WinterHM
facebook-icon Line-icon

อันไหนผิดอันไหนพลาด แจ้งได้เลยครับลูกพรี่ ♥

ตอนพิเศษ : Side Story , The Tragedy of the 'Red' (Part1)

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : Side Story , The Tragedy of the 'Red' (Part1)

คำค้น : AOZ World

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 272

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ค. 2563 21:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : Side Story , The Tragedy of the 'Red' (Part1)
แบบอักษร

        “ตั้งใจเรียนล่ะ..โตขึ้นจะได้เป็นใหญ่เป็นโต” เสียงเอ่ยของชายผู้ซึ่งเป็นบิดากล่าวขึ้นกับลูกชายขณะมองไปที่ลูกชายตัวเล็กๆของเขา 

               “ขี้โกงอ่ะคุณพ่อ..ชมแต่พี่เขาคนเดียวเลย” เด็กสาวอีกคนตีหน้าเศร้าอย่างน้อยอกน้อยใจเล็กน้อยจนผู้เป็นบิดาต้องคว้ามาโอบพร้อมกับลูบหัวเล็กด้วยด้วยความเอ็นดู 

               “หนูก็ต้องตั้งใจเหมือนกันนะ..” เสียงพูดที่เอ่ยขึ้นทำให้เด็กสาวยิ้มแก้มปริเล็กน้อยเมื่อได้กำลังใจจากบิดาของตน 

               “ยังไงเสีย วันนี้พ่อต้องไปส่งพี่เขาก่อนนะ พี่เขาต้องไปโรงเรียนประถมวันแรก” 

               “โห..โรงเรียนที่มีเด็กๆเยอะๆและคุณครูที่จะสอนอะไรเราใช่ไหมคะ?” เด็กสาวเอ่ยขึ้นอย่างไร้เดียงสา 

               “ใช่จ้ะ..” 

               “น่าอิจฉาพี่ชายจัง..”  เด็กน้อยเอ่ยด้วยท่าทีงอนตุ๊บป่องเล็กน้อยขณะที่ตัวพี่ชายเองก็ลูบหัวน้องสาวเล็กน้อยเฉกเช่นที่บิดาของตนทำ 

               “ไม่เป็นไรจ้ะ..เดี๋ยวไม่นานหนูก็ต้องได้เรียนเหมือนพี่เขาเหมือนกัน” บิดาผู้เป็นพ่อกล่าวพร้อมเอ่ยยิ้มให้เล็กน้อย 

               “จริงๆนะคะ?” เธอมีสีหน้าที่ร่าเริงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

               “แต่..” เด็กสาวมีท่าทีกังวลเล็กน้อย 

               “จะไม่มีคนมาแกล้งหนูใช่ไหม..ในโรงเรียน” 

               “ถ้ามีใครมาแกล้งน้องสาวพี่ พี่จะไล่เตะให้มันให้กระเด็นไปเลย” เด็กชายพูดอย่างโผงผางพร้อมให้คำพูดอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ 

               “หนูไม่เชื่อหรอก..พีน่ะชอบทิ้งหนูอยู่ประจำ” เด็กสาวทำหน้าตาบูดบึ้งเล็กน้อย 

               “พี่ไม่ทิ้งน้องหรอก” 

               “หนูไม่เชื่อ!” เธอกอดอกแน่นมีท่าทีคล้ายจะไม่ยอมพี่ชายของเธอ 

               เด็กชายถอดแหวนรูปปีกนกที่นิ้วมือของเขา ก่อนจะสวมให้แก่น้องสาวของเธอ 

               “งั้นพี่ให้สิ่งนี้ไว้..เป็นของที่พี่ชอบที่สุดเลย พี่ฝากไว้กับเราก่อนนะแล้วพี่จะกลับมาเอาคืน” 

               “พี่จะกลับมาใช่ไหม” 

               “ใช่ พี่จะกลับมา” 

               “และพี่จะปกป้องหนูใช่ไหม..สัญญานะ” 

               “อื้อ! พี่สัญญา”  ทั้งสองเกี่ยวก้อยกันคล้ายคำมั่นสัญญาแบบเด็กๆ ทางผู้เป็นพ่อได้แต่ฉีกยิ้มเล็กน้อย.. 

                

 

           1 อาทิตย์ต่อมา 

               โรงเรียน 

           “เฮ้ย..คนรับใช้พวกเรามาแล้ว!” เสียงเด็กๆประถมที่พูดขึ้นด้วยท่าทีวางท่าเล็กน้อยตามประสาเด็ก 

               “รีบๆมาถือกระเป๋าให้พวกเราเลยนะ” เด็กคนหนึ่งโพล่งขึ้นพร้อมขว้างกระเป๋าให้อีกฝ่าย

               “โอ้ย..มันหนักนะ”

               “ก็นายเป็นคนรับใช้นี่นา..”  เด็กคนดังกล่าวพูดขึ้นขณะที่เพื่อนๆหัวเราะกันอย่างสนุกสนานที่ได้แกล้งเด็กชายคนดังกล่าว

