Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เราเลิกกันเถอะ!

ชื่อตอน : เราเลิกกันเถอะ!

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 429

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2563 13:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เราเลิกกันเถอะ!
แบบอักษร

“หมายความว่ายังไง?” เธอจะยั่วโมโหเขามากเกินไปแล้ว! แค่เขายอมลงให้เธอมากกว่าคนอื่นๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะขึ้นมาขี่คอสามีแบบนี้ได้หรอกนะ!

 

“ฉันไม่ต้องการสามีที่เห็นฉันเป็นคนที่ไม่ดีพอสำหรับเขา...”

 

“ผมไม่เคย...”

 

“ไม่ต้องการเป็นลูกสะใภ้ที่ไม่ได้รับการยอมรับจากพ่อของสามี จนไม่สามารถแสดงตัวต่อหน้าสาธารณชนได้...”

 

“คุณก็รู้ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น” บิดาของเขาไม่พอใจที่เขาแต่งงานกับเธอมากก็จริง แต่ท่านก็ไม่ได้รังเกียจเธอถึงขั้นไม่ยอมรับในตัวเธอเสียทีเดียว เป็นเขาเองต่างหากที่พยายามหลีกเลี่ยงไม่พานวินดาไปด้วยเวลาที่ต้องพบกับฮิวจ์ เพราะไม่อยากให้ภรรยาไม่สบายใจ แต่เธอกลับตีความว่าเขาคิดว่าเธอไม่ดีพอเสียอีก

 

“และที่สำคัญที่สุด...ฉันไม่ต้องการสามีที่ไม่ซื่อสัตย์กับฉัน!”

 

“คุณพูดเกินไปแล้วนะวินดี้!” เธออาศัยแค่รูปเพียงไม่กี่รูปมาปรักปรำเขาถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน!

 

“เราเลิกกันเถอะค่ะ” เธอเหนื่อยเกินกว่าจะต่อสู้เพื่อไขว่คว้า ความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงแล้ว โดยเฉพาะเมื่อแน่ใจว่าเขาไม่ได้รักเธอเลย สักนิดและไม่คิดว่าเธอดีพอจะเป็นภรรยาของเขาเลยด้วยซ้ำ นวินดาก็ยิ่งหมดแรงไล่ตามสิ่งที่ไม่มีวันจะได้มา มันเป็นอย่างที่เบรนน่าเคยพูดเอาไว้จริงๆ ว่าต่อให้เธอฟ้องเฮย์เดน เขาก็ไม่มีวันเชื่อเธอ เพราะสำหรับเขา เธอมีค่าเพียงแค่เป็นผู้หญิงที่เขามีไว้เพื่ออุ่นเตียงเท่านั้น!

 

“เลิกกัน...” เขานึกว่าตัวเองตะโกนออกมาแต่มันกลับเป็นแค่ เพียงเสียงกระซิบที่เธอคงจะไม่ได้ยินด้วยซ้ำ

 

“ถ้าฉันไม่เคยดีพอสำหรับคุณ คุณก็ไม่ดีพอสำหรับฉันเหมือนกัน!” คำพูดด้วยน้ำเสียงอันดุเดือดของเธอทำให้เฮย์เดนหมดความอดทนเหมือนกัน!

 

“ได้! งั้นก็เลิกกันไปเลย!” เขาตอบกลับไปด้วยความโกรธเพราะจู่ๆ ภรรยาซึ่งเขาเคยมองว่าเธอทั้งน่ารัก เรียบร้อย และอยู่ในความควบคุม มาโดยตลอดก็กล้าดีถึงขนาดมาอาละวาดท้าขอเลิกรากับเขา เธอคงจะถือตัวว่าเขาแคร์เธอมากถึงขั้นยอมขัดคำสั่งบิดาของตนเองเพื่อแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับเธอ แต่นวินดาควรจะรู้เสียทีว่าคนอย่างเฮย์เดน แฮมป์ตันนั้นมีศักดิ์ศรีมากกว่าที่เธอคิด เขาไม่มีวันยอมให้เธอมาท้าทายเขาแบบนี้แน่!

