อย เด็กๆตัวแค่นี้ก็ทำเอาเตชิตแก่เพิ่มไปอีกสิบปีแล้ว เฮ้อ…. 

 

หลังจากที่ช่วงเที่ยงผ่านพ้นไป เด็กๆทั้งสองก็เริ่มง่วงนอนเพราะพอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน โมเดลกับติณน้อยก็เลยเลือกที่จะล้มตัวนอนบนที่นอนปิคนิคที่คุณพ่อซื้อไว้ให้ทันทีที่กลับเข้ามาในห้องทำงานของคุณพ่อแล้ว  

 

ทั้งสองคนนอนก่ายแข้งขาใส่กันในยามหลับและเพราะความเย็นของแอร์ในห้องทำให้เตชิตต้องลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ทำงานเพื่อห่มผ้าให้ลูกชายทั้งสองคนก่อนจะกลับไปทำงานต่อและก็คอยเหลือบสายตามองเป็นระยะๆ และเมื่อชัชวาลผู้เป็นเลขาเข้ามาในห้องก็ต้องทำทุกอย่างและรายงานเรื่องต่างๆด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเพราะกลัวรบกวนเด็กๆทั้งสองแล้วจะถูกตัดเงินเดือนได้  

 

“ไปจัดการให้เรียบร้อยและเรียกฝ่ายบัญชีเข้ามาพบผมด้วย” เมื่อเซ็นเอกสารที่ชัชวาลนำมาให้เสร็จก็ไม่ลืมให้ไปจัดการเรียกฝ่ายบัญชีเข้ามาคุยกับตนเองต่อซึ่งชัชวาลก็รับคำและรีบโทรแจ้งหัวหน้าฝ่ายบัญชีให้รีบเข้ามาพบและไม่ลืมเน้นย้ำว่าให้เข้าห้องเบาๆเพราะลูกของท่านประธานนอนอยู่ 

 

งานของเตชิตในช่วงบ่ายเป็นไปอย่างราบรื่นจนเกือบสามโมงเย็นที่ติณน้อยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะปวดฉี่จนลุกขึ้นมาหาพ่อให้พาไปฉี่ทั้งๆที่ยังเมาขี้ตาอยู่ และพอฉี่เสร็จเตชิตก็เอาทิชชู่เปียกที่ภรรยาจัดเตรียมไว้ให้เช็ดใบหน้าลูกชายให้สดชื่น  

 

ติณเองที่ตื่นเต็มตาแล้วก็คิดจะไปปลุกพี่ชายแต่ถูกพ่อหิ้วให้ไปนั่งบนตักพร้อมเปิดการ์ตูนให้ดู ติณเลยเลิกคิดที่จะเดินไปกวนพี่ชายทำให้เตชิตโล่งอกที่โมเดลยังไม่ตื่น ไม่อย่างนั้นงานที่ใกล้จะเสร็จคงไม่เสร็จง่ายๆเพราะเจ้าแสบน้อยที่นั่งอยู่บนตักคงทำตัวซนจนวุ่นวายแน่ๆ  

 

ช่างเป็นลูกชายที่ใจนักเลงแต่เด็กจริงๆ 

 

 

.........................................50%........................................ 

 

และแล้วก็ถึงวันที่ได้มาเที่ยวทะเล เขมินท์และเตชิตปลุกลูกๆแต่เช้าให้เตรียมตัวเดินทางเพราะวันนี้เราทั้งบ้านจะพากันไปทะเล ศศิตาเองที่อยู่ในช่วงพักร้อนก็เลยได้มีโอกาสกลับมาอยู่บ้านกับหลานๆ ทำให้วันนี้การเดินทางเต็มไปด้วยเสียงดังตลอดทางของครอบครัววินิชราชกุล 

“โมเดลอยากชอบวาดรูปเหรอครับ” ศศิตาเอ่ยถามหลานรักเมื่อเห็นว่าหลานชายของตนเองนั้นชอบวาดรูปและให้ความสนใจในงานของเธอไม่น้อยเมื่อเธอเปิดงานให้หลานชายตัวน้อยดู 

“โมเดลชอบครับ โมเดลอยากเก่งเหมือนคุณแม่กับคุณอา” 

“งั้นไปอยู่กับคุณอามั้ยครับ” 

