Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : พร่างพราย

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 373

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2563 07:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พร่างพราย
แบบอักษร

เขาพลิกร่างของเธอให้หันมาตั้งแต่เมื่อไรก็สุดรู้ เพราะกว่าหญิงสาวจะได้สติอีกที ทรวงอกอวบอิ่มของเธอก็แนบชิดแผงอกล่ำสันของเขาเสียแล้ว นวินดาไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับชายหนุ่มที่จับจ้องมาที่เธออย่างไม่ยอมให้คลาดสายตาเลยแม้แต่สักวินาที เธอจึงหลุบตาลงต่ำด้วยความขัดเขิน แต่แล้วก็ต้องหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดเมื่อมองลงไปด้านล่างแล้วพบกับตัวตนอันกร้าวแกร่งอัดแน่นไปด้วยความปรารถนาอันร้อนแรงอย่างที่เธอไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน

 

“กลัวเหรอจ๊ะ?” ชายหนุ่มกระซิบถามพลางขบเม้มใบหูบอบบางเบาๆ “ไม่เห็นต้องกลัวเลย มันเป็นเรื่องธรรมชาตินะคนสวย” เขาปลอบใจด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนแตกต่างจากเรือนกายสูงใหญ่ที่เริ่มเคลื่อนไหวบดเบียดร่างน้อยในอ้อมแขนอย่างร้อนแรง จากนั้นก็รั้งช่วงเอวบอบบางขึ้นเพื่อมอบจุมพิตที่ลึกซึ้งจนเธอต้องหอบหายใจด้วยความวาบหวาม

 

“อ๊ะ!” นวินดากัดริมฝีปากแน่นเมื่อเขาแนบริมฝีปากอุ่นร้อนประทับรอยจุมพิตจากลำคอขาวเนียนไปยังลาดไหล่บอบบางและฝากรอยจูบหนักๆ บนผิวเนื้อนุ่มละมุนอย่างเร่าร้อน ปลายเล็บทั้งสิบจิกลงบนเรือนผมดำสนิทอย่างแรงเมื่อเฮย์เดนเริ่มดูดดึงผิวขาวผ่องอย่างหิวโหยดุจชายเร่ร่อนที่หิวโซมานานนับเดือนและบังเอิญได้ลิ้มรสอาหารอันแสนโอชะ แต่ยิ่งเธอพยายามรั้งเขาออกไป ทั้งฝ่ามือ ริมฝีปากและเรียวลิ้นร้อนผ่าวก็ยิ่งรุกเร้าหนักหน่วงยิ่งขึ้น สัมผัสนั้นทำให้หญิงสาวซาบซ่านเสียจนข่มกลั้นเสียงครางเอาไว้ไม่อยู่จึงต้องยอมเผยความรู้สึกที่เก็บกลั้นเอาไว้ออกมาในที่สุด

 

“อา...” ริมฝีปากฉ่ำชื้นสั่นระริก อากาศในนิวยอร์กตอนนี้กำลังหนาวจัด แม้สายน้ำที่ไหลกระทบเรือนร่างจะเป็นน้ำอุ่นก็ยังชวนให้สั่นสะท้าน แต่ไฟปรารถนาอันร้อนแรงของเขากลับลุกโชนเจิดจ้าเสียจนเธอแทบจะมอดไหม้ กายแกร่งประดุจหินผาบดเบียดเสียดสีร่างน้อยนุ่มนิ่มในจังหวะอันร้อนแรงจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ได้แต่ปล่อยให้เขาจับจูงไปตามที่ใจเขาปรารถนา

 

นิ้วเรียวยาวคลึงเคล้านวลเนื้ออุ่นร้อนที่ชุ่มฉ่ำจากแรงปรารถนาที่เขาวนเวียนปลุกเร้าก่อนจะแทรกลึกเข้าไปอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เธอ เจ็บปวด สัมผัสอันคับแน่นรัดรึงซึ่งโอบรัดเรียวนิ้วของเขาอย่างแนบแน่น ทำให้เฮย์เดนแทบจะคลุ้มคลั่ง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาวในอ้อมแขน เขาก็ต้องบอกตัวเองให้อดทนไปก่อน มือใหญ่เคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงและลึกล้ำขึ้นทุกขณะ สอดถอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากเนิบช้าเป็นรัวเร็ว จนในที่สุดเธอก็หวีดร้องออกมาด้วยความซ่านเกษมและซบหน้าลงกับอกของเขาอย่างหมดเรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง

 

ชายหนุ่มสบถในใจอย่างดุเดือด กรามแกร่งขบกันแน่นเพื่อพยายามควบคุมสติสัมปชัญญะของตนเองไว้อย่างสุดความสามารถ ไม่เคยมีสักครั้งในชีวิตที่การไปถึงของผู้หญิงคนหนึ่งจะกระตุ้นความรู้สึกของเขาได้อย่างรุนแรงถึงเพียงนี้ เฮย์เดนอยากจะดันสาวน้อยในอ้อมแขนไปชิดกับกระจกด้านหลังแล้วพุ่งโผนเข้าไปจนสุดทาง พาเธอล่องลอยไปท่องวิมานพร้อมกับเขาอีกครั้งเดี๋ยวนี้ แต่ครั้งแรกของเธอไม่ควรเกิดขึ้นที่นี่...

 

เธอเป็นเจ้าสาวของเขา เป็นคนพิเศษที่ควรได้รับการทะนุถนอม ดั่งดวงใจ เขาจึงต้องระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านให้กลับมาอยู่ในระดับที่ควบคุมได้โดยเร็วที่สุด ชายหนุ่มล้างเนื้อล้างตัวให้เธออย่างเร่งรีบ ก่อนจะใช้ผ้าขนหนูซับหยาดน้ำที่เกาะอยู่บนผิวเนื้อเนียนละเอียดจนแห้ง แล้วช้อนตัวเธอกลับออกไปในส่วนของห้องนอนด้วยความเร็วสูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

“อ๊ะ!” นวินดาครางในลำคออย่างอับจนหนทาง ไม่รู้จริงๆ ว่าตนเองเชื่องช้าหรือเขาคล่องแคล่วว่องไวจนเกินไปกันแน่ เพราะยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัว เขาก็วางเธอลงบนเตียงหลังใหญ่และแนบริมฝีปากอุ่นร้อนลงมาบน กลีบปากอิ่มอีกครั้ง ลิ้นแกร่งเกี่ยวกระหวัดพัวพันกับลิ้นนุ่มอย่างเหิมเกริมจนยากจะต้านทาน หญิงสาวจึงทำได้เพียงตอบสนองไปอย่างไร้เดียงสา

 

เฮย์เดนจำใจยอมละจากกลีบปากหอมกรุ่นที่เขาหลงใหล ริมฝีปากบางไล่ระจากลำคอขาวนวลลงไปยังลาดไหล่บอบบางและประทับรอยจุมพิตอันเป็นสัญลักษณ์ของเขาลงบนผิวเนื้อขาวเนียนราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของในตัวเธอในทุกๆ ตารางนิ้วที่เขาสัมผัส รอยจูบเปียกชื้นนั้นน่าจะทำให้เธอหนาวเหน็บ แต่มันกลับเหมือนเปลวไฟที่ลามเลียไปทั่วทุกจุดจนลุกโชนสูงทุกที

 

ชายหนุ่มขบเม้มและไล้เลียความนุ่มละมุนใต้ริมฝีปากของเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนหญิงสาวต้องส่งเสียงครวญครางออกมาด้วยความซาบซ่านหวามไหว ปลายนิ้วเรียวเล็กจิกลงบนผ้าคลุมเตียงอันแสนงดงามที่เจ้าของเตียงใจร้อนเสียจนยังไม่ได้เลิกมันออกไปโดยหวังว่าจะช่วยให้ความ พลุ่งพล่านปานจะคลุ้มคลั่งเบาบางลงบ้าง แต่ดูเหมือนยิ่งเธอทุรนทุราย มากขึ้นเท่าไร เขาก็ยิ่งร้อนแรงขึ้นมากเท่านั้น

