Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เมื่อก่อนคุณออกจะชอบที่ผมเรียกคุณว่า 'ที่รัก'

ชื่อตอน : เมื่อก่อนคุณออกจะชอบที่ผมเรียกคุณว่า 'ที่รัก'

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 410

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ค. 2563 18:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมื่อก่อนคุณออกจะชอบที่ผมเรียกคุณว่า 'ที่รัก'
แบบอักษร

 

“ฉันขอไปทำธุระแป๊บหนึ่งนะคะ คุณนั่งก่อนก็ได้ค่ะ” 

 

เธออนุญาตอย่างเสียมิได้ สีหน้าท่าทางและน้ำเสียงไม่ได้มีความเต็มใจเลยสักนิด แต่เฮย์เดนก็ไม่สนใจ ขอเพียงเขาได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการก็พอแล้ว ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ห้องอย่างจงใจสำรวจตรวจตราเงียบๆ กรามแกร่งขบกันแน่นจนเป็นสันเมื่อเห็นเธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายใบใหญ่แล้วหายลับในห้องข้างๆ ทั้งยังปิดประตูและล็อกกลอนราวกับเกรงว่าเขาจะแอบฟังอย่างไรอย่างนั้น แม้จะอยากรู้เหลือเกินว่าเธอจะโทร.หาใครถึงต้องทำท่าทางลึกลับซับซ้อนขนาดนั้น แต่ศักดิ์ศรีก็ค้ำคออยู่ เขาจึงต้องวางท่าว่าไม่แยแสจนกระทั่งเธอเดินกลับมาอีกครั้ง

 

“เอาละ มีอะไรก็ว่ามาได้เลยค่ะ”

 

เฮย์เดนพิจารณาใบหน้าสวยซึ้งที่ยังตราตรึงอยู่ในใจเขามาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาอย่างละเอียด เขาปฏิเสธที่จะรับรู้เรื่องราวของเธอมาตลอดหกปี แต่กลับไม่เคยลืมเลือนเธอได้เลยแม้สักวินาที นี่จึงเป็น ครั้งแรกที่ชายหนุ่มได้พบหน้า ‘อดีตภรรยา’ ของตนอีกครั้ง ดูเหมือนว่านวินดาจะไม่ได้ทุกข์ร้อนกับการเลิกราของพวกเขาเลย เพราะเธอดูผุดผาดบาดตายิ่งขึ้นกว่าเก่า งามจับตาเสียจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าตั้งแต่เลิกร้าง กันไป เธอไม่เคยมีใครมาแทนที่เขาเลยสักคนจริงๆ น่ะเหรอ?

 

“คุณไม่ได้คบกับใครอยู่ใช่ไหม?” ถามออกไปแล้วเฮย์เดนก็นึกโมโหตัวเองขึ้นมาที่เขาไม่ได้สั่งให้นักสืบติดตามข่าวคราวของอดีตภรรยาและ ทำราวกับเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่ในชีวิตเขามานานถึงเพียงนี้

ชายหนุ่มโกรธที่เธอกล้าขอหย่าทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด เธอคิดจะทิ้งกันไปก็ทำได้โดยไม่ไยดี ทั้งๆ ที่พวกเขาเพิ่งแต่งงานกันได้เพียงไม่ กี่เดือนด้วยซ้ำ อัตตาของชายหนุ่มผู้อยู่เหนือทุกคนมาตลอดชีวิตและไม่เคยมีใครกล้าที่จะตั้งคำถามหรือแม้แต่สงสัยในตัวเขาเลยสักครั้งมันสูงเสียจนเฮย์เดนตัดสินใจเลิกราและตัดขาดจากนวินดาตั้งแต่วันนั้น จนกระทั่งไม่กี่วันมานี้มีเหตุจำเป็นที่ทำให้เขาต้องติดต่อเธออีกครั้ง เขาจึงให้นักสืบเอกชนสืบค้นเรื่องราวของเธอ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะอ่านโดยละเอียด เขาสนใจแค่ว่าตอนนี้เธอยัง ‘ว่าง’ แม้ว่าความจริงต่อให้ตอนนี้เธอจะมีเจ้าของแล้ว เขาก็ไม่แคร์และตั้งใจแล้วว่าจะแย่งชิงอดีตภรรยากลับมาให้ได้ก็เถอะ!

 

“มันไม่ใช่เรื่องของคุณ พูดธุระสำคัญที่ว่ามาเลยดีกว่าค่ะ” รีบคุยเสียให้จบๆ แล้วก็รีบไป อย่ามาเขี่ยแผลในใจที่เกือบจะหายสนิทให้ต้อง เจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้งเลย!

