facebook-icon

มาร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจไปพร้อม ๆ กับลลิตนะคะ...

.2. ค้นหาคำตอบ [100%]

ชื่อตอน : .2. ค้นหาคำตอบ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2564 17:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.2. ค้นหาคำตอบ [100%]
แบบอักษร

.2. 

ค้นหาคำตอบ 

 

 

ปัจจุบันลลิตอายุ 24 ปีแล้ว ส่วนพี่ฟ้ากับพี่ครามก็ 28 ปี ตอนนี้กลับมาอยู่ที่เมืองไทยถาวรแล้ว เรื่องของพวกพี่เขามันน่าปวดหัวมาก อย่าไปอยากรู้เลยดีกว่าค่ะ 

มาเข้าเรื่องที่จุดเริ่มต้นของฉันดีกว่า ฉันพยายามหาคำตอบให้กับตัวเอง เฝ้ามองและคอยดูเขาอยู่ในมุมของตัวเอง แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับหายไปโดยไม่มีแม้แต่คำร่ำลาหรือคำปลอบโยนใด ๆ เอ่ยออกมาเลย 

เหมือนฝันร้ายซ้ำ ๆ ที่คอยวนเวียนอยู่ข้างกายของฉันตลอดเวลา… ความทรงจำของผู้ชายคนหนึ่งค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น แต่มันแทบเลือนรางเมื่อเขาพาตัวเองหายออกไปจากชีวิตของฉันในวันนั้น เกือบ 6 ปีแล้วที่เขาหายไป ไม่ยอมติดต่อกลับมาอีก 

“เขาเกลียดหนูขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมเขาถึงหายไป” คำถามที่ฉันเฝ้าถามกับพี่ชายฝาแฝดทั้งคู่ แต่คำตอบกลับเป็นเพียงคำพูดปลอบโยนฉันเท่านั้น 

“มันไม่ได้หายไปไหน มันแค่ไปเรียนต่อ” คำตอบเมื่อ 4 ปีก่อนและมันก็ยังคงเป็นคำตอบในปัจจุบันทุก ๆ วันนั่นแหละ 

“แล้วจำเป็นต้องตัดขาดกันแบบนี้เลยเหรอ? ไหนบอกว่าสนิทกับลิตแล้ว จะหายไปเรียนก็ควรบอกกันบ้างสิ หายไปเกือบ 6 ปี เขาจะเอาใบปริญญาเป็นร้อยใบเลยเหรอคะ” ฉันมองหน้าพี่ฟ้าและพี่ครามสลับกัน มีแต่ความสับสนอยู่ในหัวใจเพราะจู่ ๆ พี่เขื่อนก็หายไป เขาเหมือนทิ้งฉันเอาไว้กลางทาง 

“เวอร์ตลอด” พี่ฟ้าพูดพร้อมกับปลายนิ้วที่จิ้มหนัก ๆ ลงมาบนหน้าผากของฉันด้วย “ลิตรักมันเหรอ?”  

คำถามที่ฉันเฝ้าตอบตัวเองมาโดยตลอดว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขา คิดแค่พี่ชายเท่านั้น แต่มันกลับค่อย ๆ ชัดเจนเมื่อเขาหายไป 

“ลิต…” 

“ลิตไม่ต้องปฏิเสธพวกพี่หรอกนะ มันชัดเจนมาก ลิตพยายามสร้างกำแพงไม่ยอมให้ไอ้อินก้าวเข้ามา แต่ลิตกลับพยายามพังกำแพงของตัวเองเพื่อเข้าไปในชีวิตของไอ้เขื่อน” พี่ครามกำลังย้ำเตือนในสิ่งที่ฉันพยายามวิ่งหนีมาโดยตลอด และฉันไม่มีทางปฏิเสธได้เลย 

“ตัดใจซะเถอะ พวกพี่รักลิตเกินกว่าจะยอมให้ใครมาทำร้ายได้ โลกที่ลิตคิดว่าสวยงาม บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็ได้นะ” คำพูดของพี่ฟ้าทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วงุนงงทันที เขาหมายความว่ายังไง 