“ติณมะหะไป!” ติณน้อยที่นั่งอยู่บนตักของผู้เป็นพ่อพูดขัดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินว่าพี่ชายจะไปที่อื่น ทั้งๆที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าพี่ชายจะไปที่ไหน 

“แหมมม ตัวแค่นี้ขี้หวงเสียจริงเลย” ศศิตาบอกก่อนจะบีบแก้มติณน้อยจอมงอแงที่ติดแม่และพี่ชายหนักมากจนเธอเองยังแปลกใจ แถมยังมีความหวงเนื้อหวงตัวจนเธอที่เจอหลานคนเล็กเป็นครั้งแรกกะจะเข้าไปจับฟัดเสียหน่อยแต่เจ้าตัวน้อยก็ร้องลั่นก่อนจะวิ่งเข้าไปหาเขมเพื่อหลบหนีเธอและกว่าจะยอมให้สัมผัสตัวได้ก็หลายวันเลยทีเดียว 

“นิสัยพี่เตหนะ เหมือนกันยังกับถอดแบบออกมา” เขมินท์บอกกับเพื่อนก่อนจะเช็ดคราบขนมของลูกชายที่นั่งอยู่บนตักสามีออกเบาๆ  

“หน้าตาก็เหมือน นิสัยก็เหมือนแบบนี้ โตขึ้นคงมีแต่เรื่องปวดหัวแน่ๆเลยเขม” 

“นั่นสิ คิดแล้วก็น่าหนักใจเหมือนกันนะตา” พอเขมินท์เอ่ยกับเพื่อนแบบนั้นคุณหญิงรวีวรรณก็หัวเราะขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะมองหน้าหลานชายคนเล็กและลูกชายของเธอที่เหมือนฝาแฝดกันไม่มีผิดเพี้ยน และเธอก็หวังว่าในอนาคตก็ขอให้หลานชายนิสัยดีกว่าลูกชายเธอหน่อยแล้วกัน ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไปทำให้ใครเสียใจเข้าอีก 

เมื่อมาถึงที่พักแล้ว เตชิตที่จองพูลวิลล่าไว้ให้ครอบครัวก็ลงมาชื่นชมบรรยากาศของรีสอร์ทที่ดูร่มรื่นและค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากราคาที่พักค่อนข้างสูงทำให้ไม่ได้มีแขกเยอะเท่าที่โรงแรมและมันก็ดีสำหรับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายอย่างเตชิตมากๆ 

“เอเลี่ยนไม่วิ่งนะ อย่าดื้อสิ” โมเดลรีบพุ่งเข้าไปจับตัวน้องชายไว้เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวแสบกำลังจะวิ่งออกไปดูรอบๆที่พักอย่างไม่สนใจใคร 

“ไม่ได้นะครับน้องติณ ห้ามวิ่งซนนะ” เขมินท์เองก็ดุลูกชายตัวเล็กที่กำลังจะเริ่มทำตัวซนทันทีที่ได้เหยียบพื้น  

ปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้จริงๆ ถ้าคลาดสายตาไปเพียงนิดเดียวคือเจ้าตัวแสบสามารถหายไปจากสายตาได้เลย เฮ้อ….. ลูกใครกันนะ ดื้อขนาดนี้! 

“ติณเล่นนนน” 

“ไม่เล่นครับ พี่เตครับอุ้มน้องติณเข้าที่พักก่อนครับ ตอนนี้แดดยังร้อนอยู่เลยเดี๋ยวไม่สบายกันพอดี” 

“ครับๆ ติณน้อยครับไปนอนเล่นในห้องก่อนนะครับ เดี๋ยวตอนเย็นพ่อจะพาไปเล่นน้ำทะเล” เตชิตที่เข้าไปอุ้มเจ้าตัวแสบขึ้นมาก็เอ่ยบอกกับตัวแสบแต่ลูกชายคนเล็กของตนนั้นกลับทำหน้าตาไม่พอใจให้แทน เตชิตเลยใช้มือบีบแก้มเจ้าเด็กน้อยจอมแสบทายาทตัวน้อยที่เหมือนตนเองทุกกระเบียดนิ้วอย่างเอ็นดู 

หน้าดื้อจริงๆเลย ไอ้ตัวแสบ! 

