Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฝันร้ายจากวันวาน

ชื่อตอน : ฝันร้ายจากวันวาน

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 390

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 12:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฝันร้ายจากวันวาน
แบบอักษร

 

❤ ตอนที่ 1 ❤ 

 

Just a bad dream ฝันร้ายจากวันวาน 

 

“คุณมีคนอื่นหรือเปล่าคะ?” 

 

เฮย์เดนหันขวับมามองภรรยาอย่างตกตะลึง มือใหญ่ซึ่งกำลังพลิกเอกสารที่นำกลับมาพิจารณาต่อที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวถึงกับแข็งค้างไปชั่วขณะ

 

“อะไรนะ?” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเสียจนไม่ว่าใครได้เห็นก็คงต้องหวาดหวั่น แต่โชคดีที่นวินดาไม่ใช่พนักงานที่ต้องรอรับเงินเดือนจากเขา ไม่ใช่ญาติที่ต้องรอรับความช่วยเหลือ ไม่ใช่ทาสที่ต้องร้องขอความเมตตาจากผู้เป็นนาย ความขุ่นเคืองของเขาจึงไม่มีผลต่อเธอแต่อย่างใด เธอยอมเขามามากจนเกินไปแล้ว ยอมจนเขาไม่คิดที่จะใส่ใจความรู้สึกของเธอเลยสักนิด คิดจะควงผู้หญิงคนไหนไปออกงานด้วย ก็ทำตามอำเภอใจโดยไม่ได้บอกกล่าวหรือแม้แต่จะอธิบายให้เธอเข้าใจเลยสักคำ!

 

“คุณได้ยินแล้วละค่ะ คงไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำอีก”

 

“ผมหมายถึงคุณถามบ้าอะไรออกมา! นี่ที่ทำเป็นมึนตึงกับผมมาหลายต่อหลายวันก็เพราะคิดเรื่องบ้าๆ พวกนี้น่ะเหรอ?”

 

อ๋อ! แสดงว่าเขาก็รู้นี่ว่าเธอเปลี่ยนไป แต่ก็ยังไม่คิดที่จะง้องอนหรือแม้แต่จะถามไถ่สักคำว่าเกิดอะไรขึ้น!

 

“ตายจริง! นี่คุณรู้สึกด้วยเหรอคะ?” ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างแรงกับถ้อยคำที่เต็มไปด้วยการประชดประชันของเธอ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายและรำคาญราวกับเธอเป็นคนด้อยสติปัญญาที่เขาจนปัญญาจะสื่อสารด้วยอย่างไรอย่างนั้นและนั่นก็ยิ่งทำให้นวินดายิ่งโมโหมากขึ้นไปอีก

 

“ก็คุณเป็นเสียอย่างนี้ไง ผมถึงไม่อยากพูดอะไร เราไม่ใช่เด็กๆ กันแล้วนะ มีอะไรก็ควรคุยกันตรงๆ ไม่ใช่มาเล่นแง่รอให้ผมง้องอนเป็นเด็กประถมแบบนี้” จริงอยู่ว่าภรรยาของเขาอายุน้อยกว่าเขาถึงเจ็ดปี แต่เธอก็ไม่ควรจะไร้เหตุผลถึงขนาดนี้ เธอควรจะรู้สิว่าสามีของเธอไม่ได้ว่างพอที่จะนอนหลับอย่างเต็มอิ่มด้วยซ้ำ แล้วเขาจะเอาเวลาที่ไหนไป ‘มีคนอื่น’ กันล่ะ!

