วาฬกลิ้ง
Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 3rd Day [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2563 22:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3rd Day [100%]
แบบอักษร

3rd Day 

ทริปวันที่สามคือการนั่งเรือออกไปค้างเกาะ...

ตอนแรกที่มาพักร้อนก็ไม่ได้คิดว่าจะได้เที่ยวอะไรที่สมกับเป็นการเที่ยวจริงๆ จังๆ แบบนี้หรอก ถึงจะวางแผนและดูรีวิวในพันทิปเอาไว้บ้างว่าอยากจะไปไหนทำอะไร แต่หลักๆ แล้วผมก็รู้ดีว่าตัวเองลงใต้มาเพื่อเยียวยาหัวใจโดยเฉพาะ พอได้ออกไปกับแมทธิววันหนึ่ง มันกลับไม่ได้รู้สึกแย่อะไรขนาดนั้น โอเค ตอบแบบชัดๆ คือสนุกดี

แมทธิวยัดเยียดเงินมาเป็นก้อนให้ผมแล้ว ฉะนั้นผมเลยจัดหนักจัดเต็ม โทรติดต่อไปจองทัวร์เพื่อเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ ที่จริงผมตั้งใจจะพาไปปาร์ตี้เรือลัวชัวรีเพื่อตอบแทนที่เขาช่วยผมเมื่อวาน แต่ผิดที่ตัวเองทำอะไรฉุกละหุกไป มันถึงได้เต็ม ต้องขอจองวันที่ว่างอยู่ซึ่งก็คืออีกสามวันข้างหน้าแทน ยังดีที่ช่วงนี้ไม่ใช่ไฮซีซั่น ไม่งั้นไอ้ที่จะไปเที่ยวเกาะนอกๆ ก็คงล่มไม่ต่างกัน

แม้จะไม่ล่ม แต่บ้านพักค้างคืนบนเกาะก็เต็มหมดแล้ว ทัวร์บอกว่าต้องจองล่วงหน้ายาวเป็นเดือน ดังนั้นถึงต้องเลือกเช่าเต็นท์พักบริเวณหน้าหาดแทน

ก็ดีเหมือนกัน สัมผัสบรรยากาศแบบใกล้ชิด จะได้เที่ยวแม่งให้คุ้มไปเลย

ผมนัดกับแมทธิวเอาไว้ที่ถนนด้านหน้าเช่นเคย เจอหน้ากันก็เหมือนเมื่อวาน ฝรั่งหมีส่งยิ้มเจิดจ้าดึงดูดสายตาผู้คนมาให้ วันนี้เขาไม่ได้สวมเสื้อกล้ามแล้ว แต่ใส่เสื้อฮาวายไม่ติดกระดุมสักเม็ด โชว์ซิกซ์แพควับๆ แวมๆ กับกางเกงขาสั้น

เวลาเห็นสาวๆ เหลียวหลังมองนี่ผมอดจะยิ้มขำไม่ได้ทุกที กระทั่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เจอนัยน์ตาสีฟ้าอมเทาที่มองมาวิบวับก็เลิกคิ้วถาม

“ทำหน้าอะไรของคุณ”

“เพราะพีชเห็นหน้าผมแล้วยิ้มกว้างขนาดนั้น ผมดีใจนะ”

หุบยิ้มแทบไม่ทัน “ผมไม่ได้ยิ้มให้คุณสักหน่อย”

สายตาขยับไปมองกระเป๋ากีฬาสำหรับบรรจุเสื้อใบเล็กที่แมทธิวพกติดมาด้วย ผมเองก็แบกเป้มาใบหนึ่ง ดีนะตอนจัดของคิดว่าต้องใช้เลยเอามา ไม่งั้นเมื่อคืนคงได้วิ่งวุ่นออกไปหาซื้อไม่ได้นอนกันพอดี

“ไปกันครับ จะถึงเวลาที่เขานัดไว้แล้ว”

ผมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ทางทัวร์นำรถมารับเราไปส่งที่ท่าเรือด้วย ลงจากรถมาก็เจอคนดูแลทัวร์ชายผิวสีเข้ม หน้าคมฉบับคนใต้แท้ๆ เข้ามาทักทาย

“คุณพิชาภพใช่ไหมครับ สองคน”

“ใช่ครับ”

“ขึ้นเรือเลยนะครับ เดี๋ยวแวะไปรับลูกทัวร์อีกที่หนึ่งก็เตรียมออกเดินทางได้เลย”

เขาว่า ก่อนจะเดินนำพาพวกเราแบกกระเป๋าลุยน้ำไปทางสปีดโบ๊ทซึ่งจอดคอยอยู่ห่างจากหาดไปไม่ไกล

ขึ้นมาผมก็เห็นว่ามีลูกทัวร์คนอื่นๆ นั่งกันอยู่แล้วหลายคน ส่วนมากก็นั่นแหละ ชาวต่างชาติ ก้นติดเบาะปุ๊บผมคว้าชูชีพมาใส่ก่อนเลย บางคนไม่ใส่ก็ช่างเขา แมทธิวที่นั่งเบียดอยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้ใส่ ถ้าว่ายน้ำกันเป็นก็แล้วแต่เลยนะ

พอรับลูกทัวร์ที่จองเอาไว้ขึ้นเรือหมดทุกคนแล้ว น้องพนักงานผู้หญิงซึ่งเป็นคนนำทัวร์ก็ถือกระดาษมาแจ้งเรื่องต่างๆ อย่างกำหนดการ สิ่งที่ควรทำไม่ควรทำ เราต้องใช้เวลาเดินทางจากจุดนี้ไปยังอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์เป็นชั่วโมง คลื่นลมวันนี้แรงและสูงพอประมาณ ขนาดกัปตันพยายามคุมเรือแล้ว พอแล่นปะทะก็เล่นเอาเด้งตัวแทบลอย

“พีช ไหวไหม”