               “เอ้า เดินไปได้แล้ว กิล!” เขาพูดพลางใช้เท้าเตะไปที่บั้นท้ายของเด็กชายที่ชื่อกิลพร้อมเสียงหัวเราะของเพื่อนๆที่มองว่าเป็นเรื่องสนุกสนาน

               “พวกนายทำแบบนี้กับเราทำไม” เขาเอ่ยขึ้น

               “ก็นายมันไม่มีแม่นี่นา..น่าสงสาร ฉันเลยให้นายเป็นคนรับใช้ของพวกเรา” เด็กคนอื่นๆหัวเราะอย่างสนุกสนาน ขณะที่กิลได้แต่กำหมัดแน่น

               ณ เวลาเลิกเรียน   

               กิลเบิร์ตได้ยืนรอผู้ซึ่งเป็นพ่อของเขาอยู่เกือบชั่วโมง น่าแปลกนักทั้งๆที่ในทุกๆวันพ่อหรือผู้เป็นบิดาของเขามักมาตรงเวลาอยู่เสมอ 

               ไม่นานนัก รถสีดำหรูที่คุ้นตาก็ได้มาจอดหน้าโรงเรียน เด็กชายกิลเบิร์ตไม่รอช้าที่จะรีบวิ่งขึ้นรถในทันที 

               “ทำไมคุณพ่อมาช้าจังครับ” ประโยคแรกที่กิลเบิร์ตทักขึ้น 

               “พอดีพ่อติดธุระนิดหน่อยน่ะ ขอโทษด้วยนะลูก” ผู้เป็นพ่อกล่าวขอโทษ ทำให้กิลเบิร์ตยิ้มร่าที่พ่อของเขามอบคำขอโทษให้แก่เขาแต่โดยดี 

               ผู้เป็นพ่อสังเกตเสื้อผ้าของกิลเบิร์ตที่มีรอยเปรอะเปื้อนจึงได้เอ่ยทักขึ้น 

               “ทำไมเสื้อเปื้อนแบบนั้นล่ะ..ไปเล่นอะไรมารึเปล่า” 

               กิลเบิร์ตนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง..ขณะที่ผู้เป็นบิดาเองก็เข้าใจได้ไม่ยากนัก 

               “โดนแกล้งมาสินะ..” 

               กิลเบิร์ตได้แต่นั่งซึมเงียบๆคล้ายเป็นคำตอบกลายๆ 

               “ทำไมผมถึงสู้เขาไม่ได้ล่ะฮะ?” กิลเบิร์ตเอ่ยขึ้น 

               ผู้เป็นพ่อได้แต่นิ่งเงียบแล้วเอ่ยว่า 

               “ซักวันลูกจะเป็นใหญ่เป็นโต ลูกจะทำให้ตระกูลเรากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เพราะงั้นอย่าไปสนใจเรื่องเล็กๆแบบนี้นักเลย” ผู้เป็นพ่อกล่าวด้วยความขมขื่นเล็กน้อย 

               “ซักวันผมจะมีพลังเท่ากับพวกเขาเหรอครับ?” 

               “ใช่..ซักวันลูกจะมีพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเขา” 

               “ลูกจะฉลาดกว่าพวกเขา” 

               “และมีอำนาจ..” 

               ภาพวันคืนที่เปรียบได้ดั่งวันคืนที่ดีที่สุดสำหรับเขา..ก่อนที่ฝันร้ายที่ร้ายกว่านั้นจะมาถึง 

               ครืน!! 

               เสียงฟ้าร้องและก้อนเมฆที่เคลื่อนตัว เสียงที่ดังสนั่นสร้างความน่าสะพรึงให้แก่สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์อย่างไม่อาจะหลีกเลี่ยง 

               ก๊อกๆ.. 

               ก๊อกๆๆ 

               เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างถี่ๆก่อนที่จะมีเสียงเปิดประตูคล้อยตามมา 

               แอ๊ด 

               “งืมๆ”. เสียงที่แสดงถึงความสลึมสลือของเด็กชายที่ถูกปลุกในช่วงเวลาที่เขาควรจะนิทราอยู่บนเตียงอันแสนอบอุ่น 

               “พี่จ๋า..ยูอยากเข้าห้องน้ำ”  เสียงของเด็กสาวที่กอดตุ๊กตากระต่ายตัวน้อยอย่างไร้เดียงสา 

               “แต่พี่ง่วงนะน้องยู.. น้องก็ไปคนเดียวสิ” 

               “ก็หนูกลัวฟ้าร้องนี่นา..” เด็กสาวที่ชื่อยูโพล่งขึ้นขณะที่น้ำตาที่ปริ่มๆออกมาเล็กน้อย 

               “อ่ะๆ..ก็ได้ๆ”   

               กิลเบิร์ตจูงมือน้องสาวของเขาอย่างระมัดระวัง เดินลงคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยความมืดของเขาอย่างระมัดระวัง 

               ตึง! 

