facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

21.ครอบครัวสุวรรณเวช

ชื่อตอน : 21.ครอบครัวสุวรรณเวช

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.8k

ความคิดเห็น : 229

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ค. 2563 08:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,400
× 0
× 0
แชร์ :
21.ครอบครัวสุวรรณเวช
แบบอักษร

21.ครอบครัวสุวรรณเวช 

  

         หลังจากที่จัดการเคลียร์เรื่องต่างๆ ที่ฐานเสร็จแล้วผู้กองพนาก็รีบมาที่โรงพยาบาลในทันทีเมื่อรู้ว่าแก้วเจ้าจอม รวมถึงลูกน้องที่บาดเจ็บของเขาเข้ามารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในตัวเมืองยะลา ผลการผ่าตัดและรักษาตัวของแก้วเจ้าจอมตอนนี้เธอปลอดภัยดีแล้ว ไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วงจึงได้ออกมาพักอยู่ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย ซึ่งเป็นห้องที่ดีที่สุดในโรงพยาบาลตามความต้องการของรองคีรินทร์และเขาก็อยู่เฝ้าแก้วเจ้าจอมตลอด ไม่ยอมให้เธอคลาดสายตา เช่นเดียวกับที่หน้าห้องพักฟื้นของเธอก็มีทหารลูกน้องของรองคีรินทร์ยืนเฝ้าดูแลความปลอดภัยให้ด้วย 

               ชื่อของคนไข้ที่ติดอยู่หน้าห้องพักฟื้นทำให้ผู้กองพนาได้แต่มองด้วยความรู้สึกกลัวและกังวล ร้อยตำรวจโทหญิงแพทย์หญิงแก้วเจ้าจอม สุวรรณเวช...เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าชื่อจริงๆ ของเธอกับชื่อที่เขาตั้งให้มันจะบังเอิญมาตรงกันแบบนี้ ที่สำคัญคือเธอเป็นหมอจริงๆ ด้วย เป็นหมอแล้วก็ยังเป็นตำรวจในสังกัดของตำรวจตระเวนชายแดนเหมือนกับเขา มิน่าล่ะเธอถึงได้บอกเขาว่าทำงานอยู่ที่แม่สอด แล้วไหนจะเรื่องการใช้อาวุธและศิลปะการต่อสู้ขั้นสูงของเธออีก รองแม่ทัพคีรินทร์เป็นนักรบที่มีฝีมือดีระดับตำนาน ท่านก็คงจะสอนให้ลูกสาวเก่งเหมือนกับท่าน แต่ที่เขาสงสัยก็คือ...ทำไมนามสกุลของท่านกับเธอถึงไม่เหมือนกัน ซ้ำนามสกุลของเธอยังไปเหมือนกับนามสกุลของครอบครัวนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของประเทศอีก 

               “ท่านอนุญาตให้ผู้กองเข้าไปพบได้แล้วครับ” ลูกน้องของรองคีรินทร์ที่เดินออกมาจากห้องพักฟื้นของแก้วเจ้าจอมบอกเมื่อเขามาขอเยี่ยมเธอ เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้มันจะทำให้รองคีรินทร์ไม่พอใจมากแค่ไหน แต่เขาแค่เป็นห่วงเมียของเขา เขาอยากมาหาเธอ มาดูให้มั่นใจว่าเธอปลอดภัยแล้วจริงๆ 

               เมื่อเดินเข้ามาในห้องพักฟื้น ผู้กองพนาก็เห็นแก้วเจ้าจอมยังคงนอนหลับอยู่ที่เตียงคนไข้และมีรองคีรินทร์นั่งเฝ้าเธออยู่อย่างใกล้ชิดราวกับกลัวว่าหากปล่อยให้เธออยู่ห่างแล้วเธอจะหายตัวไปอีก เขายืนตัวตรงแล้วยกมือขึ้นวันทยาหัตถ์ทำความเคารพท่านก่อน ก่อนจะเดินเข้าไปหาแก้วเจ้าจอมที่ข้างเตียง ถึงแม้ว่ารองคีรินทร์จะดูเหมือนไม่ได้สนใจเขา หากแต่ความจริงรองคีรินทร์กำลังแอบจับตาดูพฤติกรรมของเขาอยู่ต่างหาก 

ผู้กองพนาค่อยๆ ดึงมือของแก้วเจ้าจอมมากุมเอาไว้เมื่อเดินเข้ามาหาเธอแล้ว เขามองใบหน้าที่ซีดเผือดของเธอด้วยความเป็นห่วง ที่ศีรษะของเธอมีผ้าพันแผลพันเอาไว้เพราะเธอได้รับบาดเจ็บ ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก เนื้อตัวมีรอยฟกซ้ำบ้าง ที่ช่วงท้องภายใต้ชุดคนไข้และผ้าห่มก็มีแผลจากการผ่าตัดเอากระสุนปืนที่ฝังอยู่ออก โชคดีที่กระสุนปืนไม่ได้โดนจุดสำคัญอะไรและเธอก็มาถึงมือของหมอไวกว่าที่คาดคิด การรักษาจึงเป็นไปด้วยดีจนเธอปลอดภัยดีแล้ว 

               “คนดีของพี่...” เขาก้มลงมาจูบที่มือของเธอแล้วลูบศีรษะของเธออย่างแผ่วเบา โล่งใจที่เห็นว่าเธอปลอดภัยดีแล้วจริงๆ 

               “ฮะแฮ่ม!” เสียงรองคีรินทร์ที่นั่งเฝ้าลูกสาวอยู่อีกข้างของเตียงกระแอมขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้กองพนาเริ่มจะไม่เห็นหัวเขาเข้าไปทุกทีแล้ว ซึ่งมันก็ได้ผลเมื่อผู้กองหนุ่มค่อยๆ ผละออกจากแก้วเจ้าจอมแต่ก็ไม่ได้ขยับห่างออกจากเตียงของเธอไปไหน 

               ตอนนี้รองคีรินทร์เริ่มจะใจเย็นลงบ้างแล้วเพราะเขาตามหาลูกสาวเจอและเธอก็ปลอดภัยดีทุกอย่างจนไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เขาใจเย็นมากพอที่จะไม่ชักปืนออกมายิงคนตรงหน้าเมื่อรับรู้ถึงความสัมพันธ์ที่ตำรวจนายนี้มีต่อลูกสาวของเขา และใจเย็นมากพอที่จะสำรวจมองผู้กองหนุ่มให้ถี่ถ้วน หน้าตานั้นหากมองข้ามรอยฟกช้ำที่ช้ำเลือดช้ำหนองจากการต่อสู้กับเหล่าคนร้ายมาเมื่อคืนก็ถือว่าคมเข้มดูดีจนเรียกได้ว่าหล่อเหลามาก ร่างกายก็สูงกำยำสง่างามสมกับเป็นนักรบ ปีกเครื่องหมายต่างๆ ที่ประดับอยู่บนชุดเครื่องแบบลายพรางตำรวจพลร่มของเขาก็บ่งบอกให้รู้ว่านายตำรวจผู้นี้เป็นหน่วยรบพิเศษที่มีฝีมือไม่ธรรมดา มองเผินๆ แล้วมันก็ทำให้รองคีรินทร์อดนึกถึงน้องเขยขึ้นมาไม่ได้ ผู้กองคนนี้มีอะไรหลายๆ อย่างที่เหมือนกับ ผบ.กรันณ์มาก นี่ถ้าหน้าตาเหมือนกันด้วยเขาต้องคิดว่าไอ้น้องเขยตัวดีคงจะแอบไปไข่ทิ้งเอาไว้ที่ไหนแน่ 

               “ผมว่าผมกับผู้กองเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยนะ คุยยาวเลยแหละ ผมอยากรู้เรื่องราวทั้งหมดนับตั้งแต่ที่ลูกผมหายตัวไปจนไปเจอกับผู้กอง เรื่องที่บอกว่าลูกผมความจำเสื่อมผมเชื่อผู้กองนะเพราะหมอก็ยืนยันกับผมเหมือนกันว่าไนเปอร์ได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะอย่างรุนแรงมากจนอาจทำให้ความจำเสื่อมได้จริงๆ” 

               “ไนเปอร์หรอครับ” ผู้กองพนาไม่เข้าใจ ใครคือไนเปอร์ แล้วไนเปอร์คืออะไร 

               “ลูกสาวผมเขามีชื่อเล่นว่าสไนเปอร์ ครอบครัวของเราเรียกเขาสั้นๆ ว่าไนเปอร์” รองคีรินทร์ลูบศีรษะของแก้วเจ้าจอมอย่างเอ็นดูรัก แค่ได้เห็นเธออยู่กับเขาอย่างนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกดีและเบาใจสุดๆ แล้ว ในขณะที่ผู้กองพนากลับคิดว่าชื่อเล่นของเธอมันคล้ายกับชื่อของผู้ชายเสียมากกว่า สไนเปอร์อย่างนั้นหรอ...แม่นปืนขนาดนี้ก็นับว่าสมแล้วล่ะที่จะชื่อสไนเปอร์ 

               “ครับ ผมยินดีจะเล่าความจริงทุกอย่างให้ท่านฟัง” ผู้กองพนาค้อมศีรษะอย่างเคารพตอบพร้อมกับถือวิสาสะดึงเก้าอี้มานั่งลงที่ข้างเตียงของแก้วเจ้าจอม คนละฝั่งกับรองคีรินทร์ หรืออีกสถานะก็คือพ่อตาของเขา ถ้าท่านถามและอยากรู้ความจริง เขาก็ลูกผู้ชายพอที่จะเล่าความจริงทุกอย่างให้ท่านฟัง 

               “วันแรกที่ผมได้เจอกับแก้ว วันนั้นผมกับลูกน้องออกลาดตระเวนกันตามปกติ...” 

               “แก้วงั้นหรอ” รองคีรินทร์ขมวดคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม 

               “ครับ เพราะแก้วความจำเสื่อมจำชื่อของตัวเองไม่ได้ผมก็เลยตั้งชื่อให้เขาว่าแก้วเจ้าจอม...ผมเองก็ไม่คิดว่าชื่อที่ผมตั้งให้มันจะบังเอิญมาตรงกับชื่อของแก้วจริงๆ” 

               โคตรตรงเลยล่ะ รองคีรินทร์คิด ชื่อบนโลกนี้มีตั้งมากมายไม่เอามาตั้ง ดันมาตั้งตรงกับชื่อจริงซะอย่างนั้น 

               “ระหว่างที่ลาดตระเวนผมกับลูกน้องได้ยินเสียงปืนในป่าจึงรีบมาที่เกิดเหตุจนได้เจอกับพวกแก๊งค้ามนุษย์ที่กำลังจะนำตัวผู้หญิงหลายคนข้ามชายแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เหมือนจะมีผู้หญิงบางส่วนในวันนั้นพยายามหลบหนี พวกคนร้ายก็เลยฆ่าผู้หญิงที่หลบหนีตายไปหลายคน ผมกับลูกน้องวิสามัญคนร้ายได้บางส่วน แต่ก็มีคนร้ายอีกส่วนขับรถพาผู้หญิงที่เหลือหนีข้ามชายแดนไปได้” เรื่องที่ผู้กองพนาเล่ามันทำให้รองคีรินทร์นึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวตาม 

               “ใช่คดีแก๊งค้ามนุษย์ที่ยะลา แล้วต่อมาในเวลาไล่เลี่ยกันก็มีคดีคล้ายๆ กันเกิดขึ้นที่นครพนมแล้วก็แม่ฮ่องสอนรึเปล่า” 

               “ใช่ครับท่าน มันบังเอิญมากที่จะเกิดเหตุเหมือนกันในเวลาใกล้เคียงกันแบบนี้” 

