ปลาเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ยกที่1 สเปค

คำค้น : นิยาย,Yaoi,เคะแมน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2561 23:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ยกที่1 สเปค
แบบอักษร

บางที การเรียนต่างถิ่นอาจเปิดโอกาสหลายๆ อย่างให้กับตัวเอง เจอเพื่อนใหม่ พบสังคมใหม่ เปลี่ยนสภาพแวดล้อมไปจากเดิม ที่สำคัญ ผมสามารถหลบหนีสายตาของปู่ได้ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

ผมเป็นหนุ่มเหนือ บ้านอยู่เชียงใหม่ ระเห็จตัวเองมาเรียนมหาลัยที่กรุงเทพ ด้วยความที่ไม่เคยอยู่ที่กรุงเทพมาก่อน ผมเลยเลือกพักหอในของทางมหาลัย เอาไว้อยู่ไปสักพักรู้จักที่ทางค่อยย้ายไปอยู่หอนอก

ทั้งที่ปู่เลิกยุ่งกับผมไปนาน พอรู้ข่าวว่าผมจะไปเรียนกรุงเทพ ท่านถ่อสังขารมาหาพ่อผมถึงบ้าน ดุว่าพ่อผมใหญ่ทำไมถึงปล่อยให้เด็กมีปัญหาอย่างผมไปอยู่ไกลหูไกลตา เกิดทำเรื่องแย่ๆ ขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ผมไม่ได้เลือกมหาลัยโดยไม่ปรึกษาครอบครัว เราคุยกันเรียบร้อยว่าผมขอไปอยู่ไกลบ้านเพราะผมอึดอัดเวลาอยู่ที่นี่

พ่อกับแม่ผมเข้าใจเลยอนุญาต ดังนั้นการที่ปู่มาโวยวายไม่ช่วยอะไรเลย สุดท้ายแล้วผมยังเลือกที่จะมาเรียนกรุงเทพอยู่ดี

เพราะเกิดปัญหาพวกนี้ ผมเลยเข้าหอช้ากว่ากำหนดไปหลายวัน ระหว่างยืนสะพายเป้อยู่หน้าประตูห้อง หวังว่ารูมเมทจะไม่ใช่พวกคุยด้วยยากนะ พอดีผมมีรสนิยมที่พิเศษกว่าคนอื่นนิดหน่อย พอเจอกันจริงๆ สิ่งที่ผมกังวลตัดทิ้งไปได้เลย

รูมเมทของผม ปอนด์ เป็นผู้ชายร่างเล็ก ตัวเล็ก หน้าละอ่อน ทีแรกผมเข้าใจผิดนึกว่าเป็นเด็กมัธยมมาอยู่หอเป็นเพื่อนพี่ชายอะไรซะอีก พอดูดีๆ ไม่น่าจะใช่ ผมบังเอิญไปเจอหนังสือที่อีกฝ่ายวางไว้ พอหยิบขึ้นมาดูชัดเลย เขาเรียกว่าอะไรนะ วาย? สาววาย? เป็นผู้ชายต้องเป็นหนุ่มวายสินะ กลุ่มคนที่ชอบอ่านอะไรเกี่ยวกับชายรักชาย ผมเองก็มีผ่านตามาบ้างแต่ไม่สนใจเท่าไหร่

พอดีผมไม่ใช่หนุ่มวาย แต่เป็นเกย์...

ผมยิ้มให้กับอาการตกใจเหมือนเด็กของเขา บอกเขาว่าไม่เป็นไรผมรับเรื่องแบบนี้ได้ จะไม่ได้ยังไง ผมไม่ใช่แค่จิ้นแต่เป็นเองเลยต่างหาก แม้จะน่าเสียดายนิดหน่อยที่ไม่มีผู้ชายในสเปคเป็นเพื่อนร่วมห้อง ปอนด์เองก็ไม่เลว น่ารักดี

ด้วยความที่ผมมีเพื่อนนิสัยคล้ายปอนด์เลยเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งผมได้พบเจ้าของรูมเมทคนนี้ เขาเป็นชายร่างสูงโปร่งวัยทำงาน อินเมจเพอร์เฟคแมน สาวคนไหนเห็นไม่มองเหลียวหลังแสดงว่าสาวคนนั้นเป็นเลสเบี้ยนแล้วล่ะ