               เสียงเหมือนอะไรบางอย่างกระทบหรือตกลงสู่พื้นทำให้ทั้งสองถึงกับผวาเล็กน้อย 

               “พี่จ๋า..เสียงอะไรน่ะพี่” เธอกอดตุ๊กตาและแขนของกิลเบิร์ตไว้แน่นด้วยควากมลัว 

               กิลเบิร์ตตั้งสติเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆเดินไปตามที่มาของเสียงอย่างช้าๆโดยที่ยู น้องสาวของเขาก็ติดสอยห้อยตามไปด้วยอย่างกล้าๆกลัวๆ 

               แอ๊ด 

               กิลเบิร์ตเปิดประตูเข้าสู่ห้องโถงใหญ่อย่างช้าๆก่อนที่จะเห็นว่า มีแสงไฟจากตะเกียงที่ส่องสว่างอยู่บนโต๊ะ  

               ตุ้บ! 

               “อั๊ก!” 

               เสียงกำปั้นที่ซัดเข้าไปที่ท้องของใครบางคนก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลงขณะที่ถูกมัดไว้กับเก้าอี้ 

               “พ..พ่อจ๋า!” เสียงของยูที่โพล่งขึ้นขณะที่ผละมือออกจากแขนขวาของกิลเบิร์ตก่อนจะวิ่งไปหาร่างของชายผู้ซึ่งเป็นบิดาของเธออย่างเร่งรีบ 

               “นี่ฉันทำลูกแกตื่นเลยงั้นรึ?”  ชายคนหนึ่งโพล่งขึ้นขณะที่มือนึงก็ถือไม้ในมือพร้อมกับเพื่อนของเขาอีกคน 

               “อ..อย่านะ ลูกๆฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นะ” ผู้ซึ่งเป็นพ่อตะโกนขึ้น 

               “เฮ้ๆ.. แบบนั้นคงไม่ได้มั้ง ตั้งแต่ต้นเด็กนั่นก็เป็นข้อตกลงของพวกเราอยู่แล้วนี่”  ชายคนดังกล่าวเผยรอยยิ้มร่าเล็กน้อยก่อนที่จะมองมาที่ยูและกิลเบิร์ต 

               “พ..พ่อนี่มันเรื่องอะไรครับ” กิลเบิร์ตที่สับสนและหวาดกลัวไปหมดเอ่ยถามขึ้น 

               “ก..กิล หนีไปลูก!” คนเป็นพ่อเอ่ยขึ้น ขณะนี้ชายอีกคนกระชาก ยูน้องสาวของเขาขึ้นมาห้อยต่องแต่งในมือ 

               “พ..พี่จ๋า ช่วยหนูด้วย!” 

               พริบตานั้นกิลรีบวิ่งเข้าไปคล้ายจะเงื้อหมัดต่อยคนพวกนั้น 

               ผัวะ! 

               ขาขวาของชายคนดังกล่าวซัดเข้าไปที่ใบหน้าของกิลเบิร์ตจนล้มลง 

               “ต่อยมันยังต่อยไม่เป็นเลย..เลี้ยงลูกยังไงของแกวะ ตอนฉันอายุ6ขวบเท่ามัน ฉันก็ใช้มีดเป็นแล้วด้วยซ้ำ” ทั้งสองพูดคนพร้อมหัวเราะอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะค่อยๆเดินเข้ามาหากิลเบิร์ตที่ล้มลง 

               “แกมันก็แค่เด็กอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้นแหละ แกปกป้องใครไม่ได้หรอก” เขาพูดพลางใช้เท้าหน้าเหยียบไปที่ใบหน้าของกิลเบิร์ตที่มีอายุเพียง6ขวบเพียงเท่านั้น  

               “แกมันอ่อนแอ..” 

               เสียงที่คอยหลอกหลอนคล้ายดั่งฝันร้ายที่หลอกหลอนเขามาโดยตลอด 

               ‘ซักวันลูกจะมีพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเขา’ 

               ‘ซักวันลูกจะเป็นใหญ่เป็นโต’ 

               … 

               ‘โกหก’ 

               ‘มันก็แค่เรื่องโกหก!’ 

               ‘อำนาจมันก็ต้องเจอกับ..’ 

               ‘อำนาจที่เหนือกว่า’ 

               ฝุ่บ.. 

