facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เดิมพันแค้น 19

ชื่อตอน : เดิมพันแค้น 19

คำค้น : เดิมพันแค้น 19

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.3k

ความคิดเห็น : 134

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2563 20:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เดิมพันแค้น 19
แบบอักษร

ตอนที่19 

#เดิมพันแค้น 

 

 

 

ช่วงเสาร์อาทิตย์ไม่ค่อยได้อยู่บ้านเลย นั่นเพราะมักมีกิจกรรมอื่นเข้ามาให้ทำเสมอ อย่างเช่นในวันนี้ที่เป็นวันเกิดของโปรด เจ้าของงานอยากจะไปเที่ยวทะเล ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครขัด พวกเขาเอารถปลื้มมาเพราะจะได้ใช้รถคันเดียวในการเดินทาง ภูยืดขาเกะกะไปหมดเพราะดูสบายมากที่รอบนี้ไม่ต้องเป็นคนขับ ส่วนศรันย์และโปรดนั่งอยู่เบาะหลังด้วยกัน โปรดชวนดูหนังแต่ศรันย์ขอผ่านเพราะเวลานั่งรถหากเล่นโทรศัพท์มากมักจะเวียนหัว

 

ตอนช่วงเช้าพวกเขาจะไปทะเล พอตกเย็นก็ไปทานอาหารค่ำบนเรือ

ค้างหนึ่งคืนและวันอาทิตย์ตอนเย็นก็กลับเหมือนอย่างทุกครั้ง

 

“คนต้องเยอะแน่เลยสิพี่” โปรดชวนศรันย์คุยเหมือนอย่างทุกครั้ง

“เยอะ...แต่ก็มีที่นั่งอยู่แล้ว นอกจากจะลงไปเล่นน้ำก็อาจจะแน่นหน่อย”

“แต่ผมก็กะจะมาเล่นน้ำโดยเฉพาะเลยนะ”

 

“งั้นก็เดินไปหามุมเล่นไกลๆหน่อย คนจะได้ไม่เยอะ” ได้ยินแบบนี้โปรดพยักหน้ารับ ยื่นขนมให้กินอีกแล้วจนศรันย์ท้องแทบแตก ตลอดทางโปรดกินไม่หยุด ขนมหลายห่อแทบจะกินคนเดียว ในขณะที่ภูหลับเงียบสนิท ส่วนคนขับอย่างปลื้มก็ไม่ได้พูดอะไร นานทีกว่าจะพูดถ้าหากว่าถูกชวนคุย ศรันย์เองก็นั่งเงียบ เขาไม่ค่อยสนใจตื่นเต้นกับทะเลเสียเท่าไหร่ ใกล้ถึงที่หมายแล้ว โปรดกำลังสั่งให้ปลื้มขับไปตามคำสั่งซึ่งดูคนขับจะรำคาญ ถัดจากนั้นมาไม่นานก็ทะเลาะกัน ตีกันไปมาแรงมาก วุ่นวายอยู่พอสมควรจนภูที่หลับอยู่ก่อนหน้ารู้สึกตัวและตื่น

 

“ช่วยถือหน่อยได้ไหม” หลังจากจอดรถสนิท ศรันย์ร้องขอความช่วยเหลือจากภูเพราะมีกระเป๋าหลายใบที่ต้องหอบไปที่พัก

“มีแต่ของมึงทั้งนั้น ขนอะไรมานักหนา...อะไรที่ไม่สำคัญก็เอาไว้รถสิ”

“มันสำคัญหมด”

 

“งั้นมึงก็ถือเองไม่ต้องบ่น” พูดจบประโยคภูเดินหนี ศรันย์ชักสีหน้า เขาหอบเป้เดินตามเด็กหนุ่มทั้งสามที่เดินนำหน้า คนที่ตื่นเต้นกว่าใครหนีไม่พ้นโปรด หัวเราะและถ่ายรูปตลอดทาง นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาต่างให้ความสนใจ แอ๊บเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติได้สบายเพราะหน้าภูก็คือฝรั่งจ๋า ส่วนปลื้มเหมือนหนุ่มเกาหลีตาชั้นเดียวแถมสูงขาว คงมีแค่เขากับโปรดที่ดูเป็นคนไทยมากที่สุดกันแล้ว เขากับโปรดยืนมองอย่างสะใจในตอนที่ภูและปลื้มกำลังเจรจากับเจ้าหน้าที่เพราะจะถูกปรับราคาค่าเข้าเท่ากับของคนต่างชาติ โรงแรมของพวกเขาอยู่ด้านในของชายหาดเลย เดินมาไกลพอสมควร