แวบแรกที่เขามองผม แม้เราไม่ทักทายเป็นคำพูดแต่เข้าใจตรงกันว่า เรามีรสนิยมแบบเดียวกัน เคยได้ยินคำนี้มั้ยครับ ผีเห็นผี ลับหลังปอนด์เขาให้อีเมลล์กับเบอร์ผมไว้ บอกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับปอนด์สามารถโทรเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผมเคยถามนะ ทำไมไม่พากลับไปอยู่ด้วยเลย รู้สึกพี่ชายท่านนี้จะมีคอนโดส่วนตัวอยู่

เขาเพียงส่ายหัวยิ้มและพูดกับว่าผม มันยังไม่ถึงเวลา เอาเถอะ ผมเคยดูแลเพื่อนมาก่อน จะเปลี่ยนคนมาดูแลปอนด์ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ที่สำคัญเฮียเฟย์เขาทำขนมอร่อยมาก เราชอบทำอาหารเหมือนกันทั้งคู่ยิ่งคุยถูกคอเข้าไปใหญ่ แต่ผมไม่นึกพิศวาสหรอกนะ ไม่ใช่สเปคครับ อีกอย่าง ผมถือคติไม่ยุ่งกับคนมีแฟนแล้ว ถึงทั้งคู่ยังไม่คบกัน แต่ท่าทางแบบนี้คงอีกไม่นานเกินรอ

แล้วมันก็จริงอย่างที่ผมคิด อยู่หอในไม่ทันครบปี ปอนด์ต้องย้ายออกไปอยู่กับพี่ชาย เจ้าตัวบอกว่ามีเพื่อนต่างคณะจะย้ายมาอยู่แทน คนนั้นนิสัยดีต้องเข้ากับผมได้แน่

คนที่จะมาเป็นเพื่อนกับปอนด์ได้ต้องผ่านการแสกนจากเฮียเฟย์ซึ่งเป็นพี่ชายควบตำแหน่งว่าที่คนรัก ถ้าเฮียเขาโอเคสำหรับปอนด์ กับผมยิ่งไม่ต้องห่วง ได้แต่หวังว่าจะไม่เป็นพวกเกลียดเกย์นะ

ระหว่างผมอาบน้ำได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมรีบล้างสบู่พันผ้าขนหนูแบบลวกๆ เพื่อไปเปิดประตู สงสัยรูมเมทคนใหม่ผมจะมา

ประตูเปิดออกเผยให้เห็นชายร่างสูงใหญ่ เขามองผมตาโตอ้าปากค้าง ผมเองก็มองเขาตาโตเช่นกัน เฮ้ย! หล่อ หล่อมาก!! หล่อแบบออกเถื่อนนิดๆ ชายร่างสูงใหญ่ผิวเข้ม เชี่ย สเปค!! ปอนด์เอ๊ย ถ้าผมเจอจะขอจับมากอดฟัดสักที พร้อมขอบคุณกามเทพแมวตัวนี้

“เข้ามาก่อน”

ผมรีบดึงสติกลับมา เปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามา ไม่อยากกระโตกกระตากจนรูมเมทคนใหม่จับได้ตั้งแต่วันแรกว่าเป็นเกย์ แม้สังคมสมัยนี้จะเปิดกว้าง แต่ชายแท้ทั้งแท่งส่วนใหญ่ยังไงก็เกลียดเกย์ครับ เกย์ก็เลือกนะเฮ้ย ไม่ใช่คลำเจอไข่เป็นโอเค ของงี้อยู่ที่หน้าตากับเคมีเข้ากันด้วย

“กูชื่อปีโป้ เรียกโป้ก็ได้ ขอพูดแบบภาษาพ่อขุนนะ คิดว่าน่าจะสไตล์เดียวกัน แล้วมึงชื่ออะไร”

ผมออกตัวก่อนอีกฝ่ายจะเปิดปาก หน้าตาแบบนี้คงไม่หยิบแว่นมาสวมแล้วพูดจาภาษาดอกไม้กับผมแน่นอน อีกฝ่ายคล้ายถูกใจยกยิ้มมุมปาก แม่ง! ดูดีเกิ๊น รวบหัวรวบหางซะเลยดีมั้ย

