facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 18.กันลืม (NC20+)

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 42.9k

ความคิดเห็น : 158

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มิ.ย. 2563 02:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
18.กันลืม (NC20+)
แบบอักษร

18.กันลืม 

  

               แก้วเจ้าจอมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเวลาเกือบเที่ยงวันเพราะเสียงเคาะประตูที่หน้าบ้าน เธองัวเงียตื่นขึ้นมาอย่างเมื่อยขบไปทั้งตัว เจ็บแปร๊บตามเนื้อตัวโดยเฉพาะที่เนื้อนวลกลางกาย แม้จะรู้สึกตัวตื่นแต่ก็ใช่ว่าจะขยับตัวลุกขึ้นมาได้ง่ายๆ พอพลิกตัวจากนอนตะแคงมาเป็นนอนหงายก็เกิดอาการปวดหน่วงที่ท้องน้อยขึ้นมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยังชัดเจนในโสตประสาทรับรู้ของเธอ ความเร่าร้อนของสามี อ้อมแขนอุ่นๆ ของเขา คำรักที่เอื้อนเอ่ยมันประทับตราตรึงอยู่ในหัวใจของเธอจนแก้วเจ้าจอมต้องยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เธอมองไปรอบๆ บ้านหลังน้อยเพื่อหาเขา จะอ้อนเขารับเช้าวันใหม่แต่ทั้งบ้านก็เงียบกริบ มีเพียงเสียงเคาะประตูจากด้านนอกเท่านั้น 

               “คุณแก้วครับ คุณแก้ว” เสียงผู้หมวดเผ่าเทพดังอยู่ที่หน้าบ้าน เขามาทำไมกัน เธอสงสัย ขณะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ซึ่งพอเธอลุกขึ้นนั่งเธอถึงเพิ่งสังเกตว่าตอนนี้เธอกำลังสวมชุดนอนเป็นเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของสามีอยู่ เหมือนเขาจะเช็ดตัวให้เธอแล้วก็สวมเสื้อตัวนี้ให้ สวมให้แค่เสื้อเชิ้ตเท่านั้น ชุดชั้นในไม่มีซักชิ้นจนเธอโล่งไปหมดทั้งตัว 

               “มีอะไรรึเปล่าคะ” เธอร้องถามออกไป ยังไม่ลุกออกจากเตียงไปเปิดประตูให้เขา ตอนนี้เธอไม่อยากเจอใครทั้งนั้น คนเดียวที่เธออยากเจอก็มีเพียงแค่สามีเท่านั้น 

               “ผมเห็นว่าจะเที่ยงแล้วแต่คุณแก้วก็ยังไม่ไปทานข้าวน่ะครับ แล้วเมื่อวานคุณแก้วก็บาดเจ็บมาด้วยผมเลยกลัวว่าจะไม่สบาย” อ๋อ นึกว่าเรื่องอะไร 

               “ฉันสบายดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง เออ...ขอโทษด้วยนะคะหมวด ฉันอยากอยู่คนเดียวค่ะเลยไม่ได้ออกไปข้างนอก” 

               “ครับ ถ้าคุณแก้วว่างั้นงั้นผมก็ไม่รบกวนแล้ว ผมแค่แวะมาดูเฉยๆ ว่าไม่สบายรึเปล่า อ้อ! ผมเอามื้อเที่ยงมาให้ ผมวางปิ่นโตไว้ที่หน้าบ้านนะครับ” 

               “...ขอบคุณค่ะ” แก้วเจ้าจอบตอบเพียงเท่านี้ แล้วเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเดินจากไป แก้วเจ้าจอมพอจะรู้สึกได้ว่าผู้หมวดหนุ่มคิดอะไรกับตน แล้วก็เหมือนเขาเองก็พยายามเก็บความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ภายในใจเหมือนเขาจะรู้ตัวว่าไม่ควรคิดอะไรกับเธอจึงระมัดระวังในการแสดงออก เธอไม่อยากเข้าใกล้เขาเพราะกลัวว่าเวลาอยู่ใกล้เขามันจะยิ่งทำให้เขาคิดอะไรกับเธอไปไกล ถึงเธอจะรู้ว่าเขาเป็นคนดีและเป็นสุภาพบุรุษมากแต่เธอก็รับความรู้สึกดีๆ จากเขามาไม่ได้ หัวใจของเธอมีเพียงแค่ผู้กองพนาและเธอก็รักเพียงแค่เขา ต้องการแค่เขาคนเดียวเท่านั้น 

               พอผู้หมวดเผ่าเทพไปแล้วแก้วเจ้าจอมก็สังเกตรอบๆ บ้านอีกครั้ง จำได้ว่าเมื่อคืนนี้ผู้กองพนาบอกเธอว่าเช้านี้เขาจะออกไปลาดตระเวนใหม่ แต่นี่มันก็จวนจะเที่ยงแล้ว เขาคงจะออกไปลาดตระเวนนอกฐานตามที่บอกเอาไว้กับเธอ ที่โต๊ะข้างหัวเตียงมีโน้ตจากเขาเขียนเอาไว้อยู่ 

  

 

พี่ต้องออกไปลาดตระเวนแต่เช้า แต่ไปแค่ไม่กี่วันเดี๋ยวพี่ก็กลับแล้ว พี่เห็นแก้วยังหลับสบายอยู่เลยไม่ได้ปลุก ระหว่างที่พี่ไม่อยู่ก็ดูแลตัวเองดีๆ พยายามอย่าออกไปข้างนอก พี่เป็นห่วงแล้วก็หวงเมียของพี่มาก อยู่รอพี่กลับมานะ แล้วพี่พนาจะรีบกลับมากอดมาจูบรับขวัญแม่นางไม้แสนสวยตัวน้อยของพี่ 

พี่พนารักแก้วที่สุดในโลกเลย 

  

 

               “แค่กอดกับจูบเองหรอ ว้า แก้วอยากให้ทำมากกว่านี้นี่นา” แก้วเจ้าจอมว่าเขินๆ แล้วกอดโน้ตที่เขาเขียนให้เอาไว้แนบอก เธอจะรอเขากลับมาหา จะแต่งตัวสวยๆ ไว้รอเขาแล้วถ้าเขากลับมาเธอก็จะรีบวิ่งเข้าไปกอดเขาเอาไว้ให้แน่นๆ กลิ่นกายบุรุษยังคงคละคลุ้งติดกายของเธออยู่ แก้วเจ้าจอมวางโน้ตลงแล้วเริ่มสำรวจตัวเอง ซึ่งพอเห็นสภาพของตัวเองตอนนี้เธอว่าเธอคิดถูกแล้วล่ะที่ไม่ออกไปพบผู้หมวดเผ่าเทพเพราะเนื้อตัวของเธอเต็มไปด้วยรอยช้ำ ปากก็บวมเพราะพิษจูบที่รุนแรง ขืนผู้หมวดเผ่าเทพมาเห็นสภาพของเธอเข้าเขาได้คิดว่าเธอถูกผัวซ้อมแน่ๆ แม้ว่ารอยช้ำเหล่านี้มันจะมาจากรอยจูบของสามีก็ตาม อย่าว่าแต่เนื้อตัวของเธอจะเต็มไปด้วยร่องรอยรักเลย แม้แต่ที่นอนก็ยังมีคราบรักเปื้อนเป็นดอกดวง ไหนจะคราบเลือดสาวอีก แก้วเจ้าจอมรีบยกมือขึ้นกุมท้องของตัวเองเอาไว้ในทันทีเมื่อนึกอะไรบางอย่างได้ก่อนที่มืออีกข้างจะเริ่มนับนิ้วเช็คช่วงวันที่มีประจำเดือนของตน ซึ่งพอนับนิ้วแล้วเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวัง 

               “เฮ้อ! ไม่ท้องหรอ” เธออยากท้อง อยากมีลูกตัวน้อยๆ เอาไว้ผูกหัวใจของเธอกับสามี อยากอยู่กับเขา สร้างครอบครัวกับเขา ชีวิตของเธอเธอต้องการเพียงเท่านี้ เธอไม่รู้หรอกว่าชีวิตจริงๆ ของเธอเป็นยังไง ครอบครัวของเธอมีใครบ้าง แต่ถ้าหากเธอได้กลับไปหาครอบครัว เธอก็อยากจะให้ครอบครัวของเธอยอมรับในสิ่งที่เธอเลือก ยอมรับในตัวคนรักของเธอด้วย 

  

 

 

