มาแรนโบ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 คนงานใหม่ 35%

ชื่อตอน : บทที่ 2 คนงานใหม่ 35%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 26

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มิ.ย. 2563 12:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 คนงานใหม่ 35%
แบบอักษร

2 

คนงานใหม่ 

วันรุ่งขึ้นตรีเมฆได้รับสายจากมารดาแต่เช้า ท่านโทร. มาบอกข่าวว่าแพรพิสาหายตัวไป ฝ่ายนั้นจึงขอเลื่อนงานหมั้นออกไปก่อนจนกว่าจะหาตัวลูกสาวเจอ

เดี๋ยวคงต้องถามเธออีกทีว่าได้ติดต่อที่บ้านไปหรือยัง เขาเองก็ไม่อยากให้ทางบ้านเธอตกใจเป็นห่วงลูกสาวเหมือนกัน

วันนี้ตรีเมฆมีงานด่วนต้องเข้าไร่แต่เช้า ระหว่างขับมอเตอร์ไซค์ผ่านบ้านพักคนงาน กลับมีร่างร่างหนึ่งกระโดดเข้ามาขวาง ทำให้คนขับต้องรีบเบรกกะทันหัน ดีที่ขับไม่เร็วมาก ไม่อย่างนั้นอาจมีรถล้มกันบ้างล่ะ

“เฮ้ย เป็นบ้าหรือไง กระโดดเข้ามาขวางรถแบบนี้!” เสียงห้าวต่อว่าอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“ก็ฉันยังไม่ได้ของของฉันคืนเลยนะ ไหนว่าจะให้คนเอามาให้ไงล่ะ?” พายพิณห่วงงานเพราะโน้ตบุ๊กถือเป็นอวัยวะชิ้นที่สามสิบสามของเธอก็ว่าได้ หญิงสาวนอนไม่หลับกระสับกระส่ายทั้งคืน เพราะไม่ได้ติดต่อกับทีมงาน

“กะอีแค่กระเป๋าเสื้อผ้า ทำไม จะแต่งตัวบ้านๆ สักวันสองวันมันจะตายหรือไง หลีกไปผมจะรีบไปทำงาน ไม่ได้อยู่ว่างๆ”

“ฉันก็ไม่ได้ว่างนะ! เอ่อ....ฉันนัดส่งงานลูกค้าอีกไม่กี่วันนี้แล้ว งานของฉันก็สำคัญเหมือนกัน ฉันต้องการแล็ปท็อปวันนี้”

ตรีเมฆมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ ไม่นึกว่ายัยคุณหนูนี่จะจริงจังกับงานฟรีแลนซ์ของตัวเองขนาดนี้ เห็นลอยไปลอยมาเที่ยวออกงานสังคมอยู่หลายปี แปลกจริง ทำไมถึงได้มีทีท่าห่วงงานจะเป็นจะตาย

“เย็น ๆ โน่นแหละกว่าจะได้ ไปเอาของไกลถึงกรุงเทพฯ ไม่ได้ไปเซเว่นฯ หน้าปากซอยนะคุณ จะได้รวดเร็วทันใจ หลีก! ผมจะรีบไปทำงาน”

“ฉันไปด้วย”

“ว่าไงนะ?”

“ฉันขอไปด้วย ในเมื่องานฉันก็ยังทำไม่ได้ จะให้ฉันอยู่แต่ในบ้านทำไมล่ะ ให้ฉันไปด้วยเถอะนะ จะให้ช่วยงานอะไรก็บอก”

ชายหนุ่มมองคนพูดอย่างไม่ค่อยเชื่อถือนัก ท่าทางลูกคุณหนูผู้ดีตีนแดงอย่างนี้น่ะหรือจะทำงานในไร่ได้

“แน่ใจนะว่าจะทำได้ เกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา ผมไม่มีเวลาดูแลหรอกนะ ไม่ว่าง”

“รู้น่า ฉันดูแลตัวเองได้ บ้านฉันทำไร่ข้าวโพดเหมือนกัน งานหนักไม่ต่างกันหรอกน่า” เมื่อเผลอพูดออกไปแล้ว พายพิณถึงเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองพลาดไปอย่างน่าใจหาย

“บ้านคุณเนี่ยนะ ทำไร่ข้าวโพด?”