“กูชื่อซัน” ผมพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ซันดูเหม่อไปชั่วขณะ ก่อนสะบัดหัวหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างกับต่อสู้กับความคิดตัวเองอย่างหนัก

อ่าฮะ เปิดช่องแบบนี้ขอสำรวจหน่อย ผมถือวิสาสะมองสำรวจเขาทั้งตัว ถึงจะใส่เสื้อผ้าสบายๆ แต่ยังเห็นสัดส่วนกับกล้ามท้องอยู่บ้าง ร่างสูงสมส่วน หุ่นดีเป็นบ้า

มัวแต่มองเพลินไปหน่อย ซันทำหน้าเหมือนจะโกรธก็ไม่ใช่ จะเฉยก็ไม่เชิง ผมเพิ่งได้สติ ชิบหายล่ะดันมองแบบหัวจรดเท้า เท้าจรดหัว ดีที่ไม่โดนต่อย ต้องรีบพูดดึงความสนใจ

“มึงนี่หุ่นดีชะมัดเลยซัน” เวร หลุดปาก ช่างมัน ถ้าเกิดมันถามค่อยแถว่าผมฝันว่าอยากมีหุ่นแบบมันบ้าง ก็นะ ความใฝ่ฝันของชายทั่วโลก

ไม่น่าเชื่อว่าซันจะทำหน้าเอ๋อซะงั้น ผมหลุดขำ ยิ่งเขาทำท่าทางตีอกชกหัวคล้ายกำลังหักห้ามใจอะไรบางอย่าง ผมยิ่งฮาเข้าไปใหญ่ ใช่ได้แฮะ นิสัยโอเค รูปร่างหน้าตาผ่าน

“อ่า... ขอบใจ แล้วเตียงกูอยู่ฝั่งไหน?”

“ของกูฝั่งซ้าย มึงฝั่งขวา หรืออยากเปลี่ยน?” ผมเลิกคิ้วถาม เขาลูบหน้าแล้วส่ายหัว ไปฝั่งที่ว่างอยู่ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนละเอียดอ่อนผมเลยเข้าไปช่วยจัดของให้ ติดนิสัยตอนอยู่กับปอนด์ซะแล้ว

จู่ๆ ซันผละจากของตัวเองเดินไปทางมุมห้องฝั่งของผม เขาหยิบไม้ทีขึ้นมา ขณะเดียวกับที่ผมสังเกตหนังสือเรียนของอีกฝ่าย เราสองคนมองหน้ากัน

“วิศวะ? / สถาปัตย์?”

ต่างคนต่างเงียบคุมเชิงกัน ผมไม่มีอคติเรื่องสองคณะไม่ถูกกันนะ อาจจะไม่ถูกกันจริง แต่มันก็มีทั้งคนดีและไม่ดี จะเหมาหมดก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย อีกอย่าง ตราบใดที่ซันไม่เริ่มก่อน ผมไม่คิดลงมือ

ภาพปอนด์ลอยขึ้นมาทันที โธ่เอ๊ย ไอ้ตัวเล็ก ดันลืมบอกเรื่องสำคัญกับพวกเราซะแล้ว ผมคิดอย่างอ่อนใจ เหมือนเราจะนึกถึงคนเดียวกันอยู่ สุดท้ายเลยหลุดหัวเราะทั้งคู่

“ฮ่าๆๆ!”