“พาหลานๆคุณแม่ไปพักเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณแม่กับยัยตาก็จะพักผ่อนสักหน่อยเจอกันช่วงอาหารเย็นนะคะ” 

“ครับคุณแม่ ยัยตาดูแลคุณแม่ด้วยล่ะ” 

“ค่าคุณพี่ชายยยย”  

หลังจากแยกย้ายกันเข้าบ้านพักแล้ว เด็กๆทั้งสองคนก็วิ่งไปสำรวจรอบๆบ้านอย่างตื่นเต้นและพอเด็กๆเห็นสระว่ายน้ำก็เตรียมจะกระโดดลงไปแต่เตชิตก็เข้ามาคว้าตัวลูกๆเอาไว้ได้ก่อน 

“แอะๆ ไม่ดื้อนะครับ” เตชิตส่งเสียงดุเจ้าตัวแสบในอ้อมกอดที่หลังๆเริ่มจะดื้อกว่าพี่ชาย เผลอเป็นไม่ได้ต้องแอบมาก่อเรื่องให้ได้ปวดหัว นี่ขนาดปล่อยลงพื้นแค่เพียงไม่กี่วินาทีก็เตรียมสร้างเรื่องอีกแล้ว 

“พี่เตล็อกประตูทางเข้าสระน้ำเลยครับ เดี๋ยวเผลอแล้วลูกๆจะแอบออกไป” 

“ครับๆ” เขมินท์ที่จัดเสื้อผ้าและของใช้ที่นำออกจากกระเป๋าเข้าที่ก็คอยสั่งคุณสามีไปด้วย ส่วนโมเดลเองก็เข้ามาช่วยตนเองจัดของแทนที่จะอยู่เล่นกับน้องชายและคุณพ่อเพราะกลัวคุณแม่เหนื่อย 

แค่เอเลี่ยนแผลงฤทธิ์คนเดียว คุณแม่ก็คงเหนื่อยมากๆแล้ว และเพราะโมเดลเป็นพี่จะไม่ดื้อให้คุณแม่เหนื่อยเพิ่มอีก! 

หลังจากที่ทุกคนพักผ่อนจากเดินทางมาหลายชั่วโมง ในช่วงที่แดดเริ่มหมดก็เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆเฝ้ารอที่จะได้ลงเล่นน้ำทะเล โมเดลและติณน้อยก็เปลี่ยนชุดว่ายน้ำรอคุณพ่อกับคุณแม่ให้พาไปเล่นน้ำด้วยความใจจดใจจ่อ เขมินท์ก็ได้เตรียมผ้าขนหนูไปด้วยส่วนเตชิตก็เตรียมห่วงยางสำหรับลูกชายคนเล็กที่ยังว่ายน้ำไม่ได้เหมือนโมเดลออกไปให้ 

ทั้งสองคนได้พาเด็กๆเล่นตรงชายหาดที่หน้าที่พักของตนเอง เด็กน้อยทั้งสองคนพอเห็นน้ำทะเลและหาดทรายก็เตรียมจะวิ่งลงไปทำให้เตชิตต้องพาเด็กๆลงไปในบริเวณที่ไม่ลึก ส่วนเขมินท์ก็หยิบกล้องที่พกมากดถ่ายสามคนพ่อลูกโดยที่ตนเองไม่คิดลงไปเล่นด้วยเพราะไม่ชอบความเหนอะหนะตัวของน้ำทะเลหลังจากเล่นเสร็จเท่าไร 

“ติณเล่นๆ พ่อปล่อย ติณเล่น” ติณน้อยที่เห็นพี่ชายสามารถว่ายน้ำได้ก็ร้องจะว่ายบ้างแต่เตชิตก็ไม่ยอมปล่อยเจ้าตัวเล็กไปจากห่วงยาง โมเดลเลยต้องยอมว่ายมาเล่นกับน้องชายใกล้ๆ เพราะน้องจะได้เลิกงอแงที่จะทำตัวเลียนแบบตนเอง 

“เด็กๆครับ เล่นได้อีกแปปเดียวต้องขึ้นไปอาบน้ำเตรียมตัวไปกินข้าวเย็นนะครับ”  

“ครับคุณแม่” 

