saimai

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 เหมือนแรกฝัน (100%)

ชื่อตอน : บทที่ 6 เหมือนแรกฝัน (100%)

คำค้น : สายไหม, ความรัก, หวานซึ้ง, โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 38

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2563 10:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 เหมือนแรกฝัน (100%)
แบบอักษร

อักษราภัคกลับมาถึงที่เรือนชานเมื่อหยิบกำไลขึ้นมาดู หวนคำนึงจิตประหวัดย้อนไปคิดถึงเหตุการณ์หน้าลำคลองที่ได้พบพานกับพระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติอีกครั้งจนทำให้บ่าวไพร่คนสนิททนไม่ไหวเอ่ยปากทัก

“อย่าเสียงดังไปเดี๋ยวเจ้าคุณพ่อจักรู้เข้า พวกเจ้าและฉันเองจักถูกเฆี่ยนหลังลาย มิกลัวหรือกระไรกัน” อักษราภัครีบเอ่ยปากเตือน

       “มิมีใครกล้าแพร่งพรายเรื่องนี้ดอกเจ้าค่ะแม่หญิง ผู้คนริมน้ำแถวนั้นต่างก็รักนับถือแม่หญิง จะมีใครกล้านำเรื่องเสื่อมเสียไปเล่าให้ท่านเจ้าคุณฟังได้ล่ะเจ้าคะ? อีกอย่างเรื่องก็ผ่านไปนานนมแล้วป่านนี้ก็คงจะลืมกันเสียสิ้น”

     “กำแพงมีหู ประตูมีช่อง อย่าได้ลำพองใจไป ปากมากจักนำมาถึงความพินาศในวันหน้า มีคนรักก็ย่อมมีคนชัง ฉันกลัวใจอยู่ว่าจะมีใครคิดร้ายจักไปแจ้งให้เจ้าคุณพ่อทราบ ถ้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงฉันไม่กลัวดอก แต่เกรงว่าจักมีคนเอาเรื่องไปใส่สีตีไข่บิดเบือนให้เป็นประโยชน์แก่คนที่คิดร้ายทำลายชื่อเสียงและหน้าที่การงานของท่านพระยา ฉันมิอยากสร้างความลำบากให้ท่านและยอมมิได้ มิเช่นนั้นคงถูกตีหน้าว่าเป็นคนอกตัญญูเป็นแน่”

       “ด้วยเหตุนี้ใช่ไหมเจ้าคะที่แม่หญิงไม่ยอมบอกชื่อเสียงเรียงนาม และหลบเลี่ยงไม่ให้ท่านพระยาเจอเกือบเดือนจนกระทั่งมาเจอกันโดยบังเอิญในวันเพ็ญเต็มดวงคืนนี้”

       “ฉันกลัวใจเสียเหลือเกินว่าท่านพระยาจักต้องเดือดร้อนที่ช่วยชีวิตของฉันเอาไว้ในวันนั้น ทั้งที่ท่านทำลงไปเพราะความหวังดี ฉันเองก็ได้แต่หวังว่าเพลานี้ทุกคนจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปเสียสิ้นและไม่มีใครวิ่งโร่ไปรายงานเจ้าคุณพ่อก็พอ”

       “พวกบ่าวจะคอยสอดแนมไม่ให้ใครได้มีโอกาสรายงานรู้ไปเข้าถึงหูของท่านเจ้าคุณเจ้าค่ะ”

       “งั้นก็ดีแล้ว ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด ช่วยเตรียมของให้ฉันที ฉันจักลงมือทำขนมเอง”

       “เครื่องสำหรับขนมเสน่ห์จันทร์นะฤๅเจ้าคะ?”

       “ใช่ และเครื่องสำหรับทำจ่ามงกุฎด้วย”

       “จ่ามงกุฎฤๅเจ้าคะ? หรือว่าท่านเจ้าคุณกำลังจักมีข่าวดี?”