               แม้อากาศภายนอกจะเย็นสดชื่นเพราะในพื้นที่แถบนี้มักมีฝนตกตลอดจนเกิดสายหมอกพาดผ่านภูเขาสูง แต่สภาพอากาศภายในผืนป่ากลับยิ่งชื้นและอบอ้าว ความกดอากาศต่ำทำให้ยิ่งรู้สึกอึดอัด ชุดเครื่องแบบตำรวจพลร่มเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อและไอน้ำค้างจากสภาพอากาศและความชื้นของผืนป่า ผู้กองพนาส่องปืนในมือแหวกพุ่มไม้อย่างระแวดระวังขณะเดินนำลูกน้อยอีกห้านายเข้าสู่ผืนป่าลึก บนเขาที่เขาคิดว่าพวกของชารีฟกับกาเซ็มน่าจะกบดานอยู่ พักหลังๆ มานี้พวกมันคอยเล่นงานปั่นประสาทพวกเขาไม่เว้นแต่ละวัน ทางการก็ยิ่งเร่งรัดให้เขาตามจับตัวพวกมันมาให้ได้โดยเร็ว แค่ลำพังต้องต่อกรกับพวกผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ก็ถือว่าเป็นงานหนักแล้ว แล้วนี่จะยังมีกลุ่มของพวกชารีฟเข้ามาปั่นป่วนให้ยิ่งรู้สึกรำคาญมากขึ้นไปอีก ผู้กองพนาล่ะอยากจะรู้นักว่าพวกมันแค้นเคืองอะไรเหล่าเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองนักหนาถึงได้มาตั้งตัวเป็นศัตรูอาฆาตแค้นกันขนาดนี้ พวกมันมีปมอะไรอยู่ในใจกันแน่ 

               หลังจากที่เขาแอบออกมาสืบหาเบาะแสของพวกมันและจากแหล่งข่าวที่สายของเขาส่งมาให้ก็พอจะรู้ว่าขณะนี้พวกมันน่าจะกบดานกันอยู่ที่เขาลูกนี้ และเพื่อความชัวร์และเป็นการประเมินสถานการณ์ก่อนเอากำลังมาล้อมจัดการกับพวกมันผู้กองพนาก็อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับพวกมันเพิ่มอีกว่ามีอาวุธมากน้อยแค่ไหน กำลังคนของพวกมันมีประมาณกี่คนและจุดกบดานหลักอยู่ตรงไหน ช่องทางหลบหนีมีทางไหนบ้าง ซึ่งข้อมูลที่เขาได้จะนำไปประกอบการวางแผนจับกุมกับทีมเจ้าหน้าที่ต่อไป 

               “หยุดก่อน” ผู้กองพนาที่เดินนำหน้ายกมือขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้ลูกน้องอีกห้านายหยุด เจ้าหน้าที่ทุกนายจึงหยุดแล้วยกปืนขึ้นเตรียมพร้อม แต่ละนายหันหลังให้กันแล้วมองออกไปในทุกทิศของผืนป่า กลิ่นควันบุหรี่มาจากทิศที่อยู่เบื้องหน้าผู้กองพนา เขาพยายามฟังว่ามีเสียงการเคลื่อนไหนดังมาจากทิศที่ได้กลิ่นควันบุหรี่รึเปล่าแล้วส่งสัญญาณให้ลูกน้องอีกห้านายหลบแล้วอำพรางตัวเองไว้เมื่อกลิ่นบุหรี่ชัดมากขึ้นและมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งกำลังตรงมาทางนี้ 

               เพราะฝนตกทำให้อากาศค่อนข้างสะอาดเลยได้กลิ่นของสิ่งรอบข้างได้ง่าย เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากที่ผู้กองพนาและลูกน้องพรางตัวไปกับพุ่มไม้ก็ปรากฎร่างของชายห้าคนกำลังตรงมาทางนี้และพวกมันก็กำลังแบกซากของกระทิงเอาไว้กับคานไม้ด้วย คาดว่าชายทั้งห้าคนนี้น่าจะเป็นลูกน้องของชารีฟที่ออกมาหาเสบียง แล้วพื้นที่ป่าแถบนี้ก็มีกระทิงอาศัยอยู่ เมื่อไม่สามารถออกไปหาอาหารนอกผืนป่าได้พวกมันก็ต้องอาศัยสัตว์ป่านี่แหละเป็นเสบียงตลอดสามวันที่เขาและลูกน้องออกลาดตระเวนหาข่าวมานี้มันทำให้เขาได้ข้อมูลเกี่ยวกับพวกของชารีฟมากยิ่งขึ้น กำลังของพวกมันมีร้อยกว่าคนได้ อาวุธครบมือคาดว่าน่าจะเป็นอาวุธปืนที่ปล้นมาจากหน่วยงานอื่น แล้วสิ่งที่ผู้กองพนาไม่คาดคิดว่าพวกมันจะเข้าไปยุ่งด้วยก็คือยาเสพติด ถึงว่าสิชารีฟมีลูกน้องตั้งมากมายแล้วก็เป็นลูกน้องเก่าก่อนที่มันจะถูกจับ เขาก็สงสัยอยู่ว่ามันเอาเงินจากไหนมาใช้จ่ายและเลี้ยงดูลูกน้องของมัน นอกจากจะเป็นฆาตรกรโรคจิตตามเล่นงานเหล่าเจ้าหน้าที่แล้วชารีฟก็ยังหารายได้จากการค้ายาเสพติดเพิ่มอีกด้วย 

               ผู้กองพนาปล่อยให้ชายทั้งห้าคนเดินแบกซากกระทิงผ่านพวกเขาไปเพื่อหวังจะแอบสะกดรอยตามพวกมันเพราะเขายังอยากรู้ว่ากบดานหลักของพวกมันอยู่จุดไหน มีเส้นทางหลบหนีทางไหนบ้าง เพราะจากการประเมินดูคราวๆ แล้วเหมือนพวกมันจะตั้งกลุ่มก้อนกระจายกันอยู่บนเขา หากว่ากลุ่มหนึ่งกลุ่มใดถูกโจมตี พวกที่เหลือก็จะมาช่วยได้หรือไหวตัวหลบหนีไป ก้นบุหรี่จากชายคนที่เดินรั้งท้ายถูกโยนทิ้งลงมาตรงหน้าผู้กองพนาอย่างพอดิบพอดีและก็ดับไปด้วยความชื้นจากพื้นดิน ผู้กองพนารอจนแน่ใจว่าพวกคนร้ายเดินห่างออกไปไกลแล้วจึงออกมาจากจุดที่หลบซ่อนตัว 

               “พวกมันคงไปล่ากระทิงมาเป็นเสบียง ผมคิดว่าจุดที่ตั้งหลักของพวกมันน่าจะอยู่ไม่ไกลทุกคนระวังตัวด้วยนะ จำไว้ให้ดี จุดประสงค์ของพวกเราแค่มาหาข่าวเท่านั้น พยายามอย่าให้มีการปะทะกันเด็ดขาด” เขาสั่งลูกน้อง ภารกิจนี้ ต่อให้ต้องปะทะกัน เจ้าหน้าที่แค่หกนายหรือจะไปต่อกรกับคนร้ายนับร้อยได้ 

               ผู้กองพนาออกเดินนำเหล่าลูกน้องลัดเลาะไปตามชายป่าตามชายทั้งห้าคน ยิ่งตามเข้าไปใกล้จุดที่ตั้งของพวกมันอันตรายก็ยิ่งมีมากขึ้นเมื่อเขาเริ่มเห็นมีชายถืออาวุธสงครามออกเดินตรวจตรารอบๆ บริเวณที่พัก กำลังคุ้มกันที่ตั้งของพวกมันแน่นหนาอยู่พอควรผู้กองพนาจึงหยุดการสะกดรอยตามแต่เพียงเท่านี้ เขาหยิบแผนที่และ GPS ออกมาเพื่อกำหนดจุดเป้าหมายที่ตั้งของพวกมัน เมื่อถึงคราวต้องมาจับกุมพวกมันจะได้ไม่มีการหลงทิศ พอทำสัญลักษณ์จุดที่ตั้งของอีกฝ่ายเสร็จแล้วผู้กองพนาก็นำลูกน้องออกสำรวจหาทางหนีทีไล่ของพวกมันต่อเพื่อจะได้วางแผนตรึงกำลังดักเอาไว้หากพวกมันหลบหนีและเตรียมจุดตั้งรับในกรณีที่พวกมันจะตลบแผนเข้ามาโจมตีพวกเขาจากทางด้านหลังด้วย ทุกการสำรวจและวางแผนทำไปตามยุทธวิธีที่ฝึกมาและต้องใส่ความละเอียดรอบคอบลงไปให้มากที่สุด เพราะถ้าผิดพลาดนั่นย่อมหมายถึงอาจมีหลายชีวิตที่ต้องสูญเสีย  

               “โหผู้กอง แผนที่ที่หมวดริษาให้มาไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ ผมว่าสายของผู้ใหญ่ที่ไปสืบข่าวมาท่าจะเชื่อถือไม่ได้แล้วล่ะ” ลูกน้องนายหนึ่งของเขาพูดขึ้นเมื่อผู้กองพนาถอนกำลังออกจากบริเวณที่ตั้งหลักของพวกชารีฟแล้วหลังจากที่เก็บข่าวและข้อมูลต่างๆ ได้มากพอโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวการปะทะกันจึงไม่เกิดขึ้น 

               “ก็อย่างที่หมวดริษาบอกมาตั้งแต่แรกว่าอย่าเพิ่งเชื่อแผนที่ที่เขาให้มา งานนี้ผมว่าอาจมีเกลือเป็นหนอนนะ” 

               “หมายความว่า...สายของผู้ใหญ่บ้านคิดไม่ซื่อหรอครับผู้กอง” 

               “หึ!” ผู้กองพนาแค่นยิ้มที่มุมปาก “ใครจะไปรู้ คนที่คิดไม่ซื่ออาจเป็นผู้ใหญ่บ้านเองก็ได้” 