 

“ดีค่ะ! พูดกันตรงๆ ก็ดี! ฉันถามไปแล้ว คุณก็ตอบมาสิคะว่าคุณ มีคนอื่นหรือเปล่า?” เมื่อนึกถึงทุกอย่างที่เขาทำกับเธอในระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานี้ นวินดาก็ต้องพยายามข่มความรู้สึกอยากจะกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าไปทุบตีเขาให้สาแก่ใจลงไปเสีย และพยายามใจเย็น ‘คุยกันตรงๆ’ อย่างที่เขาต้องการ

 

“คุณอาศัยอะไรถึงมาถามคำถามนี้กับผม?” เฮย์เดนไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอไปเอาไอ้ความคิดเหลวไหลพวกนี้มาจากไหน และเขาก็ชักจะรำคาญเต็มทีแล้วที่ต้องมาตกเป็นจำเลยในเรื่องที่ไร้สาระและไม่มีมูลความจริงเลยแม้แต่น้อยแบบนี้

 

“ก็คุณบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่ามีอะไรเราก็ควรจะพูดกันตรงๆ”

 

“ใช่! แต่ผมไม่คิดว่าคุณจะถามอะไรแบบนี้ ในเมื่อคุณก็น่าจะรู้ คำตอบดีอยู่แล้ว” เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปมีคนอื่นอีก? ลำพังแค่เธอคนเดียวก็แทบจะไม่มีเวลาให้แล้ว!

 

“ฉันเคยคิดว่าฉันรู้คำตอบดี แต่ตอนนี้เริ่มจะสงสัยแล้วว่าคำตอบที่ฉันรู้ มันอาจจะไม่ใช่ความจริงก็ได้” 

 

นัยน์ตากลมโตที่เคยสดใสและเปล่งประกายราวกับดาวจรัสแสงนั้นหม่นเศร้าเสียจนเฮย์เดนอดใจหายไม่ได้ แม้เขาจะหงุดหงิดและรำคาญความฟุ้งซ่านจนเข้าขั้นวิตกจริตของเธอ แต่ก็ไม่ปรารถนาจะให้เธอทุกข์ใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม

 

“หมายความว่ายังไง? คุณสงสัยอะไรกันแน่?”

 

“ก็ได้! งั้นฉันจะไม่อ้อมค้อมละนะคะ อธิบายให้ฉันฟังหน่อยสิคะ ว่าข่าวนี้คืออะไร” หญิงสาวเลื่อนหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ฉบับหนึ่งไปตรงหน้าเขา ซึ่งชายหนุ่มมองเพียงแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เธอโกรธจนแทบไม่มองหน้าเขาแบบนี้ เฮย์เดนถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะเขาเบื่อละครเรื่องนี้เต็มทีแล้วจริงๆ

 

“ก็อย่างที่เห็น เราไปงานด้วยกัน ที่คุณโกรธจะเป็นจะตายเพราะข่าวแค่นี้เนี่ยนะ?” นวินดากัดริมฝีปากแน่นกับคำตอบที่เหมือนมันไม่มีอะไรสลักสำคัญ ทั้งๆ ที่มันเป็นภาพที่ล่อแหลมจนกลายเป็นข่าวพาดหัวบนหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ชื่อดังไปแล้วแท้ๆ!

 

“แค่ไปงานด้วยกัน แล้วทำไมต้องกอดกันด้วยคะ?” หญิงสาวกัดฟันถามต่อ ขอเพียงแค่เขาอธิบายเหตุผลที่ทำแบบนั้น เธอก็จะเข้าใจและไม่เซ้าซี้อะไรอีก แต่นอกจากเขาจะไม่มีคำอธิบายให้เธอเลยสักคำ เฮย์เดนยัง ยอกย้อนด้วยคำถามที่ทำให้เธอเจ็บไปถึงขั้วหัวใจด้วย!

 

“นี่ผมต้องมาอธิบายอะไรงี่เง่าแบบนี้ด้วยเหรอ?”

 

“งี่เง่า? ขอโทษเถอะค่ะ! ถ้าฉันไปกอดกับผู้ชายคนอื่นลงหน้าหนึ่งแบบนี้คุณจะคิดว่ามัน ‘งี่เง่า’ ไหม!”

 

“อย่าได้คิดที่จะลองเชียว!” ชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาโกรธจัดจนแทบจะพ่นไฟได้ ความจริงนวินดาน่าจะโกรธที่เขาทำตามใจตนเองโดยไม่สนใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร แต่กลับคาดหวังให้เธอปฏิบัติตนอย่างระมัดระวัง แต่เธอกลับรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อพบว่าแม้เขาจะไม่เคยพูดคำว่า ‘รัก’ กับเธอ แต่อย่างน้อยเฮย์เดนก็ยังหวงเธออยู่บ้าง

 

“งั้นมันก็คงไม่ใช่แค่เรื่อง ‘งี่เง่า’ สินะคะ?”