แมทธิวเหมือนเห็นหน้ายุ่งๆ ของผม เขาถึงก้มลงมาถามด้วยท่าทางเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้เมาเรือหรอก แค่รู้สึกว่ามันดีดไปมา”

กูไม่ยอมให้ตัวเองใช้ถุงอ้วกที่พนักงานแจกแน่ๆ แม่งโคตรไม่เท่ ต่อหน้าสาวๆ หุ่นเซ็กซี่ด้วยนะ

บอกไปรึยังว่าลูกทัวร์ทริปเดียวกันมีสาวๆ ผมบลอนด์สามคนร่วมอยู่ด้วย ดูๆ ไปแล้วพวกเธอน่าจะเป็นแก๊งเพื่อนยูฯ เดียวกันมาเที่ยวต่างประเทศ แต่ละคนดูแซ่บๆ กันทั้งนั้น พวกคนต่างชาติใจกล้าใจเด็ดเปิดเผยกันอยู่แล้ว สวมบิกินีเซ็กซี่ๆ มาแบบไม่อายเลยสักนิด...ถึงแม้สายตาจะพากันมองแต่ไอ้ฝรั่งหล่อข้างๆ ผมเป็นมันก็เหอะ

“คลุมไว้หน่อยนะตัวน้อย”

กำลังคิดนู่นคิดนี่ จู่ๆ เสียงทุ้มก็ดังขึ้นมาใกล้หูพร้อมๆ กับผ้าขนหนูผืนหนึ่ง

ผมกะพริบตางงๆ แต่พอรู้สึกตัวก็หันไปมอง “อะไรครับเนี่ย”

“พีชกลัวแดดนี่”

“...” ฟังคำเขาผมถึงเข้าใจ นั่งตรงนี้แม้จะอยู่ในที่ร่ม แต่ด้านหลังเป็นช่อง แดดเลยส่องลงมาร้อนลวกท้ายทอย “ที่คุณนั่งร้อนกว่าตรงนี้อีก เอาไปใช้เองเถอะครับ”

“ไม่เป็นไร ผมไม่กลัวแดด”

“คุณกำลังแซวอะไรผมปะครับเนี่ย”

แมทธิวหัวเราะเบาๆ แขนรวบไหล่ผมเอาไว้เมื่อเรือสะเทิ้นอีกจังหวะ “วันนี้พีชเอากล้องมาด้วยใช่ไหม”

“ใช่ครับ”

“ถ่ายไปเยอะรึยัง ผมอยากเห็น”

“ม่ายอ่ะ ผมถ่ายไม่เก่ง กล้องนี่ก็ไม่ใช่ของผมด้วย ของพ่อ”

นั่นแหละ พ่อผมเป็นพวกเห่อนั่นเห่อนี่ไง มีช่วงหนึ่งแกซื้อกล้องตามเพื่อนมาแล้วเล่นอยู่แป๊บๆ ไม่กี่เดือนถัดมามันก็นอนนิ่งอยู่ในตู้ ซึ่งพอพี่สาวรู้ว่าผมลาพักร้อนไปเที่ยวก็บอกเสียงเข้มว่าให้มาเอาไปใช้ซะ อย่างน้อยก็ถ่ายรูปให้หลานดู

“เดี๋ยวไว้ผมจะถ่ายคุณแล้วส่งไปให้ก็แล้วกัน”

“พีชจะให้ผมเป็นนายแบบเหรอ”

เห็นอีกฝ่ายเลิกคิ้วถามยิ้มๆ ผมก็ยิ้มมุมปากบ้าง “ขึ้นกล้องปะล่ะคุณ ถ้าไม่ขึ้นน่าเกลียดเลยนะ ผมถ่ายไม่สวย”

“แต่ผมอยากให้พีชส่งรูปตัวเองมาให้มากกว่า”

“กล้องผม จะเป็นรูปผมได้ไง”

“ถ้างั้น...”

คนพูดก้มหน้าลงมาใกล้อีกระดับ

“...”

“ภาพพีชเดี๋ยวผมถ่ายเอง”

ผมนิ่งไปจังหวะหนึ่ง กระทั่งทนผสานสายตากับคนข้างๆ ต่อไม่ไหว ต้องเบือนหน้าไปอีกทาง แต่แล้วกลับเห็นว่าน้องพนักงานที่เป็นคนคุมเรือแอบเมียงๆ มองๆ มา ไม่ใช่แค่น้องเขา เพราะสามสาวที่ผมชมว่าเซ็กซี่ก็จ้องมาไม่ต่างกัน

สีหน้าผมเปลี่ยนเป็นกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันควัน จังหวะนี้เพิ่งจะรู้สึกตัวว่าแขนหนาๆ ของแมทธิวยังพาดอยู่ตรงไหล โอบซะชิด เพื่อนก็โอบไหล่ได้ แต่เมื่อกี้หมอนี่ดันก้มลงมากระซิบกระซาบนั่นแหละ

ไม่รู้สึกตัวรึไงเนี่ย

ผมใช้ไหล่กระแทกพลางดันคนข้างๆ เบาๆ “แมทธิว ขยับออกไปหน่อย”

“หืม?”

เห็นหน้าตางงๆ ของเขาผมเลยถอนหายใจ “ไม่ต้องเข้ามาพูดใกล้ขนาดนั้นก็ได้ครับ”

“เสียงเครื่องยนต์มันดัง ไม่พูดใกล้ๆ พีชก็ไม่ได้ยินผมสิ”

“งั้นก็...”