“เอ่อ...ก็ ฉันหมายถึงว่า ฉันมีญาติทำไร่ข้าวโพดน่ะ เคยไปเที่ยว”

คนฟังลอบสังเกตการณ์ตอบตะกุกตะกักนั้นอย่างสงสัย ก่อนจะถามไปอีกเรื่อง “ได้ติดต่อที่บ้านหรือยังคุณ?”

“ยัง ก็ฉันไม่มีโทรศัพทนี่”

“งั้นเอาของผมโทรก็ได้ โทรเลยแล้วกันเดี๋ยวที่บ้านคุณเป็นห่วง” เขาล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋าหลังกางเกงส่งให้ แต่หญิงสาวส่ายหน้าหวือ “ไม่เป็นไร ไว้เอาของฉันโทรดีกว่า เอาเบอร์คุณโทรเข้าไป แม่ก็รู้น่ะสิว่าฉันอยู่กับคุณ”

“ก็โทรเข้าบ้านสิครับคุณผู้หญิง มันไม่โชว์เบอร์หรอกน่า”

“ไม่ได้!” เธอจำเบอร์บ้านแม่ได้ที่ไหนกันเล่า “เอ่อ เผื่อคนอื่นในบ้านรับสาย ฉันขี้เกียจอธิบายยืดยาว ไว้เย็น ๆ ก็ได้น่า ขอฉันไปทำงานด้วยคนเถอะนะ” หญิงสาวขอเสียงอ่อนท้ายประโยค

“จะไปก็ขึ้นมา เร็วๆ” เขาบอกอย่างเสียไม่ได้แอบขัดใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมทำตามที่บอก เอาเถอะ ตอนเย็นเขาจะมากำกับเธอเองว่าควรพูดอะไรกับที่บ้านบ้าง เรื่องจะได้ไม่ซัดทอดมาถึงเขา

พายพิณยิ้มกว้างกระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์โดยลืมไปว่าตัวเองนุ่งผ้าถุง เมื่อตีวงขาไม่ได้จึงนึกได้ เพราะปกติเธอเป็นพวกชอบใส่กางเกงมากกว่า น้อยครั้งนักที่จะใส่กระโปรง หญิงสาวต้องนั่งเบี่ยงข้างอย่างไม่ค่อยถนัดนัก ขึ้นนั่งได้ก็กอดเอวคนขับหมับเหมือนสนิทกันจนคนโดนกอดแปลกใจ

“กอดแน่นขนาดนี้ อีกนิดจะสิงร่างผมอยู่แล้วนะ ขยับไปหน่อยก็ได้ มันขับไม่ถนัด”

ด้วยความที่เติบโตมาในสังคมตะวันตก เธอห่วงเรื่องความปลอดภัยมากกว่าจะคิดเรื่องหยุมหยิมเหมือนที่เขาพูด รู้หรอกว่าเขาตำหนิ พายพิณยอมขยับห่างออกมานิด แต่มือยังจับเอวเขาแน่น “ไม่ได้อยากกอดหรอกนะ แต่มันนั่งไม่ถนัด ฉันก็แค่ไม่อยากตกลงไปได้แผลก็แค่นั้น”

“หึ” อยากกอดก็กอดไป เขาไม่หวั่นไหวง่ายๆ หรอก ต่อให้เธอเอาก้อนเนื้อนุ่มนิ่มนั่นมาถูหลังเขาตลอดทาง เขาก็ไม่รู้สึก

ไม่รู้สึกอะไรเลยโว้ย!

ความคิดเห็น