pienika

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักนะ...รู้ยัง ตอนพิเศษ จิมรัน1

ชื่อตอน : รักนะ...รู้ยัง ตอนพิเศษ จิมรัน1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2559 00:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักนะ...รู้ยัง ตอนพิเศษ จิมรัน1
แบบอักษร

 

รักนะ...รู้ยัง ตอนพิเศษ จิมรัน1

 

 

“เฮ้ย จิมไม่แฮ้งค์เหมือนคนอื่นเหรอ”เสียงของเพื่อนร่วมงานถามขึ้นทันทีที่เห็นเขาเดินออกจากลิฟต์ เพื่อนเขาถามถึงเรื่องเมื่อคืนที่ไปปาร์ตี้กันเพราะงานใหญ่ที่นำไปเสนอลูกค้านั้นผ่าน หัวหน้าแผนกเลยพาไปเลี้ยงที่ผับ

“ไม่ว่ะ เมื่อคืนไม่ค่อยดื่ม”จิมตอบกลับ ถึงจะดื่มเยอะแต่ก็คงสร่างเมาเพราะวิ่งหนีลูกปืนเมื่อคืนนั่นแหละ จะว่าไปก็นึกถึงเซีย รายนั้นข้อเท้าแพลงไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง ยิ่งไม่ค่อยดูแลตัวเอง

เซียเป็นเพื่อนที่ร่วมงานกับเขาตั้งแต่เข้ามาทำงานในบริษัทนี้แทบทุกครั้งที่มีงานทำร่วม เขามักจะได้ทำร่วมกับเซีย ตอนแรกเขานึกว่าจะเข้ากับเซียไม่ได้เพราะอีกฝ่ายไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยยิ้ม และแทบจะไม่เคยเห็นเซียหัวเราะเลย แต่พอหลายเดือนต่อมา เซียเหมือนจะเปิดใจกับเขา มียิ้มให้และคุยยาวๆได้บ้าง แต่เซียก็ไม่ค่อยหัวเราะอยู่ดี

จนกระทั่งเมื่อต้นปีที่ทำเอาเขาช็อคไปที่อยู่ๆเซียก็มาบอกว่าชอบเขา....อะไรกัน เขาเป็นผู้ชายทั้งคู่ อีกอย่างเขาก็ชอบผู้หญิง ตอนนั้นเลยเผลอพูดแรงๆใส่ แล้วเซียก็เหมือนจะหนีห่างจากเขา หลบหน้าไปนานเลย  แต่แล้วเซียก็กลับมาเป็นปกติคุยกับเขาและยิ้มให้ เป็นช่วงที่เขาถูกผู้หญิงที่เขารักมากบอกเลิก ตอนนั้นเองที่เขาหันมามองเพื่อนคนนี้ที่ดูน่ารักขึ้นจนเหมือนเขาตกหลุมรัก

แต่.....

ของบางอย่างเราจะเห็นค่าตอนที่เสียมันไป

เซียมีแฟนแล้ว และเป็นผู้ชาย ตอนแรกเขาคิดอยากจะทำให้เซียเป็นของเขา แต่...ความผิดชอบชั่วดีทำให้เขาล้มเลิกความคิดชั่วๆนี้ มาคิดอีกที.... คำว่า “เพื่อน” มันยืนยาวกว่า “คนรัก” ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะกลั่นแกล้งเหมือนที่ทำเมื่อคืน

จิมเดินออกมาจาห้องเพื่อเดินไปหาเซียที่อยู่อีกห้อง ไม่รู้ว่ามารึยัง พอเดินไปถึงหน้าห้องเคาะประตูแต่ไม่มีใครตอบรับ

“มาหาน้องเซียเหรอคะ”พี่เก๋ถามขึ้น

“ครับพี่เก๋เห็นเซียมารึยัง”จิมถามเพราะพี่เก๋เธอรู้ทุกเรื่องว่าเซียไปไหนเหมือนแอบติดเครื่องติดตามเอาไว้กับเพื่อนเขาเลย

“มาแล้วค่ะ แต่หัวหน้าเรียกพบนะ น่าจะมีงานด่วน”พี่เก๋ตอบก่อนจะเดินไปหยิบเอกสารที่เครื่องถ่ายเอกสารที่ถ่ายค้างเอาไว้ จิมจึงเดินขึ้นบันไดไปอีกชั้นเพื่อไปห้องของหัวหน้า

ตึ๊ง

เสียงลิฟต์ดังขึ้นพอดีกับที่เขาเดินขึ้นมาถึงชั้น จิมเดินเข้ามาในตัวโถงที่มีโซนโซฟานั่งเล่น

พลั่ก

“โอ๊ย! นี่! มองไม่เห็นคนรึไง!”เสียงแหลมตวาดใส่เขาหลังจากที่เขาเดินไปแล้วมันชนกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ออกมาจากลิฟต์พอดี

“ขอโทษครับ อ้าวคุณ”จิมถามเขาจำผู้หญิงคนนี้ได้เป็นผู้หญิงที่ทำให้เขาต้องวิ่งหนีลูกปืนเมื่อคืน เหมือนเธอจะชื่อรัน หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ

“นี่นายเองเหรอ”รันถามขึ้น

“เจอนายก็ดีพาฉันไปที่ห้องของคุณปิยะดาหน่อย”รันพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนว่าเขาเป็นคนรับใช้ของเธอ

“ได้ยินที่ฉันพูดรึเปล่า หรือฟังภาษาไทยไม่เข้าใจ Cloud you….”หญิงสาวถามคำถามและจะพ่นภาษาอังกฤษใส่ที่ทำให้เขากลอกตาไปมาและดักขึ้น

“ทางนี้ครับ”จิมว่าด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนักแล้วเดินนำหญิงสาวพอถึงหน้าห้องรันก็คุยอะไรกับเลขาหน้าห้องสักอย่างแล้วเปิดประตูเข้าไป

เป็นผู้หญิงที่หยิ่งเป็นบ้า!