“ทุกท่านคะ ตอนนี้เราใกล้ถึงเกาะสุรินทร์แล้ว”

กำลังจะเอ่ยพูด คนนำทัวร์ก็ดันเอ่ยขึ้นมาซะก่อน พอหันไปมองก็เห็นว่าเรือผ่อนความเร็วลงจนจอดสนิทอยู่กลางผืนน้ำ เป็นเพราะมัวแต่ไปสนใจแมทธิว ผมเลยไม่ทันรู้สึกตัวว่าเรือแล่นมาใกล้เขตเกาะแล้ว

“ตรงนี้เป็นจุดดำน้ำจุดที่หนึ่งค่ะ จุดดำน้ำรอบเกาะสุรินทร์ที่เราจัดโปรแกรมไว้มีสามจุด อีกสองจุดเรือจะออกพรุ่งนี้ตอนกลางวัน ก่อนเข้าเกาะเราแวะจุดแรกกันก่อน...” คนนำทัวร์เอ่ยพูด ขณะที่คนเรืออีกสองคนหยิบตะกร้าที่มีอุปกรณ์สำหรับดำน้ำตื้นอย่างสน็อคเกิลออกมา “ข้อห้ามอย่างเด็ดขาด รบกวนห้ามนักท่องเที่ยวให้อาหารปลาหรือแตะปะการังนะคะ”

จากนั้นพวกเขาปล่อยให้ลูกทัวร์ทั้งหมดได้เพลิดเพลินตามอัธยาศัย

ผมลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วหันไปเกาะชะโงกหัวมองผืนน้ำด้านล่าง แสงอาทิตย์สะท้อนจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับ ทะเลใสมาก ขนาดอยู่บนเรือยังเห็นลงไปถึงก้น

เจอหมู่ปลาน้อยใหญ่ว่ายวน รวมทั้งปะการังธรรมชาติซึ่งขึ้นแน่นขนัด

ลูกทัวร์บนเรือบางคนพลังงานเหลือล้นกันมาก หยิบสน็อคเกิลแล้วกระโดดตู้มต้ามลงไปจนน้ำกระจาย

“แมทธิว คุณลงไปได้เลยนะ รอบนี้ผมขอผ่าน ยังรู้สึกมึนๆ อยู่เลย”

นั่งเรือสะเทิ้นคลื่นมาซะหลายลูกแบบนั้น ให้ไปลอยคอในน้ำตอนนี้ไม่ไหวแน่ๆ อีกอย่างพรุ่งนี้ก็มีโปรแกรมได้ดำอีกตั้งสองจุด ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้

“ถ้างั้นผมนั่งเป็นเพื่อนพีชก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องหรอก คุณอุตส่าห์มาเที่ยวแล้ว ลงไปเถอะ”

เขายิ้ม “ไม่เป็นไร ผมมากับพีช ผมก็ต้องอยู่กับพีชสิ”

ผมส่ายหน้า คราวนี้ทำหน้าขึงขังใส่ด้วย “คุณมาเที่ยวต่างหาก มากับผมก็จริง แต่ก็คือมาเที่ยว ลงไปเถอะครับ ถ้าคุณทำให้ผมรู้สึกว่ามาด้วยกันแล้วผมมาเป็นตัวถ่วง ผมไม่ไปเที่ยวกับคุณแล้วนะ”

ฟังจนจบประโยค แมทธิวก็นิ่งไป

เห็นท่าทีเหมือนหมีหงอยของเขาแล้วผมก็รู้สึกตัวว่าตัวเองไปข่มขู่คนอื่นเขา เลยหันไปหยิบกล้องขึ้นมาชู “เอาอย่างนี้ ผมอยู่บนเรือถ่ายรูปให้คุณดีกว่า”

จากนั้นยกขึ้นมากดถ่ายเขาแบบโคตรใกล้ไปที

“โอเคไหม”

แมทธิวพ่นลมหายใจเบาๆ เขาหมุนตัวไปอีกทาง ผมนึกว่าจะหันไปหยิบสน็อคเกิล ที่ไหนได้ เขาดันหยิบขวดครีมกันแดดขวดเดียวกับเมื่อวานมาส่งให้ “งั้นพีชทาให้ผมหน่อย”

“...”

แบบนี้ก็ได้เหรอครับฝรั่ง...

ผมกลอกตา แต่เห็นท่าทีของคนตรงหน้าแล้วก็รับมาบีบใส่มือ มืออีกข้างดันแขนให้เขาหันหลัง จัดแจงทาๆ แปะๆ ป้ายๆ ไปตามแผ่นหลังสีแทน “เอ้า เรียบร้อยแล้วครับ”

“ทาด้านหน้าด้วยสิตัวน้อย”

“มือไม่มีเหรอครับ”

แมทธิวทำสีหน้าเหมือนจะงอนไม่จริงจังนัก “ผมเพิ่งรู้ว่าพีชเป็นคนใจร้าย”

รู้ว่าเขาพูดไปงั้นๆ ผมเลยหัวเราะใส่ แต่ก็ต้องเปลี่ยนเป็นขึงตาใส่แทนตอนที่คนตรงหน้าลุกขึ้นยืนแล้วไม่วายใช้นิ้วมืออีกข้างบีบแก้มผมเหมือนจะเอาคืน ไม่ยอมทาด้านหน้าเองแต่เลือกจะก้าวไปตรงท้ายเรือเลย

ผมถือกล้องตามไปบ้าง หยุดอยู่ใกล้เครื่องยนต์ที่ดับสนิท มองร่างสูงๆ กระโดดพุ่งท่าโคตรสวยลงน้ำตามเหมือนลูกทัวร์คนอื่นๆ แมทธิวดูท่าจะว่ายน้ำเก่งใช่ย่อยเลย พอเขาโผล่ขึ้นมา ผมเลยกดชัตเตอร์ไปหนึ่งหน

และ...เชี่ย เป็นภาพถ่ายมั่วๆ ที่ดันออกมาดูดีไม่หยอก

ทั้งแสงและทั้งองค์ประกอบ ยิ่งมีแมทธิวมาเสริมให้ยิ่งดูดี เหมือนได้เขาเป็นนายแบบ

พอคนในน้ำหันมามอง ผมก็ลดกล้องลง ส่งยิ้มกว้างให้ แมทธิวทีแรกแม้จะยังขมวดคิ้วอยู่หน่อยๆ ถึงตอนนี้ก็ส่งยิ้มมาให้ไม่ต่าง ผมโบกมือบอกให้เขาดูปะการังว่ายน้ำไปเลยตามสบาย แล้วชี้บอกว่าตัวเองจะไปหามุมถ่ายรูป

