วาฬกลิ้ง
Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 2nd Day [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2563 22:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2nd Day [100%]
แบบอักษร

2nd Day 

ตอนที่เดินออกมาตรงล็อบบีของรีสอร์ต ตาก็มองเห็นฝรั่งหมีส่งยิ้มมาให้อยู่ก่อนแล้ว

เขาอยู่ตรงชุดโซฟาเก้าอี้หวาย สวมเสื้อกล้ามสีขาวคู่กับกางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะรัดส้น ก็เหมาะกับการมาเที่ยวทะเลนั่นแหละ ทั้งฝรั่งหัวทองทั้งหัวดำก็ใส่แบบนี้เดินให้ว่อนกันเต็มชายหาด แต่สำหรับแมทธิว เขาเป็นผู้ชายที่แต่งตัวปอนแค่ไหนผู้ชายด้วยกันเองอย่างผมยังกล้ายอมรับเลยว่าโคตรจะฮอต

“อรุณสวัสดิ์ พีช”

“อรุณสวัสดิ์ครับ” อีกฝ่ายส่งยิ้มกว้างมาให้ ผมเลยต้องยิ้มตอบกลับไป “ที่จริงคุณไม่ต้องมารอที่โรงแรมผมก็ได้นะ เรานัดกันตรงถนนด้านโน้นนี่นา”

“ไม่เป็นไร ผมอยากเจอคุณไวๆ”

“...” ผมทำแค่ชำเลืองมอง

เมื่อวาน หลังจากที่ทานมื้อเย็นเสร็จ ผมก็เลือกที่จะนั่งคุยกับเขาต่ออีกครู่หนึ่งเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท กินเสร็จแล้วแยกย้ายเลยอะไรงี้ ถือว่าได้ปรึกษาถามความเห็นเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากไปด้วย ผมได้รู้ว่าแมทธิวไม่ใช่คนเรื่องมาก เอ่อ หรือว่าเขาตามใจผมก็ไม่รู้ ส่วนมากที่ผมพูดถึงจะเป็นการดำน้ำ ล่องเรือเที่ยวเกาะ ซึ่งอีกฝ่ายไม่โต้แย้งอะไรสักคำ

ไม่รู้ว่าเขาชอบเที่ยวทำนองไหน เพราะงั้นถึงคิดเอาไว้แล้วว่าจะไปปาร์ตี้เป็นเพื่อนสักวัน

“เราต้องเช่ามอเตอร์ไซค์ก่อนนะครับ สะดวกกว่า” ผมว่า

พวกเราเดินออกมาจากรีสอร์ต แถวนี้มีร้านสำหรับเช่ามอเตอร์ไซค์ให้เลือกอยู่หลายร้าน มองๆ ดูแค่ครู่เดียวก็เดินเข้าไปตะโกนเรียกเถ้าแก่

“เอาคนละคันก็แล้วกัน คุณโอเคไหมแมทธิว?”

ได้ยินผมถาม ฝรั่งหล่อก็กวาดสายตาสีสวยๆ ของตัวเองไปยังรถจักรยานยนต์ซึ่งจอดเรียงรายอยู่ จากนั้นเขาก็ทำหน้าครุ่นคิด “ผมนั่งคันเดียวกับคุณไม่ได้เหรอ”

“นั่งคันเดียวกันทำไมล่ะครับ ต่างคนต่างขับสะดวกกว่านะ”

“ผมรู้มาว่าถนนบางจุดค่อนข้างน่ากลัว ไปคนเดียวผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่”

แมทธิวมีท่าทีลำบากใจ เห็นเขาทำแบบนั้นผมก็กวาดตามองอีกฝ่ายสลับกับมอเตอร์ไซค์ข้างๆ อีกหน อืม...ก็นะ ชาวต่างชาติกับถนนหนทางในต่างประเทศ คนขับได้ก็มี ไม่ได้ก็อาจมี คนไทยก็ขับรถได้สะอกสะใจสุดๆ ไปเลยด้วย

“งั้นเอาคันเดียวก็ได้ คันนั้นก็ได้ครับลุง ผมเช่าเป็นวันก่อนแล้วกันนะ”

ยืนคุยกับเถ้าแก่เรื่องบัตรประชาชนและน้ำมันอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายผมก็เข็นรถจักรยานยนต์คันโตออกมา ถ้าต้องแบกฝรั่งคนหนึ่งไปด้วย แหงล่ะว่าผมต้องเลือกคันใหญ่หน่อย

หยิบหมวกกันน็อคมาสวมแล้วก็ขึ้นคร่อมรถ แต่พอไม่มีความเคลื่อนไหวสักทีก็หันไปเลิกคิ้ว “ขึ้นสิครับ”

“พีชจะขับเหรอ”

“อ้าว คุณบอกไม่ถนัดเส้นทางนี่”

แมทธิวตวัดสายตามองผม นัยน์ตาสุกสว่างขึ้นมา แต่ก่อนที่ผมจะพูดอะไรต่อ คนตัวโตก็ขยับมาซ้อนเอาไว้ทันที ใช้แขนหนาๆ รวบเอวผมฉับพลันขณะก้มหน้าลงมาเอ่ย

“ขอบคุณนะพีช”

ขนผมลุกวูบ ถ้าไม่เพราะคุมแฮนด์มั่นคงพอ มันอาจจะเซๆ ไปบ้างแล้วก็ได้

“คุณ...ไม่ต้องโอบเอวก็ได้”

“หืม?”

