facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 20 NC (ตอนจบ)

ชื่อตอน : บทที่ 20 NC (ตอนจบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2563 23:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,300
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20 NC (ตอนจบ)
แบบอักษร

ปากดีนัก ต้องโดนจัดซะให้เข็ด 

บทที่ 20 

 

“ทิว ทิว ทิวครับ ถึงแล้ว ตื่นได้แล้วครับ”

คนถูกปลุกสะดุ้งตื่นจากบ่าที่ซบมาตลอดการเดินทาง ทิวไม้ยกมือขยี้ตาและบิดขี้เกียจขับไล่ความงัวเงียก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างรถ

“ว้าว ทะเล”

“ไอ้ทิว ไอ้ขี้หมา อุตส่าห์มาเที่ยวเสือกหลับเกือบตลอดทาง”

เสียงวศินที่เป็นคนขับรถหันหน้ามาต่อว่า ส่วนคิมหันต์ที่นั่งอยู่เบาะหลังช่วยเสริม

“ใช่ แล้วแถมยังนอนซบไหล่พี่แบงค์จนตะคริวแดกไปแล้วมั้ง”

“ไม่เป็นไรน่า อย่าไปว่าทิวเลย พี่ไม่เป็นไรหรอก พวกเราลงจากรถกันเถอะ”

ธนดลเอ่ยปากชักชวนสมาชิกทั้งหมดหกคนที่อยู่ในรถยนต์เจ็ดที่นั่งให้ลงมาจากรถที่จอดอยู่หน้าบ้านสองชั้นริมทะเล โดยที่วศินเป็นคนขับรถมีอวัศย์นั่งอยู่ด้านข้าง ทั้งคู่คุยกันบ้างเถียงกันบ้างป้อนขนมใส่ปากกันบ้าง เบาะกลางมีธนดลกับทิวไม้นั่งมา ช่วงแรกทิวไม้ก็ยังดูตื่นเต้นกับการเดินทางแต่สักพักเขาก็คล้อยหลับไปด้วยการพิงไหล่ของธนดล ส่วนเบาะหลังเป็นพื้นที่ของคิมหันต์กับดิฐาที่ชวนกันเล่นเกมต่อสู้ในโทรศัพท์มือถือมาตลอดทาง

ทั้งหกคนมาฉลองปิดเทอมในเทอมแรก เหลืออีกเทอมเดียวธนดลกับอวัศย์ก็จะเรียนจบกันแล้ว และอีกอย่างคือพวกเขาแต่ละคู่คบกันมาได้สองเดือนแล้ว ธนดลจึงเสนอให้ฉลองด้วยการมาเที่ยวทะเลครบทั้งสามคู่โดยมาพักที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลของครอบครัว ทุกคนเห็นดีด้วยอวัศย์จึงขอยืมรถยนต์เจ็ดที่นั่งของบิดามาใช้เพื่อที่จะได้มาพร้อมกันได้

“ทะเล โว้ย ทะเล”

พอตื่นเต็มตาและมองเห็นน้ำทะเลสะท้อนแสงแดดยามบ่ายทิวไม้ก็ตื่นเต้นกว่าใครๆ เขาแทบจะวิ่งลงไปเล่นน้ำแล้วถ้าธนดลไม่ห้ามไว้ก่อน

“ทิว อย่าเพิ่งไป ตอนนี้แดดยังแรงอยู่เดี๋ยวไม่สบาย”

“เออ ไอ้เหี้ยนี่ อย่าเพิ่งมัวแต่สนุก ช่วยกันขนข้าวของลงจากรถก่อน ซื้อมาเยอะอย่างกับไปแจก”

วศินสำทับพลางเดินไปเปิดประตูท้ายรถที่บรรทุกเสบียงมาเต็มที่ ทั้งที่วางแผนจะมานอนกันแค่สองคืน โดยเฉพาะเหล้าเบียร์และโซดา พวกเขาช่วยกันยกกระเป๋าและอาหารที่เตรียมมาลงจากรถเข้าไปในบ้าน

