Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไม่ได้กลัว ทำไมตัวสั่น?

ชื่อตอน : ไม่ได้กลัว ทำไมตัวสั่น?

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 365

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ค. 2563 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่ได้กลัว ทำไมตัวสั่น?
แบบอักษร

“คุณจะทำอะไร!” 

 

“นี่เป็นคำถามหรือเป็นความคาดหวังล่ะ?”

 

หน็อย! ไอ้คนหลงตัวเอง! นวินดาอยากจะตะกุยหน้าหล่อๆ นี่ให้ เสียโฉมซะเลยเขาจะได้ไม่มีหน้ามาอวดดีแบบนี้อีก แต่พอเขาเอ่ยปากต่อ มือเล็กก็ชะงักไป

 

“ถ้าคุณข่วนหรือตบผมละก็ ไอ้สัญญาเฮงซวยนั่นเป็นอันว่ายกเลิกนะ”

 

“งั้นก็ถอยไปสิยะ!”

 

“คุณออกไปจากห้องนี้ไม่ได้จนกว่าจะเช้า ประเพณีไทยเขาบอกไว้อย่างนั้นไม่ใช่หรือไง?”

 

“ทำไมฉันจะออกไปไม่ได้!” เธอแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจแต่ความจริงแอบสงสัยอยู่ว่าเหตุใดคนที่ไม่เคยแสดงความสนใจอะไรเกี่ยวกับบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ แม้แต่ในขณะที่กำลังพยายามจีบเธออยู่ก็ไม่เคยแม้แต่จะเสแสร้งเพื่อให้เธอประทับใจ จึงมีความรู้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมและประเพณีไทยดีขนาดนี้

 

“ถ้าคุณก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว ข้อตกลงของเราเป็นอันว่าโมฆะ! คุณออกจากบ้านนี้ไปได้เลย แต่เคย์เดนต้องอยู่ที่นี่!”

 

“คุณนี่จะเผด็จการมากเกินไปแล้วนะ!” เขาคิดที่จะเอาชนะคะคานและบังคับเธอทุกอย่างเลยหรือไง!

 

“คุณตกลงกับผมแล้วว่าจะทำให้แอมเบอร์เชื่อว่าเรากลับมา คืนดีกัน แต่ผมไม่เห็นว่าคุณจะทำอะไรให้แม่เชื่อเลยสักอย่าง ตั้งแต่ในโบสถ์นั่นแล้ว!” เฮย์เดนกัดฟันกรอดเมื่อนึกถึงตอนที่นวินดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหน้าประตูโบสถ์โดยไม่ยอมเข้ามาเสียที และต่อมายังไม่ยอมเอ่ยปากรับเขาเป็นสามีจนบาทหลวงสูงวัยจ้องหน้าเขาเขม็ง คงสงสัยจริงๆ ว่ามหาเศรษฐีผู้เพียบพร้อมอย่างเขาไปทำอีท่าไหนเข้า เจ้าสาวถึงได้ดูเหมือนอยากจะกระโจนหนีเขาทุกวินาทีอย่างนี้!

 

“ฉัน...” นวินดาหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่งด้วยความรู้สึกผิด เพราะไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเธอทำเช่นนั้นจริงๆ มีอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่เธอมองเข้าไปในดวงตาของเฮย์เดนและนึกสงสัยขึ้นมาจริงๆ ว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วจริงๆ หรือ? ความจริงหากซื่อสัตย์กับตนเองเสียหน่อย ก็ต้องยอมรับเลยละว่าเธอสับสนและอยากจะหนีออกจากสถานการณ์นี้ตั้งแต่เดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกาเมื่อไม่กี่วันก่อนแล้ว ทุกอย่างมันรวดเร็วเหลือเกิน เร็วเสียจนเธอกลัวว่ามันจะผิดพลาดเหมือนครั้งก่อนอีก

 

บ้าจริง! มันไม่ใช่การแต่งงานจริงๆ เสียหน่อย! ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องจริงแล้วจะมีอะไรผิดพลาดได้ยังไงล่ะ!

หญิงสาวเอาแต่ตำหนิตนเองในใจที่คิดฟุ้งซ่านไม่เป็นสาระอีกแล้วโดยไม่รู้เลยว่าท่าทางของเธอทำให้สามีหมาดๆ หงุดหงิดขนาดไหน

 

“ถ้าคุณยังไม่เลิกทำท่าเหมือนผมเป็นไอ้โจรบ้ากามที่คุณไม่อยากแม้แต่จะให้เฉียดใกล้และสะดุ้งทุกทีที่ผมเดินผ่าน ก็คงไม่มีใครบนโลกนี้ เชื่อหรอกว่าพวกเรากลับมาคืนดีกันจริงๆ!”

