email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 27. ให้ความลับตายไปพร้อมกัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 27. ให้ความลับตายไปพร้อมกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 174

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2563 23:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 27. ให้ความลับตายไปพร้อมกัน
แบบอักษร

ผลัก!!

“โอ๊ยยย!!”

“อย่ามาแตะต้องตัวข้านะ!!!”

ทันทีที่ผ้าปิดตาถูกมือหนากระตุกให้เปิดออก สายตาพร่ามัวเกินกว่าจะมองหน้าชายที่เพิ่งปรากฏได้ชัดเจนอียูใช้เรี่ยวแรงที่เหลือพุ่งตัวเข้าไปหาพร้อมกับใช้ศีรษะกระแทกศีรษะของคนตรงหน้าอย่างแรงจนเขาผงะล้มไปด้านหลังอย่างไม่ระวังตัว

ฟรึบ!!

“...!!!”

“อย่า!”

ปลายดาบแหลมๆ นับสิบเล่มจ่อไปที่ร่างเล็กราวกับพร้อมที่จะดับชีวิตของนางในวินาทีต่อมา เพียงแต่เสียงทุ้มที่กำลังเอามือกุมหัวด้วยความเจ็บและมึนไม่น้อยรีบร้องห้ามลูกน้องของตนเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

“อ๊าาา~ เจ็บเหมือนกันแฮะ”

“พวกเจ้า ต้องการสิ่งใด?!!”

“นี่ เจ้าเห็นนี่หรือไม่ ข้าเลือดออกนะ!”

“...!?”

ชายร่างสูงยื่นมือที่เพิ่งจะปาดเลือดที่หน้าผากให้อียูดูด้วยสีหน้าเจ็บปวดสุดชีวิต อียูมองคนตรงหน้าด้วยความงุนงง

“เจ้าเป็นใคร?”

“คนที่ควรถามคำถามนั้นคือข้า ไม่ใช่เจ้า ทำไมคนพวกนั้นถึงจับตัวเจ้ามา?”

“ข้าไม่รู้”

“ข้าไม่คิดว่าเครื่องแบบของทหารจากในวังแบบนั้นจะลากหญิงสาวเช่นเจ้าออกมากลางป่าเพื่อมาทำเรื่องอย่างว่า”

“.....!!!”

ใบหน้านั้นพูดไปยิ้มไปพรางชีนิ้วไปยังร่างไร้วิญญาณสวมเครื่องแบบทหารนอนจมกองเลือดอยู่ข้างๆ อียูถึงกับกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

เพราะหากนี่เป็นการลักพาตัว คนที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้คงไม่ต้องการให้ข้ากลับเข้าไปในวัง วันนี้คือวันที่องค์รัชทายาทจะเลือกพระชายาเพียงหนึ่ง และมันคงสายเกินไปสำหรับข้า แม้จะกลับไปก็คงไม่ได้เป็นพระชายาอยู่ดี

“ข้าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายเจ้า เพราะงั้นบอกข้ามาว่าทำไม....!!!”

“ฮึก...!!”

“แก้มัดนาง”

“ขอรับ”

น้ำตาหยดเล็กหยดน้อยร่วงหล่นลงพื้นไม่ขาดสายจนร่างสูงไม่พยายามคาดคั้นสิ่งใดอีกเพราะเข้าใจว่านางคงพบเจอเรื่องร้ายมาหมาดๆ เขายกมือเช็ดเลือดออกจากหน้าฝากอย่างลวกๆ ไม่ได้แสดงอาการว่าเจ็บปวดอย่างที่เคยบอก

“เพื่อนของข้า....”

“หืม?”

“ช่วยเพื่อนของข้าด้วย”

แววตาหมดสิ้นหนทาง อียูเงยหน้ามองคนตัวสูงด้วยสายตาวิงวอน จีมิน นางบาดเจ็บขืนปล่อยเอาไว้คงไม่รอดแน่ หากเขาช่วยข้าเอาไว้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาอย่างที่เขาบอก งั้นก็ไม่น่าจะเป็นคนไม่ดีอะไร

“นางบาดเจ็บ และคงจะอยู่ได้ไม่ถึงเช้าหากไม่มีใครช่วย”

“ถ้าเป็นเช่นนั้น การปล่อยให้นางตายไปคงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า”

“......!!!!”

“เจ้าเป็นคนพูดเอง นางอยู่ไม่ถึงเช้า กว่าเราจะ...!”

“งั้นข้าก็จะไปเอง”

“.....”

“ขอบใจที่ช่วยข้า หลังจากนี้ข้าจะไปเอง หากมีโอกาสได้พบกัน ตระกูลของข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน”

“ตัวเองอยู่ตรงไหนของแผ่นดินเจ้ายังไม่รู้ แล้วจะไปถูกหรือ?”