               “ว้ากก!!”  เสียงตะโกนที่ดังขึ้นขณะที่ตื่นจากฝันร้าย 

               “เฮ้ย..ใครก็ได้เอาอะไรไปอุดปากไอ้เด็กเวรนั่นหน่อยดิ๊” 

               “เออ ใครก็ได้ แต่ระวังๆหน่อยล่ะ นั่นสินค้าชิ้นสำคัญจากตระกูลของดยุคตกกระป๋องเชียวนะ 

               ‘แฮ่กๆ..’ เสียงหายใจหอบๆเมื่อตื่นจากฝันร้าย กิลเบิร์ตมองที่แขนขาตนเองอีกครั้ง ขณะที่เขาตื่นขึ้นมาไม่คุ้นเคยกับภาพบนเพดานที่เมื่อก่อนเป็นโคมไฟระย้าที่ประดับอย่างอบอุ่นหรือผนังสีแดงอ่อนลวดลายสวยงามที่คุ้นเคย บัดนี้เหลือเพียงลูกกรงและเพดานสีขาวโล่งๆและผนังที่เต็มไปด้วยคราบเลือด 

               “ที่นี่มันที่ไหน! พ่อฉันไปไหน น้องสาวฉันล่ะ!” กิลเบิร์ตโพล่งขึ้น 

               “ตื่นมามันก็หนวกหูเลยแฮะ..ร็อธ ช่วยอุดปากมันหน่อยซิ”  ชายคนหนึ่งที่บัดนี้กำลังดื่มเหล้าถังเอ่ยขึ้น ก่อนที่ชายที่ชื่อร็อธจะเปิดประตูลูกกรงพร้อมเดินเข้าไปหากิล 

               เปรี้ยง! 

               เขาใช้มือขวาฟาดเข้าไปที่กระพุ้งแก้มของกิลเบิร์จนเขากระเด็นติดกำแพง 

               “ที่นี่ไม่ใช่บ้านของแก..แล้วแกก็ไม่มีสิทธิ์มาเอ่ยถามหรือพูดจาน่ารำคาญที่นี่” เขาพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงแต่กิลเบิร์ตที่นอนร้องไห้อย่างเจ็บใจ 

               ซ่า! 

               “ตื่นได้แล้ว” 

               กิลเบิร์ตถูกปลุกขึ้นมาด้วยถังน้ำที่สาดเข้าที่ใบหน้าอย่างรุนแรงจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา 

               บัดนี้เขาตื่นขึ้นมาในห้องที่เต็มไปด้วยศาสตราวุธรอบข้างเต็มไปหมด 

               “ฉันจะสอนแกให้รู้จักวิธีการฆ่าคนไปจนถึงแก่นเลยทีเดียว”  ชายตรงหน้าพูดขึ้น 

               “ชื่อของฉันคือร็อธ จะเรียกฉันอาจารย์ ครู ร็อธหรืออะไรนั่นมันเรื่องของแก” 

               “หน้าที่แกมีเพียงนิดเดียว คือสู้..เรียนรู้และห้ามถูกฉันฆ่าตาย” เขาพูดพร้อมแสยะยิ้มออกมา 

               “ด้านหลังแกมีอาวุธมากมาย เลือกหยิบอะไรมาก็ได้ที่แกคิดว่ามีดีพอที่จะทำให้แกมีชีวิตรอดได้” ชายที่ชื่อร็อธพูดขึ้น พลางชักมีดด้ามยาวขึ้นจากข้างหลังของเขาก่อนจะพุ่งเข้าฟาดฟันกิลเบิร์ตที่มีอายุเพียง 6ขวบอย่างรวดเร็ว 

               เขาจงใจให้กิลเบิร์ตหลบหลีกได้เพื่อสร้างความหวาดกลัว เด็กน้อยผู้ไม่เคยรู้จักและเรียนรู้คำว่าการต่อสู้ถึงกับวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต  

               ร็อธเปลี่ยนมาใช้มีดเล่มเล็กแทนก่อนจะเพียงแค่วิ่งตามเพียงเล็กน้อยก็สามารถใช้มีดสั้นปักชายเสื้อของกิลเบิร์ตไว้กับผนังได้อย่างไม่ยากเย็น 

               “การหนีอาจจะเป็นวิธีที่ฉลาด แต่ไม่ใช่กับที่นี่..” เขาใช้มีดเล็กๆกรีดเป็นรอยแผลเล็กๆบนอกของเด็กน้อย 

               “อ๊ากก” กิลเบิร์ตะโกนอย่างเจ็บปวด 

               ‘ซักวันลูกจะเป็นใหญ่เป็นโต’ 

               ‘ลูกจะมีอำนาจ..’ เสียงของผู้เป็นบิดาดังก้องอยู่ในห้องของเขาอยู่ตลอด  

‘พี่จะปกป้องหนูใช่ไหมคะ?’ 

‘พี่จะปกป้องเธอเอง..พี่สัญญา’ 

เสียงของคนที่เขารักถาโถมในจิตใจของเขา ภายใต้เสียงกรีดร้องของเขาที่ตะโกนขึ้นอย่างเจ็บปวด 

               ‘พลังมันต้องเจอพลัง!’ 

               พริบตาที่ลูกนัยน์ตาของกิลเบิร์ตเบิกโพรงขึ้นอีกครั้งเขารีบหยิบมีดสั้นที่ปักอยู่ที่ชายเสื้อของเขา เฉือนไปที่แก้มของอีกฝ่ายที่ยื่นหน้าลงมาใกล้เคียงกับตัวเขา 

               ฉัวะ! 