ผมก็ถ่ายแมทธิวไปเยอะนะ แต่ถ่ายธรรมชาติและภาพรวมองค์ประกอบกว้างๆ ด้วย ซึ่งนอกจากส่วนท้ายเรือแล้ว ยังมีฝั่งหัวเรืออีกจุด ตรงนี้ไม่มีใครเลยเพราะทุกคนไปดำน้ำกันอยู่ด้านหลังหมด ผมค่อยๆ ขยับตัวขึ้นไปตรงแท่นที่สูงขึ้นมา จากนั้นไถลไปชิดริม เสียวอยู่บ้าง แต่ไม่กลัวเพราะมีรั้วสแตนเลสล้อมเอาไว้อยู่

หันกล้องไปถ่ายในน้ำ มองเห็นกลุ่มปลาหลากสีสัน ที่ว่ายกันแบบไม่กลัวคนนี่ปลาอะไรนะ ปลาลายเสือรึเปล่า?

เพลินอยู่คนเดียวจนเริ่มจะร้อนๆ เพราะแสงอาทิตย์ ถึงเดินกลับเข้ามาในตัวเรือ ผมไม่ได้นั่งที่เดิม เลือกจะเดินไปนั่งตรงจุดที่ใกล้กับทางขึ้นลงเรือมากที่สุด มองหาแมทธิวอีกหน

“หืม?”

แต่แล้วก็ต้องครวญในลำคอ คิ้วขยับสูงขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่มาด้วยกันเวลานี้เหมือนจะได้เพื่อนใหม่เรียบร้อยแล้ว

ไม่ใช่หนึ่ง แต่ได้ถึงสอง

มุมปากข้างหนึ่งผมยกขึ้นเมื่อเห็นภาพสาวน้อยผมบลอนด์สองคนว่ายวนเหมือนนางเงือกสาวอยู่ข้างๆ ใช่ พวกเธอเป็นกลุ่มสาวเซ็กซี่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามนั่นแหละ

ถึงจะอิจฉาหน่อยๆ แต่ก็เข้าใจได้ คนมันหน้าตาดีนี่นะ

“ฮาย”

ตอนที่กำลังแอบมองสามคนนั่นอยู่ จู่ๆ พื้นที่ว่างด้านข้างก็มีใครบางคนทิ้งสะโพกนั่งลงมา

เป็นสาวเซ็กซี่อีกคนในกลุ่มหญิงสามคนนั้นนั่นเอง เธอส่งยิ้มกว้างเป็นมิตรมาให้ นัยน์ตาสีเขียวเป็นประกาย เวลานี้มีผ้าขนหนูของทางทัวร์คลุมไหล่ ผมสีอ่อนยังเปียก ผิวเนื้อบางส่วนก็ยังมีหยดน้ำเกาะ

“โอ๊ะ ทำคุณเปียกรึเปล่า ขอโทษนะ” เหมือนเธอจะเห็นผมก้มลงมองขาอ่อนที่บังเอิญแนบสนิทกัน เลยทำหน้าตาตกใจแล้วรีบขยับถอยห่างออกไปอย่าวรวดเร็ว

“ไม่เป็นไรครับ”

“ไม่ลงไปดำน้ำเหรอคะ ทำไมมานั่งอยู่คนเดียว”

“ผมอยากถ่ายรูปมากกว่าน่ะครับ คิดว่าพรุ่งนี้ค่อยลง” ผมขยับกล้องที่ยังอยู่ในมือเป็นเชิงบอก และเพราะเธอชวนคุย เลยเลือกจะชวนกลับบ้าง “คุณล่ะครับ ทำไมถึงรีบขึ้นมา เพื่อนๆ ยังเล่นอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“ฉันเล่นจนพอแล้วค่ะ เหนื่อยๆ เมื่อวานเพิ่งปาร์ตี้มาด้วย เอ่อ...คุณเป็นคนไทยใช่ไหม”

“ใช่ครับ”

คนฟังทำหน้าเหมือนถูกเซอร์ไพรส์ก่อนยิ้มกว้าง “ดูไม่ออกเลย”

ไม่แปลกที่เธอจะถาม เพราะตั้งแต่ขึ้นเรือมาผมยังไม่ได้ใช้ภาษาไทยคุยกับใครเลย ที่พูดก็มีแต่อิ้งกับแมทธิวแค่สองคน ไอ้หน้าผมมันก็ไม่ได้ไทยจ๋าขนาดนั้นด้วย

“มาเที่ยวกับแมทธิวแค่สองคนเหรอคะ”

วะ หายไปถ่ายรูปแป๊บเดียวพวกเธอก็รู้จักชื่อของแมทธิวกันแล้วด้วย

พอผมพยักหน้าตอบเราก็แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ผมบอกว่าตัวเองชื่ออะไร และมาที่นี่ทำไม แล้วก็ได้รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามชื่อเคธ เธอกับเพื่อนๆ มาจากนิวซีแลนด์ แล้วก็เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอย่างที่ผมเดาเอาไว้ด้วย เคธบอกว่ามาเที่ยวเมืองไทยรอบนี้เป็นรอบที่สองแล้ว ครั้งก่อนเธอไปที่เกาะเต่ามา ชอบมากก็เลยหาเวลาว่างๆ มาเที่ยวอีก

เธอชมนู่นชมนี่ของประเทศไทยซะเยอะแยะจนผมจะเป็นตัวแทนคนไทยทุกคนตัวลอยขึ้นฟ้าแล้ว แน่นอนว่าผมถือโอกาสทำหน้าที่หาเงินเข้าประเทศ แนะนำให้เธอลองไปเที่ยวเหนือดูด้วย

“น่าสนใจจัง คราวหน้าฉันต้องลองแล้ว ขอบคุณมากนะพีช” เธอยิ้มกว้าง “จริงสิ...”