“.....!”

จริงอยู่ที่ระหว่างทางข้าโดนปิดตามาตลอด แต่ถ้าจะให้อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรสักอย่างคงไม่ได้ คนตัวเล็กค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นท่ามกลางความหวาดระแวงไม่ไว้ใจของชายหลายคน

“เจ้าเองก็บาดเจ็บ รักษาตัวเสียก่อนดีไหม?”

“ไม่ ข้าต้องไป ไม่มีใครอีกแล้วนอกจาก.....”

ฟุบ!!

เสียงหายใจหอบหนักทุกก้าวที่ออกเดินจู่ๆ ทุกอย่างกลับมืดสนิทราวกับสติหลุดลอยออกไป ร่างเล็กเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนร่วงลงพื้นท่ามกลางสายตาคนแปลกหน้าที่ไม่มีใครคิดจะเข้ามาช่วย

ร่างสูงที่ยืนนิ่งมองอยู่ตั้งแต่แรกส่ายหัวด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ พรางมองไปยังอียูที่ล้มลงไปกองที่พื้นหมดสติ

“จะทำยังไงกับนางดีขอรับ?”

“......”

เขาไม่ตอบสิ่งใดแต่กลับเดินเข้าไปอุ้มร่างของอียูขึ้นโดยไม่สนใจคนตั้งคำถามผู้ติดตามหลายคนได้แต่ยืนนิ่ง จะให้ทิ้งไว้ในป่าทั้งที่สลบไปอย่างนี้ ข้าก็คงดูแย่ไปตลอดชีวิต

“จะตายอยู่แล้วเชียว จะตอบแทนบ้าอะไรกัน ผู้หญิงคนนี้”

“....”

วินาทีแรกที่ตัดสินใจจะช่วย นั่นคือวินาทีที่ยุ่งยากที่สุด ทัน-แซฮุน ชายหนุ่มจากตระกูลใหญ่ทางตอนใต้ ผู้เป็นหนึ่งในแม่ทัพฝีมือดี ร่างกายกำยำอย่างชายชาตรี ใบหน้านั้นงดงามไม่ต้องบอกก็เดาไม่ยากว่าต้องเกิดในสายเลือดชนชั้นสูงอย่างแน่นอน

ถ้าเขาไม่ตัดสินใจเดินทางเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ใหญ่ในครั้งนี้ เขาอาจจะไม่ต้องพบเจอเรื่องลำบากเช่นนี้ รวมถึงต้องลงมือฆ่าคนที่ไม่รู้จักเพื่อช่วยคนที่ไม่รู้จักอีก

“โปรดเสวยอะไรบ้างเถอะพะยะค่ะองค์ชาย”

“ข้าจะต้องทนอยู่ในนี้ไปอีกนานเท่าไร?”

“เอ่ออ คือจนกว่าทหารหลวงจะตามหาคุณหนูคังอียูพบและเริ่มต้นไตร่สวนความผิด....!!!!!!”

โคร่มมม!!

สำรับอาหารที่ถูกจัดวางไว้อย่างปราณีตกระจัดกระจายไปกันคนละทิศละทาง ขันทีชองถึงกับยกมือขึ้นแนบอกแล้วตบปากตนเองที่พูดไม่เข้าหูขององค์ชาย

“ข้าไม่ใช่เด็ก คิดว่าสั่งให้คนมายืนขวางประตูแล้วจะขังข้าเอาไว้ได้อย่างนั้นหรือ!”

เสียงตะหวาดแวดจากด้านในห้องแทรกผ่านออกมายังด้านนอกทำเอาทหารสี่นายที่ทำหน้าที่คุ้มกันไม่ให้องค์รัชทายาทออกไปด้านนอกถึงกับหันมองหน้ากันอย่างมิได้นัดหมายพรางกลืนน้ำลายด้วยคอแห้งพราก

“ข้าขอเข้าพบองค์ชาย”

แทซันในชุดองครักษ์สีดำเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู ทหารทั้งสี่นายจึงรีบเข้ามาขวางไว้

“องครักษ์แทซัน!! ขออภัยท่านไม่สามะ....!”

ผลัก!!

ตุบตับ ตุบตับ ตุบตับ!!!

เสียงคนต่อสู่กันอยู่ด้านนอกลอดผ่านเข้าไปยังห้องโถง ขันทีชองไม่รอช้ารีบวิ่งไปที่ประตูเพื่อเอาหูแนบประตูฟังว่าด้านนอกเกิดเรื่องอะไรขึ้น

ปัง!! โครมม!!

“อุ๊วว โอ๊ยยยย!!”