“ถอยไปหน่อย! คือ...ผมขับไม่สะดวก” ท้ายประโยคเสียงอ่อนลงเพราะรู้สึกว่าเผลอไป

ได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยซอรี่แล้วขยับถอยห่างไปตามคำบอก ผมเช็คนั่นนี่อีกนิดก่อนบอกว่าออกรถแล้วเริ่มบิดคันเร่ง

ก็จริงอยู่ที่ขับรถบนเกาะอาจต้องขึ้นเขาลงเนินอยู่บ้าง เหมือนๆ กับการท่องเที่ยวในหลายๆ เกาะนั่นแหละ แต่จากหาดกะรนไปป่าตองไม่ได้เป็นภูเขาสูงชันอะไรขนาดนั้น ผมเห็นคนในพื้นที่ขับอย่างเฟี้ยวฟ้าว มองด้านหลังนี่เห็นเลี้ยวรถได้โคตรเสียวไส้แทน ส่วนผมถ้ามาคนเดียวก็อาจจะเร่งไวกว่านี้อีกหน่อย แต่นี่แบกชาวต่างชาติตัวโตไว้ด้านหลังอีกคน

แมทธิวตัวโตตามแบบฉบับชาวตะวันตกจริงๆ ถ้าให้ยืนเทียบผมสูงแค่ราวต้นคอเขาเท่านั้นเอง ตอนนี้ที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังก็รู้สึกเหมือนมีแท่นหินอุ่นๆ ร้อนๆ แนบตลอดเวลา

ผมขยับมือไปเปิดกระจกหมวกกันน็อค ตะโกนโต้ลม “นี่คุณ อยากแวะถ่ายรูปไหม?”

ทำไมเหมือนกูกลายเป็นไกด์ไปแล้ววะ

“พีชอยากถ่ายเหรอ”

“ผมว่าถ้าเป็นตอนพระอาทิตย์ตกดินน่าจะสวยกว่า”

“ถ้าอย่างนั้นเราค่อยมาอีกรอบก็ได้”

ผมขมวดคิ้วนิดๆ เพราะขับรถอยู่ ลมหวีดหวิวจนได้ยินเสียงคนข้างหลังแค่อู้อี้ “แมทธิว คุณไม่ต้องเกรงใจผม ถ้าอยากไปไหนทำอะไรก็...เฮ้ย”

หลุดเสียงอุทานออกมาเมื่อตอนที่เลี้ยวไต่ลงเนินเล็กๆ ดันมีรถกระบะอีกคันสวนเข้ามาด้วยความรวดเร็ว การเบรกกะทันหันทำให้คนด้านหลังขยับเข้ามาใกล้จนสะโพกแนบติด

เสียงบีบแตรของรถคันอื่นไล่หลังกระบะนั่นไปดังให้ขรม ผมเองก็หน้ายุ่งมองผ่านกระจกข้าง แต่แล้วก็ต้องมาตัวแข็งอีกรอบกับอะไรบางอย่าง ผมใส่กางเกงขาสั้นตัวบางมา ตอนนี้รับรู้ได้ถึงอวัยวะกลางร่างของคนด้านหลังได้อย่างชัดเจน

“เป็นไรไหมตัวน้อย”

“คุณ...”

“ขับรถกันอันตรายน่าดูเลย”

ผมยิ้มเจื่อน ไม่รู้จะพูดยังไงดีว่าหน้าอก น้องชายกับขาอ่อนเขากำลังแนบสนิทอยู่กับหลังผม “คุณขยับไปหน่อย...”

“ขอโทษนะพีช คุณอาจจะขับไม่สะดวก แต่ผมขอจับคุณหน่อยได้ไหม ผมกลัวตกน่ะ” ได้ยินเสียงทุ้มแผ่วๆ ดังขึ้นใกล้ๆ อีกหน เขาอยู่ชิดกับผมมากกว่าทีแรก ถึงจะไม่มีลมมาแทรก แต่แบบนี้ก็ลำบากไม่ต่างกัน

แมทธิวขยับแขนมาพาดเอาไว้ตรงหน้าขาผม หลังไม่ได้แนบสนิทกับอกแข็งๆ ของเขาเหมือนตอนขึ้นซ้อนครั้งแรกก็จริง แต่เขาทำผมเกร็งจนเมื่อยแล้ว ไม่รู้จะพูดยังไงดีถึงได้แต่เงียบ เอาเป็นว่า...รีบขับให้ถึงที่หมายดีกว่า

ไม่กี่นาทีต่อมา ผมก็จอดมอเตอร์ไซค์เอาไว้ริมถนน พอคนตัวโตก้าวลงไปก็ดับเครื่องยนต์เก็บกุญแจเรียบร้อยผมก็กวาดตามองไปรอบๆ

แชะรูปอักษรด้านหน้าที่ใครมาแล้วควรจะถ่ายเก็บไว้ไปสองสามรูป

หาดนี้โคตรจะคึกคัก มองไปทางไหนเจอแต่ฝรั่งทั้งนั้น นอนอาบแดดกันเกลื่อน สาวๆ บางคนใจกล้าไม่หยอก เปลือยอกให้เห็นจะๆ ตาก็มี พอหันไปเงยหน้ามองฝรั่งอีกคนข้างๆ ตัว ก็เห็นว่าเขาส่งยิ้มเจิดจ้าไม่แพ้กับธรรมชาติตรงหน้ามาให้

“พีชอยากจะเล่นน้ำไหม?”

“ยังร้อนอยู่เลย อีกสักพักดีกว่า ถ้าคุณอยากเล่นก็ลงไปก่อนก็ได้นะครับ ผมไปเช่าเก้าอี้แป๊บ”

แมทธิวพยักหน้า แต่ก็ไม่ได้แยกไปอย่างที่ผมคิด

ได้เก้าอี้สำหรับนั่งเอนตัวชิลด์ๆ มาผมก็ทิ้งกายทันที ขณะที่คนตัวสูงขยับนั่งลงตรงเก้าอี้ข้างๆ ผมก็เอื้อมมือไปขยับร่มผ้าใบเพื่อไม่ให้แดดส่องลงมาโดน

“พีชกลัวแดดเหรอ”

“คนต่างชาติแบบคุณอาจจะชอบนอนอาบแดด แต่คนไทยไม่ค่อยหรอกนะครับ แสบผิวจะตาย” ผมว่าขำๆ “อีกอย่างแดดบ้านผมก็โคตรจะร้อนเลยด้วย”

“มิน่าล่ะ คุณถึงผิวขาวแบบนี้...” เขามองมาแถวลำคอผม

“...”