 

“ก็ได้...ผมอยากให้เราแต่งงานกันอีกครั้ง...”

 

“คุณ...ว่าอะไรนะคะ?” เธออาจจะหูฝาดไปก็ได้ เมื่อกี้เขาอาจจะพูดว่า ‘ผมกำลังจะแต่งงานอีกครั้ง’ หรือเปล่า?

 

“ผมไม่รู้ว่าคุณยังติดต่อกับแอมเบอร์อยู่ไหม และไม่แน่ใจว่าแม่เล่าอะไรให้คุณฟังบ้าง แต่ตอนนี้แอมเบอร์กำลังป่วย...หนัก...” ชายหนุ่มเสริมคำว่า ‘หนัก’ เข้าไปเพื่อให้เธอเข้าใจสถานการณ์และความจำเป็นของเขา เรื่องทุกอย่างจะได้ง่ายขึ้น

 

“ป่วยหนักเหรอคะ! ท่านเป็นอะไรคะ?” ใบหน้าขาวเนียนซีดเผือดด้วยความตกใจ ตั้งแต่เลิกรากับเฮย์เดน เธอก็ไม่ได้ติดต่อกับคนในครอบครัวของเขาอีกเลย แม้แต่แอมเบอร์ มารดาของเขาซึ่งคอยดูแลและเป็นกำลังใจให้เธอตลอดระยะเวลาที่เธอเป็นสะใภ้ตระกูลแฮมป์ตันก็ไม่ได้พบกันมากว่า หกปีแล้ว เมื่อทราบข่าวว่าแอมเบอร์ป่วยหนักจึงอดตกใจและเป็นห่วงไม่ได้

 

“หมอบอกว่าแม่มีอาการลิ้นหัวใจตีบ ควรจะเข้ารับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด แต่คุณก็รู้ว่าแอมเบอร์ดื้อขนาดไหน แม่ไม่ยอมเข้ารับการผ่าตัด”

 

แม้เฮย์เดนจะเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของเขาก็ทำเอาเธอใจเสีย เพราะรับรู้ได้เลยว่าอาการของแอมเบอร์จะต้องหนักมากแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคนที่ใจแข็งดั่งหินและเย็นชาราวกับภูเขาน้ำแข็งอย่างเขาไม่มีวันเปิดเผยความรู้สึกออกมาให้เธอเห็นแบบนี้อย่างเด็ดขาด

 

“แล้วคุณจะทำยังไงล่ะคะ?” ก็อย่างที่เขาว่า แอมเบอร์เป็นคนน่ารักมากก็จริง แต่บทจะดื้อขึ้นมา ใครก็เอาไม่อยู่

 

“ผมก็มาขอความช่วยเหลือจากคุณนี่ไง”

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายวาววับอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา นวินดาจึงขยับถอยหลังออกมาโดยไม่รู้ตัว คนอย่างนายใหญ่แห่งตระกูลแฮมป์ตันจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากใครตั้งแต่เมื่อไรกัน!

 

“ขอความช่วยเหลือ...จากฉัน?”

 

“ใช่...มีแต่คุณนี่แหละที่จะช่วยได้...”

 

“ยะ...ยังไงคะ?”

 

“แอมเบอร์ยืนยันว่าท่านอยากให้คุณกับผมกลับมาคืนดีกันอีกครั้ง ท่านอยากจะเห็นหน้าหลานก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัด...” ชายหนุ่มหมายถึงมารดาของเขาอยากจะเห็นเขามี ‘หลาน’ ให้นางอุ้มสักคน โดยไม่ได้ระแคะระคายเลยว่า ‘หลานสักคน’ ที่ว่านั้นมีตัวตนอยู่แล้ว

 

“คืนดีกัน!” เรื่องเห็นหน้าหลานน่ะไม่มีปัญหา แต่เรื่อง ‘คืนดีกัน’ นี่เห็นทีจะไม่ไหว ครั้งแรกและครั้งเดียวที่แต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับ เฮย์เดน แฮมป์ตันได้พิสูจน์ให้นวินดาแน่ใจแล้วว่าเธอกับเขาไม่เหมาะสมกัน ทุกประการ แล้วเธอกับเขาจะกลับไปทำเรื่องผิดพลาดอีกทำไม!