       “อย่าได้สู่รู้ไป จงไปจัดการเถอะตามที่ฉันขอ” อักษราภัค อมยิ้มน้อยๆ ตั้งใจทำขนมพิเศษให้กับบิดาเพื่อฉลองให้ท่านที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากพระศรีมหโสถ์ เจ้ากรมแพทย์หน้าขึ้นเป็นออกญาแพทยพงษาวิสุทธาธิบดี อะไภยพิรียบรากรมพาหุ จางวางแพทยาโรงพระโอสถซึ่งเป็นศักดินาสูงสุดสำหรับข้าราชการฝ่าย หมอหลวงหลังจากที่ท่านรับใช้ทำตามหน้าที่มาเป็นระยะเวลานาน

       “หรือว่าท่านเจ้าคุณจักขึ้นเป็นออกญา ถ้าเช่นนั้นแม่หญิงคงต้องเตรียมตัวเสียแล้วกระมัง”

       “ปากมากกล้าดีใหญ่แล้ว เจ้าเงียบเสียเถิดแล้วไปทำตามที่ฉันขอก็พอแล้ว”

       อักษราภัคตั้งอกตั้งใจทำขนมเสน่ห์จันทร์และน้ำปรุงเป็นอย่างดีและไม่ลืมใส่ดอกชมนาดลงไปเป็นส่วนผสมด้วย เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็หยิบจัดใส่ภาชนะจัดเตรียมไว้อย่างสวยงามเคียงคู่ไปกับข้าวของที่จะนำไปทำบุญที่วัดจงกลมต้นน้ำตามกำหนดการที่จะถึงนี้ แต่ก่อนที่จะขนขบวนกันไปที่วัดก็สวนเข้าให้กับบิดาที่กำลังจะไปเข้าเฝ้าและว่าราชการตามหน้าที่

       “เจ้าคุณพ่อกำลังจักไปแล้วหรือเจ้าคะ?”

       “ใช่แล้ว ว่าแต่แม่ภัคกำลังจักไปวัดเช่นนั้นฤๅ วันนี้เกิดกระไรขึ้นทำไมขบวนไปวัดถึงได้ใหญ่โตนัก?”

       “ลูกอยากจักทำบุญใหญ่ให้เจ้าคุณพ่อฉลองที่พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าคุณพ่อขึ้นเป็นออกญาแพทยพงษาวิสุทธาธิบดีฯ นะเจ้าค่ะ” อักษราภัคแย้มยิ้มด้วยความดีใจรู้สึกปลาบปลื้มเป็นยิ่งนักที่บิดาของนางมีบุญวาสนาถึงเพียงนี้

       “พ่อเข้าใจเจ้าแล้วแม่ภัค แต่อยากจักเตือนว่าอย่าได้ตีฆ้องร้องเปล่าให้เอิกเกริกไป คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ ได้ดีกินบุญวาสนาคนเขาก็นำพา แต่ยามล่มจมบุญหายคนเขาจักเกลียดเป็นร้อยเท่าพันเท่า แม่ภัคเข้าใจที่พ่อพูดหรือไม่?”

       “เข้าใจเจ้าค่ะ ลูกไปวัดจงกลมต้นน้ำบ่อยอยู่แล้ว คงมิมีใครสงสัยดอกเจ้าค่ะว่ามาทำบุญในครานี้เพราะว่ากระไร ลูกจักไม่พูดมากหรือเอื้อนเอ่ยสิ่งใดให้กลับมาระคายหูของเจ้าคุณพ่อแน่เจ้าค่ะ”

       “ไปดีมาดีเถิดลูก”

       “ขอบพระคุณค่ะเจ้าคุณพ่อ”

       อักษราภัคและขบวนบ่าวไพร่เดินทางมาถึงที่วัดต้นน้ำและทำบุญตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้จนเสร็จเรียบร้อย แต่ไม่ว่าหญิงสาวจะเหลือบมองไปทางไหนก็ไม่เห็นวี่แววของพระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติจนรู้สึกว่าบางทีเขาอาจจะลืมไปเสียสิ้นแล้วก็เป็นได้

       “แม่หญิงเจ้าคะ จักทำเยี่ยงไรดี จักรอท่านพระยาต่อหรือว่าจักเตรียมตัวกลับเจ้าคะ?”

       “พวกเราออกเดินทางกลับกันเถอะ ใครเขาไม่มาก็ช่าง แต่พวกเรามีเรือนที่ต้องกลับ” อักษราภัคเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เดินนำขบวนบ่าวไพร่ออกไปข้างหน้าไม่หันกลับไปมองอีกเลยว่า พระยาหนุ่มจะมาถึงที่นั่นหรือไม่อย่างไร   

      “เวลาผันผ่านพ้น เร็วไว

       รักพี่มิคอยใคร เชื่องช้า

       แม้มีกลิ่นยวนใจ ชูช่อ

สวาทเปลี่ยนแล้วไซร้ ร่ายสิ้นร่วงโรย”

สายไหม

 

 

 

ผลงานอีบุ๊กของไหมทุกเรื่องดาวน์โหลดที่ meb ได้เลยค่ะ  

ความคิดเห็น