Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ทำไมเราจะนอนเตียงเดียวกันไม่ได้?

ชื่อตอน : ทำไมเราจะนอนเตียงเดียวกันไม่ได้?

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 345

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2563 07:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทำไมเราจะนอนเตียงเดียวกันไม่ได้?
แบบอักษร

 

 

“มองอะไรยะ?” เธอถามตาขวางในขณะที่สบตาเขาผ่านกระจกโต๊ะเครื่องแป้งพลางลอบพิจารณาชุดนอนของตนเองว่ามันอยู่ในสภาพเรียบร้อยดีหรือเปล่า

 

“ทำไมแต่งตัวแบบนี้?”

 

“แบบไหน?” นวินดาก้มลงดูชุดที่ตนเองสวมใส่ก็ไม่เห็นว่ามันจะผิดปกติตรงไหนเลย

 

“ก็แบบว่า...” เฮย์เดนไม่รู้ว่าควรจะจัดสไตล์ชุดนอนของเธอไว้ในหมวดหมู่ไหนดี เพราะมันทั้งเก่าและย้วยจนแทบจะไม่เป็นรูปทรงแล้วแต่พอเธอหันมามองเขา ชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกว่าเสื้อยืดเก่าย้วยที่ไร้รูปทรง และซีด บาง กร่อนเสียจนสามารถเห็นเสื้อกล้ามที่อยู่ด้านในได้อีกชั้นรางๆ กับกางเกงขายาวที่เก่าจนดูไม่ออกแล้วว่าดั้งเดิมเป็นลายและสีอะไร ดูน่าสนใจขึ้นมาทันที เพราะความเก่าและกร่อนของเนื้อผ้าทำให้การจินตนาการถึงสิ่งที่อยู่ใต้ชุดนี้เร้าใจขึ้นอีกหลายเท่า เผลอๆ จะมากกว่า ชุดนอนแบบเซ็กซี่ซีทรูหรือผ้าลูกไม้บางเบาที่เขาให้คนเตรียมไว้ให้และคาดหวังว่าเธอจะสวมใส่มันเสียอีก

 

“แบบว่าอะไร? คุณพระ! แล้วนี่ชุดนอนของคุณไปไหนหา!” หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจเพราะสายตาดันเหลือบไปเห็นแผงอกเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นมาจากผ้านวมผืนใหญ่เสียก่อน เมื่อกี้ตอนที่เขาเดิน ออกมาจากห้องน้ำ เฮย์เดนนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาเพียงผืนเดียว แล้วมันก็เปียกชื้นมาก เขาคงไม่ได้คิดจะนอนหลับไปพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนนั้นแน่...นี่คงไม่ใช่ว่าภายใต้ผ้านวมนั่น... 

 

“ชุดนอน?” เขาเลิกคิ้วมองมาอย่างหน้าซื่อตาใส ไร้เดียงสาจน น่าหมั่นไส้จริงๆ 

 

“ก็อะไรก็ได้ที่เอาไว้ใส่นอนน่ะ อะไรก็ได้!” บ้าชะมัด! ตาของเขามันปล่อยกระแสไฟฟ้าได้หรือยังไง เธอถึงได้รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟอ่อนๆ ช็อตอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ 

 

“ทูนหัว...คุณก็รู้นี่ว่าผมไม่เคยสวมอะไรนอน” 

 

เฮย์เดนมองเธอด้วยนัยน์ตาเป็นประกายวาววับจนน่าโมโห เพราะทั้งเธอและเขาต่างก็รู้ดีว่าในช่วงสามเดือนเศษที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนั้น ‘ชุดนอน’ ไม่ค่อยจะได้ใช้ประโยชน์สักเท่าไรหรอก! 

 

“ฉันไม่สนว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้คุณจะใช้ชีวิตยังไง จะใส่หรือไม่ใส่อะไรนอน แต่คุณตกลงกับฉันแล้วว่าเราจะไม่มีอะไรกัน!” 

 

“ผมไม่เคยพูดว่าเราจะไม่มีอะไรกัน ผมตกลงกับคุณว่าผมจะไม่บังคับคุณแน่ ถ้าคุณไม่ยินยอม” 

 

 

“ซึ่งนั่นก็หมายถึงเราจะไม่มีอะไรกัน!” 

