Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 33 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 33 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2563 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 33 100%
แบบอักษร

 

 

 

พี่ชายเพื่อน 33 

 

 

 

และแล้วก็เป็นอย่างที่เขมินท์กังวลตั้งแต่เมื่อคืนไม่มีผิด เพราะตื่นเช้ามาคุณสามีก็มีอาการตัวร้อนมากกว่าเดิมแถมตอนวัดไข้ยังสูงถึงสามสิบเก้าองศา ตนเองเลยต้องเช็ดตัวและโทรเรียกหมอให้มาตรวจที่บ้านแทนการไปโรงพยาบาลในช่วงเช้าแทน เด็กๆเองก็ถูกส่งไปอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าเพราะเขมินท์นั้นกลัวลูกๆจะติดไข้จากผู้เป็นพ่อเข้าเพราะเด็กๆชอบขึ้นมานอนกอดตนเองและสามีบนเตียงเป็นประจำ 

 

“กินข้าวต้มสักหน่อยนะครับพี่เต เขมลงมือทำให้เองเลยนะครับ” เมื่อเช็ดตัวให้เสร็จแล้วก็มานั่งป้อนข้าวคนป่วยต่อซึ่งเตชิตก็ยอมกินแต่โดยดีเพราะภรรยาลงมือป้อนด้วยตนเองแบบนี้และถ้าหากจะทำตัวดื้อไปก็อายลูกๆที่คอยเดินขึ้นมาเกาะขอบประตูแอบมองด้วยความเป็นห่วงไปเสียเปล่าๆ  

 

“พี่อิ่มแล้วครับ” เมื่อกินไปได้เพียงครึ่งถ้วยเตชิตก็เอ่ยบอกภรรยาก่อนจะจับแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเอง เขมินท์เองที่เห็นว่าสามีอิ่มแล้วก็วางถ้วยลงและมองสามีที่กำลังดื่มน้ำอยู่ด้วยความพอใจไม่น้อยที่สามีกินข้าวได้มากกว่าที่คิดไว้ก่อนตนเองนั้นจะเรียกให้คนมายกถาดอาหารออกไปเก็บ 

 

“คุณหมอกำลังเดินทางมาตรวจนะครับ พี่เตนั่งพิงหลังกับเตียงก่อนนะครับอย่าพึ่งนอน อาหารยังไม่ย่อยเดี๋ยวท้องอืด” 

 

“ครับคุณภรรยาของพี่” เตชิตรับคำก่อนจะทำตามที่ภรรยาบอก เขมินท์ที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มขำที่เห็นสามีทำตัวว่าง่ายผิดปกติ แต่ว่าง่ายแบบนี้ก็ดีแล้วเพราะตนเองจะได้เหนื่อยน้อยลงเพราะแค่ดูแลเด็กๆทั้งสองคนก็เรี่ยวแรงแทบไม่เหลือแล้วถ้าคนป่วยอย่างเตชิตดื้ออีกสงสัยคนที่จะป่วยเป็นรายต่อไปคงเป็นตนเองเป็นแน่ 

 

หลังจากที่นั่งเล่นไปสักพักคุณหมอก็เดินทางมาถึงและเริ่มทำการตรวจร่างกายของเตชิตเบื้องต้นก็พบว่าเตชิตเพียงแค่พักผ่อนน้อยเท่านั้น ร่างกายเลยภูมิคุ้มกันตก เมื่อตรวจเช็กอาการเรียบร้อยอย่างถี่ถ้วนแล้วคุณหมอก็เลยฉีดยาให้หนึ่งเข็มก่อนจะแนะนำว่าให้นอนพักสักวันสองวันถ้าอาการไม่ดีขึ้นแนะนำว่าให้ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง และเมื่อคุณหมอกลับออกไปคุณสามีตัวดีก็ไม่ยอมปล่อยให้เขมินท์ได้ออกไปดูแลลูกๆ แถมเจ้าตัวยังร้องขอให้ขึ้นไปนอนเป็นเพื่อนซึ่งเขมินท์ก็ต้องยอมตามใจคนป่วยจนผล็อยหลับสนิทตามไป 

 

โมเดลและเอเลี่ยนน้อยที่ไม่เห็นคุณแม่และคุณพ่อออกมาสักทีหลังจากกินข้าวเที่ยงด้วยกันกับคุณย่าเสร็จแล้ว เด็กๆทั้งสองก็พากันขึ้นบันไดมาส่องดูคุณพ่อคุณแม่ที่ห้องนอนโดยระหว่างการขึ้นบันไดนั้นโมเดลต้องคอยจับตาดูเอเลี่ยนน้อยที่พยายามขึ้นบันไดทีละขั้นอย่างกลัวๆและกังวลว่าน้องชายจะตกบันไดหากก้าวพลาด อีกอย่างคุณแม่ก็มักจะคอยสอนเสมอว่าเอเลี่ยนน้อยยังเด็กหากทำอะไรแบบนี้โมเดลเป็นพี่ต้องจับตาดูน้องอย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาดเพราะเอเลี่ยนน้อยอาจจะเกิดอันตรายได้  

 

เพราะฉะนั้นภารกิจนี้โมเดลต้องทำให้สำเร็จ ปฏิบัติ! 