               รอยแผลและเลือดที่ไหลรินออกมาทำให้ร็อธยิ้มร่า 

               “ดี.. แสดงว่าแกเริ่มที่จะสู้และเรียนรู้แล้ว.. เหลืออีกอย่างเดียวที่แกต้องทำ” 

               “อย่าถูกฉันฆ่าตายล่ะ!” 

               เวลาผ่านไปอย่างฝันร้าย กิลเบิร์ตใช้ชีวิตบนสนามแห่งความตายแห่งนี้เกือบ 13ปี 

               อึกๆ.. 

               เสียงกระดกขวดเหล้าดังขึ้นอยู่เป็นระยะๆที่ถูกล้อมรอบโดยกลุ่มเหล่าชายฉกรรจ์ 

               “เฮ้ วันนี้เล่นเอาฉันหมดแรงเลยฟ่ะ” 

               “แกแก่ลงไปเองมั้งร็อธ”  

               “ฉันล่ะคิดถึงตอนแกเป็นเด็กเหลือเกิน ตอนนั้นแค่หยิบอาวุธก็ร้องไห้แล้ว” 

               “ไม่เอาน่า นั่นมันสมัยไหนแล้ว” เขาพูดขึ้นพลางดูรูปในมืออย่างนิ่งเรียบ 

               “แกยังเก็บรูปนั้นไว้อีกเหรอ..” 

               “อืม..ข้อแลกเปลี่ยนน่ะ แล้วของแกล่ะ” 

               “น่าเสียดายนะ ของฉันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากนัก นอกจากเงินนั่นแหละ” 

               “แกถูกจ้างมาใช่ไหม” 

               “ก็ใช่..ให้สอนเด็กอ่อนหัดอย่างแกให้ไปทำงานสกปรกๆแบบนั้นได้นั่นแหละ” ร็อธกล่าวขึ้นอย่างไม่ยี่หระ 

               “แล้วทำไมแก..” ขณะที่เขาจะพูดต่อ ร็อธใช้มือห้ามปรามเขาก่อนเอามือจุปากเล็กน้อย 

               “1คำถามต่อ1คำตอบ.. อยากจะถามต่อก็ต้องตอบฉันกลับก่อน..” 

               เขาผายมือพลางส่งสัญญาณว่าให้ร็อธถามเขากลับได้เช่นเดียวกัน 

               “แกสร้างข้อแลกเปลี่ยนอะไรกับ’เจ้านาย’หืม?” 

               “ปกป้อง..น้องสาวน่ะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยขึ้นมา 

               ร็อธได้ยินดังนั้นเขานิ่งเงียบเล็กน้อย ก่อนจะหยิบขวดเบียร์ขึ้นมากระดกต่อก่อนจะลุกขึ้น 

               “ฉันไม่ยอมฟังเรื่องเศร้าของครอบครัวว่ะ” 

               “หึ..ก็พอกันล่ะวะ” เขาแสยะยิ้มเช่นเดียวกัน 

               กริ๊งๆ 

               ร็อธส่งสัญญาณมือให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมา เมื่อมีสัญญาณเตือนดังขึ้น 

               “มีงานเข้ามาแล้ว” 

               เมื่อร็อธส่งสัญญาณอีกฝ่ายเตรียมพร้อมแต่งองค์ทรงเครื่องใส่บูทคอมแบทสีดำ เสื้อโค๊ทสีดำพร้อมผ้าโพกหัวลายพราง ก่อนจะหยิบไฟแช็คขึ้นมาเพื่อจุดบุหรี่ 

               “เฮ้อ..ได้เหนื่อยอีกแล้ว” 

               ตัดภาพมาที่บนท้องถนนที่ขณะนี้มีลีมูซีนสีดำขับผ่านบนถนน ปรากฏร่างของชาย2คนที่ยืนเฝ้าดูอยู่จากบนดาดฟ้าอาคาร 

               “เฮ้ย กิล..มันขับเร็วมากเลยว่ะ พอไหวไหม” 

               อีกฝ่ายทิ้งช่วงการโต้ตอบระยะหนึ่ง ร็อธแทบไม่ต้องเดาก็ว่าอีกฝ่ายกำลังนำควันก้อนใหญ่เขาปอดอยู่เป็นแน่ 

               “แค่กๆ.. สบายน่า” กิลเบิร์ตในวัยหนุ่มที่มีท่าทีองอาจ เย่อหยิงพูดขึ้นขณะที่ทั้งสองมือกุมปืนสไนเปอร์กระบอกใหญ่พร้อมลั่นไก 

               “พร้อมรึยัง” กิลโพล่งขึ้น 

               “ขอ 3วิ” ร็อธตอบรับอย่างนิ่งเรียบ 

               “3” 

               “2” 

               “1” 

               เปรี้ยง! กระสุนของร็อธที่ยิงไปที่แทงค์น้ำ จนน้ำที่เอ่อล้นพุ่งกระจายออกมาจนรถของอีกฝ่ายต้องหักหลบอย่างรวดเร็ว 

               พริบตาที่รถสะบัดย่อมเท่ากับด้านหน้าของรถจะหันเข้ามาทางทิศเดียวกับกิลเบิร์ตอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงขับเคลื่อนของรถที่สะบัดอย่างรวดเร็วคงเป็นการยากที่จะสามารถมองตามได้ เพียงแต่.. 

               ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็นะ.. 

               เปรี้ยง! 

               กระสุนที่พุ่งออกจากรังเพลิงถูกยิงเข้าที่ศีรษะของเป้าหมายในทันที  

               “เรียบร้อย ได้เวลาโกย” กิลและร็อธต่างโหนสลิงห้อยตัวลงจากบนอาคารต่างสถานที่กันเพื่อหลบหนีออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปิดงานไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก 

               อาคารแห่งหนึ่ง 

           ก๊อกๆๆ 

               เสียงเคาะประตูดังขึ้น

               “เข้ามาได้”

               “หึ..นึกว่าใครมา เจ้าหนูอินทรีย์พิฆาตนี่เอง” ชายตรงหน้ายิ้มร่า

               “ไม่ต้องพูดมาก ฉันมารับค่าจ้าง”

               “ฉันรู้อยู่แล้ว..ว่าแต่ บัญชีเดิมใช่ไหม” อีกฝ่ายถามคล้ายมีนัยยะเล็กน้อย

               “..”  กิลเบิร์ตนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

               “ของน้องสาวของแกสินะ” อีกฝ่ายพูดโดยท่าทีเรียบง่าย แต่ทำให้กิลเบิร์ตถึงกับคุกรุ่น

               “แกแน่ใจนะ ว่าดูแลน้องสาวของฉันเป็นอย่างดี”

               “หึ ฉันเคยคิดสัญญาเวลาเจรจา’ธุรกิจ’รึไง?” เขาแสยะยิ้มออกมา

               “ฉันทำงานสกปรกๆให้แกมาเกือบ10ปี แกก็คงไม่คิดจะเล่นสกปรกกับฉันนะ” กิลเบิร์ตพูดขึ้น

               “ฉันล่ะนึกไม่ออกเลยว่า ไอ้เด็กอวดดีเมื่อ 13ปีก่อนมันจะกลายเป็นแกในวันนี้ไปได้”

               “หึ..ระวังให้ดีเถอะ”

               “ระวังจะถูกสัตว์เดรัจฉานมันกลับมาแว้งกัดเอา”  กิลเบิร์ตทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงแต่ร่างของชายอีกคน ที่ได้แต่เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

               “นั่นสินะ..”

               “ต้องระวัง”

               ซุ้มใต้ดิน 

           “เฮ้อ นานๆได้ขยับแข้งขยับขามันค่อยรู้สึกดีหน่อย” 

               “แค่เหนี่ยวไกแค่นั้นเรียกขยับแข้งขยับขาเลยรึไง”

               “ไม่เอาน่าร็อธ ฉันอุดอู้อยู่แต่ในซุ้มมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ ถ้าไม่ได้ขยับแข้งขยับขามันก็..”

               ตุ้บ

               กิลเบิร์ตคว้ามีดที่ร็อธขว้างมาอย่างกะทันหัน

               “ออกกำลังกายหลังอาหารกันหน่อยมา” ร็อธพูดขึ้น

               กิลเบิร์ตแสยะยิ้มพลางดันตัวขึ้นมาจากเก้าอี้

               “กฎเหมือนเดิม”

               “สู้ เรียนรู้..และห้ามถูกฉันฆ่าตาย!”  ทั้งสองโพล่งประโยคพร้อมกัน ก่อนจะยิ้มออกมาทั้งคู่ก่อนจะฟาดฟันกันเป็นกิจวัตรขณะที่คนรอบข้างเห็นจนชินตา

               กลางดึก 

           กิลเบิร์ตได้แต่หยิบรูปของน้องสาวของเขาที่มีสีหน้ายิ้มแย้มขึ้นมาดูอย่างเรียบเฉย 

               “พี่จะ..”

               “ปกป้องน้องเอง” เขาพูดออกมาอย่างเศร้าหมองก่อนจะฟุบหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า

           สัปดาห์ต่อมา 

               กริ๊งง~ 

               เจ้าของซุ้มใช้นิ้วชี้กวักเรียกกิลเบิร์ต ซึ่งเป็นที่กันดีว่าหมายถึงการถูกมอบหมายงาน 

               ร็อธเองก็ลุกขึ้นไปเช่นกัน แต่ถูกเจ้าของซุ้มกั้นไว้ 

               “งานนี้ใช้แค่ไอ้เจ้าเด็กนี่คนเดียว” 

               “เป็นอะไรไป..ไม่ได้ออกไม้ออกมือแล้วมันไม่สบายใจรึไงลุง” กิลเบิร์ตพูดขึ้นขณะที่เห็นว่าร็อธเองไม่ได้ถูกมอบหมายงานพร้อมกับเขา 

               ร็อธนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจนกิลเบิร์ตเองก็สังเกตได้ 

