sunflower0102
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ทดลองอยู่

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ทดลองอยู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 103

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มิ.ย. 2563 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ทดลองอยู่
แบบอักษร

Architecture 3 วิวาห์สถาปัตย์

ตอนที่ 3 ทดลองอยู่

 

อันที่จริงหลังจากคุยกับทั้งสองบ้านเรียบร้อยแล้ว ก็เหลือแค่รอให้ถึงวันจัดงานแต่งซึ่งในรายละเอียดของส่วนนี้ยังเหลือที่ต้องคิดและเลือกอีกบานตะไท รวมถึงต้องรอบ้านที่ยังไม่มีแม้แต่แบบสร้างแล้วเสร็จด้วย ถึงตอนนั้นเธอกับออกศึกก็จะได้อยู่ด้วยกันสักที แต่คาดว่าทั้งวันจัดงานและกว่าจะทำบ้านจนเสร็จอย่างเร็วสุดก็มีครึ่งปี เธอกับออกศึกเลยตกลงกันว่าจะมาอยู่ร่วมกันก่อนเพื่อให้ได้รู้จักกันมากขึ้น แต่จะไปเช่าอยู่ก็รู้สึกสิ้นเปลือง ยิปโซก็ไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มไปพูดคุยกับที่บ้านอีท่าไหนยังไง ผลจึงออกมาเป็นว่าเธอต้องย้ายเข้าคอนโดของพี่รบหรือนักรบ พี่ชายคนโตของออกศึกที่ไม่ได้อยู่อาศัยที่นี่อีกแล้วตั้งแต่แต่งงาน ทางแม่กับพ่อเธอเองก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร เพราะก็เห็นว่าเธอโตแล้ว และออกจะสนับสนุนเรื่องทดลองอยู่ก่อนแต่งด้วยซ้ำ พ่อบอกกับเธอว่า ‘เผื่ออะไรไม่ลงตัวก็แค่ไม่ต้องแต่ง…’

จะว่าไปเรื่องแต่งงานก็ถือเป็นเรื่องใหญ่โตในชีวิตนะเนี่ย แต่ก่อนหน้านี้น่าจะเป็นเพราะยังงงๆ คิดว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่ออยู่ตลอดเลยไม่ทันตื่นเต้น และเธอดันเพิ่งมารู้สึกตื่นเต้นว่าจะได้อยู่กับผู้ชายในฝันของตัวเองเอาตอนนี้ น่าจะเมื่อกี้นี่เอง ก็...ตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปเธอจะได้เข้านอนพร้อมๆ ออกศึกทุกวัน

หลังจากกินไก่ทอด เมนูโปรดปรานของเธอ ที่ร้านอาหารเกาหลีชื่อดังเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็กลับขึ้นรถ ขณะนี้อยู่ระหว่างทางไปคอนโดย่านพระราม 9 ที่เป็นของพี่ชายออกศึก

“พี่รบเค้าไม่ใช้ห้องแล้วเหรอ อย่างต่ำๆ น่าจะต้องอยู่ครึ่งปีเลยนะ” ยิปโซถามขึ้น แม้ว่ากระเป๋าเดินทางขนาด 29 นิ้วกว่า 3 ใบที่เป็นสัมภาระส่วนตัวของเธอจะวางอยู่ที่ห้องแล้วก็ตาม ก็ตอนนั้นรีบเอาไปวางแล้วรีบออกมา เพราะออกศึกเร่งให้เธอเข้าออฟฟิศไปลาออกเร็วๆ ก็เลยกลายเป็นว่าลืมถามเรื่องเจ้าของคอนโดไปเสียสนิท

“อืม… พี่เค้าไม่น่าจะใช้เร็วๆ นี้น่ะ” คนขับรถบอกเสียงนุ่ม ก่อนจะหันไปตั้งใจขับรถต่อ

ทำไมพูดเหมือนจะใช้อีกเลย เพราะคำตอบยังไม่ค่อยเคลียร์ เธอจึงเลือกถามต่อไป

“แล้วเค้าจะใช้อีกทีเมื่อไหร่” ไม่ได้อยากเผือกเรื่องของพี่ชายออกศึกหรอกนะ แต่ถ้าเกิดเวลาทำบ้านมันยืดเยื้อ เธอจะได้รู้ตัวว่าต้องเตรียมย้ายไปเช่าบ้านตอนไหน

“ก็ตอนน้องธูปหอมกับเทียนหอมโตล่ะมั้ง อาจจะให้มาอยู่ตอนเรียนมหา’ลัยในเมือง” คราวนี้พอตอบเสร็จ ออกศึกก็ยิ้มกริ่ม “พูดถึงเด็กๆ แล้วอยากมีลูกเลยแฮะ”

ยิปโซเงียบกริบไปครู่หนึ่ง หญิงสาวนั่งตัวเกร็งอยู่กับเบาะรถแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน “อย่ามีเลยเนอะ แค่เลี้ยงหลานก็เหนื่อยแล้ว เนอะ”