“ลิตไม่เข้าใจ” 

“ลิตควรเข้าใจได้แล้ว ถ้าไอ้เขื่อนมันรู้สึกกับลิตเกินกว่าน้องสาวจริง ๆ มันจะไม่หายไปแบบนี้” พี่ครามย้ำเตือนฉันด้วยคำพูดเจ็บ ๆ เสมอ แต่มันกลับเป็นความจริงที่ฉันพยายามวิ่งหนีมาโดยตลอด 

ความจริงที่มันไม่มีวันเกิดขึ้นจริง ๆ ในชีวิตของฉันตอนนี้… 

“เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้าลิตกับหมอนั่นเป็นของกันและกันจริง ๆ ถึงตอนนั้นลิตอาจจะรับได้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่มันทำลงไปก็ได้ ยกเว้นว่าลิตจะตัดใจซะตั้งแต่ตอนนี้” พี่ฟ้ามองหน้าฉันนิ่ง ๆ แต่ฝ่ามือของเขาที่คอยลูบหัวของฉันไปด้วยมันกลับไม่นิ่งตาม มันอ่อนโยนเสมอ 

“ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ควรเคลียร์กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในปัจจุบันให้จบด้วยนะ เข้าใจที่พี่พูดใช่มั้ย” พี่ครามพูดออกมาต่อ 

“รู้แล้วค่ะ” ทั้งคู่มองหน้าฉันยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนี้ ฉันเลยนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแทนและเรื่องที่ทั้งคู่บอกให้ฉันเคลียร์ ก็หมายถึงเรื่องของพี่อินทัชนั่นแหละ เป็นเรื่องเดียวที่ฉันมั่นใจว่าไม่มีทางรู้สึกกับเขาเกินกว่าพี่ชายคนหนึ่งแน่นอน 

ครั้งแรกฉันเจอพี่เขื่อนเพียงผ่านตาเท่านั้น เขาเป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มของพี่แฝด ครั้งต่อมาฉันเจอเขาที่บ้านตอนมีงานเลี้ยงเล็ก ๆ ครั้งนั้นเขากอดฉัน ถึงจะกอดเพราะช่วยก็ตาม แต่กลับบอกว่าไม่ชอบยิ้มให้คนที่ไม่ค่อยสนิทกัน… ความรู้สึกของฉันมันค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ความลึกลับของเขาทำให้ฉันอยากค้นหาและค่อย ๆ ก้าวเข้าไปในชีวิต จนได้คุยกัน เจอกันบ่อยขึ้น 

แต่สุดท้ายเขาก็ค่อย ๆ พาตัวเองหายออกไปจากสายตาของฉัน จนในที่สุดก็หนีหายไปเรียนต่อต่างประเทศ ตัดขาดทุกอย่าง แทบเป็นคนที่ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ 

“เหอะ! ทำไมลิตต้องมาสนใจคนอย่างพี่ด้วยเนี่ย” บ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินออกจากบ้าน 

วันนี้ฉันมีนัดกับพี่อิน อยากคุยกับเขาให้จริงจัง ความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขามันไม่ได้เพิ่มมากขึ้นเลยจริง ๆ ฉันพยายามแล้ว แต่ความสนใจที่มีให้เขามันแค่พี่ชายเท่านั้น ต่างจากใครอีกคน 

ร้านอาหารสไตล์น่ารัก ๆ ถูกพี่อินเลือกเอาไว้สำหรับการกินมื้อเที่ยงระหว่างพวกเราในวันนี้ ร้านนี้แทบจะเป็นร้านประจำของพวกเราเลยด้วยซ้ำ ฉันมาถึงก็เห็นเขานั่งรออยู่ในร้านตรงมุมเดิมและอาหารแบบเดิม ๆ แล้ว เป็นเมนูธรรมดาที่ฉันชอบมาก พี่อินจะรู้ดีว่าฉันชอบกินอะไร ถ้าเป็นพวกอาหารทะเล กุ้งคงเป็นสิ่งที่ฉันชอบมากที่สุด ในขณะที่แม่กับพี่ชายฝาแฝดฉันแพ้มากที่สุด 

“ลิต!” 