               “ผมคิดว่าพวกคนร้ายมันคงรู้ว่าผู้หญิงที่พวกมันจับมามีลูกสาวของผมอยู่ด้วย พวกมันคงรู้ว่าพวกผมต้องตามหาลูกแน่ๆ หลังจากที่จับตัวลูกของผมจากกรุงเทพฯ ไป พวกมันก็เลยสร้างสถานการณ์ที่นครพนมกับที่แม่ฮ่องสอนเพื่อสร้างความสับสนให้ ผู้กองรู้มั้ยว่าพวกผมตามหาลูกแทบพลิกแผ่นดิน คุณย่าของไนเปอร์ทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้จนอาการป่วยกำเริบต้องเข้าไปอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเดือนๆ แม่ของไนเปอร์ก็ตรอมใจอย่างหนัก ตลอดสามเดือนมานี้พวกเราไม่มีใครกินอิ่มนอนหลับสนิทกันเลยซักคน วันที่ผู้กองติดต่อมาหาผมช่วงไม่กี่วันที่ไนเปอร์หายตัวไปพวกผมจับสัญญาณได้ว่าผู้กองโทรมาจากยะลา พวกเราไปตามหาไนเปอร์ที่ฐานของผู้กองตั้งสองครั้งแต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรเลย” 

               “ท่านเคยมาตามหาแก้วที่ฐานของผมหรอครับ” ทำไมเขาถึงไม่รู้ล่ะ 

               “ใช่ รอบแรกเป็นอากับน้องชายของไนเปอร์ไปตามหา แต่รอบนั้นไม่ได้เข้าไปในฐาน ลูกน้องของผู้กองบอกว่าผู้กองสั่งห้ามคนนอกเข้าไป ส่วนรอบที่สอง...ผู้กองจำผู้กำกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 กับผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 35 ได้มั้ย ผู้กำกับไกรจักรเขาเป็นอาของไนเปอร์ ส่วนผู้กองกรินทร์เขาก็เป็นพี่ชายแท้ๆ ของไนเปอร์ พวกเขาบอกว่าวันนั้นพวกเขาได้เจอกับผู้กองอยู่” 

               ว่าไงนะ! พอความจริงเริ่มกระจ่างผู้กองพนาก็ถึงกับหน้าเสียไปเลย ผู้กำกับกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 น่ะไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้เจ้าหนุ่มนั่น ไอ้ผู้กองวัยกระเตาะนั่นมันเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเธอหรอ แล้ววันนั้นล่ะ วันที่เขาไปเจอกับมันที่ตลาดแล้วเขาช่วยแม่ของไอ้ผู้กองคนนี้เอาไว้ตอนที่แม่ของมันเป็นลม ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่ของมันงั้นก็หมายความว่าผู้หญิงคนนั้นก็เป็นแม่ยายของเขาด้วย!!! ถึงว่าสิทำไมแก้วเจ้าจอมกับผู้หญิงคนนั้นถึงได้หน้าตาเหมือนกันมากขนาดนี้ ไหนจะกลิ่นกายหอมๆ ทั้งแม่ ทั้งลูกชายแล้วก็ลูกสาวอีก 

               “ครับท่าน ผมได้เจอทั้งผู้กำกับไกรจักรกับผู้กองพี่ชายของแก้วอยู่ แต่ที่วันนั้นทั้งสองคนไม่เจอแก้วเป็นเพราะผมให้แก้วไปซ่อนตัวในป่าเอง ก็อย่างที่ผมเคยเรียนท่านไปว่าคนร้ายที่เป็นแก๊งค้ามนุษย์นั้นมีพวกเจ้าหน้าที่แฝงตัวอยู่ด้วย ที่ผมต้องทำแบบนี้เพราะผมไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น คนที่มาตามหาแก้วที่ฐานของผมไม่ได้มีแค่คนของท่านครับ แต่ไอ้พวกสารเลวนั่นมันก็มาตามหาแก้วที่ฐานของผมเหมือนกัน และครั้งหนึ่งพวกมันก็เกือบจะฆ่าแก้วเพื่อปิดปากสำเร็จ ผมต้องขอโทษท่านด้วยที่ผมต้องทำแบบนี้ แต่ผมไว้ใจใครไม่ได้จริงๆ ครับ” ตอนนั้นเขาแยกไม่ออกหรอกว่าใครเป็นคนดีหรือคนร้าย แม้ตอนนี้รองคีรินทร์เหมือนจะรู้สึกไม่พอใจเขาเป็นอย่างมาก แต่เขาก็พอจะดูออกว่าท่านเองก็พยายามจะข่มใจให้เย็นเพื่อฟังในสิ่งที่เขาเล่า เขาดีใจที่ถึงแม้ท่านจะดูไม่พอใจไปบ้างตามประสาพ่อที่ต้องห่วงลูกแต่ท่านก็ใจกว้างมากพอและยอมรับฟังเขาด้วยเหตุผล 

               “เล่าต่อสิว่าผู้กองไปเจอลูกสาวผมได้ยังไง” ท่านบอก ซึ่งพอท่านเปิดโอกาสให้ผู้กองพนาก็เล่าต่อ 

               “หลังจากที่เคลียร์เรื่องคดีแก๊งค้ามนุษย์แล้วผมก็ให้ลูกน้องกลับฐาน ส่วนผม ผมแยกออกมาเดินสำรวจป่าต่อคนเดียวเพราะผมรู้สึกว่าหน้าผาน้ำตกที่พวกผมจัดการกับคนร้ายเหมือนมีร่องรอยของคนตกลงไป ผมก็เลยลองไปสำรวจดูจนได้เจอแก้วนอนหมดสติอยู่ที่ริมธารน้ำห่างจากหน้าผาน้ำตกมาไกลมากแล้วแก้วก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างที่ผมช่วยแก้วพวกคนร้ายก็ได้ย้อนกับมาที่เกิดเหตุอีก ตอนนั้นผมเลยรู้ว่าพวกมันมีเจ้าหน้าที่แฝงอยู่ด้วย แต่ผมตัวคนเดียว พวกมันมีหลายคนทำให้ผมเข้าไปจับกุมไม่ได้ แก้วเองก็อาการแย่มากผมก็เลยต้องเลือกพาแก้วหนีไป มีชาวบ้านในพื้นที่เขาช่วยเราเอาไว้แก้วก็เลยได้รับการรักษา แต่พวกคนร้ายมันก็ตามหาเราจนเจอแล้วไล่ล่าเราอีก ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมติดต่อหาท่าน แต่ยังคุยกันไม่ทันรู้เรื่องผมก็ต้องรีบพาแก้วหนีจากพวกมันก่อน” 

               “ตอนผมโทรกลับหาผู้กองมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งรับสาย บอกว่ามีทหารพาลูกผมหนีพวกคนร้ายแล้วเด็กคนนั้นเขาก็ถูกยิงด้วย M79 ขณะขับรถอยู่” 

               “ครับ เด็กคนนั้นชื่อโก้ ตอนแรกโก้จะพาผมกับแก้วไปส่งโรงพยาบาล แต่เราถูกตามล่าก่อนก็เลยไปที่โรงพยาบาลไม่ได้ แล้วพวกมันก็ส่งคนไปดักเราเอาไว้ที่โรงพยาบาลด้วยผมก็เลยต้องพาแก้วหนีกลับมาที่ฐาน ส่วนโก้ก็...ตามที่ท่านว่าแหละครับ เราแยกกันระหว่างทาง โก้ไม่ยอมหนีมากับผมเขาก็เลยพลอยโดนลูกหลงไปด้วย” ผู้กองพนาตอบอย่างรู้สึกผิดไม่หายที่เป็นสาเหตุทำให้โก้ต้องตาย ส่วนรองคีรินทร์ก็พยักหน้ารับเมื่อเรื่องราวทุกอย่างมันปะติดปะต่อกันได้แล้ว 

               “ผมพาแก้วกลับมาที่ฐาน ดูแลรักษาแก้วจนแก้วหายดี ปกปิดไม่ให้คนนอกรู้ว่าแก้วอยู่ที่นี่เพราะนอกจากคนของท่านก็มีพวกคนร้ายมาตามหาแก้วหลายรอบมากครับ ส่วนแก้วเองก็จำอะไรไม่ได้ผมเลยไม่รู้ว่าจะช่วยตามหาครอบครัวให้ยังไง” 

               “ก็แล้วทำไมไม่ติดต่อกลับมาหาผมอีกล่ะ” รองคีรินทร์ถามกลับ คราวนี้ผู้กองพาก็ถึงกับก้มหน้าสลด 

               “ความจริงถ้าผมตั้งใจจะสืบหาครอบครัวของแก้วผมก็ทำได้ แต่ว่า...ตลอดเวลาที่แก้วอยู่กับผม ผมยอมรับครับท่านว่ามีอำนาจมืดในจิตใจของผมมันทำให้ผมเลือกที่จะเห็นแก่ตัวและทำเลว ผมไม่ได้ตามหาครอบครัวให้กับแก้วซ้ำยังซ่อนแก้วเอาไว้ที่ฐานอีก ผมทำไปเพราะผมรักแก้ว ผมอยากครอบครองเขา ผมรู้แก่ใจดีครับท่านว่าผมทำไม่ถูก ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ความจริงผมแอบรักแก้วมานานแล้ว ตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อนที่จะเกิดเรื่อง ผมได้เจอกับแก้วครั้งแรกที่สัตหีบ แก้วเป็นรักแรกพบของผม วันที่ผู้หมวดรีคอนลูกชายของท่านเรียนจบหลักสูตรรบพิเศษรีคอน น้องชายของผมเขาก็เป็นเพื่อนบัดดี้กับผู้หมวดตอนที่เรียนหลักสูตรนี้ครับ”  

               โลกกลม...นี่คือสิ่งแรกที่รองคีรินทร์คิดออกมาได้ 

               “แล้วในคืนวันนั้นน้องชายของผมก็ถูกคนร้ายฆ่าตายที่ชลบุรี ผู้หมวดรีคอนกับแก้วก็มาร่วมงานศพด้วย แต่เราก็ได้พูดคุยกันน้อยมากผมเลยไม่รู้ว่าแก้วเป็นใคร ชื่ออะไร ผู้หมวดรีคอนเคยบอกกับผมแล้วก็เพื่อนๆ ของเขาว่าแก้วเป็นแฟนของเขา ผมก็เลยไม่กล้าคิดอะไร จนผมย้ายลงใต้ ไม่มีวันไหนเลยที่ผมจะไม่คิดถึงแก้ว แล้วผมก็ไม่คิดฝันด้วยว่าเมื่อสามเดือนก่อนผมจะได้เจอกับแก้วอีกครั้ง แก้วคือหัวใจที่ผมทำหล่นหายไปเมื่อหนึ่งปีก่อน แล้วพอผมได้กลับมาเจอกับหัวใจของผมอีกครั้ง ผมก็อยากจะไขว่คว้าเอาหัวใจของตัวเองเอาไว้ ตอนนั้นผมไม่สนว่าสิ่งที่ผมทำมันจะผิดต่อใครบ้าง ผมรู้แค่ว่าผมได้เจอกับคนรักของผมแล้วผมก็ไม่อยากจะสูญเสียเขาไปก็เท่านั้น” 

               “แล้วผู้กองให้ลูกของผมอยู่กับผู้กองในฐานะของอะไร” รองคีรินทร์ถามอย่างพยายามอดทนอดกลั้น การเจอกันของผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมมันไม่ใช่เรื่องที่จะบังเอิญได้ขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เลย เจอกันเมื่อปีก่อน พอหนึ่งปีให้หลังกลับมาเจอกันอีกครั้งในป่า คนหนึ่งหนีคนร้ายมา อีกคนมาทำภารกิจลาดตระเวน แก้วเจ้าจอมถูกจับตัวไปที่กรุงเทพฯ แต่กลับได้ไปเจอกับผู้กองพนาในป่าของพื้นที่จังหวัดยะลา ไปเจอคนที่เคยแอบรักเธอมาเมื่อหนึ่งปีก่อน นี่มันมีเรื่องน่าเหลือเชื่อเกิดขึ้นแบบนี้จริงๆ หรอ แล้วที่ผู้กองพนาเล่ามาเขาก็เชื่อว่าผู้กองคนนี้ไม่ได้โกหกด้วย สิ่งที่เขาเล่าทั้งหมดมันมีที่มาที่ไปทุกอย่าง 

               ผู้กองพนาลุกขึ้นจากเก้าอี้อีกฝั่งของเตียงแก้วเจ้าจอมแล้วเดินเข้าไปหารองคีรินทร์ ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้วอย่างไรเสียเขาก็จะต้องบอกความจริงไปให้หมด ให้ท่านได้รู้ว่าเขารักและจริงใจกับลูกสาวของท่านมากแค่ไหน ผู้กองพนาค่อยๆ คุกเข่าลงตรงหน้ารองคีรินทร์ก่อนจะพนมมือแล้วก้มลงไปกราบแทบเท้า เพียงเท่านี้รองคีรินทร์ก็พอจะรู้แล้วว่าเขาจะบอกอะไร 

               “ผมกราบขอขมาท่านครับ” ผู้กองพนาเงยหน้าขึ้นแต่ก็ยังคงพนมมือเอาไว้ขณะพูด “นอกจากผมจะแอบรักแก้วมานานแล้ว แต่ความใกล้ชิดก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกผูกพันจนมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน แล้วความรู้สึกดีๆ นี้มันก็แปรเปลี่ยนมาเป็นความรัก แก้วอยู่ที่ฐานกับผมในฐานะของภรรยา...เราสองคนอยู่กินฉันสามีภรรยากันครับ...ท่านครับ แก้วเป็นเมียของผม...” 

