Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พ่ออยู่นี่ไง!

ชื่อตอน : พ่ออยู่นี่ไง!

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 406

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2563 02:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พ่ออยู่นี่ไง!
แบบอักษร

 

“ไหนบอกแม่ซิว่าทำไมถึงได้ทำแบบนี้?” นวินดาหันมาไล่เบี้ยกับบุตรชายทันทีที่พี่สาวเดินออกจากห้องไป แต่เคย์เดนก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่ทำผิด เด็กชายจะนิ่งเงียบจนเธอต้องถามซ้ำอีกครั้ง “แม่กำลังถามลูกอยู่ว่าเพราะอะไรลูกถึงทำร้ายคนอื่นแบบนั้น” แน่นอนว่าเมื่อถูกถามด้วย น้ำเสียงเข้มงวดอย่างนี้ เคย์เดนก็ยิ่งเม้มปากแน่นโดยไม่ยอมตอบอะไรเลยสักคำ ประกายตาแรงกล้าของเด็กชายทำให้เฮย์เดนรู้สึกภาคภูมิใจเหลือเกินที่บุตรชายของเขาเป็นเด็กที่มีบุคลิกโดดเด่นทรงพลังกว่าเด็กทั่วไปทั้งๆ ที่ยังอายุเพียงเท่านี้ แต่ดูเหมือนว่านวินดาจะไม่ได้คิดแบบเดียวกับเขา

 

“อย่าดื้อกับแม่นะเคย์เดน! แม่เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามรังแกคนที่อ่อนแอกว่า” เนื่องจากเคย์เดนเป็นเด็กที่เติบโตเร็วกว่าเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน เพราะเด็กน้อยชอบเล่นกีฬาและกิจกรรมที่ต้องใช้กำลัง เขาจึงแข็งแรงเป็นพิเศษ เธอจึงต้องกำชับอยู่บ่อยครั้งว่าต้องระมัดระวังเวลาเล่นกับเพื่อนๆ เพื่อไม่ให้เผลอทำให้เด็กคนอื่นบาดเจ็บโดยไม่ได้เจตนา แต่ดูจากสีหน้าของพ่อลูกชายในตอนนี้แล้ว มั่นใจได้เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ ‘อุบัติเหตุ’ แน่ๆ

 

“เคย์ไม่ได้รังแกมัน!”

 

“ต้น! ต้นไม่ใช่ ‘มัน’ เขาเป็นเพื่อนของลูก...”

 

“ต้นไม่ใช่เพื่อนเคย์ มะ...” คำว่า ‘มัน’ กำลังจะหลุดออกมาจากปากน้อยๆ อีกครั้งอยู่แล้ว แต่เมื่อสบตากับมารดา เด็กชายก็เปลี่ยนใจเสียก่อน “ต้นเป็นเพื่อนของเก้า”

 

เฮย์เดนมองดูปฏิกิริยาของแม่ลูกที่น่ารักที่สุดในสายตาของผู้เป็นพ่ออย่างเขาด้วยความทึ่ง เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่มีความสูงเพียงแค่ระดับหน้าอกของเขาอย่างนวินดาจะเป็นมารดาที่เข้มงวดและสามารถควบคุมบุตรชายได้ดีขนาดนี้

 

“เพื่อนของน้องเก้าก็เหมือนเพื่อนของลูก ปกติพวกลูกก็เล่นด้วยกันมาตลอดไม่ใช่เหรอ แล้วจะบอกว่าไม่ใช่เพื่อนกันได้ยังไง”

 

“ต้นไม่เคยเล่นกับเคย์! ต้นพูดจาไม่ดีกับเคย์ เคย์ไม่ชอบต้น!”

 

“ลูกก็เลยรังแกเขาอย่างนั้นสิ!”