 

“นี่คุณต้องเอาชนะผมให้ได้เลยใช่ไหม?”

 

“ฉันไม่ได้ต้องการชนะคุณค่ะ ฉันต้องการ ‘คำตอบ’ ! โอเค...ถ้าคุณคิดว่านั่นคือคำตอบ งั้นนี่ล่ะคะ...นี่คืออะไร?” นวินดาเลื่อนภาพถ่ายขนาดใหญ่ที่เธอเพิ่งได้รับทางไปรษณีย์เมื่อเช้านี้ให้เขาดูและปวดแปลบที่หัวใจขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเขาชะงักไปทันทีที่เห็นภาพดังกล่าว

 

เธอเคยคิดว่าเขาคงต้องโกรธมากแน่ๆ...

 

อาจจะโมโหและแสดงออกถึงความไม่พอใจเหมือนทุกครั้งที่เธอ ไม่เชื่อใจเขาจนต้องนำภาพเหล่านี้มาตั้งคำถาม...

 

แต่ไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าเขาจะนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งราวกับยอมจำนนต่อหลักฐานแบบนี้!

 

“คุณไปเอารูปพวกนี้มาจากไหน?” เฮย์เดนถามเสียงเครียด ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าภาพนี้ถูกถ่ายเอาไว้ตั้งแต่เมื่อไร แต่แน่ใจได้เลยว่าผู้ที่ส่งมันมาให้เธอต้องไม่ได้ประสงค์ดีกับพวกเขาทั้งคู่แน่!

 

“ฉันได้รับมันเมื่อเช้านี้ อธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหมคะว่าทำไมคุณถึงไปอยู่ในห้องในโรงแรมกับเธอตามลำพัง?”

 

ในภาพนั้นเห็นทั้งชื่อโรงแรม หมายเลขห้อง และแทบจะทุกอิริยาบถของทั้งคู่ตั้งแต่บนรถ หน้าห้อง ไปจนถึงด้านใน เห็นชัดจนไม่อาจปฏิเสธ ได้เลยว่าชายในภาพไม่ใช่เขา และแน่นอนว่าอีกฝ่ายย่อมต้องเป็นเบรนน่า แม็คคาร์ทนีย์อย่างไม่มีข้อสงสัย เธอคงจะใจเย็นได้อยู่หรอก ถ้าเบรนน่าไม่ใช่ ‘ลูกสะใภ้ในฝัน’ ที่บิดาของเขาหมายมั่นปั้นมือว่าอยากจะได้มาเป็นศรีสะใภ้แทนเธอใจจะขาด และคงจะพยายามเข้าใจเฮย์เดนได้มากกว่านี้ หากพวกเขาไม่ได้มีข่าวว่าคบหากันมาตั้งแต่ก่อนที่เธอกับเฮย์เดนจะแต่งงานกัน และหลังจากวันแต่งงานเบรนน่าจะไม่ได้ประกาศว่าความจริงเฮย์เดน กับหล่อนรักกันมากแค่ไหน เพียงแต่หล่อนพลาดที่งอนเขาจนขาดการติดต่อกันไปพักใหญ่ รู้ตัวอีกทีเฮย์เดนก็แต่งงานกับนวินดาเสียแล้ว!

 

เธออยากจะเชื่อใจเขาอย่างที่ภรรยาที่ดีควรทำ แต่หลักฐานต่างๆ ที่ ‘ผู้หวังดี’ ทยอยส่งมาที่เพนต์เฮาส์และภาพข่าวทั้งหมดในระยะสามเดือนที่ผ่านมา รวมถึงหลายครั้งที่เธอได้เห็นกับตาตนเองก็ทำให้ชักจะใจเย็น ไม่ไหว แม้เขาจะไม่เคยพาเธอไปออกงานด้วยกันเลยสักครั้งก็ไม่เป็นไร เพราะเธอเองก็ไม่ค่อยชอบเข้าสังคมสักเท่าไรอยู่แล้ว แต่การควงเบรนน่าซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอดีตคนรักไปงานแทนภรรยาเกือบทุกงานนั้นมันสมควรแล้วหรือ?