“ฮับจุงแม่” เด็กๆทั้งสองคนรับคำของคุณแม่ที่ตะโกนมาบอกก่อนเตชิตจะพาว่ายน้ำเล่นอีกสักพักและพาเด็กๆขึ้นโดยมีเขมินท์เตรียมผ้าเช็ดตัวไว้ให้ทุกคนก่อนจะพากันกลับเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวกินอาหารเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวในมื้อแรกของการพักผ่อนที่ทะเล 

อาหารทะเลที่ถูกวางเต็มโต๊ะทำให้โมเดลทำหน้าเซ็ง เพราะตนเองนั้นกินปลาหมึกไม่ได้เหมือนคนอื่น เขมินท์ที่กลัวลูกชายจะรู้สึกแย่ก็คอยตักอาหารที่โมเดลกินได้ให้ตลอดเวลา ส่วนเตชิตก็แกะทั้งกุ้งและปูให้ทุกคนบนโต๊ะได้กินโดยเฉพาะลูกชายคนเล็กที่กินเอาๆจนแกะแทบไม่ทัน 

“น้องติณครับเคี้ยวช้าๆก็ได้ครับ ไม่มีคนแย่งสักหน่อย” 

“เอเลี่ยนตะกละไงครับคุณแม่” 

“ไม่เอาครับโมเดลไม่ว่าน้องนะครับ” พอถูกคุณแม่ว่าแบบนั้นโมเดลก็ได้แต่แอบแล่บลิ้นใส่น้องชายอย่างหมั่นไส้ที่กินอร่อยเกินหน้าเกินตา ไม่มีของที่กินไม่ได้อย่างโมเดลบ้างมันให้รู้ไป เชอะๆๆ 

“สงสารหลานจังเลยค่ะคุณแม่ แพ้ปลาหมึกแบบนี้คงอยากกินน่าดู” ศศิตาพูดกับคุณแม่ในขณะที่เห็นหลานชายคนโตมองกินปลาหมึกตัวใหญ่ที่น้องชายกินด้วยสายตาที่น่าสงสาร แต่จะให้กินอาหารที่แพ้ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาดเพราะแค่ความอยากอาจจะส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ 

“ไว้สั่งขอหวานให้หลานก็ได้ค่ะ โมเดลของคุณแม่ชอบขนมหวาน น้องตาลองสั่งให้หลานกินเลยค่ะ หลานจะได้อารมณ์ดี” คุณหญิงรวีวรรณเอ่ยบอกลูกสาวที่ไม่ค่อยรู้อะไรที่เกี่ยวกับหลานๆเท่าไรเพราะอยู่ต่างประเทศนานๆจะกลับบ้านสักที แต่พอเธอแนะนำแบบนั้นศศิตาก็รีบสั่งไอศกรีมมะพร้าวมาให้โมเดลและติณน้อยทันทีที่อาหารหลักมื้อนี้จบลงและเพราะคำแนะนำของคุณหญิงรวีวรรณทำให้ศศิตากลายเป็นคุณน้าที่รักเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น 

หลังจากอิ่มท้องแล้วเด็กๆทั้งสองคนก็เริ่มง่วงนอนจนทั้งเตชิตและเขมินท์ต้องอุ้มตัวเด็กๆพาเดินกลับที่พักและเมื่อแยกเข้ามาในห้องพักเขมินท์ก็จัดการนำผ้าไปชุบน้ำมาเช็ดตัวก่อนจะเปลี่ยนชุดนอนให้เด็กๆและก็ไม่ลืมห่มผ้าและปรับแอร์ให้ก่อนที่ตนเองจะเข้าไปอาบน้ำพร้อมคุณสามีที่เข้าไปรออยู่ก่อนแล้ว 

“วิวสวยจังเลยครับพี่เต” เขมินท์ที่นั่งพิงอกสามีในอ่างน้ำเอ่ยขึ้นเบาๆในขณะที่มองออกไปจนเห็นวิวยามค่ำคืนที่มีวิวของทะเลและพระจันทร์ดวงโตที่โผล่พ้นน้ำท่ามกลางแสงดาวที่รายล้อม 

“นั่นสิครับ เราซื้อบ้านพักไว้ที่นี่สักหลังดีมั้ยถ้าเขมชอบ” เตชิตที่กำลังเพลิดเพลินกับการพรมจูบช่วงไหล่ของภรรยาพูดขึ้น นานๆทีตนเองและภรรยานั้นจะมีโอกาสหวานกันโดยไม่มีลูกๆ เตชิตเลยต้องรีบเก็บแต้ม 