“ขออภัย”

แทซันใช้เท้าถีบประตูให้เปิดออกโดยไม่รู้เลยว่าขันทีชองแอบฟังอยู่ด้านในเป็นเหตุให้บานประตูกระแทกหน้าขันทีอย่างจังจนร่างท้วมกระเด็นไปอยู่ที่พื้นร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

“องค์ชาย”

“อืม ข้านึกเอาไว้อยู่แล้ว”

“อะ อะไรกัน โอ้ยย นะ นั่นจะทรงเสด็จไปไหนพะยะค่ะองค์ชาย!??”

“ขันทีชอง”

“....!!”

ทันทีที่แทซันมาถึง แค่มองจากสีหน้าของเขา ซอลมินไม่รีรอตรงไปหยิบดาบจากชั้นวางเตรียมติดตามแทซันออกไป แต่ก็ไม่ลืมที่จะหันกลับไปพูดกับขันทีชอง

“ข้าจะพานางกลับมาอย่างปลอดภัย”

“เห?!..”

“เจ้าช่วยส่งต่อคำพูดของข้าไปถึงอัครมหาเสนาบดีคังแทนข้าที”

“แต่องค์ชาย...!!”

“.....”

ขันทีชองเตรียมจะคัดค้านขึ้นอีกรอบแต่องครักษ์แทซันกลับเดินเข้ามาขวางหน้าตนเอาไว้ สายตาดุดันของเขากำลังบอกใบ้เป็นนัยๆว่าต่อจากนี้คือหน้าที่ของเขา ไม่ใช่เวลาที่ขันทีแก่ๆจะตามงอแงรั้งแต่จะเป็นภาระ

“ฝากท่านดูแลองค์ชายด้วย”

“.....”

แทซันพยักหน้ารับคำเป็นอันเข้าใจก่อนจะรีบวิ่งตามองค์ชายซอลมิน ทิ้งให้ขันทียืนส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจกับร่างของทหารสี่นายนอนอ่วมจนลุกไม่ขึ้นอยู่หน้าประตูด้านนอก

เอาเถอะ อย่างไรเสียกระหม่อมก็ไม่สามารถดูแลองค์ชายได้ตลอดทุกเรื่อง องค์ชายที่เรารู้จักมักไม่สนใจไม่เห็นค่าความสำคัญของชีวิตใคร บัดนี้กลับเป็นเดือดเป็นร้อนเพราะคนที่รักหายตัวไป นี่สินะที่เรียกว่าความรัก เติบโตขึ้นมากจริงๆ องค์ชายของกระหม่อม

“เมื่อช่วงเย็น มีชาวบ้านเห็นขบวนเกี้ยวหลังใหญ่เคลื่อนตัวออกจากประตูหลังพระราชวัง กระหม่อมไม่คิดว่าจะมีขุนนางคนใดออกจากวังในเวลาสำคัญเช่นนี้”

แทซันแจ้งข่าวที่ตนได้มาให้แก่องค์ชายฟังขณะทั้งสองก้าวเท้าฉับๆ ตรงไปยังคอกม้า

“แน่นอน ไม่มีเกี้ยวของขุนนางคนไหนอยากใช้ทางผ่านเข้าออกประตูหลังที่ไร้ผู้คนสนใจเช่นนั้นหรอก”

พลึบ!!

ข้อมูลเท่านี้เพียงพอแล้วสำหรับการออกตามหาเกี้ยวที่ว่านั้น ร่างสูงของทั้งซอลมินและแทซันก้าวขายาวๆกระโดดขึ้นคร่อมหลังม้าพร้อมกับควบออกไปอย่างรีบร้อน

อีกฟากของตรอกทางเดินระหว่างคอกม้าและเขตอาคาร ชายในชุดองครักษ์หันหลังพิงกำแพงแอบฟังบทสนทนาระหว่างองค์ชายกับองครักษ์แทซันก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะขี่ม้าออกไป

“องครักษ์มิน ขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะพระมเหสี”

“......”

สองมือเรียวกำลังยกถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มหยุดชะงักกลางอากาศ พระเนตรเบิกกว้างราวกับตกใจอะไรบางอย่าง พระนางหันซ้ายทีขวาทีเป็นวัวสันหลังหวะแล้วพยักหน้าให้พาเขาเข้ามาด้านในพระตำหนัก

“พระมเหสี!!!!”

ชายร่างสูงสีหน้าลุกลี้ลุกลนรีบคลานเข้ามาใกล้

“นางอยู่ที่ไหน?!”

“นางตายแล้วพะยะค่ะ!”

“เจ้า!! ฆ่านางอย่างนั้นหรือ?!!”