 

“ถ้าไม่ได้มึงกูคงแย่” ศรันย์และโปรดตัวติดกันหนึบ ก็โปรดเป็นคนดี มันช่วยเขาถือของตั้งเยอะ

หันไปมองภูพบว่าถูกอีกฝ่ายจ้องนิ่งกลับมา

คนตรงนี้ถึงขั้นงง ยังไม่ได้ทำอะไรผิดก็มามองด้วยสายตาแบบนี้อีกแล้ว

 

“ที่จองไว้หนึ่งห้องครับ” ภูกำลังเดินเรื่องห้องพัก เพราะมาทริปครั้งนี้เหมือนอยากจะให้เป็นปาร์ตี้ที่นอนด้วยกัน ศรันย์รู้สึกเหมือนส่วนเกินนิดหน่อยเพราะเหมือนทั้งสามคนเวลาไปไหนมาไหนมักจะนอนห้องเดียวกันอยู่แล้ว จนพอมีเขาเข้ามามันเลยกลายเป็นสี่คน ตอนแรกจะนอนแยกห้อง แต่ก็ตกลงกันได้ว่าจะนอนรวมสี่คนไปเลย

“ขอนอนตรงนี้นะ ผมเป็นเจ้าของวันเกิด ผมขอเลือกก่อน!” เสียงโปรดดังมาก วิ่งไปจองเตียงด้านใน มีเตียงนอนใหญ่สองเตียงที่ถูกจัดไว้ให้ข้างกัน ศรันย์กำลังจะเดินเอาของไปไว้บนเตียงเดียวกับโปรด

 

..หมับ.. แต่ถูกภูแย่งกระเป๋าไป แล้วโยนไปไว้บนอีกเตียงที่ว่าง

 

“แยกกันนอนบ้าง” ศรันย์มองหน้าของภูพร้อมบอกความต้องการ

“แล้วนอนกับกูมันจะทำไม”

“ก็นอนด้วยกันบ่อยแล้ว เปลี่ยนบ้าง”

 

“ไม่” คำเด็ดขาดจากภู หันไปมองที่เตียงของโปรดอีกทีพบว่านั่งหัวเราะอยู่กับปลื้มแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าในคืนนี้เขาก็ต้องนอนกับภู ศรันย์ย่นจมูกใส่ หยิบกระเป๋าทั้งของตัวเองและของภูเอาเสื้อผ้าออกมาแขวนไว้ ก่อนจะนั่งพักกันก่อนแล้วค่อยจะออกไปเล่นน้ำ เดินทางมาเหนื่อย จากกรุงเทพมาจันทบุรีไม่ได้ใกล้ ตอนแรกนั่งอยู่ด้วยกันสี่คนแต่ภูเดินออกไปเพราะมีคนโทรเข้า อีกฝ่ายคุยโทรศัพท์ด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

ยืนอยู่นอกระเบียงห้อง

แต่สายตาของภูมองที่ศรันย์และทางตัวของศรันย์ก็สบตาอย่างไม่เข้าใจ

 

“เดี๋ยวมาแปปนึง” ก่อนจะเป็นโปรดที่เดินตามภูออกไป สองคนนั้นคุยกันหน้าเครียด ศรันย์ไม่กล้าถามหรอกว่าเรื่องอะไรเขาเลยหันกลับมาดูทีวีอีกครั้ง ข่าวที่ถูกฉายอยู่บนหน้าจอค่อนข้างน่าตกใจ

//อดีตผู้จัดการสาวของดาราดังถูกจับคดียาเสพติด รวมไปถึงคดีฟอกเงินจำนวนหลายร้อยล้าน// บนหน้าจอคือสาวสวยทั้งสอง เธอปิดหน้าหากแต่เพียงเห็นดวงตาศรันย์ก็จำได้ อดีตผู้จัดการของธาวินและกานต์ เคยติดต่อเขาตั้งหลายครั้งเพื่อที่จะขายคลิปของกานต์ให้ เขาไม่ได้มองว่าพวกเธอบริสุทธิอยู่แล้ว พอรู้มาก่อนหน้าเกี่ยวกับเบื้องหลังของพวกเธอ แต่วันนี้ยอมรับว่าตกใจนิดหน่อยที่สามารถถูกตำรวจจับได้เพราะดูเหมือนคนที่สนับสนุนพวกเธอจะใหญ่พอตัว

 