 

“ผมไม่จำเป็นต้องอธิบาย” ดูจากท่าทีของเธอ นวินดาคงจะปักใจเชื่อไปแล้วว่าเขานอกใจ และถ้าเธอเชื่อรูปพวกนี้ซึ่งเห็นได้ชัดว่าคนถ่ายมีจุดประสงค์ร้ายมากกว่าเขาซึ่งเป็นสามีของเธอ นวินดาก็ไม่สมควรที่จะได้รับคำอธิบายใดๆ จากเขา!

 

“ไม่จำเป็นเหรอคะ? คุณพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน!”

 

“ในเมื่อคุณเลือกที่จะเชื่อคนอื่นมากกว่าสามีตัวเอง ผมคงไม่ต้องอธิบายอะไรอีก” เขามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการกล่าวหาว่าเธอ ไม่เคยเชื่อใจเขา นี่เขาคงลืมไปแล้วละมั้งว่าเรื่องของเขากับเบรนน่ามันมีอะไรมากมายที่ชวนให้ภรรยาอย่างเธอต้องสงสัยและค้างคาใจขนาดไหน!

 

“ฉันไม่ได้เชื่อคนอื่นมากกว่าคุณ ฉันเคยบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าเบรนน่าพูดกับฉันว่ายังไงบ้าง” ต่อให้ตายแล้วถูกฝังกลายไปเป็นปุ๋ย เธอก็คงไม่มีทางลืมถ้อยคำที่เต็มไปด้วยการปรามาส เหยียดหยาม และข่มขู่ที่สะใภ้ในฝันของฮิวจ์ แฮมป์ตันเคยเอ่ยปากกับเธอเด็ดขาด!

 

“ผมก็บอกคุณไปแล้วเหมือนกันว่าคุณเข้าใจผิด มันคงเป็นแค่ความผิดพลาดทางภาษา เบรนน่าอาจจะแค่แซวคุณเล่นๆ แต่คุณกลับเอามาคิดเป็นจริงเป็นจังแล้วมาหึงหวงอย่างไร้เหตุผลแบบนี้ คุณไม่คิดว่ามันเกินไปหน่อยหรือไง?”

 

เบรนน่าเป็นเพื่อนที่เขารู้จักมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ เธอเหมือนญาติคนหนึ่งซึ่งเติบโตมาด้วยกันกับเขา ถ้าเธอมีใจให้เขาจริงๆ ก็คงจะแสดงออกมานานแล้ว ไม่ใช่รอมาจนถึงป่านนี้ เห็นได้ชัดว่านวินดาเป็นคนขี้หึงกว่าที่เขาคิด แต่เพราะเธอรักเขามากนั่นแหละถึงได้หึงหวง เฮย์เดนจึงพยายามทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นมาตลอด แต่นี่มันมากเกินไป เกินขอบเขตที่เขาควรจะ ทนแล้ว

 

“เกินไป? เธอบอกฉันว่าเธอจะทวงคุณกลับคืนไปให้ได้ และดูจากภาพพวกนี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่าเธอตั้งใจจะทำแบบนั้นจริงๆ แล้วคุณยังจะคิดว่ามันเกินไปอีกเหรอคะ?”

 

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณจ้างนักสืบให้ตามจับผิดผม?”