“พีชทำให้ผมนึกถึงลูกแกะตัวเล็กๆ”

ผมทำหน้าพิลึก “ผมควรจะดีใจไหมเนี่ยที่คุณเปรียบเทียบผมกับสัตว์”

แมทธิวหัวเราะ ผมยังรู้สึกถึงสายตาที่ยังจ้องมาจนร่ำๆ อยากพลิกตัวหันหลังให้

“พีช ผมทาครีมกันแดดให้ไหม?”

“ครีมกันแดด? คุณมีด้วยเหรอ”

“ผมเพิ่งซื้อมาเมื่อเช้า”

“อ่า...”

โห เขาเป็นฝรั่งที่รอบคอบกว่าคนไทยอย่างผมซะอีกนะเนี่ย

คิดอยู่เหมือนกันว่าอยากจะลงน้ำหน่อย เพราะงั้นผมเลยไม่ปฏิเสธ “ขอบคุณครับ แต่ว่าผมขอทาเองดีกว่า”

แมทธิวมองมา เขาไม่ได้ว่าอะไร พอรับขวดครีมกันแดดมาปุ๊บผมก็จัดแจงบีบแล้วลูบไปตามแขนขา แน่อนอนว่าคอก็ด้วย เป็นไปได้อยากจะลูบทั้งตัว ลูบไปยันหน้า ถึงทาแล้ว อีหรอบนี้ดูก็รู้ว่ากลับกรุงเทพฯ ไปต้องเหลือผิวสองสีไว้ให้ดูต่างหน้าแน่ๆ อย่างตรงรอยที่สวมรองเท้าแตะอะไรแบบนี้...

“คุณน่าจะทาที่ตัวด้วยนะ เมื่อวานพีชบอกผมว่าจะลงเล่นน้ำนี่ ถอดเสื้อน่าจะสะดวกกว่า”

“อ้อ” ก็จริง

ขยับแขนถอดเสื้อ ทาเนื้อตัวทั้งด้านหน้า หน้าท้อง เลยไปจนถึงหัวไหล่และด้านหลัง ขมวดคิ้วนิดหน่อยเพราะรู้สึกว่าตัวเองไล่มือไปไม่ทั่ว บริเวณกระดูกสะบักเป็นส่วนที่อ้อมมือไปไม่ถึงอยู่แล้ว

“ให้ผมช่วยดีกว่า”

พอเสียงเอื้อเฟื้อมีไมตรีดังขึ้นมาถึงเพิ่งจะรู้ว่าคนข้างๆ ยังคงมองมาอยู่ ผมก้มมองขวดครีมกันแดดบนตักตัวเองเล็กน้อย สุดท้ายก็ส่งไปให้ “ขอบคุณครับ”

เปลี่ยนเป็นนั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ หันหลังไปทางอีกคน แต่กลับสะดุ้งขึ้นมาเบาๆ เมื่อหลังก็รับรู้ได้ถึงฝ่ามือหนาร้อนๆ ซึ่งแนบลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว แมทธิวขยับมือเกลี่ยเนื้อครีมนุ่มลื่นไปตามแผ่นหลัง เปลือกตาผมกะพริบรัวๆ หลายครั้ง นึกอยากจะหันไปแล้วขยับตัวถอยห่างอีกหน่อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ

ฝ่ามือข้างนั้นลากต่ำลงไปตามแนวกระดูกสันหลัง วนเวียนอยู่ข้างเอว บางจังหวะใช้ปลายนิ้วกดคลึงลงมา

“นอกจากคุณจะขาวแล้ว ผิวคุณยังเนียนด้วย”

“เหรอครับ” ผมเม้มปาก รู้สึกทั้งวูบวาบแล้วก็จั๊กจี้เล็กน้อยเมื่อเขาไล้มืออยู่ใกล้ๆ สีข้าง

“พีชบ้าจี้เหรอ”

“ก็...นิดหน่อย” ผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้ แต่ยิ่งขำมากกว่าเดิมเมื่อคนด้านหลังเหมือนอยากจะทดสอบขยับมือมากดปลายนิ้วรวบจับเอวผมไม่เบาไม่แรงนัก “เดี๋ยว...พอแล้ว คุณ...”

ทนไม่ไหวถึงต้องพลิกตัวหนี หันหน้าไปทางคนด้านหลัง แต่กลับต้องชะงักอีกหนเพราะบังเอิญสบเข้ากับสายตาคู่นั้น

แมทธิวมองมา เหมือนว่าในดวงตาสีฟ้าจะมีบางสิ่งบางอย่างอยู่ภายใน เขามองผมที่หมุนตัวค้างอยู่ จากนั้นขยับมุมปากส่งรอยยิ้มเฟรนด์ลี่มาให้ เล่นเอาเปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน

“คุณ...ทาของคุณบ้างดีกว่า ผมโอเคแล้ว ไม่สิ คุณทาซะหลังผมเหนียวไปหมดแล้วเนี่ย”

“พีชไม่ชอบแดด ผมเองก็คิดว่าคุณเหมาะกับผิวขาวๆ แบบนี้มากกว่า สงสัยคงเผลอทาเยอะไป”

“ไม่ใช่ว่าพวกฝรั่งแบบคุณชอบคนผิวเข้มๆ เหรอ”

“แล้วแต่คนต่างหากตัวเล็ก” มือหนายื่นขวดครีมกันแดดให้ “คุณทาให้ผมบ้างได้ไหม”

ผมปัดความวุ่นวายในใจออกไปให้หมด ไม่เรื่องมาก รับมันมาแล้วว่า

“หันหลังมาสิครับ”

แมทธิวทำตามอย่างว่าง่าย

ผมมองแผ่นหลังหนาๆ ตรงหน้าครู่หนึ่ง ผิวเขาก็เป็นสีแทนสวยดูเรียบเนียนเหมือนกัน มองกล้ามเนื้อได้รูปแล้วผมก็ขยับบีบครีมกันแดดก่อนทาบมือ อุณหภูมิที่สัมผัสได้ก็ร้อนระดับเดียวกับฝ่ามือเขาเลย ทาๆ ไปแล้วอดจะพูดไม่ได้

“คุณไม่ได้มีผิวสีแบบนี้ตั้งแต่เกิดสินะ”

“ผมออกกำลังกายกลางแจ้งค่อนข้างบ่อยน่ะ”

“คุณเล่นยิมด้วยใช่ไหม แบบว่า...กล้ามเนื้อสุดยอดมาก”

มันไม่ได้อวบเป็นลูกๆ ดูน่ากลัวเหมือนนักเพาะกายอะไรหรอก แต่เท่าที่เขามีคือสมส่วนเหมาะกับส่วนสูงนี่มาก ต้นแขนแมทธิวแทบจะเท่าขาผมแล้ว ถ้าถูกมือนั่นบีบคอผมอาจจะน็อคภายในไม่กี่วินาทีก็ได้

“ชอบไหม?”