“คะ?” คิดอะไรเพลิน ๆ เสียงพี่อินที่ตะโกนเรียกพลางโบกไม้โบกมือไปมาจนฉันต้องปรับสีหน้า เพื่อยิ้มตอบเขาก่อนจะก้าวขาเดินเข้าไปหาพร้อมกับคำถาม “มาถึงนานหรือยังคะ” 

“ไม่ครับ” 

“หืม? แต่ลิตว่าไม่น่าจะใช่นะ เพราะอาหารเต็มโต๊ะเลย” ฉันถามพี่อินยิ้ม ๆ 

“ก็นิดหน่อยครับ นั่งก่อนสิ พี่สั่งของโปรดลิตมาทั้งนั้นเลยนะ” 

“ขอบคุณค่ะ”  

เวลานี้ขอกินก่อนละกัน ส่วนเรื่องอื่นเอาไว้หลังจากนี้ พี่อินมักจะนึกถึงฉันในทุก ๆ สถานการณ์เสมอ ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไม? แต่กลับนับถือใจของเขาที่ยอมรอมาจนถึงวันที่ฉันเรียนจบจริง ๆ แถมยังล่วงเลยมาอีกตั้ง 2 ปีแล้วด้วย อย่างที่ปากพูด เขาไม่เคยบอกว่ารู้สึกยังไง แต่ฉันกลับมองออก สายตาที่มองมามีแต่ความห่วงใย 

ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากรู้สึกกับเขาให้มากกว่าพี่ชายคนหนึ่งเหมือนกัน แต่เพราะมันไม่ใช่และฝืนทำร้ายเขาแบบนั้นไม่ได้ วันนี้เลยต้องพูดอะไรให้มันเด็ดขาด แม้ว่าจะต้องมีคนเจ็บปวดก็ตาม 

“อ่า… อิ่มมากเลยค่ะ” 

“กินเยอะ ไม่กลัวอ้วนเหรอครับ ปกติผู้หญิงจะซีเรียสเรื่องแบบนี้” พี่อินถามยิ้ม ๆ ใบหน้าของเขามักมีรอยยิ้มให้ฉันเสมอ แถมยังเป็นรอยยิ้มอบอุ่นอีกต่างหาก 

“ไม่ค่ะ ปกติลิตกินอะไรก็ไม่ค่อยอ้วนอยู่แล้ว” พูดพลางลูบหน้าท้องของตัวเองไปด้วย “ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยอีกมื้อนะคะ พี่ชาย” 

ประโยคต่อท้ายว่าพี่ชายด้วยน้ำเสียงดังที่ฟังชัดมาก ๆ ของฉันทำให้พี่อินหุบรอยยิ้มลงเล็กน้อย แววตาของเขาที่จ้องมาทางฉันมันดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เพราะฉันไม่อยากทำให้เขามีความหวังไปมากกว่านี้อีกแล้ว ทุกอย่างเลยจำเป็นต้องเอ่ยออกมาตรง ๆ สักที 

“ลิต” 

“คะ?” 

“ลิตรู้ใช่มั้ยว่าพี่คิดยังไงกับหนู” คำถามของเขาทำให้ฉันต้องคลี่ยิ้มออกมาพลางพยักหน้ารับ “พี่ชอบลิตมาตลอด จนมันเปลี่ยนเป็นรักในทุก ๆ วัน ถึงตอนนี้ลิตจะยังไม่ชอบพี่ แต่พี่ก็ยินดีที่จะรอ” 

ฉันเงียบไป พลางเม้มปากเข้าหากันจนแน่น บรรยากาศโดยรอบตอนนี้คือเงียบมาก ทั้ง ๆ ที่มีผู้คนมากมายเดินเข้ามาในร้านอาหารแห่งนี้ 