               ผลัวะ!!! 

               สิ้นคำพูดนี้ผู้กองพนาก็ล้มหงายไม่เป็นท่าเมื่อถูกพ่อตาอย่างรองคีรินทร์ถีบเข้าให้ที่กลางอกเต็มแรง ไม่คิดว่าอายุเยอะขนาดนี้แล้วจะยังแรงดีไม่มีตก แค่ถีบมาทีเดียวก็ทำเอาถึงกับจุกแน่นหน้าอกจนแทบจะหายใจไม่ออกแล้ว 

               รองคีรินทร์มองผู้กองพนาอย่างโกรธแค้น มันไม่มีพ่อคนไหนจะรับได้หรอกนะ ลูกสาวมาหายตัวไปเป็นเดือนๆ แล้วบาดเจ็บกลับมาไม่พอ แต่ลูกสาวของเขายังมาถูกไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ทำให้มีราคีแปดเปื้อนอีก ตั้งแต่โตมาแก้วเจ้าจอมไม่เคยมีเรื่องชู้สาวกับใครให้เขาแล้วก็ทุกคนในครอบครัวต้องเป็นห่วง ชีวิตของเธอมีแค่การเรียน มีแค่งานและการอยู่กับครอบครัว เป็นเด็กที่อยู่ในกรอบมาโดยตลอด เขากับ ผบ.กรันณ์ช่วยกันทะนุถนอมเธอเอาไว้เป็นแก้วตาดวงใจของพ่อ ไม่ต้องการจะให้ใครมาแตะต้องลูกสาวของพวกเขาแต่พวกเขาก็ทำพลาดจนได้ รองคีรินทร์พยายามเก็บกลั้นไม่ให้น้ำตาคลอเพราะความสงสารลูกและเจ็บใจที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องลูกได้ทั้งๆ ที่ทำงานมีตำแหน่งที่ใหญ่โต ไม่คิดว่าแค่เขาคลาดสายตากับลูกแล้วมันจะทำให้ชีวิตของลูกของเขาต้องเป็นแบบนี้ 

               “ไอ้สารเลว! มึงฉวยโอกาสกับคนความจำเสื่อมงั้นหรอ มึงข่มขืนลูกกูอย่างนั้นหรอ ห๊า!!!” 

               ผลัวะ!!! 

               รองคีรินทร์ถีบอกผู้กองพนาซ้ำเมื่อเขาจะลุกขึ้นจนผู้กองพนาล้มลงไปอีกรอบ จากนั้นรองคีรินทร์ก็เดินเข้ามาหาเขาแล้วยกเท้าเหยียบอกของเขาเอาไว้พร้อมๆ กับที่กระชากคอเสื้อของเขาขึ้นมา 

               “มึงทำลูกกู มึงมันหน้าตัวเมียข่มขืนผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้...” 

               “ผมไม่ได้ข่มขืน!” แม้จะเจ็บแน่นหน้าอกมากแค่ไหนผู้กองพนาก็ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองถูกปรักปรำแน่ “ผมยอมรับว่าผมจงใจซ่อนแก้วเอาไว้ ผมไม่พยายามตามหาครอบครัวให้แก้วเพราะไม่อยากเสียแก้วไป ผมทำผิดที่ล่วงเกินแก้วทั้งๆ ที่แก้วความจำเสื่อม ผมทำผิดที่เป็นผัวเมียกับแก้วอย่างไม่ถูกต้องตามประเพณี ถ้าท่านจะเอาผิดผมด้วยเรื่องพวกนี้ผมยอมรับผิด ท่านจะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่ผมขอร้อง...อย่ากล่าวหาว่าผมข่มขืนแก้ว อย่ากล่าวหาว่าผมทำร้ายคนที่ผมรัก แม้ในตอนแรกผมจะพยายามข่มใจไม่ให้เผลอไปล่วงเกินแก้ว แต่ผมก็เอาชนะหัวใจของตัวเองและความใกล้ชิดไม่ได้ แล้วตอนที่เราตกลงเป็นสามีภรรยากันแก้วเขาก็รู้ตัวเองตลอดว่าเขาความจำเสื่อม รู้ว่าผมแค่ช่วยเขาเอาไว้โดยที่เราไม่เคยเป็นอะไรกันมาก่อน แต่เราก็ยินยอมพร้อมใจกันด้วยความรัก แก้วรักผมแล้วผมเองก็รักแก้ว แก้วคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผมแล้วผมก็จะไม่มีวันทำร้ายเขา อย่าดูถูกความรักของผมแล้วก็กล่าวหาว่าผมข่มขืนรังแกแก้ว!” เขารักเธอมากขนาดนี้ เธอคือครอบครัวเพียงคนเดียวในชีวิตของเขา ต่อให้ต้องตายเขาก็จะไม่มีวันทำร้ายเธอ ต่อให้เธอจะฆ่าเขาเขาก็จะยอมให้เธอฆ่าโดยไม่ตอบโต้ 

               “ผมเป็นตำรวจ ผมมีศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายมากพอและยึดมั่นใจความถูกต้อง ชีวิตของผมอุทิศเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์และปราบปรามผู้กระทำความผิด ผมไม่มีทางหยามศักดิ์ศรีของตัวเองด้วยการไปทำร้ายผู้หญิงที่ไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะแก้ว...ผมตั้งใจว่าจะพาแก้วกลับมาหาครอบครัวของเขาอยู่แล้ว แล้วถ้าแก้วได้กลับมาหาครอบครัวผมก็จะขอแก้วแต่งงานให้ถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณี ผมรักแก้ว...ผมแค่อยากได้เมียของผมคืน ผมหวังว่าท่านจะเมตตาเห็นใจผม เรื่องความผิดที่ผมก่อผมยอมรับผิดทุกอย่างครับ ท่านจะทำยังไงกับผมก็ได้ แต่ผมขอร้อง...อย่าพรากเมียของผมหนีเลยนะครับ แก้วคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผม ชีวิตของผมผมไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากแก้วคนเดียว ได้โปรดเห็นใจผมด้วยเถอะนะครับ” ผู้กองพนายังคงพนมมือขึ้นไหว้ขอร้อง เขามองไปยังแก้วเจ้าจอมที่ยังนอนหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยาอยู่ที่เตียงคนไข้ ไม่ว่าเธอจะเป็นใครก็ตาม แต่ตอนนี้เธอก็เป็นเมียของเขาด้วย ถ้าเธอเป็นลูกสาวของรองคีรินทร์งั้นผู้หมวดรีคอนก็ต้องเป็นพี่ชายของเธอ ไม่ใช่แฟนกันอย่างที่เขาเคยเข้าใจ ซึ่งมันก็เท่ากับว่าเธอเป็นโสดมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว 

               เห็นผู้กองพนาพนมมือไหว้ขอร้องด้วยจำนนขนาดนี้ถ้าจะฆ่าแกงกันไปก็คงจะตายเปล่า ดังนั้นรองคีรินทร์เลยยอมปล่อยตัวของเขา จะฟังความข้างเดียวมันก็ไม่ได้... 

               “...พี่พนา...” จู่ๆ น้ำเสียงที่แห้งผากของแก้วเจ้าจอมก็ดังขึ้นเมื่อเธอกลับมาเพ้ออีก ซึ่งก่อนหน้านี้คนที่เธอเพ้อหามีเพียงแค่พ่อกับแม่ของเธอเท่านั้น 

               “พี่พนา...” พอได้ยินเสียงเธอเรียกผู้กองพนาก็รีบลุกขึ้นเข้าไปหาเธอในทันที ดีใจที่ได้ยินเสียงเธอเรียกหา 

               “พี่พนา...” 

               “พี่อยู่นี่” ผู้กองพนากุมมือของเธอเอาไว้แล้วยิ้มบอกทั้งน้ำตา “พี่อยู่นี่แล้วคนดี แก้วได้ยินพี่มั้ย พี่พนาของแก้วอยู่นี่แล้ว” แก้วเจ้าจอมไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาบอก เพราะเธอเพียงแค่เพ้อขึ้นมาเท่านั้น แต่เพียงแค่นี้มันก็ทำให้ผู้กองพนาดีใจนักแล้ว ดีใจที่เธอปลอดภัยแล้วก็ยังเรียกหาเขาอยู่ 

               “อย่าทิ้งแก้ว...พี่พนาอยู่กับแก้วนะ...แก้วรักพี่พนา...” 

               “พี่ก็รักแก้ว พี่จะไม่ทิ้งแก้วไปไหนคนดีของพี่” แล้วผู้กองพนาก็โน้มตัวลงไปกอดเธอเอาไว้ต่อหน้าต่อตารองคีรินทร์ที่ยังคงยืนอึ้งอยู่กับสิ่งที่แก้วเจ้าจอมเพ้อออกมา ซึ่งเพียงแค่นี้มันก็ยืนยันแน่ชัดแล้วว่าผู้กองพนาไม่ได้โกหก เขาไม่ได้ข่มขืนแก้วเจ้าจอมแต่เป็นเพราะแก้วเจ้าจอมรักเขาและอาจจะยินยอมเขาเอง 

               พอรู้อย่างนี้เข้ารองคีรินทร์ก็แทบทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงต่อ จะตัดสินใจอะไรเด็ดขาดเลยก็ไม่ได้เพราะเขาไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของแก้วเจ้าจอม จะกีดกันแล้วขับไล่ผู้กองพนาออกไปจากชีวิตของแก้วเจ้าจอมก็ไม่ได้อีกเพราะลูกสาวของเขาตกเป็นของมันแล้ว เรื่องอะไรเขาจะยอมให้มันได้ลูกเขาฟรีๆ แต่ถ้าจะยอมรับมันเป็นลูกเขย...ถ้าจะมองแบบไม่อคติผู้กองพนาก็แมนมากพอที่จะบอกความจริงกับเขาทุกอย่างและยอมรับในความผิดที่ได้ทำ ก็เรียกได้ว่าเป็นลูกผู้ชายอยู่พอตัว ขนาดถูกเขาเหยียบอกเอาไว้ก็ยังกล้าบอกออกมาว่ารักลูกสาวของเขา แล้วคนแบบนี้ถ้าจะรับเอามาเป็นลูกเขยมันก็ไม่ได้น่าอายหรือน้อยหน้าใคร หน้าที่การงานก็ดีพร้อม เป็นนักรบฝีมือเยี่ยมอีกและที่สำคัญท่าทางมันจะรักลูกสาวของเขามากด้วย ถ้าผู้กองพนารักแก้วเจ้าจอมมากและแก้วเจ้าจอมเองก็รักผู้กองพนา เขาก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปกีดกัน แล้วหากจะมองอย่างใจกว้างมากกว่านี้...ตอนนั้นแก้วเจ้าจอมก็ความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้ จำไม่ได้แม้แต่ตัวเองเธอก็คงจะรู้สึกหวาดกลัวและโดดเดี่ยวอยู่ไม่น้อย ความใกล้ชิดของเธอกับผู้กองพนาคงจะทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย ธรรมชาติของหนุ่มสาวเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกันมากๆ ความหวั่นไหวและความผูกพันก็จะตามมาจนเรื่องมันเลยเถิด แม้เขาจะรับไม่ได้ที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแต่เขาก็ต้องจำยอมเพราะเรื่องทุกอย่างสถานการณ์มันพาไปทั้งนั้น อย่างน้อย...ลูกของเขาก็ไม่ได้ถูกข่มขืน แก้วเจ้าจอมยอมเป็นของผู้กองพนาก็เพราะความรัก ทั้งๆ ที่เธอก็รู้ตัวว่าตัวเองความจำเสื่อมอยู่แต่เธอก็ยังยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เธอเป็นคนตัดสินใจเลือกด้วยตัวของเธอเอง 

               “...พี่พนาอยู่กับแก้วนะ อยู่กับแก้ว...” 

