sunflower0102
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 ครั่นเนื้อครั่นตัว...ครั่นใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ครั่นเนื้อครั่นตัว...ครั่นใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 88

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2563 16:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ครั่นเนื้อครั่นตัว...ครั่นใจ
แบบอักษร

Architecture 3 วิวาห์สถาปัตย์ 

ตอนที่ 7 ครั่นเนื้อครั่นตัว...ครั่นใจ 

 

ใครคนหนึ่งที่ว่าก็เป็นเหมือนศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งของยิปโซนั่นเอง ผู้หญิงคนนี้เคยจีบผู้ชายของเธอมาก่อนในอดีตช่วงสมัยมหาวิทยาลัย แล้วยังวนมาเป็นพี่เลี้ยงให้ออกศึกตอนทำงานอีก 

พี่แจน… 

“อ้าว เธอสองคนนี่เอง โลกกลมนะเนี่ย” คำทักทายแรกจากรุ่นพี่สาวที่เธอไม่เคยนึกอยากเจอทำให้ยิปโซฝืนยิ้มแห้งๆ เป็นการตอบกลับ เผลอนึกถึงครั้งสุดท้ายที่เจอกัน อันที่จริงก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ก็เพราะผู้หญิงคนนี้ออกศึกเลยรีบขอเธอเป็นแฟนเร็วกว่ากำหนด 

แต่ตอนนั้นเธอก็ฟาดฝีปากไปกับพี่เขาหลายประโยค ยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ไม่ลืมเลือน 

 

“ศึกเองก็ยุ่งๆ น่ะค่ะ ยิปเข้าใจ” 

“แหม เข้าใจก็ดีจ้ะ แล้วนี่เห็นตามจีบกันมาตั้งแต่มหา’ลัย ตอนนี้ก็คือยังต้องมานั่งเฝ้าผู้ชาย เอ๊ย พี่หมายถึงต้องมานั่งรอศึกเลิกงานอีกเหรอจ๊ะ” 

“พี่แจนครับ คือ...” 

“ก็ผู้ชายของหนูหน้าตาดีอะพี่แจน เลยต้องหวงนิดนึง” 

“คู่นี้นี่หวานแหววเหมือนเดิมเลยนะจ๊ะ... แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะจ๊ะหมวย พี่มีแฟนแล้วจ้ะ แฟนหล่อกว่าน้องศึกอีกด้วยน้า” 

“ก็ดีค่ะ .. เดี๋ยวเราจะไปทานข้าวเย็น ไปด้วยกันมั้ยคะพี่แจน?” ตอนนั้นเธอถามไปทำไมไม่รู้ แต่ที่รู้คือรุ่นพี่สาวก็ดันตอบตกลงด้วย พอขึ้นรถแล้วพี่แจนก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของเธอ 

“แล้วยิปเป็นไงบ้างหรอจ๊ะ จริงๆ พี่ไม่ได้เจอยิปนานแล้วนะเนี่ย” 

“ก็ดีนะคะ ทำงานสถาปนิกเหมือนกันค่ะ ชีวิตก็จะยุ่งๆ หน่อยเลยไม่ค่อยได้เจอกับศึก แล้วก็จะยุ่งเพิ่มอีกหน่อยเวลาที่เจอศึกแล้วเขาเห็นว่าหนูใส่เดรสเหนือเข่า ก็คือจะบ่นแบบดุๆ เหมือนเมื่อกี้น่ะค่ะ คนอะไรไม่รู้ดุจัง” 

“เหรอจ๊ะ แต่ศึกไม่เคยดุพี่่เลยป้ะ พี่ว่าไม่เคยนะ อืมม… ไม่มีอะ .. ศึกไม่ใช่คนพูดมาก แล้วก็ไม่ดุสักหน่อย เจอหน้าเขาทุกวันยังไม่เห็นดุพี่สักคำเลย 

“ผมจะดุแค่เฉพาะคนที่เป็นห่วง .. ดุเฉพาะคนสำคัญ พี่แจนเลยไม่เคยเห็นผมดุน่ะครับ” 

“แหม พวกเธอนี่เหมือนเดิมเลยน้า เดี๋ยวตรงแถวหน้าห้างข้างหน้าจอดให้พี่ลงหน่อยนะศึก พอดีแฟนพี่เพิ่งแชทมาบอกว่าจะมารับ” 