ผมกลอกตาไปมาคิด “ไม่รู้สิครับ ผมอาจไม่เหมาะก็ได้ ถ้าเห็นตัวเองมีแบบคุณคงรู้สึกแปลกๆ”

“ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นสิ หมายถึง...แบบผมพีชชอบรึเปล่า”

“...” ผมชะงัก

“ถ้าคุณบอกว่ามันดูไม่ดีผมคงเสียใจแย่”

อ้อ

“ก็เหมาะกับคุณดี”

เสียงผมดังออกมาแค่นั้น สุดท้ายแมทธิวเลยหัวเราะออกมาแทน เขาไม่ได้พูดอะไรอีก ผมเลยได้ทาครีมจนทั่วหลังโดยสะดวกก่อนยื่นขวดกลับไปให้เขาทาเองต่อ เอนตัวพิงเก้าอี้อีกหน แต่หลังยังสัมผัสเบาะได้ไม่ถึงห้านาที ก็เลือกจะดีดตัว

“ผมว่าผมลงน้ำเลยดีกว่า”

แมทธิวชะงักไปเล็กน้อยกับความกะทันหันนั่น “ได้สิ”

ผมขยับตัวลุกขึ้นยืนทันที แมทธิวเองก็ขยับลุกตามมา ทำให้เข้าใจได้ว่าเขาจะลงไปด้วย สายตาอดจะชำเลืองมองไปไม่ได้ จะไปบอกให้เขาอยู่เฝ้าของก็ไม่ดีนัก สุดท้ายเลยใช้เสื้อตัวเองที่ถอดออกคลุมข้าวของบนเก้าอี้นั่งเอาไว้

คนตัวสูงขยับมาหยุดยืนใกล้ๆ ผมพูดอะไรไม่ออกกับซิกซ์แพคสวยๆ วีเชฟ และไรขนบางๆ ที่ไล่ต่ำลงไปยังขอบกางเกงสีเข้ม วกกลับมาก้มลงมองตัวเองเล็กน้อย สุดท้ายถึงยักไหล่

เอาเถอะ...

เดินเท้าเปล่าลุยทรายนิ่มๆ ไปแตะน้ำทะเล ตั้งแต่มาเหยียบภูเก็ต ผมก็เพิ่งได้สัมผัสมันเป็นครั้งแรกนี่แหละ วินาทีที่จุ่มลงไปรู้สึกได้ถึงความเย็นเล็กน้อยลามขึ้นมา แต่เมื่อย่ำจนถึงข้อเท้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นอุ่นจาง เวลาที่คลื่นซัดสาด พาสายน้ำอ่อนโยนไหลคลอเคลียอยู่ตรงผิวเนื้อ เหมือนกับว่า...ตอนมันม้วนตัวกลับไปก็พัดพาความกังวลในใจผมให้หายไปด้วย

คิดแบบนั้นแล้ว ความจริงที่ว่าผมมาพักร้อนทำไมก็แล่นกลับมาอีกหน แต่ผมก็จมอยู่กับมันไม่นานนัก อาจเพราะน้ำทะเลที่ให้ความรู้สึกดีมากๆ นี่ก็ได้

อดจะยิ้มมองปลายเท้าตัวเองไม่ได้ ตัดสินใจก้าวลงไปลึกมากกว่านั้นอีกนิด

“พีชดูชอบทะเลมากเลยนะ”

ลงมาจนระดับน้ำอยู่ราวๆ ขาอ่อน แมทธิวที่ตามลงมาหยุดอยู่ข้างๆ ก็ว่าขึ้น

“ทำไมคุณคิดอย่างนั้น?”

“พีชยิ้ม”

ผมนิ่งไปนิด “ผมแค่...คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ”

ขยับมือตัวเองระไปตามคลื่นที่ซัดมา ก้มตามองผิวน้ำที่กระเพื่อมรอบกาย “ที่จริงผมเพิ่งเคยจะพักร้อนมาเที่ยวทะเลแบบจริงๆ จังๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละครับ เมื่อก่อนเคยคิดว่าเที่ยวทะเลก็มีแค่เล่นน้ำ เดินหาดทราย กินกุ้งกินปลา ก็ไม่เห็นจะมีอะไร แต่ตอนนี้ผมว่าผมชอบความรู้สึกตอนที่คลื่นพัดมาโดนมาก”

พูดไปเรื่อย คนข้างตัวก็ขยับเข้ามาใกล้ เอื้อมมือมาแตะกลางหลังผมเบาๆ “งั้นเราลงไปให้ลึกมากกว่านี้ดีไหม ตอนที่เอาตัวแช่น้ำทะเลทั้งตัวมันรู้สึกดีมากกว่านี้อีกนะ”

คนตัวสูงทำท่าจะพาผมลุยน้ำไป แต่ผมสั่นศีรษะรัวๆ รีบจับมือเขาไว้

“ไม่เอาล่ะครับ แค่นี้ก็พอแล้ว ผมว่ายน้ำไม่ค่อยคล่อง”

“พีชว่ายน้ำไม่เป็น?”

“ครับ...”