แต่การที่แบล็กของพวกเธอใหญ่ แล้วยังสามารถถูกเปิดโปงได้ขนาดนี้

สาเหตุเดียวที่คิดได้ ก็คือดันพลาดไปขัดขาของคนที่ใหญ่มากกว่า วงการพวกนี้ก็มีอยู่เท่านี้จริงๆ

 

“ไปเล่นน้ำกัน!” ก่อนหน้าห้องเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะเป็นเสียงของโปรดที่เปิดประตูระเบียงด้านหลังเข้ามาแล้วตะโกนดัง ศรันย์ตามโปรดเพื่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาไม่ได้เข้าไปยุ่งกับภูเพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ภูเงียบและอยู่ในหน้าตาท่าทางแบบนี้นั่นคืออย่าไปเสี่ยงเข้าใกล้คงดีที่สุด พวกเขาเดินออกมาจนถึงริมชายหาด

“พี่!จับหวงยางให้หน่อย” ทุกคนว่ายน้ำเป็นหมดยกเว้นโปรด ศรันย์ต้องคอยจับห่วงยางให้เพราะโปรดอยากจะลอยน้ำ พวกเขาลงมาเล่นน้ำกัน เหลือแค่ภูที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนชายหาด ส่วนศรันย์พยายามจะไม่หันไปสนใจแต่ก็อดที่จะมองภูไม่ได้ หลายต่อหลายครั้งที่เขาไม่ได้จดจ่ออยู่กับน้ำทะเล หันไปมองเห็นว่าปลื้มกับโปรดเล่นน้ำด้วยกันอยู่ศรันย์ถึงได้เดินแยกขึ้นจากน้ำมา ลังเลมองภูเพราะไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้

 

“มานั่งนี่” จนที่ภูเรียกศรันย์ถึงได้เดินเข้าไปนั่งกอดเข่าอยู่ข้างอีกฝ่าย

 

ศรันย์ทำเป็นมองปลื้มและโปรดที่เล่นน้ำกันอยู่ แต่เอาเข้าจริงก็แอบชำเลืองมองภูหลายครั้ง

นั่นเพราะนั่งเงียบกันอยู่นานพอสมควร บรรยากาศอึดอัดในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“เมื่อเช้ามึงไม่ช่วยเธอกระเป๋าเลย ของหนักมาก...สายกระเป๋าบาดแขนด้วย” ศรันย์ทำชวนคุย

“ขอโทษ” หากแต่สิ่งที่ได้กลับมาจากภูทำคนตรงนี้ชะงักนิ่ง เขาสบตากับคนตัวสูง เลิกคิ้วนิดหน่อยก่อนจะชวนคุยไปเรื่องอื่นเพราะไม่เห็นว่าเรื่องที่เขาได้แผลใหม่มันจะน่าสนใจตรงไหน เขาลงไปเล่นน้ำอีกครั้งเมื่อถูกโปรดเรียก ระหว่างนี้สัมผัสได้ตลอดว่ากำลังถูกภูจ้องมอง ทำตัวไม่ถูก ปกติภูไม่ได้มองเขาเอาเป็นเอาตายขนาดนี้

 

“มึงก็สักกับเขาด้วยเหรอ” ศรันย์เลยหันมาสนใจโปรด เพื่อที่จะได้ลดอาการเลิ่กลั่กของตัวเอง

“สักดิพี่ ถ้าใครจะเข้าแกงค์ผมก็ต้องสัก...พี่ก็ต้องไปสักด้วยนะ”

“อะไร กูไม่ได้อยากจะอยู่แกงค์มึงเลย”

 

“แต่พี่ก็ต้องอยู่อยู่ดี...เพราะว่า...” โปรดทำเสียงเล็กเสียงน้อยใส่ มองเขามีเลศนัยในเชิงสื่อว่ายังไงก็ต้องอยู่แกงค์ด้วยอยู่ดีเพราะมากับภู ศรันย์ไล่ตบหัวไอ้เด็กปากหมา มีกางเกงขาสั้นตัวเดียวกันแบบนี้เลยทำให้ได้เห็นว่าไอ้เด็กพวกนี้มันมีรอยสักกันหมดทุกคน ปลื้มมีเยอะกว่าใคร แทบจะทุกตารางนิ้วเมื่อถอดเสื้อและใส่กางเกงขาสั้น ภูเองก็มีเยอะเหมือนกัน ซึ่งอันนี้เขาเห็นอยู่บ่อยเลยไม่ได้น่าสนใจ ส่วนไอ้โปรดนี้มีแค่ตรงจุดเดียวคือต้นขาอ่อน ท่าทางสักไปแล้วคงใจฝ่อไม่กล้าสักต่อ