“แม่เจ้าโว้ย สวยว่ะ บ้านพี่แบงค์สวยจังครับ”

ดิฐาที่เพิ่งจะเข้ามาร่วงแก๊งได้ไม่นานเอ่ยขึ้น แม้บ้านจะเก่าแต่ก็ยังได้รับการดูแลจนน่าอยู่ ธนดลยิ้มรับพลางแนะนำสถานที่

“ด้านบนมีสองห้องนอน ข้างล่างมีอีกห้องแต่เป็นห้องเล็กนะ ตรงโน้นเป็นครัวแต่ไม่ค่อยได้ใช้หรอกเพราะส่วนใหญ่จะไปทำอาหารปิ้งย่างกันตรงชายหาด”

“พี่แบงค์กับพี่หมอกไปอยู่ชั้นบนกันเลยนะ เดี๋ยวผมกับไอ้ดิวอยู่ห้องข้างล่างเอง”

คิมหันต์รีบบอก เขากับดิฐาเป็นคนง่ายๆ สบายๆอยู่แล้ว นอนตรงไหนก็ได้ นี่เขาแอบเล็งตรงหน้าโทรทัศน์ที่มีโซฟาเบาะหนังตั้งอยู่ด้วยซ้ำ ธนดลพยักหน้าเขาบอกให้ทุกคนยกกระเป๋าเดินทางไปเก็บในห้องแล้วออกมาช่วยกันเตรียมอาหาร

อาหารที่เตรียมมากินวันนี้เป็นอาหารทะเลสำหรับปิ้งย่าง วศินรับอาสาปรุงยำรสเด็ดกินแกล้มเหล้า เขาคุยโวว่าเข้าครัวช่วยแม่ทำกับข้าวตั้งแต่เด็ก เรื่องยำเขาถนัด

“สั่งมาเลยอยากกินยำอะไร สั่งได้ทุกคน วันนี้ไอ้บัฟจะเป็นเจ้าของร้านคนละยำเอง”

“เอาดีๆ ออกเสียงให้ถูก คนละยำหรือคนระยำ”

ทิวไม้ที่กำลังจุดไฟในเตาบาร์บีคิวตะโกนแซวมา วศินยกมะเหงกส่งให้เพื่อนในระยะไกล

“สัสทิว อย่าพูดมาก คืนนี้มึงได้เจอพี่แบงค์กูทำยำหัวคะเม็ดให้กินแน่มึง”

ได้ฟังแล้วทิวไม้ก็ทำหน้าเหรอหราว่าคนอื่นหัวเราะอะไรกัน ธนดลกลั้นขำกระซิบแปลที่วศินพูดให้ฟัง ทิวไม้ถึงกับหน้าแดง

“ไอ้บัฟ ไอ้บ้าลามก กูไม่ให้พี่แบงค์ทำหรอกโว้ย แม่พี่แบงค์สั่งมาให้กูอยู่ห่างๆพี่แบงค์”

“อ้าวทิว ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ แบบนี้พี่ก็มาเสียเที่ยวน่ะสิ”

ธนดลประท้วงก่อนจะดึงทิวไม้มาหอมดังฟอด สายตากะลิ้มกะเหลี่ยจ้องมองคนรักไม่วางตา

“โอ๊ย อิจฉาโว้ย เหม็นฟามรัก”

เสียงคิมหันต์ตะโกนแว่วมา เขากับดิฐายกเครื่องเสียงมาเปิดที่ริมทะเลด้วย บ้านของธนดลอยู่ในโซนส่วนตัวที่บ้านแต่ละหลังห่างกันพอสมควร หากเปิดเพลงไม่ดังมากนักก็ไม่เป็นการรบกวนบ้านหลังอื่น เมื่อเตรียมอาหารใกล้เสร็จแล้วทิวไม้กับอวัศย์ก็วิ่งลงไปเล่นน้ำทะเลกันในช่วงที่ตะวันใกล้จะตกดิน

ปล่อยให้คนรักกับเพื่อนเล่นน้ำกันได้สักพักธนดลก็เรียกให้ทั้งคู่กลับมากินมื้อเย็น ทุกคนสนุกสนานไปกับบรรยากาศและอาหารที่เตรียมมา คิมหันต์ชงเหล้าแจกเพื่อนจนหน้าแดงเพราะฤทธิ์ของแอกอฮอลล์จนความมืดมาเยือน

“เก็บของกันเถอะ น้องทิวนั่งตาปรือแล้ว”

อวัศย์พูดขึ้น พวกเขาช่วยกันเก็บของและดับไฟในเตาบาร์บีคิว จากนั้นจึงแยกย้ายคู่ใครคู่มัน

“ทิว ทิวครับ ไหวไหมเนี่ย พี่พาไปนอนนะ”

“หวาย ทิวหวาย อยากเล่นน้ำต่อ”

เสียงอ้อแอ้ดังขึ้น ธนดลส่ายหน้าเมื่อเห็นสภาพของคนรัก

“ยังอยากจะเล่นน้ำอีก พรุ่งนี้ค่อยเล่นใหม่ ไปอาบน้ำล้างเกลือจากน้ำทะเลออกแล้วนอนได้แล้ว”

ทิวไม้ถูกธนดลอุ้มขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง วศินหันมาหาอวัศย์ส่งยิ้มให้

“พี่หมอกง่วงหรือยัง เราไปเดินเล่นริมชายหาดกันไหม”

“ไปก็ได้

อวัศย์พยักหน้ารับ เขาเองก็อยากจะเดินเล่นฟังเสียงคลื่นเก็บบรรยากาศอยู่เหมือนกันเพราะไม่ได้มาเที่ยวทะเลนานแล้ว วศินหันมาชวนคิมหันต์กับดิฐา

“มึงไปเหอะ กูกับไอ้ดิวพกเครื่องเพลย์มาด้วย เดี๋ยวจะดวลวินนิ่งกันหน่อย”

“ตามใจพวกมึงเหอะ มาทะเลเสือกจะมานั่งเล่นเกม พี่หมอกจ๋างั้นเราไปจู๋จี๋กันนะ”

วศินจูงมืออวัศย์ออกไปนอกบ้าน คิมหันต์จึงเอ่ยปากกับดิฐา

“ยกเบียร์ไปด้วยนะมึง ใครชนะได้แดกเบียร์ ไปเร็ว”

 

 

 

เสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาชายหาดพร้อมลมทะเลในยามค่ำคืนทำให้อวัศย์รู้สึกดีมาก วศินจูงมือเขาเดินมาจนถึงใต้ต้นมะพร้าวไม่ไกลจากบ้านของธนดลนัก

“พี่หมอกนั่งตรงนี้ชมพระจันทร์กันดีกว่า คืนนี้ฟ้าสวย”

จริงอย่างที่วศินบอก เมื่อได้นั่งลงและแหงนมองท้องฟ้าวันนี้ไร้เมฆบดบังอวัศย์จึงได้ชื่นชมกับดวงดาวที่แข่งกันส่องแสงเต็มไปหมด ตรงริมฟ้ายังมีพระจันทร์ลอยเด่นอวดแสงนวล เสียดายที่ไม่ใช่พระจันทร์เต็มดวง ไกลลิบออกไปมองเห็นจุดวิบๆจากเรือประมงกลางทะเลกว้าง ลมพัดกลิ่นน้ำทะเลปะทะใบหน้าให้รู้สึกสดชื่นที่ได้มาเที่ยวกับคนรัก

“ทำไมวันนี้ดูโรแมนติกจัง”

อวัศย์หันไปถามวศิน อีกฝ่ายยิ้มเขินพลางยกมือเกาหัวแกรกๆ

“โธ่ จะโรแมนติกบ้างไม่ได้เหรอ เป็นครั้งแรกนะเนี่ยที่ได้มาทะเลกับแฟน หรือว่าพี่หมอกไม่ชอบ”