 

“ใช่ คืนดีกัน” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนการกลับมาแต่งงานอยู่กินกันนั้นเป็นเรื่องง่ายดายเหลือเกิน ซึ่งเรื่องนี้คงจะไปโทษเขาแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะเธอเป็นคนทำให้เขาเคยชินจากการ ‘ขอแต่งงาน’ และการ ‘หย่าร้าง’ ที่ง่ายดายที่สุดในประวัติศาสตร์เองแท้ๆ เพียงแต่ตอนนี้เธอไม่ใช่นวินดาคนเดิมผู้ไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกเหมือนที่เคยเป็นในอดีตอีกต่อไปแล้ว

 

“ฉันไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไร้สาระหรอกนะคะมิสเตอร์แฮมป์ตัน...”

 

นี่เธอเรียกเขาว่า ‘มิสเตอร์แฮมป์ตัน’ เรอะ!?

 

“ดูเหมือนเราจะห่างเหินกันนานเกินไปสินะ คุณถึงได้กลับไปเรียกผมเหมือนตอนที่เราเพิ่งเจอกันครั้งแรก”

 

“มันไม่ได้อยู่ที่ระยะเวลาหรอกค่ะ” เธอเกือบจะพูดความรู้สึกในใจออกไปแล้ว แต่ก็ตัดสินใจเก็บมันเอาไว้ ในเมื่อทุกอย่างมันจบลงไปแล้ว จะเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงกับเขาเพื่ออะไร “สรุปว่าคุณมีเรื่องจะพูดกับฉันแค่นี้ใช่ไหมคะ?”

 

“นี่คุณจะไม่ยอมช่วยผม?” เฮย์เดนถามด้วยความประหลาดใจ ไม่เคยเลยสักครั้งที่อดีตภรรยาผู้น่ารัก ร่าเริง สดใสและอ่อนโยนกว่าใครของเขาจะมีท่าทีเฉยชาขนาดนี้ โดยเฉพาะหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับมารดาของเขาด้วยแล้ว นวินดามักจะเอาใจใส่ท่านเป็นพิเศษด้วยซ้ำ

 

“ฉันเสียใจด้วยกับอาการป่วยของแอมเบอร์ แต่คงช่วยอะไรคุณ ไม่ได้หรอกค่ะ ยังไงก็ขอให้ท่านหายเร็วๆ แล้วกันนะคะ” แน่นอนว่าเธอไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ เธออาจจะหาเวลาพาเคย์เดนไปเยี่ยมผู้เป็นย่าของเขาในเร็วๆ นี้ แต่อย่างไรก็คงต้องปรึกษากับแอนโทเนียเสียก่อนว่าแอมเบอร์ต้องการให้เธอทำเช่นนั้นหรือไม่ เพราะตั้งแต่เธอแจ้งให้เฮย์เดนทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ เขาก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ กลับมาเลย เพื่อไม่ให้เขาเข้าใจว่าเธอต้องการเรียกร้องขอความรับผิดชอบ นวินดาจึงตัดสินใจตัดขาด จากคนในตระกูลแฮมป์ตันมาตั้งแต่ตอนนั้น กระนั้นหากแอมเบอร์อยากพบหลานชาย เธอก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ส่วนเรื่องที่จะกลับมา ‘คืนดี’ กับเฮย์เดนและ ‘แต่งงานกันอีกครั้ง’ นั้น ขอให้ลืมมันไปได้เลย!

 

“ท่านจะหายได้ยังไงในเมื่อไม่ยอมเข้ารับการผ่าตัด!” น้ำเสียงของเขาดุดันจนเธอต้องนิ่วหน้า แต่นวินดาก็ไม่ได้หวั่นเกรงเหมือนที่เคยเป็นในอดีต เธอตอบโต้กลับไปโดยไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

 

“คุณก็จัดการให้ท่านเข้ารับการผ่าตัดซะสิคะ!”

 

“ผมก็กำลังพยายามอยู่ เริ่มจากการกลับมาง้อคุณนี่ไง!”

 

“นี่มันเรียกว่าการ ‘ง้อ’ ตรงไหน? คุณกำลังพยายาม ‘บังคับ’ ให้ฉันทำในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำต่างหาก!”