               ‘เกิดอะไรขึ้น..’ กิลเบิร์ตกระซิบอย่างแผ่วเบา 

               ร็อธยังคงนิ่งเงียบ ก่อนจะหายใจเข้าออกช้าๆ 

               ‘ระวังตัวให้ดีและรอบคอบเข้าไว้’ เขาพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะเดินผละออกไป ทิ้งไว้แต่ความงุนงงของกิลเบิร์ต 

           คฤหาสน์แห่งหนึ่ง 

               กิลเบิร์ตถูกมอบหมายงานให้ฆ่าล้างผู้คนทั้งหมดในคฤหาสน์ที่เป็นคู่แข่งทางการค้าของหัวหน้าในองค์กรของเขา ผู้ซึ่งทำข้อตกลงกับกิลเบิร์ต แต่ถึงกระนั้นการมอบหมายงานนั้นเป็นเรื่องปกติ กิลเบิร์ตเลยไม่คิดอะไรมากนัก คล้ายเป็นกิจวัตรประจำวันหรือสัปดาห์ที่เกิดขึ้นตลอด10ปีนี้ที่ถูกใช้งานสีดำสกปรกแบบนี้ 

               แกร๊ก..  

               กิลเบิร์ตเตรียมแม็กกาซีนในมือกับปืนสั้นของเขาอย่างเตรียมพร้อม ก่อนจะใส่ที่เก็บเสียงไว้อย่างระมัดระวัง 

               ‘ใช้มีดน่าจะดีกว่าแฮะ’  เขาเก็บปืนเข้าซองปืนซ้ายขวา ก่อนจะควักมีดสั้นของเขาขึ้นมา 

               กิลเข้าสู่คฤหาสน์ทางหน้าต่าง เล็ดลอดสายตาจากแนวป้องกันรอบนอกอย่างไม่ยากเย็นนัก 

               ถึงแม้จะถูกสั่งให้ฆ่าล้างทั้งหมด แต่สุดท้ายแล้วนัยยะสำคัญของเขาคือสังหารเจ้าบ้านก็เพียงพอแล้ว  

               กิลเบิร์ตยืนลังเลเล็กน้อย เขาเดินทุกฝีก้าวอย่างระมัดระวัง คำพูดของร็อธยังก้องอยู่ในหัวของเขา 

               ตึก.. 

               ตึก... 

               เสียงยามที่เดินตรวจตราบริเวณชั้นบนดังขึ้นเป็นระยะๆ กิลเบิร์ตใช้เวลาเพียงชั่วครู่ในมุมอับสายตาปาดเข้าที่คอและหลอดลมเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายออกเสียงขณะสังหาร 

               ตุบ.. 

               เขาค่อยๆแบกร่างของยามคนดังกล่าวออกให้พ้นระยะที่จะสังเกตได้ 

               ‘ยุ่งยากเป็นบ้า มันก็แค่งานฆ่าล้างบางธรรมดานั่นแหละ’ เขาเดาะลิ้นขัดใจเล็กน้อยก่อนจะเก็บมีดแล้วหยิบปืนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว 

               ตึง! 

               เสียงเปิดประตูเข้าสู่ห้องโถงของกิลเบิร์ตที่ทุกสายตาพลางเข้ามาจับจ้องที่ตัวเขา 

               ปัง ปัง! 

               เสียงปืนที่ลั่นออกไป กระสุนที่ออกจากรังเพลิงตามจำนวนของผู้คนที่ยืนอยู่ ณ ตรงนั้น เสียงออดเตือนภัยดังขึ้นเพื่อให้ภายนอกเตรียมรับมือกับการบุกรุก 

               “มัวทำอะไรอยู่เล่า ยิงมันสิ!”  เสียงชายแก่คนหนึ่งคล้ายเจ้าบ้านสั่งขึ้นผ่านเครื่องขยายเสียงที่ส่งมาจนถึงห้องโถง ทำให้ยามรักษาการณ์รอบๆต้องวิ่งเข้ามาไล่ยิงผู้บุรุกตามหน้าที่ 

               กิลเบิร์ตใช้เวลาไม่นาน เล็ดลอดไปจนถึงห้องควบคุมอย่างไม่ยากเย็นนัก 

               “พอดีไม่ค่อยถนัดใช้มีดซักเท่าไหร่ล่ะนะ” กิลเบิร์ตพูดขึ้นพลางเงื้อปืนในมือจ่อไปที่ชายตรงหน้าที่หันหลังอยู่ 

               “หึ..ไม่คิดเลยว่าไอ้ลูกเจี๊ยบวันนั้นมันจะสยายปีกในวันนี้” 

               “พึมพำอะไรของแกวะ” กิลเบิร์ตโพล่งพลางขึ้นลำปืนในมืออย่างหัวเสีย 

               “สุดท้ายแกมันก็แค่เด็กอ่อนหัดที่ปกป้องอะไรไม่ได้เหมือนเดิมนั่นแหละ” อีกฝ่ายหันหน้ากลับมาอีกครั้ง 

               “แกมัน..” 