“ถึงคณะจะไม่ถูกกัน แต่ใช่มีเรื่องคอขาดบาดตายสักหน่อย ยินดีที่ได้รู้จัก ซันวิศวะ” ผมยักคิ้วให้ซัน

“เออ ส่วนใหญ่ก็แค่แข่งกัน หมั่นไส้กันเองมากกว่าจะต่อยตี บอกไว้ก่อนถึงเป็นรูมเมทแต่งานแข่งกีฬาคณะกูไม่ออมมือนะเว้ยโป้สถาปัตย์” มันท้าทายกลับ เรื่องอะไรจะยอม อย่าคิดว่าความหล่อจะทำให้ผมใจอ่อนไปซะหมดนะ

“หึ อย่าหลุดกากแล้วกัน”

“เชี่ย ปากดีงี้ เจอกันในสนามดีกว่าว่ะ”

พวกเราจับมือกัน งานนี้สนุกแน่ เรื่องราวหลังจากนั้นไม่มีเหตุให้ตีกันแต่อย่างใด ผมกับซันอยู่กันอย่างสงบสุข เช้าตื่นมาสลับกันเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อพาไปมหาลัย รับน้องเสร็จแทบจะคลานกลับห้อง คณะพวกเรารับน้องโหดทั้งคู่

บางคืนพวกเพื่อนกับรุ่นพี่ชวนไปดื่มบ้าง รอบไหนเมาหนักนอนตายห้องเพื่อน รอบไหนเลิกไวลานสังขารกลับได้ ก็จะกลับมานอนที่หอ กลิ่นเหล้างี้ไม่ต้องพูดถึง ปกติซันไม่ได้รอผม เขานอนก่อนเลย แต่วันนี้มาแปลก พ่อเจ้าประคุณนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง

เอ้อ นี่ก็อีกอย่าง ซันมันเป็นวิศวะประสาอะไรไม่รู้ แทบไม่ออกไปแดกเหล้ากับเพื่อนฝูง อยู่ห้องถ้าไม่นอนก็จะอ่านหนังสือ ดูแล้วโคตรเด็กเรียนไม่เข้ากับหน้าตาสุดๆ แต่ความเถื่อนยังคงเดิมนะ อันนี้ผมรับประกัน หลังจากเห็นอีกฝ่ายไปเตะประตูห้องอื่นที่เสียงดังจนไม่ได้นอน กระชากคอเสื้อเกือบลากพวกนั้นมาชก ดีที่ผมห้ามไว้ไม่งั้นงานเข้า

ดวงตาคมเหลือบมองนาฬิกาปลุกบนโต๊ะเหนือหัว

“ไมกลับมาไว”

น้ำเสียงเหมือนประชด แต่ความจริงมันไม่มีอะไรเลย ดีที่ผมเป็นคนใจเย็นและมีมนุษย์สัมพันธ์ดีมาก เลยไม่เอาท่าทางกวนของเขาเก็บมาใส่ใจ เพราะผมเองก็กวนน้อยซะที่ไหน

“ร้านมีคนตีกันเลยวงแตก” ผมตอบไปตามจริงพลางถอดเสื้อออก เหม็นกลิ่นเหล้ากับบุหรี่มาก รู้สึกเหนียวตัวเพราะวิ่งหลบลูกหลงชาวบ้านด้วย

“เฮ้ย!! มึงคิดจะถอดก็ถอดเลยเหรอวะ เข้าไปถอดในห้องน้ำดิ”

ซันมันร้องเสียงหลง ผมหันไปมองมันงงๆ หนังตาตกนิดหน่อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่สติผมครบถ้วนสมบูรณ์นะ ไม่ได้คออ่อนขนาดนั้น

“อะไร ร้องเป็นผู้หญิง กูถอดแบบนี้ของกูทุกวัน หรือผีสาวเข้าสิงมึง”

ผมยกยิ้มมุมปากมอง ไอ้ซันลูบหน้าพรืด ช่างมัน อาบน้ำดีกว่าจะได้นอน

“เชี่ยยยยยย! ท่อนล่างมึงก็ยังจะถอด หน้าด้านสัส ไปเลยนะมึง เข้าห้องน้ำไปเลย”

ผมโวยผมใหญ่ ก้าวฉับๆ ไปปิดไฟในห้องนอน เอ้าไอ้นี่ หรือมันจะเปลี่ยนใจจากชายแท้เป็นเกย์ ผมพร้อมสนองนะจะบอกให้ เล็งอยู่ทุกวัน

“ปิดไฟไมวะ”

“มึงยังกล้าถามกูอีกเรอะ! ตรงข้ามไม่ใช่ป่านะเว้ย มันเป็นหอ”