 

แทนที่เฮย์เดนจะโกรธที่เธอแผดเสียงใส่เขาราวกับแม่เสือสาวจอมโหด ภาพลักษณ์ใหม่ของนวินดากลับทำให้เขาตื่นเต้นคึกคักเสียจนแทบจะทนไม่ไหว เมื่อก่อนนี้ภรรยาของเขาเป็นกุลสตรีตัวน้อยที่น่ารักน่าเอ็นดูและว่านอนสอนง่ายชนิดที่ผู้ชายทุกคนแทบจะหลั่งน้ำตาด้วยความอิจฉา แต่หลังจากเลิกรากันไปดูเหมือนเธอจะเปลี่ยนแปลงไปมากและเขาก็ชอบการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เสียด้วย!

 

“ไม่เอาน่าวินดี้...”

 

“ฉันชื่อนวินดา กรุณาเรียกให้ถูกต้องด้วยค่ะ” ชื่อเล่นของเธอที่เขาตั้งให้เคยฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนได้รับความรักและความทะนุถนอม แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่ามันเป็นการ ‘ไม่ให้เกียรติ’ และถือวิสาสะจนเกินไป เขาอาศัยสิทธิ์อะไรมาตั้งชื่อให้เธอตามใจชอบ อาศัยความมั่นใจจากไหนมาเรียกชื่อเธออย่างสนิทสนม ทั้งๆ ที่เมื่อหลายปีก่อนเขาเป็นคนทำให้เธอเจ็บช้ำเจียนตาย ซ้ำยังไม่เคยแสดงความรับผิดชอบในตัวบุตรชายของพวกเขาทั้งคู่เลยสักนิด!

 

 

“เรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้วนะวินดี้ เราลืมเรื่องในอดีตไปซะแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้เหรอ?”

 

ลืมเรื่องในอดีตน่ะเหรอ?

 

ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่ในอีกสามชาติข้างหน้า เธอจะมีวันลืมมันได้หรือเปล่ายังไม่แน่ใจเลย!

 

นี่เขานึกว่าเธอแค่งอนและรอให้เขามาง้อหรือไง? เขาไม่รู้จริงๆ เหรอว่าความเจ็บปวดที่เคยฝากไว้ในใจเธอมันเป็นรอยแผลลึกเกินกว่าที่จะมาขอให้ลืมกันง่ายๆ อย่างนี้!

 

“บังเอิญฉันเป็นคนที่ความจำดีมาก คงลืมไม่ได้หรอกค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง นัยน์ตาที่มองตรงมาที่เขาไม่ได้วี่แววของการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย มันแข็งกร้าวเสียจนเขาอดใจหายไม่ได้ แต่เฮย์เดนก็ยังไม่ยอมแพ้ บางทีเธออาจจะยังโกรธที่เขาทอดทิ้งเธอมานานจนเกินไป

 

“ไม่เอาน่าที่รัก เราไม่ใช่เด็กๆ กันแล้วนะ”

 

“ก่อนอื่นเลย ช่วยหยุดเรียกฉันว่า ‘ที่รัก’ ด้วยนะคะ คือมันค่อนข้างที่จะ...คลื่นไส้น่ะค่ะ!” คำขอนั้นทำให้นัยน์ตาคู่สวยของเฮย์เดนวาวโรจน์ขึ้นมาแบบที่เธอรู้ได้ในทันทีว่าเขากำลังโกรธจัด แต่ใครจะแคร์ เธอต่างหากที่ควรจะเป็นฝ่ายโกรธที่เขาเอาเรื่องสำคัญในชีวิตเธอมาพูดง่ายๆ เหมือนมันไม่มีความหมายอะไรเลย

 

“เมื่อก่อนคุณออกจะชอบที่ผมเรียกคุณว่า‘ที่รัก’” ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้เธออย่างรวดเร็วจนนวินดาไม่ทันตั้งตัว แขนแข็งแรงทั้งสองข้างเท้าลงบนโซฟาราวกับจะกักขังเธอไว้ในอ้อมกอด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลงบนใบหน้าของเธอจนหญิงสาวรู้สึกว่ามันอุ่นซ่านขึ้นและคาดเดาได้ว่า ตอนนี้มันคงจะแดงก่ำแล้วเป็นแน่ “โดยเฉพาะเวลาที่เรา...กัน” เฮย์เดนกระซิบข้างใบหูบอบบางพลางขบเม้มผิวเนื้อบริเวณนั้นอย่างจงใจหยอกเย้า แต่แล้วใบหน้าหล่อเหลาซึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้มยั่วยวนก็ต้องเปลี่ยนเป็นเหยเกเมื่อหญิงสาวยกเข่าขึ้นกระแทกหน้าท้องแกร่งอย่างแรงจนเขาถึงกับผงะหงายหลังแทบจะตกจากโซฟา

 

ความคิดเห็น