 

“เหรอ? ผมไม่ยักรู้ว่ามันหมายความอย่างนั้น” ริมฝีปากบางสวยยกยิ้มอย่างจงใจโปรยเสน่ห์เต็มที่ แต่ขอโทษเถอะ! เธอมีภูมิต้านทานมากพอที่จะไม่หวั่นไหวไปกับ ‘สิ่งล่อลวง’ ตรงหน้าแล้ว! 

 

“เท่าที่ฉันรู้มันหมายความอย่างนั้น!” 

 

“เอาเถอะ คำพูดมันไม่มีความหมายหรอก ดูกันที่การกระทำดีกว่า” เฮย์เดนตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ เสียจนเธอต้องกัดฟันกรอดด้วยความโมโห 

 

“คุณจะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ แต่คุณต้องสวมชุดนอนเดี๋ยวนี้!” เขาเลิกคิ้วและยังคงนิ่งเฉย เธอจึงต้องสำทับอีกครั้ง “เฮย์เดน! ฉันไม่ได้ล้อเล่น ถ้าคุณไม่สวมชุดนอน ฉันจะไม่ทนแล้วนะ!” 

 

“คุณไม่จำเป็นต้องทนเลยที่รัก ไม่เอาน่า...อย่าเสียเวลาแอบมองอยู่เลย ผมพร้อมจะให้คุณมองทั้งตัวโดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้ มาสิ...” 

 

“หยุดนะ!” นวินดารีบยกมือขึ้นปิดตาทันทีที่เขาเปิดผ้าห่มออก รู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นแรงเสียจนแทบจะได้ยินเสียงดังออกมาเลยด้วยซ้ำ มันนานเหลือเกินแล้วที่เธอห่างเหินจากเขา และนั่นหมายถึงห่างเหินจากสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘ผู้ชาย’ มานานเท่าๆ กัน แถมระยะเวลาที่เคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก็สั้นเสียจนเธอยังไม่คุ้นเคยกับการเปิดเผยเนื้อตัวต่อกันจึงอด ไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก 

 

“เป็นอะไรไปน่ะวินดี้?” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอารมณ์ดี แต่พอเธอรู้สึกถึงไออุ่นของชายหนุ่มที่ขยับเข้ามาใกล้ หญิงสาวก็ต้องรีบถอยหลังกรูด 

 

“อย่าเข้ามานะ! ออกไปห่างๆ ฉันเลย!” 

 

เฮย์เดนมองหญิงสาวที่ยืนหลับตาปี๋ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย ความเอ็นดู ใบหน้าของเธอยังดูอ่อนเยาว์ราวกับเด็กสาววัยสิบแปดปีมากกว่าจะเป็นหญิงสาววัยยี่สิบเจ็ดที่มีบุตรชายโตจนเข้าโรงเรียนแล้ว ดวงหน้าหวานละมุนที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อไปจนถึงลำคอทำให้เธอยิ่งดูน่าทะนุถนอมราวกับตุ๊กตาตัวน้อยที่เขาอยากจะประคองไว้บนฝ่ามือ 

 

“ทำไม? คุณกลัวเหรอ? หวั่นไหวใช่ไหมล่ะ? ผมก็เข้าใจละนะว่าคุณคงไม่กล้ามอง” 

 

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการท้าทายและคล้ายจะดูแคลนว่าเธอช่างขี้ขลาดทำให้หญิงสาวแทบจะกรี๊ดออกมา สัญชาตญาณในการอยากจะเอาชนะพุ่งสูงขึ้นมาอีกครั้ง นวินดาจึงลืมตาขึ้นทันที เป็นไงเป็นกัน! เธอไม่มีวันยอมแพ้เขาเด็ดขาด! 

 

“ทำไมฉันจะไม่กล้า! อ๊ะ! นี่คุณ...กล้าดียังไงมาหลอกฉันเนี่ย!” 

 

เฮย์เดนหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจเมื่อเห็นว่าหญิงสาวโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าเขาสวมกางเกงบ็อกเซอร์อยู่ ไม่ได้เปลือยเปล่าอย่างที่เธอเข้าใจ 

 

“เสียดายเหรอ? ถ้าคุณต้องการผมถอด...โอ๊ย!” ยังไม่ทันได้พูดจนจบชายหนุ่มก็ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเพราะถูกกระทืบเท้าอย่างแรง แล้วตัวการที่ทำร้ายร่างกายเขาก็วิ่งจู๊ดไปซ่อนตัวใต้ผ้านวมอย่างรวดเร็ว 

 

“หลงตัวเอง! ใครเขาจะไปเสียดาย นึกว่าตัวเองหล่อนักรึไง!” 

