sunflower0102
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 เรื่องบ้านๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 เรื่องบ้านๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 89

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2563 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 เรื่องบ้านๆ
แบบอักษร

Architecture 3 วิวาห์สถาปัตย์ 

ตอนที่ 5 เรื่องบ้านๆ 

 

เมื่อคืนนี้มันไม่สำเร็จ! 

ด้วยความที่เป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผาด แม้เธอจะยินยอมพร้อมใจมากแค่ไหน แต่ร่างกายของหญิงสาวไม่ได้เป็นใจด้วย พอเกือบๆ จะ...น่ะนะ เธอก็ร้องลั่นแล้วไล่ตะเพิดคนรักของตัวเอง ซึ่งเขาก็แสนดี ยอมไม่ทำอะไรต่ออีก และทำแค่ตระกองกอดเธอเอาไว้  

ก็มันเจ็บมากจริงๆ เธอแอบคิดนิดหน่อยว่าหรือตัวเธออดทนไม่มากพอเอง คนอื่นเขายังทนอะไรแบบนี้กันได้เลย แต่มันก็เจ็บจริงๆ นี่นา… 

“ยิปครับ… เรานัดคุยกับผู้รับเหมาไว้นะครับ จะสายแล้วครับ” ออกศึกทุบประตูเบาๆ พร้อมส่งเสียงเรียก แน่นอนเธอแอบมานั่งคิดมากอยู่ในห้องน้ำเช่นเดิม เนื่องด้วยทำเลกลางเมืองทำให้คอนโดย่านพระรามเก้าอย่างนี้มีขนาดเล็กเอามากๆ แล้วมันจะมีที่ให้เธออยู่คนเดียวตรงไหนได้นอกจากที่นี่ล่ะ ก็มีแค่ห้องน้ำนี่แหละ 

“เสร็จแล้วค่ะๆ ขอห้านาทีค่า” เธอตะโกนตอบกลับไป มองตัวเองในกระจก ภาพร่างกายที่เปลือยเปล่าของออกศึกผุดแวบเข้ามาในหัวกะทันหันจนเธอต้องยกสองมือขึ้นกุมแก้มตัวเองแล้วส่ายหัวไปมา 

ไม่ได้ๆ คิดอะไรเนี่ย หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะยัยยิปโซ! 

แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนจะยิ่งคิดถึง ใบหน้าขาวๆ นั้นแสนเซ็กซี่ยามที่เขาตั้งใจจูบเธอ สัมผัสจากฝ่ามือแข็งแรงที่แตะต้องร่างกายของเธอกลับเบาหวิว เขานุ่มนวลเสมอราวกับเธอเป็นแก้วเพชรล้ำค่าซึ่งเขาแสนรักและยิ่งกว่าทะนุถนอม 

โอ๊ย หยุ๊ด! พอเดี๋ยวนี้นะ! เขินไม่ไหวแล้วอะ 

ยิปโซสะบัดหน้าไปมาอย่างแรงจนหัวกระเซอะกระเซิง หลังจากจับผมให้เป็นทรงเรียบร้อย สาวสถาปนิกก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกตัวเองว่าพร้อมออกไปเผชิญหน้ากับเขาแล้ว 

เขายืนรอเธออยู่ที่หน้าห้องน้ำเช่นเดียวกับเมื่อคืน ออกศึกตื่นก่อนและอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก่อนจะปลุกเธอ ตอนนี้เขาเลยอยู่ในชุดเสื้อโปโลกับกางเกงขาสั้นเท่าเข่า ดวงตาของหนุ่มสถาปนิกสดใสเป็นประกาย ทำไมเขาดูหล่อกว่าเดิมอีกเนี่ย… 

และเขาจะยิ่งดูดีกว่านี้อีกถ้าเขาไม่ทักเธอว่า “เอ่อ ยิปดูตาโหลๆ นะคะ” 

เออ ใช่สิ เธอตาโหลก็เพราะเขานั่นแหละ .. ก็หลังจากที่ เอ่อ… อะไรๆ นั่นไม่ได้อะ .. เขาก็หลับไปทั้งที่กอดเธอเอาไว้ใต้ผ้าห่มนั่นแหละ แต่เธอนี่สิที่นอนไม่หลับเพราะมัวคิดมากว่าเขาจะคิดมากหรือเปล่า… 

“ก็ศึกทำให้เรานอนดึกอะ” พูดออกไปแล้วก็อายเอง เธอหน้าแดงแจ๋แบบไม่ต้องปัดแก้มเลย… ส่วนเขาก็อมยิ้มท่าทางอารมณ์ดี 