“ครับ?”

“แมทธิวกับพีชเป็นแฟนกันเหรอ”

ผมเกือบสำลักน้ำลาย ศีรษะรีบส่ายไปมารัวๆ “เปล่าครับ เราเป็นเพื่อนกันเฉยๆ”

“จริงเหรอ? ฉันไม่ใช่พวกเหยียดเพศหรอกนะ พีชบอกมาได้ตรงๆ เลย”

“ไม่ได้เป็นจริงๆ แมทธิวเป็นคนแบบนั้นแหละ ไม่แปลกหรอกที่คุณมองแล้วอาจจะเข้าใจผิด”

ถึงจะดูแปลกๆ อยู่บ้างที่คนเพิ่งเคยรู้จักกันได้แค่สองสามวันมาบอกว่าอีกคนนิสัยเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ถ้าให้เดานิสัยแมทธิวที่ผมสัมผัสได้ เขาก็เข้าทำนองอย่างที่ผมเข้าใจได้นั่นแหละ

เคธใช้ตาสีเขียวจับจ้องผม ต่อมาเธอก็หัวเราะ “พีชเป็นผู้ชายที่น่ารักมากเลยนะ”

“...” ผมนิ่งไปเล็กน้อย

สุดท้ายก็เบี่ยงหน้าไปอีกทางแล้วเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มขอบคุณ

“เพราะแบบนี้แหละฉันเลยคิดว่ามีแฟนเป็นคนเอเชียก็ดีเหมือนกัน เห็นพวกเขาอายเหมือนพีชแล้วก็กระชุ่มกระชวยดี”

ผมทำหน้าไม่ถูกให้เธอได้หัวเราะอีกรอบ เคธขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม ท่าทางเหมือนอยากระซิบแอบเมาท์อะไร ผมเลยเอียงหัวเข้าไปใกล้ให้อีกฝ่ายเมาท์ได้ถนัดถนี่

“ที่จริงแล้วที่ถามพีชว่าเป็นแฟนกับแมทธิวรึเปล่า เพราะว่าเพื่อนฉันสองคนสนใจเพื่อนพีชแน่ะ”

“หือ”

เคธบุ้ยหน้าไปอีกทาง มองตามไปก็เห็นแมทธิวยังอยู่กับเงือกสาวสองคน “เพื่อนฉันแข่งกันจีบแมทธิวอยู่ โอ๊ะ อย่าเข้าใจผิดนะ ไม่ได้หมายถึงแข่งกันใครดีใครได้เซ็กซ์อะไรแบบนั้น แต่หมายถึงถ้าแมทธิวสนใจใครก็จะสานต่อความสัมพันธ์กัน” ถึงตอนนี้คนพูดก็ขยิบตา “ก็นะ เพื่อนพีชน่ะดูโซฮอตซะขนาดนั้น”

ฟังๆ มาถึงตรงนี้ผมก็เปลี่ยนจากสีหน้างงๆ เป็นหัวเราะ “เคธล่ะ ไม่ไปแข่งด้วยอีกคนเหรอ”

“ฉันไม่เอาดีกว่า เมื่อกี้ฉันบอกพีชว่ามีแฟนเป็นคนเอเชียก็ดีก็จริง แต่จริงๆ ตอนนี้ฉันยังไม่อยากมีใคร ฉันเพิ่งเลิกกับแฟนไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนน่ะ”

คำตอบนั่นทำให้ผมเบิ่งตาเล็กน้อย “คุณยังเสียใจเหรอ?”

“เปล่า ฉันชินแล้วล่ะ คบกันก็ต้องมีเลิกกันใช่ไหมล่ะ หมอนั่นมันเป็นไอ้เฮงซวยที่ฉันไม่สมควรจะมาเสียใจหรือนั่งนึกถึงซะด้วยซ้ำ” เคธยักไหล่ ทิ้งกายพิงพนักของที่นั่งบนเรือ

ทั้งสีหน้าและแววตาดูเหมือนไม่สนใจและใส่ใจแคร์แฟนเก่าจริงๆ มองไปแล้วอดจะเอามาเปรียบเทียบกับตัวเองไม่ได้

...ทั้งที่เธอเป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่งแท้ๆ ใจยังเข้มแข็งมากกว่าผมซะอีก

“เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมกลายเป็นคุยเรื่องฉันล่ะ ก่อนหน้านี้เราคุยกันถึงเรื่องเพื่อนสุดฮอตของพีชอยู่ดีๆ”

“...” เห็นสีหน้าซุกซนของเธอผมก็อดยิ้มไม่ได้

“อย่าว่ากันนะ ฉันส่งสัญญาณบอกเพื่อนเรียบร้อยแล้วล่ะว่าแมทธิวกับพีชไม่ได้เป็นคู่รักกัน แต่ถึงพวกคุณจะเป็นคู่รักกันจริง พวกเราก็ตั้งใจจะเข้ามาทักอยู่แล้ว มีเพื่อนร่วมทริปแบบพวกคุณดีออกจะตาย”

เคธแสดงความจริงใจต่อคำพูดนั้นด้วยการชวนผมเซลฟี่กับกล้องดิจิตอลตัวเล็กๆ ที่พกมา ผมเห็นแบบนั้นก็ไม่ขัด ได้คนรู้จักเพิ่มมาอีกคนก็ขยับเข้าไปใกล้พร้อมส่งยิ้มให้กล้องเต็มที่ เคธกดไปหลายภาพ เอ่ยบอกด้วยว่าอยากจะไปถ่ายตรงหัวเรือ แต่ยังไม่ทันลุก เงาดำทอดยาวของใครบางคนก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ซะก่อน

“พีช”

แมทธิวขึ้นจากน้ำแล้ว...

ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาถูกเสยไปด้านหลัง หยดน้ำบนนั้นไหลผ่านใบหน้าลงมาตามลำคอ เนื้อตัวยังเปียกซ่ก เปียกจนกางเกงขาสั้นที่สวมแนบขาแข็งแรงและกึ่งกลางลำตัวจนเห็นเป็นรูปร่างชัดเจน

ได้ยินเสียงเคธที่อยู่ข้างๆ หัวเราะคิกคักพร้อมเอ่ยคำว่าโซฟัคกิ้งเซ็กซี่ลอยตามลมมาจางๆ

แมทธิวโยนสน็อคเกิลไปไว้อีกทางขณะเดินตรงมาหา

“ทำไมขึ้นมาเร็วจังล่ะครับ”

เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่พูดไปอีกอย่าง “หยิบผ้าขนหนูให้ผมหน่อยสิที่รัก”

“อ้อ”

ผมหันไปหยิบผ้าขนหนูที่ทางทัวร์วางพับไว้ให้อย่างเป็นระเบียบในตะกร้าส่งไป

แมทธิวใช้มันเช็ดใบหน้าและลำตัวพอให้น้ำไม่หยดจนนองบนพื้นเรือ เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันไปยิ้มให้เคธ “ผมขอนั่งข้างๆ พีชหน่อยได้ไหม”

“ยินดีค่ะ” เธอยิ้มกว้าง ขยับลุกไปนั่งฝั่งตรงข้ามแทน

เคธเหมือนจะมองหุ่นแมทธิวเพลินตา ไม่ปกปิดความคิดที่แสดงออกเป็นอักษรบนใบหน้าเลยสักนิด ไม่ได้ดูแล้วหยาบคายเสียมารยาท แต่ดูรู้เลยว่าเจ้าตัวกำลังชื่นชมอย่างจริงใจ

ผมไม่ได้พูดอะไร หันมองคนข้างๆ นิดหน่อย สุดท้ายก็เอ่ยถาม “เป็นไงบ้างครับ สวยไหม”

“ผมบอกแล้วพีชจะนึกออกไหม ตัวเองไม่ได้ลงนี่ หืม?”

“บอกแล้ว ผมลงพรุ่งนี้”

“สวย” แมทธิวยิ้ม “สวยมาก”

เขาลดมือที่เช็ดผมเปียกของตัวเองลง ใจดีเอ่ยบรรยายให้ผมฟัง “มีปะการังค่อนข้างเยอะ ปะการังเขากวาง ปะการังบนแนวโขดหิน มองไปเรื่อยๆ พีชจะเห็นหาดทรายสีขาว กลุ่มดอกไม้ทะเลที่มีปลาตัวเล็กๆ หลบอยู่”

“ปลา? มีปลานีโม่ด้วยสินะ”

“ปลานีโม่?” แมทธิวทำหน้างงไปชั่วขณะ แต่แค่ไม่กี่วินาทีก็เข้าใจ ตอบยิ้มๆ “ปลานีโม่ของพีชก็มี”

ฟังๆ ที่เขาพูดแล้วคิดภาพตาม ไปๆ มาๆ ผมก็ชักเริ่มอยากลงไปเห็นของจริงเองขึ้นมาบ้างแล้ว

แต่จะเปลี่ยนใจลงไปตอนนี้ก็หมดสิทธิ์ เพราะลูกทัวร์หลายๆ คนเริ่มจะทยอยกันขึ้นมาจากน้ำตามเวลาที่ไกด์ได้กำหนด รวมทั้งสองเงือกสาวที่แข่งกันจีบแมทธิวด้วย

ไกด์บอกว่าจากนี้จะเดินทางไปที่หาด เรือถึงได้ออกตัวอีกหน

ผมไม่ได้แสดงท่าทีว่ารู้เรื่องนั้นจากเคธมาแล้ว แค่ขยับไปนั่งสงบเสงี่ยมที่เดิมพร้อมกับคนข้างๆ ไม่สิ ก็มีแอบชำเลืองมองสาวเซ็กซี่ทั้งสองคนอยู่บ้าง อยากรู้ว่าใครจะได้ความสนใจจากฝรั่งหมีนี่มากกว่ากัน แต่พอปรายสายตากลับมามองร่างสูง แทนที่จะได้เห็นว่าเขาแอบจ้องใครอยู่ ดันมาประสานสายตาเข้าด้วยกันซะอย่างนั้น

แมทธิวเลิกคิ้วขวาขึ้น “พีชแอบมองผมทำไม”

“เปล่านี่ครับ”

“หรือพีชก็คิดว่าผมโซฟัคกิ้งเซ็กซี่เหมือนกัน ถึงได้มอง?”

ผมเหวอไปจังหวะหนึ่ง ต่อมาถึงรีบเบือนหน้าหนี หมั่นไส้น่ะก็หมั่นไส้แหละ แต่ถ้าจะให้ไปโกหกพูดทำนองว่าคุณไม่ได้ดูดีอะไรหรอก ใครๆ ก็รู้ไงว่ามันไม่ใช่ เพราะงั้นผมถึงได้ตอบเหมือนไม่ซีเรียสอะไร

“ก็คงอย่างนั้นแหละครับ”

เห็นการยักไหล่เหมือนจงใจกวนของผม แมทธิวก็ทำแค่ยิ้ม ท่าทางเขาอารมณ์ดีน่าดู

เรือแล่นต่อไปอีกไม่ถึงสิบห้านาทีก็ค่อยๆ ผ่อนความเร็วลง

ที่พักตั้งอยู่ที่อ่าวช่องขาดระหว่างเกาะสุรินทร์เขตเหนือและใต้ ไกด์อธิบายว่านอกจากอ่าวช่องขาดแล้ว อีกแห่งที่สามารถกางเต็นท์นอนได้คืออ่าวไม้งาม บนเกาะยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวมอแกนด้วย นอกจากนั้นก็มีป่าชายเลนซึ่งเมื่อน้ำขึ้นแล้วจะเห็นลูกฉลามหูดำพากันว่ายเข้ามา เขาเล่าไปจนถึงว่าเกาะเคยได้รับความเสียหายขนาดหนักจากสึนามิ