               “พี่จะอยู่กับแก้ว พี่จะอยู่กับแก้วนะแก้วไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่แล้ว” ผู้กองพนายังคงกอดแก้วเจ้าจอมไม่ยอมห่าง สิ่งที่เขาแสดงออกมามันไม่ได้มีความเสแสร้งใดๆ เลยแม้แต่น้อย ทุกคำพูด ทุกการกระทำ แววตาและความรู้สึก มันคือความรักความห่วงใยที่ออกมาจากหัวใจของผู้กองพนาจริงๆ 

               “ท่านครับ” ผู้กองพนาหันมาเรียกรองคีรินทร์อีกครั้งเมื่อแก้วเจ้าจอมหยุดเพ้อแล้วหลับสนิทไปอีกครั้ง “ขอผมอยู่เฝ้าแก้วได้มั้ย ขอให้ผมได้อยู่ดูแลเมียของผมเถอะนะครับ” 

               รองคีรินทร์ถอนหายใจออกมา ยังไม่รู้ว่าจะพูดยังไงต่อเพราะท่าทางแก้วเจ้าจอมเองก็ดูจะรักผู้กองพนามากจนถึงขั้นเพ้อหา 

               “คงไม่ได้ ถ้าไนเปอร์อาการดีขึ้นแล้วผมจะส่งตัวเขาไปรักษาต่อที่กรุงเทพฯ แล้วก็กลับบ้านเลย ทุกคนในครอบครัวของผมกำลังรอเขาอยู่ ไนเปอร์หายตัวมานานมากพอแล้ว ไนเปอร์ควรจะได้กลับบ้าน” 

               “แล้วถ้าผมจะขอแก้วแต่งงานล่ะครับ” 

               “เรื่องนี้ผมตอบไม่ได้ แล้วผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้ด้วยเพราะพ่อของไนเปอร์คงไม่ยอม ไนเปอร์เป็นลูกสาวที่พ่อของเขารักแล้วก็หวงมาก อย่าว่าแต่จะขอแต่งงานเลย แค่ผู้กองเอ่ยปากออกไปว่าเป็นอะไรกับไนเปอร์ ผู้กองได้โดนพ่อของไนเปอร์ฆ่าก่อนที่จะพูดคำว่าแต่งงานจบแน่” 

               “พ่อ...หมายความว่ายังไง ก็ท่านไม่ใช่หรอครับที่เป็นพ่อของแก้ว” 

               “เปล่า” รองคีรินทร์ตอบแล้วเดินกลับมาหาแก้วเจ้าจอมที่เตียงคนไข้อีกครั้งก่อนจะลูบศีรษะของเธอเบาๆ “ผมเป็นพ่อบุญธรรมของไนเปอร์ แม่ของไนเปอร์เป็นน้องสาวของผม จริงอยู่ที่สถานะทางสายเลือดของผมกับไนเปอร์จะเป็นแค่ลุงกับหลาน แต่ผมก็เลี้ยงดูไนเปอร์มาแบบลูก และผมก็คิดมาตลอดว่าไนเปอร์คือลูกสาวแท้ๆ ของผมเอง ถึงผมจะรักจะห่วงใยไนเปอร์มากแค่ไหนแต่ผมก็ไม่มีอำนาจการตัดสินใจอะไรไปมากกว่าพ่อแท้ๆ ของไนเปอร์หรอก” 

               “แล้วแก้วเป็นลูกของใครกันแน่ครับ” ผู้กองพนาเข้าใจมาโดยตลอดว่ารองคีรินทร์เป็นพ่อแท้ๆ ของเธอ เพราะความรักความห่วงใยที่รองคีรินทร์มีต่อแก้วเจ้าจอมมันเป็นความรักของพ่อมากกว่าความรักของลุงเสียอีก 

               “พ่อของไนเปอร์คือพันเอกกรันณ์ สุวรรณเวช ผู้บังคับบัญชากองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้และหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม ลูกชายเพียงคนเดียวของท่านนายพลปภพ สุวรรณเวชที่ใครๆ ต่างก็รู้จักดี ส่วนแม่ของไนเปอร์ก็คือแพทย์หญิงราชาวดี สุวรรณเวช อาจารย์หมอด้านศัลยกรรมมือหนึ่งของประเทศ ผู้กองคิดว่าตัวเองมีอะไรดีพอที่จะเป็นเขยของครอบครัวนี้ได้ ผู้กองคิดว่าท่านนายพลปภพจะยอมรับผู้กองเป็นหลานเขยของท่านอย่างนั้นหรอ” 

               คราวนี้กลับเป็นผู้กองพนาที่เป็นฝ่ายพูดไม่ออก ลำพังแค่เป็นลูกสาวรองแม่ทัพภาคเธอก็อยู่สูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึงแล้ว แล้วนี่...เธอยังมีพ่อเป็นคนคุมทหารพรานทั้งหมดในชายแดนภาคใต้ มีแม่เป็นหมอชื่อดังแล้วยิ่งไปกว่านั้นคือยังเป็นถึงหลานสาวขององคมนตรีของประเทศอีก เธอไม่ใช่แค่นางไม้น้อยกลางป่าที่เขาเก็บได้อีกต่อไป อย่าว่าแต่ทุกคนในครอบครัวของเธอจะยอมรับเขารึเปล่าเลย บางทีเขาอาจจะถูกสั่งเก็บจนไร้ซากเลยก็ได้ 

               “ผมไม่ได้มีอะไรดีพอที่จะเป็นเขยของบ้านนี้หรอกครับท่าน” ผู้กองพนากุมมือของแก้วเจ้าจอมไม่ยอมปล่อย “ผมเป็นแค่ตำรวจไม่ได้ยศสูงอะไรมากมาย ชีวิตก็เสี่ยงตายไปวันๆ ไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย นามสกุลไม่ดัง พ่อแม่ก็ตายหมดแล้ว ญาติพี่น้องก็ไม่มี ผมเป็นคนตัวคนเดียวเพราะงั้นผมถึงบอกไงครับว่าแก้วคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผม ชีวิตของผมนอกจากจะอุทิศเพื่อชาติแต่อีกส่วนมันก็มันของแก้วด้วย ถ้าท่านจะถามหาลาภยศ ชื่อเสียงหรือเงินทองจากผม ผมคงไม่มีให้อย่างมากมาย ผมก็มีแค่ข้าราชการตำรวจคนหนึ่งจะมีได้เท่านั้น สิ่งล้ำค่าเพียงสิ่งเดียวที่ผมจะให้แก้วได้ก็คือความรัก ผมไม่คิดว่าแก้วจะเป็นลูกหลานของคนใหญ่คนโตแบบนี้ แต่ในเมื่อแก้วเป็นเมียของผมแล้ว จะให้ผมเลิกรักแล้วก็ทอดทิ้งเมียของผมไปผมคงทำไม่ได้ สิ่งเดียวที่จะพรากผมกับแก้วจากกันได้ก็คือความตาย แต่ตราบใดถ้าผมยังมีชีวิตอยู่ ผมก็จะอยู่เพื่อรักและเพื่อคอยดูแลปกป้องเมียของผม” 

               “ผู้กองเข้าใจผิดแล้วล่ะ” รองคีรินทร์ว่าขึ้นมาอีก “ครอบครัวของพวกผมไม่เคยมองคนที่ฐานะหรือยศตำแหน่ง แต่พวกเรามองกันที่หัวใจและความจริงใจเพียงเท่านั้น ถ้าผู้กองอยากเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวของผม สิ่งที่ผู้กองควรมีให้มากๆ ไม่ใช่เงินทองหรือลาภยศ แต่สิ่งที่ผู้กองควรมีให้มากๆ ก็คือความดี ความกล้าหาญและความซื่อสัตย์ในหน้าที่ รักชาติเป็นที่หนึ่ง ไม่เห็นแก่ตัว ไม่คตโกงทุจริต ไม่เจ้าชู้แล้วที่สำคัญที่สุดก็ต้องรักลูกสาวของผมให้มากๆ อย่าทำให้ไนเปอร์เสียใจเด็ดขาด” 

               “ทะ...ท่านกำลังจะบอกว่าท่านให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองหรอครับ” ก่อนหน้านี้ยังถีบเขาเอาๆ แล้วไหนจะขึ้นมึงกูกับเขาอีก ทำไมไปๆ มาๆ รองคีรินทร์ถึงได้... 

               “สิ่งที่ผู้กองทำกับลูกของผม ไม่มีพ่อคนไหนจะรับได้หรอกนะ ผมอยากจะฆ่าผู้กองให้ตายด้วยซ้ำตอนนี้ แต่ถ้าผมฆ่าผู้กองหรือไล่ผู้กองออกไปจากชีวิตของลูกผมก็เท่ากับว่าผมสนับสนุนให้ผู้กองฟันลูกสาวของผมแล้วก็ทิ้งสิ ก็ในเมื่อเรื่องมันมาแบบนี้แล้วผู้กองก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป ไม่ต้องรีบร้อนอยากให้ผมฆ่าผู้กองนักหรอกเพราะเดี๋ยวได้มีคนอยากฆ่าผู้กองอีกเยอะแน่ ถ้าคิดอยากจะเป็นเขยของบ้านนี้ก็ให้เดินบนเส้นทางที่มันถูกต้อง ถ้าผู้กองพลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ แม้แต่ศพของผู้กองก็จะไม่เหลือให้ได้เผา จำเอาไว้! ตอนนี้พ่อกับแม่ของไนเปอร์กำลังมา ถ้าไม่อยากตายก็อย่าพูดเด็ดขาดว่าเป็นอะไรกับไนเปอร์ เรื่องไหนไม่ได้ถามก็ไม่ต้องพูด ให้ทุกคนรู้แค่ว่าผู้กองช่วยชีวิตไนเปอร์เอาไว้อย่างเดียวพอ เรื่องเป็นผัวเมียกันไม่ต้องบอกใคร” 

               “ทำไมล่ะครับ ผมรักแก้วด้วยความจริงใจ ผมทำอะไรเอาไว้ผมก็ต้องรับผิดชอบ ทำไมผมถึงจะบอกไม่ได้ว่าผมกับแก้วเป็น...” 

