Liang feng

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตลบหลัง3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 193

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2563 12:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตลบหลัง3
แบบอักษร

ตลบหลัง3

 

"เหตุใด...เจ้ายังไม่ตาย"ไป๋กุ้ยเฟยหลุดปากพูดออกมาในสิ่งที่ไม่ควรพูด

 

"เสด็จแม่ ท่านหมายความว่าเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ"อ๋องสี่โจวเหวินหยางได้ยินคำพูดนั้นของมารดา  ทำให้ใจของพระองค์กล่าวถามออกมาด้วยความเจ็บปวด ถึงแม้จะเริ่มเข้าใจในเรื่องราวบางอย่างแล้ว ทว่าพระองค์ยังอยากฟังความจริงให้กระจ่าง

 

"ฮ่า ฮ่า ข้าจะไขความกระจ่างให้ท่านอ๋องเองพ่ะย่ะค่ะ"แต่ยังไม่ทันที่แม่ทัพหลี่จะได้กล่าวออกไป ไป๋กุ้ยเฟยโพล่งออกมาในทันใด

 

"ไม่ ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำ เป็นนางที่แสเข้ามาหาความตายเอง"ไป๋กุ้ยเฟยกล่าวออกมาอย่างเย้ยหยัน

 

"หม่อมฉันไม่เคยมีหนี้แค้นกับพระสนมเลยน่ะเพคะ เหตุใดจึงหมายเอาชีวิตหม่อมฉันกัน"สวี่เพ่ยฟางกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา มองไปยังพระสนมไป๋ด้วยสายตาว่างเปล่าแต่ทอประกายอันตรายออกมา

 

"เพราะเจ้า หากไม่มีเจ้าสักคน โอรสของเปิ่นกงคงได้สมรสกับบุตรสาวของแม่ทัพหลี่ อำนาจก็จะมาตกที่โอรสของเปิ่นกงทั้งหมด แต่เป็นเพราะเจ้า ทำให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้"ไป๋กุ้ยเฟยมองไปยังสวี่เพ่ยฟางที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความแค้นเคือง

 

"พระสนมจึงวางยาหม่อมฉัน อยากให้หม่อมฉันตายตกในคืนเข้าหอ แล้วโยนความผิดทุกอย่างให้หม่อมฉันอีกที ด้วยการสร้างข่าวลือว่าหม่อมฉันหนีตามชู้รักในคืนเข้าหอ แต่ความเป็นจริงเหล่านั้นหม่อมฉันกลับถูกพระสนมฆ่าตายไปแล้ว แต่ช่างน่าเสียดายที่หม่อมฉันเกิดดวงแข็งขึ้นมา ทั้งที่ถูกเอาศพไปทิ้งไว้ในป่าเหมันต์ที่หนาวเหน็บท่ามกลางหิมะโปรยปราย  แต่เป็นหม่อมฉันกลับไม่ตายอย่างที่พระสนมต้องการ"นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก 

 

"เสด็จแม่ ทุกอย่างเป็นฝีมือของท่าน"อ๋องสี่กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด ไม่คิดว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลับเป็นพระมารดาของพระองค์เอง

 

"ใช่ เพราะเจ้าหลงงมงายในความรักจนมืดบอด ข้าสั่งให้ฆ่าแต่เจ้ากลับขัดคำสั่งข้า ข้าจึงต้องลงมือเอง แต่เหตุใดนางกลับไม่ตาย ทั้งที่เป็นยาพิษที่ร้ายแรงที่สุดแล้ว"พระสนมจ้องมองสตรีชุดแดงตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดถึงรอดพ้นความตายครั้งนั้นมาได้ หรือมีอะไรที่ผิดพลาดกัน

 