ออกศึกไม่ตอบ รอยยิ้มเลศนัยยังฉายชัดบนใบหน้าขาวตี๋ของคนขับรถไปตลอดทาง เธอได้แต่มอง รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆ จนเผลอกลืนน้ำลายไปหลายอึก คอมันแห้งผากไปหมด

พอก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในลิฟต์ของคอนโด ออกศึกก็กดเลือกชั้นของห้องพี่ชายเขา หลังจากประตูลิฟต์ปิดลงเธอก็ทำใจกล้าเอ่ยปากถามเรื่องที่คิดวนมาหลายรอบแล้วออกไป

“เอ่อ คอนโดนี้มีกี่ห้องนอนนะ”

แฟนหนุ่มของเธอหันมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาเขาดูคล้ายคนกำลังครุ่นคิด สุดท้ายเขาก็ตอบพร้อมอมยิ้มไปด้วย

“หนึ่งห้องนอน” เขาตอบสั้น แต่ยังอุตส่าห์ใจดีขยายคำตอบไปเรื่องอื่นให้ “แต่มีสองห้องน้ำนะ สบายๆ”

มันเป็นจังหวะที่ประตูเปิดออกพอดี เขาเลยเดินนำออกจากลิฟต์

เธอไม่แน่ใจนักว่าเขากำลังเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้เธอหายใจปลอดโปร่งมากขึ้นหรือเปล่า ไอ้ผู้ชายสุภาพ เรียบร้อย พูดน้อยคนก่อนนี่เรื่องโกหกทั้งเพรึเปล่าเนี่ย เขาแกล้งๆ สร้างภาพลักษณ์ให้คนทั้งคณะสถาปัตย์ฯ เชื่อหรอ!

โอ๊ย ไม่คิดแล้ว ไม่รู้ด้วยแล้วอะ .. นี่คนจะเป็นเจ้าสาวทุกคนมีสภาพเหมือนเธอรึเปล่านะ รู้สึกวุ่นวายใจไปหมด

เธอนั่งใจลอยอยู่นานในห้องชุดของคอนโดนักรบ หญิงสาวปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ โดยที่สองคิ้วยังขมวดมุ่นชนกัน ก่อนจู่ๆ จะสะดุ้งเฮือกเมื่อมีมือเย็นๆ ของใครบางคนสัมผัสเข้าที่หัวไหล่ เธอสวมเสื้อแขนกุดจึงยิ่งรู้สึกถึงความเย็นนั้น

“สะดุ้งเลยเหรอ เหม่ออะไรอยู่ เรียกตั้งนานไม่ตอบเลย เราอาบน้ำเสร็จแล้วนะ” ออกศึกอยู่ในเสื้อยืดสีกรมกับกางเกงขายาวลายสก็อตขาวดำ เส้นผมของเขาเปียกหมาด มีผ้าขนหนูผืนเล็กพาดอยู่ตรงช่วงบ่าล้อมรอบคอไว้อีกที

“เอ่อ”

“ช่วงนี้เธอแปลกๆ อะยิป เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เขาถาม ไม่ถามอย่างเดียวด้วย มีหลังมือยื่นมาแตะหน้าผาก ก่อนจะสลับสับเปลี่ยนเป็นหน้าผากของเขามาแตะต่อจากนั้น ความใกล้ทำให้เธอตัวเกร็งอีกแล้ว ยิปโซรีบหาเรื่องคุยพร้อมกับขยับตัวหนีทันที

“เปล่า สบายดี เราแข็งแรงๆ” เธอแสดงท่าทีตื่นตัวกว่าปกติ ถึงกับยกแขนตั้งฉากแล้วพยายามเกร็งกล้าม บอกได้อย่างเดียวว่าผิดปกติเอามากๆ “เอ่อ ผมเธอยังเปียกอยู่เลย เดี๋ยวเราไปหาไดร์เป่าผมให้นะ”

แต่ยังไม่ทันได้เดินไปอย่างใจคิด คนตัวสูงกว่าก็รั้งร่างน้อยเอาไว้จากทางด้านหลัง เขาเอาคางเกยบนศีรษะเธอ รวมถึงไม่คิดจะปล่อยมือจากหญิงสาวที่ตัวเล็กกว่าเขาง่ายๆ ก็เธอเป็นว่าที่ภรรยาของเขาแล้วนี่นา จะกอดให้จมกับเตียงเลย แม้ว่าช่วงที่กอดตอนแรกยิปโซจะยังพยายามดิ้นหนี แต่เขาก็กระซิบบอกเบาๆ ให้เธอหยุด

“จะให้กอดตรงนี้หรือจะให้กอดที่เตียง” ถึงจะบอกแบบนั้น แล้วเธอก็ยอมอยู่เฉยให้กอดตอนนี้แล้ว แต่ที่เตียงเขาก็จะกอดอีก จะกอดเอาไว้ทั้งคืนไม่ปล่อยเลย…

“กลัวอะไร เอาแต่ทำหน้าคิดมากนะเราอะ” ออกศึกพลิกตัวของคนรักให้หันมามองเขาแต่ยังคงรั้งเอวบางเอาไว้ คำพูดของเขานุ่มนวล สัมผัสที่ตรงช่วงเอวก็ประคองเธอไว้อย่างเบามือ

นั่นสิ .. เธอกลัวอะไรเขานะ นี่เธอตอบตกลงว่าจะเป็นภรรยาของเขาไปแล้วด้วยซ้ำไม่ใช่เหรอ?