“ชอบสิ เราไม่ได้บอกว่าไม่ชอบนี่ นิดหน่อยไม่กวนตีนแบบนี้ก็น่ารักดีนะ”

อวัศย์ยิ้มขำ นานๆทีวศินจะมีโมเมนต์น่ารักแบบนี้ อันที่จริงเขาก็ชอบวศินทั้งแบบกวนตีนปกติและแบบคนรักนั่นแหละ แต่เบื้องหลังบุคลิกไม่เป็นโล้เป็นพายวศินก็เคยพิสูจน์มาบ้างแล้วว่ามั่นคงกับอวัศย์แค่ไหน

“ยิ้มแบบนี้ จะยั่วกันให้ขาดใจเลยใช่ไหมพี่หมอก”

แสงจันทร์สาดกระทบแก้มนวลจนไม่ควรจะอดใจอีกแล้ว วศินโน้มตัวไปหอมแก้มนุ่มนั้นดังฟอดจนอวัศย์ตกใจ เหลียวหน้าแลหลังเลิ่กลั่ก

“หน่อย เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น”

“ไม่มีใครเห็นหรอกน่าพี่หมอก ผมถามพี่แบงค์มาแล้วแถวนี้เป็นบ้านส่วนตัวไม่มีใครเข้ามายุ่มย่ามหรอก แถมนี่ก็มืดแล้ว แต่ถ้าพี่หมอกกลัวใครจะเห็นเรานอนลงก็ได้นะ”

แค่ออกแรงนิดเดียววศินก็ทำให้อวัศย์เอนกายลงไปบนหาดทรายนุ่มได้แล้ว เขาจ้องมองใบหน้าของอวัศย์พลางใช้นิ้วเกลี่ยแก้มเล่น

“ผมดีใจนะที่เรากลับมาเจอกันทั้งที่จากกันไปตั้งหลายปี พี่หมอกดีใจไหม”

“ถามทำไม ถ้าไม่ดีใจก็ไม่เดินเข้าไปทักวันแรกที่เจอกันในผับหรอก”

อวัศย์ก้มหน้างุด สายตาของวศินในตอนนี้ทำให้เขาเขินจัด อาจเป็นเพราะบรรยากาศริมทะเลแสนโรแมนติกก็เป็นได้ที่ทำให้อารมณ์ปั่นป่วนได้ขนาดนี้ วศินค่อยๆโน้มตัวลงมาจูบที่กลีบปากของเขาแผ่วเบา อวัศย์ถึงกับผวาเมื่อวศินทำทีจะถอนริมฝีปากออกไป

“หน่อย นิดหน่อย”

อวัศย์รีบโน้มคอคนรักรั้งไว้เพื่อให้จูบนั้นยังคงอยู่ เขาเผยอปากรอรับลิ้นชื้นให้ผ่านเข้ามาคลอเคลียกันอยู่ในโพรงปากชุ่มฉ่ำ วศินเบียดกายลงแนบชิดจนเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นของทั้งสองฝ่ายไม่อาจกางกั้นได้ มือของวศินสอดลึกเข้าไปในขากางเกงลูบคลำเนื้ออ่อนจนอวัศย์เผลอไผลชันขาเปิดทาง

“เราบอกรักกันนะครับคนดีของหน่อย”

วศินกระซิบเสียงกระเส่าเมื่อดึงกางเกงขาสั้นของอวัศย์ลงจนถึงเหนือเข่า ดวงตาหวานของอวัศย์มองซ้ายมองขวาเห็นแต่ความมืดและเสียงลมกับคลื่นเขาจึงอนุญาตเสียงอุบอิบ

“จะทำอะไรก็รีบๆทำสิ ช้าอยู่ได้”

