วาฬกลิ้ง
Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Prologue

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2563 23:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Prologue
แบบอักษร

Prologue 

  

ตาผมมองแพคกระป๋องเบียร์ที่วางอยู่บนพื้นทรายตรงหน้าด้วยท่าทางซังกะตาย เอื้อมมือไปแกะมันออกมาหนึ่งกระป๋อง ออกแรงเปิดปุ๊บ จมูกก็ได้รับกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ซึ่งโชยออกมาทันที แค่นี้ก็แสบๆ คันๆ ในลำคอแล้ว เปิดปากกระดกเทให้มันไหลลงไปตามหลอดอาหาร ความรู้สึกทั้งเย็นทั้งร้อนอวลอยู่ในปาก ก่อนเคลื่อนต่ำลงไปยังกระเพาะ

ซัดไปหลายอึกใหญ่ๆ ก็ส่งเสียงสะใจออกมา

ทำไมคนเราถึงต้องใช้เหล้าใช้เบียร์เพื่อลืมเรื่องแย่ๆ ด้วย? 

ในใจตั้งคำถาม ทั้งที่ปากก็ยังกระดกกระป๋องในมือไม่มีหยุด นั่งชันเข่าข้างหนึ่งอยู่บนทรายเนื้อร่วน ปล่อยให้ทั้งหน้า ผม และท่อนบนเปลือยๆ ปะทะกับลมทะเล ตาจ้องมองออกไปยังผืนน้ำเค็มกว้างสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าที่มืดสนิททำให้ทะเลพลอยมืดสนิทไปด้วย เห็นแค่คลื่นลูกเล็กๆ ซัดกระทบฝั่งเพราะคบไฟที่ถูกปักประดับไว้แต่ละจุด

ไม่ได้ตั้งใจจะมานั่งเลียนแบบมิวสิควิดีโอเพลงเศร้า คงทำไม่ได้หรอก เพราะถนนด้านหลังฝั่งตรงข้ามกับชายหาดนี่ยังมีเสียงคนคุยดังหนวกหูผสมปะเปกับเสียงเพลงลอยมาจากบรรดาแผงขายของอยู่เลย

เมื่ออาทิตย์ก่อนผมเพิ่งจะได้เลื่อนตำแหน่งงานในบริษัทที่ทำอยู่ จากเซลส์เอ็กคลูซีฟเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายขาย ดีใจเป็นบ้าเป็นหลังที่ผลจากการปิดยอดเป็นอันดับสูงสุดตลอดทำให้ได้รับความสนใจจากเจ้านายแม้อายุการทำงานจะแค่สี่ปีกว่า แต่ดีใจอยู่ได้ไม่ถึงวัน ไม่สิ ไม่ถึงห้าชั่วโมงด้วยซ้ำ

เย็นวันนั้น แฟนผมที่ทำงานอยู่ที่บริษัทเดียวกันกลับไปตั้งแต่เที่ยง พอผมเลิกงานบ้างถึงได้ตั้งใจจะกลับไปหาเธอเพื่อบอกข่าวดีโดยเฉพาะ ใครจะคิดว่าเปิดประตูเข้าไปแล้วจะเจอแจ็กพ็อตใหญ่กว่าเซอร์ไพรส์เข้ากลางแสกหน้าแทน

คนที่ได้เห็นแฟนนัวเนียอยู่กับผู้ชายอื่นเต็มสองตานี่มันรู้สึกแบบผมไหม? เลือดร้อนขึ้นหน้าพุ่งเข้าไปต่อยไอ้ชายชู้นั่นให้ล้มกลิ้ง กระทืบมันให้สะใจสักหลายๆ ที แล้วหันไปตวาดด่าหญิงไม่รักดีที่ริอ่านนอกใจ?