               “ฮะ!” ลูกน้องของเขามองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ ไม่กล้าคิดอะไรไปไกลเพราะที่ผู้กองพูดก็ไม่รู้ว่าผู้กองพูดเล่นหรือพูดจริงกันแน่ ที่ผ่านมาผู้กองพนามักจะไปหาลือเรื่องการวางแผนการป้องกันพื้นที่กับทางผู้ใหญ่บ้านอยู่บ่อยๆ แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ปลื้มผู้กองมากจนอยากจะได้ไปเป็นเขย พวกเขายังนึกไม่ออกเลยว่าผู้ใหญ่บ้านจะทรยศหักหลังพวกเขาไปทำไม หรือผู้กองไปรู้อะไรมา 

               เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็ถึงเวลาที่จะได้ออกจากผืนป่าแล้วกลับฐานเสียที ผู้กองพนาดึงสร้อยจี้ดอกแก้วเจ้าจอมออกมาจากคอเสื้อแล้วแอบจูบเบาๆ ไม่ให้เหล่าลูกน้องเห็นขณะนั่งพักอยู่ที่ชายป่า ไม่ใกล้ไม่ไกลจากถนนเส้นหลักที่จะมีเจ้าหน้าที่อีกชุดนำรถเข้ามารับ เขาจูบจี้สร้อยอย่างสุดแสนจะคิดถึงเมียรักที่ป่านนี้เธอคงกำลังจะเฝ้ารอเขาอยู่ ตั้งแต่ที่ได้รู้ว่าเธอไม่เคยเป็นของใครมาก่อนเขาก็ปล่อยหัวใจของตัวเองให้เป็นอิสระได้มากขึ้น กล้าที่จะรัก จะหวง กล้าที่จะทำทุกๆ อย่างอย่างที่คนเป็นสามีเขาจะทำกับภรรยา อยากรู้เหลือเกินว่าพอกลับไปถึงฐานแล้วเธอจะเข้ามากอดหรือหอมแก้มของเขาก่อน จะออดอ้อนหรืออ่อยเขาอีกยังไง คิดถึงเหลือเกินพวงแก้มนุ่มๆ เรื่อสี ริมฝีปากบางรสหวาน ดวงตาสุกใสเป็นประกายราวกับดวงดาวในยามค่ำคืนและ...คิดถึงรสรักเสน่หาที่ติดตราตรึงใจของเขา แม่นางไม้น้อยคนดีของพี่ ป่านนี้จะทำอะไรอยู่หนอ จะกำลังคิดถึงพี่อยู่รึเปล่า... ผู้กองพนาแอบยิ้มอยู่คนเดียว ในขณะที่ลูกน้องนายหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นกระติกน้ำดื่มให้เขาจึงรีบเก็บสร้อยเข้าไปในคอเสื้อตามเดิมแล้วจะยื่นมือออกไปรับกระติกน้ำ 

               ปัง!!! 

               เสียงปืนที่ดังขึ้นทำให้กระติกน้ำที่ลูกน้องส่งมาให้กระเด็นลงไปกับพื้นเพราะต้องกระสุนปืนเข้า ผู้กองพนารีบคว้าคอเสื้อของลูกน้องที่ส่งกระติกน้ำมาให้แล้วผลักเขาออกไปจากวิถีกระสุนที่กำลังยิงเข้ามาอีก เจ้าหน้าที่ทุกนายรีบหาที่กำบัง ผู้กองพนาคว้าปืนขึ้นมาแล้วยิงตอบกลับไปยังจุดที่ถูกโจมตีในทันที 

               ปังๆๆๆๆ 

               เสียงปืนดังขึ้นลั่นป่า ต้นไม้ใหญ่และโขดหินเป็นที่กำบังได้เป็นอย่างดี ไม่รู้ว่าเป็นพวกไหนที่ลอบโจมตีพวกเขา พวกของชารีฟหรือพวกผู้กองการร้าย  

               “ผู้กองครับ ผมว่ามันแปลกๆ นะ” ลูกน้องคนที่เขาผลักให้หลบกระสุนปืนพูดขึ้นเมื่อคลานเข้ามาหลบอยู่ด้านหลังต้นสมพงยักษ์กับเขา เสียงพูดของลูกน้องนายนี้สั่นเครือปนกับเสียงหอบเพราะยังตกใจไม่หาย หากผู้กองพนาไม่ผลักเขาหนีจากวิถีกระสุนเขาได้เป็นผีเฝ้าป่าไปแล้ว 

               “เออ ผมรู้!” ผู้กองพนาตอบพลางยิงสวนออกไปอีกยังทิศที่ถูกโจมตี ที่ว่าแปลกก็คือคนร้ายมันตั้งใจยิงที่กระติกน้ำแทนที่จะเป็นพวกเขา ซึ่งถ้าพวกมันตั้งใจจะฆ่าพวกเขาก็คงยิงให้ตายๆ ไปแล้ว แล้วการยิงของพวกมันเหมือนกับเป็นการยิงขู่มากกว่าการยิงที่เป้าหมาย แบบนี้พวกมันไม่ใช่พวกผู้ก่อการร้ายแน่ๆ พวกมันรู้จักเขา พวกมันแค่ต้องการจะขู่เขาเท่านั้น 

               “มาเดินเที่ยวป่าหรอผู้กอง” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันดังมาจากชายป่า จับทิศทางไม่ถูกเหมือนเจ้าของเสียงจะรู้จักวิธีการพรางตัวในป่าเป็นเหมือนกัน แต่การที่มันเล่นทักเขาขึ้นมาแบบนี้เขาก็ยิ่งฟันธงเลยว่ามันต้องรู้จักเขาแน่ๆ 

               “เจ้าหน้าที่ตำรวจแค่หกนาย จะฆ่าให้ตายเป็นผีเฝ้าป่าก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร ถ้าเป็นเมื่อก่อนกูคงเป่าหัวพวกมึงไปตั้งแต่เห็นครั้งแรกแล้ว” 

               “ไอ้ชารีฟ!!!” ผู้กองพนาตะโกนตอบพลางส่องปืนไปรอบตัวอย่างระแวดระวังเพราะเสียงของชารีฟดังมาจากทุกทิศ คนที่คอยจ้องจะเล่นงานแต่พวกเจ้าหน้าที่ก็มีเพียงแค่มันนี่แหละ 

               “เรียกกูไปก็เท่านั้น มึงจับกูไม่ได้หรอกเว้ย มึงกับกูยังต้องเจอกันอีกนานไอ้ผู้กอง กูไม่ฆ่ามึงตอนนี้หรอก มึงตายง่ายมันไม่สะใจกู! น้องกูตายอย่างทรมานยังไงแต่มึงต้องทรมานยิ่งกว่าสิ่งที่น้องกูต้องเจอ วันนั้นมึงพรากคนที่กูรักไป กูเองก็จะพรากคนที่มึงรักไปเหมือนกัน!” 

               ผู้กองพนาหัวใจกระตุกวูบขึ้นมา การตายของอาซานทำให้ชารีฟแค้นเขามากเรื่องนี้เขารู้ดี แต่ถ้ามันพูดถึงคนที่เขารักล่ะก็... 

               “กูเพิ่งรู้ว่ามึงมีเมีย เมียสวยซะด้วย...ศพคราวนั้นเป็นน้องกู แต่ศพต่อไป...เมียมึง!!!” 

               “มึง!!!”  

ปังๆๆๆๆๆๆๆ 

ผู้กองพนาสาดกระสุนไปยังทิศที่ได้ยินเสียงของชารีฟ เขาเดินออกมาจากต้นสมพงยักษ์แล้วยิงไม่ยั้งด้วยความคับแค้นใจที่ถูกมันขู่แบบนี้ มันรู้ได้ยังไงกันว่าเขามีเมีย ทั้งๆ ที่เขาซ่อนแก้วเจ้าจอมเอาไว้อย่างมิดชิด หรือว่าตอนนั้น...ตอนที่ทีม รปภ. คุณครูของผู้หมวดศิวะถูกโจมตีแล้วแก้วเจ้าจอมออกจากฐานไปหาเขา เธอฆ่าคนร้ายตายไปสองคน ชารีฟมันคงแอบดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ก็เลยเห็นเธอเข้า 

               กระสุนที่เขายิงกราดใส่ชารีฟไร้ซึ่งการยิงตอบโต้กลับ เมื่อสิ้นเสียงปืนของเขาป่าทั้งป่าก็เงียบกริบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันคงหนีไปแล้ว ป่าออกกว้างใหญ่ จุดที่ตั้งหลักของพวกมันก็อยู่ห่างจากจุดนี้ไปไกลโข มันจะเป็นไปได้ยังไงที่ชารีฟจะมาเจอเขาโดยบังเอิญ มันจะรู้ได้ยังไงว่าเขาออกมาลาดตระเวนสืบข่าวของมัน นี่อย่าบอกนะว่าพวกมันก็มีสายคอยแอบสอดส่องพวกเขาเหมือนกัน โธ่เว้ย!!! ทั้งน่ารำคาญ ทั้งน่าเจ็บใจที่พวกมันเอาแต่แอบกัดพวกเขาแบบนี้ ทำตัวเหมือนแมลงวันที่คอยบินตอมไปมาให้พวกเขาได้แต่คอยรำคาญแล้วก็ระแวง เหมือนมันกำลังเล่นสงครามประสาทที่จะให้เขาบ้าตายก่อนที่จะได้เผชิญหน้ากันจริงๆ 

               “มึงจะไม่มีวันทำอะไรเมียกูได้ กูจะยัดมึงเข้าคุกก่อนที่มึงจะทันได้ทำร้ายใคร ศพรายต่อไปมันคือมึงต่างหาก ไอ้เวรเอ้ย!!!” เขาสถบออกมาอย่างเจ็บใจ อยากจะกระชากคอชารีฟมาแล้วซัดมันให้น่วม มันขู่จะฆ่าใครก็ไม่น่าเจ็บใจเท่ากับมันขู่จะฆ่าเมียของเขา ไม่มีวันซะหรอก ไม่ว่าใครหน้าไหนเขาก็จะไม่ยอมให้มันแตะต้องเธอเป็นอันขาด! 