วศินยิ้มลิงโลด เขาควักเจ้าลูกชายที่แสนขยันขันแข็งออกมาทักทาย ในสถานการณ์เช่นนี้เขาใช้น้ำลายตัวเองนี่แหละที่ช่วยเปิดทางสวรรค์ อวัศย์กลั้นหายใจเมื่อกำลังตั้งรับความคับแน่นเข้ามาในช่องทาง

“ผมรักพี่หมอกที่สุดเลย”

ร่างสูงขยับเอวเคลื่อนที่พลางบดจูบจนปากของอวัศย์ร้อนเห่อ เขาครางแผ่วแข่งกับเสียงคลื่นจนฟังคล้ายเสียงเงือกในนิทาน

“หน่อย เรา อื้อ เราไปเล่นน้ำทะเลกันไหม”

เป็นฝ่ายเอ่ยปากชักชวนแต่ก็ซุกหน้าอยู่กับอกกว้างแก้เขิน วศินไม่มีทางปฎิเสธอยู่แล้ว เขาโอบร่างเพรียวลมให้กอดก่ายแนบแน่นแล้วอุ้มอวัศย์ขึ้นมาก่อนจะเดินลงไปในทะเลยามค่ำคืนทั้งที่ร่างกายยังผสานกันอยู่จนน้ำทะเลอยู่ระดับเอวถึงได้หยุด

“พี่หมอกรักผมไหม ตอบให้ชื่นใจได้ไหมครับ”

“ระ รัก เรารักหน่อยมากเลย”

อวัศย์กระซิบเสียงหวานพลางโอบกอดวศินแน่นทั้งแขนและขา วศินฟังแล้วยิ้มกว้าง

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เรามาบอกรักกันใต้แสงจันทร์กับทะเลแสนสวยกันนะครับพี่หมอก”

ใบหน้าโน้มเข้าหากันจูบดื่มด่ำขณะที่ใต้ระดับน้ำทะเลวศินกำลังปรนเปรอความสุขแทนคำบอกรัก อวัศย์มั่นใจแล้วว่าเขากับวศินไม่มีทางเปลี่ยนใจจากกันแน่นอน

 

 

 

“เหี้ยเอ๊ย แพ้อีกแล้ว”

ดิฐาบ่นเมื่อเล่นเกมแข่งกับคิมหันต์แล้วแพ้ต่อเนื่อง ทั้งคู่นั่งอยู่บนพื้นห้องพิงหลังไปกับโซฟาเบาะหนังหน้าโทรทัศน์ที่พวกเขาต่อสายเชื่อมกับเครื่องเล่นเกมที่หอบหิ้วมาด้วย

“ฝีมือมันคนละชั้นกันโว้ย”

คิมหันต์หัวเราะใส่แถมยังยักคิ้วเยาะเย้ย เรื่องเกมเขาไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว ถึงขั้นเตรียมตัวจะไปแข่งอีสปอร์ตด้วยซ้ำ ดิฐาหมั่นไส้จนต้องยกมือผลักหน้าคิมหันต์

“ชนะแล้วเสือกมาเยาะเย้ย ไม่เล่นแล้วโว้ย”

“อ้าว แพ้แล้วอย่าพาล แดกเบียร์ซะตามข้อตกลง”

คนชนะเทเบียร์ใส่แก้วส่งให้คนแพ้ ขวดเบียร์หลายขวดกองเกลื่อนอยู่แถวนั้น ดิฐาหน้ามุ่ยแต่ก็รับมาดื่มไปครึ่งแก้ว พลันความคิดบางอย่างก็แวบเข้ามาจนต้องลอบยิ้ม

“อุ๊ย มือลื่น”

เบียร์ในแก้วที่เหลือถูกสาดเข้าใส่เสื้อของคิมหันต์จนเปียกชุ่ม เขาเงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่กลายมาเป็นคนรักพร้อมกับเลิกคิ้ว”

“ทำเหี้ยอะไรของมึงไอ้ดิว ทำไมไม่แดกดีๆ เสียดายเบียร์ แถมนี่เสื้อกูนะไอ้ดิว”