เห็นสีหน้าผมแมทธิวก็เอ่ยปลอบ “มีผมอยู่ ไม่ต้องกลัว ถ้าพีชกลัวจะจม คุณกอดผมไว้ก็ได้”

“ไม่เอา ใครจะไปกอดคนอื่นลอยคออยู่ในน้ำกันครับ”

“แล้วแบบนี้ที่พีชชวนผมไปดำน้ำดูปะการัง พีชจะไหวเหรอ” คนตัวโตหัวเราะเบาๆ

“นั่นมันมีชูชีพไงครับ แต่อันนี้ผมตัวเปล่าเลยนะ อยู่แถวนี้ก็พอแล้ว” ผมว่า ทิ้งตัวนั่งลงในจุดที่ตัวเองยืนอยู่ทันทีเป็นเชิงบอกใบ้ว่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น

แมทธิวไม่ได้ตื๊ออะไร แต่แทนที่เขาจะลงไปเล่นบริเวณที่ตัวเองอยากเล่น อีกฝ่ายกลับมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ

ผมว่ายน้ำไม่คล่อง โอเค ก็ว่ายไม่ได้นั่นแหละ เคยเรียนนะ แต่ไปไม่รอด นอกจากท่าลูกหมาตกน้ำแบบเบสิกสุดๆ แล้ว ในบรรดาท่าทั้งสี่ก็ว่ายไม่เป็นสักท่า จับหลักลอยตัวใต้น้ำตีขายังลำบาก ให้ดำให้เล่นน้ำในที่ที่ขาแตะพื้นไม่ถึงน่ะได้อยู่ แต่ขอห่วงยางหรือไม่ก็ชูชีพมาพยุงตัวเองไว้ด้วย ผมกลัว

ยังปักหลักอยู่ที่เดิม แค่แช่ตัวแล้วรับรู้ถึงแรงของคลื่นที่ซัดเข้ามาก็พอใจแล้ว สายตากวาดมองไปไกลๆ เห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกหลายคนบ้างก็ว่ายน้ำ บ้างก็เล่นลูกบอล เห็นคนเช่าเจ็ตสกีกันออกไปขับด้วย

“แมทธิว คุณขับเป็นไหม”

เขามองตามนิ้วผม ก่อนจะพยักหน้า

ผมอดจะส่งสายตาล้อเลียนไม่ได้ “ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณบอกไม่ค่อยมั่นใจตอนขับมอเตอร์ไซค์เนี่ยนะ”

“ถึงจะคล้าย แต่มันก็ไม่เหมือนกันนะลูกแกะน้อย”

ผมยิ้ม ถามต่อ “แล้วคุณขับยืนแบบนั้นได้ไหม”

แมทธิวพยักหน้าอีกหน โห อย่างเท่ แต่ดูจากสไตล์เขาแล้วก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หรอก

“พีชอยากลองไหม?”

“ไม่ล่ะครับ ผมขับไม่เป็น”

“ผมก็อยู่”

ผมปรายตามองเพราะประโยคที่ได้ยินเป็นรอบที่สอง “ไหวเหรอครับคุณ”

“ผมเก่งนะ” แมทธิวขยิบตา ส่งยิ้มเจิดจ้ามาให้อีกรอบ แต่พอเห็นการเลิกคิ้วขยับสายตาไปมาของผมเขาก็ขำ “ไม่ต้องห่วง ผมไม่ให้คุณเป็นอะไรอยู่แล้ว”

“...”

“มาสิตัวน้อย คุณบอกว่าไม่ค่อยได้มาเที่ยวนี่ อุตส่าห์มาแล้ว ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำดูก็ดีไม่ใช่เหรอ”

เบี่ยงสายตาไปมองคนข้างๆ ร่างสูงขยับลุกขึ้นยืนเต็มส่วนสูง เขาส่งมือหนาๆ มาให้ ตามองมัน แล้วมองเจ้าของมันอีกหน ผมลังเลสุดๆ แต่ก็นั่นแหละ ยอมรับว่าที่แมทธิวพูดก็ถูก ผมอุตส่าห์เอาวันลาพักร้อนมาใช้แล้วทั้งที

สุดท้ายเลือกตอบรับเป็นการขยับไปจับฝ่ามือของเขาเอาไว้

แมทธิวดึงผมขึ้นจากน้ำ เขายังมีรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้าหล่อๆ อาจเพราะความอึดอัดระหว่างคนแปลกหน้าระหว่างกันเริ่มจะหายไปเยอะ ผมถึงรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาหน่อยๆ พวกเราเดินขึ้นไปบนหาดเพื่อติดต่อขอเช่าเจ็ตสกีมาขับ พูดคุยกันเรื่องราคาและเวลาเรียบร้อยแล้ว ผมก็รับชูชีพมาสวม

พี่ชายหน้าเข้มกวักมือเรียกให้พวกเราไปยังจุดที่มีเจ็ตสกีจอดอยู่ เอ่ยอธิบายเป็นภาษากลางที่ติดจะทองแดงนิดๆ

กระทั่งพนักงงานแยกถอยออกไป ความกล้าที่ปลุกปั่นส่งแรงฮึดมาก่อนหน้านี้ก็เริ่มจะลดน้อยถอยลง ตามองเครื่องตรงหน้าอย่างหวาดๆ เล็กน้อย ดูคนอื่นขี่ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ตอนมายืนขาจุ่มน้ำอยู่ข้างๆ แล้วก็พบว่ามันคันใหญ่กว่าที่คิดไว้

“...”