  

 

 

               ตลอดสามวันที่ผู้กองพนาไม่อยู่แก้วเจ้าจอมไม่ยอมออกไปไหน เธอเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้าน เก็บดอกไม้ป่าสวยๆ มาประดับให้ทั่วบ้านอย่างอารมณ์ดีและมีความสุข เฝ้านับวันที่สามีจะกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ คิดถึงเขาทุกลมหายใจ ตอนนี้โลกทั้งใบของเธอนั้นมีแต่เขา เธอหลงเขาหนักมากกว่าที่ผ่านมา หากเป็นเทพเจ้าเธอก็คงจะบูชาเขาทุกเช้าเย็น 

               “พี่พนากลับมาหาแก้วเร็วๆ นะคะ แก้วคิดถึง” สองแขนเล็กๆ กอดตุ๊กตาหมีสีขาวขนฟูแน่น ตุ๊กตาของเธอที่เขาเก็บเอาไว้นับตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน เขาบอกว่าเธอคือรักแรกพบของเขา ถ้าอย่างนั้น...เมื่อก่อนเวลาที่เขาคิดถึงเธอ เขาก็คงจะกอดตุ๊กตาแทนตัวเธอเหมือนกันสินะ คิดแล้วก็อดยิ้มและเขินอยู่คนเดียวไม่ได้ แก้วเจ้าจอมเอียงแก้มลงไปถูไถกับตุ๊กตาอย่างเขินอายเมื่อยามนึกถึงสามีโดยที่ไม่รู้ว่าใครคนหนึ่งกำลังไขประตูบ้านเข้ามาหาอย่างเงียบๆ 

               หลังจากที่กลับมาถึงฐานแม้จะเป็นห่วงเธอมากแค่ไหนแต่ผู้กองพนาก็ยังมาหาแก้วเจ้าจอมไม่ได้เพราะต้องอยู่จัดการเรื่องงานกับเหล่าลูกน้องต่อ ไหนจะแผนการการเข้าไปจับกุมชารีฟกับพวกอีก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะไหวตัวไปไหนอีกรึเปล่าเพราะตอนนี้ชารีฟรู้แล้วว่าเขาไปถึงยังที่กบดานของมัน แม้จุดที่เขากับมันเจอกันจะอยู่ห่างออกมาจากจุดที่ตั้งหลักของมันมากก็ตามแล้วตลอดเส้นทางที่เขาแอบไปลาดตระเวนหาข่าว เขากลบร่องรอยของเขาและลูกน้องเอาไว้จนมิด ชารีฟไม่น่าจะดูออกว่าที่ตั้งจุดกบดานของมันถูกเขาแอบไปสำรวจมาแล้ว ผู้กองพนาอยู่คุยงานกับเหล่าลูกน้องตั้งแต่กลับมาที่ฐานจนดึกดื่น แม้จะคิดถึงแก้วเจ้าจอมมากแค่ไหน ห่วงใยเธอแค่ไหนเขาก็ต้องข่มใจเอาไว้เพราะหน้าที่ต้องมาก่อนเรื่องของหัวใจเสมอ สิ่งเดียวที่ทำให้เขาพอจะสบายใจและคลายความห่วงใยลงได้ก็คือผู้หมวดศิวะบอกเขาว่าเธอไม่ได้ออกจากบ้านพักมาที่ฐานเลยและเมื่อช่วงเย็นก่อนหน้านี้ตอนที่เขาออกเดินตรวจตราฐานเขาก็ยังเห็นเธอนั่งเก็บดอกไม้อยู่ที่หน้าบ้านพักอยู่และเธอก็ปลอดภัยดี แต่ทันทีที่ภารกิจของงานในวันนี้เสร็จสิ้นลงผู้กองพนาก็รีบกลับบ้านมาหาเธอ ไม่รู้ว่าความคิดถึงหรือความห่วงใยกันแน่ที่มันมีอานุภาพรุนแรงมากกว่ากัน แล้วเขาก็รู้สึกโล่งใจที่เห็นว่าเธอยังปลอดภัยดีอยู่เมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามาหาแล้วเห็นเธอกำลังยืนกอดตุ๊กตา พูดกับตุ๊กตาอยู่คนเดียว กลิ่นหอมฟุ้งจากกายเธออบอวลไปทั่วทั้งบ้าน แม่นางไม้น้อยของพี่... 

               “แก้ว” เขาเรียกเธอแล้วปลดเป้บนหลังกับวางปืนลงที่พื้น ทั้งคิดถึงและโหยหาเธออย่างสุดๆ 

               ตอนแรกแก้วเจ้าจอมคิดว่าเธอหูฝาดที่ได้ยินเสียงของเขา คิดว่าเธอต้องคิดถึงเขามากจนหูแว่วไปแล้วแน่ๆ จนเมื่อหันกลับมาเห็นเขายืนอยู่ที่หน้าบ้าน แก้วเจ้าจอมก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยว่าจะเป็นเขาจริงๆ เธอโยนตุ๊กตาหมีทิ้งอย่างไม่ใยดีเมื่อคนที่เธออยากกอดมายืนอยู่ตรงหน้านี่แล้ว 

               “...พี่พนา...พี่พนาขา” เธอรีบวิ่งเข้าไปหาเขาแล้วกอดเขาในทันที สองแขนเล็กๆ รัดกายแกร่งของเขาแน่นด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงจนน้ำตาคลอ ปกติเวลาที่เขาออกไปทำงานนอกฐานหลายๆ วันแล้วกลับมาเธอก็ไม่ได้รู้สึกโหยหาเขามากขนาดนี้ แต่เพราะคืนนั้น...เพราะคืนนั้นเป็นต้นมาความรู้สึกรักและผูกพันธ์ที่เธอมีต่อเขามันก็มีมากยิ่งขึ้น จะเป็นจะตายเสียให้ได้ถ้าไม่มีเขา 

               “พี่พนา...” ผู้กองพนาเองก็กอดเธอเอาไว้แน่น เมียรักที่เพิ่งเข้าหอกับเขาไป เขายังไม่ทันจะได้อยู่ดูแลเธอก็ต้องรีบไปทำหน้าที่แล้ว เขาไม่เคยรู้สึกว่าคิดถึงใครได้อย่างมากมายแบบนี้มาก่อน เขาก้มลงมาสูดกลิ่นแก้มหอมๆ ให้ชื่นใจ กอดและลูบไล้ร่างบางอย่างปรารถนา กุมแก้มของเธอเอาไว้พลางใช้นิ้วปาดน้ำตาที่เอ่อคลอออกให้ 

               “คิดถึงพี่มั้ย พี่กลับมาหาแก้ว...อุ๊บ!” ยังพูดไม่ทันจบดีเธอก็เอื้อมแขนโน้มคอของเขาลงมาจูบแล้ว ปากนุ่มๆ ดูดเม้มที่ริมฝีปากล่างของเขาแล้วกัดเบาๆ ก่อนที่เขาจะสอดปลายลิ้นมาเกี่ยวตวัดลิ้นของเธอ บดขยี้จูบให้หนักหน่วงแล้วดันเธอไปพิงกับผนังบ้านโดยที่ยังไม่คลายจูบจากเธอ แก้วเจ้าจอมอยากจะกอดเขาให้กระชับมากกว่านี้ก็รีบปลดเสื้อเกราะหนักๆ ของเขาออก แต่พอเธอจะปลดเสื้อและเข็มขัดของเขาออกอีกผู้กองพนาก็รีบตะปบมือของเธอเอาไว้เสียก่อน 

               “อย่าซน” เขาว่าขำๆ แก้วเจ้าจอมก็ฉกจูบเขาอีกรอบ 

               “ก็แก้วคิดถึงพี่พนานี่คะ”  

               “คิดถึงหรือหิว” พอเขาถามอีกเธอก็ทำหน้าขบคิดออกมาก่อนจะยิ้มเขินๆ ตอบ 

               “พี่พนา...ข่มขืนเจ้าหน้าที่นี่โทษหนักรึเปล่าคะ” 

               “ใช้กำลังด้วยมั้ยล่ะ ถ้าใช้กำลังด้วยก็โทษหนักอยู่” 

               “จำคุกตลอดชีวิต” 

               “เปล่า...ถูกขังเอาไว้ในหัวใจเจ้าหน้าที่คนนั้นตลอดชีวิต” ผู้กองพนายิ้มตอบแล้วก้มลงมาจูบที่แก้มของเธอ ดูดกลืนกินซอกคอหอมๆ แล้วตามด้วยหอมแก้มอีกฟอด 

               “แล้ว...ถ้าอมของหลวงด้วย จะเป็นอะไรมั้ยคะ” มือเล็กๆ เขี่ยไปมาที่เข็มขัดของเขา อยากจะปลดมันออกจะแย่ 

               “เป็นสิ” เขาตอบเธออีก “ได้เป็นเมียเจ้าหน้าที่ที่ถูกอมของหลวงไง” 

               “ฮื่อออ เป็นคดีที่น่าทำมากๆ แก้วอยากเป็นโจรปล้นสวาทแล้วสิ” นางไม้กำลังหลงป่าขั้นหนัก เธอไม่ได้สนว่าตอนนี้เนื้อตัวของเขาจะมอมแมม เครื่องแบบที่เขาสวมอยู่จะเปื้อนดินโคลนมามากน้อยแค่ไหนหรือแม้แต่ที่ใบหน้าของเขาก็ยังมีคราบสีพรางหน้าติดอยู่ เธอยืนกอดคลอเคลียอยู่กับเขาได้สักพักก็ค่อยๆ ผละออกจากเขาไปที่เตียงนอนที่ตอนนี้เปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่แล้ว เธอสำรวจขาเตียงทั้งสี่ด้านอย่างไม่แน่ใจจนผู้กองพนาต้องเดินเข้าไปดูว่าเธอสำรวจขาเตียงทำไม 

               “มีอะไรรึเปล่าแก้ว” 

               “แก้วกำลังดูว่าขาเตียงมันโอเคมั้ย แก้วกลัวขาเตียงหัก” เธอเดินกลับเข้ามากอดเขาอย่างออดอ้อน “พี่พนาแรงเยอะ” สิ้นคำเธอว่าผู้กองพนาก็หัวเราะออกมาลั่นบ้านพักทันที จะว่าไปคืนนั้นเขาก็ทำเตียงโยกแรงมากๆ จนพอตอนเช้าเตียงของเขามันเคลื่อนออกมาจากตำแหน่งเดิมตั้งเยอะ สงสัยจะได้เปลี่ยนเตียงนอนใหม่ซะแล้วมั้ง 

               “คืนนั้นพี่รุนแรงกับแก้วมากไปจริงๆ แหละ แก้วไม่โกรธพี่ใช่มั้ย พี่ขอโทษนะที่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้” เขาบอกอย่างรู้สึกผิดเพราะเนื้อตัวของแก้วเจ้าจอมก็ยังมีรอยรักจางๆ จากเขาติดอยู่ก่อนจะก้มลงจูบหนักๆ ที่ไหล่กลมกลึงของเธอ ซึ่งพอเขาพูดถึงเรื่องความรุนแรงในคืนนั้นอีกแก้วเจ้าจอมก็อดเขินไม่ได้ เขารุนแรงกับเธอมากจริงๆ จนเธอลุกแทบไม่ขึ้น เดินก็แทบจะไม่ไหว พอกินมื้อเที่ยงที่ผู้หมวดเผ่าเทพเอาปิ่นโตมาวางไว้ให้ที่หน้าบ้านเสร็จเธอก็นอนซมต่อทั้งวันเลย เพิ่งจะมีเมื่อวานนี้นี่แหละที่พอจะดีขึ้น ลุกขึ้นมาเดินได้และออกไปเก็บดอกไม้ป่าที่หน้าบ้านมาประดับบ้านให้บรรยากาศดูสดชื่นขึ้น 

               “แก้วไม่โกรธหรอกค่ะ แก้วเต็มใจแล้วแก้วก็มีความสุขที่ได้เป็นเมียของพี่พนา อาจเพราะมันเป็นครั้งแรกด้วยแก้วก็เลยปรับตัวไม่ทัน แต่ถ้า...ถ้าได้ทำบ่อยๆ เดี๋ยวแก้วก็เข้าขั้นมือโปรแล้วล่ะค่ะ” 

               “แก้ว...” ผู้กองพนาเรียกเธออย่างขำๆ อะไรจะก๋ากั่นได้ขนาดนี้ ถ้าเทียบกับวันแรกๆ ที่เธอมาอยู่ที่นี่ ตอนที่เธอความจำเสื่อมใหม่ๆ เธอดูเรียบร้อย อ่อนหวาน ขี้อายแล้วก็ไม่ค่อยพูด แต่พอมาช่วงหลังๆ นี้เธอคุยเก่งขึ้น ร่าเริงขึ้น ก๋ากั่นขึ้น ซึ่งนิสัยนี้มันเริ่มจะคล้ายกับเมื่อตอนที่เธอยังไม่ความจำเสื่อมมาก ภายใต้ความน่ารักสดใสและคุยเก่งมันแฝงไปด้วยความกังวลของเขาเมื่อเธอคนเดิมกำลังจะกลับมา ผู้กองพนายื่นมือมาเกลี่ยไล้แก้มแดงๆ มองเธออย่างแสนรักและอาลัยอาวรณ์ แม่นางไม้น้อยของพี่จะลืมพี่หรือเปล่า จะยังรักพี่อยู่แบบนี้มั้ยถ้าจำทุกอย่างได้หมดแล้ว 

  

 

 

               ความเหนื่อยเมื่อยล้าจากการออกลาดตระเวนทำให้ผู้กองพนานั่งหลับตาพริ้มอย่างผ่อนคลายอยู่ในลำธารที่ป่าหิ่งห้อย สายน้ำเย็นๆ ท่ามกลางบรรยากาศของผืนป่าทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาไม่น้อยเพราะยามที่สายน้ำไหลผ่านร่างมันให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับนั่งแช่ตัวอยู่ในอ่างสปาเลย และที่ทำให้เขารู้สึกสุขใจมากขึ้นก็ตรงที่พอลืมตาขึ้นแล้วเขาเห็นแก้วเจ้าจอมว่ายน้ำไปมาอยู่ใกล้ๆ เขา เธอดำผุดดำว่ายอย่างคล่องแคล่วจนเขาอดทึ่งไม่ได้ ไหนจะดำน้ำมาแกล้งเขาได้เป็นเวลานานๆ อีก ยังมีเรื่องอะไรที่เขาจะได้ทึ่งกับเธออีกมั้ย ทั้งเป็นหมอ ทั้งแม่นปืน ว่ายน้ำเก่ง ไม่เคยมีสามีมาก่อน หากวันที่เขาพาเธอกลับไปส่งบ้าน เขาเชื่อแน่ว่าเขายังจะได้เซอร์ไพรส์กับเธออีกหลายเรื่องอย่างแน่นอน อย่างเช่นว่า...ความจริงแล้วเธออาจจะเป็นนางไม้แสนสวยหรือนางฟ้าที่ลงมาอยู่บนโลกมนุษย์อะไรประมาณนี้ 

               ซ่า!!! 

               แก้วเจ้าจอมผุดขึ้นมาจากน้ำตรงหน้าเขาอย่างทันทีทันใดพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆ แม้คืนนี้จะมืดมิดด้วยแสงจากดวงจันทร์ แต่แสงจากดวงดาวและหิ่งห้อยในป่ารวมถึงแสงไฟจากตะเกียงก็ทำให้ผู้กองพนามองเห็นเธอได้อย่างชัดเจน แล้วทันทีที่เธอผุดขึ้นมาจากน้ำ สองแขนเล็กๆ ก็รีบวาดขึ้นมาโอบรอบคอของเขาเอาไว้ 

               “นั่งแช่น้ำนิ่งๆ แบบนี้พี่พนาเหมือนตาแก่ที่กำลังแช่ตัวอยู่ในบ่อออนเซ็นเลยนะคะ” 

               “พี่อายุสามสิบห้าปีแล้ว ถ้าจะบอกว่ายังเป็นหนุ่มอยู่ก็กระดากปากอยู่เหมือนกัน” พอเขาว่า แก้วเจ้าจอมก็หัวเราะคิกออกมา 

               “แก่ยังไงก็รักอยู่ดี” 

               “แม้ว่าอายุของเราอาจห่างกับเป็นสิบปีน่ะหรอ” 

               “พี่พนาอย่าพูดเรื่องอายุสิคะ สมัยนี้คนอายุสามสิบห้าเขาไม่เรียกว่าแก่หรอก” 

               “แล้วเขาเรียกว่าอะไร” 

               “สำหรับแก้ว แก้วเรียกว่า...วัยกำลังแซ่บและอร่อยค่ะ” นิ้วเล็กๆ ไล้มาตามลำคอและแก้มของเขา แววตาของเธอยั่วเย้าด้วยมารยาหญิง ปลายนิ้วของเธอแตะไล้มาที่ริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาจนเขาแกล้งงับที่ปลายนิ้ว สองแขนแกร่งรั้งเธอให้เข้าไปหาด้วยความลุ่มหลง ไฟรักไฟปรารถนาเริ่มลุกโชยจนสายน้ำเย็นๆ ในลำธารเริ่มร้อนขึ้นทุกขณะ 

               “ถึงพี่พนาจะบอกว่าตัวเองแก่ แต่ว่า...คืนนั้นพี่พนาไม่แก่เลยนะ ทั้งลีลาและเรี่ยวแรง ดีแค่ไหนขาเตียงไม่หัก” 