 

ช่วงกลางวันเป็นปกติของที่บ้านอยู่แล้วที่ห้องนอนของคุณแม่และคุณพ่อจะไม่ล็อกประตูทำให้สองพี่น้องสามารถเข้ามาได้อย่างสะดวก โมเดลและติณน้อยเองที่พอเข้ามาในห้องก็กวาดสายตามองหาผู้เป็นแม่และเมื่อเห็นผู้เป็นแม่เข้าก็ทำให้เด็กน้อยผู้ติดแม่ทั้งสองรีบเข้าไปหาก่อนจะปีนขึ้นเตียงโดยที่โมเดลช่วยอุ้มเจ้าเอเลี่ยนน้อยที่หนักแสนหนักขึ้นเตียงไปหาคุณแม่เป็นคนแรกตนเองถึงจะค่อยตามขึ้นไป 

 

“หนักจริงๆเลย กินให้น้อยๆหน่อยสิเอเลี่ยน” หลังจากส่งเอเลี่ยนน้อยขึ้นเตียงได้สำเร็จโมเดลก็บ่นออกมาเหมือนคนแก่ แต่ความรู้สึกหนักที่ตนเองพูดออกไปนั้นเป็นเรื่องจริงที่สัมผัสได้ เอเลี่ยนน้อยช่างเป็นเด็กที่กินเยอะจนพุงกางแถมยังชอบนอนอ้าขารับลมอีกต่างหาก โมเดลเองก็มักจะชอบแอบบ่นน้องชายในใจเสมอว่าพุงก็ไม่น่ารัก ท่านอนก็ไม่น่ารักเหมือนโมเดลแต่คนในบ้านชอบบอกว่าเอเลี่ยนน่ารัก โมเดลไม่เข้าใจความคิดของผู้ใหญ่จริงๆ อย่างเอเลี่ยนน้อยเนี่ยน่ารักตรงไหนกัน เฮ้อออออ 

 

ติณน้อยเมื่อขึ้นมาถึงที่หมายได้ก็เข้าไปแทรกกลางระหว่างพ่อกับแม่ก่อนจะเอาตูดน้อยๆของตนเองดันพ่อให้ออกห่างแล้วเข้าไปนอนกอดแม่เอง  

 

ถ้าถามว่าโลกใบนี้สำหรับติณน้อยอะไรสำคัญที่สุดติณน้อยก็จะตอบว่าแม่ เพราะแม่คือคนที่หาข้าวให้กิน เอาขนมให้กิน อ่านนิทานให้ฟังขาดแม่ไปติณน้อยต้องอดตายแน่ๆ แต่ถึงจะคิดแบบนั้นสำหรับเด็กน้อยวัยนี้แต่คนเป็นพ่อก็คือคนสำคัญรองลงมาเพราะพ่อชอบซื้อของเล่นให้ ส่วนพี่ชายหนะเหรอก็แค่คนชอบแย่งขนมกิน เหอะ! 

 

“ใครกันนะมานอนซุกอกคุณแม่กัน” เขมินท์ที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ก้มมองลูกชายคนเล็กที่ขยับตัวดุ๊กดิกอยู่ที่ช่วงอกอย่างเอ็นดู ตอนแรกตนเองจำได้ว่าถูกสามีรวบไปกอดแต่ตื่นมาเห็นลูกชายคนเล็กแทนเสียนี่ สงสัยโมเดลคงพาน้องขึ้นมาเป็นแน่ 

 

“คุณแม่ตื่นแล้ว เย้ๆ” โมเดลที่ยังไม่ทันจะปีนขึ้นเตียงเพราะพักเหนื่อยอยู่พอเห็นคุณแม่ตื่นก็ร้องลั่นด้วยความดีใจ เพราะวันนี้เป็นวันหยุดทั้งที่แต่โมเดลไม่ได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่เลย โมเดลเหงาใจเป็นที่สุด! 