 

“ก็เห็นเขาว่ากันแบบนั้นนะ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงรื่นรมย์ก่อนจะเดินกลับมาที่เตียง แต่เธอกลับยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน 

 

“ถอยไปเลย! โน่น! ที่นอนของคุณ!” นวินดาชี้นิ้วไปยังโซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งของห้องซึ่งมีจอแอลอีดีขนาดใหญ่ฝังอยู่บนผนัง 

 

“ฝันไปเถอะ! ผมไม่มีวันยอมไปนอนหลังขดหลังแข็งบนนั้น เด็ดขาด!” นี่เธอคิดว่าเขาจะยอมทำตามที่เธอต้องการจริงๆ หรือแค่แกล้งพูดเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขากันแน่? 

 

“งั้นก็ตามสบาย คุณจะนอนบนพื้นหรือในห้องน้ำก็ได้ แต่ไม่ใช่บนนี้แน่นอน” 

 

“ถ้าผมจะนอน คุณจะทำอะไรได้?” เขาถามด้วยแววตาท้าทาย ทำให้นัยน์ตากลมโตเปล่งประกายวาววับขึ้นมาอีกครั้ง 

 

 

“ไม่มีทาง! ฉันจะไม่นอนบนเตียงเดียวกันกับคุณ แค่ห้องเดียวกันก็เกินพอแล้ว!” 

 

“ทำไมล่ะ? ทำไมเราจะนอนเตียงเดียวกันไม่ได้ ในเมื่อผมสัญญากับคุณแล้วว่าผมจะไม่มีวันบังคับคุณเด็ดขาด” เขาถามด้วยใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์จนเธอต้องกัดริมฝีปากแน่น 

 

ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะถ้าใกล้ชิดกันมากๆ เข้า เขาอาจจะไม่จำเป็นต้องบังคับเธอเลยน่ะสิ! 

 

“เราไม่ใช่เด็กๆ กันแล้ว แล้วคุณก็รู้นี่ว่าคนอย่างผมไม่จำเป็นต้องฝืนใจผู้หญิงคนไหน หรือว่าคุณกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้?” 

 

“คุณจะหลงตัวเองเกินไปแล้วนะ! ฉันไม่เคยลืมหรอกย่ะว่าพวกเราแต่งงานกันอีกครั้งเพราะอะไร!” 

 

“คุณแน่ใจเหรอว่าไม่เคยลืม? ถ้าคุณไม่เคยลืมจริงๆ ทำไมถึงไม่เคยทำตามที่เราตกลงกันไว้เลยล่ะ? เราเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่กี่ชั่วโมง ผมต้องเตือนคุณไปแล้วตั้งกี่ครั้ง? ยังจะกล้าพูดว่าไม่เคยลืมอีกเหรอ?” 

 

“ฉันไม่เคยลืม แต่คุณทำเกินไป!” 

 

“เกินไปตรงไหน? มีผัวเมียคู่ไหนบ้างที่ไม่ได้นอนเตียงเดียวกัน? เอาเถอะ...ถ้าคุณกลัวใจตัวเองขนาดนั้น ผมจะใส่เสื้อด้วยก็ได้ โอเคไหม?” สีหน้าของเขาคล้ายกับกำลังพยายามจะเข้าใจความวิตกจริตจนเกินเหตุของหญิงขี้มโนซึ่งนั่นทำให้เธอโมโหจนแทบบ้า นวินดาจึงปฏิเสธอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด 

 

“ไม่โอเค! คุณไปนอนที่โซฟาโน่นเลย!” 

 

“วินดี้!”คราวนี้น้ำเสียงของเขาเคร่งเครียดไม่มีวี่แววของการยั่วเย้าอีกต่อไป “ผมเป็นใคร? เฮย์เดน แฮมป์ตันไม่เคยอดอยากถึงขนาดต้องบีบบังคับผู้หญิงที่ไม่เต็มใจหรอกนะ ถ้าคุณไม่ได้กลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ก็อย่าเรื่องมาก ถ้าแค่นอนเตียงเดียวกันคุณยังไม่กล้า ข้อตกลงของเรานั่น ก็ยกเลิกไปเถอะ!” 

 

“นี่คุณขู่ฉันอีกแล้วนะ!” 

 

“คนอย่างผมไม่เคยขู่ใคร คุณเซ็นสัญญาไปแล้วก็กรุณาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดด้วย อย่าให้ผมต้องเตือนคุณอีก” 

 

“ฉัน...” 