“แล้วไง” ผมไม่เข้าใจมันจริงๆ นะเนี่ย น้ำเสียงมันเหมือนจะเป็นห่วง หรือมันจะเป็นแบบผม อยู่กับปอนด์มากเกินไป ปลุกนิสัยช่างดูแลในตัวขึ้นมา ถ้าเทียบกับผู้หญิงคงปลุกสัญชาตญาณความเป็นแม่มั้ง งี้ผมกับซันก็ปลุกสัญชาตญาณความเป็นพ่อดิ ฮ่าๆ พิลึก ผมคิดอะไรอยู่วะเนี่ย ไร้สาระสุดๆ สงสัยผมจะเมาแล้วจริงๆ

“โอ๊ยยย เชี่ยโป้ กูไม่รู้จะพูดอะไรกับมึงแล้ว มึงคิดว่าตัวเองหล่อแมนนักเหรอวะ หรือคิดว่าตัวเองหน้าตาเหมือนปลวก มึงแม่ง ขาวชิบหาย หน้าก็ออกไปทางสวย ปากแดงน่าดูด เกิดฝั่งตรงข้ามมันเป็นพวกเกย์นิสัยเหี้ยขึ้นมาบุกปล้ำมึงจะทำไง กูไม่ได้อยู่ห้องตลอดนะเว้ย เออ มึงอาจจะต่อยตีได้ เกิดมันพาพวกมารุมหลายคน...”

“เดี๋ยวซัน มึง ใจเย็น หายใจลึกๆ”

กลายเป็นผมที่ต้องบอกให้ซันใจเย็น ตกลงใครเมา แต่ที่แน่ๆ ผมสร่างเลยครับ ขาว? หน้าสวย? ปากน่าดูด? ถามจริง ตกลงมนุษย์ลึกลับตึกตรงข้ามกับมัน ใครกันแน่ที่คิดอคติกับผม

“ความจริงกูก็ไม่ได้ขาวขนาดนั้น แค่ขาวกว่ามึงเฉยๆ ยังมีผู้ชายอีกเยอะขาวกว่ากู” แม้แสงสลัวจากด้านนอกทำให้ไม่เห็นใบหน้ามันชัดเจน แต่ผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า หน้าไอ้ซันตอนนี้คงเถื่อนได้ที่

“ไม่รู้ กูว่ามึงขาวก็ต้องขาว” ห๊ะ! เรื่องงี้มันสั่งกันได้ด้วยเรอะ

“สติครับสติ ซัน กูว่ามึงอ่านหนังสือเยอะไป เป็นอะไรวะ ที่ผ่านมาไม่เห็นบ้างี้” ผมจับเข่าคุยกับมัน นั่งมันบนพื้นทั้งคู่นี้แหละ เตียง เก้าอี้มีไม่นั่ง เจริญจริง

“พอดีกูเล่าเรื่องมึงให้เพื่อนฟัง” อ่าฮะ ไม่แปลก รู้สึกซันจะมีกลุ่มเพื่อนของตัวเอง ไม่เหมือนผม ลอยไปลอยมาเข้ากับทุกคนได้หมด จะชายหญิงไม่เกี่ยง

“มิทเพื่อนกูมันรู้เรื่องพวกนี้เยอะ มันบอกว่าลักษณะอย่างมึงเป็นที่นิยมในหมู่เกย์มาก”

“อืมๆ ว่าต่อ” ผมพยักหน้ารับรอฟังมัน

“กูเลยลองไปเปิดในเน็ต เดี๋ยวนี้นะเว้ย ไม่ใช่แค่ผู้หญิงแล้ว ผู้ชายก็มีโอกาสโดนข่มขืนได้ ดังนั้นมึงต้องระวังให้มาก” คราวนี้ผมมองมันด้วยสายตาแปลกๆ บ้าง เหมือนมันจะสัมผัสได้เหมือนกัน ตบหัวผมแทบทิ่ม อ้าวไอ้นี่ เล่นถึงหัว

“กูเข้าใจสิ่งที่มึงต้องการจะสื่อระ แต่กูถามอย่าง มึงกับกูเป็นรูมเมทกันก็จริง แต่รู้จักกันไม่กี่อาทิตย์ ไม่คิดว่ามึงเป็นห่วงกูมากเกินไปมั้งเหรอ”