 

เฮย์เดนเพิ่งจะรู้ตัวตอนนี้เองว่าอดีตภรรยาและบุตรชายของเขาสื่อสารกันเป็นภาษาอังกฤษ นวินดาคงจะให้บุตรชายศึกษาในโรงเรียนนานาชาติ หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นโรงเรียนระบบสองภาษา เพราะเคย์เดนสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ออกเสียงได้อย่างชัดเจนไม่ต่างอะไรจากภาษาแม่ของตนเองเลย

 

“เคย์ไม่ได้รังแก!”

 

“ลูกผลักเขาหกล้ม นั่นยังไม่เรียกว่ารังแกอีกเหรอ?”

 

“มัน...” เด็กชายทำหน้าเหมือนตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ทุกประการ แต่กลับได้รับความอยุติธรรม แต่ในเมื่อผู้หยิบยื่นความผิดให้เขาคือมารดา เขาก็จำต้องรับฟังเธอทั้งๆ ที่มันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!

 

ปฏิกิริยาตอบรับของบุตรชายทำให้นวินดาอดขำไม่ได้เพราะรู้นิสัยลูกรักดี แต่เธอก็ต้องพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้อย่างสุดความสามารถ เพราะไม่อยากให้เคย์เดนได้ใจจนทำผิดซ้ำอีก

 

“ต้นล้อเลียนเคย์ เขาผลักเคย์ก่อน เคย์ก็แค่ผลักคืน แต่ต้นสะดุดหกล้มเอง ไม่ใช่เพราะเคย์ทำให้ล้มซะหน่อย!”

 

เฮย์เดนทึ่งกับตรรกะทางความคิดและวิธีการสื่อสารเพื่ออธิบายเหตุผลของตนเองของบุตรชายอย่างมาก ทั้งๆ ที่เขายังอยู่ในวัยที่น่าจะตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับสามารถสรุปเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนขนาดนี้

 

“ล้อเลียน? ปกติลูกไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เหรอ?”

 

เคย์เดนมีใบหน้าที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นพิมพ์เดียวกับบิดาของเขาซึ่งแตกต่างจากเด็กๆ ชาวไทยอย่างเห็นได้ชัด เด็กชายจึงมักจะถูกล้อเลียนอยู่เสมอ แต่ด้วยความเป็นคนที่มีความมั่นใจในตนเองสูง บุตรชายของเธอจึงไม่เคยใส่ใจกับเรื่องแบบนี้ เมื่อการล้อเลียนไม่ได้ผล ความแสบซ่าประกอบกับบุคลิกอันโดดเด่นของเขาจึงทำให้เด็กชายกลายเป็น ‘หัวหน้าแก๊ง’ ไปโดยปริยาย แม้จะเป็นเพียงแค่แก๊งเด็กอนุบาลสาม แต่ก็ถือว่ามีอิทธิพลที่สุดในชั้นอนุบาลนั่นแหละ!

 

“ก็ต้นเรียกเคย์ว่าไอ้ฝรั่งลูกไม่มีพ่อ!” ความจริงเขาไม่เข้าใจหรอกว่า ‘ลูกไม่มีพ่อ’ แปลว่าอะไร แต่พี่กะทิ พี่เลี้ยงของนิธิศช่วยอธิบายให้เข้าใจว่า ‘ลูกไม่มีพ่อ’ ก็คือคนที่ถูกพ่อทอดทิ้ง หรือไม่ยอมรับเป็นลูก เลยมีแต่แม่ คนเดียว ถ้าไม่เข้าใจก็แล้วไป แต่นี่เข้าใจเสียแล้ว เขาก็เลยยอมไม่ได้ต้องแสดงให้ต้นรักรู้เสียบ้างว่าเขาไม่พอใจอย่างมาก ไม่งั้นต้นรักก็จะล้อเลียนเขาแบบนี้อีก

 

“ทำไมจะไม่มี! พ่ออยู่นี่ไง!” คำประกาศด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังอย่างยิ่งทำเอาทั้งเด็กและผู้ใหญ่หันมาจ้องเขาเป็นตาเดียวและ ชายหนุ่มก็อาศัยจังหวะที่ทั้งสองคนกำลังตกใจเหมือนเพิ่งจะนึกได้ว่ายังมี เขาอยู่ตรงนี้ด้วยอีกคนตีสนิทลูกชายสุดที่รักหน้าตาเฉย “สวัสดีเคย์เดน นี่พ่อไงลูก”