"แต่หม่อมฉันเคยกล่าวต่อท่านไปแล้ว ว่าหม่อมฉันรักนางด้วยใจจริง เหตุใดจึงลงมือทำร้ายนางได้ลงคอ โยนความผิดที่นางไม่ได้ก่อ ทั้งสร้างแผนลวงฆ่าล้างตระกูลนางอีก เหตุใด..."พระองค์ไม่อาจกล่าวโทษมารดาของพระองค์แต่เพียงผู้เดียวได้อีก จึงหยุดคำพูดแค่เพียงเท่านั้น ในเมื่อทุกอย่างพระองค์ก็มีส่วนรู้เห็นในอำนาจที่มารดาจะหยิบยื่นไว้ให้ เพราะความโลภบังตาทำให้พระองค์เลือกเดินทางผิด แต่พระองค์ไม่คิดว่ามารดาจะลงมือโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้

 

"เจ้าจะกล่าวโทษพระสนมไป๋ เพียงผู้เดียวก็ไม่ถูก ในเมื่อแผนการทุกอย่าง ท่านอ๋องก็มีส่วนรู้เห็นทั้งหมด"แม่ทัพหลี่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ใช้สายตาสำรวจมองทุกคนรอบตัว แต่มือยังคงกุมบาดแผลไว้เช่นนั้น

 

"พี่สี่ ท่านร่วมมือกับแผนการครั้งนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ"องค์ชายหกมองสบตาพี่ชายตัวเองอย่างผิดหวัง เมื่ออ๋องสี่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ความเงียบคือคำตอบได้เป็นอย่างดี

 

"ผิดแล้ว อ๋องสี่เป็นผู้ช่วยเหลือเจิ้นและวางแผนนี้ไว้ทั้งหมด เพื่อดักหลังเจ้าให้ดิ้นไม่หลุด"ฮ่องเต้กล่าวด้วยสุรเสียงเย็นชา ทอดสายพระเนตรไปยังพระสนมไป๋อย่างว่างเปล่า พระองค์ไม่คิดว่าไป๋กุ้ยเฟยกล้าทรยศพระองค์เช่นเดียวกัน

 

"อ๋องสี่ พระองค์ทรยศหักหลังพวกเรา"แม่ทัพหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะอย่างโกรธแค้นออกมา

 

"เหวินหยาง เจ้ากลับทรยศหักหลังข้าผู้เป็นมารดาของเจ้าได้ลงคอเชียวหรือ"ไป๋กุ้ยเฟยจ้องมองแววตาคู่นั้นอีกครั้ง กล่าวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

 

"เสด็จแม่อภัยให้หม่อมฉันด้วยพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันไม่ต้องการในสิ่งที่ไม่ใช่ของหม่อมฉันอีกแล้ว หากทุกอย่างที่จะได้มาจะต้องเอาชีวิตผู้คนมากมายเช่นนั้น ต้องมีการนองเลือดอย่างที่เห็น หม่อมฉันไม่อาจฝืนรับอย่างยินดีได้ แต่ความผิดทุกอย่างของท่าน หม่อมฉันจะขอรับผิดไว้ทั้งหมดเองพ่ะย่ะค่ะ"เมื่อท่านอ๋องสี่กล่าวจบ ฮ่องเต้ก็ออกคำสั่งในทันที

 

"จับกุมแม่ทัพหลี่จำคุกเอาไว้ก่อน ความผิดทั้งหมดเจิ้นจักตัดสินใจด้วยตัวเอง"

 

แต่ยังไม่ทันที่ทหารองครักษ์จะเข้าควบคุมตัว แม่ทัพหลี่อาศัยช่วงชุลมุน หยิบดาบที่ตกอยู่บนพื้นตรงหน้า แล้วทะยานหนีออกไปจากท้องพระโรงทันที

 

สวี่เพ่ยฟางที่เห็นเช่นนั้นจึงทะยานตามออกไปในทันที

 

"ฝ่าบาท แม่ทัพหลี่ผู้นี้กระหม่อมขอได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"สวี่เพ่ยซานหันมากล่าวขอต่อองค์ฮ่องเต้ ก่อนจะทะยานตามพี่สาวตนไป

 

"เจ้าจะจัดการเช่นไรก็ได้ แต่อย่าให้ถึงตาย ความผิดในการก่อกบฏจำต้องประหารอย่างเดียว แต่อย่างไรเจิ้นขอให้เป็นไปตามกฏของบ้านเมือง"