 

“ครับๆ ตื่นแล้วครับ โมเดลพาน้องขึ้นมาเหรอครับ เก่งจังเลยดูแลน้องแทนคุณแม่ได้ด้วย” 

 

“คิกๆ ใช่แล้วครับโมเดลเป็นพี่ชายตัวอย่าง ดูแลเอเลี่ยนได้เพราะโมเดลโตแล้ว” โมเดลยืดอกรับอย่างภาคภูมิใจในคำชมก่อนจะปีนขึ้นเตียงไปนอนเบียดคุณแม่บ้าง ทำให้ตอนนี้เขมินท์มีเจ้าตัวน้อยทั้งสองคนอยู่รอบข้างทั้งซ้ายและขวาโดยมีผู้เป็นพ่อหลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาอยู่ใกล้ๆอย่างไม่รู้สึกตัว 

 

“อืม คุณพ่อยังนอนหลับอยู่แบบนี้เราลงไปเล่นน้ำกันมั้ยครับ วันนี้ก็อากาศร้อนๆด้วย อยู่ในห้องเดี๋ยวคุณพ่อตื่นแล้วจะไม่หายสบายเพราะเราสองคนเข้ามากวนการพักผ่อนของคุณพ่อ” 

 

“ไปครับๆ โมเดลชอบเล่นน้ำ เอเลี่ยนก็ชอบ” 

 

“ปะๆกับโม๊ะ” เมื่อเด็กทั้งสองตอบตกลงเขมินท์ก็พาลูกๆไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำ ตนเองก็เปลี่ยนด้วยเช่นกันแม้ปกติเวลาลงสระน้ำจะเป็นสามีคอยดูแลเด็กๆ แต่ตอนนี้สามีก็นอนป่วยอยู่ให้พักผ่อนไปนั่นแหละดีแล้ว ส่วนตนเองนั้นจะพาลูกๆลงสระเอง! 

 

 

 

 

ในสระว่ายน้ำของเด็กในบ้านก็เต็มไปด้วยของเล่น ไม่ว่าจะเป็นลูกบอลยางขนาดเล็กๆหลายลูก เป็ดยางที่ลอยในน้ำที่มีหลายขนาดอยู่หลายตัวและห่วงยางของติณน้อยที่เจ้าตัวถูกผู้เป็นแม่จับสวมใส่ไว้ให้ ส่วนโมเดลนั้นก็ว่ายน้ำค่อนข้างแข็งแรงกว่าเดิมทำให้ไม่ต้องใช้ห่วงยางแล้ว 

 

 

ปิ๊ป ปิ๊ป! 

 

 

ติณน้อยบีบเป็ดยางอย่างหงุดหงิดที่พี่ชายชอบสาดน้ำใส่ตนเองและว่ายหนีไป เจ้าตัวน้อยที่ทำอะไรไม่ได้ก็เอาบอลยางปาใส่พี่ชายแต่ก็ไม่โดนเลยเอาเป็ดยางมาบีบแก้หงุดหงิดตามประสาเด็กหัวร้อนง่าย 

 

“โมเดลอย่ากวนน้องสิครับ เล่นกับน้องดีๆ” เขมินท์เอ่ยดุขึ้นมาเมื่อเห็นว่าโมเดลเริ่มเล่นกับน้องแรงขึ้นเรื่อยๆ ติณน้อยเองก็เป็นเด็กหัวร้อนตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก เมื่อพี่แกล้งก็ทำหน้าหงุดหงิดจนโวยวายขึ้นมาแต่นั่นก็ทำเอาคนขี้แกล้งอย่างโมเดลหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจที่สามารถหยอกน้องชายให้หงุดหงิดจนหน้าย่นได้ 

 

“ก็เอเลี่ยนตลกนี่ครับ ชอบโมโห เป็นเด็กเป็นเล็กแท้ๆ ขี้โมโหเสียจริง” 

 

“โธ่… โมเดลครับ ลูกก็ยังเด็กนะครับ โตกว่าน้องเท่าไรกันเชียว” เขมินท์ล่ะไม่เข้าใจความคิดของลูกชายคนโตเสียเลย นับวันยิ่งทำตัวแก่แดด เมื่อก่อนอาจจะขี้อายไปบ้างแต่ตอนนี้ความอายคืออะไรลูกของเขมินท์นั้นคงลืมไปแล้ว เพราะตั้งแต่สนิทกับหนูนะโมก็แสบซ่าส์เหลือเกิน แต่สามีนั้นกลับชอบใจที่ลูกเริ่มเข้าสังคมเก่งและเริ่มไม่ยอมให้ใครมารังแกเหมือนช่วงเข้าเรียนแรกๆ ต่างจากเขมินท์ที่เป็นห่วงเหลือเกินว่าอนาคตโมเดลจะมีความคิดแปลกๆกว่าคนทั่วไปมากกว่านี้ 

 

แต่ก็นะ เป็นลูกชายของเตชิต วินิชราชกุลแถมยังเป็นทายาทคนโตเชื้อคงไม่ทิ้งแถวผู้เป็นพ่อไปไกลเสียเท่าไร เขมินท์ก็คงได้แต่ทำใจปวดหัวล่วงหน้า ลูกพี่เตนี่ลูกพี่เตจริงๆ แต่อย่างน้อยก็ขอหวังเล็กๆน้อยๆอีกสักเรื่องของติณน้อยก็แล้วกัน ขออย่าให้ดื้อเท่าพี่ชายเลย ไม่งั้นคนจะเหนื่อยคงไม่พ้นตนเอง เฮ้ออออออ 

 

 

 

.....................................................50%............................................................ 