ใบหน้างดงามราวกับรูปสลักเคลื่อนต่ำลงไปยังหน้าท้องนวลเนียน ในขณะที่ริมฝีปากกระด้างยังคงฝากรอยจุมพิตไปทั่วทุกแห่งหนที่เคลื่อนผ่าน ลมหายใจอุ่นระอุที่เป่ารดลงบนผิวกายขาวผ่องทำให้หญิงสาวทั้งซาบซ่านและเขินอายจนต้องหลับตาแน่น ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนกลีบกุหลาบอันฉ่ำชื้นแล้วแทรกลึกเข้าไปภายในโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ลิ้นร้อนผ่าวตามติดเข้าไปเชยชิมความหอมหวานดุจกุหลาบแรกแย้มซึ่งมิเคยมีผู้ใดนอกจากเขาได้เชยชมอย่างละเมียดละไม ลิ้มลองรสชาติที่เขาโหยหามาหลายต่อหลายวันอย่างหิวกระหาย มือน้อยพยายามจะดึงรั้งปัดป้อง แต่เฮย์เดนกลับใช้เพียงแค่มือเดียวกุมข้อมือทั้งสองข้างของเธอ เอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

 

นิ้วแกร่งเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วเชี่ยวชาญรุกเร้าในท่วงทำนองที่รู้ดีว่าจะสร้างความสุขสมให้สาวน้อยของเขาได้อย่างเต็มอิ่ม คลึงเคล้าพะเน้าพะนอจนกระทั่งคลื่นความหฤหรรษ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่อยู่ภายใต้สายน้ำอุ่นระเบิดพร่างออกมาอีกครั้งดั่งดอกไม้ไฟที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า งดงามเจิดจ้าจนแทบลืมหายใจ ร่างน้อยสั่นระริกราวกับรวงข้าวต้องหยาดฝน แต่ในขณะที่กำลังหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เธอก็รับรู้ได้ถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่กำลังบดเบียดเสียดสีกับนวลเนื้อนุ่มละมุนอย่างช้าๆ อดทนและรอคอยจนกระทั่งหญิงสาวเป็นฝ่ายเบียดกายเข้าหา จึงแทรกผ่านเข้าไปภายในกลีบกุหลาบงามด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด

 

ความอ่อนนุ่มชุ่มชื้นที่บีบรัดตัวตนของเขาอย่างแนบแน่นทำเอา เฮย์เดนแทบจะคำรามออกมากับความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างการโบยบินไปสู่สรวงสวรรค์และดำดิ่งสู่นรก ชายหนุ่มอยากจะบุกรุกเข้าไปอย่างรวดเร็วและล้ำลึกกว่านี้ แต่สาวน้อยของเขายังอ่อนเดียงสา หากพุ่งโผนเข้าไปในตอนนี้ก็เกรงว่าเธอจะรับไว้ไม่ไหว จึงได้แต่อดทนกับไฟสวาทที่แผดเผาเขาอย่างบ้าคลั่งและเหนี่ยวรั้งตนเองเอาไว้อย่างสุดความสามารถ ชั่วขณะที่เฮย์เดนกำลังจะหมดความอดทนอยู่รอมร่อ นวินดากลับเป็นฝ่ายขยับสะโพกเข้าหาเขาเสียเอง ความอดทนอดกลั้นทั้งมวลจึงพังทลายลงในพริบตา!

 

ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะลืมความอ่อนโยนไปซะ เพราะตอนนี้ทั้งเธอและเขาไม่มีใครต้องการมันแน่ เขาเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในจังหวะที่ห้าวหาญและดุดันเสียจนนวินดาต้องหวีดร้องออกมาโดยไม่รู้เลยว่าเสียงของเธอนั้นอ่อนหวานและเว้าวอนมากขนาดไหน

 

มือหนาช้อนสะโพกนุ่มขึ้นเพื่อให้เธอสามารถรับเขาไว้ได้อย่าง ลึกซึ้งมากขึ้นกว่าเก่า บดเบียดเรือนกายแข็งแกร่งเข้าหาเธออย่างดุดันจน ลมหายใจของหญิงสาวกระชั้นถี่ขึ้นทุกที ความซาบซ่านที่โลดแล่นจนถึง ขีดสุดทำให้นวินดาลืมความขัดเขินทั้งหมดแล้วให้ความร่วมมือกับเขาใน ทุกๆ ทางที่เธอจะสามารถทำได้ ทั้งเธอและเขาต่างก็จับจูงกันทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ จนโบยบินไปสู่ปลายฟ้าและระเบิดพร่างพรายออกมาอย่างงดงามตระการตาชนิดที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพวกเขาอย่างไม่มีวันลืมเลือน...

ความคิดเห็น