ภาพพวกนั้นอยู่ในหัวผมทุกอย่างเลย แต่หลังจากหายตัวแข็งทื่อ ผมกลับไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง

รวบรวมคำพูดอยู่ตั้งนานกว่าจะถามด้วยท่าทีผิดหวังกึ่งไม่พอใจออกไปได้ ผู้หญิงบางคนก็ไม่ใช่คนที่คู่ควรจะร่วมชีวิตด้วยกันจริงๆ เพราะเธอตะโกนต่อว่าผมกลับมาด้วยเสียงสูงปรี๊ด

‘ไอ้ผู้ชายแบบพีชก็มีแต่หน้าตาดูดีควงได้เท่านั้นแหละ ทำงานเก่งแล้วยังไง เรื่องบนเตียงห่วยแตก! ลี่เชิญชวนไปกี่ครั้งแล้วก็เอาแต่ปฏิเสธอยู่ได้ เป็นอรหันต์รึไงยะ บอกว่าอะไรนะ? จะรอหลังแต่งงาน? คิดว่าสมัยนี้มันยังมีเรื่องอะไรแบบนั้นอยู่อีกเหรอ ใครจะไปคบกับคนแบบนี้ต่อได้ลง!’ 

เชี่ยเถอะ...

นอกจากเสียใจแล้ว ผมยังโคตรขายขี้หน้าชู้เธอด้วย

ผู้หญิงบ้า ถ้าเกิดว่าอยากได้เรื่องบนเตียงขนาดนั้นก็ควรจะพูดตรงๆ ตั้งแต่แรกสิ จะแสดงท่าทีว่าเป็นคนเรียบร้อยมาตลอดหลายปีที่คบกันทำไม ทำให้ผมคิดว่าไม่ช่ำชองและถือสากับเรื่องพวกนี้ถึงได้พยายามไม่ทำอะไรหยาบคายลงไป

ขึ้นชื่อว่าผู้ชายมันก็ต้องมีอารมณ์ทางเพศกันทั้งนั้นแหละ อรหันต์บ้าบออะไร

ทำไมการที่ผมยอมขัดจรวดเพื่อเธอถึงถูกด่าแบบนั้นได้...พอคิดแล้วหงุดหงิดก็แนบขอบกระป๋องเบียร์กับปากอีกหน ใช้ฟันขบกัดอย่างขัดเคือง

ผมกับลิลลี่คบกันมาได้สองปีกว่าแล้ว เราเจอและรู้จักกันที่บริษัทนั่นแหละ

อีกไม่กี่วันจะเป็นวันครบรอบปีที่สาม และในวันนั้น...ผมวางแผนสวยหรูเอาไว้เรียบร้อยว่าจะขอเธอแต่งงาน

สุดท้ายก็พังหมด

ถึงจะบอกว่าอย่าเศร้า ถึงจะได้คำปลอบมาว่าดีแล้วที่รู้ตัวตนกันก่อนจะใช้ชีวิตคู่ ถึงจะบอกว่าให้รีบเลิกคิดเลิกเสียใจ แต่คนเรามันก็ต้องการระยะเวลาทำใจ ผมที่เพิ่งเลื่อนขั้นงานมาไม่อยากให้สภาพซึมกะทือของตัวเองไปทำให้อะไรหลายๆ อย่างยิ่งแย่ ไม่ใช่แค่เรื่องรัก การงานเองถ้ามีอะไรพลาดแม้แต่นิดก็มีคนรอจะซ้ำเติมอยู่ด้านหลังนับสิบ ดังนั้นสามวัดถัดมาผมจึงตัดสินใจเคาะประตูห้องหัวหน้าเพื่อแจ้งเจตจำนงว่าอยากจะขอลาพักร้อน

บริษัทผมเข้างานปีแรกมีวันให้ลาพักร้อนประจำปีได้หนึ่งสัปดาห์ ไม่รวมวันหยุด สามารถทบได้ ผมทำงานมาสี่ปีกว่า ยังไม่เคยใช้ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็เลยขอลาสิบสี่วัน

ลาพักร้อนแล้ว ในอนาคตอันใกล้ก็ไม่มีแววว่าจะได้แต่งงานแล้ว เงินที่เก็บออมไว้สำหรับใช้เป็นสินสอดและจัดงานก็ถูกดึงออกมาเป็นค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว

น่าจะรู้กันดีว่าอาชีพเซลส์เรื่องลูกค้าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ต่อให้เจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ถ้าเขาโทรมาก็ต้องรับ เมลมาก็ต้องตอบ ลาเหมือนไม่ได้ลา แต่เพราะผมอยากจะพักแบบที่เรียกว่า ‘พักจริงๆ’ เลยใช้เวลาทำงานห่ามรุ่งห่ามค่ำทั้งอาทิตย์เพื่อเคลียร์สินค้าและเอกสารซึ่งพัวพันกับลูกค้าที่ตัวเองดูแลอยู่ให้หมด จะได้ไม่มีสายจากใครติดต่อมาระหว่างที่กำลังหยุด

คืนวันที่เคลียร์งานเรียบร้อย ผมเปิดเน็ต ค้นกระทู้พันทิป จากนั้นจองตั๋วโรงแรมบินมาภูเก็ตในค่ำวันนั้นเลย

อยู่กับตัวเอง ปลอบใจตัวเองไปก่อนสิบสี่วัน ให้ทะเลเยียวยาหัวใจ หลังจากพ้นไปแล้ว จากนี้ผมจะกลับไปตั้งอกตั้งใจทุ่มเทตัวเองให้กับงานเหมือนเดิม

“ฮาย พี่ชาย”

ปากที่กำลังอ้าออกเตรียมรับแอลกอฮอล์เพิ่มเป็นอันต้องชะงักค้าง

อยากนั่งเงียบๆ คนเดียว แต่จู่ๆ พื้นทรายข้างๆ ทั้งสองฝั่งก็มีร่างสองร่างทรุดนั่งลงใกล้ๆ

“ดื่มคนเดียวไม่เหงาเหรอคะ”

“...”

“หลังจากนี้จะทำอะไรต่อ ว่างไหม?”

“...” ผมหันไปมองคนมาใหม่ เห็นว่าเป็นผู้หญิงหน้าตาคมเข้มสองคน จมูกโด่งปลายงุ้ม ตาดุ ผิวสีแทนออกคล้ำแดดเล็กน้อยตามประสาคนใต้ เสื้อที่สวมคือสายเดี่ยวผ้าบาติกโชว์หน้าท้องสีฉูดฉาด ต่ำลงไปเป็นกระโปรงยีนสั้นจุ๊ดจู๋ ส่วนคนฝั่งทางขวามือก็ไม่ได้ต่างกัน มีแค่เกาะอกผ้าคาดสีดำปกปิดท่อนบนเท่านั้น

เปลือกตากะพริบเชื่องช้า ฤทธิ์เบียร์และเรื่องราวเก่าๆ ของแฟนเก่าทำให้สมองตื้อไปชั่วขณะ ทั้งคู่ส่งสายตาวิบวับเล่นหูเล่นตามาให้ แต่นั่นเล่นเอาผมขนลุกวูบ อยากจะขยับตัวถอยแต่ก็ไม่ได้

ไม่ขนลุกได้เหรอ อีกคนเป็นผู้หญิง แต่อีกคนน่ะสาวประเภทสองแน่ๆ เสียงแมนซะขนาดนี้

ผมไม่มีอารมณ์มาใช้รอยยิ้มและวาจาสุภาพเหมือนตอนทำงาน ยกมือที่ถือกระป๋องเบียร์โบกปัดๆ

“โทษนะครับ อยากดื่มคนเดียว”

“แหม คนเดียวเหงาๆ จะไปสนุกอะไรล่ะคะ สนใจไปกับพวกเราไหม?” คนทางซ้ายทาบมือลงกับหน้าตักของผม ลูบไปลูบมาจนขนที่ลุกซู่อยู่แล้วยิ่งแข่งกันลุกมากกว่าเดิม

“น้อง เอามือออกด้วยครับ”

หน้าผมเริ่มบึ้ง ตาจ้องไปที่มือข้างนั้นอย่างไม่พอใจ แต่ก็ไม่อยากเอามือตัวเองไปแตะต้องพวกเธอเหมือนเปิดโอกาส

รู้อยู่แล้วว่าพวกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติมาเที่ยวเยอะๆ นอกจากร้านนวดที่มีบริการนาบ เด็กดริงก์ตามผับบาร์ ก็ยังมีพวกขายบริการที่เดินหาลูกค้าแบบนี้อยู่ไม่น้อย ทั้งหญิงแท้ ชายแท้ รวมทั้งพวกเลดี้บอย

“ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่ พวกเราเห็นพี่มาตั้งแต่ไกลแล้ว ชอบพี่นะ”

“เดี๋ยว...”