 

“พ่อ!” เด็กชายอุทานออกมาพลางมองชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ตรงหน้าตาไม่กะพริบ แค่ฟังจากน้ำเสียงของเคย์เดน นวินดาก็รู้แล้วว่าบุตรชายของเธอตื่นเต้นมากขนาดไหน เธอไม่ควรปล่อยให้เขาเข้ามาในบ้านเลยจริงๆ!

 

“ใช่แล้ว พ่อของลูกไง” เฮย์เดนยิ้มออกมาอย่างหน้าชื่นตาบานราวกับการบอกเด็กวัยห้าขวบคนหนึ่งซึ่งไม่เคยรู้เลยว่าตนเองก็มีพ่อกับเขาด้วยเหมือนกันแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกิน

 

หญิงสาวกัดริมฝีปากด้วยความกังวลใจ เธอเพิ่งรู้สึกว่าตนเองทำพลาดครั้งใหญ่แล้วที่ไม่สามารถกันเขาไว้ให้ห่างจากบุตรชายของทั้งคู่ได้ ก่อนหน้านี้นวินดาไม่เคยกังวลเลยว่าอดีตสามีจะมาแย่งชิงเคย์เดนไปจากเธอ เพราะหากเขาต้องการบุตรชายคนนี้ คนอย่างเฮย์เดน แฮมป์ตันย่อมสามารถจะกลับมาทวงสิทธิ์ในตัวบุตรชายของเขาเมื่อไรก็ได้ ในเมื่อหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยสนใจไยดีลูกคนนี้เลยสักนิด ย่อมแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่สนใจที่จะแย่งชิงสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกกับเธอ

 

แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อสักครู่เขาเพิ่งบอกว่าแอมเบอร์กำลังป่วยหนักและต้องการพบหน้าหลานสักครั้ง ไม่แน่ว่าเฮย์เดนอาจจะตัดสินใจแย่งสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรไปจากเธอเพื่อเอาใจแม่ของเขาก็เป็นได้ และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือในเมื่อเขาได้ประกาศกับเคย์เดนไปแล้วว่าเขาเป็นพ่อของลูก ต่อไปเธอคงไม่สามารถทำเป็นเหมือนว่าเขาไม่มีตัวตนได้อีก ที่สำคัญคือนอกจากเธอจะกังวลว่าเขาจะแย่งลูกชายสุดที่รักไปแล้วยังหวั่นใจด้วยว่าหากเขามาแสดงตัวให้บุตรชายได้รู้จักแล้วหายหน้าไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันต้องกระทบกระเทือนจิตใจของเคย์เดนมากแน่ๆ

 

ใจของนวินดาปวดแปลบราวกับถูกเข็มอันแหลมคมทิ่มแทงเมื่อลูกชายเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ความตื่นเต้นดีใจ และความหวาดหวั่น เพราะทราบดีว่าลึกๆ แล้วเคย์เดนโหยหาพ่อของเขามากขนาดไหน เธอจึงไม่อาจใจแข็งพอที่จะพูดอะไรอันอาจจะเป็นการท????ำร้ายจิตใจลูกได้ จึงได้แต่พยักหน้าและส่งสายตาคาดโทษให้คนที่นั่งยิ้มกริ่มมองดูบุตรชายของทั้งคู่ด้วยความปลาบปลื้มเป็นที่สุด

 

“แล้วทำไมพ่อถึงเพิ่งมาตอนนี้ล่ะครับ?” คำถามอย่างตรงไปตรงมาของลูกชายทำให้ผู้เป็นแม่ต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อข่มกลั้นน้ำตาเอาไว้ เพราะเธอเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมาเอาตอนที่ทุกอย่างมันสาย เกินไปแล้ว

ความคิดเห็น