“พี่อินไม่ต้องรอลิตหรอกนะคะ ยังมีผู้หญิงดี ๆ อีกมากมายที่รอให้พี่อินรัก ลิต…” 

“ถึงลิตจะบอกให้พี่เลิกรอ แต่หัวใจของพี่ก็ยังอยากจะรอลิตอยู่ดี ขอให้พี่ได้รอเถอะนะ แค่รู้ว่าลิตเป็นยังไง มีความสุขดีหรือเปล่า แค่นี้พี่ก็ดีใจแล้ว” 

“พี่อิน…” ตอนนี้โคตรรู้สึกผิดมาก แต่จะให้ฉันฝืนรักเขาทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รักก็เป็นไม่ได้อยู่ดี สู้บอกไปตรง ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ อย่างน้อยก็ดีที่สุดสำหรับฉันและอาจจะดีสำหรับเขาด้วยก็ได้ “ลิตขอโทษจริง ๆ แต่ลิตไม่อยากให้พี่อินทำแบบนี้” 

“ลิตไม่ต้องขอโทษพี่หรอก เพราะพี่เต็มใจทุกอย่างครับ” 

โอ๊ย! ชีวิต ทำไมฉันไม่หลงรักผู้ชายดี ๆ อย่างพี่อินนะ เขาแสนดีทุกอย่าง แต่กลับไม่ใช่คนที่ฉันรู้สึกรัก  

เฮ้อ! 

เครียดเลยค่ะ กลับมานอนเครียด ๆ อยู่ที่คอนโดต่อ ไม่รู้จะทำอะไรนอกจากนอนทอดสายตามองเพดาน ช่วงนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่ พี่ไลกับพวกพี่แฝดก็จะอยู่ที่บ้านกัน ส่วนฉันจะไป ๆ มา ๆ ระหว่างบ้านกับคอนโดแทน เรื่องของพวกพี่เขาฉันจะขอละไว้ในฐานะที่เข้าใจก็แล้วกัน 

การเป็นคนกลางที่รับรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพี่ชายฝาแฝด มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เพราะฉันก็คอยแอบช่วยเหลืออยู่เงียบ ๆ เหมือนกัน 

“ไง หักอกไอ้อินมาแล้วเหรอ” เสียงพี่ฟ้าดังขึ้นมา จนทำให้ฉันต้องปรายตาหันไปมองหน้าเขา 

“เฮ้ย! พวกพี่มาได้ยังไงเนี่ย” ตกใจสิคะ ปกติพวกเขาจะอยู่ที่บ้าน นาน ๆ ถึงจะมาคอนโดฉัน 

“มาหาเพื่อนแถวนี้ เลยแวะมาหาเรา” พี่ฟ้าตอบพลางเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ ก่อนเข้ามาฉันก็ไม่ได้สังเกตด้วยสิ เพราะมัวแต่คิดเรื่องพี่อินอยู่ 

“ชิ! พูดมาก แล้วพี่ครามไปไหนคะ” ขยับตัวลุกขึ้นนั่งมองหน้าพี่ฟ้า 

“ออกไปข้างนอกแล้วครับ” พี่ฟ้าว่าพลางยื่นแขนข้างหนึ่งมากอดรอบคอของฉันพลางขยี้หัวเล่นไปมาด้วย “ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ มันรักลิตมาก พี่เชื่อว่ามันจะเข้าใจ” 

“ลิตทำร้ายคนดี ๆ ใช่มั้ยคะ” ยื่นสองแขนไปกอดตอบพี่ฟ้าเอาไว้จนแน่น 

“ใครบอกล่ะ? ลิตทำตามหัวใจของตัวเองต่างหาก ถ้าไม่รัก ฝืนไปก็เท่านั้น” 

“ฮือออ ลิตจะทำยังไงดี” เศร้า น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เครียดนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง 