“ก็มือมันลื่น แดกไปหลายแก้วมันก็มีเมากันบ้างสิวะ เล่นเกมกับมึงจนเหงื่อเปียกมือเลยนะ ไม่ต้องเสียดายน่ายังไงกูก็ต้องทำตามกติกาอยู่แล้ว”

ดิฐาผลักให้คิมหันต์หงายหลังลงไปนอนกับพื้นห้องก่อนที่เขาจะกระโจนตามไปคร่อมร่างของคิมหันต์ไว้ ดิฐาก้มหน้าลงใช้ลิ้นเลียไปตามเสื้อยืดที่เปียกเบียร์ของคิมหันต์และเน้นไปตรงจุดเหนือยอดอก

“ไอ้ดิว เหี้ย กูเสียว”

คิมหันต์แหงนหน้าลำตัวแอ่นสูงเมื่อดิฐากำลังเม้มยอดอกของเขาผ่านเนื้อผ้าเปียกชื้นที่ให้ความรู้สึกยั่วเย้าเหมือนจะแกล้ง

“อ้าว เหรอ มึงเสียวแล้วกูควรทำยังไงดีน้า มึงจะได้เสียวมากขึ้นกว่านี้น่ะคิม”

ดิฐาพูดอย่างได้ใจเมื่อในเรื่องนี้เขาเอาชนะคิมหันต์ได้ดีกว่าเรื่องเกม มือของเขาซุกซนบีบตรงเป้ากางเกงของคิมหันต์จนเด้งตามมือ ในที่สุดคิมหันต์ก็ยอมแพ้

“ไอ้เหี้ยดิว สัส จะทำอะไรก็เชิญ”

คนชนะในรอบนี้ยิ้มกริ่ม ดิฐาดึงกางเกงของคิมหันต์ลงเหมือนรอโอกาสนี้มานานแล้ว เขาดันต้นขาของคิมหันต์ให้ยกสูงข้างหนึ่งพาดไปกับโซฟาแล้วเทเบียร์ที่เหลือในแก้วลงไปตรงระหว่างขา จากนั้นดิฐาจึงยื่นหน้าเข้าไปในลิ้นตวัดเลีย

“อู๊ย เหี้ยดิว คิดได้ไงวะ”

คิมหันต์สะดุ้ง ลิ้นร้อนตวัดร่องหลือจนเสียวไปถึงท้องน้อย ดิฐาชันกายขึ้นสอดความเป็นชายของเขาเข้าไปด้วยสีหน้าแสนฟิน

“รสชาติเบียร์แก้วนี้อร่อยเนอะ มึงว่างั้นไหมคิม”

ดิฐาออกแรงกระแทกเอวเข้าใส่จนร่างของคิมหันต์ดิ้นพล่านอยู่บนพื้นห้อง ดิฐาเองก็อดปล่อยเสียงครางกระเส่าไม่ได้เมื่อเขาปลดปล่อยออกมา

“ฟินเฟร่อ”

“กูยังไม่ฟินด้วย มึงดูสิของกูยังโด่อยู่นี่”

คิมหันต์หน้ามุ่ยยกเจ้าลูกชายฟาดท่อนแขนดิฐาไปหนึ่งที ดิฐาใช้มือโอบอุ้มอย่างหลงใหล

“จริงด้วย ทำไงดีน้าลูกชายมึงถึงจะสงบน่ะคิม”

คิมหันต์ยิ้มร้าย เขาขยับไปนั่งบนโซฟาพิงหลังกับเบาะท่าทางสบาย

“มึงก็มาจัดการเอามันลงสิวะไอ้ดิว”

ดิฐาเองก็รู้ความหมาย เขาลุกขึ้นไปนั่งคร่อมอยู่บนตักก่อนจะใช้มือจับท่อนลำตรงสวยให้จ่ออยู่กับช่องทางของเขาแล้วกดเอวลงไปให้มันสอดลึกเข้าไปถึงข้างใน

“อา ลึกสัส”