 

“ดีค่ะ...ดีใจที่ได้รู้ว่าที่จริงแล้วคุณรู้สึกยังไงกับฉัน...” เธอพูดทั้งน้ำตาที่คลอหน่วย แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดทำให้หญิงสาวไม่ยอมให้มันไหลออกมาต่อหน้าเขา “เลิกกันในขณะที่เรายังสามารถพูดกันได้อยู่ก็ดีและที่ดีกว่านั้นก็คือโชคดีมากที่เรายังไม่ได้มีลูกด้วยกัน...”

 

“ใช่! ดีมาก!”

 

“ต่อไปคุณกับเบรนน่าก็คงไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ กันแล้วสินะคะ”

 

“มันก็ไม่ใช่เรื่องของคุณแล้วไม่ใช่เหรอ?” เพราะยังโกรธกับคำพูดของเธอที่ฟังดูเหมือนไม่ได้อยากมีทายาทกับเขาและนั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้แต่งงานกันมาหลายเดือนแล้วเธอกลับยังไม่ตั้งครรภ์เสียที เฮย์เดนจึงโพล่งคำตอบที่ไม่ได้ตรงกับใจของตนเองเลยสักนิดออกไป

 

“ค่ะ มันไม่ใช่เรื่องของฉันอีกต่อไปแล้ว”

 

“ดี! ผมจะได้ไม่ต้องมาคอยตอบคำถามงี่เง่าแบบนี้อีก”

 

“ค่ะ ดีจริงๆ! คุณให้คนเตรียมเอกสารมาแล้วกันนะคะ พร้อมเมื่อไรก็เอามาให้ฉันเซ็น จะได้จบๆ กันไปเสียที” ทิฐิทำให้เธอตอบกลับไปแบบนั้น ทั้งๆ ที่ความจริงแทบจะล้มลงไปนอนคร่ำครวญเมื่อเขาตอบรับคำขอหย่าของเธออย่างง่ายดายราวกับเธอไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาเลย

 

“ความจริงผมก็ไม่ได้สนใจหรอกนะว่าคุณจะอยู่หรือไป แต่เพื่อความยุติธรรมกับคุณ ผมจะบอกไว้ตรงนี้เลยว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมพยายามปรับความเข้าใจกับคุณ ถ้าคุณตกลงใจว่าจะหย่า นี่คือคำตอบสุดท้ายที่ผมจะรับฟัง ตั้งแต่พรุ่งนี้คุณจะไม่ได้อยู่ในฐานะคุณนายแฮมป์ตันอีก”

 

“ฉันไม่เคยอยากเป็นคุณนายแฮมป์ตันหรอกค่ะ...” นวินดาหมายถึงเธอไม่เคยสนใจเลยว่าเขาเป็นใครมาจากไหน เหตุผลเดียวที่เธออยากใช้ นามสกุลแฮมป์ตันก็เพราะมันเป็นนามสกุลของเขา ต่อให้เขาเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีอำนาจวาสนาหรือฐานะ เธอก็ยังจะรักและแต่งงานกับเขาอยู่ดี แต่เฮย์เดนกลับเข้าใจว่าเธอดูถูกตระกูลของเขาและไม่เห็นคุณค่าในเกียรติอันสูงส่งที่เขามอบให้เธอเลยสักนิด

 

“ดี! คุณไม่จำเป็นต้องฝืนใจหรอก เพราะยังมีผู้หญิงอีกหลายล้านคนบนโลกนี้ที่อยากจะใช้นามสกุลของผมและพนันกันได้เลยว่าคงมีคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งคุณนายแฮมป์ตันมากกว่าคุณอีกเยอะ!” เฮย์เดน โกรธจัดเสียจนไม่ยอมมองแม้แต่ใบหน้าของเธอ เขาเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วปานพายุ จึงไม่ได้เห็นร่างเล็กๆ ที่ทรุดลงไปกอง กับพื้นพรมสุดหรูและปล่อยหยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ออกมาด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

 

“เดนนี่...เดนนี่” นวินดาสะอึกสะอื้นออกมาโดยไม่รู้ตัว มือเล็กๆ ยกขึ้นสูงเหมือนจะไขว่คว้าอะไรสักอย่างในขณะที่ปากก็พร่ำเรียกชื่อของใครสักคนจนบุตรชายที่ต้องเข้ามาปลุกมารดาเป็นประจำทุกเช้าอดที่จะตกใจไม่ได้

 

“หม่ามี้!” เด็กชายโผเขาไปหามารดาที่นอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียง “หม่ามี้เป็นอะไร? หม่ามี้!”