“อยู่เฉย ๆ แล้วเป็นลลิตอย่างที่เคยเป็น และที่สำคัญอย่าพาตัวเองเข้าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวาย” 

“ทำไมถึงห้ามไม่ให้ลิตยุ่งกับเขา ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็พยายามพาตัวเองออกไปจากชีวิตของลิต” ฉันถามพลางขยับตัวออกห่างจากอ้อมกอดของพี่ฟ้า แต่เขากลับไม่มีคำตอบให้ฉันนอกจากนั่งมองหน้าอยู่เงียบ ๆ เท่านั้น จนเสียงของพี่ครามดังขึ้นมา 

“เพราะลิตยังไม่รู้จักมันดีพอยังไงล่ะ” ตกใจหมด จู่ ๆ ก็พูดขึ้นมา 

ฉันหันไปมองตามน้ำเสียงของพี่คราม เขาเดินเข้ามานั่งอีกข้างหนึ่งของฉันพร้อมกับมือหนาที่วางลงบนหัว ความอ่อนโยนของพี่ชายทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่น 

“มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงอีกคนแล้วนะคะ” พูดพลางเบะปากใส่เขาไปด้วย 

“โลกนี้มันมีอะไรที่เราคาดไม่ถึงอยู่ตั้งมากมาย ถ้าสิ่งไหนที่พวกพี่สามารถทำเพื่อปกป้องลิตได้ ก็จะทำ… แต่ถ้ามันนอกเหนือจากที่พยายามกันแล้วจริง ๆ ถึงตอนนั้นลิตก็ค่อยเรียนรู้ด้วยตัวเองแทน” ไม่สนใจคำพูดของฉันเลยจริง ๆ 

“บอกเหตุผลลิตไม่ได้เหรอคะ” 

“เหตุผลคือพวกพี่รักลิตและไม่อยากให้ลิตเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับไอ้เขื่อน พี่ว่าแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะ” พี่ฟ้าเป็นคนพูดออกมาแทน 

เฮ้อ! และสุดท้ายฉันก็คงทำได้แค่นั่งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เท่านั้น เพราะพี่ชายทั้งสองคนของฉันไม่ยอมให้รับรู้อะไรเกี่ยวกับพี่เขื่อนเลย 

“ก็รู้ว่ารัก แต่…” 

“มันยังไม่ถึงเวลาที่ลิตต้องรู้หรอกนะ ถ้าไอ้เขื่อนมันอยากให้ลิตเข้าไปยุ่งวุ่นวายด้วยจริง ๆ มันคงเดินเข้ามาเอง” 

“เดี๋ยวพวกพี่ก็ไม่ให้ยุ่งอีก” ฉันว่าเสียงแผ่วเบา อยากรู้ แต่กลับไม่ได้รู้อะไรสักอย่าง 

“น้อย ๆ หน่อยไอ้ตัวแสบ แล้วกับไอ้อินนี่ยังไง” พี่ครามว่าเสียงดุ แต่พอเขาตั้งคำถามเรื่องพี่อิน ฉันก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อีกครั้ง 

“ก็ไม่อะไร แค่พี่น้องกัน พวกพี่ก็รู้ว่าลิตไม่ได้คิดอะไรกับพี่อินมากไปกว่าพี่ชาย” ฉันว่าพลางมองหน้าพวกเขาสองคนสลับกันไปมาทันที คิดแบบนี้จริง ๆ แต่ทำไมไม่มีใครเข้าใจ “เรื่องของอนาคตใครจะไปรู้ พวกพี่เองก็เหมือนกัน” 

“เรื่องของพวกพี่ ลิตก็ไม่ต้องเข้าใจหรอกนะ” พี่ฟ้าพูดขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ฉันรับรู้ทุกอย่างมาโดยตลอดเนี่ยน่ะนะ 

“พวกพี่พูดเหมือนลิตไม่รู้” 