ดิฐานิ่วหน้าก่อนจะโยกตัวขึ้นลง เขาก้มหน้าไปจูบคิมหันต์อย่างเร่าร้อน

“คิม กูรักมึงมากนะโว้ย กูยอมมึงคนเดียวนะ”

“กูก็ยอมมึงคนเดียวเหมือนกัน ถ้าเป็นคนอื่นกูคงไม่ยอมหรอกดิว”

คิมหันต์ตอบพลางโยกเอวตอบกลับดิฐาที่กำลังบดคลึงอยู่บนตัก ต่างฝ่ายก็กอดกันไว้แน่นพลางส่งเสียงหอบกระเส่าใส่กัน

“จะเล่นเกมหรือจะเล่นกับกู”

ดิฐากระซิบถามและคิมหันต์เองก็กระซิบตอบเสียงสั่นพร่า

“เล่นเกมไปด้วยพร้อมกับเล่นมึงได้ไหม”

คิมหันต์โอบเอวดิฐาไว้แล้วขยับกลับไปนั่งกับพื้นที่เดิม เขาคว้าจอยบังคับมาถือในมือทั้งที่ยังมือร่างของดิฐานัวเนียอยู่แนบแน่น

 

 

 

“ชอบไหมครับที่พี่พาทิวมาเที่ยวทะเล”

ร่างสูงตรงเข้ามากอดทิวไม้ที่กำลังยืนชมวิวอยู่บนระเบียง เบื้องหน้ามองเห็นทะเลที่มีพระจันทร์สะท้อนแสงอยู่ ทิวไม้เอนกายพิงหลังไปกับหน้าอกกว้างพลางเงยหน้าสบตากับธนดล

“ชอบสิครับพี่แบงค์ ขอบคุณมากเลยนะครับที่พาทิวมาเที่ยว”

“ก็พี่รักทิวนี่นา ถ้าทิวอยากได้อะไรแล้วพี่ทำได้พี่ก็จะทำ”

“ถ้างั้นห้ามกอด”

“ไม่ได้”

“อ้าว ก็ไหนพี่แบงค์บอกว่าทิวให้ทำอะไรก็จะทำไง”

“ยกเว้นเรื่องนี้ เรื่องกอดจูบเรื่องแสดงออกว่ารักทิว เรื่องนี้ห้ามพี่ไม่ได้”

ธนดลส่งเสียงดุพลางดึงให้ทิวไม้หันหน้ามาหาเขา ดวงตาคมบ่งบอกว่าเขาหลงรักทิวไม้แค่ไหน ไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปหลายเดือนแล้วที่เขากับทิวไม้คบกัน แรกๆก็มีแต่คนดูหมิ่นดูแคลนและทำนายว่าทั้งคู่คงจะเลิกกันในเวลาไม่นาน แต่สำหรับธนดลและทิวไม้แล้วต่างรู้ว่ามันไม่ใช่ เวลาผ่านไปก็ยิ่งรักกันมากขึ้น

“อยู่บ้านไม่เห็นพูดแบบนี้”

ทิวไม้ยิ้มขำเมื่อได้ฟังคำพูดหวานจนเลี่ยน ธนดลส่ายหน้าระอา

“ทิวก็รู้ว่าไอ้โบว์กับแม่จ้องตาเป็นมัน มาคราวนี้เราพ้นสายตาสองคนนั้นแล้วพี่จะบอกรักทิวจนเบื่อไปเลย”

“ไม่เบื่อ ทิวชอบฟัง”

เสียงเหมือนแมวออดอ้อนจนธนดลอดใจไม่อยู่ต้องเชยคางให้ทิวไม้เงยหน้ารับจูบของเขา ทิวไม้ตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดเมื่อเจอกับจุมพิตพิฆาต

“อื้อ พี่แบงค์”

เขารวบร่างของทิวไม้แล้วพากลับเข้ามาในห้องนอน วางทิวไม้ลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม มือร้อนปลดกระดุมชุดนอนออกพลางบ่นเบาๆ