 

“เดนนี่...คุณมันคนใจร้าย!” ใบหน้าที่นองไปด้วยหยาดน้ำตาทำให้เคย์เดนตกใจจนแทบจะทำตัวไม่ถูก แม้ว่าปกติเขาจะเคยเห็นมารดาร้องไห้แทบจะทุกครั้งที่เธอดูละครหรือชมภาพยนตร์อยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยเห็นเธอ โศกเศร้าขนาดนี้จึงอดเป็นห่วงไม่ได้

 

“หม่ามี้!” เคย์เดนยกมือน้อยๆ ตบบนแก้มเย็นจัดของมารดาเบาๆ

 

“ไอ้คนสารเลว!”

 

“หม่ามี้!” คราวนี้เด็กชายชะโงกหน้าไปชิดใบหูของมารดาก่อนจะเรียกเธอด้วยเสียงดังที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถเปล่งออกมาได้ นวินดาจึงสะดุ้งพรวดขึ้นมาจนบุตรชายที่นั่งอยู่บนตัวของเธอแทบจะกลิ้งตกลง จากเตียง แต่เธอก็คว้าร่างเล็กๆ เอาไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด

 

“หม่ามี้อะ! เคย์เกือบตกเตียงแล้วนะ!”

 

“เคย์...” เธอมองดูบุตรชายที่มีใบหน้าถอดแบบชายที่อยู่ในฝันร้ายซึ่งหลอกหลอนเธอมาเกือบหกปีเต็มอย่างงุนงง

 

“ก็เคย์น่ะสิ! ใหม่เกือบทำเคย์เจ็บแล้วนะรู้ไหม?” เด็กชายบ่นกระเง้ากระงอด แก้มขาวผ่องกลมป่องอย่างที่เห็นได้ชัดว่ากำลังงอน ผู้เป็นแม่จึงต้องรีบคว้าร่างเล็กๆ มากอดไว้ราวกับจะปลอบประโลม ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเป็นตัวเธอต่างหากที่อยากได้อ้อมกอดของลูกรักมาเยียวยาความเจ็บปวดในอดีตซึ่งกลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้งในรูปแบบของความฝัน ที่สมจริงจนเหมือนเหตุการณ์อันเลวร้ายนั้นเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งเลยเชียวละ

 

 

“ใหม่เป็นอะไร? ทำไมตัวสั่น? ไม่สบายเหรอ?” มือขาวป้อมทาบลงบนแก้มเนียนนุ่มของผู้เป็นมารดาก่อนจะก้มลงมองเธอด้วยดวงตาสีน้ำตาลเข้มแสนสวยที่เหมือนกับดวงตาของใครบางคนอย่างยิ่งจนนวินดาตัวแข็งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “ใหม่...ใหม่ต้องไม่สบายแน่ๆ เลย! เดี๋ยวเคย์จะไปตามน้าหวานกับป้ายาให้นะ!”

 

“ไม่ต้องลูก!” นวินดาคว้าตัวเด็กชายเอาไว้ได้ก่อนที่เขาจะวิ่งออกไปหามธุรินและนวิยาซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังติดกัน หญิงสาวกอดร่างน้อยนุ่มนิ่มไว้แน่นพลางแนบใบหน้าลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนแล้วสูดกลิ่นหอมแบบเด็กๆ เข้าไปราวกับจะใช้สัมผัสของลูกรักปลอบประโลมจิตใจอันบอบช้ำเหมือนที่มักจะทำเสมอ

 

“ใหม่...ถ้าไม่สบายก็ไม่ต้องอายเคย์นะ...แม่ของพินนี่เขาก็ไม่สบาย ป้ายาบอกว่าผู้ใหญ่ก็ไม่สบายได้เหมือนเด็กๆ นั่นแหละ” คำปลอบใจอย่างใสซื่อของเด็กน้อยทำเอาหญิงสาวถึงกับขำออกมา ลูกชายของเธอจึงยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีก “สงสัยใหม่จะไม่สบายจริงๆ เดี๋ยวก็ร้องไห้ เดี๋ยวก็หัวเราะ...” เคย์เดนบ่นพึมพำ ท่าทางนั้นน่ารักเสียจนผู้เป็นแม่ต้องก้มลงจุ๊บริมฝีปาก น้อยๆ ด้วยความเอ็นดู