“เพราะลิตรู้ไง พวกพี่ถึงไม่อยากให้ปวดหัวน่ะ” พี่ครามว่ายิ้ม ๆ อารมณ์ดีตลอดเวลา แม้ว่าเรื่องของพวกเขามันจะเป็นไปได้ยากก็ตาม 

“พวกพี่ก็รู้ว่าพ่อเธียร์ไม่ยอม” 

“แล้วยังไงล่ะ? พวกพี่มีวิธีของตัวเองก็แล้วกัน เราก็แค่อยู่เป็นหน่วยสนับสนุนก็พอ” พี่ครามเสริมขึ้นมาอีกคน 

“พ่อดุจะตายไป” ฉันยังไม่เคยถูกพ่อดุหรอก เพราะท่านตามใจเสมอ ยกเว้นว่าฉันจะทำผิดจริง ๆ 

“เหรอครับ” คำพูดเหมือนเยาะเย้ยกันของพี่ฟ้าดังขึ้นมา “ถ้าพ่อทำอะไรลิตไปมากกว่าดุ แล้วก็ง้อด้วยเค้กอร่อย ๆ ถ้างั้นพวกพี่คงถูกกระทืบตายกันแล้วแหละ” 

“พี่ฟ้าก็… พ่อก็ไม่ได้ตามใจลิตขนาดนั้น” 

“กล้าพูด พ่อน่ะตามใจลิตที่สุดแล้ว ขนาดเรียนจบ พูดให้ทำงาน ลูกสาวบ่นพึมพำสองสามคำก็เลิกเซ้าซี้แล้ว” พี่ครามก็ขยันกัดฉันอีกแล้ว แต่ก็จริงอย่างที่เขาว่านั่นแหละ อ้อนนิด อ้อนหน่อย หาเรื่องอื่นมาชวนคุย พ่อก็ลืมหมดแล้ว 

“แต่พ่อก็จะพูดวันอื่นต่อ” มองหน้าพี่ฟ้ากับพี่ครามสลับกัน 

“แล้วลิตก็จะทำเหมือนเดิมต่อ” 

“โห่! รู้ใจกันตลอด พอ ๆ ไม่พูดแล้วดีกว่า” เรื่องทำงาน มันยังไม่ถึงเวลา ฉันอยากตั้งใจเที่ยวหรือไม่ก็หาประสบการณ์อย่างอื่นก่อน อยากค้นหาตัวเองว่าชอบทำอะไรมากกว่ากัน ถึงตอนนั้นฉันอาจจะอยากเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดาก็ได้ 

“คืนนี้จะกลับบ้านหรือนอนคอนโด” 

“ช่วงนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่กัน ขอนอนที่คอนโดละกัน ส่วนที่บ้านอนุญาตให้พวกพี่มีเวลาส่วนตัวกันได้ โอเค” 

“รู้ใจ เดี๋ยวป๋าโอนเงินให้เที่ยว” พี่ครามพูดพลางขยี้หัวฉันไปด้วย “มึงโอนนะไอ้ฟ้า” 

“อ้าว! ไหงเป็นกูล่ะ” 

“กูเพิ่งโอนให้ลิตไปรอบก่อน โอนอีกพ่อก็สงสัยน่ะสิ” 

“เออ ๆ” สบายใจสุดก็ลลิตนี่แหละค่ะ มีพี่ชายเปย์ตลอด ถือเป็นค่าปิดปาก 

พี่ฟ้ากับพี่ครามทำงานแล้วค่ะ ช่วยงานที่บริษัทนี่แหละ แต่ตำแหน่งทั่ว ๆ ไปเพราะพ่อยังไม่ยอมให้ทำตำแหน่งสูง จนกว่าจะพิสูจน์ตัวเองได้และให้คนอื่น ๆ ยอมรับแบบไม่มีข้อกังขาใด ๆ  