“ต้องแต่งหน้าไหมคะ แต่ว่าแก้มแดงแล้วนี่นา ไม่ต้องแต่งหน้าหรอกเนอะ” ออกศึกพูดจบก็เอี้ยวตัวหลบฝ่ามือของเธอทันที เธอไม่ทันได้ทุบเขาอย่างใจคิดเพราะเขาหลบพ้นเสียก่อน เลยทำได้แค่มองค้อนเขาแล้วเดินหนีไปแต่งหน้า 

คนเราน่ะนะ เฮอะ ถ้าไม่เห็นว่าเป็นว่าที่เจ้าบ่าวล่ะก็… 

เธอก็ได้แต่คิดและนั่งแต่งหน้าต่อไปตามปกติ คนรักกันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันนิดหน่อยเหมือนลิ้นกับฟันนั่นแหละ .. เพียงแต่ดูเหมือนเธอจะทำอะไรคนอย่างเขาที่เปรียบเหมือนฟันไม่ได้เลย และในขณะเดียวกันฟันอย่างเขากลับแกล้งเธอได้หนักกว่าตลอด คิดแล้วก็หงุดหงิด แต่ก็รักอะ ทำไงได้! 

ออกศึกพายิปโซไปยังที่นัดหมายกับผู้รับเหมาก่อสร้างที่จะมาทำบ้านบนที่ดินย่านเกษตรนวมินทร์ของเขากับเธอ ที่นัดหมายเป็นร้านกาแฟชื่อดังที่รสชาติไม่ค่อยจะเหมือนกันสักสาขา แต่คนก็ยังชอบเข้าอยู่ดี อาจจะเพราะมีสาขาตามปั๊มเยอะมากๆ ล่ะมั้ง แต่สาขานี้อร่อย เธอชิมแล้วไม่ติด ขณะที่วางแก้วลาเต้ลงบนโต๊ะเธอก็มองออกศึกคุยกับช่างรับเหมาที่ชื่อพี่ตุ้ยอย่างสนอกสนใจ 

เขามีแบบอาคารแล้ว ซึ่งเธอก็เพิ่งจะรู้ว่าเขาทำไว้แล้วตอนที่เขาหยิบมันออกมาตอนเจอหน้าพี่ตุ้ยนี่แหละ เขาเอาเวลาตอนไหนไปออกแบบล่ะเนี่ย ทำไมวางแผนอะไรไม่บอกเธอบ้างเลย เธอดูบื้อๆ ซื่อๆ อยู่คนเดียวตลอด 

แต่ออกศึกน่ะจบเกียรตินิยมอันดับ 1 เลยนะ โครงการใหญ่ๆ อย่างห้างที่เชียงใหม่เขาก็เคยไปร่วมโปรเจกต์มาก่อน ซึ่งแบบบ้านที่เขาเขียนก็ดูดีสมเกียรตินิยมเชียวล่ะ เป็นแบบอาคารสามชั้นล้อมรอบด้วยสวนเล็กๆ มีสี่ที่จอดรถตรงหน้าบ้าน แต่ถ้าจอดล้ำไปทางสนามหญ้าก็อาจจะได้ถึงห้าหกคัน ภายในอาคารก็ดีไซน์ให้มีแสงธรรมชาติลอดสอดเข้ามาได้ตลอดทั้งวัน อาจจะร้อนหน่อย แต่แลกมากับการที่ไม่ต้องเปิดไฟเลยสักห้อง และเพราะชั้นหนึ่งเป็นส่วนของออฟฟิศ เขาเลยจะทำสวนไว้กลางบ้านด้วย เอาจริงๆ ตรงส่วนออฟฟิศเธอโอเคทุกอย่างไม่ได้มีอยากแก้ตรงไหนเป็นพิเศษ แต่ว่า… 

“สองชั้นข้างบนคือบ้านเราถูกปะ” เธอถามย้ำเพื่อความแน่ใจก่อนจะออกความเห็น เพราะแบบที่เขาเขียนมามันขัดใจเธอนิดนึง 

“ใช่” เขาพยักหน้าพร้อมยิ้มรับ  

อันที่จริงเขาก็อยากให้เธอช่วยออกแบบอยู่แล้ว แต่มัวยุ่งๆ เรื่องพิธีแต่งงานก็เลยเขียนแบบคนเดียวหมดเลย แล้วกะว่าให้เธอช่วยดูงานออกแบบภายใน พอเห็นเธอทำท่าคล้ายจะแสดงความเห็นเลยกระตือรือร้นขึ้นมา 

“พี่ตุ้ย ขอยิปแก้นิดนึงค่ะ” เธอขอแบบมาจากมือผู้รับเหมา ยิปโซลงมือขีดๆ เขียนๆ ทับลงไปในแบบเดิม เธอย้ายโซนห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่น สลับสับเปลี่ยนกันทุกอย่างของชั้นสองและขยายบางห้องให้มีพื้นที่กว้างขึ้นและบางห้องให้แคบลง ส่วนชั้นสามเธอแก้แค่ห้องน้ำให้มีพื้นที่กว้างขึ้น 

