saimai

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 สร้างรักพักใจ (80%)

ชื่อตอน : บทที่ 5 สร้างรักพักใจ (80%)

คำค้น : สายไหม, ความรัก, หวานซึ้ง, โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 42

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2563 09:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 สร้างรักพักใจ (80%)
แบบอักษร

“เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหม?” ชายหนุ่มเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นอักษราภัคก้าวเข้ามาในห้องรับประทานอาหารเช้า

       “สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากฉันหลับสบายดีค่ะไม่มีปัญหาอะไร” อักษราภัคทรุดตัวนั่งลงไปที่เก้าอี้ตรงกันข้ามกับชายหนุ่ม ทำตัวไม่ถูกและไม่ทราบว่าจะเรียกเขาว่าอย่างไรด้วย เนื่องจากจนบัดนี้เขายังไม่เอ่ยแนะนำตัวเองเลยว่าชื่ออะไร ทราบเพียงอย่างเดียวจากการคาดคะเนว่าเขาคงจะมีอายุมากกว่าเธอพอสมควร

       “ผมอยากจะพาคุณไปเที่ยวสถานที่หลายที่ที่นี่ แต่บังเอิญว่ามีงานสำคัญเข้ามาและหลีกเลี่ยงไม่ได้ผมคงต้องเลื่อนไปพรุ่งนี้คุณจะว่าอะไรมั้ย?” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นมากลางโต๊ะอาหารชำเลืองมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกับเขาด้วยสายตานิ่งๆ

       “ไม่เป็นไรค่ะ ตามสบายฉันว่าจะออกไปสำรวจอะไรเล่นๆ แถวนี้ ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปกับคุณอีกทีก็ได้”

       “งั้นก็ตกลงตามนั้น เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถของที่นี่พาคุณไปก็แล้วกัน ไม่ว่าคุณอยากจะไปไหนก็แค่บอกแล้วเดี๋ยวคนของผมจะเป็นคนพาคุณไปเอง สำหรับวันนี้ผมคงต้องขอตัวก่อน จะรีบไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยพรุ่งนี้เวลาของผมจะได้เป็นของคุณคนเดียว”

       อักษราภัคมองตามหลังของชายหนุ่มไปจนลับสายตา ผู้ชายคนนี้นะเหรอที่บิดาของเธออยากจะให้แต่งงานด้วย เขาแทบจะไม่มองหน้าของเธอเสียด้วยซ้ำ แล้วเขามาขอแต่งงานกับเธอทำไมกัน?

       หญิงสาวสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดหลังจากที่รับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ให้คนขับรถของชายหนุ่มพาเธอออกไปข้างนอก จนกระทั่งไปถึงที่ลำคลองแห่งหนึ่งเธอก็เอ่ยปากบอกให้เขาปล่อยเธอลงที่ตรงนั้น  และค่อยกลับมารับเธออีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงเพราะอยากเดินดูบรรยากาศแถวนั้นตามลำพัง

       อักษราภัคเดินลงมาจากรถ เที่ยวชมนั่นดูนี่ไปเรื่อยจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่คลองสระบัวซึ่งมีตลาดน้ำที่กำลังคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนมาเที่ยวกันให้ขวักไขว่ สระบัวกว้างขวางพร้อมเวทีกลางน้ำสำหรับแสดงนิทานพื้นบ้านอันตระการตาแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นอกเกาะเมืองด้านทิศเหนือ หญิงสาวยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นมีความรู้สึกเหมือนกับเธอเคยมาที่นี่แล้วทั้งที่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่อยุธยาด้วยซ้ำ

       “อุ๊ย!”

       “ขอโทษครับ ผมไม่ทันเห็น เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” ชายหนุ่มรีบเอ่ยขอโทษเข้าไปประคองร่างของอักษราภัคที่กำลังจะล้มเอาไว้  

       “ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ต้องคิดมากค่ะ”

        “ขอโทษจริงๆ ครับ ผมไม่ได้มองให้ดีเอง คนเยอะมากจริงๆ วันนี้”

       “เป็นช่วงงานเทศกาลหรือเปล่าคะ ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศก็เลยออกมาเที่ยวชมกัน”

       “ครับ ก็คงจะเป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีแม่น้ำลำคลองก็เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยไม่จางหายไปไหน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผมชื่อ พิชิตพลครับ ยินดีที่ได้รู้จักเอ่อ...”

       “ฉันชื่ออักษราภัคค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณพิชิตพล” อักษราภัคยิ้มให้ด้วยความเป็นกันเอง

       “เรียกผมว่าพล เฉยๆ ก็ได้ครับ ขอผมเรียกคุณภัคแล้วกัน”

       “ได้ค่ะงั้นภัคเรียกคุณว่าคุณพลนะคะ”

       “ตามสบายเลยครับคุณภัค”

       “ขอบคุณค่ะคุณพล”

       “เหมือนคุณภัคจะไม่เคยมาที่อยุธยาใช่ไหม ถ้าไม่รังเกียจเดี๋ยวผมจะพาไปเที่ยวคลองสระบัวดีไหมครับ?

       “จริงเหรอคะ ถ้าคุณพลไม่รังเกียจและไม่ถือว่าเป็นการรบกวนภัคก็รู้สึกซาบซึ้งใจมากเลยค่ะ

       “ไม่รังเกียจหรอกครับ ผมเต็มใจ มาทางนี้สิครับผมจะพาไปเที่ยวเอง” พิชิตพลรีบนำทางหญิงสาวไปยังทิศทางที่เขาต้องการ   

      “คุณภัครู้ไหมว่าคลองสระบัวเมื่อก่อนผู้คนในอดีตใช้ทำอะไรกัน?”  

       “ไม่ทราบค่ะ แต่ภัคคิดว่าคนสมัยนั้นเดินทางด้วยเรือใช้ลำคลองแม่น้ำเหมือนกับถนนในสมัยนี้ถูกมั้ยคะ?”

       “อืมถูกครึ่งไม่ถูกครึ่งครับ คลองนี้เป็นคลองที่ใช้เดินทางไปมาจริง แต่ไม่ใช่คนทั่วไป ผู้ที่ใช้สัญจรไปมาคือพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา พระองค์ใช้เดินทางจากพระราชวังไปเพนียดคล้องช้าง”

       “อ๋อทางนี้เองหรือคะที่พระองค์ใช้กัน” อักษราภัคมองไปโดยรอบด้วยความสนใจ รู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดเหมือนกลับมาบ้านหรือสถานที่ที่เธอคุ้นเคยมาก่อน

       “ตามมาสิครับเดี๋ยวจะพาไปกินยำดอกบัวกันเชื่อว่าคุณภัคคงไม่เคยกินมาก่อนแน่นอน”

       “ยำดอกบัวเหรอคะ?”

       “ใช่ครับยำดอกบัว ผมว่าหากินยากในกรุงเทพฯ ลองดูแล้วจะติดใจ”

       พิชิตพลซื้อยำดอกบัวแล้วส่งต่อให้อักษราภัคลองกินดู เมื่อหญิงสาวรับประทานเข้าไปแล้วก็เงยหน้าขึ้นสบตากับพิชิตพล     มโนภาพบางอย่างปรากฏขึ้นก่อนที่จะสลายวับไปเพียงชั่วกะพริบตา

       “เป็นไงชอบมั้ย?” 

       “อร่อยดีค่ะขอบคุณมาก” อักษราภัคยิ้มรับ รู้สึกสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น และภาพที่แวบผ่านเข้ามาในสมองหรือว่าเธอจะนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอถึงได้เห็นภาพหลอน?

       “โล่งอกนึกว่าจะไม่ชอบเห็นคุณภัคทำหน้าแปลกๆ”

       “อร่อยค่ะ แต่เหมือนว่าจะนึกอะไรไปเรื่อยเปื่อยแล้วสับสนนะคะ อย่าไปสนใจเลยมันไม่สำคัญหรอกค่ะ วัดที่อยู่ต้นน้ำคือวัดอะไรเหรอคะ?”


    “วัดจงกลมครับ มีเจดีย์แปดเหลี่ยมเป็นประธานของวัดสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ส่วนวัดพระยาแมนอยู่ทางด้านทิศใต้ของตลาดน้ำนอกเกาะเมืองด้านตะวันออกมีพระอุโบสถเป็นประธานวัด ด้านตะวันออกของอุโบสถมีพระปรางสององค์คู่กันสร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย ภายในวัดมีระบบถังน้ำประปาซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก”

       “วัดจงกลมและวัดพระยาแมน” อักษราภัคมองไปที่วัดทั้งสองแห่ง ก่อนที่จะเห็นภาพนิมิตของผู้คนในสมัยก่อนและหญิงสาวคนหนึ่งในสมัยนั้นซึ่งเหมือนกับเป็นบุตรสาวของขุนน้ำขุนนางในอดีต นางมีบ่าวไพร่บริวารล้อมหน้าล้อมหลังให้เต็มไปหมด หญิงสาวคนดังกล่าวชะเง้อคอยเหมือนกำลังรอคอยใครบางคนอยู่

       อักษราภัคมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งก้าวลงมาจากเรือที่เทียบท่า หญิงสาวแสดงความเคารพทักทายปราศรัยตามประสาคนรู้จักกัน ยื่นของบางอย่างให้กับชายหนุ่มซึ่งเขารับไปถือเอาไว้ด้วยความ ดีใจ

      “ไปทางนั้นกันดีกว่าครับ คุณภัคระวังหน่อย” พิชิตพลโอบเอวตวัดร่างบางเข้ามาหาเพราะเกรงว่าคนที่เดินผ่านไปมาจะชนเข้าให้กับหญิงสาวที่ยืนเหม่อมองไปที่วัดจงกลมด้วยสายตาเลื่อนลอยเหมือนกำลังฝันกลางวันอยู่ก็ไม่ปาน

       “อะไรนะคะ?” อักษราภัคตื่นจากภวังค์ สติกลับคืนมาเมื่อมองไปโดยรอบก็เห็นว่าผู้คนกำลังเดินเบียดเสียดกันไปมาและตัวเธอเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของพิชิตพลก็รีบขยับตัวออกตามมารยาท

       “ผมบอกว่าไปทางโน้นกันดีกว่า ตรงโน้นมีการแสดงละครพื้นบ้านบนเวทีกลางน้ำ ตัวละครจะล่องมากับเรือสวยงามมากทีเดียว วันนี้จะเป็นเรื่องลิลิตพระลอ ตอนพระลอตามไก่”

       “เศร้าไปมั้ยคะ พวกเราต่างก็รู้เรื่องราวของชายหนึ่งหญิงสองคู่นี้แล้ว” อักษราภัคท้วง

       “จริงอยู่ที่พวกเรารู้จุดจบของลิลิตพระลอ แต่ใช่ว่าชายสองหญิงหนึ่งจะมีผลสรุปเหมือนกันจริงมั้ย?”

       “คุณพลว่าอะไรนะคะ?” อักษราภัคสะดุดหูจนต้องเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

       “ลิลิตพระลอสองสาวพี่น้องพระเพื่อนพระแพงรักพระลอ แต่ตกลงกันได้”

       “เรื่องสมัยโบราณผู้ชายมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนไม่ใช่เรื่องแปลกนะคะ มากกว่านี้ก็มีมาแล้วไม่ว่าจะเป็นขุนแผนหรือคนอื่น” 

       “ใช่เรื่องพวกนี้เป็นธรรมดาเห็นหลายเรื่องจากหลายวรรณคดี แต่ถ้าเป็นเรื่องของชายสอง รักผู้หญิงคนเดียวกันจะเป็นอย่างไรคุณภัคเคยคิดไหม?” 

       “ผู้หญิงมีชายสองคนพร้อมกันไม่ได้หรอกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในอดีตและปัจจุบันจะอย่างไรคนในสังคมก็ยอมรับไม่ได้ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปก้าวหน้าแค่ไหน แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง อีกอย่างหนึ่งถ้าหญิงมอบใจให้หลายชายคงไม่ต่างอะไรกับนางกากีวันทองสองใจถูกมั้ยคะ? ในความคิดของภัคหัวใจดวงเดียวก็ต้องมีรักเดียวเท่านั้น คนที่เป็นคนพิเศษคนเดียวในใจของภัค”

       “แต่รักนั้นจะมอบให้ใครใช่มั้ย?”

 
   “ใช่ค่ะขึ้นอยู่กับว่ารักใคร คนนั้นก็จะได้รับรักไปจนหมดใจ คนเดียวเท่านั้น”

 

 

 

 

อักษราภัค (Reincarnation) อีบุ๊กพร้อมให้ดาวน์โหลดที่เว็บ meb แล้วนะคะ ฝากด้วยค่ะ ^^ 

ความคิดเห็น