“ไม่ต้องเลยนะครับ เขมว่าเรามาพักแบบนี้สบายกว่า ถ้าเราซื้อบ้านพักก็ต้องคอยดูแลอีก ไม่เอาๆ พี่เตห้ามซื้อเด็ดขาดเลยนะครับ” 

“ครับๆคุณภรรยา ไม่ซื้อก็ไม่ซื้อ” เตชิตยอมทำตามทุกอย่างที่เขมินท์บอกแล้วในตอนนี้ เพราะตนเองนั้นตกเป็นทาสของเมียและลูกๆไปโดยปริยายไม่ว่าเมียจะบอกให้ทำอะไรก็ทำตามทุกอย่าง ตอนนี้ตนเองนั้นกลายเป็นคนที่คลั่งรักไปโดยไม่มีข้อแก้ตัว 

“ดีมากครับ พี่เตต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกๆ เข้าใจมั้ยครับ” 

“เข้าใจครับ แต่ว่าถ้ามีลูกอีกคนจะดีมากๆเลย” 

“ไม่เอาครับ แค่สองคนก็เหนื่อยมากพอแล้ว เขมพูดจริงๆนะครับพี่เต กว่าเด็กๆจะโตเขมกลัวดูแลลูกๆไม่ดี อีกอย่างเขมก็อายุมากขึ้นเยอะแล้วด้วยนะครับ กลัวว่าถ้ามีอีกคนร่างกายเขมจะไม่ไหว เขมกลัวอยู่ดูแลลูกๆได้ไม่นานตามที่หวังไว้” 

“นั่นสิ… พี่ลืมคิดไปขอโทษนะครับ” 

“ไม่เป็นไรครับเขมเข้าใจพี่เตและตอนนี้เรามีลูกแค่นี้เขมก็รู้สึกแก่ขึ้นมากเลยๆเลย เด็กๆได้พี่เตมาหมดแบบนี้ เขมกลัวจริงๆเลยว่าในอนาคตจะต้องสร้างเรื่องแน่ๆ” 

“ก็เชื้อพ่อแรงนิครับ ไว้ลูกสร้างเรื่องเราค่อยตามแก้แล้วกัน” 

“ไม่ได้สิครับ เราต้องสอนให้ลูกรู้จักคิดตั้งแต่เด็กๆลูกจะได้รู้จักใช้สติเวลาทำอะไร จะได้ไม่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้คนอื่น” 

“สมกับเป็นเมียคนเก่งของพี่จริงๆ แต่เรื่องนี้พี่คงต้องขอให้เขมดูแลเพราะพี่กลัวจะสอนลูกแล้วลูกจะเป็นแบบพี่ไปหมด แบบนั้นคงไม่ดีแน่ๆ” 

“นั้นสิครับ” เมื่อประโยคนี้จบลงทั้งสองคนสามีภรรยาก็หัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกันก่อนจูบก่อนและสัมผัสกันให้ได้ความรู้สึกเหมือนมาฮันนีมูลแบบมีลูกติด บทรักของทั้งคู่ในวันนี้เป็นไปอย่างช้าๆและเบาๆเพราะกลัวเด็กๆจะได้ยินและจะตื่นขึ้นมาเห็นอะไรที่ไม่ควร และเมื่อบทรักอันแนบแน่นได้จบลงทั้งคู่ก็พากันขึ้นจากอ่างอาบน้ำไปล้างตัวและเข้าไปนอนบนเตียงข้างๆเด็กๆที่หลับสนิทอยู่และเตชิตและเขมินท์ก็ไม่ลืมหอมแก้มลูกๆคนละทีก่อนจะปิดไฟลงและหลับไปด้วยความสุขเหมือนทุกวันทำให้ค่ำคืนนี้ก็จบลงด้วยเรื่องราวดีๆของสามีภรรยาที่แอบลูกๆไปสวีตกันในห้องน้ำก่อนนอน….. 

 

 

 

 

 

 

 

 

.......................................................100%.................................................... 

อยู่ในช่วงที่ไม่อยากทำอะไรเลยค่ะ ช่วงนี้เปื่อยมากกก  

ตอนหน้าจบแล้ว ยุในช่วงรีไรท์ อีกสักเดือนคงจะเปิดจอง >< 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น