 

 

 

หลังจากที่เตชิตหายป่วยแล้วก็ถึงเวลากีฬาสีของเด็กอนุบาล โมเดลคนเก่งของบ้านลงแข่งวิ่งพลัดและแข่งกินวิบาก ซึ่งในวันนี้เจ้าตัวอ้วนก็ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวแต่เช้า ชุดกีฬาสีชมพูที่จับฉลากสีได้ถูกสวมใส่ด้วยตนเองก่อนจะยืนมองตนเองในกระจกอย่างภาคภูมิใจ 

 

วันนี้แหละ โมเดลจะบอกให้โลกรู้ว่าตนเองนั้นเก่งที่สุด! 

 

“วันนี้ตื่นเร็วจังเลย ตื่นเต้นใช่รึเปล่าครับคนเก่ง” เขมินท์ที่เดินเข้ามาดูลูกชายเหมือนทุกวันก็อดแปลกใจไม่น้อยที่เห็นลูกชายอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วทั้งๆที่ปกติจะยังนอนหลับอยู่บนเตียงในสภาพก้อนโด่งขึ้นมาซึ่งเป็นภาพที่ชินตาในทุกวัน 

 

“ตื่นเต้นครับ คุณแม่ครับวันนี้โมเดลจะกินข้าวน้อยๆนะครับ เดี๋ยวโมเดลวิ่งไม่ไหว” 

 

“โธ่… ลูกครับ กินเยอะๆดีกว่านะครับเดี๋ยวไม่มีแรงวิ่ง” 

 

“ก็ได้ครับ โมเดลเชื่อคุณแม่” 

 

“งั้นโมเดลลงไปรอที่โต๊ะนะครับ เดี๋ยวคุณแม่ไปดูคุณพ่อกับน้องก่อนว่าเสร็จรึยัง จะได้กินข้าวเช้าและออกไปกันได้เลย” 

 

“รับทราบครับผม” โมเดลรับคำก่อนจะรีบวิ่งลงไปรอที่ชั้นล่าง ส่วนเขมินท์ก็ไปดูสองพ่อลูกที่ไม่รู้ว่าคุณสามีแต่งตัวให้ลูกชายเสร็จรึยัง เพราะวันนี้เราทั้งครอบครัวจะไปงานกีฬาสีของเด็กอนุบาลโดยใส่เสื้อสีชมพูกันทุกคนให้เข้ากับสีของโมเดลและจดหมายเชิญจากทางโรงเรียนเองก็ขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองมามีส่วนร่วมและให้กำลังใจเด็กๆ ซึ่งพี่เตก็ถึงกับขนาดรีบเคลียร์งานให้เสร็จก่อนวันนี้เพื่อจะได้ไปดูลูกชายสุดที่รักแข่งกีฬาตามประสาคนเห่อลูกแถมชุดที่สวมใส่วันนี้ก็เป็นชุดแบบเดียวกันทั้งครอบครัวยกเว้นโมเดลที่เป็นเครื่องแบบของทางโรงเรียน เรียกได้ว่าคุณสามีเห่อแบบสุดๆถ้ามีชุดแบบเดียวกับโมเดลก็คงใส่แบบลูกนั่นแหละ 

 

“พี่เตแต่งตัวให้ติณน้อยเสร็จรึยังครับ” หลังจากที่ไปดูโมเดลเสร็จเรียบร้อยแล้วตนเองก็เดินมาที่ห้องนอนของลูกชายคนเล็กต่อซึ่งพอเปิดประตูเข้าไปตนเองก็ส่งเสียงร้องถามสามีทันที ก่อนจะมองเห็นว่าสามีนั้นทาแป้งให้ลูกชายลงบนใบหน้าเหมือนละเลงลงเหมือนทาเล่นเสียมากกว่า  

 

ยังมีแป้งเป็นคราบๆอยู่เลย….. 

 

“เสร็จแล้วครับเขม” 

 

“นี่ทาแป้งหรือทำอะไรกับลูกกันครับ แป้งเป็นคราบเต็มหน้าไปหมดเลย” เขมินท์เดินมาเช็ดคราบแป้งให้ลูกชายก่อนจะหอมแก้มไปอีกฟอดด้วยความเอ็นตัวเจ้าตัวน้อย  

 

ซึ่งวันนี้ตื่นเช้ากว่าทุกวันติณน้อยเลยค่อนข้างยังมีอาการงัวเงียอยู่ไม่น้อยเลยยังไม่แผลงฤทธิ์ดื้อเท่าไร 

 

“เดี๋ยวอุ้มลูกลงไปกินข้าวนะครับ โมเดลรออยู่แล้วเดี๋ยวเขมจะเอากระเป๋าที่จัดไว้ที่ห้องแล้วจะตามลงไป” 

 

“ครับคุณภรรยา”  

 