               “กูบอกอะไรมึงก็ทำตามที่กูบอก มึงไม่มีสิทธิ์มาสงสัย!” จะไม่มีเงาหัวอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีก รองคีรินทร์ว่าอย่างใส่อารมณ์ ถึงเขาจะให้โอกาสผู้กองพนา แต่ก็ใช่ว่าเขาจะปลื้ม เพราะถ้าหากจะมีใครเข้ามาเป็นคนดูแลลูกสาวของเขา เขาอยากให้คนๆ นั้นเป็นอรินมากกว่า เพราะอย่างน้อยอรินก็เป็นหลานที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ และเขาก็รู้ว่าอรินเป็นคนดีและรักแก้วเจ้าจอมมากยิ่งกว่าอะไรและอรินก็ไม่มีข้อบกพร่องใดๆ เลยแม้แต่น้อย ข้อบกพร่องเดียวของอรินก็คือเขาดันเกิดช้ากว่าแก้วเจ้าจอมไปตั้งปีกว่าๆ แล้วแก้วเจ้าจอมก็ไม่ใช่คนที่ชอบคนอายุน้อยกว่าซะด้วย 

               เมื่อรองคีรินทร์ว่าแบบนี้ผู้กองพนาก็ไม่กล้าโต้แย้งอะไรอีก ถ้าได้ขึ้นกูมึงแบบนี้ก็แปลว่าอารมณ์เริ่มจะไม่ดีแล้ว ทางที่ดีเขาอย่าเพิ่งทำให้ท่านโกรธจะดีกว่า รักลูกสาวเขาแล้วเป็นศัตรูกับพ่อของเขาแบบนี้เห็นไม่ตายดีมาหลายรายแล้ว และเขาก็ไม่อยากจะเป็นแบบนั้น 

  

 

 

               ระหว่างที่รอครอบครัวของ ผบ.กรันณ์มาที่โรงพยาบาล รองคีรินทร์ก็ซักประวัติผู้กองพนาทุกอย่างนับตั้งแต่วันที่เขาเกิด วันที่เขาหัดเดิน วันที่เข้าโรงเรียนอนุบาลครั้งแรก จนมาถึงสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนเตรียมทหาร เรียนนายร้อยตำรวจ พอเรียนจบก็มารับราชการแล้วก็เข้ารับการฝึกหลักสูตรของหน่วยรบต่างๆ จนได้เป็นหัวหน้าทีมหน่วยปฏิบัติการนเรศวร 261 แล้วก็ย้ายลงมาภาคใต้หลังจากที่สูญเสียน้องชาย ว่ากันว่าตำรวจตระเวนชายแดนมักมาจากนักเรียนนายร้อยที่สอบได้คะแนนที่ไม่ดี จนพลาดอดเข้าไปเป็นตำรวจที่อยู่ในเมืองอย่างสบายๆ แต่สำหรับผู้กองพนา ในสมัยที่เรียนนายร้อยเขากลับสอบได้คะแนนมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของรุ่น และเขาก็พอใจในการเลือกมาเป็นตำรวจตระเวนชายแดนเอง รองคีรินทร์ชื่นชมที่ผู้กองพนาส่งเสียน้องชายจนเรียนจบนายร้อยตำรวจและมาเป็นตำรวจพลร่มเหมือนกันได้ แต่ก็รู้สึกติดใจเรื่องที่ผู้กองพนาเคยมีคนรักมาก่อน ก่อนที่จะเลิกลากันไปนานหลายปีแล้ว ซึ่งเรื่องนี้รองคีรินทร์ซักผู้กองพนาอย่างละเอียดด้วยกลัวว่าสักวันลูกสาวของเขาจะถูกทอดทิ้ง แต่พอได้ฟังเหตุผลที่ผู้กองพนาอธิบายเขาก็รับฟังด้วยความเข้าใจและไม่มีข้อกังขาใดๆ แต่ใจก็ยังไม่ยอมรับผู้กองพนาเสียทีเดียว 

               แก้วเจ้าจอมรู้สึกตัวขึ้นเมื่อฤทธิ์ของยาค่อยๆ อ่อนลง เธอยังคงมีอาการปวดศีรษะอยู่ แม้จะไม่ได้มากจนรู้สึกทรมานแต่ก็ทำเอามึนงงไปไม่น้อยจนต้องกระพริบตาถี่ๆ เสียงผู้ชายสองคนพูดคุยกันแม้จะยังจับใจความไม่ได้แต่มันก็เป็นเสมือนเสียงปลุกให้เธอค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา แสงแดดยามสายที่สาดส่องเข้ามาทำให้เธอแสบตาจนผู้กองพนาต้องรีบลุกขึ้นไปดึงผ้าม่านให้ปิดลงเพราะเธอยังไม่ชินกับแสง ในขณะที่รองคีรินทร์ก็ขยับตัวเข้ามาหาเธอด้วยความเป็นห่วง 

               “สไนเปอร์ ไนเปอร์ได้ยินพ่อมั้ยลูก” เขาเขย่าแขนแก้วเจ้าจอมเบาๆ จนเธอหันกลับมามอง แล้วทันทีที่เธอเห็นหน้าเขาแก้วเจ้าจอมก็น้ำตาร่วงออกมาในทันที 

               “...พ่อภู...พ่อภู...โอ๊ย!” เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บจากแผลผ่าตัดเมื่อพยายามจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว รองคีรินทร์จึงประคองตัวเธอให้กลับลงไปนอนตามเดิมก่อนจะโน้มตัวลงไปให้เธอกอด ซึ่งแก้วเจ้าจอมก็รีบกอดเขาเอาไว้ทันทีแล้วก็ร้องไห้ออกมา 

               “พ่อภู...พ่อภูขาช่วยไนเปอร์ด้วย ไนเปอร์กลัว ฮื่อออออ พ่อภูช่วยไนเปอร์ด้วย” เธอร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวมากจริงๆ จนรองคีรินทร์ต้องกอดและปลอบขวัญเธออยู่นาน 

               “พวกมันจับไนเปอร์ไป พวกมันจะฆ่าไนเปอร์ ไนเปอร์กลัว พ่อภูช่วยไนเปอร์ด้วย” 

               “ไม่ต้องกลัวลูก ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะพ่ออยู่นี่แล้ว ไนเปอร์ปลอดภัยแล้วนะลูก อยู่กับพ่อไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” อ้อมกอดแสนอบอุ่นและปลอดภัยของพ่อทำให้แก้วเจ้าจอมค่อยๆ ได้สติและใจเย็นลงมากขึ้นกว่าเดิม แต่เธอก็ยังไม่ยอมคลายกอดจากรองคีรินทร์ และไม่ยอมให้เขาอยู่ห่างจากเธอแม้แต่น้อย แม้ว่ารองคีรินทร์จะปรับเตียงขึ้นเพื่อให้เธอได้นั่งแล้วแต่แก้วเจ้าจอมก็ยังซุกอยู่ในอ้อมอกของเขาด้วยความหวาดระแวง 

               “พ่อภูอย่าไปไหนนะ พ่อภูอยู่กับไนเปอร์นะคะ ไนเปอร์กลัว” 

               “ได้สิลูก ขวัญเอ้ยขวัญมานะ ไนเปอร์อยู่กับพ่อภูแล้ว ไนเปอร์ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีกต่อไปแล้วนะลูก” รองคีรินทร์เช็ดน้ำตาให้เธอแล้วก็ลูบหลังปลอบเธอเบาๆ เห็นเธอดูหวาดกลัวแบบนี้แล้วเขาก็สงสารเธอนัก ไม่รู้ว่าตอนถูกตามล่าเธอจะหวาดกลัวมากแค่ไหน ยิ่งตอนที่ความจำเสื่อมเธอก็คงจะยิ่งอ้างว้างมากจนต้องยึดเอาผู้กองพนาเป็นที่พึ่ง แต่ตอนนี้เธอได้กลับมาหาเขาแล้ว เขาจะไม่ยอมให้ใครมารังแกหรือทำร้ายเธออีกแล้วทั้งนั้น 

               แก้วเจ้าจอมยังคงรู้สึกมึนๆ งงๆ อยู่ ตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอรับรู้ก็คือเธอได้อยู่กับพ่อภูของเธอ พ่อภูคือคนที่สามารถปกป้องดูแลเธอได้และเธอก็อุ่นใจกับพ่อภูที่สุด สองแขนเล็กๆ กอดผู้เป็นพ่อเอาไว้ด้วยยังคงรู้สึกระแวงไม่หาย เธอมองไปรอบๆ ตัวก็พอจะเดาออกว่าที่นี่คงเป็นโรงพยาบาล เธอแต่งชุดคนไข้และอยู่บนเตียงคนไข้ ที่หัวเตียงมีเสาน้ำเกลือ เธอรู้สึกเจ็บที่ช่วงท้อง...ใช่แล้ว เธอพอจำได้ลางๆ ว่าตัวเองถูกคนร้ายยิง ตอนนี้เธอคงจะกำลังมารักษาตัวอยู่ แก้วเจ้าจอมกระชับกอดรองคีรินทร์ให้แน่นขึ้นเมื่อหันมาเห็นผู้กองพนายืนอยู่ที่ข้างเตียง เขากำลังยิ้มให้เธอด้วยความดีใจที่เห็นเธอฟื้นขึ้นมา ซึ่งพอเห็นว่าเธอมองเขา เขาก็รีบเดินเข้ามาหาเธอในทันที 

               “แก้วยังเจ็บตรงไหนอยู่อีกบ้าง ปวดหัวรึเปล่า เจ็บแผลผ่าตัดที่ท้องมั้ย” ไม่เพียงแค่เอ่ยถามแต่ผู้กองพนายังยื่นมือมาจะกุมแก้มของเธอเอาไว้ แต่ทว่า...แก้วเจ้าจอมกลับปัดมือของเขาออกอย่างรวดเร็ว 

               “คุณเป็นใครน่ะ!” เธอร้องถามอย่างไม่ไว้ใจแล้วก็ยิ่งกอดรองคีรินทร์เอาไว้แน่น แววตาที่เธอมองมายังผู้กองพนาไม่ต่างอะไรกับมองแปลกหน้าจนผู้กองหนุ่มเริ่มจะใจไม่ดี 

               “นี่พี่เองนะ พี่พนาของแก้วไง” 

               “พนาไหน แล้วใครชื่อแก้ว...คุณทักคนผิดรึเปล่า” คราวนี้รองคีรินทร์หันกลับมามองผู้กองพนาในทันที ทำไมแก้วเจ้าจอมถึงพูดแบบนี้ล่ะ นี่เธอจำเขาไม่ได้หรอ... 

               “แก้ว...” ผู้กองพนาจุกแน่นไปทั้งอกจนแทบจะพูดไม่ออก นี่เธออำเขาเล่นรึเปล่า เธอพูดเหมือนกับว่าจำเขาไม่ได้เลย 

               “ไนเปอร์ นี่ผู้กองพนานะ ไนเปอร์ลองนึกดีๆ สิลูกว่าไนเปอร์เคยเห็นเขามาก่อนรึเปล่า” รองคีรินทร์บอกเธอ อยากจะให้เธอจำผู้กองพนาได้เพื่อที่เขาจะได้ฟังเธอเล่าบ้างว่าเกิดอะไรขึ้นตลอดเวลาที่เธอหายตัวไป ตอนที่เธอออกมาจากห้องผ่าตัดใหม่ๆ หมอก็ได้บอกกับเขาอยู่ว่าเธอได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะอย่างรุนแรง ความทรงจำบางส่วนของเธออาจขาดหายไปได้  

               แก้วเจ้าจอมพยายามมองหน้าผู้กองพนาให้ดีๆ จากตอนแรกที่เขายิ้มหวานให้เธอ มาตอนนี้สีหน้าของเขาเริ่มบอกบุญไม่รับแล้ว แล้วมันก็ดูเศร้ามากๆ เขายื่นมือมาจับที่ข้อเท้าของเธอผ่านผ้าห่ม เหมือนอยากจะพูดอะไรแต่เขาก็ไม่พูด 

               “ผู้กองพนา...ตำรวจพลร่ม...อ๋อ! จำได้แล้ว” เธอบอกจนผู้กองพนาพอจะยิ้มออก แต่ก็ยิ้มได้เพียงแค่เสี้ยวนาทีเท่านั้นเมื่อเธอพูดขึ้นมาอีก “ฉันจำคุณได้ เราเคยเจอกันที่สัตหีบ ฉันเคยไปงานศพน้องชายคุณ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะที่เคยบอกว่าจะลงไปประจำการที่ภาคใต้เป็นยังไงบ้าง คุณสานฝันแทนน้องชายสำเร็จแล้วรึยัง ไม่ได้เจอกันนานเลยฉันเกือบจะลืมคุณไปแน่ะ” 

               “ไนเปอร์” รองคีรินทร์เรียกเธอเบาๆ เมื่อเห็นผู้กองพนาทำหน้าเหมือนคนอกหักไปทุกที ก่อนหน้านี้เธอยังเพ้อหาเขา เพ้อบอกรักเขาอยู่เลย แล้วทำไม... 