 

“พี่รันย์ ไปหาอะไรสนุกๆทำกัน” เป็นเพราะปลื้มเดินออกไปซดเบียร์ที่ริมหาดกับภูแล้ว

“ไปไหน?ทำอะไร”

“นั่นไง...เห็นผู้หญิงกลุ่มนั้นไหม อย่างเด็ด...มองอ่อยเราอยู่ตั้งนานแล้วนะ”

 

“ไหนว่ามึงมีเมียแล้ว”

“โถ่อย่าพูดถึงคนที่ตายไปแล้วสิ ตอนนี้ผมมาคนเดียวก็คือผมโสด”

“เหี้ยจริงๆนะมึง” ศรันย์กำลังคุยกับโปรดแต่เหมือนว่าเพราะก่อนหน้าหันไปมองพวกเธอแล้ว ดังนั้นในตอนนี้กลุ่มหญิงสาวที่นั่งอยู่ไกลพอสมควรก่อนหน้าถึงได้ย้ายเข้ามาเล่นน้ำอยู่ด้านข้าง พวกเธอแกล้งทำลูกบอลลอยมาหา โปรดหน้าบานยิ้มกว้างเท่าบ้าน ศรันย์เองยังทำฟอร์มจัดทั้งที่ในใจก็เนื้อเต้น เอาไงดี เขาห่างผู้หญิงมานานแล้วมาเจออีกทีคืออ่อยเต็มพิกัดภายใต้ชุดว่ายน้ำขนาดนี้ ไม่ให้สนใจยังไงไหวก่อน

 

“พวกพี่มากับสองคนนั้นกันเหรอคะ พอดีว่า...ถ้าจะขอเฟสเพื่อนพี่ได้ไหม”

อ้าวชิบหาย...

ทั้งศรันย์และโปรดคือหน้าชาไปแล้ว ขอโทษนะที่ลืมเก๊กหล่อแบบไอ้พวกนั้นแล้วเล่นน้ำสนุกไปหน่อย

 

“ครับ มาด้วยกัน” โปรดยิ้มให้ ได้ยินแบบนี้พวกเธอพากันกรี๊ดกร๊าด ถัดจากนั้นเกิดการพยายามขอช่องทางการติดต่อของภูและปลื้ม แต่โปรดไม่ได้ตอบ ทำเพียงยิ้มให้แล้วทำท่าหันไปมองทางปลื้ม

“ปลื้มมมม!อะไรกัดตรงขาไม่รู้อ่า ดูให้หน่อยยยย!” วิ่งหนีขึ้นฝั่งไปแล้วแถมยังนั่งคร่อมหมับลงบนขาของคนที่นั่งอยู่ โปรดหันมาขยิบตาให้ศรันย์ไปหนึ่งที ทางฝ่ายกลุ่มหญิงสาวเธอมีสีหน้าเลิ่กลั่ก ศรันย์เองก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อ

 

“ขอโทษนะครับ ผมขอตัวนะ” เลยขอตัวแล้วเดินแยกออกมา เมื่อมาถึงบนฝั่งถูกภูดึงให้นั่งลงข้างกาย ดวงหน้าคมที่โน้มเข้ามางับคอของเขา ภูไม่ได้จะประชดใส่ใคร หากแต่ไมได้รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังถูกจับตามอง คงมีแค่โปรดและศรันย์ที่หันมองหน้ากัน ทางฝ่ายแม่สาวสวยทั้งหลายพากันเดินหนีไปแล้วด้วยใบหน้ายิ้มแห้งและเสียงบ่น โปรดโน้มหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกระซิบหนึ่งประโยคใส่หูของศรันย์

 

“ถ้าเราไม่ได้ ไอ้ภูกับไอ้ปลื้มก็ต้องไม่ได้” แผนการร้ายกาจมาก ศรันย์คิดผิดแล้วที่มองว่าโปรดคือคนดีที่สุดในกลุ่ม

 

เล่นน้ำเสร็จถึงเวลาขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมออกมาทานอาหารเย็น

ภัตตาคารหรูบนเรือที่ถูกเหมาไว้ทั้งลำ สาบานเถอะ ว่านี่มันวันเกิดเด็กมอหก

 

“คนเกิดบ่อยเนอะ...เดือนก่อนก็วันเกิดกานต์ วันนี้ก็วันเกิดไอ้ปลื้ม” ศรันย์กำลังอร่อยกับอาหาร

“แล้ววันเกิดมึงหละ” จนที่ภูถามกลับมา

“อีกสามเดือน”

“.......”