“จะเอามาทำไมก็ไม่รู้ไอ้ชุดนอนเต็มรูปแบบเนี่ย ทิวก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ใส่แน่ๆ”

ทิวไม้ยิ้มขำ เขามองธนดลที่กำลังถอดเสื้อกับกางเกงขายาวของเขาออก

“ก็ทิวอยากให้พี่แบงค์ถอดให้นี่นา”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ถ้าทิวขยันจะใส่พี่ก็ขยันถอดได้”

ธนดลปิดไฟเหลือเพียงโคมไฟสลัว เขาเปิดเพลงคลอสร้างบรรยากาศไปพร้อมกับเสียงคลื่นที่แว่วเข้ามา มือใหญ่ลูบไล้เนื้อตัวเย็นนุ่มหลังอาบน้ำหอมกลิ่นแป้งเด็ก เขาก้มหน้าฟอนเฟ้นแทบจะทุกส่วนจนทิวไม้ใกล้ละลาย

“พี่แบงค์ ฮื้อ ไม่ไหว”

ทิวไม้มองคนรักตาเชื่อม ธนดลค่อยๆสอดกายเข้าไปช้าๆ จนเชื่อมติดกันแนบสนิทตอนนั้นเขาค่อยเริ่มขยับไล่ระดับจากความอ่อนโยนจนกลายเป็นเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ

“อา ทิวครับ ทิวทำให้พี่มีความสุขมาก”

ธนดลจูบทิวไม้ที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยร่อยรอยหวานจากฝีมือของเขา ทิวไม้นอนซุกอยู่กับอกกว้าง

“พี่ทิวนะพี่ทิว มาทะเลทั้งทีไม่ได้มองทะเลเลย เห็นแต่เพดานห้อง”

“อ้าว อยากเห็นทะเลถ้าอย่างนั้นพี่ให้ทิวมองทะเลก็ได้”

ยกต่อไปธนดลจึงให้ทิวไม้ชันกายสี่ขาใบหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างโดยมีเขาขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังก่อนที่ทั้งคู่จะมานอนหอบกอดกันอีกครั้ง

“พี่รักทิวมากเลย รู้ใช่ไหมครับ กลับจากทะเลแล้วทิวพาพี่ไปหาพ่อกับแม่ของทิวนะ พี่อยากขอท่านให้พี่คบกับทิว”

“จริงเหรอพี่แบงค์”

ทิวไม้ตื้นตันเมื่อรู้ว่าธนดลจริงใจกับเขามากขนาดนี้ ธนดลจูบที่หน้าผากมนฝากรัก

“ใช่ครับ พี่จริงจังกับทิว ทิวเรียนจบเมื่อไหร่พี่จะให้พ่อกับแม่พี่ไปขอทิวมาใช้ชีวิตคู่กับพี่นะ”

“รักพี่แบงค์ที่สุดเลย”

ทิวไม้ยิ้มแป้นโอบกอดธนดล ทั้งคู่นอนฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งก่อนที่พวกเขาจะบอกรักกันตลอดค่ำคืนที่แสนมีความสุขจนกว่าดวงอาทิตย์จะมาเยือนในวันพรุ่งนี้

The End 

Belove’s Taik 

กรี๊ดดดด จบแล้วจ้า อิอิ ในที่สุด จากเรื่องสั้นตอนเดียวไม่นึกว่าจะลากมาจนถึง 20 บทได้ขนาดนี้ แต่ละเรื่องกว่าจะจบก็ใช้เวลานานเหลือเกิน  

ขอบคุณนะคะที่ตามอ่านกันมาจนครบ 3 คู่ ถ้าอ่านแล้วชอบใจก็ขอคอมเมนต์เป็นกำลังใจ เว็บไหนมีดาวมีหัวใจก็ฝากกด เว็บไหนมีรีวิวก็ช่วยรีวิวเรียกแขกเป็นรางวัลให้บีเลิฟบ้างนะคะ 

                           

ความคิดเห็น