“ใช่แล้วพะยะค่ะ ระหว่างทางกระหม่อมพบกับโจรป่า ทุกคนตายหมดยกเว้นกระหม่อมที่รอดมาได้”

“หึ ดีเจ้าทำได้ดี”

พระมเหสีได้ยินเช่นนั้นจึงถอนหายใจพิงหลังอย่างโล่งอก ถึงจะไม่ตั้งใจว่าจะให้คังอียูตายเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย

“แต่....องค์รัชทายาท!!”

“ลูกข้าทำไม?!”

“กำลังออกจากพระราชวังเพื่อไปตามหานางพะยะค่ะพระมเหสี!”

“เจ้ารู้ได้อย่างไร?!!”

“กระหม่อมบังเอิญเห็นองค์ชายกับองครักษ์แทซันขี่ม้าออกไปทางประตูหลังของพระราชวังพะยะค่ะพระมเหสี”

พระนางชักสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่คิดว่าองค์ชายจะกล้าขัดรับสั่งของฝ่าบาทเช่นนี้

“ต่อให้ตามเจอ องค์ชายก็จะเจอเพียงร่างไร้วิญญาณของนางก็เท่านั้น”

“เอ่ออ ฮ่าๆๆๆ ใช่แล้วพะยะค่ะพระมเหสี”

องครักษ์ผู้นั้นแจ้งความแก่พระมเหสีด้วยหน้าตาตื่น ราวกับเพิ่งสติแตกมาอย่างไรอย่างนั้น อย่างน้อยเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ได้หายไปจากแผ่นดินนี้แล้ว องค์ชายจะต้องมีคู่ครองที่คู่ควรเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์องค์อื่นๆ ผู้ปกครองที่ดีย้อมต้องผ่านพ้นช่วงเวลาที่เลวร้ายมาก่อนทั้งนั้น

ตึง!!

หีบใบขนาดกลางถูนางในสองคนหิ้วมาวางไว้ตรงหน้าองครักษ์มินเป็นค่าตอบแทนในการทำงานนี้ เขาไม่รีรอรีบเอื้อมมือไปเปิดดูของด้านในและพบว่ามีทั้งเงินทองมากมายอัดแน่นอยู่ในหีบ

“เจ้าไปได้แล้ว”

“ขะ ขอบพระทัยพระมเหสี!!!”

“.....”

องครักษ์มินรีบอุ้มหีบสมบัตินั้นออกไปจากตำหนักอย่างทุกลักทุเลไม่สนใจผู้ใดอีก

“ให้ความลับตายไปพร้อมกับมัน”

“พระมเหสี”

ขันทีน้อมรับคำจากพระมเหสีพร้อมกับหมุนตัวไปกระซิบกระซาบกับทหารด้านหน้าประตู

“ฆ่าชายผู้นั้นซะ”

“ขอรับ”

เมื่อได้รับคำสั่งจากขันที เขาไม่รีรอรีบตามองครักษ์มินไปในทันทีอย่างรู้งาน คงไม่มีใครอยากรู้เรื่องราวขององครักษ์มินในวินาทีต่อมา เพราะไม่ว่าอย่างไรก็อันตรายเกินกว่าจะเก็บเขาเอาไว้....

“อื้ออ..”

ภายในกระโจมหลังใหญ่อียูบิดตัวเพื่อคลายกล้ามเนื้อพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง สายตาพรามัวจนต้องใช้มือขยี่เพื่อกวาดตาไปรอบๆบริเวณ

“จีมิน!”

พรึบ!!

สองขากระโดลงจากเตียงราวกับติดสปริง ถัดออกไปไม่ห่างกันนักจีมินนอนอยู่บนเตียงเล็กๆ ขาถูกพันไว้ด้วยผ้าขาวยังคงมีเลือดไหลอยู่บ้าง อียูล้มลงคุกเข่ามองไปยังใบหน้าที่ซีดเซียวค่อยๆเอื้อมมือลูบไล้ใบหน้านั้นอย่างเบามือ ภาพความโหดร้ายของวันนั้นเริ่มไหลเข้ามาเรื่อยๆ

“หลับสบายหรือไม่ ^___^)?”

“!!..นี่ เจ้า”

“ใช่ ข้าเอง ทัน แซฮุน”

ชายหนุ่มโน้มตัวลงมาหาอียูพรางอมยิ้มอย่างเป็นมิตร ว้าว ทำไมเขาดูหล่อกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกอีกนะ รอยแผลเล็กๆ บนหน้าผากนั้นที่เกิดจากข้าเองเป็นคนทำยิ่งทำให้รู้สึกผิดลึกๆ

“ขอบคุณ”

 

ความคิดเห็น