 

แววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงสงสัยของสามีมีอานุภาพยิ่งกว่าเขาตบหน้าเธออย่างแรงเสียอีก ความไม่เชื่อใจที่ฉายชัดจากนัยน์ตาคู่สวยนั้นทำให้เธอรู้สึกถึงก้อนแข็งๆ ที่จุกขึ้นมาบริเวณลำคอจนไม่สามารถแม้แต่จะพูดอะไรออกไปสักคำ เพราะหากเอ่ยอะไรออกไปก็เกรงว่าจะเป็นการปล่อยโฮออกมาแทน แต่การนิ่งเงียบของเธอกลับกลายเป็นการยอมรับความผิดในสายตาของเขา เฮย์เดนจึงโกรธจัดขึ้นมาอีกครั้ง

 

“คุณทำแบบนี้ทำไม? มีอะไรก็ควรจะพูดกับผมตรงๆ ไม่ใช่ให้ คนอื่นไปตามจับผิดผมแบบนี้ ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูสื่อขึ้นมา ผมกับเบรนน่า จะเสียหายขนาดไหน คุณคิดบ้างไหม?”

 

เขาและเบรนน่าเป็นทายาทนักธุรกิจระดับโลกซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนอยู่แทบจะตลอดเวลา หากมีข่าวเล็ดลอดออกไปว่าภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายของเขาระแวงว่าเขาและเพื่อนสนิทจะมีความสัมพันธ์เกินเลยกัน รับรองว่านี่ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่ และแน่นอนว่ามันต้องส่งผลกระทบกับธุรกิจของทั้งสองครอบครัว ซึ่งนั่นจะเป็นสาเหตุให้ฮิวจ์ แฮมป์ตัน บิดาของเขาซึ่งไม่เคยเห็นด้วยกับการแต่งงานของเขากับนวินดาไม่พอใจเธออีกอย่างแน่นอน

 

“ช่างเถอะ...เอาเป็นว่าเรื่องนี้ให้มันจบลงแค่นี้แล้วกัน” ถึงอย่างไรนวินดาก็เป็นภรรยาของเขา ถ้าเธอไม่ได้รักเขามาก ก็คงไม่หวาดระแวงถึงขนาดนี้ เฮย์เดนพยายามที่จะเข้าใจความรู้สึกของภรรยา เพื่อจะได้จบเรื่องไม่เป็นเรื่องนี่ลงไปเสียทีโดยไม่รู้เลยว่านั่นกลับยิ่งยั่วยุให้เธอคับแค้นใจมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

 

“จบลงแค่นี้? มันจะจบได้ยังไงคะ คุณยังไม่ได้ตอบฉันเลยว่าคุณเข้าไปในห้องกับเธอทำไม?”

 

“คุณต้องการคำตอบแบบไหนล่ะ? แล้วแน่ใจเหรอว่าถ้าผมตอบแล้วคุณจะยอมจบ?” ผู้หญิงเป็นเพศที่ชอบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไร เธอก็คงไม่เข้าใจ เพราะใจเธอนึกหวาดระแวงเขาไปแล้ว

 

“ฉันต้องการแค่ความจริง!” เธอไม่ได้ขออะไรมากมายเลย แค่คำยืนยันว่าเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์เกินเลยกับเบรนน่าและคำอธิบายว่าเหตุใดจึงมีภาพความใกล้ชิดสนิทสนมขนาดนี้ขึ้นมาได้ หากพวกเขาไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันจริงๆ ขอแค่เขาอธิบาย เธอก็พร้อมจะเชื่อเขาทุกอย่าง

 

“ความจริงก็คือผมกับเบรนน่าไม่ได้มีอะไรกันและไม่มีวันที่จะมีด้วย!”

 

“งั้นคุณเข้าไปในห้องกับเธอทำไม?”

 

คำถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นนั้นทำให้เฮย์เดนรู้สึกเหมือนกำลังถูกเธอกวาดทลายอัตตาอันสูงส่งของเขาจนมันแทบจะราบเป็นหน้ากลอง ซึ่งเขาไม่มีวันยอมให้ใครมาลองดีกับเขาถึงเพียงนี้ ต่อให้เธอเป็นภรรยาของเขาก็เถอะ!