“พีช ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”

“ผมเปลี่ยนใจทันไหม”

“ตัวน้อย ผมนั่งอยู่ข้างหลังคุณนี่เอง บอกแล้วว่ามีผมอยู่ด้วย คุณไม่ต้องกังวล”

เอิ่ม ของแบบนี้ไม่กังวลได้เหรอ

แต่เช่าก็เช่ามาแล้ว ผมเลยค่อยๆ ขยับขึ้นไปนั่งหลังแฮนด์บังคับ มือเกาะทั้งเบาะและตรงหัวควบคุมของมันเอาไว้ ตัวเครื่องโคลงเคลงแค่เล็กน้อยตอนแมทธิวก้าวขึ้นมา เหมือนเขาจะพยายามทำให้ผมหวั่นใจน้อยที่สุด

สุดท้ายเราสองคนก็นั่งกันอยู่บนเจ็ตสกี สภาพเหมือนกับตอนที่ขับมอเตอร์ไซค์ก่อนหน้านี้เป๊ะๆ

ความจริงแล้วตัวผมที่ขับทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์เป็นไม่น่าหวั่นใจอะไรกับแค่เจ็ตสกี เคยได้ยินบางคนบอกว่ามันก็ไม่ต่างอะไรกับขับบิ๊กไบท์สักคัน แต่ไอ้ที่กังวลน่ะเพราะผมว่ายน้ำไม่ได้นั่นแหละ

“เจ็ตสกีไม่มีเบรก แรกๆ พีชต้องค่อยๆ ช้าๆ อย่าเพิ่งเร่งเครื่องแรงหรือผ่อนแรงมากเกินไป มา ผมจะพาคุณไปก่อน” เขาเอ่ยด้วยเสียงทุ้มอยู่ใกล้หู

ร่างสูงๆ ขยับมานั่งซะชิด ใช้แขนหนาทั้งสองข้างล้อมรอบตัวผมเอาไว้แล้วจับมือผมที่อยู่บนแฮนด์อีกที

สถานการณ์และสัมผัสที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้ผมเกิดตัวเกร็งขึ้นมา จากที่หวั่นๆ ใจไม่น้อยอยู่แล้ว สมาธิดันมาวุ่นวายมั่วซั่วไปด้วย แต่พอฝ่ามือหนาค่อยๆ ขยับให้ผมบิดตามแรงชักนำของเขา เจ็ตสกีก็ค่อยๆ ออกตัว คราวนี้ผมตื่นเต้นขึ้นมาหน่อยๆ ตอนที่เคลื่อนตัวไปยังท้องทะเลกว้าง

ตัวเครื่องสะเทิ้นเล็กน้อยเมื่อกระแสคลื่นกระเพื่อมซัดเข้าหา แรงปะทะเกิดเป็นละอองน้ำเล็กๆ กระเซ็นถูกใบหน้าและเนื้อตัว จังหวะที่เผลออ้าปาก ลิ้นก็รับรู้ได้ถึงรสเค็มอ่อนๆ

“ตอนเลี้ยวไม่ต้องผ่อน ถ้าลดความเร็วจะเลี้ยวไม่ไป...”

แมทธิวยังคงอธิบาย จากนั้นเขาก็หักเลี้ยวให้ดู

จังหวะนั้นผมแม่งเริ่มสนุกขึ้นมาแล้ว เห็นเขาทำได้เพอร์เฟ็กต์ทั้งที่มีผมนั่งเกะกะอยู่ด้านหน้าด้วยก็อดจะทึ่งไม่ได้ ตอนหันไปพูดก็ส่งสายตาเหมือนเย้าแหย่ไปให้ด้วย “สุดยอด เชื่อแล้วว่าคุณเก่ง”

แมทธิวขำ และเหมือนอยากจะล้อเลียนผมกลับ เขาถึงหักเลี้ยวซ้ายขวาติดต่อกันสองทีซ้อนจนผมร้องออกมาดังลั่น

ใจเต้นตุบตับระรัวขึ้นมา เจ็ตสกีหยุดนิ่งกลางผืนน้ำกว้างก็ว่าเสียงห้วน

“แมทธิวครับ เล่นอะไรเนี่ย”

“ตกใจเหรอ”

“ไม่ตกใจมั้งครับ หัวใจจะวาย เกิดคว่ำไปจะทำยังไง”

ฝรั่งหล่อยังคงยิ้ม เขาทาบมือซ้ายกับเอวผมไว้ “ผมบอกแล้วนี่ พีชมีผมอยู่”

“ถ้าเมื่อกี้คว่ำขึ้นมาผมจะต่อยคุณ”

“ผมยินดีให้คุณต่อยเลย หลายๆ ทีก็ได้ เพราะผมเองก็คงรู้สึกแย่ที่ดูแลคุณไม่ดี”

“ยังจะกล้าพูด”

มีเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอดังแผ่วมาอีกหน คนตัวโตด้านหลังขยับมือออกจากหัวบังคับของเจ็ตสกี แต่ยังไม่ได้เคลื่อนตัวถอยห่าง “คราวนี้พีชลองขับเองดูบ้างไหม”

ผมกะพริบตา มองมือตัวเองที่ยังจับอยู่ที่เดิม ภาพเท่ๆ ตอนที่แมทธิวขับและหักเลี้ยวลอยเข้ามาในหัว...

“ก็ได้ครับ”

“ผมอยู่ข้างหลังคุณ ช้าๆ ไม่ต้องรีบ”

มือค่อยๆ บิดคันเร่ง คราวนี้ไม่มีมือหนาๆ ของแมทธิวมาคอยนำให้แล้ว หวาดเสียวนิดๆ แต่ก็ตื่นเต้นดีเหมือนกัน ความหวั่นใจในตอนแรกไม่ค่อยหลงเหลืออยู่แล้ว อาจเพราะมีคนขับเป็นแถมขับเก่งขนาดนั้นนั่งอยู่ด้านหลัง บวกกับเสียงทุ้มนุ่มที่คอยพูดอยู่ตลอดเวลานี่ก็ด้วย สุดท้ายผมก็ประคองเจ็ตสกีให้แล่นไปด้านหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

“ใช่แล้วคนเก่ง แบบนั้นแหละ”

สายลมตีเข้าปะทะหน้า พัดผมทุกเส้นไปด้านหลัง พอได้คุมแรงและขับเคลื่อนด้วยตัวเอง มันก็สนุกแล้วก็ให้ความรู้สึกอิสระมากกว่าที่คิด ผมเริ่มจะชินกับคลื่นลูกเล็กๆ ที่พัดมากระทบ ริมฝีปากอดจะคลี่เป็นรอยยิ้มไม่ได้

ผมเพิ่งเคยขับมันเป็นครั้งแรก แล้วก็เพิ่งทำอะไรโลดโผนแบบนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน...