“มึงเรียนจบแล้ว” พูดจบศรันย์งับอาหารเข้าปาก เขาหันไปคุยกับโปรดด้วยเรื่องใหม่ในขณะที่ภูยังไม่ได้หลุดความสนใจออกจากเรื่องวันเกิดของศรันย์ ตั้งแต่หลังรับโทรศัพท์รอบนั้นดูภูเงียบมากกว่าปกติ ศรันย์เลยคิดไปเองว่าคงจะหนีไม่พ้นทะเลาะกับพ่อแม่ หรือไม่ก็คงเรื่องการเรียน เขาถูกโปรดลากให้ไปที่ท้ายเรือ มีดอกไม้ไฟและพลุกระดาษให้เล่น

 

“บ้านมึงรวยกันจัง”

“หืม...บ้านพวกมันอะใช่ แต่ถ้าบ้านผมไม่ใช่” โปรดหัวเราะ ตากำลังมองพลุที่ตัวเองเป็นคนดึงเล่น

“เพราะแบบนี้เวลาไอ้ภูให้เงินแล้วสั่งทำอะไร มึงถึงยอมทำเหรอ”

 

“ขอโทษนะพี่” คำขอโทษรอบสองของวันที่ศรันย์ได้รับ

“ไม่เป็นไรหรอก ถือซะว่า...กูเองก็ทำคนอื่นเขามาเยอะแล้วกัน โดนเองซะบ้าง”

“พี่คิดแบบนั้น?”

 

“กูก็ต้องคิดแบบนี้แหละ เพราะมันทำให้กูรู้สึกแย่น้อยที่สุด...ถือซะว่าชดใช้กรรมไป”

“.............” โปรดไม่ได้พูดอะไร ยืนมองแล้วเม้มปากเงียบ กระทั่งเสียงเรียกจากภูดังมาถึงได้หันไปเจอว่ามีของขวัญสองกล่องที่วางอยู่ โปรดยิ้ม วิ่งตรงไปหาเพื่อนของตัวเองทั้งสองคน ศรันย์มองจากตรงนี้ยังยิ้มตาม ตอนเขาอายุเท่าพวกมันก็ตื่นเต้นกับอะไรแบบนี้มาก เพื่อนตอนมัธยมคงเป็นอะไรที่จริงใจที่สุดแล้ว

 

“กูขอแกะเอง” โปรดรีบแย่งของขวัญออกมาจากมือของภู

“โหหหไอ้ภู รักมึงจังงง!!” เมื่อแกะดูแล้วพบว่าคือรองเท้าราคาเป็นหมื่นโปรดถึงขั้นกระโดดโลดเต้น ถึงตรงนี้ศรันย์เลยเริ่มเข้าใจ ภูไม่ได้ทุ่มเทแค่กับกานต์หรอก แต่มันดูเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับทุกคนที่มันดีด้วย และก็แน่นอนว่าคนคนนั้นไม่ใช่เขา

 

“มึงอยากได้มึงก็วิ่งตามมา ไอ้หมาเตี้ย” ถึงเวลาของคู่เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ปลื้มกำลังยืนล่อโดยโบกของขวัญกล่องในมือไปมา โปรดวิ่งตาม วิ่งไล่กันไปจนถึงไหนไม่รู้เพราะสองคนนั้นหายไปที่เรืออีกฝั่ง ศรันย์หันกลับไปมองออกนอกทะเลอีกครั้ง เขาท้าวแขนลงกับขอบเรือ มองเหม่อไปยังคลื่นน้ำยามค่ำคืน

 

เวลาที่ลมพัดกลิ่นหอมจากตัวของภูยิ่งชัดและลอยแตะจมูก

ศรันย์มองปลายเท้า เขาเห็นว่าภูเดินเข้ามายืนข้างกัน

 

“........” แรงมือที่วางบนศีรษะเรียกให้ศรันย์ต้องหันไปสบตากับคนข้างกาย ภูไล่มือลงมาจับประคองที่ข้างแก้มขาว ดวงตาคู่คมมองตามดวงหน้าดูดีที่อยู่ใกล้เพียงคืบ รอยช้ำที่มุมปากคือสิ่งที่มีอยู่กับศรันย์จนแทบยังไม่เคยเห็นว่ามันจะหายเพราะเหมือนได้รอยใหม่เพิ่มอยู่แทบทุกวัน ตามเนื้อตัวมีรอยม่วงเขียว เรียวแขนที่เต็มไปด้วยร่องรอยจากการถลอก