               “พี่รับรองว่าคืนนี้ขาเตียงจะไม่หักแน่ๆ” ผู้กองพนาปรายตาไปทางเสื่อกับถุงนอนหนาที่เขาปูเอาไว้ที่ป่าหิ่งห้อย แก้วเจ้าจอมมองตามแล้วก็ต้องย่นจมูกใส่ มิน่าล่ะตอนที่เขาบอกว่าจะมาอาบน้ำที่นี่เธอเห็นเขาหอบเสื่อกับถุงนอนมาด้วย แอบร้ายเหมือนกันนะเนี่ย ทำเหมือนไม่อยากแต่อุปกรณ์สำหรับเอาท์ดอร์กลับพร้อมมาก 

               “ขาเตียงไม่หักแต่แผ่นดินคงสะเทือนกันพอดี” 

               “พี่ไม่ใช่ยักษ์นะ” 

               “แน่ใจนะคะว่าไม่ใช่ยักษ์” มือของเธอแตะมาที่ปมผ้าขาวม้านุ่งอาบน้ำของเขาและแกล้งจะปลดออกจนผู้กองพนาต้องตีมือเธอใต้น้ำเบาๆ เขาถูกเธออ่อย เธอรุกจนจะไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว 

               “เด็กหื่น” 

               “ถูกใจคนแก่มั้ยล่ะคะ”  

               “ที่สุด” ผู้กองพนายิ้มตอบอย่างถูกใจแล้วก้มลงมาจูบเธอในทันที ทั้งเรื่องที่ออกลาดตระเวนและเรื่องของชารีฟมันทำให้เขาเครียดมาหลายวันแล้ว คืนนี้ขอเขาผ่อนคลายอยู่กับคนรักของเขาก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับไปสะสางเรื่องงานต่อ รวมถึง...หาทางพาเธอกลับบ้านตามที่เขาเคยรับปากกับเธอ เธอได้กลับบ้านวันไหนเขาจะไปสู่ขอเธอในวันนั้นเลย เพื่อนๆ ของเขาก็แต่งงานมีลูกมีเมียกันหมดแล้ว เขาเองก็อยากจะมีบ้าง ครอบครัวที่เขาเคยสูญเสียไปเขาจะสร้างมันขึ้นมาใหม่กับเธอ 

               แก้วเจ้าจอมลูบไล้ไปตามกายแกร่งของเขาอย่างหลงใหลขณะที่จูบกับเขาอยู่ในลำธาร มือทั้งสองข้างของเธอลูบอย่างแผ่วเบาไปตามเนื้อตัวของเขา เขาน่าสัมผัสไปทุกสัดส่วนเลย รสจูบก็หวานแสนหวานและไม่ได้รุนแรงมาก แต่ก็ไม่แน่ว่าพอถึงจุดไคลแม็กซ์แล้วเขาจะแสดงอารมณ์ดุเดือดออกมาอีก ริมฝีปากของเธอถูกดูดเม้มและลิ้มชิมความหวาน ลิ้นร้ายก็รุกเร้าจูบเธออยู่นานราวกับจะสูบเลือดเนื้อวิญญาณของเธอไปจนเธอเริ่มอ่อนระทวย 

               “ถ้าพี่เผลอทำรุนแรงกับแก้วอีกล่ะ” เขาถามสลับกับหอบหายใจเบาๆ สองมือแกร่งจับกุมที่แก้มทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ 

               “แก้วยอมช้ำคามือพี่พนาค่ะ” เธอยิ้มตอบ ขอแค่เป็นเขาเธอยอมเขาทุกอย่างก่อนจะค่อยๆ คลายปมผ้าถุงที่นุ่งอาบน้ำอยู่ออก เธอปลดผ้าถุงของตัวเองออกก่อนจะวางเอาไว้บนโขดหินริมลำธาร ตอนนี้เธอกำลังยืนเปลือยกายอยู่ในลำธารกับเขา พอเขาเห็นว่าเธอปลดผ้าถุงออกเขาก็ปลดผ้าขาวม้าออกด้วยเช่นกัน แล้วจากนั้นสองร่างที่เปลือยเปล่าก็โผเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันในน้ำต่อ จากจูบหวานๆ เมื่อกี้นี้ตอนนี้เร่าร้อนขึ้นด้วยอารมณ์รักสุดปรารถนา สองเต้าอวบอิ่มถูกแผ่นอกแกร่งของเขาบดขยี้เมื่อผู้กองพนากอดเธอเอาไว้แน่นขณะก้มลงมาจูบ เขาอ้าปากงับและดูดกลืนกินที่ซอกคอของเธอคำใหญ่ ทุกๆ จุดที่ริมฝีปากของเขาลากผ่านจะมีรอยรักสีหวานถูกประทับเอาไว้ จากริมฝีปากมาซอกคอ จากซอกคอมาที่เนินอกอวบ 

               “อ๊ะ” แก้วเจ้าจอมร้องออกมาเบาๆ เมื่อปลายนิ้วของเขาเขี่ยมาที่ยอดอกสีหวานของเธอ เขาถอนจูบออกจากเธอ ยืนกอดเธอเอาไว้ขณะเขี่ยที่ยอดอกของเธอไปมาจนแก้วเจ้าจอมขนลุกเกลียว พอเขี่ยที่ปลายยอดแล้วเขาก็ก้มลงมาที่อกของเธอ เปลี่ยนจากใช้นิ้วมาเป็นลิ้นเขี่ยที่ยอดอกของเธอแทนพร้อมกับบีบคลึงเบาๆ แก้วเจ้าจอมยืนนิ่งมองเขาปรนเปรออกอวบทั้งสองข้างของเธอด้วยความซาบซ่าน ยิ่งยามที่เขาอ้าปากดูดกินอย่างหิวโหยเธอก็ยิ่งซาบซ่านมากขึ้นจนเผลอจิกนิ้วลงไปที่ต้นแขนแกร่งของเขา เขากลืนกินอกอวบของเธออยู่นานก่อนจะเงยหน้าขึ้นยืนเต็มความสูง เขารั้งเธอเข้ามาหาจนแนบชิดอีก มองหน้าสบตากับเธอหากแต่นิ้วของเขากลับสอดเข้ามาสำรวจที่เนื้อนวลของเธอที่ใต้น้ำ ลูบไล้อย่างแผ่วเบาแล้วก็สอดปลายนิ้วเข้ามาจนเธอสะดุ้งและเกร็งสุดๆ แม้จะเจ็บแต่มันก็รู้สึกดีมากๆ เธอครางออกมาเพราะถูกเขารุกเร้าอยู่ใต้น้ำจนเผลอส่ายสะโพกเข้าหานิ้วของเขาที่สอดเข้ามาถึงสองนิ้ว ความเสียวซาบซ่านทำให้เธอแทบทรงตัวไม่อยู่ ยิ่งเห็นว่าเธอครางไม่หยุดเขาก็ยิ่งขยับนิ้วแรงๆ และมองเธอ พร้อมกับบอกว่าชอบเวลาที่ได้เห็นเธอครางอย่างมีความสุขเพราะเขา 

               “พี่พนา...ซี๊ดดดดด” เธอเอียงตัวมาซบกับแผ่นอกแกร่ง นิ้วของเขามันทำให้เธอหมดแรง แต่พอเขาถอนนิ้วออก เธอนึกว่าเขาจะให้เธอพัก แต่เปล่าเลย ทันทีที่ถอนปลายนิ้วออกเขาก็ยกเรียวขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นมาเกี่ยวที่เอวของเขา แล้วจากนั้นเขาก็ค่อยๆ สอดกายแกร่งขนาดใหญ่เข้ามาในกายของเธอแทนนิ้ว งานนี้แก้วเจ้าจอมถึงกับจุกท้องไปเลย ครั้งแรกของเธอเขาก็ขย้ำเธอจนช้ำไปทั้งตัว พอมาครั้งที่สองของเธอก็ยังเป็นในน้ำอีก คนบ้า...ร้ายลึกอะไรแบบนี้ ตีหน้าซื่อเหมือนไม่ค่อยอยากจะกินเธอ แต่ลีลารักของเขาแต่ละครั้งนี่เด็ดๆ ทั้งนั้น 

               “ซี้ดดดดดด...อ่าห์” แก้วเจ้าจอมหลับตาปี๋เมื่อเขาสอดรักฝังกายเข้ามาสุดความยาวจนเธอตอดรัดเขาอย่างหนัก 

               “อ่าห์” เขาครางออกมาเช่นกันเมื่อสอดรักเข้ามาสำเร็จแล้ว สองแขนแกร่งโอบอุ้มสะโพกของเธอเอาไว้ เกี่ยวขาของเธอข้างที่เขายกขึ้นให้กระชับแล้วก็เริ่มหมุนควงบดเอวเข้าหา งานนี้แก้วเจ้าจอมร้องแทบไม่ออก ไม่รู้ว่าเสียว เจ็บหรือจุกกันแน่ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ในน้ำกลางแจ้งแบบนี้นี่มันที่โล่งแจ้งชัดๆ  

               “พี่พนา...ขะ...ขยับสิคะ อย่าบดคลึงแบบนี้...แก้ว...แก้ว...” 