หูผมฟัง คอก็เอี้ยวหมุนตัวไปมองลอดเรือออกไปด้านนอก สังเกตเห็นสีน้ำทะเลที่ตัดแบ่งกันอย่างชัดเจน บางจุดเป็นสีน้ำเงินเข้ม บางจุดก็น้ำเงินอ่อน และบางแห่งเป็นสีฟ้าใส ถ้าดูจากที่สูงคงเหมือนบลูเซฟไฟร์เม็ดงาม

ตรงเขตอ่าวนี่น้ำค่อนข้างตื้น ตื้นนี่ตื้นจริงๆ ตื้นแบบเห็นหินและหาดทรายชัดแจ๋ว ดีหน่อยที่เรือลำไม่ใหญ่มาก แล่นไปตามทางที่อุทยานทำช่องไว้ให้ช้าๆ ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร

“พีช”

“ขอบคุณครับ” ผมตอบรับความหวังดีของแมทธิวอย่างไม่เกี่ยงงอน จับมือหนาตอนขยับลงมาจากเรือ

พวกเราเดินลุยน้ำใสๆ ขึ้นไปบนเกาะ เต็นท์ให้เช่าของอุทยานตั้งเรียงรายอยู่หน้าหาด มองเห็นแต่ไกลลิบ ความจริงแล้วนักท่องเที่ยวสามารถเอาเต็นท์ของตัวเองมาได้ด้วย แต่ทั้งผมกับแมทธิวไม่มี และคงไม่เสียเวลาไปหาซื้อด้วย

ไกด์สาวคนเดิมเดินมาคุยกับผม เธอแจ้งเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับโปรแกรมทัวร์และสถานที่บนเกาะนิดหน่อย จากนั้นยิ้มหวานบอกให้พักผ่อนได้ตามสบาย

“ของเราทางนั้นครับ ริมสุดเลย โชคดีนะเนี่ย” ผมทั้งชี้ทั้งพูด เท้าขยับเดินตรงไปยังที่ซุกหัวนอนของตัวเองในคืนนี้

ได้ยินเสียงขยับตามหลังมา แต่พอข้าวของทั้งของผมและของเขาในมือหนาไม่ถูกวางสักทีก็หันไปเลิกคิ้วมอง

“แมทธิว?”

ฝรั่งหมียืนมองเต็นท์ด้วยสายตาแปลกใจ “พีชจะนอนกับผม?”

“ก็...ครับ ทำไมเหรอ เต็นท์มันนอนได้สองคนนะคุณ” ผมกะพริบตาปริบๆ มอง แต่แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ “หรือว่าคุณไม่โอเครึเปล่า ผมก็ดันลืมถามคุณก่อนเลย งั้นผมจะลอง...”

ปากว่าขาก็กำลังจะเดินไปคุยกับไกด์ที่ยังอยู่อีกทาง แต่แขนกลับถูกรั้งไว้ก่อน

“เดี๋ยวสิตัวน้อย ผมจะไม่โอเคได้ยังไง”

“อ้าว”

“ผมแค่เซอร์ไพรส์เพราะไม่คิดว่าพีชจะนอนด้วยกันต่างหาก”

ผมเลิกคิ้วมองเขา “แล้วผมจะเช่าเต็นท์สองหลังให้เปลืองเงินทำไมล่ะครับ”

ฟังที่ผมว่าเขาก็ยิ้ม อืม ไม่ได้ตอบอะไรเพิ่มเติมนอกจากรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อๆ โซฟัคกิ้งเซ็กซี่นั่น นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาสวยเหมือนน้ำทะเลที่ผมได้เห็นจ้องนิ่งมา ท่าทางดีใจและพอใจที่อวลอยู่รอบตัวเขาทำให้ผมอดจะส่ายหัวยิ้มขำๆ กับคนตรงหน้านี่ไม่ได้ เอื้อมมือไปหยิบข้าวของทั้งหมดในมือเขาย้ายไปในเต็นท์เองซะ

“คุณไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกัน ห้องน้ำอยู่ตรงโน้น อีกชั่วโมงไกด์บอกมีทานข้าวเที่ยงตรงอุทยานนะครับ” ผมถ่ายทอดคำของไกด์ให้เขาฟัง ซึ่งคนฟังก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย

เพราะผมไม่ได้ลงน้ำ แต่บรรดาลูกทัวร์คนอื่นๆ ที่ลงไปเล่นน้ำมาอย่างเต็มที่ก็ต้องแห่กันไปต่อคิวล้างเนื้อล้างตัว

หลังแมทธิวหยิบกระเป๋าเดินออกไปผมก็ไปขอยืมเก้าอี้สนามมานั่งรับลมอยู่หน้าเต็นท์ หันไปทิศนี้เป็นทิศตะวันตกพอดีเลยด้วย ลมเองก็ดี มองเห็นวิวเป็นส่วนหนึ่งของเกาะที่ยื่นออกมาและทะเลกว้าง

ช่วงนี้นักท่องเที่ยวไม่เยอะมากนัก สงบมากๆ

“พีช”

“เชี่ย” ผมเผลออุทานเป็นภาษาไทย

หลับตานั่งเก้าอี้เพื่อผ่อนคลายอยู่ดีๆ เสียงเรียกชื่อตัวเองซึ่งดังแผ่วๆ พร้อมสัมผัสเบาๆ ที่แก้มก็เล่นเอาสะดุ้ง “อย่าเดินมาเงียบๆ แบบนี้สิครับ”

“พีชเหมือนลูกแกะน้อยจริงๆ นั่นแหละ...ขี้ตกใจ”

“ครับๆ แล้วคุณก็เหมือนหมีมาก”

“หมี?”