               “ไนเปอร์จำผู้กองพนาไม่ได้หรอลูก ไนเปอร์จำเขาได้แค่นี้หรอ ลองนึกใหม่ดีๆ สิลูกว่าไนเปอร์เคยเจอผู้กองอีกมั้ย” 

               “ไม่ค่ะ” แก้วเจ้าจอมตอบหลังจากที่ลองพยายามนึกดู “ครั้งสุดท้ายที่เจอกันก็ตอนงานศพของน้องชายผู้กอง จากนั้นไนเปอร์ก็ไม่ได้เจอผู้กองอีก ก็ยังงงๆ อยู่ค่ะว่าผู้กองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วนี่...โรงพยาบาลที่ไหนหรอคะ ไนเปอร์อยู่ที่ไหน ไนเปอร์จำได้ว่าไนเปอร์ถูกคนร้ายจับตัวลงไปที่ชายแดนภาคใต้ ไนเปอร์สู้กับพวกมันแล้วพยายามจะหนี พวกมันต้อนไนเปอร์จนจนมุมไนเปอร์ก็เลยกระโดดลงไปที่หน้าผาน้ำตก แล้ว...ไนเปอร์ก็ตื่นขึ้นมา ไนเปอร์เห็นพวกตำรวจพลร่มกำลังต่อสู้อยู่กับคนร้ายพวกไหนก็ไม่รู้ ไนเปอร์ไปช่วยพวกเขาต่อสู้กับคนร้ายจนถูกยิง แล้วก็...ตื่นมาเห็นพ่อภูนี่แหละค่ะ” สีหน้าเธอดูมึนงงจริงอย่างที่พูดในขณะที่ผู้กองพนาน้ำตาตกใน ไม่จริงหรอกใช่มั้ย เธอเคยบอกเขาว่าต่อให้ต้องตายเธอก็จะไม่ลืม เธอจะลืมเขาไม่ได้นะ 

               “แก้วจำพี่ไม่ได้จริงๆ หรอ นี่พี่พนาของแก้วไง” เขาถามเธออีก พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ “ตอนที่แก้วหนีพวกคนร้ายจนตกหน้าผา พี่เป็นคนไปช่วยแก้วเอาไว้ แก้วไปอยู่กับพี่ที่ฐานปฏิบัติการของตำรวจพลร่มนานเกือบจะสามเดือนเลยนะ เราอยู่ด้วยกัน เราเป็น...” 

               “ผู้กอง” รองคีรินทร์พูดขัดเขาขึ้น มันยังเร็วไปที่จะมารื้อฟื้นอะไรกันตอนนี้ ตอนนี้แก้วเจ้าจอมเพิ่งฟื้น เธอถูกยิงแล้วก็ได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ ไหนจะยังเสียขวัญกับเรื่องร้ายๆ อีก เขายังไม่อยากให้เธอคิดมากและสับสน 

               “อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ ลูกผมเพิ่งฟื้น อาจจะยังมึนๆ งงๆ อยู่” เมื่อรองคีรินทร์ว่าแบบนี้ผู้กองพนาก็ได้แต่พยายามข่มใจเอาไว้ ถ้าเธอจำเขาไม่ได้จริงๆ แล้วเขาจะทำยังไงดี แม่นางไม้ตัวน้อยของเขา...เขาจะมาเสียเธอไปจริงๆ หรอ ที่ผ่านมาความรักระหว่างเขากับเธอมันไม่ใช่แค่ความฝัน มันเป็นช่วงเวลาสามเดือนที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเขา เขาได้นอนกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขน ตื่นเช้ามาพร้อมๆ กัน กินข้าวด้วยกัน พอเลิกงานก็ไปนั่งดูหิ่งห้อยด้วยกัน มันเป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขที่สุด เขาไม่อยากให้มันกลายเป็นความทรงจำที่เลือนลาง เขาไม่อยากเสียคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาไปอีกแล้ว ขอร้องล่ะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เขาเสียทุกคนในครอบครัวไปจนหมดแล้ว อย่าให้เขาต้องมาเสียแก้วตาดวงใจของเขาไปอีกคนเลย เขารับความสูญเสียครั้งนี้ไม่ได้ อย่าให้เขาต้องเสียใครไปอีก 

               “พ่อภู...” แก้วเจ้าจอมหันกลับมากอดรองคีรินทร์เอาไว้อีกครั้งหลังจากที่ปัดมือของผู้กองพนาออกจากข้อเท้า เธอกอดรองคีรินทร์เอาไว้ได้ยังไม่ทันไรเสียงเคาะประตูห้องพักฟื้นก็ดังขึ้นก่อนที่ราชาวดีจะรีบเดินเข้ามาอย่างรีบเร่งโดยมีผู้กองกวินทร์ช่วยประคองและ ผบ.กรันณ์เดินตามเข้ามา 

               “ไนเปอร์ลูกแม่!” 

               “แม่แก้ม แม่แก้มขา!” แก้วเจ้าจอมรีบผละออกจากรองคีรินทร์แล้วจะโผเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ทันทีอย่างลืมความเจ็บจนราชาวดีต้องรีบเข้ามากอดรับลูกสาวเอาไว้ด้วยความดีใจ ในที่สุดเธอก็ได้เจอลูกแล้ว แม่แก้มขา...นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงใครเรียกแบบนี้ 

               “ลูกแม่...ยัยหนูของแม่” ราชาวดีร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เช่นเดียวกับที่แก้วเจ้าจอมกอดแม่เอาไว้ด้วยความคิดถึง เธอไม่เคยรู้สึกคิดถึงแม่อย่างมากมายแบบนี้มาก่อนเลย คิดถึงเหลือเกินอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น อบอวลไปด้วยความรักของแม่ คิดถึงกลิ่นกายหอมๆ ของแม่ คิดถึงเหลือเกิน 

               “ไนเปอร์คิดถึงแม่แก้ม คิดถึงที่สุดเลยแม่แก้มขา ไนเปอร์คิดถึงแม่” 

               “โถลูกรักของแม่ แม่อยู่นี่แล้วนะ แม่ก็คิดถึงไนเปอร์เหมือนกันลูก คนดีของแม่” ราชาวดีทั้งกอดทั้งหอมแก้มลูกสาวด้วยความดีใจ เธอผละออกจากแก้วเจ้าจอมเพื่อมองหน้าลูกให้ชัดๆ พอเช็ดน้ำตาให้ลูกแล้วสองแม่ลูกก็โผเข้ามากอดกันอีก ผบ.กรันณ์เห็นแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนจะรีบเดินเข้าไปกอดแก้วเจ้าจอมเอาไว้อีกคน ซึ่งทันทีที่ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามากอด แก้วเจ้าจอมก็ยิ่งร้องไห้ กอดทั้งพ่อแล้วก็แม่เอาไว้พร้อมๆ กัน 

               “พ่อจ๋า แม่จ๋า” 

               “นางไม้น้อยของพ่อ ขวัญมานะลูกนะ” ผบ.กรันณ์บอก ไม่กล้ากอดลูกแรงเพราะกลัวลูกจะเจ็บแผล แค่ได้เห็นหน้าลูก ได้ลูกกลับคืนสู้อ้อมอกเขาก็ดีใจที่สุดในโลกแล้ว สองแขนกอดทั้งแก้วเจ้าจอมและราชาวดีเอาไว้แนบอกของเขา ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่เขาได้ลูกของเขาคืนแล้วจริงๆ 

               “ไนเปอร์หายไปไหนมาลูก รู้มั้ยว่าพ่อกับแม่เป็นห่วง เราตามหาลูกจนแทบพลิกแผ่นดินเลยนะ” ผบ.กรันณ์ถามแล้วหอมแก้มของเธอฟอดใหญ่ด้วยความคิดถึง 

               “แม่คิดว่าแม่จะไม่ได้เจอกับไนเปอร์อีกแล้วลูก ไม่มีลูกอยู่ด้วยแล้วแม่ทรมานเหลือเกิน” ราชาวดีกอดแก้วเจ้าจอมไม่ยอมคลาย กลัวว่านี่จะเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น 

               “ไนเปอร์ถูกคนร้ายจับตัวไปค่ะ ไนเปอร์ถูกตามทำร้าย คุณพ่อกับแม่แก้มช่วยไนเปอร์ด้วยนะ ไนเปอร์กลัว” 

               “พ่อกับแม่แก้มจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายลูกทั้งนั้น ตอนนี้ยัยหนูปลอดภัยแล้วนะลูก ใครที่มันทำร้ายลูก พ่อจะไม่ให้มันได้ตายดีเลย” เพียงแค่นี้แก้วเจ้าจอมก็อุ่นใจแล้ว อุ่นใจที่สุด อุ่นใจแบบไม่เคยอุ่นใจแบบนี้มาก่อน เธอมีอ้อมอกอุ่นๆ ของแม่แก้มให้อิงซบ มีอ้อมกอดของพ่อรันและพ่อภูคอยปกป้อง ไม่มีอะไรจะปลอดภัยไปกว่านี้อีกแล้ว และตอนนี้...ก็ยังมีหัวหน้าทีมซีลคอยอารักขาเพิ่มอีกคนด้วย 

               “พี่เรนเจอร์...” ผู้กองกวินทร์ยิ้มแฉ่งอย่างทะเล้นให้เธอทันทีก่อนจะรีบเข้ามากอดเธออีกคน แล้วก็ตามด้วยหอมแก้มเธอแรงๆ 

               “ยัยโหดของพี่ ไม่มีใครอยู่ให้แกล้งแล้วพี่เหง้าเหงา ต่อไปอย่าหายไปไหนอีกนะ ต้องอยู่ให้พี่แกล้งไปนานๆ ล่ะรู้มั้ย” 

               “คุณพ่อดูสิคะ พี่เรนเจอร์จะแกล้งไนเปอร์อีกแล้ว” แก้วเจ้าจอมรีบหันมาฟ้องพ่อ ทำให้ ผบ.กรันณ์และราชาวดีหัวเราะออกมาให้อย่างเอ็นดูเมื่อบรรยากาศเก่าๆ ได้กลับมาแล้ว พี่น้องคู่นี้ พอแกล้งกันเสร็จแก้วเจ้าจอมก็จะฟ้องพ่อ และผู้กองกวินทร์ก็จะฟ้องคุณย่า แต่ถึงจะชอบแกล้งกันยังไงทั้งสองคนก็เป็นพี่น้องที่รักกันมาก 

               “ยัยโหดขี้ฟ้อง” ผู้กองกวินทร์ว่าแล้วก็กอดแก้วเจ้าจอมอีก ราชาวดีจึงกอดลูกๆ ทั้งสองเอาไว้พร้อมๆ กันก่อนที่ ผบ. กรันณ์จะเข้ามากอดทุกคนเอาไว้อีกทีอย่างมีความสุขที่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า 