เตชิตรับคำก่อนจะทำตามทำคำสั่งของคุณภรรยาอย่างไม่ขาดตกบกพร่องและเมื่อมาถึงห้องอาหารก็ไม่ลืมจับเจ้าเด็กอ้วนฟัดแก้ม วันนี้ดวงตาของลูกชายเต็มไปด้วยไฟต่อสู้ เตชิตก็อดที่จะภูมิใจไม่ได้เมื่อเห็นสายตาจริงจังของลูกแบบนั้น 

 

เชื้อของคนเป็นพ่ออย่างตนเองนี่มันแรงจริงๆเลย  

 

“ติณน้อยหม่ำๆครับ ถ้าไม่หม่ำให้เสร็จเดี๋ยวเราจะพาพี่โมเดลไปโรงเรียนสายนะครับ” หลังจากที่ทุกคนจัดการอาหารเช้าจนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เหลือเพียงแค่ติณน้อยเท่านั้นที่ไม่ยอมอิ่มสักทีแถมยังเอาแต่อมข้าวเล่น เขมินท์ดุก็แล้วก็ยังไม่มีท่าทีที่จะเสร็จสักที  

 

ช่างดื้อขึ้นทุกวันจริงๆเลย ดื้อกว่าโมเดลตอนเด็กเสียอีก 

 

“เอเลี่ยนไม่หม่ำก็ไม่ต้องป้อนแล้วครับคุณแม่ โมเดลจะสายแล้ววววว” โมเดลบอกขณะที่คุณพ่อเอารองเท้าผ้าใบคู่เก่งมาสวมให้ ในตอนนี้เลือดนักสู้ในกายของตนเองกำลังเดือดพล่านจนไฟลุกท่วมตัว  

 

วันนี้โมเดลจะต้องชนะให้ได้! 

 

“ไม่ได้ครับโมเดล น้องกินไปไม่กี่คำเอง” 

 

“เอเลี่ยนไม่เก่งเลย กินไม่เก่งก็ไม่โตนะรู้เปล่า ดูพี่สิ แข็งแรงและโตเร็วที่สุด” โมเดลเบ่งกล้ามที่มีแค่ไขมันให้น้องชายดูอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งติณน้อยที่เห็นแบบนั้นก็หันหน้าหนีก่อนจะเอามือน้อยๆปัดช้อนคุณแม่ให้ออกห่างและไม่ยอมกินข้าวอีกทำให้เขมินท์ยอมแพ้ที่จะไม่ป้อนต่อเลยรีบเช็ดปากเช็ดมือให้ลูกชายตัวเล็กแล้วให้พี่เตมาสวมรองเท้าคู่เล็กให้ต่ออีกคนและเมื่อทุกคนพร้อมหมดแล้วก็รีบพาไปขึ้นรถเพื่อไปโรงเรียนของโมเดล 

 

เมื่อมาถึงที่โรงเรียนเสียงเด็กๆอนุบาลที่มีคุณพ่อคุณแม่มาด้วยก็เสียงดังเต็มไปหมด วันนี้เป็นกีฬาสีของเด็กเล็กอย่างชั้นอนุบาลเพียงอย่างเดียวส่วนเด็กปฐมที่โตกว่าก็ให้หยุดเรียน ทำให้วันนี้คนไม่เยอะเท่าที่ควร 

 

“มะๆ เอาๆ”  

 

“ไม่เอาครับน้องติณ” ติณน้อยที่ชี้ไปที่ลูกโป่งหลากสีที่ถูกจัดอยู่รอบๆโรงเรียน แต่เขมินท์ก็ไม่สามารถตามใจลูกได้เพราะมันไม่ใช่ของแจกหรือของที่ขายไปหยิบมาโดยพลการไม่ได้เด็ดขาด 

 

“คุณแม่ครับ ไปนั่งตรงนั้นนะครับมีที่ว่างอยู่” โมเดลชี้ไปตรงที่ว่างข้างสนามที่ยังไม่มีคนจองซึ่งทางโรงเรียนมีผ้าปูนิ่มๆให้ผู้ปกครองได้นั่งดูเด็กแข่งในสนามกีฬาที่อยู่ภายใต้โดมแห่งนี้ ทำให้ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลว่าเด็กๆจะตากแดดและถ้าหากบ้านไหนไม่ได้เตรียมอาหารช่วงเที่ยงมาด้วยทางโรงเรียนก็มีจำหน่ายให้ แต่วันนี้เขมินท์เตรียมมาพร้อมหมดทุกอย่างเลยไม่ต้องเป็นกังวลเท่าไร 

 

“ติณน้อยครับไม่เดินนะครับ พี่ชายเราเค้าไปหาคุณครูเตรียมลงแข่ง เราไปกับพี่เค้าไม่ได้นะ” เขมินท์บอกลูกชายคนเล็กที่ท่าทางจะเดินตามพี่ชายของตนเองไปแต่ติดว่าตนเองนั้นถูกจับใส่สายรัดผูกติดข้อมือกับพี่เตเอาไว้เพราะกลัวลูกเดินหายไปไม่รู้ตัวทำให้เดินตามพี่ชายไปไม่ได้ 