ถามลองเชิง ดูปฏิกิริยามัน ซันชะงักไปราวกับเพิ่งรู้สึกตัว เจ้าตัวเกาหัว

“ไม่รู้ว่ะ สงสัยนิสัยกูจะออก คนรู้จักกูทุกคนบอกว่ากูเป็นพวกรักเพื่อนมาก มึงเป็นรูมเมท แถมยังเป็นเพื่อนไอ้ตัวเล็กเท่ากับเป็นเพื่อนกูเลยนึกเป็นห่วงตามประสาเพื่อน ต้องใช่แบบนั้นแน่ๆ”

ตกลงมันกำลังหาคำตอบให้ตัวเอง ไม่ได้ตอบคำถามผมสินะ ช่างมัน ไม่อยากเซ้าซี้มาก ผู้ชายดีอย่าง เป็นพวกไม่คิดเล็กคิดน้อย ไม่คิดเยอะ ถ้ามันว่าเพื่อนก็คือเพื่อน เอาเข้าจริง ผมเองก็คิดว่ามันเป็นเพื่อนแล้วเหมือนกัน ถึงงั้นความรักเพื่อนของมันดูจะมากไปหน่อยนะ...

ภายหลัง ความสงสัยในวันนี้ของผมกระจ่าง เพื่อนซันทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า มันเป็นแบบนี้แหละ ขนาดปอนด์ยังพยักหน้าเห็นด้วย ก็เรื่องที่มันกลัวเพื่อนโดนข่มขืน มันเล่นบอกกำชับเพื่อนทุกคนให้ระวังตัว ขนาดปอนด์ยังไม่มีข้อยกเว้น ถามจริง ถูกเลี้ยงอยู่บนหอคอยงาช้างขนาดนั้น เฮียเฟย์เขาจะยอมให้ใครมาแตะแม้แต่ปลายก้อยรึไง เอือมกับไอซันมันจริงๆ

“เอาเป็นว่า หลังจากนี้กูจะระวังตัว ไม่แก้ผ้าต่อหน้ามึงอีก โอเคยัง กูจะได้ไปอาบน้ำสักที”

พอผมจะลุก ซันมันคว้าแขนไว้

“ต่อหน้าคนอื่นก็ห้ามนะเว้ย” ก็นึกว่ามันจะพูดอะไร ผมส่ายหัวรับเสียงยาน

“คร้าบๆ”

Talk ซัน

ผมปล่อยโทรศัพท์มือถือลงพื้นดังตุบ สติยังไม่ตื่นดี ปกติผมเป็นคนตื่นเช้าไม่เข้ากับหน้าตา แต่วันนี้มันวันหยุดที่น้อยนักจะมี เลยขอนอนอืดสักหน่อย กลับถูกไอ้เปี๊ยกโทรมาด้วยซะได้จะนอนต่อก็นอนไม่หลับ ผมเป็นพวกตื่นแล้วตื่นเลย แถมยังได้ยินเสียงกุกกักจากด้านนอก ญาติวายังตื่นเช้าเหมือนทุกวัน

บ้านผมอยู่กาญนะจ๊ะบุรี ผมเข้ามาเรียนในกรุงเทพกับเพื่อนวา ทีแรกตกลงกันไว้ ผมมาแชร์อยู่กับมันบ้านญาติวาจะได้ไม่ต้องไปหาห้องให้วุ่นวาย แต่มันดันโดนระเห็จไปอยู่วิทยาเขตเหนือ กลายเป็นผมอยู่กับญาติมันคนเดียว ลุงกับป้าแกใจดี รู้จักเห็นหน้าค่าตากันตั้งแต่ผมยังแก้ผ้าโดดน้ำตก ถึงงั้นก็ยังเกรงใจ ไม่ใช่ลูกหลานแท้ๆ