 

เหตุการณ์ปะทะคารมจบสิ้นลงเพียงเท่านี้ นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เธอได้พบหน้าพี่แจน และวันนั้นก็เป็นวันที่ออกศึกขอเธอเป็นแฟนตอนช่วงหัวค่ำนั่นแหละ 

คิดๆ ไปแล้วก็รู้สึกดีนะที่เธอตัดสินใจตามผู้ลงมาจากคอนโดด้วย ยิปโซออกหน้าทักทายรุ่นพี่สาว ขณะที่ออกศึกทำเพียงรับตัวอย่างการ์ดมาดูอย่างสนใจ เธอชวนพี่แจนคุยอยู่สักพัก ถามไปถามมาก็ได้ความว่าบ้านของพี่แจนเป็นเจ้าของบริษัทรับออกแบบการ์ดพรีเมียมที่ Wedding Studio ของเธอเลือกใช้บริการต่ออีกทอด  

โอย .. อยากจะเป็นลม นี่ออกศึกอุตส่าห์ลาออกมาแล้วแต่เธอก็ยังต้องผจญกับรุ่นพี่ผู้หญิงคนนี้อีกเหรอ แต่ช่างเถอะ ผู้หญิงคนนี้ก็แค่มาส่งการ์ด เฮอะ! 

“พี่ไม่ได้ดูชื่อเลยไม่รู้ว่าเป็นเธอสองคนนะเนี่ย จะแต่งงานแล้วสิเนี่ย มีการ์ดให้พี่ด้วยรึเปล่าจ๊ะ”  

ทีนี้ทำมาถามเสียงอ่อนเสียงหวาน ตอนสมัยเข้าค่ายอาสาตอนปีหนึ่งที่จิกถามเธอยิกๆ ว่าศึกไปไหนล่ะ ลืมสิ่งที่ตัวเองทำไปหมดแล้วหรือไงกัน! 

ยิปโซตอบไปตามมารยาทว่าเดี๋ยวจะขอเชิญพี่แจนไปด้วย แต่พอพี่แจนจากไป เมื่อออกศึกกับเธอกลับขึ้นมาบนคอนโดแล้ว สิ่งที่แรกที่หญิงสาวทำก็คือพูดกับแฟนหนุ่มเสียงเขียวว่า 

“ห้ามเชิญพี่แจน!”  

ถ้าแยกเขี้ยวแล้วออกศึกไม่ตกใจ เธอก็ว่าจะทำให้ดู แต่คิดว่าเขาคงตกใจเลยแค่พูดขู่ออกไปน่าจะดีกว่า 

“อ้าว แล้วไปบอกพี่เขาไว้อย่างนั้น...” ออกศึกหน้าเหวอ แต่เธอไม่สนใจ  

“ไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นลืมๆ ไปเลย” ยิปโซสั่งเสียงเฉียบอย่างไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงคนนั้นมาเหยียบงานแต่งตัวเองแน่ๆ ผู้ชายของเธอรับรู้ได้ด้วยเซ้นส์ว่าไม่ควรปริปากอะไรอีกจึงเปลี่ยนเรื่องมาชวนคุยถึงการ์ดในมือของเขาแทน 

“อยากแก้อะไรการ์ดไหมคะ” 

นั่นทำให้ดึงความสนใจของเธอไปยังการ์ดได้ครั้งแรก ยิปโซรับการ์ดมาดู กระดาษหนาที่มีกลิ่นหอม มีกรอบเส้นสีทองล้อมกลุ่มข้อความ แถมประดับประดากรอบด้วยรูปวาดของใบไม้เล่นสีเขียวเข้มสลับอ่อน ข้อความในการ์ดด้านหน้าระบุว่า ‘The Wedding of Yipso & Aokseuk’ พอพลิกด้านหลังก็เป็นรายละเอียดของวันเวลาและสถานที่ ข้างล่างเกือบสุดมีบอกธีมชุดเอาไว้ด้วยว่า ‘minimal dress’ โดยรวมแล้วก็ค่อนข้างเป็นอย่างใจที่คิดไว้ตอนเลือกแบบนี้ แต่เธอคิดว่าตัวเองมีเรื่องต้องคุยกับที่ร้าน Wedding Studio นิดหน่อย 

“จริงๆ ก็โอเค แต่เรามีอะไรอยากคุยกับที่ร้าน ไว้พรุ่งนี้เราแวะไปได้ไหมคะ?” 