               “ไม่ชอบหรอ” เขาก้มลงมาถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนกำลังสนุกที่ได้แกล้งเธอ 

               “แก้วเสียวใจจะขาดอยู่แล้ว” 

               “เสียงสั่นขนาดนี้พี่เชื่อแล้วทูนหัวว่าเสียวมากจริงๆ เด็กหื่นแบบเราต้องถูกปราบซะบ้าง แล้วถ้าแก้วดื้อกับพี่ พี่ก็จะลงโทษแก้วแบบนี้ จำเอาไว้” 

               “...ถ้าซนแล้วถูกลงโทษแบบนี้ ซี๊ดดดด แก้ว...อ่าห์...แก้วคงต้องยิ่งดื้อ...อื้อออออ กว่าเดิม” 

               “พี่ชอบลงโทษเด็กดื้อ” ว่าจบ จากที่บดคลึงคราวนี้ผู้กองพนาก็ขยับเอวขยับรักเข้าออกมาไป เขาขยับเอวสลับกับบดหมุนควงเอวไปมาจนแก้วเจ้าจอมปรับตัวตามไม่ทันจนต้องครางออกมาไม่หยุด แล้วยิ่งคราง เสียงครางหวานๆ ก็เธอก็ทำให้เขายิ่งมีอารมณ์ปรารถนาเธอรุนแรงมากขึ้นจนร่างบางถูกกระแทกกระทั้นจนตัวสั่นตัวคลอนอยู่ในน้ำ 

               พอเขาปล่อยเรียวขาของเธอลง ผู้กองพนาก็ดันแก้วเจ้าจอมไปที่โขดหิน เธอยืนหันหลังให้เขา เกาะโขดหินเอาไว้แน่นเมื่อเขาขยับกายแนบรักเข้ามาทางด้านหลัง อกอวบเต่งตึงของเธอกระเพื่อมไปมาตามแรงรักกระทบกับผืนน้ำจนผืนน้ำแตกกระจายเป็นวงคลื่น เธอกัดริมฝีปากล่างด้วยความรัญจวน มือข้างหนึ่งยกขึ้นมานวดคลึงอกของตัวเองเพื่อให้คลายความซาบซ่านลง แต่มันกลับยิ่งทำให้เธอเร่าร้อนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม 

               “โอ้ววว...อื้ออออ อ่ะห์อ้า...พี่จ๋า...พี่พนา...” แก้วเจ้าจอมส่ายสะโพกสวนกลับไปหาเขา ต่างฝ่ายต่างก็ขยับกายเข้าหากันโดยเฉพาะแก้วเจ้าจอมที่เธอใกล้ถึงฝั่งฝันแห่งความสุข ผู้กองพนาที่รู้ว่าเธอใกล้จะเสร็จสมอารมณ์หมายแล้วก็ค่อยๆ ถอนกายออกมาจากเธอเสียดื้อๆ จนแก้วเจ้าจอมต้องหันมามองตามอย่างอ้อนวอน 

               “พี่พนาจ๋า...” 

               “พี่ว่าขึ้นจากน้ำก่อนดีมั้ย เดี๋ยวไม่สบายนะ” เขาแกล้งหยุดกลางครันเพื่ออยากให้เธอโหยหาเขา อยากสร้างประสบการณ์แห่งรักเอาไว้ให้เธอได้จดจำเพื่อไม่ให้เธอลืมเขา  

               แก้วเจ้าจอมรีบขึ้นจากน้ำตามเขา อารมณ์ของเธอยังคุกรุ่นอยู่ เธอกำลังจะถึงฝั่งฝันแห่งรักแล้วเขาจะมาหยุดเอากลางครันแบบนี้ไม่ได้ เธออดรู้สึกเคืองไม่ได้เมื่อเห็นเขาลงไปนั่งบนเสื่อที่ปูเอาไว้ก่อนหน้า แต่เพราะความต้องการของเธอที่พุ่งขึ้นสูงอย่างสุดๆ ทันทีที่เขานั่งลงไปบนเสื่อเธอก็รีบเข้าไปหาเขาแล้วผลักเขาลงไปนอนกับเสื่อก่อนจะขึ้นคร่อม ด้วยความปรารถนาเธอไม่อายแม้แต่เหล่าหิ่งห้อยที่โบยบินไปมา มือเล็กๆ รูดกายแกร่งของเขาสองสามทีก่อนจะค่อยๆ กดกายลงไปหา 

               “อ่าห์...” เธอครางออกมาอย่างรู้สึกดีที่ได้ผสานกายกับเขาอีกครั้งแล้วก็เริ่มโยกกายเข้าหาเขาเพื่อต่อสิ่งที่เขาค้างคาเอาไว้ให้จบ เห็นร่างบางของเมียรักขยับกายเข้าหาเขาไปมาผู้กองพนาก็สุขใจนัก ยามที่เธอหิวกระหายเขานั้นดูน่ารักที่สุด เธอแอ่นตัวไปด้านหลังเล็กน้อย บีบคลึงหน้าอกของตัวเองไปมาและสูดปากครางไม่หยุด แรงโยกเอวค่อยๆ กระชั้นถี่ขึ้น คราวนี้ผู้กองพนาไม่แกล้งให้เธอต้องค้างอีกแล้วแต่เขายังขยับสะโพกขึ้นหาเธอด้วยจนร่างบางกระตุกอย่างแรง 

               “อ๊า!!!” แก้วเจ้าจอมกระตุกกายแรง น้ำหวานเอ่อไหลออกมาเป็นจำนวนมาก แม้ว่าเธอจะถอนกายออกมาจากเขาแล้วแต่เธอก็ยังกระตุกกายไม่หยุด การเสร็จสมอย่างรุนแรงทำให้เสียงหวานครางออกมาอย่างพอใจ เธอนั่งหอบหายใจอยู่บนตัวของสามี แก้มนวลแดงก่ำด้วยพิษรัก แต่ยังไม่ทันจะได้หายเหนื่อยดี ผู้กองพนาที่ยังไม่ได้เสร็จสุขไปกับเธอก็ประคองตัวเธอลงไปนอนกับเสื่อแล้วขยับกายสอดรักเข้าไปหาเธออีกครั้ง 

               “โอ๊ย” แก้วเจ้าจอมร้องออกมา กำปั้นเล็กๆ ทุบอกเขาเบาๆ “แก้วเจ็บนะ” 

               “ทีเมื่อกี้ล่ะเอวพลิ้วเลยนะ” 

               “ก็แก้วค้างนี่ คราวหลังพี่พนาอย่าทำแบบนี้อีกนะ” เธอค้อนใส่อย่างอายๆ คนที่แกล้งทำเธอค้างเลยก้มลงมาหอมแก้มขอโทษแล้วคลึงหน้าอกของเธอแรงๆ 

               “เดี๋ยวพี่ชดเชยและไถ่โทษให้” ว่าจบ เอวสอบก็เริ่มขยับกายรุกเร้าเธอ จากช้าๆ เนิบนาบจนแก้วเจ้าจอมถึงกับกลั้นหายใจตามมาเป็นเร่าร้อนรุนแรง สิ่งที่เขาแกล้งเธอไปก่อนหน้าถูกชดเชยด้วยลีลารักสุดเร่าร้อนยิ่งกว่าเก่า สะโพกของเขาเคลื่อนเข้าออกหาเธอราวกับเครื่องจักรกล ไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงหรือหยุดอีกง่ายๆ รสรักของเขาร้อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วทั้งหัวใจของแก้วเจ้าจอม เธอมีความสุขยากที่จะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้ ดวงตาคู่สวยมองเขาตักตวงความสุขจากร่างของเธอด้วยความหลงใหล เห็นเขามีความสุขแล้วก็ครางออกมาไม่หยุดเธอก็ยิ่งพอใจนักแล้วแยกเรียวขาออกจากกันให้กว้างขึ้น ยื่นมือไปลูบสัมผัสกายของเขาและครางเสียงหวานๆ ออกมาให้เขาได้รู้ว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหนที่ได้เป็นเมียของเขา... 

  

 

 

               ลมเย็นของผืนป่าที่พัดโชยมาทำให้แก้วเจ้าจอมยิ่งขยับกายเบียดเข้าหาสามีขณะที่นั่งอยู่บนตักของเขา สองร่างเปลือยเปล่ามีถุงนอนผืนหนาที่ถูกคลี่ออกมาห่อคลุมเพื่อป้องลม แก้มนวลแดงระเรื่ออิงแนบชิดแผ่นอกแกร่งที่ชื้นไปด้วยไอเหงื่อจากบทรักแสนเร่าร้อนที่เพิ่งพบลง ทั้งคู่นั่งกอดกันและกัน ซุบซบกันด้วยความรักความลุ่มหลง ไม่ได้เอื้อยเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาแต่ให้ภาษากายช่วยบอกผ่านถึงความรู้สึกทั้งหมดที่มีท่ามกลางฝูงหิ่งห้อย ผู้กองพนาเอียงใบหน้าซบศีรษะของแก้วเจ้าจอมที่อิงอกของเขาอยู่ คำขู่ของชารีพมันทำให้เขาคิดมากและเป็นห่วงเธอยิ่งกว่าที่ผ่านมา หากมันคิดจะทำร้ายเธอจริงๆ เรื่องที่เขาจะส่งเธอกลับบ้านคงเป็นเรื่องที่ควรทำที่สุด เธอไม่ใช่คนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากเธอไปจากที่นี่ ไปอยู่ไกลๆ ชารีฟคงตามไปทำร้ายเธอไม่ได้ หากเขาจัดการกับชารีฟได้เมื่อไหร่เขาจะไปพาเธอกลับมาอยู่กับเขาและหวังในใจว่าเธอจะไม่ลืมเขา จะไม่ลืมว่าเคยรักเขามากแค่ไหน 