ปล่อยให้มันแล่นอยู่บนผิวน้ำไปสักพัก สุดท้ายแล้วผมก็ค่อยๆ ชะลอลง เอี้ยวหน้าหันไปทางคนด้านหลัง

“แมทธิว เราลองขับ...”

“ระวัง!”

เอ่ยยังไม่ทันจบ ผมกลับต้องเห็นสีหน้าตกใจของแมทธิวแทน ไม่ทันเข้าใจอะไรทั้งนั้น ก็รู้สึกว่ามีแรงบางอย่างกระแทกเข้าที่ตัวเจ็ตสกี การปะทะนั่นทำให้ตัวเองเซ วงแขนหนาของคนด้านหลังรวบจับไว้ แต่เพราะสายน้ำที่ไร้รูปลักษณ์ทำให้ทุกอย่างทรงตัวลำบาก รู้สึกตัวอีกทีความหนาวเย็นก็คืบคลานอยู่รอบตัวแล้ว

ผมตกลงมาในทะเล นั่นคือสิ่งแรกที่เข้าใจได้ในทันที

“...!” เปลือกตาลืมโพลงด้วยความตกใจ แต่แล้วกลับแสบไปหมดจนต้องหลับปี๋อีกหน ขาปัดป่ายไปมา พอสัมผัสอะไรไม่ได้เลยนอกจากน้ำก็ทำให้ความกลัวแล่นพล่านขึ้นมา เผลอหายใจสูดน้ำทะเลเข้าไปในปอด

ผมจะจม... จะจมรึเปล่า 

“พีช!”

ได้ยินเสียงทุ้มดังอยู่ใกล้ๆ พร้อมๆ กับแขนแข็งแรงที่ตวัดมาเกี่ยวรอบเอวเอาไว้อีกหน

ตัวผมถูกดึงเข้าไปใกล้ความอบอุ่นแข็งแรง พอสัมผัสได้ถึงคนที่อยู่ใกล้ๆ ให้ยึดเหนี่ยว ผมก็ตวัดแขนโอบรอบคออีกคนเพื่อเอาตัวรอดทันควัน “แมทธิว! ...แมท”

“ผมอยู่นี่”

“แมทธิว ผมจะจม”

“คุณไม่จมพีช คุณสวมชูชีพอยู่ ผมก็อยู่ตรงนี้ ผมไม่ปล่อยให้คุณจมน้ำหรอก”

“...”

“ไม่เป็นไรแล้ว”

หูได้ยินเสียงนุ่มนวลเอ่ยปลอบไม่เป็นไรซ้ำๆ วินาทีหนึ่งความกลัวยังทำให้ผมสับสน ต่อมาถึงค่อยๆ ควบคุมสติตัวเองกลับมาได้ แต่ยังไม่กล้าพอที่จะปล่อยมือตัวเองออกจากลำคอหนาของคนตรงหน้า นอกจากคลายออกเหลือเพียงหลวมๆ

ชูชีพทำให้ลอยตัวอยู่ในน้ำได้จริงๆ แต่เพราะความมืดมิดด้านใต้ และปลายเท้าที่สัมผัสอะไรไม่ได้เลย ผมถึงยังหวั่นใจ ความแสบร้อนที่โพรงจมูกและลำคอทำให้ตัวเองหลุดสำลักไอออกมาหลายหน กระทั่งมีมือหนายกขึ้นมาปาดและลูบน้ำทะเลเค็มๆ ตามใบหน้าออกให้

“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นครับ เราตกลงมาได้ยังไง”

แมทธิวหน้าเคร่ง “มีคนขับเจ็ตสกีอีกคันเข้ามาเฉี่ยว”

ขับมาเฉี่ยว? 

ผมเบิกตากว้าง เฮ้ย นั่นมันอันตรายมากเลยนะ ก่อนหน้านี้ผมผ่อนคันเร่งลงแล้ว แทบจะลอยอยู่นิ่งๆ ไม่ได้หักเลี้ยวไปไหนเลยด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าจะมีคนขับเจ็ตสกีคันอื่นเข้ามาใกล้จนเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ ดีหน่อยที่แค่เฉี่ยว ไม่ใช่ชนกันกลางทะเล

“มาพีช คุณกลับขึ้นไปก่อน” แมทธิวว่า ไม่รอให้ผมตอบอะไรเขาก็ใช้มือทั้งสองข้างรวบไว้ใต้รักแร้ผมก่อนจะยกตัวให้กลับขึ้นไปบนเจ็ตสกีคันโต

ผมเบิกตาเล็กน้อยกับแรงน่าเหลือเชื่อ แต่ก็ส่งมือไปช่วยดึงร่างสูงใหญ่ให้กลับขึ้นมาซ้อนด้านหลังเหมือนเดิมด้วย

จังหวะนี้ถึงมองเห็นว่าใกล้ๆ มีเจ็ตสกีอีกคันคว่ำอยู่ แต่เหมือนคนขับและคนซ้อนของฝั่งทางนั้นจะช่วยกันพลิกมันขึ้นมาแล้วปีนกลับขึ้นมานั่งเช่นกัน พอเห็นผมกับแมทธิวก็ยกมือไหว้ขอโทษกันยกใหญ่

คนขับของฝั่งนั้นเป็นผู้หญิง ท่าทางจะกำลังฝึกอยู่เหมือนกัน เห็นเธอขอโทษหน้าเสียแบบนั้นแล้วผมก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน โบกมือว่าไม่เป็นไร แต่ก็หมดอารมณ์จะเล่นต่อ บอกฝรั่งหมีด้านหลังว่าเรารีบเข้าฝั่งเอาไปคืนเขาได้แล้ว

“ยังตกใจอยู่รึเปล่าตัวน้อย”

นั่งอยู่บนเก้าอี้ริมชายหาดตัวเดิมหลังขึ้นมาจากน้ำ แมทธิวที่เดินหายไปแล้วกลับมาพร้อมกับขวดน้ำเย็นๆ

ผมเอื้อมมือไปรับมาเปิดพลางส่ายศีรษะ “ตอนนี้ไม่แล้วครับ แต่ก่อนหน้าคิดว่าตัวเองจะจมน้ำตายแล้ว”

จังหวะที่ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวมีแค่น้ำมืดๆ มันโคตรน่ากลัวจริงๆ นะ ตกใจจนลืมแม้กระทั่งว่าตัวเองสวมชูชีพ

นึกถึงตอนที่ผมไปฝึกว่ายน้ำสมัยเด็กๆ แล้วบังเอิญทำโฟมหลุดมือลอยไปไกล ตอนนั้นพ่อที่อยู่แถวขอบสระรีบกระโดดพุ่งหลาวลงมาช่วยไว้ทั้งๆ สวมเสื้อ...