แต่พี่ฟ้ากับพี่ครามมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง เงินลงทุนมาจากตอนไปเรียนต่อและหางานพิเศษทำกัน มันคือหลักประกันที่พวกเขาค่อย ๆ สร้างขึ้น ถ้าวันหนึ่งเกิดมีปัญหาขึ้นมาจริง ๆ จะได้มีอะไรติดตัวกันเอาไว้บ้าง นี่คือคำตอบที่พวกเขาเคยบอกฉันเอาไว้ 

“ใช้ให้มันน้อย ๆ หน่อยนะลิต เดี๋ยวพ่อบ่นอีก” เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นมาพร้อมกับยอดเงินที่ทำให้ฉันต้องยิ้ม ในความบ่นก็ยังมีความห่วงใยเพราะกลัวว่าพ่อจะดุฉัน 

“พูดเหมือนลิตใช้เรื่อยเปื่อย ก็แค่กินและเที่ยว” คำสารภาพพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ๆ “หรือลิตควรลงทุนทำอะไรสักอย่างดีคะ” 

“อยู่เฉย ๆ เถอะ พวกพี่ขี้เกียจปวดหัว” ความหวังของฉันพังทลายลงเพราะคำพูดของพี่คราม 

“พี่คราม! ลิตใช้เงินเยอะก็บ่น อยากหาอะไรทำก็บอกให้อยู่เฉย ๆ ตกลงพวกพี่จะเอายังไงกับลิต” 

“ถ้าแค่อยากลองทำแบบไม่จริงจัง พี่ว่าลิตอยู่เฉย ๆ เถอะ ลองหาประสบการณ์จากรอบด้านดูก่อน ถ้ามั่นใจแล้วจริง ๆ ถึงตอนนั้นค่อยเริ่มลงมือทำก็ไม่เสียหาย ถ้าทำแล้วเหลว ทำแล้วไปไม่รอด มันเสียเวลาครับ” ก็จริงอย่างที่พี่ฟ้าพูด เพราะฉะนั้นฉันก็ควรอยู่เฉย ๆ สินะ 

“แล้ว…” 

“แล้วก็เป็นเด็กดีด้วย” พี่ครามนี่ชอบขัดตลอดเลย 

“ชิ!” 

“พวกพี่กลับก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วยล่ะ” 

“ค่ะ พวกพี่ก็ด้วยนะคะ ไม่เดินออกไปส่งนะ” ฉันว่ายิ้ม ๆ มองหน้าพวกเขาสองคน พี่ฟ้ากับพี่ครามเลยพากันเดินออกไปจากห้อง พี่ชายออกไปแล้ว ฉันก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง ในหัวก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอีกนั่นแหละ… ตอนนี้คงต้องพยายามหาคำตอบที่ชัดเจนให้กับตัวเอง 

 

_____________________________________ 

เบาได้เบา แต่ละตอนไม่ควรยาวเท่า ๆ กับของพ่อกับแม่แบบนี้ 5555555 

เอสจำอายุไม่ได้ แต่ตอนนี้กำลังไล่ตรวจของพ่ออยู่ ในส่วนของอายุ ถ้าเอสจำผิดจะมาตามแก้ไขทีหลังนะคะ ต้องขออภัยสำหรับความไม่สะดวกในส่วนนี้ด้วย 

สำหรับใครที่เคยอ่านของฟ้าครามมาแล้ว จะมีส่วนที่เอสต้องไปแก้ไขอีก ตอนนี้เอสซ่อนเรื่องอยู่เพราะจะเขียนเรื่องนี้ก่อน เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ในเรื่องนี้ที่มีฟ้าครามคือพวกเขากลับมาจากเรียนต่อกันแล้วนะคะ เผื่อใครงง ฮ่า ๆ เอสชอบทำให้งงเก่ง 

ฝากติดตาม กดใจ คอมเมนต์ติชมแสดงความคิดเห็นได้นะคะ มีอะไรอยากแนะนำก็แจ้งได้เลย เอสพร้อมรับฟังและแก้ไข ถ้าส่วนนั้นสามารถแก้ได้จริง ๆ ขอบคุณค่ะ ^^ 

ความคิดเห็น