 

“มึงเจ็บไหม” คำถามที่ทำให้ศรันย์ขมวดคิ้ว

“ทำไม ถ้ากูบอกว่ากูเจ็บ...แล้วมึงจะให้กูต่อยมึงคืนเหรอ” โดนสวนมาแบบนี้ภูหัวเราะ

“ต่อยหน้ามึงอ่ะ”

 

“มีคนขับเรืออยู่ ถ้าเขาเห็นว่ามึงต่อยกูเขาก็ต้องเข้ามาช่ว...อื้อออ” พูดยังไม่จบประโยคเขาถูกภูฉวยโอกาสจูบ ริมฝีปากที่ถูกอ้างับ เรียวลิ้นร้อนที่สอดเข้ามาในโพรงปาก แรงดูดดึงที่เรียกเสียงน่าอาย เมื่อภูผละออกศรันย์มองดุ

“ไอ้ภู ถ้ามึงจะทำแล้วมึงจะจองห้องให้นอนด้วยกันสี่คนทำไม”

 

“แล้ว?แอบทำให้ห้องน้ำเหมือนตอนนั้นก็ได้นี่” ภูแกล้งแหย่ไปงั้นเพื่อดูปฏิกิริยาของศรันย์

“กูจะไปนอนเตียงไอ้โปรด”

“ฝันไปเถอะ มันไม่นอนกับมึงหรอก”

 

“ถ้างั้น...กูจะไปนอนคนเดียวที่โซฟา”

“กูก็จะตามมึงไปนอนที่โซฟาด้วย” เมื่อภูว่ามาแบบนี้ศรันย์ขมวดคิ้ว

“มึงจะหื่นตลอดเวลาไม่ได้...คนปกติเขาไม่ทำกันหรอก”

 

“แล้วกูดูเหมือนคนปกติ?”

“เหมือนคนโรคจิต” ศรันย์หลอกด่า ถามมาขนาดนี้จะให้ตอบดีๆคงไม่ได้ ปลื้มกับโปรดก็หายไปไหนแล้วไม่รู้เลยทำให้เขาต้องอยู่กับภูตามลำพังเลย ขนาดเดินหนีภูก็ยังเดินตาม กวนประสาทไม่รู้เวล่ำเวลา ขนาดวันเกิดเพื่อนก็ยังไม่เลิก พวกเขากลับเข้ามาในห้องอาหารอีกครั้งเพราะศรันย์อยากจะทานของหวาน เล็งข้าวเหนียวทุเรียนเอาไว้แต่เมื่อจะเดินไปตักแล้วเขาเปลี่ยนใจ กลิ่นแรงมากเหมือนจะใช้ทุเรียนที่สุกเกินไปเลย สุดท้ายเลยเปลี่ยนใจไปหยิบขนมชั้นมาแทน

 

“บ้านมึงจะใช้เงินอีกไหม” นั่งกินขนมอยู่จู่ๆภูก็ถามมา

“ไม่รู้สิ แต่ถ้าเขาจะใช้เขาคงจะขอ”

 

“เดี๋ยวกูโอนให้เพิ่ม เผื่อไม่พอ” ศรันย์ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง อย่างภูนี่นะเสนอตัวให้เงินเขา

“ไปกินอะไรผิดมา เหมือนไม่ใช่มึง”

“มึงจะเอาไหมเงิน”

“เอาสิ...แค่สงสัยเอง” ต้องรีบห้ามเลยเพราะเดี๋ยวภูเปลี่ยนใจ ศรันย์ก็นั่งกินขนมไปโดยที่มีภูนั่งเฝ้าอยู่ฝั่งตรงข้าม เสียงเพลงที่เปิดก็เพราะมาก เหมือนฝัน เขาไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตได้ตามใจชอบขนาดนี้โดยที่ภูไม่ได้เข้ามาห้ามหรือขัดใจเลย

 

สบตากับภูอีกครั้ง ภูใจดีด้วยมากกว่าทุกวัน

แต่ศรันย์กลับรู้สึกไม่ชอบเท่าไหร่ แววตาที่ภูมองมา รู้สึกอึดอัดมากกว่าทุกครั้งตั้งแต่ที่รู้จักกันมา...

 

# # # # # # # #

เอ๊ะๆๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว