facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จีบ ครั้งที่ 19 : ทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง

ชื่อตอน : จีบ ครั้งที่ 19 : ทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2563 22:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จีบ ครั้งที่ 19 : ทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง
แบบอักษร

 

 

 

เช้าวันสดใสมีคนตัวเล็กนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงคนเดียว โดยที่เจ้าของห้องลุกขึ้นจากที่นอนไปตั้งแต่เช้ามืด

แต่ด้วยความที่เวลานี้เป็นเวลาที่คนน่ารักตื่นนอนเป็นประจำคล้ายเหมือนว่าร่างกายมันจะจำได้ จึงทำให้ตื่นขึ้นมาโดยที่ไม่ต้องมีอะไรเป็นตัวกระตุ้น

จริง ๆ คนน่ารักมักจะขี้เซา แต่เวลาอยู่แปลกที่แปลกทาง ร่างกายมักจะปลุกตนเองให้ตื่นขึ้นอัตโนมัติ

"อื้อ นุ่มจัง" ค้ำคูณเอ่ยร้องออกมาเมื่อรู้สึกสบายตัว

หือ แต่ในระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินไปกับเตียงนอนได้ไม่เท่าไหร่ ก็ต้องรู้สึกแปลกใจขึ้นมา เพราะตอนแรกคูณนอนหลับไปตรงพื้น แล้วทำไมตื่นขึ้นมาคูณถึงมานอนที่เตียงได้กัน

แกร๊ก ๆ ค้ำคูณเกาหัวตนเองด้วยความงงงวย

แอ๊ด

ความสงสัยยังไม่ได้ถูกคลี่คลาย ประตูห้องน้ำก็เปิดออกมาพร้อมตัวของข้ามฟ้า เมื่อค้ำคูณเห็นข้ามฟ้าจึงรีบลุกขึ้นมาจากที่นอนของเจ้าของห้อง แต่ด้วยความที่ลุกเร็ว จึงทำให้ปวดเมื่อยแถว ๆ ต้นคอทันที "อื้อ"

เสียงร้องของคนน่ารักทำให้คนที่กำลังแต่งตัว หันมามองด้วยความเป็นห่วง แต่ตอนนี้สมบทนางงอลอยู่ จึงหันกลับไปแต่งตัวตามเดิม โดยที่ไม่ถามไถ่ออกไปสักคำ

"ปวดคอจัง" ปึก ๆ ค้ำคูณกำมือเป็นกำปั้นน้อย ๆ ขเพื่อนำไปทุบที่หลังคอบริเวณที่ปวด

"ตื่นแล้วก้ไปอาบน้ำ จะได้ไปมหาวิทยลัย"

สุดท้ายฟ้าก็ยอมพูดกับคูณด้วยน้ำเสียงที่มันดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ถึงมันจะยังคงความเย็น ๆ นิดนึงก็ตาม แต่แค่นี้ก็ดีมากแล้ว แค่นี้ก็ทำให้คูณอุ่นใจแล้วครับ

"อื้อ เราจะรีบไปอาบเลย" สิ้นเสียงค้ำคูณจึงรีบคลาน ๆ ลงเตียงอย่างรวดเร็ว เมื่อเท้าแตะพื้น จึงวิ่งไปคว้าผ้าเช็ดตัวที่อยู่ในมือของข้ามฟ้า จากนั้นจึงวิ่งเข้าไปอาบน้ำทันที

ข้ามฟ้ามองตามคนตัวเล็กที่วิ่งดุ๊กดิ๊ก ๆ ด้วยความร่าเริง จึงส่ายหัวออกมาด้วยรอยยิ้ม ๆ เบา ทำตัวเป็นเด็กไปได้ ค้ำคูณโตพอที่จะมีแฟนแล้วนะ

 

หลังจากที่ค้ำคูณวิ่งหายไปในห้องน้ำประมาณ 15 นาที จึงเดินออกมาด้วยความสดใส เพราะตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมาอีกเท่าตัว คูณว่าอีกไม่นานหรอกฟ้า ต้องหายงอลคุณแน่นอนเลย อือ

"ยืนยิ้มอะไร รีบแต่งตัว เร็ว!"

"อะ…โอเค จะเสียงดังใส่เราทำไมอะ พูดกับเราดี ๆ ก็ได้" ค้ำคูณพูดออกไปด้วยเสียงหงอย ๆ ความร่าเริงในเมื่อครู่มันหายไปทันตา

"เฮ้อ" ข้ามฟ้าถอนหายใจออกมาโดยที่ไม่พูดอะไรอแกไป จากนั้นจึงหันหลังเดินออกไปจากห้องนอน

"คูณมันน่าเหนื่อยใจขนาดนั้นเลยหรอ มะ…มันก็แบบนี้แหละคูณ ฟ้าเขายังงอลอยู่ สู้ ๆ ค้ำคูณพยายามพูดเพื่อปลอบใจขอวตัวเองที่มันอ่อนแอเวลาอยู่กับฟ้า"

"เสร็จยัง!!" เป็นเสียงของข้ามฟ้าที่ตะโกนดังลั่น จนทำให้คนที่อยู่ในห้องห้องสะดุ้งไปตามเสียงของคนข้างนอก

แอ๊ด

"เสร็จแล้ว มาแล้ว"

"ไป" ข้ามฟ้าพูดเสร็จ จึงเดินออกไปโดยที่ไม่รอคนข้างหลังเลยสักนิด

"รอเราด้วย" แต่เสียงนี้คงส่งไปไม่ถึงฟ้า ในเมื่อเจ้าตัวเดินออกไปไกลขนาดนั้นแล้ว ปกติเวลาเดินไปนมาไหน ฟ้าจะหยุดยืนรอคูณตลอด

จนคูณเดินไปทันเขาฟ้าจึงเริ่มออกเดิน แต่การที่ฟ้างอลในครั้งนี้อะไร ๆ มันก็ดูเปลี่ยนไปหมดเลยเนาะ  เอาจริง ๆ คูณก็ไม่รู้หรอกว่าฟ้าทำอะไรให้คูณบ้างตลอดเวลาที่เรารู้จักกันมา

เพราะคูณเคยได้แต่รับ โดยที่ไม่มอบอะไรกลับไปให้ฟ้าบ้างเลย เป็นเพราะฟ้าที่เข้ามาทำให้คูณเคยตัว พอในเมื่อไม่มีเขามาทำให้เหมือนเดิมคูณ ก็มักจะนึกถึงภาพที่เขาคอยทำนู้นทำนี่ให้เสมอ

ค้ำคูณจึงเริ่มก้าวขาออกไปอย่างช้า ๆ เพราะต่อให้ก้าวไวแค่ไหนก็ไม่ทันคนข้างหน้าอยู่ดี อืม มันเป็นแบบนี้เองสินะ การที่เราเดินมองหลังของใครสักคนที่เราไม่สามารถคว้าไว้ได้ ถึงอยากจะดึงเอาไว้แค่ไหนก็ตาม              

 

ลานจอดรถ

"ทำไมถึงช้า ฟ้ารอนานมากเลยรู้ไหม!" ข้ามฟ้าถามออกไปด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ

"ขะ…ขอโทษ" ค้ำคูณทำอะไรไม่ได้นอกจาก้มหน้าลงและเอ่ยคำขอโทษออกไป อึก อย่าร้องไม่ร้องสิคูณ อึก

ข้ามฟ้ามองคนตรงหน้าที่กำลังทำหน้าเศร้า หัวใจของผมมันก็รู้สึกเจ็บขึ้นมากะทันหัน เอาจริง ๆ ผมก็ไม่อยากที่จะใจร้ายกับเขาหรอก เพราะผมเองก็ทนไม่ไหวเหมือนกันที่เห็นเขาต้องมีน้ำตาเพราะผม

แต่นี่ถือว่าเป็นวิธีพิสูจน์ตัวเองของผมก็ได้ ที่ผมทำแบบนี้ เพระผมอยากจะรู้ว่า ถ้าเกิดในตอนนั้นมีคนที่เข้ามาทำให้เขามีความสุขและยิ้มได้มากกว่าตอนที่อยู่กับผม ผมพร้อมที่จะปล่อยเขาไปหรือเปล่า ถ้าเกิดเขาหายไปจริง ๆ ผมจะทนได้ไหม

ตอนนี้ผมเริ่มรู้คำตอบแล้ว แต่ขอผมค้นหามันต่ออีกสักนิด ขอให้ฟ้ามั่นใจกว่านี้หน่อยนะ ช่วยอยู่ตรงนี้อย่าพึ่งหายจากกันไปไหนได้ไหม

"ขึ้นรถ" ข้ามฟ้าเริ่มรู้ตัวว่าเสียงของตัวเองมันมีอิทธิพลกับจิตใจของค้ำคูณ จึงทำการลดเสียงลงมาให้มันกลับเป็นปกติ

"อะ…อื้อ" ค้ำคูณก้าวขาขึ้นรถตามที่ข้ามฟ้าบอก

"จับดี ๆ" ข้ามฟ้าหันไปบอกคนข้างหลังให้หาที่จับ เพราะเจ้าตัวจะเริ่มออกเดินทาง ในเมื่อข้ามฟ้ามั่นใจแล้วว่าค้ำคูณไม่ตกแน่นอน จึงเริ่มออกเดินทางไปมหาวิทยาลัย

 

บรึ้นนนนน

ข้ามฟ้าพุ่งไปยังถนนสายหลัก ถนนสายความรัก เมื่อตอนจีบกันในครั้งแรกผมเป็นคนพาเขามาทั้ง ๆ ที่ไม่เคยพาใครมา

จนตอนนี้ตอนที่เราไม่เข้าใจกันก็เป็นผมอีกนั้นแหละ ที่เป็นคนพาเขามาถนนสายนี้อีกครั้ง หวังว่ามันจะผ่านไปด้วยดีและนับต่อจากนี้คงจะมีแต่ความสุข ถ้าเราทั้งคู่ต่างก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้

บรึ้นนนนน

 

มหาวิทยาลัย

บรึ้นนนน และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผู้คนมองตามรถของฟ้า ตลอดทางที่ฟ้าขับเข้าไปจอดที่หลังคณะที่เดิม ในความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม

เมื่อถึงที่หมายค้ำคูณจึงก้าวรถลงทันทีโดยที่ไม่ต้องให้คนข้างหน้าเป็นคนสั่ง เพราะไม่อยากเจอน้ำเสียงห้วน ๆ แบบนั้นอีกเพราะคูณคงรับไม่ไหว

ถึงความรู้สึกในตอนนี้มันยังอึดอัดอยู่บ้าง แต่ก็คงไม่เท่าสายตาของผู้คนที่มองมา เหมือนเดจาวู

"ไป"

 

หมับ

ข้ามฟ้าเอ่ยออกไป พร้อมกับเอื้อมมือไปจับข้อมือของคนข้างหลังแล้วดึงให้เดินตาม

'อึก ฟ้า' ค้ำคูณมองไปยังข้อมือที่ถูกกุมไว้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย อย่างน้อย ๆ ฟ้าก็ไม่ปล่อยให้เราเผชิญความอึดอัดนี้เพียงคนเดียว ตามที่เขาเคยพูดเอาไว้

"ไม่ต้องกลัว เลิกสั่นได้แล้ วมีฟ้าอยู่ตรงนี้จะกลัวอะไร"

อึก "ขอบคุณนะ"

คนน่ารักเอ่ยออกไปด้วยน้ำตาที่มันเอ่อล้นรอบดวงตา

"อืม ทนอีกนิดจะถึงแล้วอีกไม่กี่ก้าว"

ค้ำคูณไม่ได้พูดตอบอะไรออกไป นอกจากปิดปากเงียบเมื่อน้ำตาที่มันเอ่อล้นไหลลงมา ในเมื่อมันไหลลงมา ค้ำคูณจึงยกมือของตนเองขึ้นไปเช็ดน้ำตาอย่างเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้คนข้างหน้าได้ยิน อึก

 

คณะอักษรศาสตร์

"ถึงแล้ว ตอนเย็นไปรอฟ้าที่ลานจอดรถ ฟ้าขอตัวไปก่อน"

"อื้อ"

ข้ามฟ้าพูดจบจึงหันหลังเดินออกไปทันที จนทำให้คนที่ยังอื่นอยู่ตอนนี้มองตามออกไปด้วยสายตาเศร้า ๆ

 

หลังจากที่ข้ามฟ้าเดินหันหลังออกมา จึงก้าวขาเดินไปยัง โรงอาหารคณะที่นัดกับไอ้แมนและเมฆเอาไว้ เห็นมันบอกมีอะไรจะบอกเรื่องของค้ำคูณ

แค่ได้ยินชื่อของเขาใจของผมมันก็บินไปอยู่ที่โรงอาหารแล้วทั้ง ๆ ที่ตัวผมยังเดินไปไม่ถึง เป็นเอามากนะมึงไอ้ใจ หึ

ใช้เวลาเดินไปไม่นาน สุดท้ายก็มาถึงที่นัดหมาย เมื่อมาถึงแล้ว ข้ามฟ้าจึงเดินเข้าไปนั่งโต๊ะตัวที่พวกมันนั่งอยู่

พรึบ

"ไหนมีเรื่องอะไรของค้ำคูณจะบอกกู" เมื่อนั่งเสร็จข้ามฟ้าไม่รอช้าจึงเริ่มเปิดประเด็นในวันนี้ ที่เราจะมาคุยกันทันที

"ใจเย็น ๆ ก่อนที่กูจะบอก กูอยากถามว่า...มึงคืนดีกับค้ำคูณแล้วหรือยัง" แมนถามออกไปด้วยเสียงจริงจัง

"ยัง กูยังมีอะไรหลาย ๆ เรื่องที่ต้องการความแน่ใจ"

"ไอ้ควายจะใจแข็งไปไหน ถ้าเสียเขาขึ้นมากูจะไม่ปลอบมึงเลย"

"เออ ๆ มีไรจะพูดก็พูดมา"

"บอกตามตรงกูอยู่ข้างค้ำคูณ"

"แต่มึงเป็นเพื่อนกูนะ"

"แล้วทำไม ก็ดูสิ่งที่มึงทำกับเขาสิ เขาผิดมากเลยหรอถึงต้องทำร้ายใจกันขนาดนี้ แค่มึงพูดถามออกไปเรื่องทุกอย่างคงไม่บานปลายมาถึงขนาดนี้"

เมื่อเพื่อนเริ่มพูดข้ามฟ้าจึงนั่งเงียบยอมรับฟังในสิ่งที่มันพูดออกมาทั้งหมด เพราะมันถูกทั้งหมดที่ไอ้แมนพูดออกมา จึงไม่มีขเอโต้แย้งใด ๆ ออกไป

"มึงรู้รึเปล่าว่าเมื่อคืนตอนมึงเมา มึงก็ร้องเรียกหาแต่เขา ร้องอยู่นั่น กูจะพากลับก็บอกว่าไม่กลับจะรอให้ค้ำคูณมารับ กูก็หมดหนทางที่จะพามึงกลับกูเลยทักไปหาเขาเพื่อให้มารับมึงกลับ"

"ห๊ะ!! เขาเป็นคนมารับกูหรอวะ แล้วเขามายังไงไอ้แมน เขามายังไง ทั้ง ๆ ที่ทางก็เปลี่ยวแบบนั้น ไอ้แมน!!"

ข้ามฟ้าตะโกนออกไปเสียงดังลั่น จนทำให้คนที่อยู่ภายในโรงอาหารมองมาเพราะคิดว่ามีอะไร แต่ในเมื่อไปมีอะไรผู้คนจึงหันกลับไปกินข้าวของตัวเองต่อ

"ใจเย็น ๆ ไอ้สัส" เมฆพูดออกมา

"มึงคิดว่าเขาจะมายังไงล่ะ! เขาก็วิ่งมาสิวะ เพราะเขาบอกว่ารถไม่มีผ่านแล้วเขาก็ขับรถไม่เป็น มึงรู้ไหมสิ่งที่เขาตอบกลับมาเมื่อกูถามว่าทำไมไม่ยืนรอรถ เขาตอบมาว่า กลัวมึงรอนานแล้วมึงจะเป็นอะไรไป เขาเป็นห่วงมึงขนาดนี้ แล้วมึงยังจะใจร้ายกับเขาได้ลงอีกหรอวะ ไอ้ข้าม ห๊ะ!! "

ข้ามฟ้าหลังจากได้ฟังสิ่งที่เพื่อนเล่ามาทั้งหมด ก็นั่งเงียบจมอยู่กับตัวเอง โดยที่ไม่ขยับไปไหนหลายนาที

"นะ…นี่กูทำอะไรลงไปวะ กูทำให้เขาเสียใจตั้งมากมายทั้ง ๆ ที่เขาพยายามที่ทำจะทำทุกอย่างให้กูในวันที่กูไม่มีสติ ทั้ง ๆ ที่เขาต้องลำบากขนาดนั้น เพื่อออกมาหากูทั้ง ๆ ที่เขาอึดอัดกับการอยู่ในที่ที่มีคนเยอะ แต่เขาก็ยังออกจากเซฟโซนของตัวเอง เพื่อมารับคนอย่างกู กูแมร่งโกรธตัวเองฉิบหายเลยว่ะ"

ข้ามฟ้าพูดออกมาด้วยความรู้สึกผิดทั้งหมดที่มันมากองรอมอยู่ด้วยกันเมื่อมันพร้อมที่จะระเบิดทีเดียว

"อะไรที่มันผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วไป แต่ตอนนี้มึงควรที่จะไปคืนดีกับเขาได้แล้ว กูรู้ว่ามึงไม่ได้โกรธเขาแล้ว แต่มึงก็ยังคงสร้างกำแพงให้ตัวเอง เพราะมึงไม่กล้าที่จะก้าวออกไป เพราะกลัวมันจะจบแค่คำว่าเขาไม่ได้รักมึง มึงคิดว่าการที่เขาให้มึงเป็นคนพิเศษของเขาขนาดนี้ เขายอมพูดกลับมึงคนเดียวเพราะเขาไว้ใจมึง ต่อให้คนเข้ามาอีกมากมายเท่าไหร่ เขาก็ยังคงที่จะพูดแค่กับมึงคนเดียว มึงยังคิดว่าเขาไม่ได้ชอบมึงอีกหรอวะ"

นี่คงเป็นประโยคที่เมฆพูดยาวที่สุด เพราะอยากที่จะเตือนสติเพื่อนคนนี้ของผมที่มันโครตอ่อนให้เรื่องความรักเลย มันก้เหมือนตัวผมนี่แหละที่โครตกระจอกับความรู้สึกของตัวเอง

"ตะ…แต่เขาไม่เคยบอกชอบกู"

"มึงคิดว่าคนอย่างค้ำคูณที่แม้แต่จะใช้โทรศัพท์เขายังใช้ไม่ค่อยจะเป็น แล้วเขาจะเข้าใจในความรู้สึกของเขาที่มีต่อมึงไหมวะ เลิกโง่สักทีกุขี้เกียจลากจูง"

หลังจากที่ข้ามฟ้าคิดตามที่เพื่อนบอกมาสักพัก ก็ทำให้มีแสงไฟฉายขึ้นมาในความืดมนทั้งหมดของหัวใจ

"มันก็จริงอย่างที่มึงพูด ขอบใจพวกมึงมากที่มาช่วยดึงกูขึ้นจากโคลนตม ถ้าเกิดว่าเขาก็รู้สึกดี ๆ ให้กัน กูก็คิดมาสักพักแล้วว่าถ้ามันถึงเวลาที่เหมาะสม กูจะขอเขาเป็นแฟน แต่เวลานี้นี่แหละที่มันจะเหมาะสมที่สุด

"มึงก็ไปหาเขาที่คณะตอนนี้เลยดิ เดี๋ยวกูกับไอ้เมฆไปเป็นพยายานรักให้"

แมนพูดออกมาด้วยความกระตือรือร้น เพราะเพื่อนจะมีแฟน แถมยังเป็นคนแรกของกลุ่มที่จะไม่โสดอีกต่อไปแล้ว

"ใจเย็น ๆ น่า ไอ้แมน คนอย่างกู ถ้าจะขอเป็นแฟนทั้งที มันจะให้ธรรมดาได้ไงวะ กูจะถือโอกาสนี้ขอโทษเขา ที่ทำให้เขาต้องเสียใจ จากนั้นกูก็จะขอเขาเป็นแฟน แต่การที่กูจะมีแฟนสักคน คนทั้งมหาวิทยาต้องจดจำ ให้มันเป็นตำนาน เมื่อกูจบไปแล้วเขาก็ยังพูดถึงกันปากต่อปาก วันนี้พวกมึงไม่ต้องเข้าเรียนแล้ว ไปช่วยกูเตรียมความยิ่งใหญ่นี้ ไปเว้ย

 

 

ระวังหัวใจเอาไว้ ๆ ดี ถ้าไม่ประคองเอาไว้ระวังมันจะตกลงไปถึงตาตุ่มล่ะ

 

 

 

 

เข้ามาพูดคุยกัน ได้ที่เฟซบุ๊ก : นักเขียน หน้าใหม่ ได้นะคะ

สามารถเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ โดยใช้

#จีบคุณด้วยจดหมาย

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyツ

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ

ความคิดเห็น