               กิลเบิร์ตมีท่าทีตกใจเล็กน้อย เมื่อเจอกับชายที่เขาเจอวันเดียวกับที่เขาถูกพาตัวไป 

               “ฉันคิดไว้แล้วว่าไอ้เจ้านั่นมันต้องส่งแกมาฆ่าฉัน..”  

               “แต่ก็ขอชมเชยที่ฆ่าลูกมือของฉันไปเยอะอยู่เหมือนกัน” 

               “หุบปากแล้วตายได้แล้ว” ขณะที่กิลเบิร์ตกำลังง้างเพื่อที่จะเหนี่ยวไกในมือ เสียงประตูที่ถูกเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 

               ตึง! 

               ร่างเล็กพุ่งเข้ามาใช้มีดสั้นเฉือนที่แก้มขวาของกิลจนเกิดรอยบาด ขณะที่ชายคนดังกล่าวแสยะยิ้มเล็กน้อย 

               “อ๋อ..จ้างนักฆ่าไว้ด้วยสินะ แต่ไอ้ไก่อ่อนพรรค์นี้น่ะฆ่าฉันไม่ได้หรอกนะ”  กิลเบิร์ตเผยยิ้มเช่นเดียวกันขณะที่ควักมีดออกมาพร้อมต่อสู้ 

               “ดีนะไอ้บ้านั่นมันพูดให้ระวังตัวไว้ ฉันถึงได้ใช้อีกมือพร้อมที่จะหยิบมีดออกมาตลอด ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะได้แผลลึกกว่านี้ก็ได้มั้ง” 

               ร่างบางของอีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่พูดอะไร มีเพียงเสื้อกันหนาวบางๆสีดำพร้อมผ้าปิดปากเล็กๆ ก่อนจะกิลเบิร์ตจะเป็นฝ่าย เข้าโจมตีอีกฝ่ายก่อน  

               รอยเชือดเฉือนที่เกิดขึ้นบริเวณแขนและร่างกายของอีกฝ่าย แสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นของกิลเบิร์ตกับอีกฝ่าย กิลยิ้มร่าก่อนจะถาโถมทุกอย่างใส่อีกฝ่ายอย่างสะใจ 

               “เนี่ยนะ..ที่แกมั่นใจนักหนา เอาไว้ฉันฆ่าเจ้านี่เสร็จแกก็รายต่อไปล่ะวะ” กิลเบิร์ตสะบัดมีดเตรียมที่จะสังหารอีกฝ่าย เขาเฉือนตั้งแต่ช่วงอกเสยขึ้นไปจนถึงใบหน้า แต่อีกฝ่ายถอยหลังออกเล็กน้อยจึงทำให้เสื้อกันหนาวบางๆขาดเป็นรอยพร้อมผ้าปิดปากที่บัดนี้ขาดสะบั้นร่วงสู่พื้น และพริบตานั 

               กริ๊ง.. 

               เสียงของสร้อยคอของอีกฝ่ายที่ถูกเฉือนตกกระทบลงสู่พื้น เบื้องหน้าของกิลเบิร์ต เขาเห็นแหวนปีกนกที่เขาคุ้นเคยค่อยๆร่วงสู่พื้นขณะที่สบตากับร่างบางตรงหน้าที่ขณะนี้เป็นหญิงสาวที่เขาไม่ได้พบมาเสียนาน..  

               เสี้ยววินาทีนั้นกิลเบิร์ตเหมือนถูกมนต์สะกด เขาตกใจกับภาพตรงหน้าเป็นอย่างมากจนเผลอเรียกชื่อเธอออกมา 

               “ย..ยู” 

               เปรี้ยง! 

               อีกฝ่ายใช้ปืนในมือที่ช่วงชิงจากวินาทีเมื่อครู่ยิงที่ท้องของกิลเบิร์ตอย่างรวดเร็ว 

               วินาทีที่ความเจ็บปวดแผ่พุ่งสู่ร่างกายของกิล..มีอีกความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจของเขาเช่นเดียวกัน  

               ‘อึก..’  

               เขาไม่สามารถเอ่ยคำใดๆออกมาได้ ได้แต่กระอักเลือดออกมาเล็กน้อยและล้มลง 

               ‘ยู..’ 

               ภาพของน้องสาวที่น่ารักของเขา ที่จะคอยจับแขนของเขาอยู่เสมอในช่วงเวลาที่เธอหวั่นไหวหรือหวาดกลัว และเป็นเธอคนเดียวกัน ที่เขาสาบานว่าจะปกป้องและรักษาให้ดีที่สุด บัดนี้เธอคนเดียวกันกลับเป็นคนที่ลั่นไกใส่เขา 

               ‘จบแล้วสินะ..’ 

               ภาพของกิลเบิร์ตที่ร่างล้มลงนอน น้ำตาที่ไหลอาบแก้มที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดก่อนที่ภาพสุดท้ายของเขาจะเลือนหายไป 

ความคิดเห็น