               รองคีรินทร์เห็นแล้วก็พลอยมีความสุขไปด้วย ครอบครัวของน้องสาวเขามักจะมีมุมน่ารักๆ ให้ได้เห็นเสมอ โดยเฉพาะ ผบ.กรันณ์ที่ใครๆ ต่างก็กล่าวขานถึงในเรื่องของความโหดและดุ แต่เวลาได้อยู่กับลูกเมียทีไรเขาก็มักจะอ่อนโยนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเสมอ 

               “ถ้าผู้กองเคยได้ยินเรื่องความโหดของ ผบ.กรันณ์มาก่อน เรื่องที่ผู้กองกับไนเปอร์เป็นอะไรกันอย่าพูดออกมาเชียวนะ” รองคีรินทร์แอบกระซิบบอกผู้กองพนาที่ได้แต่ยืนอยู่เงียบๆ อย่างทำอะไรไม่ถูกแล้วจริงๆ ผบ.กรันณ์นั้นเขารู้จัก เพราะทำงานในพื้นที่เดียวกัน แต่ก็รู้จักอย่างห่างๆ ได้ยินจากคำบอกเล่าว่าท่านเป็นนักรบฝีมือดีที่เก่งมากๆ เท่านั้น เป็นทหารที่เหล่าผู้ก่อการร้ายต่างก็หวาดกลัว ปิดคดีใหญ่ๆ มาก็มากมาย แล้วนอกจากเรื่องของความเก่งกล้าแล้ว ท่านก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความโหดและดุอีกด้วย ความปรานีไม่เคยมี ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นบากอยู่ก็เป็นบาดแผลในตำนานที่เกิดขึ้นตอนท่านทำคดีกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดเครือข่ายใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาและสามารถปิดคดีได้อย่างสวยงาม ว่ากันว่าถ้าใครอยากตายศพไม่สวยก็ให้มามีเรื่องกับท่านได้เลย เขาเองก็เคยได้ยินแต่คำเล่าลือ ไม่คิดว่าพอได้มารู้จักกับตัวตนจริงๆ ของท่าน ท่านจะอ่อนโยนกับลูกเมียได้มากมายเพียงนี้ 

               “แล้วนี่ซีลไปไหน” ตอนนี้ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว จะขาดก็แต่ผู้กองกรินทร์เท่านั้น รองคีรินทร์เลยสงสัยว่าลูกชายอีกคนของตนหายไปไหน 

               “ติดสายอยู่ข้างนอกครับพ่อภู เรื่องงานที่ฐานเขาน่ะ เดี๋ยวก็มา” ผู้กองกวินทร์ผละออกจากอ้อมกอดของพ่อกับแม่และน้องสาวก่อนจะหันมาตอบ แล้วก็เบนสายตามายังผู้กองพนาด้วยอีกคนเมื่อเพิ่งรู้ตัวว่ามีคนนอกอยู่ที่นี่ด้วย 

               “อ้าวพี่! สวัสดีครับ จำผมได้มั้ย” ผู้กองพนาถึงกับเหวอเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยทักอย่างอารมณ์ดีแบบนี้ จน ผบ.กรันณ์กับราชาวดีต้องหันมามองตาม 

               “แม่ครับ พี่ตำรวจคนนี้ไงที่เราเจอที่ตลาดตอนนั้น” ผู้กองกวินทร์รีบหันมาบอกกับราชาวดี ราชาวดีที่เพิ่งนึกขึ้นได้ก็เลยพยักหน้าตอบว่าเธอจำเขาได้ 

               “ใคร” ผบ.กรันณ์ถามขึ้นเสียงนิ่งๆ แล้วตวัดสายตาคมดุจ้องผู้กองพนาอย่างสงสัย ลูกเมียของเขาไปรู้จักกับตำรวจพลร่มนายนี้ได้ยังไง 

               “ที่ผมเคยเล่าให้ฟังไงครับพ่อ ตอนที่ผมพาแม่แก้มไปเดินตลาดในตัวเมืองยะลาแล้วแม่แก้มเป็นลม พี่เขาเป็นคนช่วยแม่แก้มเอาไว้” 

               “แล้วเขามาทำอะไรที่นี่” คราวนี้ ผบ.กรันณ์หันมามองทางรองคีรินทร์เป็นเชิงถามบ้าง รู้สึกไม่พอใจนิดๆ เวลาที่ได้รู้ว่ามีผู้ชายคนอื่นมาเข้าใกล้เมียรักของเขา ยิ่งตอนนี้มาอยู่ในห้องพักฟื้นลูกสาวของเขาด้วย 

               “นี่ผู้กองพนา เขาเป็นคนช่วยชีวิตไนเปอร์เอาไว้ตอนที่ไนเปอร์หายตัวไปน่ะ” พอรองคีรินทร์แนะนำ ผู้กองพนาก็ยืนตัวตรงทำความเคารพ ผบ.กรันณ์ในทันที 

               “ผมร้อยตำรวจเอกพนาธร วรธีดล เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการรบพิเศษและผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจรบพิเศษ ประจำฐานปฏิบัติการของตำรวจพลร่ม กองร้อยเฉพาะกิจรบพิเศษ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลาครับ” 

               “...” ผบ.กรันณ์เงียบและไม่ตอบอะไร หากแต่สายตาคมดุๆ ยังคงจ้องมองผู้กองหนุ่มอย่างสำรวจอยู่ โดยเฉพาะปีกเครื่องหมายความสามารถทั้งหลายแหล่บนอกเสื้อของเขา ถึงว่าสิมีคนบอกว่าทหารเป็นคนช่วยชีวิตลูกของเขาเอาไว้ ที่แท้ก็เป็นตำรวจพลร่มนี่เอง ชุดเครื่องแบบเป็นแบบนี้ผู้คนเลยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทหาร เขาเองก็ไม่ได้เอะใจเรื่องนี้ เพราะคิดว่าคนที่ช่วยลูกของเขาเอาไว้เป็นทหารมาโดยตลอดเขาก็เลยไปตามหาลูกแค่หน่วยงานของทหาร เขาก็ลืมไปสนิทเลยว่าต้องมาตามหาแก้วเจ้าจอมที่หน่วยงานของตำรวจด้วย 

               “เรื่องมันเป็นมายังไง ผู้กองไปเจอลูกของผมที่ไหน ทำไมถึงมาช่วยชีวิตลูกของผมได้” 

               “ไนเปอร์ถูกพวกแก๊งค้ามนุษย์จับตัวมาแล้วจะพาข้ามชายแดนไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตอนที่ไนเปอร์หนีคนร้ายอยู่นั้น ผู้กองกับลูกน้องของเขาออกลาดตระเวนอยู่น่ะเขาเลยไปเจอไนเปอร์ในป่าพอดี ก็เลยช่วยพาหนีจากพวกคนร้าย” รองคีรินทร์ตอบแทน เพราะกลัวว่าผู้กองพนาจะบอกความจริงไปว่าเขาเป็นอะไรกับแก้วเจ้าจอม 

               “แล้วทำไมไม่ไปแจ้งความ ทำไมถึงไม่รีบพาลูกผมมาส่งหรือติดต่อกลับมาบ้าง” 

               “ตอนนั้นไนเปอร์ได้รับบาดเจ็บ ความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้เลยผู้กองเขาก็เลยไม่มีเบาะแสอะไรในการตามหาญาติให้ จะแจ้งความก็ไม่ได้เพราะคนร้ายมีพวกเจ้าหน้าที่แฝงตัวอยู่” 

               “อะไรนะ” ราชาวดีได้ยินพี่ชายบอกแบบนี้ก็รีบหันมากอดโอ๋ลูกสาวอีกทันทีพร้อมกับเช็คบาดแผลตามเนื้อตัวของแก้วเจ้าจอม ซึ่งนอกจากแผลผ่าตัดที่ท้อง ที่ศีรษะของเธอก็มีผ้าพันแผลพันเอาไว้ ส่วนที่คอของแก้วเจ้าจอม ก่อนหน้าที่ผู้กองพนาจะเข้ามาขอเยี่ยม รองคีรินทร์เห็นว่าที่ซอกคอของเธอมีรอยจูบติดอยู่จึงได้ให้พยาบาลที่เข้ามาเปลี่ยนชุดให้แก้วเจ้าจอมช่วยเอาผ้าปิดแผลมาช่วยปิดเอาไว้ให้ รวมทั้งเขายังได้ถอดแหวนญาติของตำรวจออกจากนิ้วมือให้กับแก้วเจ้าจอมอีกเพื่อป้องกันไม่ให้ ผบ.กรันณ์คลั่งหากได้เห็น  

               “แล้วตลอดสามเดือนมานี้ทำไมผู้กองถึงไม่พยายามตามหาญาติให้ลูกผม เป็นนักรบมีเครื่องหมายแสดงความสามารถเต็มอกขนาดนี้แล้วไม่มีปัญญาตามหาญาติให้คนป่วยหรอ” 

               “ผู้กองเขาก็มีงานของเขามั้ยวะ เขาไม่ได้มีเวลามา...” 

               “ตกลงใครชื่อพนาธรกันแน่ พี่หรือเขา” ผบ.กรันณ์หันมาถามรองคีรินทร์อย่างเอาเรื่องเมื่อรองคีรินทร์ตอบคำถามแทนผู้กองพนาทุกอย่าง “ถ้าไม่ได้ชื่อพนาธรก็หุบปากไป” 

               “อ้าวไอ้เวรนี่! กูเป็นพี่เมียมึงนะ แล้วกูก็เป็นรองแม่ทัพภาคด้วย มึงเป็นน้องเขยกู ยศน้อยกว่ากูแล้วก็เป็นรุ่นน้องกู มึงมีสิทธิ์อะไรมาสั่งกูฮะ อยากถูกสั่งซ่อมโชว์ลูกหรอ” 

               “พอเถอะครับ” ผู้กองกวินทร์รีบเข้ามาห้ามศึกระหว่างผู้เป็นพ่อกับลุง ตอนที่แก้วเจ้าจอมหายตัวไปเห็นสามัคคีรักใคร่และห่วงใยกันเหลือเกิน บ้างก็กอดให้กำลังใจกันและกัน ไม่เคยทะเลาะกันแม้แต่ครั้งเดียว แต่พอน้องสาวของเขากลับมานี่ พวกพ่อๆ ก็กลับมาทะเลาะกันได้อีกครั้งแล้ว นี่เขาควรจะดีใจดีมั้ยเนี่ย 

               “อย่าเพิ่งทะเลาะกันเลยครับคุณพ่อ พ่อภู ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือไนเปอร์กลับมาหาพวกเราแล้วแล้วก็ปลอดภัยดี แล้วอีกเรื่องที่เราต้องสืบกันต่อก็คือใครกันที่มันเป็นคนจับไนเปอร์ไป ทำกับน้องสาวของผมแบบนี้ผมไม่ยอมให้มันตายดีแน่” 

               “นั่น อายมั้ยต้องให้ลูกมาสอน พวกพี่นี่น้า” ราชาวดีว่าอีกคนขณะกอดปลอบขวัญลูกสาว เพราะแก้วเจ้าจอมยังดูมึนงงและหวาดกลัวกับเรื่องที่ผ่านมาอยู่เธอจึงไม่อยากอยู่ห่างลูกไปไหน 

               “เออ...พี่ครับ ช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้มั้ยว่าพี่ไปเจอน้องสาวของผมได้ยังไง ทำไมถึงไม่พาน้องสาวของผมมาส่งบ้าน แล้วเรื่องความจำเสื่อมนั่นอีก เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่” ผู้กองกวินทร์ถามผู้กองพนา ถ้าพ่อภูบอกว่าเขาคือคนช่วยชีวิตแก้วเจ้าจอมเอาไว้ก็หมายความว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณต่อครอบครัวสุวรรณเวช ส่วนผู้กองพนาเองก็ได้แต่มองผู้กองกวินทร์อย่างไม่แน่ใจ เพราะจำได้ว่าตอนที่เจอกันที่ฐานมันไม่ได้มารยาทดีขนาดนี้ แต่เวลาอยู่ต่อหน้าแม่ทีไรมันก็มักจะดูสุภาพกับเขาทุกที แอ๊บเป็นเด็กดีต่อหน้าแม่ว่างั้น 