 

“ฮึ!” เจ้าตัวเล็กส่งเสียงฮึดฮัดขัดใจออกมาก่อนจะยอมนั่งลงเฉยๆ สายตาก็คอยมองหาพี่ชายไปรอบๆโดยไม่ได้สนใจผู้คนที่อยู่รอบกาย ส่วนคนเป็นพ่อก็เอากล้องออกมาเช็กเพื่อเตรียมพร้อมถ่ายโมเดลตอนลงแข่ง 

 

การแข่งขันของเด็กๆก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเด็กๆมากันพร้อมเพียงแล้ว การแข่งขันช่วงแรกเป็นการแข่งวิ่งเดี่ยวก่อนจะเป็นการวิ่งพลัดที่โมเดลจะต้องลงแข่ง โมเดลที่ไปรายงานตัวกับคุณครูแล้วก็วิ่งกลับมาขอกำลังใจกับครอบครัวก่อนจะกลับไปเตรียมตัวก็ไม่ลืมหอมเหม่งน้องชายเบาๆอีกทีแล้ววิ่งกลับไปรวมตัวเหมือนเดิม ติณน้อยเองเมื่อปราศจากเงาพี่ชายก็ร้องออกมาจะให้พ่ออุ้มเพื่อดูพี่ชายทำให้กล้องถ่ายรูปตกมาอยู่ที่เขมินท์แทน 

 

การวิ่งพลัดของโมเดลกำลังจะเริ่มต้นขึ้น โมเดลที่เป็นคนวิ่งสุดท้ายก่อนจะต้องเข้าเส้นชัยก็อดตื่นเต้นไม่น้อย แต่เพราะไฟในใจมันลุกโชนเด็กน้อยตัวอวบจึงมีแต่ความฮึกเหิมเต็มหัวใจที่ใฝ่ฝันในการชนะเท่านั้น ถึงแม้คุณครูจะบอกว่าการแข่งขันเป็นเพียงแค่กิจกรรมให้เล่นสนุกๆแต่สำหรับโมเดลนั้น โมเดลอยากชนะแล้วเอาไปคุยอวดน้องชายมากกว่าว่าพี่ชายคนน้นั้นเก่งแสนเก่ง 

 

และแล้วการแข่งขันชนิดแรกของโมเดลก็ชนะดังที่คาดไว้ โมเดลจึงกระโดดกอดเพื่อนรักอย่างนะโมด้วยความดีใจก่อนทั้งคู่จะจูงมือกันตามเพื่อนๆที่ช่วยกันแข่งขันไปรับเหรียญรางวัลที่มีให้เหมือนกันทุกๆคนเพราะทางโรงเรียนไม่อยากให้เด็กๆเห็นว่าการแพ้หรือชนะเป็นเรื่องสำคัญแค่อยากให้สนุกร่วมกันเฉยๆ 

 

“เก่งมากครับคนเก่งของพ่อ ไหนเอาพุงมาฟัดหน่อย” เตชิตบอกลูกชายก่อนจะเอามืออีกข้างอุ้มลูกชายคนโตข้ามาหามาหอมแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว 

 

เก่งที่สุดในโลกเลย ลูกชายของเตชิตเนี่ย 

 

“เอเลี่ยนพี่เก่งมั้ย อ่ะพี่ให้จะได้เก่งๆเหมือนพี่ไง” โมเดลถามน้องชายที่อยู่ในอ้อมกอดคุณพ่อเหมือนกันอย่างมีความสุขและก็ไม่ลืมจับเอาเหรียญที่ห้อยคอของตนเองเปลี่ยนไปสวมให้น้องชายแทน ซึ่งติณน้อยก็ตบมือแรงๆด้วยความชอบใจก่อนจะดิ้นให้ผู้เป็นพ่อปล่อยตนเองกับพี่ชายลงได้แล้ว 

 

และพอได้ลงมาที่พื้นแล้วติณน้อยก็เอาเหรียญที่พี่ชายให้มาอวดผู้เป็นแม่ ทำให้เขมินท์ต้องจับลูกชายทั้งสองยืนคู่กันก่อนจะกดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปไว้เป็นความทรงจำและก็ไม่ลืมรบกวนคนแถวนั้นกดถ่ายภาพครอบครัวให้ด้วยอีกสองสามภาพ ก่อนจะพาเด็กๆไปนั่งพักดูการแข่งขันกีฬาอย่างอื่นต่อจนถึงช่วงเวลาพักเที่ยงก่อนจะเข้าสู่เกมส์รอบสุดท้ายคือการแข่งขันการกินวิบากของเด็กๆ ที่ทำให้โมเดลกินข้าวเที่ยงไปนิดหน่อยเพราะกลัวแข่งไม่ไหว 

 