“หน้าตาตรงสเป๊กพวกหนูมากๆ ลองแล้วอาจจะติดใจก็ได้ ยินดีให้แซนวิชไม่คิดเงินเพิ่มด้วย”

มือนั้นลูบต่ำต่อไปจนถึงกระเป๋ากางเกงของผม สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหว ดันร่างพวกเธอออกไปแล้วว่าอย่างอดไม่อยู่ “บอกว่าไม่ก็ไม่สิครับน้อง ไปหาคนอื่นเถอะ จะหาแขกก็ดูให้ดีๆ หน่อย”

ผมถอยหลังลุกขึ้นยืน จากการขยับตัวกะทันหันของผมทำให้ทั้งคู่ผวาหงายหลังไปกับพื้นทราย เสียงวี้ดว้ายดังขึ้นมา แต่เมื่อพยุงกายกลับขึ้นมาได้สำเร็จก็จิกตา

“โอ๊ย! ไอ้บ้า หน้าตาดีซะเปล่า มีของดีดันไม่เอา ใครลองแล้วติดใจกันทั้งนั้นแหละ ยกเว้นแต่พวกไก่อ่อน!”

เสียงมาดแมนแต่ถูกดัดซะแหลมปรี๊ด ยกนิ้วชี้หน้าพร้อมถ้อยคำเชิงเดียวกับแฟนเก่าเหมือนมีลูกธนูปลายแหลมปักลงกับใจที่ยิ่งช้ำอยู่แล้วให้ยิ่งช้ำ

“ในกระเป๋าก็มีอยู่แค่สามร้อย ยี้!”

“เฮ้ย!”

คำพูดที่เตรียมจะต่อว่ากลับไปกลายเป็นเสียงอุทาน ตาเบิกกว้างแทบถลนเมื่อเห็นว่ากระเป๋าสตางค์ที่น่าจะนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นของตัวเองตอนนี้ไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้ามได้ยังไงก็ไม่รู้ “เป็นพวกสิบแปดมงกุฎรึไง! เอาคืนมา ไม่งั้นฉันจะไปแจ้งตำรวจให้มาจับไปให้หม...เชี่ย!”

ขู่ยังไม่ทันจบกลายเป็นว่าต้องวาดมือไปรับกระเป๋าตังค์ตัวเองเมื่อมันถูกปากลับมาอย่างรวดเร็ว

“ก็ไม่ได้อยากจะเอาหรอกย่ะ เอาคืนไปเลย”

ได้ยินสองคนนี้เสียงสูงมาให้เจ็บใจเล่นอีกประโยคก่อนจะพากันเดินหน้าบึ้งตึงย่ำทรายแรงๆ กระฟัดกระเฟียดออกไป ก่อนข้ามถนนไปยังอีกฟากยังไม่ลืมหันมาตะโกนด่าอีกคำ

บ้าอะไรวะเนี่ย 

ผมได้แต่หน้ายุ่งมองตาม จากที่เซ็งอยู่แล้วยิ่งเซ็งมากกว่าเดิม เปิดดูกระเป๋าสตางค์ก็เห็นว่าธนบัตรสีแดงสามใบยังอยู่ครบ ส่วนบัตรประจำตัวต่างๆ ก็ยังครบไม่ต่างกัน ยัดมันกลับลงในกางเกงก่อนกระแทกก้นนั่งลงที่เดิม