               ตื๊ดดดด ตื๊ดดดด 

               ผู้กองพนายังไม่ทันจะได้เล่าเสียงโทรศัพท์ของผู้กองกวินทร์ก็ดังขึ้นเพราะลูกน้องในทีมโทรมาหาเรื่องงานเขาจึงต้องขอตัวออกไปรับสายที่นอกห้องก่อน แต่พอออกไปได้ไม่นาน ยังไม่ทันที่คนในห้องจะทันได้ถามคำถามอะไรผู้กองพนาอีก ผู้กองพนาก็เห็นชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในห้องพักฟื้นด้วยท่าทีกระหืดกระหอบ พอเข้ามาแล้วชายคนนี้ก็หันมาทางแก้วเจ้าจอมก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปกอดเธอในทันที 

               “...ไนเปอร์...ยัยหนูของพี่ ยัยหนูของพี่จริงๆ ด้วย” ว่าแล้วเขาก็ทั้งกอดทั้งหอมแก้มของแก้วเจ้าจอมไม่หยุด ผู้กองพนาได้แต่มองอย่างงงๆ สงสัยว่าทำไมพี่ชายของแก้วเจ้าจอมถึงได้ทำตัวแปลกๆ เมื่อกี้นี้เขาเพิ่งจะขอตัวออกไปรับสายโทรศัพท์ข้างนอก แต่ยังไม่ทันถึงนาทีก็วิ่งกลับเข้ามากอดน้องสาวด้วยความดีใจที่ได้เจอเธอแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เห็นกอดน้องสาวอยู่ตั้งนาน ยังไม่หายตื่นเต้น ดีใจอีกหรอเนี่ย 

               “พี่ซีล” แก้วเจ้าจอมกอดพี่ชายคนโตด้วยความดีใจที่ได้เจอเขา ถ้าพี่เรนเจอร์เป็นคู่กัดของเธอ พี่ซีลก็คือพี่โอ๋ที่แสนใจดีของเธอเช่นกัน เธอดีใจที่สุดที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าทั้งพ่อกับแม่แล้วก็พี่ชายทั้งสอง ตอนนี้เธอได้กลับบ้านแล้วจริงๆ 

               “พ่อภูไปเจอไนเปอร์ที่ไหนหรอครับ ยัยหนูจอมโหดของผมหายตัวไปไหนมาตั้งสามเดือน” ผู้กองกรินทร์กอดทั้งน้องสาวและผู้เป็นแม่ด้วยความดีใจ ได้เห็นน้องสาวปลอดภัยกลับมาหาเขาก็ดีใจที่สุดแล้ว 

               “ผู้กองพนาเขาเป็นคนช่วยไนเปอร์เอาไว้น่ะ ถามเขาเอาละกัน เคยเจอกันมาแล้วไม่ใช่หรอ” มาคราวนี้ผู้กองพนาก็ยิ่งงงเป็นไก่ตาแตกเข้าไปใหญ่เมื่อผู้กองกรินทร์หันมาทางเขาก่อนจะแสยะยิ้มใส่อย่างจองหอง ต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ นี่ไอ้ผู้กองวัยกระเตาะนี่มันป่วยเป็นไบโพล่ารึยังไงกัน แม่กับน้องสาวก็เป็นหมอทั้งคู่ ทำไมถึงไม่เอาตัวมันไปรักษาหน่อย 

               “นั่นไงล่ะ กะแล้วไม่มีผิด ไอ้ผู้กองคนนี้แหละครับพ่อที่มันซ่อนไนเปอร์เอาไว้แล้วก็ไม่พอใจที่ผมกับคุณอาไกรจักรไปขอตามหาไนเปอร์ที่ฐานของมัน คราวก่อนที่คุณอาเอกี้กับอรินไปตามหามันก็สั่งลูกน้องเอาไว้ไม่ยอมให้คุณอากับอรินเข้าไปในฐาน ที่แท้ก็มันนี่แหละครับที่เอาไนเปอร์ของเราไปซ่อน!” 

               “เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวๆ” รองคีรินทร์รีบเข้ามายืนบังผู้กองพนาเอาไว้เมื่อเห็น ผบ.กรันณ์เตรียมจะเข้ามาเล่นงานผู้กองพนาเมื่อได้ยินลูกชายบอกแบบนี้ “เรื่องพวกนี้ผู้กองเขาเล่าให้ฉันฟังทั้งหมดแล้ว ที่เขาต้องซ่อนไนเปอร์เอาไว้ก็เพราะเขามีเหตุผลนะ ใจเย็นๆ แล้วฟังกันก่อน” 

               “ฟังคำแก้ตัวน่ะสิครับพ่อภู รึว่าเป็นผู้กองเองที่จับตัวน้องสาวของผมไปตั้งแต่แรก ห๊า!!!”  

               ผลัวะ!!! 

เพราะรองคีรินทร์มัวแต่ห้ามคนพ่อ คนลูกก็เลยพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อผู้กองพนาก่อนจะชกเขาอย่างเต็มแรง ผู้กองพนาที่ยังเสียใจเรื่องที่แก้วเจ้าจอมจำเขาไม่ได้อยู่จึงไม่ทันระวังตัวทรุดล้มลงไปกับพื้น แต่พอเขาทำท่าจะเข้าไปชกผู้กองกรินทร์คืน ผู้กองกวินทร์ที่ออกไปรับสายโทรศัพท์ข้างนอกก็รีบวิ่งเข้ามาห้ามศึกอีกครั้ง 

               “หยุดนะ! หยุด!!!” ผู้กองกวินทร์ร้องสั่งแล้วผลักผู้กองพนาออกห่างจากพี่ชายฝาแฝดของตัวเองอย่างเอาเรื่อง จะใครผิดใครถูกเขาไม่รู้ ตอนนี้เขาต้องเข้าข้างฝาแฝดของเขาเอาไว้ก่อน “นี่มันอะไรกัน พี่จะมีเรื่องอะไรกับพี่ชายของผม” 

               “พี่ชาย...” ผู้กองพนามองผู้กองสองแฝดอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ตั้งแต่เกิดมาเขาเคยเห็นคนเป็นพี่น้องหรือแม้แต่เป็นฝาแฝดกันมาก็เยอะ แต่เขาก็ไม่เคยจะเห็นใครที่หน้าตาเหมือนกันจนแยกไม่ออกแบบนี้ ยิ่งใส่เสื้อลายเดียวกันอีกยิ่งแยกไม่ออกเลย ฝาแฝดใช่มั้ยเนี่ย...นี่ถ้า ผบ.กรันณ์ยังเป็นหนุ่มอยู่ สามคนพ่อลูกนี่ได้เป็นแฝดสามแน่ๆ ดีเอ็นเอของพ่อติดหน้าหราขนาดนี้ มองในระยะหลายร้อยเมตรก็ดูออกว่าลูกใคร   

               “ผู้กองกรินทร์กับผู้กองกวินทร์น่ะ เป็นฝาแฝดกัน” รองคีรินทร์รีบอธิบาย เพราะเวลาที่มีคนเห็นสองแฝดพร้อมๆ กันแบบนี้ก็จะมีอาการงงเป็นไก่ตาแตกแบบผู้กองพนานี่แหละ แล้วรองคีรินทร์ก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย ทำไมสองแฝดคู่นี้ถึงได้สลับขั้วกัน คนที่เคยเงียบๆ สุขุมอย่างผู้กองกรินทร์วันนี้ดูจะใจเร็ว เลือดร้อน ส่วนคนที่ใจร้อน หงุดหงิดง่ายอย่างผู้กองกวินทร์วันนี้กลับดูใจเย็นแปลกๆ 

               “ซีล เรนเจอร์ อย่าเพิ่งมีเรื่องกันเลยนะลูก” ราชาวดีที่เงียบอยู่นานรีบเข้ามาห้ามเพราะรู้ดีว่าลูกชายทั้งสองคนนั้นเชื่อฟังเธอมากที่สุด “ใจเย็นๆ ก่อนเถอะนะ ให้ผู้กองเขาได้เล่าก่อนว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง แม่เองก็อยากรู้เหมือนกันว่าน้องหายตัวไปอยู่ที่ไหน แล้วไหนจะเรื่องที่น้องความจำเสื่อมอีก ถ้าเป็นไปได้แม่อยากรีบพาน้องกลับไปรักษาตัวต่อที่กรุงเทพฯ ทันทีเลย คุณปู่กับคุณย่าคงอยากเจอน้องจะแย่แล้ว พี่รันด้วยนะคะ ใจเย็นๆ ก่อน” พอราชาวดีเข้ามาห้าม ทุกคนในบ้านก็ดูจะสงบสติอารมณ์ลงไปได้เยอะ เห็นแบบนี้แล้วผู้กองพนาก็รู้ได้ทันทีว่าใครใหญ่ที่สุดในบ้าน แค่แม่ดุก็พากันหงอทั้งพ่อทั้งลูกเลย เจ้าแฝดนี่ชื่ออะไรนะ ซีลกับเรนเจอร์งั้นหรอ ซีล เรนเจอร์ สไนเปอร์ โอ้โห ชื่อลูกแต่ละคน นี่ยังไม่นับผู้หมวดรีคอนด้วยอีกคนนะ แล้วนี่ครอบครัวนี้ยังจะมีหน่วยรบพิเศษคนไหนเพิ่มเข้ามาอีกมั้ยล่ะเนี่ย อยากรู้จริงว่าใครเป็นคนคิดตั้งชื่อลูกหลานเป็นธีมหน่วยรบแบบนี้ 

               “นั่นสิคะ ไนเปอร์ก็อยากรู้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมไนเปอร์จำอะไรไม่ได้เลย ไนเปอร์เพิ่งถูกคนร้ายจับตัวไปแค่ไม่กี่วันเองนะ แล้วทำไมทุกคนถึงบอกว่าไนเปอร์หายไปตั้งสามเดือนล่ะ แล้วทำไมผู้กองถึงเป็นคนช่วยไนเปอร์เอาไว้” แก้วเจ้าจอมที่ทุเลาจากอาการมึนงงบ้างแล้วเอ่ยถามทุกคนขึ้นก่อนจะหยุดมองอยู่ที่ผู้กองพนา แววตาของเธอว่างเปล่าเมื่อยามมองเขา หากแต่หัวใจกลับสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุมได้ 

               “มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันหรอคะ ผู้กอง” 

               ผู้กองพนาหลับตาลงอย่างเจ็บปวดทันทีกับคำเรียกขานที่ห่างเหินกันแบบนี้ นี่มันไม่ใช่ความจริงใช่มั้ย เมื่อวันก่อนเขากับเธอยังได้อยู่ด้วยกันอยู่เลย เขากับเธอยังได้แนบกายฝากรักให้แก่กันและกัน เอ่ยคำรักสลับกับเสียงครางกระเส่าด้วยความสุขสมของเสน่หาในรสรัก แต่ทำไมตอนนี้...ทำไมตอนนี้เมียของเขาถึงไม่เรียกเขาว่าพี่พนาเหมือนเดิม แม้แต่สายตาที่เธอมองเขาก็ยังเป็นสายตาที่มองคนแปลกหน้า เธอลืมเขาไปแล้วจริงๆ อย่างนั้นหรอ 

  

********************************************* 

จากชื่อตอน…ครอบครัวนี้ก็ฮาดีนะ 

ตอนหน้าพี่พนาจะรุกเอาเมียคืนยังไง พ่อรันจะรู้ความจริงมั้ย รอติดตามเด้อ 

แต่ว่า…นี่แกลืมพี่พนาเอวหวานจริงๆ หรอเปอร์เอ้ย ร้ายนะแก ฟันพี่พนาแล้วก็ทิ้ง 

***************************** 

ปล.ตอนหน้าเจอกันที่หนองคายนะ 

ความคิดเห็น