 

“แม่ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แค่ฝันร้ายน่ะ”

 

“ฝันว่าอะไรฮะ?” เคย์เดนถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความ ตื่นเต้นและคาดหวังว่าแม่จะต้องเล่าเรื่องความฝันอันแสนมหัศจรรย์ให้เขาฟังแน่ๆ แต่นวินดาไม่อยากแม้แต่จะคิดถึง ‘อดีต’ ที่กลับมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง จึงดึงความสนใจของเขาไปที่เรื่องอื่นแทน

 

“มาปลุกแม่แต่เช้าแบบนี้คงหิวแล้วละสิ? อยากกินอะไรบอกมาเลยดีกว่า”

 

“เคย์อยากกินซุปมะเขือเทศ โทสต์ แล้วก็ข้าวผัดอเมริกัน!”

 

“ได้เลย! เดี๋ยวแม่ทำให้เดี๋ยวนี้เลยจ้ะ” หญิงสาวช้อนร่างน้อยของลูกชายขึ้นเหมือนที่มักจะทำอยู่บ่อยๆ แม้ว่าเธอจะตัวเล็กมากจนดูเหมือนว่าไม่น่าจะอุ้มเด็กชายที่ตัวโตขนาดนี้ไหวแล้ว แต่เคย์เดนกลับขืนตัวไว้ไม่ยอมให้อุ้มเหมือนในยามปกติ

 

“ไม่ต้องอุ้ม เคย์จะเดินเอง”

 

“ทำไมล่ะลูก?”

 

“เคย์โตแล้ว พินนี่บอกว่าคนโตแล้วเขาไม่ให้แม่อุ้มแล้วละ” เด็กชายตอบด้วยท่าทางเคร่งขรึมวางมาดราวกับตนเองอายุสักสิบห้าทั้งๆ ที่ความจริงเพิ่งจะห้าขวบได้ไม่นานนัก

 

“โอเค โตแล้วไม่ต้องอุ้ม! งั้นเรามาแข่งกันดีกว่า ใครไปถึงครัวก่อนได้กินโทสต์สองชิ้น! หนึ่ง สอง สาม!” ทันทีที่สิ้นเสียงเด็กชายก็วิ่งนำไปก่อน

 

นวินดามองตามร่างเล็กๆ ที่ลับสายตาไปอย่างรวดเร็วด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและรักใคร่อย่างสุดซึ้ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วยกมือขึ้นตบใบหน้าเรียวเล็กเบาๆ เพื่อเรียกสติกลับมา

 

“ตื่นได้แล้วนวินดา! มันเป็นแค่ความฝัน! มันจบแล้ว! ไม่มีวันจะกลับมาทำร้ายเธอได้อีกต่อไปแล้ว!” หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะคว้าโทรศัพท์ มือถือซึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดูเวลาเหมือนที่มักจะทำเป็นประจำทุกวัน คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าบนหน้าจอมีจำนวนสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับเป็นจำนวนถึงสามสาย แต่เนื่องจากหมายเลขที่โทร.เข้าเป็นหมายเลขส่วนตัว เธอจึงไม่สามารถที่จะติดต่อกลับไปได้ หญิงสาวจึงวางโทรศัพท์ลงไปที่เดิมโดยไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเธอเคยได้รับโทรศัพท์จากหมายเลขส่วนตัวแบบนี้หลายครั้งแล้ว ส่วนมากเป็นพวกมิจฉาชีพที่โทร.มาหลอกลวงให้ทำธุรกรรมทางการเงินและครั้งนี้ก็คงจะเหมือนเดิม เธอเดินออกจากห้องนอนลงไปยังชั้นล่างเพื่อทำอาหารให้บุตรชายสุดที่รัก หน้าที่ของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้นมีมากมายเหลือเกิน ในที่สุดนวินดาจึงลืมความฝันนั้นและคำทำนายของแม่หมอไปเสียสนิท ไม่ได้คิดเลยว่าสุดท้ายอดีตที่เธอเข้าใจว่าปิดตายไปอย่างถาวรแล้วจะกลับมาหลอกหลอนเธอใหม่อีกครั้ง!

ความคิดเห็น