ผมลองหาหอแถวมหาลัยอยู่ ดันเต็มหมดทุกห้อง ริวมันอยู่บ้านกับพ่อแม่ไม่สะดวก มิทปัจจุบันผมยังไม่รู้เลยห้องมันอยู่ไหน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เดี๋ยวบอกอยู่ห้องเพื่อนคนนี้ เดี๋ยวไปอยู่กับเพื่อนคนนั้น ซึ่งไอ้เพื่อนมันแต่ละคนโคตรไม่น่าไว้ใจ ผมถามอะไรก็บ่ายเบี่ยง คนที่พอรู้เรื่องของมิทมากสุดคงมีแต่ริว ไอ้ผมไม่ใช่พวกเซ้าซี้ มันไม่บอกก็คือไม่บอก เดี๋ยวมันมีอะไรคงมาบอกเอง ผมคิดอย่างนั้น

โชคดี ไอ้เปี๊ยกเพื่อนผมอยู่หอในกำลังย้ายออก ผมเลยเข้าไปอยู่ต่อ แม้จะไม่สะดวกสบายเท่ากับบ้านที่อยู่ตอนนี้ แต่มันสบายใจมากกว่า

ผมเก็บของเสร็จตั้งแต่เมื่อคืน บอกลุงกับป้าไว้ล่วงหน้าแล้ว เหลือแค่งัดตัวเองจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัวย้ายถิ่นฐาน ความจริงลุงกับป้าตื้อให้ผมอยู่ต่อเหมือนกัน ผมยังคงยืนยันคำเดิมว่าจะลองไปท่องโลกกว้างตามประสาลูกผู้ชาย อ้างไปเรื่อย

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมลงมาชั้นล่างช่วยลุงป้ายกของขึ้นท้ายกระบะไปขาย ก่อนไหว้ลาไปตามทางของตัวเองพร้อมกระเป๋าเป้หนึ่งใบ ระยะทางระหว่างบ้านที่ผมพักกับหอในไม่ไกลเท่าไหร่ เดินทางไม่กี่นาทีก็ถึง ผมติดต่อกับอาจารย์ตรงเคาน์เตอร์ รับกุญแจห้องแล้วขึ้นไปยังที่ซุกหัวนอนแห่งใหม่

มองเลขห้องก่อนเคาะประตู ความจริงไขเข้าไปเลยก็ได้ แต่เผื่อไว้เป็นมารยาท

ไม่ถึงนาที ประตูเปิดออกพร้อมรูมเมท ต่างคนต่างอึ้ง

แม่เจ้า... ขาว ขาวมาก จุดที่สะดุดตาจนผมมองค้างคือริมฝีปากนี่แหละ! นี่ผู้ชายแน่เหรอวะเนี่ย?? ริมฝีปากอิ่มๆ แถมยังดูแดงอมชมพู แมร่มม โคตรน่าจูบเลย รูมเมทผมออกมาทั้งสภาพเปลือยท่อนบนเส้นผมเปียกลู่คงเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เชร้ดแม่ม ตรูมาขัดจังหวะเขาใช่ไหมเนี่ย

“เข้ามาก่อน” เขาเปิดประตูหลบทางให้ผมเดินเข้าไปด้านใน

“กูชื่อปีโป้ เรียกโป้ก็ได้ ขอพูดแบบภาษาพ่อขุนนะ คิดว่าน่าจะสไตล์เดียวกัน แล้วมึงชื่ออะไร”

อุบ๊ะ ไม่เลวๆ ดีกว่าพวกทำตัวดูดี ตรงๆ แบบนี้แหละค่อยโอเคหน่อย กับการอยู่เป็นรูมเมทจนกว่าจะจบ

“กูชื่อซัน” ผมตอบ เขายิ้มรับเล่นเอาผมเคลิ้มไปชั่วขณะ เฮ้ยๆๆ มึงจะเคลิ้มทำมะเขือเผาอะไรไอ้ซัน มึงเป็นผู้ชายนะว้อย ส่วนไอ้คนตรงหน้าถึงจะหล่อออกสวยแต่มันก็มีดุ้นเหมือนมึงนั้นแหละ ผมด่าตัวเองในใจอย่างดุเดือด ใจเย็นไอ้เสือ ฟู่วว

คนตรงหน้ามองตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัว(?) อย่างพิจารณาถ้าเป็นคนอื่นผมคงซัดหงายไปแล้ว แต่สำหรับคนนี้ ไม่รู้อะไรดลใจให้ยกเว้น คงเพราะแววตาไม่สื่อว่าอยากมีเรื่องมั้ง