“ฮื่อ ไม่รู้อะ ขอโทษ” ยิปโซตอบพร้อมพยายามจะหันหน้าหนี ไม่สบตาด้วย ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมให้เธอทำอย่างนั้น มือแข็งแรงของเขาช้อนที่ปลายคางของเธอให้หันมามองเขาเต็มตาอีกครั้ง

“ไม่สบายใจอะไร ไหนบอกมา”

“...”

“ทำไมเงียบ...”

“...”

“ไม่อยากแต่งงานกับเราแล้วเหรอ?”

“เปล่านะ!”

“มีอะไรก็พูดสิคะ มา… นั่งตรงนี้...” เขาจูงเธอกลับไปที่โซฟาตัวเดิมที่เธอนั่งอยู่นานแล้วก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้ให้นั่งบนโซฟา แต่ให้นั่งบนตัวเขา…

“ไม่เอา เดี๋ยวเธอหนัก” หญิงไม่กล้าทิ้งน้ำหนักตัว ก็เลยกลายเป็นท่ากึ่งยืนกึ่งนั่ง อนึ่งดูจะคล้ายท่าออกกำลังกายที่เรียกว่าสควอต์

“เดี๋ยวหนักแล้วเราบอกเอง นั่งเลยค่ะ”

เขาไม่สนใจอาการเกรงใจไม่เข้าเรื่องแปลกๆ ของเจ้าหล่อน ออกศึกจับเธอนั่งบนตักแล้วออกแรงใช้แขนกดหน้าขาของเธอไว้ ก็คือบังคับนั่นเอง ว่าที่เจ้าสาวของเขานี่บทจะดื้อก็เอาเรื่องเหมือนกัน แต่เธอก็เป็นแบบนี้นานแล้ว เหมือนตอนที่ดื้อตาใส จะจีบเขาเป็นแฟนให้ได้มาตลอดห้าหกปีที่ผ่านมานั่นแหละ

“สรุปเป็นอะไรหืม? กลัวเรา?”

“...”

ยังคงไม่ยอมบอก เขาเลยพลิกให้ตัวเธอนอนราบลงบนโซฟา คราวนี้เจ้าหล่อนเลยแหกปากลั่นคอนโด

“บอกแล้วๆๆ”

ออกศึกไม่ยอมปล่อยเธอง่ายๆ เขายื่นหน้าเข้าหาเจ้าตัว ใกล้ชนิดรับรู้ได้ถึงลมหายใจของหญิงสาว ก่อนจะกระซิบกระซาบ “บอกว่า...”

“ก็กลัว...” เธอตอบออกมาเบาๆ เช่นกัน

พอออกศึกเห็นเธอยอมรับแล้วก็เลยยอมลุกออกห่างจากเธอ เขายื่นมือมาให้จับเพื่อจะช่วยเธอลุกขึ้นนั่ง ไม่นานยิปโซก็จับมือเขาแล้วลุกขึ้นนั่งตาม สาวสถาปนิกยกมือขึ้นจับผมทัดหูท่ามกลางสายตาของหนุ่มสถาปนิกที่ควบตำแหน่งว่าที่เจ้าบ่าวของเธออยู่ด้วย

“กลัวเราทำไม?”

“เราบอกไม่ถูกอะ” ยิปโซตอบพร้อมก้มหน้าชิดอก

ออกศึกทำหน้าครุ่นคิด เขามีสีหน้าหนักใจก่อนถามออกมาเบาๆ ว่า “หรือเธอยังไม่อยากอยู่กับเรา?”

ยิปโซกะพริบตาปริบ เธอคิดตามแล้วก็พบว่าคำตอบคือไม่ใช่…

“คือมันก็ไม่ใช่แบบนั้นอะ” หญิงสาวเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเอง “คือแบบว่า…มันซับซ้อนนิดนึง”

จะพูดยังไงดี เป็นความซับซ้อนของหญิงสาวที่กำลังจะแต่งงานอะ โว๊ะ แล้วไอ้ฝั่งเจ้าบ่าวนี่มันไม่คิดอะไรซับซ้อนบ้างเหรอ ทำไมมีเธอว้าวุ่นใจอยู่คนเดียวเนี่ย!

มันเป็นความรู้สึกหวั่นไหว กลัวที่จะพลาดอะไรไป เหมือนกับว่ากำลังตัดสินใจเรื่องที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตมากๆ อยู่อะไรงี้อะ...

ความคิดเห็น