“เอาแบบนี้ได้ไหม” หลังจากแก้เสร็จก็เงยหน้าขึ้นถามเจ้าของแบบเดิม 

“ได้นะ ยิปชอบห้องน้ำใหญ่ๆ เหรอคะ” ออกศึกสังเกตจากที่เธอแก้ให้พื้นที่ห้องน้ำใหญ่ขึ้นทั้งสองชั้นเลย หญิงสาวพยักหน้ารับ อันที่จริงก่อนหน้านี้เธอก็เฉยๆ กับขนาดห้องน้ำมาตลอดอะ ไม่ได้ชอบอาบน้ำนานๆ หรือใช้ชีวิตอยู่ในห้องน้ำขนาดนั้น จริงๆ ตอนอยู่บ้านกับแม่ก็ไม่เคยนึกอยากมีห้องน้ำใหญ่ๆ มาก่อน เพียงแต่ว่า… 

ถ้าต้องอยู่กับเขาทุกวันโดยไม่มีห้องส่วนตัวเนี่ย .. ห้องน้ำน่าจะเป็นหลุมหลบภัยได้ดีนะว่าไหม 

ออกศึกกับพี่ตุ้ยคุยกันต่อไปเรื่องงานระบบ น้ำ ไฟ ก่อนจะลงท้ายเรื่องระยะเวลาและราคา ซึ่งต่อรองกันไปๆ มาๆ อยู่นานก็ได้ราคาและระยะเวลาที่ออกศึกรับได้มาในที่สุด เป็นช่วงก่อนถึงงานแต่งประมาณหนึ่งเดือน ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่ได้คุยกันเรื่องงานตกแต่งภายใน พอพี่ตุ้ยออกจากร้านกาแฟไป เธอก็หันไปถามแฟนหนุ่ม 

“แล้วเรื่องออกแบบภายในกับสวนล่ะ?” เท่าที่ฟังคือไม่ได้คุยกับพี่ตุ้ยเรื่องนั้นเลย 

“สวนมีอีกเจ้านึงค่ะ ใกล้จะมาแล้วล่ะ” ออกศึกบอกหลังจากมองนาฬิกาที่ข้อมือ “ส่วนงานภายใน คิดว่าอยากช่วยกับยิปทำแบบให้เสร็จก่อน เผื่อเธอชอบเฟอร์ลอยตัวทั้งหมด” 

ยิปโซพยักหน้าหงึกหงัก ไม่นานหลังจากนั้นตัวแทนจากบริษัทรับจัดสวนก็มานั่งแทนที่พี่ตุ้ย คนนี้ชื่อพี่ของขวัญ เธอยิ้มหวานทีเดียวตอนมองหน้าว่าที่เจ้าบ่าวของยิปโซ ยิปโซเลยไม่พลาดเอามือเกาะแขนแฟนหนุ่มและทุกครั้งที่มีโอกาสเธอก็จะยกมือซ้ายขึ้นปัดผมให้ทัดหู หวังให้แหวนเพชรบนนิ้วนางเปล่งประกายฟาดหน้าคนจัดสวน 

‘หยุดหัวเราะเลยนะยะยัยคุณของขงของขวัญอะไรเนี่ย ไม่ต้องมาแนะนำตัวด้วยว่าเรียนภูมิสถาปนิก ทำมาเป็นพูดว่า... อุ๊ย คณะสถาปัตย์ฯ เหมือนกันเลยนะคะ เหมือนกันแล้วยังไง เขาเป็นแฟนฉันย่ะ!’ 

หลังจากสรุปเรื่องแบบกันเสร็จแล้วยัยนั่นบอกว่าจะส่งใบเสนอราคาให้ทางอีเมลคุณออกศึก ยิปโซก็สวนทันทีว่า 

“เอาเมลเราไปดีกว่าค่ะ .. เดี๋ยวเราดูเรื่องสวนให้เองนะศึก เธอจะได้ไม่เหนื่อยเนาะ” พูดกับนางนั่นประโยคแรก และหันไปพูดกับผู้ของตัวเองสองประโยคหลัง มือที่คล้องแขนเขาเอาไว้ยิ่งกระชับแน่นขึ้น และเหมือนออกศึกจะเข้าใจสัญญาณที่เธอส่งให้จากแววตา เขาก็พยักหน้าเห็นดีด้วยอย่างรวดเร็ว 

“ค่ะ เอาที่ยิปว่าดีเลยค่ะ”  

อะไรดี ออกศึกก็ว่าดีเหมือนยิปโซเลยครับ... 

ความคิดเห็น