“โม๊ะ หม่ำๆ” ติณน้อยที่ถูกจับป้อนอาหารกลางวันพอกินไปหมดคำก็ไม่ลืมเรียกพี่ชายให้หม่ำๆด้วยคน แต่โมเดลอิ่มแล้วเลยส่ายหน้าปฏิเสธน้องชายก่อนจะล้มตัวลงนอนบนตัวคุณแม่ที่กำลังป้อนข้าวน้องชายที่นั่งอยู่บนตัวคุณพ่ออยู่ ตนเองก็นอนมองภาพนั้นเงียบๆเป็นการพักแรงไว้แข่งรอบบ่าย 

 

ในที่สุดการแข่งขันในช่วงบ่ายของกีฬาสุดท้ายก็ได้เริ่มต้นขึ้น โมเดลที่ออกไปเตรียมตัวในสนามแล้วก็มีกันยาและนะโมเพื่อนรักมาคอยยืนให้กำลังใจ เตชิตที่เห็นเด็กบ้านหัสบดินทร์ไปยืนเกาะแกะลูกชายสุดที่รักก็เริ่มไม่สบอารมณ์ ถ้าภรรยาไม่ห้ามไว้เตชิตจะเข้าไปแทรกกลางระหว่างโมเดลกับเจ้าเด็กบ้านหัสบดินทร์ให้ยืนห่างๆกัน  

 

ติณน้อยที่เริ่มสิ้นฤทธิ์ก็นอนบนตักของเขมินท์พร้อมกับขวดนมในมือที่กำลังนอนดูดอยู่ก็เริ่มมีอาการตุ่ยและการที่อากาศร้อนกว่าอยู่บ้านทำให้เด็กน้อยหมดเรี่ยวแรงแม้ว่าจะไม่ได้ทำอะไรเลย แถมพอนมถูกเติมเต็มลงท้องหนังตาก็เริ่มหย่อน คล้ายจะหลับลงไปทุกทีทำให้ติณน้อยนั้นไม่รู้ว่าพี่ชายตนเองกำลังถูกคนที่ผู้เป็นพ่อไม่ชอบหน้าเข้าใกล้จนแนบชิดแบบริมฝีปากปะทะแก้มนุ่มๆ 

 

โมเดลที่เตรียมตัวแข่งขันก็พยายามเตรียมความพร้อมให้ร่างกายและไม่ลืมลูบพุงน้อยของตนเองเบาๆและคอยพูดให้พุงน้อยๆฟังว่าวันนี้ต้องเต็มที่นะ พี่โมเดลคนนี้กินอาหารฝีมือคุณแม่ไปน้อยเดียวเพื่อวันนี้เลย 

 

“น้องแก้มนิ่มสู้ๆนะครับ พี่เอาใจช่วยถ้าชนะพี่จะเอาอมยิ้มให้หนึ่งกล่องใหญ่ๆเลย” กันยาบอกอย่างเอาใจ วันนี้ตอนเช้าๆตนเองก็ไม่ได้เจอน้องแก้มนิ่มเลยเพราะตนเองก็ต้องเข้าแข่งขันกีฬาด้วย พ่อกับแม่ก็ไม่ให้ไปเดินเล่นรอบงานอีกอย่างมีนาน้อยๆก็มากันยาเป็นพี่ชายที่แสนดีจะยอมน้อยหน้ากว่าฝาแฝดตนเองเอาใจน้องน้อยได้ยังไงกัน เดี๋ยวมีนารักกันยาน้อยสุดจะทำยังไง ความลำบากใจของพี่ชายนักรักอย่างกันยานี่ลำบากจริงๆ 

 

“อื้อ ถ้าเราชนะอย่าลืมล่ะ” 

 

“ครับพี่สัญญาเลย ถ้าอย่างนั้นให้พี่หอมหน่อยนะ เป็นกำลังใจไง” 

 

“ก็ได้” โมเดลยื่นแก้มให้อีกฝ่ายหอมอย่างไม่เขินอายเพราะค่อนข้างเคยชินแล้ว ส่วนกันยานั้นรู้สึกอยากโตเร็วๆแล้วจะได้เอาเงินในกระปุกออมสินไปสู่ขอน้องแก้มนิ่มกลับมาเล่นด้วยที่บ้าน 

 

แก้มก็นิ่ม หอมก็หอม น่ารักก็น่ารัก กันยายกเงินให้ทั้งกระปุกออมสินเลย!! 

 

“โมเดลนี่ไม่เล่นตัวเลย นะโมบอกแล้วไงว่าอย่าถูกซื้อด้วยของกิน” ส่วนนะโมที่เป็นเพื่อนรักของโมเดลก็ได้แต่มองภาพตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมากับนิสัยของเพื่อนที่ถูกพี่อนุบาลสองล่อลวงได้ง่ายๆทุกครั้งแบบนี้ 

 

ทางด้านเตชิตเองที่เห็นภาพนั้นเข้าก็อยากจะเข้าไปจับเจ้าเด็กหัสบดินทร์เหวี่ยงออกไปแต่ก็ต้องทำใจเพราะตนเองก็โตแล้วถ้าเกิดทำแบบนั้นภาพพจน์ที่มีก็ดูแย่แถมยังจะโดนภรรยาบิดหูขาดอีกที่ไปรังแกเด็ก ทำให้ตอนนี้ตนเองต้องถือกล้องถ่ายไปทั้งที่ในใจมันร้อนเป็นไฟ! 