 

“นี่คุณคิดว่าผมทำไปทั้งหมดเพราะอยากใกล้ชิดคุณเหรอ? คิดว่าผมอดอยากปากแห้งขนาดนั้นเลยรึไง? เราตกลงกันแล้วนวินดา! คนเป็นผัวเมียกันน่ะเขาไม่แยกเตียงนอนกันหรอก ถ้าเราแยกกันนอน รับรองได้เลยว่าความแตกแน่ ถึงเราจะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว แต่คุณก็รู้นี่ว่าแอมเบอร์ฉลาดขนาดไหน แล้วยังมีแอนนี่อีกคน เธอจะบินกลับมาวันพรุ่งนี้แล้ว ถ้าคุณไม่ทำให้แนบเนียนรับรองได้เลยว่าแผนทั้งหมดได้ล่มไม่เป็นท่าแน่!” เมื่อเห็นว่าเธอเงียบไปและยอมนอนอยู่นิ่งๆ แต่โดยดี ชายหนุ่มก็คว้าเสื้อยืดตัวหนึ่งออกมาจากตู้เสื้อผ้าแล้วสวมมันด้วยท่วงท่าที่เย้ายวนเสียจนคนที่นอนอยู่บนเตียงต้องหลับตาปี๋ 

 

น้ำหนักตัวของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ทอดกายลงมาบนเตียงทำให้นวินดาถึงกับสะดุ้งและรีบพลิกกายเขยิบไปจนชิดขอบเตียงด้านที่ตนเองนอนอยู่ราวกับจะพยายามอยู่ห่างจากเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มันก็เหมือนจะไม่ได้มีประโยชน์อะไร เพราะเขาไม่ได้มีท่าทีว่าจะคุกคามเธอแต่อย่างใด เฮย์เดนตบหมอนของตนเองก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วกดสวิตช์ไฟที่หัวเตียงเพื่อปิดไฟทั้งหมดในห้อง 

 

“คุณปิดไฟทำไม!?” มันฟังดูเหมือนคำถาม แต่เฮย์เดนรู้ว่านั่นคือคำขอร้องต่างหาก 

 

“คุณต้องเปิดไฟนอนตั้งแต่เมื่อไร? ทำไมผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยล่ะ?” 

 

“เปล่า...คือ...ฉันว่ายังไงก็เปิดไว้สักดวงดีไหม?” 

 

“ไม่ดี...ถ้ามีแสงไฟผมนอนไม่หลับ” 

 

“แต่ว่า...” ถ้าเธอลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนแล้วสะดุดหกล้มจะทำยังไง เธอยิ่งซุ่มซ่ามอยู่ด้วย และที่สำคัญที่สุด...เธอไม่อยากอยู่กับเขาตามลำพังท่ามกลางความมืดนี่นา! 

 

“นอนซะ ไม่ต้องกังวลว่าผมจะทำอะไรคุณหรอก คุณนั่นแหละ หักห้ามใจตัวเองให้ได้ อย่าเผลอตัวเผลอใจมาลวนลามผมเสียเองก็แล้วกัน” 

 

“นี่!” 

 

“จะนอนไหม? ผมไม่มีปัญหานะถ้าเราจะเปลี่ยนจากการนอนเป็น...” 

 

“นอน!” หญิงสาวรีบพลิกตัวหลับตาปี๋ จึงไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มกว้างและสายตาของชายหนุ่มที่มองมาอย่างอ่อนโยนชนิดที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ ไม่รู้ตัว 

 

นานเหลือเกินที่เขาไม่ได้มองดูเธอนอนหลับอยู่ข้างๆ แบบนี้ นานเสียจนเฮย์เดนแทบจะรู้สึกโหยหา เพราะเหตุนี้เขาถึงต้องพยายาม สร้างเงื่อนไขเพื่อให้เธอยอมกลับมานอนร่วมเตียงเดียวกันให้ได้ ชายหนุ่มหลับตาลงพร้อมกับรอยยิ้มกว้างและปฏิญาณกับตนเองอย่างหนักแน่นว่า นับจากนี้ไป เขาจะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากผู้หญิงคนนี้อีก เธอจะต้องอยู่เคียงข้างเขาแบบนี้ ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและหลับไปในยามค่ำคืนด้วยกันตลอดไป! 

ความคิดเห็น