อารมณ์ดื่มแทบจะหมดไปเพราะเรื่องบ้าบอนี่

คนเดินวนเวียนอยู่ในหาดมีเป็นร้อยเป็นพัน แม่งคิดยังไงมาเลือกหลอกผมวะ จะบอกว่าการที่พกเงินมาแค่สามร้อยช่วยเอาไว้ก็ดูไม่ค่อยเข้าทีเท่าไหร่ คนสมัยนี้แย่ๆ มันเยอะ มาเสนอขายตัวให้ออฟ แต่พอเปิดห้องแล้วรับรองไม่ได้จ่ายแค่จำนวนเงินที่ตกลงไว้มีตัวอย่างให้เห็นเยอะแยะ เช้าวันต่อมาข้าวของเป็นอันต้องถูกฉกหายไปด้วยแน่ๆ

บอกตำรวจไปก็เท่านั้น สุดท้ายผมถึงได้แต่พ่นลมหายใจกับชะตาชีวิต หยิบเบียร์กระป๋องใหม่มาเปิด

กระป๋องที่สาม กระป๋องที่สี่...

ยิ่งเหนื่อยใจอัตราการกระดกก็ยิ่งพุ่งสูง สุดท้ายก็หมดทั้งแพ็คอย่างรวดเร็ว เหลือแค่กระป๋องเปล่าระเกะระกะอยู่ด้านหน้า ดื่มเยอะ ดื่มเร็ว สมองผมเริ่มจะมึนๆ ศีรษะก็เริ่มจะหนักๆ

เอนตัวแนบหลังเข้ากับทรายที่ยังมีไอระอุจากแสงอาทิตย์ มองกลุ่มใบไม้ของต้นมะพร้าวสูงชะลูด เห็นมันเอนไปซ้ายทีขวาทีตามแรงลมทะเล ส่งเสียงซ่าเสียดสีเคล้าคลอ ท้องฟ้าเวลานี้มืดสนิทไม่เห็นดาวสักดวง ยังไม่มืดพอเพราะแสงไฟนีออนที่เปิดแข่งกันอยู่เต็มพื้นที่...สุดท้ายแล้วยังไง อารมณ์บ้าหรือฤทธิ์แอลกอฮอล์ ผมดันหัวเราะออกมาซะเฉยๆ

หัวเราะอยู่นาน นานจนอีกนิดจะคิดว่าบ้า ในหัวอัดแน่นไปด้วยคำถามที่ว่า...ทำไมต้องมาหลอกกันด้วย

ผมรู้แล้วว่าตัวเองเมา และก่อนที่จะหลับให้ยุงหามอยู่กลางทราย ถึงได้กลั้นใจรวบรวมแรงลุกขึ้นยืน วาดแขนรวบกระป๋องเบียร์เปล่าเข้ามาในอ้อมแขน เดินโซเซออกไปทางถนนเพื่อจะเอามันไปทิ้ง

กระป๋องร่วงลงถังดังก๊องแก๊งๆ เรียบร้อยก็หมุนตัวเตรียมจะเดินกลับบังกะโลที่พักของตัวเอง แต่อาการจุกเสียดอยากอาเจียนก็แล่นขึ้นมากะทันหันจนต้องรีบเกาะลำต้นหนาๆ ของต้นไม้แถวนั้นพยุงกายไว้ก่อน

ไงล่ะ หาเรื่องตัวเอง...

มือยกขึ้นปิดปาก เงยหน้าขึ้นตั้งตรงเพื่อไม่ให้ยิ่งมึนหรือยิ่งอยากอ้วกมากกว่าเดิม ภาพที่มองเห็นคือถนนเส้นยาวซึ่งดูพร่ามัว สติก็เหลือน้อย แต่ผมก็ยังคงคุมมันให้จับโฟกัส เพ่งมองไปยังจุดจุดหนึ่ง สถานการณ์และคนที่อยู่ตรงนั้นดันเป็นสิ่งแรกที่ดันมาปรากฏอยู่ในครรลองสายตาพอดิบพอดี

“หืม?”

นั่น...สองสาวสิบแปดมงกุฎเมื่อกี้นี้นี่?