 

"พ่ะย่ะค่ะ"จากนั้นสวี่เพ่ยซานทะยานตามออกไปทันที

 

รัชทายาททำเหมือนจะตามไปด้วยเช่นกัน ทว่ากลับถูกยับยั้งไว้เสียก่อน

 

"รัชทายาท เหตุใดเจ้าจึงมาช้า"รัชทายาทที่ได้ยินคำถามนั้นจากพระโอษฐ์ของฮ่องเต้ จึงหันมาไขความกระจ่าง

 

"หม่อมฉันถูกแม่ทัพหลี่มุ่งเอาชีวิต ทั้งยังขัดขวางหม่อมฉันมิให้ปรากฏตัวที่นี่ได้ โชคยังดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าสำนักชางหลิวพ่ะย่ะค่ะ"ฮ่องเต้พยักหน้าเข้าใจ แล้วตรัสต่อ

 

"คุณหนูใหญ่ตระกูลสวี่ มาที่นี่ได้เช่นไร"ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยความสงสัยใคร่รู้

 

"คุณหนูใหญ่ตระกูลสวี่ผู้นั้น ร่วมมือกับหม่อมฉันเรียกคืนความยุติธรรมล้างมนทินให้ตระกูลสวี่ จับกบฏตัวจริงมาลงโทษตามความผิดพ่ะย่ะค่ะ"องค์ฮ่องเต้พยักพระพักตร์อย่างเข้าใจ จากนั้นจึงปรายสายพระเนตรไปยังอ๋องสี่ แล้วตรัสออกไป

 

"หลังจากปราบกบฏจนสิ้น เจิ้นจะคืนความยุติธรรมให้ตระกูลสวี่ คืนอำนาจทั้งหมดให้กลับมาดังเดิม หากนางยังอยากเป็นพระชายาในอ๋องสี่ เจิ้นจะเขียนราชโองการพระราชทานงานมงคลสมรสให้อย่างสมเกียรติ"

 

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปีพ่ะย่ะค่ะ"อ๋องสี่โจวเหวินหยาง กล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี นัยน์ตาดำขลับทอประกายความยินดีอย่างปิดไม่มิด

 

"ส่วนไป๋กุ้ยเฟยความผิดย่อมต้องว่าไปตามผิด จะโยนความผิดให้ผู้อื่นรับผิดชอบเห็นจะไม่ได้ นำตัวพระสนมไป๋กุ้ยเฟยไปขังในตำหนักเย็น พ้นจากนี้เจิ้นจักตรวจสอบความผิดให้กระจ่างอีกครั้ง ขอบใจเจ้ามากเหวินหยาง เจิ้นมองคนไม่ผิด ฮองเฮานำเจิ้นกลับตำหนัก ที่เหลือฝากพวกเจ้าด้วย"ฮ่องเต้ตรัสด้วยสุรเสียงเนิบช้า ทอดสายพระเนตรไปทางพระสนมไป๋ จากนั้นจึงย้ายสายพระเนตรไปยังอ๋องสี่ เมื่อตรัสเสร็จสิ้น จากนั้นจึงเรียกฮองเฮาเสด็จกลับตำหนักไปพร้อมกัน เมื่อทั้งสองหายลับไป รัชทายาทจึงหันมากล่าวกับน้องชายทั้งสาม

 

"น้องสาม น้องสี่ น้องหก เราขอบคุณในการช่วยเหลือครั้งนี้ เรื่องพระสนมไป๋เสด็จแม่ของพวกเจ้าทั้งสองเราจะไม่เข้าไปก้าวก่าย เราฝากทางนี้ด้วยน้องสาม"จากนั้นรัชทายาทก็พุ่งทะยานจากไปในทันที

 

คล้อยหลังรัชทายาทอ๋องสี่ก็หันมาทางพระมารดาของพระองค์ ที่ถูกล้อมด้วยทหารองครักษ์ขององค์ฮ่องเต้

 

"เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ ลูกจะนำท่านไปเอง"ไป๋กุ้ยเฟยถึงแม้อยากจะขัดขืน ทว่าก็ไม่สามารถกระทำได้ดั่งใจ จึงต้องยอมจำนนตามหลังโอรสของตนแต่โดยดี

 

เมื่อมาถึงเขตตำหนักเย็น ซึ่งร้างผู้คนบรรยากาศเงียบสงบ พระสนมก็หยุดชะงักในการก้าวเดินในทันที แล้วเดินตรงเข้ามายังโอรสองค์โตของตัวเอง เมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าพระสนมจึงยกมือตวัดใบหน้าหล่อเหลานั้นใส่อย่างเต็มแรง เกิดเสียงเนื้อกระทบกันของฝ่ามือกับใบหน้าดังก้อง บนใบหน้าปรากฏรอยฝ่ามือทั้งห้าอย่างชัดเจน แต่อ๋องสี่กลับไม่ตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น ยืนเป็นหุ่นให้มารดาของตัวเองได้ระบายโทสะอย่างเต็มที่

 

"เจ้ากล้าทรยศข้า ทำไม...เหวินหยาง ทำไมเจ้าต้องทำกับข้าผู้เป็นมารดาเจ้าเช่นนี้ด้วย ทำไม"ไป๋กุ้ยเฟยหลังจากตบใบหน้าโอรสของตัวเองเสร็จ นางก็จับร่างกายนั้นเขย่าอย่างแรงด้วยความเกลียดชัง

 

"เพราะท่านคือมารดาของข้า ข้าไม่อยากให้ท่านทำผิด ที่สุดท้ายท่านอาจจะต้องทิ้งชีวิตไปก่อนที่จะได้ลิ้มลองความหอมหวานของอำนาจ ข้ายังอยากมีท่านอยู่เป็นมารดาของข้าต่อไป มิใช่ต้องไปเยี่ยมท่านที่สุสานใดก็ไม่อาจรู้ได้เช่นนั้น หากเป็นกบฏถูกจับได้มีแต่ต้องประหารเจ็ดชั่วโคตร ข้าจำเป็นต้องทำเช่นนี้ ท่านแม่อภัยให้ข้าด้วย"โจวเหวินหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด เลือกทางไหนพระองค์ก็ผิดต่อทุกคนและทุกทาง

 

"เหวินหยางเจ้าไม่ต้องมาอ้างอันใดทั้งนั้น เห็นข้าไร้อำนาจเช่นนี้คงสมใจเจ้าแล้วใช่หรือไม่"ไป๋กุ้ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเดือดดาลอย่างยิ่ง มือทั้งสองข้างยังคงทุบหน้าอกโอรสของตนอยู่เช่นนั้น โดยไม่คิดวางมือ

 

"ท่านไม่เคยเห็นความจริงใจของข้าที่มีต่อท่าน เพราะท่านไม่เคยเห็นข้าเป็นลูก ท่านคิดแต่จะใช้ข้าเป็นเครื่องมือกอบโกยอำนาจให้ตัวเองเท่านั้น เสด็จแม่มีสักครั้งหรือไม่ ที่ท่าน...เห็นข้าเป็นลูกอย่างแท้จริงสักครั้ง"จบคำพูดนั้นของโอรสตน นางชะงักมือที่ทุบลงบนอกคนตรงหน้า แล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา อย่างไร้เยื่อใย

 

"หมดธุระแล้ว จะไปไหนก็ไป ทหารส่งอ๋องสี่ออกจากตำหนักข้า"แล้วนางก็สะบัดชายแขนเสื้อหันหลังเดินจากไป...

 

สายตาที่ทอดมองมารดาของตัวเองจากไป เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ไม่ว่าเส้นทางไหนเขาก็เนรคุณต่อผู้มีพระคุณทุกทาง ไม่นานน้ำใสๆก็หยดลงมาบนใบหน้าอย่างเงียบๆ อ๋องสี่ปาดน้ำตาแล้วหันหลังจากไปอย่างปวดร้าว

.

.

.

#แก้ไขคำผิดครั้งที่1. 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น