               “พี่พนา” เธอเรียกเขาขึ้นมา สองแขนเล็กๆ ภายใต้ถุงนอนกอดรัดเขาให้แน่นขึ้น “แก้วมีความสุขจังเลยค่ะเวลาที่ได้อยู่กับพี่พนาแบบนี้” 

               “พี่รู้ พี่ก็มีความสุขมากเหมือนกัน” เขาหอมแก้มเธอแรงๆ สองแขนที่กอดรัดเธอเลื่อนมาบีบคลึงหน้าอกของเธอไปมา กลิ่นกายหอมๆ ของเธอฟุ้งอยู่รอบกายของเขาจนเขาไม่อาจถอยห่างจากเธอได้ แก้วเจ้าจอมเงยหน้าขึ้นมองเขาฝ่าความมืดในยามค่ำคืนแล้วจึงจุ๊บปากของเขา ก่อนจะจุ๊บมาที่สร้อยของเธอที่เคยสวมให้เขา นิ้วของเธอเขี่ยที่จี้สร้อยไปมา 

               “ผู้ชายอะไรใส่สร้อยวิ้งๆ ของผู้หญิง” 

               “เวลามีคนทักก็บอกเขาไปสิว่าเป็นของเมีย เมียใส่ให้” 

               “เหมือน...” แล้วแก้วเจ้าจอมก็หัวเราะออกมาเมื่ออดนึกถึงอะไรบางอย่างไม่ได้จนผู้กองพนาต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย 

               “เหมือนอะไร” 

               “เหมือนปลอกคอแสดงให้รู้ว่ามีเจ้าของแล้ว” 

               เพี๊ยะ! 

               ฝ่ามือของเขาตีก้นของเธอในทันที ใบหน้าคมเข้มตึงขึ้นมาแล้วทำหน้าดุใส่ 

               “พี่ไม่ใช่หมานะ” 

               “ก็แล้วใครว่าหมาล่ะคะ นี่ผัวต่างหาก โอ๋ๆๆ ไม่งอนนะคะ ไม่งอนนะคะคนดี” แก้วเจ้าจอมขยับกายเปลี่ยนจากนั่งตักมาเป็นนั่งคร่อมบนตักของเขาแทนแล้วก็เกาคางของเขาด้วยขณะง้อจนผู้กองพนาต้องจับมือของเธอเอาไว้ 

               “อย่ามาเกาคาง ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่หมา” เขาว่าแล้วจับมือของเธอเอาไว้แน่นกว่าเดิม เล่นด้วยแล้วลามปามใหญ่ “ดื้อมากๆ เดี๋ยวก็ลงโทษแบบเมื่อกี้นี้หรอก” 

               “อยากถูกลงโทษจังเลยค่ะ” แทนที่จะกลัวในคำขู่ ดวงตาคู่สวยก็ช้อนขึ้นมองเขาอย่างยั่วเย้า สะโพกกลมกลึงค่อยๆ ขยับบดเบียดเข้าหาเขา แม้จะยังไม่ได้สอดกายเข้าหากันแต่เนื้อนวลของเธอก็เสียดสีถูไถไปมากับกายแกร่งที่ยังไม่หลับไม่นอนราวกับว่าคืนนี้เขายังจะเล่นสนุกกับเธอต่อ แก้วเจ้าจอมขยับสะโพกเข้าหาเขาช้าๆ แล้วก็มองเขาอย่างเชิญชวน มือหยาบๆ ของเขาจึงเลื่อนลงมาบีบขยำแก้มก้นของเธออย่างหมั่นเขี้ยว 

               “ระหว่างที่ยังไม่ได้กลับบ้าน แก้วอย่าอยู่ห่างจากพี่นะ พยายามอย่าอยู่กลางแจ้งด้วย” 

               “หลงเมียมากจนอยากให้เมียอยู่ใกล้ๆ หรอคะ หืม” เธอแกล้งเกาคางของเขาอีก ผู้กองพนาจึงดึงมือของเธอมากอดรอบคอของเขาเอาไว้แทน ที่เขาบอกให้เธออย่าอยู่ห่างจากเขาก็เพราะเขากลัวว่าเธอจะถูกชารีฟทำร้ายเอา อีกอย่างกาเซ็มก็เป็นพวกแม่นปืนอยู่ด้วย เขาไม่อยากให้เธออยู่กลางแจ้งเพราะกาเซ็มอาจจะลอบยิงเธอได้ 

               “เมียพี่อร่อยขนาดนี้ ไม่ให้หลงได้ยังไงกัน” เขาทำเออออไปกับเธอ แก้วเจ้าจอมที่ยังไม่รู้เรื่องที่ตัวเองถูกหมายหัวจึงไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอคิดก็คือการอยู่กับสามีให้มีความสุขและคุ้มค่าที่สุด 

               “หลงเมียขนาดนี้ขอยกตำแหน่งคนหลงเมียแห่งปีให้เลยค่ะ” สะโพกงอนงามขยับเข้าหาเขาไม่หยุดจนกายแกร่งที่ได้รับการกระตุ้นลุกขึ้นยืนตรงเตรียมที่จะฟาดฟันกับเธออีกครั้งในทันที 

               “สงสัยคืนนี้จะมีคนไม่อยากหลับอยากนอน” 

               “แล้วพี่พนาหลับลงหรอคะ” 

               “โดนแบบนี้ใครจะไปหลับลงกันล่ะทูนหัว” เขาว่าเสียงกระเส่าเพราะถูกยั่วเย้าจนทนต่อไปไม่ไหวจึงค่อยๆ กดสะโพกของเธอลงมาหากายแกร่ง ถุงนอนที่ห่มคลุมร่างของทั้งสองคนค่อยๆ เคลื่อนหลุดออกจากกายจนปรากฎกายเปลือยเปล่าของทั้งสองคนที่บดเบียดแนบชิดราวกับจะรวมร่างเป็นหนึ่ง ทั้งสองคนจรดหน้าผากมาแนบชิดติดกัน ผูกสัญญาความรักมั่นต่อกันและจะไม่จากกันไปไหน 

               “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แก้วห้ามลืมพี่เด็ดขาดนะ” 

               “...ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่แก้วก็จะไม่มีวันลืมพี่พนาค่ะ” เธอรักเขาขนาดนี้แล้วเธอจะลืมเขาลงได้อย่างไรกัน อีกไม่นานเขาก็จะพาเธอกลับบ้านแล้ว หากเธอกลับบ้านเมื่อไหร่เธอกับเขาคงต้องอยู่ห่างกันไกล อีกสิ่งที่เธอกลัวมากพอๆ กับการลืมเขาก็คือกลัวคนที่บ้านจะกีดกันไม่ให้เธอได้เจอกับเขาด้วย เธอเชื่อว่าอุปสรรคต่างๆ ที่กำลังจะถาโถมเข้ามามันจะเป็นเครื่องทดสอบความรัก อุปสรรคที่ไม่รู้ว่าจะใหญ่โตมากมายแค่ไหนแต่หากความรักที่เธอและเขามีให้กันมันยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์มากพอ ยังไงเธอกับเขาก็จะผ่านมันไปได้และคงอีกไม่นานสองหัวใจจะได้กลับมารวมกันเป็นหนึ่งอีกครั้ง การพบเจอกันระหว่างเธอกับเขามันล้วนแต่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ที่มันเป็นไปได้ก็คงจะเป็นเพราะ ฟ้าดินคงกำหนดให้เธอเกิดมาเพื่อมาเป็นเมียรักของเขา... 

  

************************************************* 

เธอสัญญากับพี่พนาเอาไว้แล้วนะว่าจะไม่ลืมเขา ถ้าเธอลืมเขา ไรท์จะตีก้นเธอยัยสไนเปอร์ 

************************************* 

ตอนนี้เป็นตอนปิดฉากรักหวานๆ ของน้องแก้วผู้น่าสงสารนะคะ เพราะตอนหน้านางต้องจากกันกับพี่พนาแล้ว มาเอาใจช่วยขอให้พี่พนาเข้มแข็งต่อไปให้ได้ด้วยนะคะ  

************************************** 

ขออภัยนะคะที่ตอนนี้มาช้ามากกกกกกกกกก เนื่องจากไรท์ลบเนื้อหาตอนที่ 18 ของเดิมทิ้งแล้วเพิ่งจะได้มานั่งเขียนใหม่เมื่อวันจันทร์ตอน 4 ทุ่ม ค่ะ เนื้อหาเดิมไม่ค่อยโอเค ไรท์เลยไม่อยากปล่อยออกมาให้อ่าน ตัดสินใจลบทิ้งเขียนใหม่เลย  

ยังไงก็ฝากติดตามต่อในตอนหน้าด้วยนะคะ เพราะพล็อตหลักสำคัญของเรื่องอยู่ที่ตอนหน้านี้แล้ว สปอยนิดๆ ว่านางเอกของเราจะบู๊ได้อย่างดุเดือด ระเบิดภูเขาเผากระท่อมเลยค่ะ 

ความคิดเห็น