เวลานี้ทั้งคู่เกาะเกี่ยวโอบรอบแขนผู้ชายคนหนึ่งเอาไว้ ยิ้มแย้มหัวเราะคิกคัก

ได้เหยื่อแล้ว?

คิ้วผมชนกันยุ่ง พิจไอ้ผู้ชายที่ตาถั่วไปหลงเด็กๆ พรรค์นี้ว่าเป็นคนแบบไหนอย่างอดไม่อยู่

เหยื่อเป็นชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ กล้ามเนื้อแน่นและผิวแทนเรียบเนียน เรือนผมที่ใช้เจลเสยขึ้นแบบง่ายๆ เป็นสีน้ำตาลเข้มรองทรง จมูกโด่ง เบ้าตาคมเด่นชัดเป็นเอกลักษณ์ของชาติตะวันตก ผมมองไม่เห็นสีตาเพราะระยะห่างที่ไกลเกินไป หมอนั่นสวมกางเกงว่ายน้ำสปีโดรัดรูปสีดำประมาณเข่า ด้านบนเปลือยเปล่าปล่อยให้สิบแปดมงกุฏสองคนนั้นลูบไล้ซิกซ์แพ็ค

ถ้าเป็นผู้หญิงพูดคงจะบอกว่า หล่อฉิบหายวัวตายควายล้ม แต่สำหรับผู้ชายด้วยกันแล้วก็...อืม ก็ดูดี

หล่อ แต่สมองไม่หล่อเลย

ผมขมวดคิ้ว เพ่งมองต่อไป ทั้งสามคนนั่นกำลังจะเดินไปอีกทาง จำได้ว่าทางนั้นเป็นที่ตั้งของเขตที่พักแล้ว มองคนที่จะถูกหลอกจนหมดตัวในเช้าวันต่อมาแล้วผมก็ตัดสินใจขยับเท้า

ตัวเองเป็นผู้กู้คุณธรรมเหรอ? ก็เปล่า อาจเพราะเข้าใจหัวอกคนโดนหลอกก็ได้

พยุงไม่ให้ตัวเองล้มคว่ำ ก้าวไวๆ ตามมาทันก็รั้งท่อนแขนหนาอุดมไปด้วยกล้ามเนื้อของฝรั่งนั่นไว้

“เดี๋ยวก่อน...”

ทั้งสามคนหันมา แต่ผมจ้องไปที่คนหัวอกเดียวกันเขม็ง

ตายังพร่า แต่ว่า...

ผู้ชายคนนี้ดูใกล้ๆ แล้วยิ่งโคตรหล่อ จากระยะห่างเท่านี้ผมก็เห็นแล้วว่าอีกฝ่ายมีตาสีฟ้าครามอมเทา ไล่สีไปจนเข้มบริเวณขอบนัยน์ตา เหมือนกับ...ผลึกอัญมณีบางอย่างที่สะท้อนกับแสงไฟแล้วเป็นประกายแวววาว

“ครับ?”

เสียงก็ทุ้มนุ่มเสนาะหู อย่างกับจะถูกดูดเข้าไปในวังวนบางอย่าง เดี๋ยวดิ ผมสะบัดศีรษะ รีบใช้ภาษาอังกฤษเอ่ย

“คุณถูกหลอกแล้ว”

“ถูกหลอก?”

“สองคนนี้เป็นพวกสิบแปดมงกุฎ”

“เดี๋ยวสิยะ! ใครสิบแปดมงกุฎไม่ทราบ!” กะเทยเกาะอกฝั่งด้านซ้ายของฝรั่งคนนี้ยกมือขึ้นปัดมือผมออกจากแขนหนาๆ ทันที ถลึงตามองมาอย่างโกรธจัด

ผมชะงักไปนิดหน่อยที่ทั้งคู่ฟังภาษาอังกฤษออก ไม่งูๆ ปลาๆ ซะด้วย

“ก็พวกเธอน่ะสิ ก่อนหน้านี้อยากจะให้ฉันซื้อ มือยังล้วงฉกกระเป๋าตังค์อยู่เลย ตั้งใจจะหลอกฝรั่งนี่สิท่า”

“เขาออฟพวกเราแล้วย่ะ!”