“มึงนี่หุ่นดีชะมัดเลยซัน” คำพูดต่อมาทำให้สติผมบินไปดาวอังคาร เผลอหลุดสีหน้าเอ๋อโดยไม่รู้ตัว โป้หัวเราะสดใส เคลิ้มไปอีกรอบ น่ารัก... เฮ้ยยยย กลับมาก่อนๆๆ อย่าเพิ่งไปที่อื่นไอ้สติบ้านี่ ต้องโทษอากาศวันนี้มันร้อนสัสจนผมต้องใส่เสื้อกล้ามมา

“อ่า... ขอบใจ แล้วเตียงกูอยู่ฝั่งไหน?” ผมชิงถามก่อนโดนดาเมจให้สติหลุดอีกรอบ คราวนี้มันคงกู้กลับยาก ผมกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง สภาพไม่ดีไม่แย่ในความคิดผม

“ของกูฝั่งซ้าย มึงฝั่งขวา หรืออยากเปลี่ยน?” เจ้าตัวเลิกคิ้วถามแบบคูลๆ ผมลูบหน้าพรืด เออ เห็นๆ กันอยู่ผมจะไปถามทำซากอ้อยอะไร ฝั่งซ้ายมีผ้าปูเรียบร้อย ไอ้ที่ว่างอยู่ฝั่งขวาเป็นของผมอย่างไม่ต้องสงสัย ผมส่ายหัวตอบโป้ โยนของตัวเองขึ้นเตียง อีกฝ่ายใจดีมาช่วยจัด แปบเดียวข้าวของผมเรียบร้อย ใจดีแบบที่เจ้าเปี๊ยกบอกจริงๆ ด้วย

หางตาผมเห็นไม้อะไรบางอย่างตรงมุมห้อง ถือวิสาสะเดินเข้าไปหยิบ มันคือไม้ที? บนโต๊ะฝั่งโป้มีกระดานเขียนแบบ พอๆ กับโป้ที่ชะงักกับหนังสือเรียนของผม เอาล่ะเหวย ผมว่าไอ้เปี๊ยกมันลืมบอกเรื่องสำคัญที่สุดกับพวกเราไปแล้ว

“วิศวะ? / สถาปัตย์?”

คำพูดลอยๆ เป็นเชิงถามดังออกมาจากปากเราทั้งคู่ สองคณะนี้ไม่ถูกกัน ใครๆ ก็รู้ ผมกับโป้จ้องหน้ากันเขม็ง คิ้วขมวดบรรยากาศรอบตัวตอนนี้หากใช้คำของเจ้าเปี๊ยกบรรยายคงมาคุได้ที่ ก่อนพวกเราจะ...

“ฮ่าๆๆ!”

หัวเราะออกมา โป้ยักคิ้วใส่ผมอย่างกวนๆ แม่ง กวนส้นพอๆ กับผมเลย

“ถึงคณะจะไม่ถูกกัน แต่ใช่มีเรื่องคอขาดบาดตายสักหน่อย ยินดีที่ได้รู้จัก ซันวิศวะ”

“เออ ส่วนใหญ่ก็แค่แข่งกัน หมั่นไส้กันเองมากกว่าจะต่อยตี บอกไว้ก่อนถึงเป็นรูมเมทแต่งานแข่งกีฬาคณะกูไม่ออมมือนะเว้ยโป้สถาปัตย์”

“หึ อย่าหลุดกากแล้วกัน”

“เชี่ย ปากดีงี้ เจอกันในสนามดีกว่าว่ะ”

เราจับมือกันแบบแมนๆ รูมเมทของผมคนนี้ ไม่เลวเลยเนอะว่างั้นมั้ย? มันอาจจะเป็นบุพเบอาละวาดก็ได้

ติดตามตอนต่อๆ ไปได้ที่เพจ SilverFish4 หรือหาจากเล้าเป็ดและเด็กดี แต่งจบออกเล่มขายแล้วจ้า

>>เป็นเกย์กันมั้ย?<<

ความคิดเห็น