“เอาสิ” ออกศึกรับคำโดยดี “คุณมีนาก็มาเร่งๆ ให้เข้าไปที่ร้านอยู่เหมือนกัน เพราะอยากให้เลือกชุดกับประเภทงานเลี้ยง” 

“หมายถึงงานเย็นเหรอศึก?” 

“ใช่ๆ เรามีคิดไว้อยู่คิดว่าเป็นแบบงานเลี้ยงค็อกเทลน่าจะดีนะ”  

เธอเผลอขมวดคิ้วทันที ก่อนจะรีบปรับสีหน้าแล้วค่อยๆ เอ่ยแย้งอย่างพยายามใจเย็น 

“ไม่ดีมั้งศึก เราว่าเป็นบุฟเฟ่ดีกว่านะ” 

เป็นอีกครั้งที่ถ้านี่เป็นเรื่องราวในการ์ตูนคงมีกระแสไฟฟ้าลั่นออกมาเปรี๊ยะๆ แล้ว เธอเข้าใจว่างานเลี้ยงแบบค็อกเทลค่อนข้างจัดตกแต่งสถานที่ให้สวยได้ง่ายกว่า ถ่ายรูปก็คงจะดูเริ่ดๆ แต่เธอเน้นประเด็นกินอิ่มกับไม่ยืนนานๆ นี่นา ไม่อยากให้แขกที่มางานแต่งงานของเธอรู้สึกว่าหลังจากจบงานแล้วต้องไปหาข้าวต้มโต้รุ่งข้างนอกกินต่อ เพราะเธอเคยไปงานของคนอื่นที่จัดแบบนี้แล้วกินไม่อิ่ม แถมต้องยืนตลอดงาน รู้สึกเมื้อยเมื่อย เธอจึงค่อนข้างแอนตี้งานเลี้ยงแบบค็อกเทลและทำให้เธอหมายมั่นปั้นมือไว้นานแล้วว่าหากเป็นงานของเธอต้องเป็นแบบบุฟเฟ่ อิ่มๆ จุกๆ แถมไม่ต้องยืนให้เมื่อยตุ้มเท่านั้น 

“เอ่อ… เดี๋ยวเราลองบอกๆ คุณมีนามั้ย เผื่อทางนั้นจะจัดให้ได้ตามใจเราทั้งคู่” หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง ออกศึกก็คิดว่าคุณมีนาอาจจะมีวิธีผสานทั้งสองแบบให้เขาและเธอได้ 

“ไม่...” ยิปโซตอบสั้นๆ พร้อมสั่นหัว 

แฟนหนุ่มของเธอจึงหัวเราะแหะๆ พร้อมยิ้มแหย ฝ่ายหญิงเองก็หัวเราะแหะๆ และยิ้มแหยๆ ตามไป แต่ในใจของยิปโซนั้นแน่วแน่ว่าต้องเป็นบุฟเฟ่มากๆ เธอไม่มีทางยอมเรื่องนี้หรอก นี่มันเรื่องสุขภาพ (ความปวดเมื่อย) และอาหารการกิน (ความอิ่มท้อง) เลยนะ 

เธอไม่มีวันยอมให้แขกต้องทั้งหิวทั้งเมื่อยในงานแต่งของตัวเองหรอก! 

ค่ำคืนนั้นเราสองคนเหมือนคนโกรธๆ ไม่พอใจอะไรกันอยู่ แต่พอมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถามว่าโกรธเหรอ อีกฝ่ายก็จะตอบเสียงสูงว่า “เปล๊า!” ซึ่งก็ผลัดกันเป็นแบบนี้ทั้งยิปโซและออกศึก สมกับเป็นแฟนที่กำลังจะแต่งงานกันมากๆ แต่พออยู่บนเตียง ออกศึกก็กอดหญิงสาวที่เขารักไว้ในอ้อมแขน ส่วนยิปโซที่กำลังถูกเขากอดก็ไม่มีท่าทีว่าจะดีดดิ้นออกมาจากอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนั้นเลย ราวกับไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรเมื่อช่วงบ่ายมาก่อน... 

ความคิดเห็น