ออฟแล้ว!? 

เกือบลืมเมา ผมหันกลับไปมองฝรั่งหล่อตรงหน้าอีกหนแบบพูดไม่ออกบอกไม่ถูก หมอนี่ก็เอาแต่เลิกคิ้วสีหน้างุนงงมาทางพวกเรา ทีแรกผมนึกว่าโดนตื๊อให้พาไปดื่มแล้วอาจจะโดนตะล่อมพาเข้าห้องต่อ ไม่คิดว่าจะตอบตกลงออฟขึ้นเตียงกันเรียบร้อยแล้ว ไม่สิ...คิดตื้นไปหน่อยสินะ พวกชาวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยหวังจะออฟเด็กน่ะมีเยอะจะตาย

หน้าตาแบบนี้ก็คงจะเป็นที่ถูกใจของพวกฝรั่งด้วยนั่นแหละ

ผมส่ายศีรษะช้าๆ ตัดสินใจพูดอีกหน แบบคุมให้เสียงตัวเองไม่อ้อแอ้และชัดเต็มคำที่สุดเท่าที่จะทำได้ “คุณตกลงกับพวกเธอแล้ว? โอเค แต่บอกก่อน วันพรุ่งนี้คุณต้องตื่นขึ้นมาแบบตัวเปล่าข้าวของทุกชิ้นหายไปในโรงแรมแน่ๆ”

“โนๆๆๆ เขาโกหก” สาวอีกคนรีบโบกมือ ยกมือขึ้นผลักผม แรงจนผมแทบหงายหลังเพราะความมึนเมา “ไอ้ไก่อ่อนนี่ พวกฉันอุตส่าห์ตื๊อเขาตั้งนาน อย่าเพิ่งมายุ่งกับคนกำลังทำมาหากินได้ไหม!”

“ยังจะใช้คำว่าทำมาหากินอีกเหรอ รู้ว่าคนอื่นจะถูกหลอกแล้วไม่สนใจก็รู้สึกแย่แล้ว”

“คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่รึไง!”

“คนธรรมดา!”

“คนไทยด้วยกันก็ไม่น่าจะมาตัดช่องทางทำมาหากินกันแบบนี้!”

“ต้มตุ๋นกินน่ะสิ!”

นี่แม่งคือครั้งแรกในชีวิตของผมเลยที่มายืนเถียงปาวๆ อยู่กับผู้หญิงและสาวประเภทสองกลางถนนซึ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แน่นอนว่าคนรอบข้างก็ต้องมองมา แต่ดีที่ไม่มีไทยเข้ามามุงอยู่ใกล้ๆ เรียกว่าเปิดประสบการณ์ใหม่ชัดๆ ผมเองก็กำลังมึน ถ้ามีสติครบก็ไม่รู้หรอกว่าจะมาทำอะไรแบบนี้ไหม ตอนนี้ในใจมีแค่ความรู้สึกที่ว่า...เห็นใจคนโดนหลอกเหมือนกัน

“โอ๊ย เลิกมายุ่งได้ไหม! คนอื่นเขาไม่เห็นจะสน ทำไม หรือที่จริงคิดจะแย่งแขกพวกฉันยะ!!”

“เออ แย่งก็แย่ง!”

ทุกอย่างเริ่มยุ่งเหยิง เสียงสูงปรี๊ดของทั้งคู่ก็ทำให้ผมปวดหัวจี๊ดๆ สุดท้ายทนไม่ไหว มือเอื้อมไปจับแขนหนาๆ ของฝรั่งหล่อไว้อีกหน หนนี้แน่นมากเป็นพิเศษ

“ถ้าคุณอยากออฟเด็กมากนัก คุณก็ออฟผมไปแทนก็แล้วกัน!”

ตัวเองพูดอะไรออกไป...เช้าวันต่อมานั่นแหละถึงรู้ 

=================== 100% 

รบกวนฝากฟีดแบ็คด้วยค่า 

#14วันพักร้อน 

ความคิดเห็น