 

“ฉันพยายามแล้ว!” แต่เธอไม่สามารถทนให้เขาแตะเนื้อต้องตัวได้จริงๆ ไม่ใช่ว่ารังเกียจหรือขยะแขยงอย่างที่เขาคิด แต่เพราะรู้แก่ใจดีว่าเธอไม่อาจต้านทานเสน่ห์อันมากล้นของเฮย์เดนได้ จึงไม่กล้าให้เขาเข้าใกล้ เพราะเกรงว่าจะเผลอตัวเผลอใจหลงใหลเขาอีกครั้งต่างหาก เรียกว่าประสบการณ์สอนให้เธอรู้ซึ้งแล้วว่าการหลงรักเฮย์เดนมันอันตรายต่อหัวใจมากแค่ไหน เธอจึงไม่อยากพลาดในเรื่องเดิมๆ อีก

 

“งั้นก็แปลว่าคุณยังพยายามไม่พอ!” ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนห่างจากใบหน้าหวานละมุนเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดลงบนแก้มขาวเนียนจนเธอรู้สึกว่าใบหน้าของตนเองร้อนผ่าวไปหมด “ถ้าคุณทำไม่สำเร็จ คุณคงรู้ใช่ไหมว่าผมทำอะไรได้บ้าง?”

 

 

นวินดากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจที่เสียรู้เขาด้วยการเซ็นสัญญาก่อนแต่งงานไว้แล้วว่าถ้าเธอผิดสัญญาหรือหากมีการหย่าร้างเกิดขึ้นก่อนที่การผ่าตัดของแอมเบอร์จะผ่านพ้นไปอย่างเรียบร้อย เธอจะไม่มีสิทธิ์ เรียกร้องอะไรจากเขาเลยแม้แต่อย่างเดียว ซึ่งความจริงเธอจะดึงดันไม่ยอมเซ็นก็ได้ แต่นั่นเท่ากับเธอเลือกที่จะเพิกเฉยต่อมารดาของเขาซึ่งถือเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่งของเธอ และยังเป็นการเปิดศึกกับเฮย์เดนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งแน่ใจได้เลยว่าเขาจะต้องเล่นงานพี่สาวและพี่เขยของเธออย่างไม่ยั้งมือ กระนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องของแอมเบอร์หรือครอบครัวของเธอ แต่เป็นเคย์เดน...

 

บุตรชายคนเดียวของเธอติดบิดาซึ่งเขาเพิ่งได้พบหน้าเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนก่อนหนึบชนิดที่หากเฮย์เดนไม่ได้มาหาหรือโทรศัพท์มาช้า เคย์เดนจะมีอาการเศร้าซึมอย่างที่เธอไม่เคยเห็นลูกเป็นมาก่อน และไม่อาจทนเห็นลูกรักอยู่ในสภาพนั้นได้ จึงจำต้องยอมแสดงละครฉากใหญ่ร่วมกับเขา อีกครั้ง โดยหวังเพียงว่าระหว่างนี้จะสามารถเกลี้ยกล่อมให้บุตรชายลดความสนใจในตัวบิดาของเขาได้ในเร็ววัน ถึงแม้ว่าดูจากสถานการณ์ตอนนี้จะไม่มีหวังเลยก็ตาม

 

“นี่คุณจำเป็นต้องขู่ฉันตลอดเวลาเลยรึไง!”

 

“ผมไม่เคยขู่ใครวินดี้ คนอย่างเฮย์เดน แฮมป์ตันพูดอะไรย่อมทำได้เสมอ!”

 

“เอาละค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ไม่ออกไปไหนแล้ว” เธอมองหน้าเขาอย่างขุ่นเคืองก่อนจะกระแทกเสียงใส่อีกครั้ง 

 

“ฉันไม่ออกไปไหนแล้ว ทีนี้ก็ถอยไปได้แล้วค่ะ!”

 

“ถ้าผมไม่อยากถอยล่ะ?” นัยน์ตาคู่สวยนั้นเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่เธอคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดีในระยะหนึ่ง ใบหน้าขาวเนียนจึงเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่ออีกครั้ง ยิ่งเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของเธอ ประกายวาววับในดวงตาคมเข้มก็ยิ่งเจิดจ้าขึ้นอีกระดับ

 

 

“เราตกลงกันแล้วนะคะเฮย์เดน และฉันหวังว่าคุณจะรักษาสัญญาด้วย” ที่เธอยอมเซ็นสัญญางี่เง่านั่นก็เพราะเขารับปากแล้วว่าจะไม่เรียกร้องความสัมพันธ์ทางกายที่นอกเหนือไปจากข้อตกลง เธอจำเป็นต้องพูดกับเขาให้ชัดเจน แม้จะเชื่อว่าต่อให้ไม่ได้ระบุลงไปในข้อตกลง คนอย่างเฮย์เดน แฮมป์ตันก็ทระนงในศักดิ์ศรีของตนเองเกินกว่าจะลดตัวลงมาบังคับข่มเหงเธออยู่แล้วก็ตาม

 

“แน่นอน คนอย่างผมไม่มีทางเสียคำพูดอยู่แล้ว”

 

ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้สัมผัสโดนตัวเธอเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่กักเธอไว้ในอ้อมแขนเท่านั้น แต่มันกลับทำให้นวินดาครั่นเนื้อครั่นตัวราวกับจะเป็นไข้ก็มิปาน

 

“งั้นก็เอามือออกไปสิคะ” หญิงสาวพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น แต่เขาก็ยังจับความรู้สึกหวาดหวั่นจากสีหน้าและแววตาของเธอได้อยู่ดี

 

“คุณกลัวอะไรเหรอวินดี้”

 

เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและอ่อนโยนเสียจนนวินดาเริ่มกลัวว่าตนเองจะหวั่นไหว ถ้าไม่โกหกตัวเองจนเกินไป เธอก็ต้องยอมรับแหละว่าไม่เคยลืมผู้ชายคนนี้ได้เลยสักขณะจิต เธอเคยเชื่อมาตลอดว่าเธอทั้งโกรธและเกลียดเขาจนเข้ากระดูกดำ ชนิดที่ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีวันให้อภัย ต่อให้เขาตายไปต่อหน้าต่อตาก็คงจะไม่เสียน้ำตาให้เขาสักหยดด้วยซ้ำ แต่ทันทีที่ได้สบตากับเฮย์เดนอีกครั้ง นวินดาก็รู้ว่ามันไม่จริง...

 

“ฉันไม่ได้กลัว!”

 

“ไม่ได้กลัวแล้วทำไมตัวสั่น?”

 

ฟังดูเหมือนเขากำลังหยอกล้อเธอ แต่เฮย์เดน แฮมป์ตันที่เธอเคยรู้จักไม่ใช่คนที่จะมีอารมณ์ขันหรืออารมณ์ดีพอจะหยอกเย้าใครได้

 

“ฉัน...หนาวเฉยๆ!”

 

“อ้อ...” ริมฝีปากของเขาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มแบบที่คงสามารถทำให้หัวใจผู้หญิงทั้งนิวยอร์กสะท้านสะเทือนได้ง่ายๆก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างใบหูของเธอเบาๆ “ถ้าคุณไม่ได้กลัวก็ควรจะกลัวเอาไว้บ้างนะ...รู้รึเปล่าน่ะว่าคุณแทบจะละสายตาจากผมไม่ได้เลย...”

 

“ไม่จริง!” เธอทำแบบนั้นเรอะ? เมื่อไรกัน!

 

“คุณจะกดดันตัวเองไปเพื่ออะไรล่ะที่รัก เราแต่งงานกันแล้วนะ มันไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไรซะหน่อย”

 

สาบานได้ว่าน้ำเสียงของเขานั้นเย้ายวนใจในระดับที่คงสามารถล่อลวงให้หญิงพรหมจารียอมสละเวอร์จินให้เขาได้ง่ายๆ แต่ไม่ใช่กับเธอ! นวินดาได้รับบทเรียนมามากพอที่จะไม่เคลิบเคลิ้มไปกับความปรารถนา ซึ่งอาจจะพาให้ชีวิตของเธอดิ่งลงหุบเหวเดิมซ้ำอีกครั้ง!

 

“ฉันไม่ได้กดดันตัวเอง! คุณเลิกโยกโย้แล้วถอยออกไปได้แล้ว จะถอดเสื้อผ้าตรงไหนก็เรื่องของคุณ ตามใจเลย!”

 

“โอเค...ผมจะพยายามเชื่อแล้วกันว่าคุณไม่ได้หวั่นไหว” ชายหนุ่มถอยออกไปอย่างเชื่องช้าเสียจนน่าโมโห แต่ที่ทำให้เธอโกรธที่สุดไม่ใช่ลีลาที่ยั่วยวนกวนใจ กลับเป็นคำพูดด้วยแววตารู้เท่าทันของเขาต่างหาก! 

 

“หลอกใครก็หลอกได้ แต่หลอกตัวเองยังไง คุณก็รู้อยู่แก่ใจอยู่ดี” เฮย์เดนไม่ได้รอให้เธอไล่อีก เขาผละจากเรือนร่างอ้อนแอ้นของภรรยาและเดินเฉียดผ่านเธอไปอย่างที่เห็นได้ชัดว่าจงใจ

 

ชายหนุ่มถอดเสื้อเชิ้ตของตนแล้วโยนมันลงกับพื้น ยืนอวดแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้องดงามอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะทำให้หญิงสาวหวีดร้องออกมาด้วยการถอดกางเกงและกางเกงชั้นในออกต่อหน้าเธอหน้าตาเฉย ซ้ำยังเยื้องย่างเข้าห้องน้ำไปโดยจงใจโชว์บั้นท้ายแน่นๆ ให้เธอเห็นเต็มสองตา!

 

 

เห็นทีว่าการใช้ชีวิตกับผู้ชายที่หล่อเลิศราวกับนายแบบโฆษณาชั้นนำและยั่วเก่งราวกับนักเต้นระบำเปลื้องผ้าคนนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว!

ความคิดเห็น