 

การแข่งขันในการกินวิบากก็ได้เริ่มขึ้นและจบลงพร้อมกับชัยชนะของโมเดลที่แข่งเกมส์ผ่านไปได้โดยง่าย โดยในการแข่งขันมีทั้งหมดสี่ด่านและในด่านแรกก็คือการเป่าแป้งทาหน้าหาเหรียญให้เจอก่อนจะเข้าสู่ด่านที่สองได้ซึ่งในด้านที่สองนี้ก็เป็นด่านที่ต้องกินเค้กให้หมดหนึ่งชิ้นก่อนจะเข้าสู่ด่านที่สามที่ต้องดื่มน้ำแดงเฮลบลูบอยให้หมดและจึงจะสามารถเข้าสู่ด่านสุดท้ายได้นั่นก็คือการเป่าลูกโป่งให้แตกและวิ่งเข้าเส้นชัยถึงจะเป็นการชนะ ซึ่งโมเดลก็สามารถชนะและเข้าสู่เส้นชัยได้อย่างสวยงามสมกับความพยายามของตนเองที่กินข้าวเที่ยงน้อยๆและสามารถแข่งกินวิบากได้อย่างสบายไม่มีอาการจุกเสียดท้องสักนิดเดียว 

 

เตชิตที่ถ่ายวิดีโอลูกชายไว้ก็ทุกช็อตก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกชายเหลือเกินที่เป็นคนเก่งทั้งด้านเรียนและกีฬาแบบนี้ แม้จะมีอาการไม่ถูกใจเจ้าเด็กหัสบดินทร์นั่นบ้างก็ตามแต่ก็พอปล่อยผ่านไปได้เพราะวันนี้ลูกชายน่ารักเหลือเกิน ขนาดหน้าตาเลอะด้วยแป้งก็ยังน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด! 

 

“คุณพ่อครับ โมเดลเก่งมั้ยครับ” โมเดลที่ขึ้นไปรับเหรียญรางวัลเสร็จแล้วก็วิ่งกลับมาหาครอบครัวพร้อมกับวิ่งเข้ามากอดขาผู้เป็นพ่อก่อนจะเอ่ยเสียงใส 

 

“เก่งที่สุดเลยครับ ลูกของพ่อเก่งที่สุดในสายตาพ่ออยู่แล้ว” 

 

“ใช่มั้ยครับ โมเดลเก่งเนอะ แต่เอเลี่ยนนอนหลับหนีความเก่งของโมเดลอีกแล้ว” 

 

“น้องง่วงนอนหนะครับโมเดล คนเก่งของคุณแม่ก็ให้คุณพ่อเช็ดคราบแป้งออกให้ก่อนนะครับ หน้าตาเลอะหมดเลย เดี๋ยวทางโรงเรียนประกาศปิดงานเราจะได้กลับบ้านกัน” เขมินท์ที่นั่งถือพัดลมใส่ถ่านอันเล็กที่กำลังจ่อพัดให้ลูกชายคนเล็กอยู่เอ่ยขึ้น ติณน้อยนั้นถึงเวลานอนก็ผล็อยหลับสนิทไปทั้งๆที่มือยังกำเหรียญที่พี่ชายของตนเองนั้นให้ไว้อยู่ไม่ยอมปล่อย 

 

“มาครับโมเดลพ่อเช็ดหน้าให้” 

 

“ครับ แต่ว่าคุณพ่อครับ ก่อนกลับบ้านพาแวะกินไอศกรีมได้มั้ยครับ” 

 

“ได้สิครับ วันนี้เป็นวันของลูกนี่นา” เตชิตเอ่ยบอกก่อนจะใช้ผ้าเช็ดใบหน้าให้ลูกชายเบาๆ ส่วนโมเดลนั้นก็เป็นเด็กดียืนนิ่งๆให้คุณพ่อเช็ดและพอเช็ดเสร็จก็เอาน้ำดื่มเย็นๆมาดื่มก่อนจะนั่งลงข้างคุณแม่และมองเอเลี่ยนน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่บนตักด้วยความรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย 

 

เป็นเด็กนี่ดีจังเลยน้า เป็นผู้ใหญ่แบบโมเดลนี่เหนื้อยเหนื่อยยยยย เฮ้ออออ  

 

 

 

.......................................................100%........................................................................ 

ไม่มีอะไรจะท็อคคคค แต่ขอให้อ่านอย่างมีความสุขค่ะ 

 

 

 

 

ความคิดเห็น