ผมไม่ตอบ เด้งกายลุกขึ้น “เรียบร้อยแล้วใช่ไหม ไปกินข้าวกันครับ ผมหิวแล้ว”

อาหารเที่ยงของทัวร์เป็นของที่ทางอุทยานจัดเอาไว้ให้ เป็นบุฟเฟต์ให้เลือกตักซึ่งดูดีกว่าที่ผมคิดเอาไว้เยอะ ทั้งมองทั้งชิมดูแล้วก็รู้สึกว่าแมทธิวกับบรรดาชาวต่างชาติคนอื่นๆ น่าจะกินกันได้สบายๆ เพราะรสชาติอาหารค่อนไปทางอ่อน

พวกเรานั่งกินกันไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ไม่นานก็อิ่ม หลังจากนี้ไปจนถึงเช้าคือเวลาอิสระ จะเลือกทำอะไรก็ได้ แต่ยังไม่ทันลุกขึ้น ที่นั่งข้างๆ ทั้งฝั่งผมและฝั่งเขาก็มีร่างสามร่างขยับเข้ามาใกล้

“เฮ้ แมทธิว พีช”

ไม่ใช่ใคร เหล่าสาวๆ เซ็กซี่ทั้งสามคนนั่นเอง

เคธเป็นฝ่ายออกปากทักขึ้นมา เห็นว่าเป็นเธอผมเลยส่งยิ้มคืนไปให้

“ขอพวกเรานั่งด้วยได้ไหม?”

เคธเป็นคนเดียวที่เคยคุยกับผม แต่เงือกสาวอีกสองคนรู้จักแค่แมทธิว ทั้งสายตาทั้งรอยยิ้มผูกมิตรที่ได้เห็นทำให้อดจะเหลือบไปมองคนฮอตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ ผมรอให้อีกคนตอบ แต่เขาดันไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ แมทธิวอาจจะคิดเหมือนผม เพราะงั้นผมเลยต้องหันไปผายมือบอกให้พวกเธอตามสบาย

นั่งร่วมโต๊ะกันแบบนี้ ผมก็ได้รู้ว่าเงือกสาวที่แข่งกันจีบแมทธิวอยู่ชื่อแอ็บบีและโซเฟีย

“เห็นเคธบอกว่าได้ที่เที่ยวที่คุณแนะนำมาด้วย แมทธิวโชคดีจังเลยนะ ได้เพื่อนเที่ยวเป็นคนไทยแบบนี้ จริงสิ”

คุยๆ กันไปสักพักหนึ่ง แอ็บบีก็ยิ้มกว้างแล้วขยับเข้ามาใกล้อีกนิด “จะว่าอะไรรึเปล่าถ้าพวกเราอยากเที่ยวกับคุณสองคนด้วย พรุ่งนี้ยังมีดำน้ำอีก ฉันอยากได้เพื่อนเยอะๆ”

เคธที่นั่งอยู่ทางขวามือของผมหันมาขยิบตาให้ทันที นั่นแหละผมถึงเก็ต

เธอไม่ได้อยากจะเที่ยวกับพวกผมสองคนหรอก เธออยากเที่ยวกับฝรั่งหมีข้างๆ มากกว่า

“แล้ว...พวกคุณคิดว่าไง?”

“ผมยังไงก็ได้ เอาเป็นว่าแล้วแต่แมทธิวดีกว่า”

เจอผมว่าแบบนั้นไปแล้ว ทุกสายตาเลยหันไปจับจ้องเจ้าของชื่อทันที ผมโยนหน้าที่ตัดสินใจไปให้เขา เพราะรู้ดีว่าเป้าหมายของสาวๆ อยู่ที่ไหน และเอาจริงๆ นะ ผมว่าแมทธิวเองก็รับรู้ได้เหมือนกันว่าพวกเธอเข้าหาเขาทำไม สาวๆ ก็ไม่ได้แอ๊บ พวกฝรั่งน่ะเซ้นส์ดีออกจะตาย เพราะงั้นก็ให้เจ้าตัวเขาเลือกเอาเองเถอะ

กลุ่มสนทนาเงียบไปครู่หนึ่ง ต่อมาถึงได้ยินเสียงครวญเบาๆ ในลำคอหนา

“ขอโทษนะสาวๆ ผมมากับพีชแค่สองคน...”

“...”

“ผมก็อยากเที่ยวกับพีชแค่สองคนมากกว่า” เขาอมยิ้มเล็กน้อยขณะเอ่ย “ไม่ว่ากันนะครับ?”

“ว้า”

แม่เงือกสาวสองคนทำสีหน้าเสียดายอย่างชัดเจน แต่ผมที่ไม่ได้เป็นคนปฏิเสธเนี่ยสิ เบิ่งตากว้างแทบถลนแล้ว

ไม่ได้ว่าอะไรหรอกที่จะถูกอ้างชื่อไปเป็นไม้กันสาวๆ ที่ไม่ถูกใจ แต่ที่อึ้งนี่ก็เพราะว่าเขาจะปฏิเสธตรงเกินไปแล้ว พวกเธอก็เป็นแค่กลุ่มสาวน้อยที่อยากจะแข่งกันจีบผู้ชายที่ถูกสเป๊กก็เท่านั้นเอง

สุดท้ายสามสาวก็ต้องล่าถอยออกไป ผมมองตามหลังร่างเซ็กซี่ที่เดินหายลับไปทางหาดแล้วหันกลับมามองคนตรงหน้าอีกหน ถามอย่างอดไม่ได้

“ถามจริง? คุณไม่สนใจจริงๆ น่ะ?”

เขาไม่ใช่ไบเซ็กซ์ชวลเหรอเนี่ย งั้นก็เป็นเกย์แท้ๆ เลย?

“ผมบอกแล้วนี่...ผมอยากเที่ยวกับพีชแค่สองคนมากกว่า”

“...”

แมทธิวยิ้มน้อยๆ ขณะขยับลุกขึ้นยืน เหมือนไม่อยากจะพูดเรื่องนี้อีก ถึงได้ส่งมือมา “ไปเดินเล่นกับผมหน่อยได้ไหม”

ผมมองมือหนาๆ ข้างนั้น ไม่ต้องคิดมากเลยกับการตอบรับคำชักชวน

ความคิดเห็น