“หน้าพีชซีดมาก”

“...” ผมสะดุ้ง

จู่ๆ ฝรั่งตัวโตก็ใช้ปลายนิ้วเย็นๆ แตะลงมาบนแก้ม

สีหน้าเป็นห่วงรวมทั้งการกระทำของเขาทำให้ผมโต้ตอบกลับไปไม่ถูกอยู่บ้าง หลุบตามองเท้าตัวเองที่เปื้อนทรายเต็มไปหมด สุดท้ายพ่นลมหายใจยาวๆ ผ่านริมฝีปาก

“แมทธิว ขอบคุณมากนะครับ”

“...”

“ถ้าตอนนั้นไม่ได้คุณ ผมอาจจะสติแตกมากกว่านั้นก็ได้” พูดมาถึงนี่ผมก็ยิ้มเจื่อน “ผมน่าจะไปฝึกคุมสติให้ดีกว่านี้...”

“แมท”

“ครับ?”

“พีชเรียกผมว่าแมทแบบก่อนหน้านี้ก็ได้”

“...”

“ผมชอบ”

“...” ผมกะพริบตาเชื่องช้า

ในทีแรกยังสับสนกับการเปลี่ยนเรื่องกะทันหันของเขาอยู่บ้าง แต่พอเงยหน้าขึ้นไปประสานกับตาสีสวยที่มองมาด้วยความอ่อนโยนและระยิบระยับเหมือนมีกาแลกซีขนาดย่ออยู่ในนั้น ความทรงจำที่ถูกเมินไปบางส่วนก็ค่อยๆ ถูกเล่นซ้ำอีกหน

ตกใจจนเผลอเรียกชื่อเล่นเขาแบบนั้น ไม่สิ ไม่ใช่แค่นั้น เพราะยังเผลอกอดคออีกฝ่ายไว้แน่นอย่างกับลูกโคอาล่า

โอย...

การกระทำน่าอายแถมไม่เท่ทำให้ความร้อนเริ่มลามเลียตั้งแต่ใบหูมาจนถึงสองข้างแก้ม อุณหภูมิดังกล่าวชวนมึนเมาน่าประหลาด ผมก้มลงมองปลายเท้าตัวเองอีกครั้ง ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปทั้งนั้น

“ทีแรกผมว่าจะไปหาดไม้ขาวด้วย แต่ทำไปทำมาเราอยู่ที่นี่ตั้งนาน”

นั่งพักจนคิดว่าทั้งความกังวล ตกใจ หรืออารมณ์อื่นๆ ซึ่งคั่งค้างอยู่มลายหายไปหมดแล้ว ผมก็พูดขึ้นมา

“ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาอีกเยอะ ถ้าพีชอยากมา วันหน้าค่อยมาอีกก็ได้”

“งั้นเรากลับกันเลยไหมครับ”

แมทธิวพยักหน้ารับคำชวนผมอย่างว่าง่าย พวกเราเก็บข้าวของที่เอามาด้วย จัดการปัดเศษทรายที่ติดมาให้หลุดไปเท่าที่จะหลุดได้ ก่อนจะเดินกลับไปยังจุดที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ไว้ แต่ตอนที่ผมจะหยิบกุญแจขึ้นไปไขเพื่อเลื่อนรถ กลับมีมือหนาๆ ยื่นมาขวางเอาไว้ก่อน

“รอบนี้ผมขับให้เองดีกว่า”

ผมเลิกคิ้ว “ไหนคุณบอกไม่มั่นใจถนนหนทางไง”

“ขามาผมมองดูแล้ว คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา”

“แน่ใจนะคุณ”

แมทธิวยิ้ม “พีชดูเหนื่อยๆ ให้ผมขับนั่นแหละดีแล้ว”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ”

ผมส่งกุญแจให้เขา ยืนรอจนกว่าแมทธิวจะเลื่อนรถเรียบร้อยถึงขึ้นคร่อมด้านหลังแล้วเอ่ยบอกว่าโอเคแล้ว

รถเคลื่อนไปด้านหน้า คราวนี้บรรยากาศค่อนข้างแตกต่างกับขามา แค่สายลมก็เปลี่ยนแล้ว มันเย็นเยือกมากกว่าตอนเช้าเพราะอุณหภูมิที่เริ่มลดต่ำลงตามการโคจรของดวงอาทิตย์

ตาตัวเองจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังหนาของคนตรงหน้า แรงลมที่พัดปะทะมาได้ร่างใหญ่ๆ นี่ช่วยต้านเอาไว้ มือขวาผมขยับไปจับเสื้อกล้ามสีขาวของอีกฝ่ายเบาๆ เมื่อรถเบรกชะลอขณะเลี้ยว พอไม่ต้องเป็นคนขับซึ่งคอยมาระมัดระวังถนนหรือรถคันอื่นแล้ว หน้าก็เบี่ยงออกไปซ้ายขวาเพื่อมองรอบด้าน

เห็นทั้งป่าไม้ รีสอร์ต จุดชมวิว บางช่วงพื้นที่ก็เปิดโล่งจนเห็นผืนทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

ปฏิเสธไม่ได้ว่า...มีเพื่อนเที่ยวแบบนี้ก็สนุกเหมือนกัน

 

#14วันพักร้อน

twitter @rose_wankling

ความคิดเห็น