 

“การที่คุณเป็นภรรยาผมไม่ได้หมายถึงคุณจะมีสิทธิ์เข้ามายุ่ง กับชีวิตผมได้ทุกเรื่องนะนวินดา” เขาให้เกียรติเธอมากอย่างที่ไม่เคยให้กับใครมาก่อน ทั้งจดทะเบียนสมรสและจัดงานเลี้ยงฉลองให้เธอแล้ว เธอได้ทุกอย่างที่ต้องการแล้วก็ควรจะพอใจ ไม่ใช่มาไล่บี้เหมือนเขาไปทำผิดอะไรมา ทั้งๆ ที่เขาก็ยืนยันแล้วว่าทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิดของเธอเท่านั้น

 

“ฉันไม่เคยเข้าไปยุ่งกับชีวิตของคุณเลยนะคะ แต่นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับฉันโดยตรง คุณจะให้ฉันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้งๆ ที่คนเขาพูดกันไปทั้งเมืองแบบนี้น่ะเหรอคะ?”

 

คนทั่วไปทราบเพียงแต่ว่าเขาแต่งงานแล้ว แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าภรรยาของเฮย์เดนคือใคร เพราะเขาอ้างกับเธอว่าเขาไม่ต้องการให้เธอต้องเสียความเป็นส่วนตัวไปกับเขาด้วย จึงไม่อยากเปิดเผยเรื่องของเธอ มากนัก ซึ่งนวินดาเองก็เห็นด้วย จึงไม่เคยเปิดเผยตัวตนต่อหน้าสื่อมวลชนเลย แต่ก็ไม่เคยคิดว่าเขาจะเก็บเธอเอาไว้ในแต่ในเพนต์เฮาส์ราวกับเธอ เป็นเมียเก็บที่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้

 

“คุณพาเบรนน่าไปออกงานด้วยตลอด แต่ฉันที่เป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายกลับต้องขลุกอยู่แต่ในเพนต์เฮาส์กับคุณตามลำพังมีหน้าที่บริการคุณแค่บนเตียงเท่านั้นเหรอคะ? นี่ตกลงฉันเป็นภรรยาคุณหรือเป็นแค่เมียเก็บกันแน่คะเนี่ย!”

 

คำถามอย่างตรงไปตรงมาของนวินดาทำให้โหนกแก้มของเฮย์เดนร้อนผ่าวขึ้นมาทันที จริงอยู่ที่เขาไม่เคยพาเธอไปออกงานและไม่เคยพาออกไปข้างนอกด้วยกันเลยสักครั้ง แต่นั่นไม่ใช่เพราะเขาเห็นเธอเป็นเมียเก็บเสียหน่อย!

 

“คุณได้ทุกสิ่งที่คุณควรจะได้รับแล้ว ถ้าคุณไม่พอใจ ผมก็คงช่วยอะไรคุณไม่ได้”

 

“ช่วยไม่ได้เหรอคะ?” เธอมองคนที่ตนเองหลงใหล คลั่งไคล้และรักใคร่อย่างลึกซึ้งอย่างคาดไม่ถึงว่าเขาจะสรุปออกมาง่ายๆ แบบนี้ “คุณไม่ยอมแม้แต่จะตอบฉันตรงๆ ด้วยซ้ำว่าคุณเข้าไปทำอะไรกับเธอในห้องพักในโรงแรม ถ้าฉันไม่ได้เห็นภาพนี้ ฉันก็คงเป็นยายโง่ที่เชื่อคำพูดของคุณทุกคำว่าคุณกับเธอไม่มีอะไรกันสินะคะ”

 

“ในเมื่อคุณไม่คิดจะให้เกียรติสามีของตัวเองและปักใจเชื่อไปแล้วว่าผมไม่ซื่อสัตย์กับคุณ แล้วคุณจะแต่งงานกับผมทำไม? เราแต่งงานกันแล้ว คุณก็ควรจะทำตัวให้มันเหมาะสมกับตำแหน่งคุณผู้หญิงของแฮมป์ตันกรุ๊ปเสียบ้างนะนวินดา”

 

“อ้อ! ถ้าคุณคิดว่าฉันไม่เหมาะสมก็เชิญเอาไอ้ตำแหน่งจอมปลอมนี่คืนไปได้เลยค่ะ”

ความคิดเห็น