นั่นคือสิ่งที่เขากำจัดความผู้หญิงคนนี้ แต่...เขาคิดผิด เมื่อวันหนึ่งที่บังเอิญไปเจอผู้หญิงคนนี้เดินอยู่แถวสะพานแขวน น่าแปลกที่เธอเดินอยู่คนเดียวไม่มีผู้ชายตัวใหญ่ๆตามเหมือนเคย อีกทั้งเธอยังเดินขากระเผลกแปลกๆ ร่างหนาเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะพบว่า

“อ้วก.....”เธอเมา

“นี่คุณทำไมมาเดินแบบนี้วะ อันตรายชิบ”จิมถามพร้อมกับลูบหลังให้หญิงสาวอาเจียนลงกับพื้น สภาพเธอเหมือนไปฟัดกับอะไรมา กระเป๋าก็ไม่มี รองเท้าก็ส้นหักไปข้างหนึ่ง หรือว่า....จะโดนฉุดไปข่มขืน ความคิดของเขาทำให้คิ้วหนาขมวดเป็นปม

“เบื่อ!! ฉันเบื่อ อ้วก...”จิมกลอกตาไปมาแล้วลูบหลังให้

“ทำไม อ่อก ทำไมต้องเป็นฉัน แหวะ”ร่างหนาสั่นเพราะหัวเราะจนตัวงอ

“จะอ้วกหรือจะพูดเอาดีๆ”รันตวัดสายตามามองก่อนจะผลักอกของร่างหนาออก

“อย่ามายุ่ง!”คนเก่งเดินได้เพียงสามก้าวก็ล้มแผละลงไปนั่งกับพื้นถนนก่อนจะค่อยๆเอนทำท่าจะนอนลงไป จิมรีบเข้ามาดึงหญิงสาว จะทิ้งเอาไว้จรงนี้ก็ไม่ได้ จะพากลับบ้านของเธอเขาก็จำไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องพากลับบ้านของเขาเอง

จิมพาหญิงสาวที่เมาหลับไม่รู้เรื่องมาที่ห้องนอนที่เขาเตรียมเอาไว้เผื่อว่ามีเพื่อนมาค้างที่บ้าน แล้วไปขอรบกวนข้างบ้านซึ่งลูกสาวบ้านนั้นสนิทกับเขาเพราะช่วยติวหนังสือช่วงสอบให้บ่อยๆ ให้มาช่วยเปลื่อนเสื้อผ้าและเช็ดตัวให้กับรัน

“แอะๆ เดี๋ยวนี้พาผู้หญิงเข้าบ้าน ข้าวก็อกหักน่ะสิ”น้องข้าวแซว

“นี่เพื่อนของเพื่อนพี่บังเอิญไปเจอเขาเมาน่ะ พี่ก็ไม่รู้จักบ้านเขา”

“โหยเมาหนักเลยนะเนี่ย ไม่กลัวถูกฉุดไปทำไม่ดีไม่ร้ายรึไง”ข้าวบ่นพร้อมกับมองหญิงสาวบนเตียง จิมยิ้มบางๆพลางยกกะละมังที่มีผ้าและน้ำเข้ามาวางบนโต๊ะข้างๆเตียง

“เราก็อย่าเป็นแบบนี้ล่ะ”จิมว่าก่อนจะเดินออกจากห้องไป ข้าวหันมาย่นจมูกใส่แล้วจำการเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมกับเช็ดตัวให้กับหญิงสาวเสร็จสรรพ จะได้คุ้มกับการติวคณิตศาสตร์ฟรีๆสามวันพร้อมทั้งเลี้ยงขนมด้วย ทุกวันนี้แม่จ้างเธอให้พี่จิมสอนเธอแม้ว่าพี่จิมจะไม่ค่อยอยากจะรับก็ตาม

เช้าวันต่อมา

จิมเปิดห้องนอนของเขาเข้าไปดูก็พบว่าหญิงสาวยังคงหลับอยู่ เลยมาทำอาหารและทำชาเขียวอุ่นๆเอาไว้เผื่อว่าเธอจะแฮ้ง

“กรี๊ด!!!!!!!”เสียงกรี๊ดที่ดังมาจากข้างบนฉุดให้จิมรีบวิ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ร่างสูงเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าหญิงสาวนั่งกรี๊ดอยู่บนเตียง และพอรู้ว่ามีคนเข้ามาในห้องรันก็หันมามองก่อนจะเบิกตากว้าง

“นาย!! นายลักพาตัวฉันมาเหรอ กรี๊ด!! นายมัน”รันแหกปากพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะเข้ามาตีจิม แต่ด้วยความที่แฮ้งจากการดื่มแอลกอฮอล์หนักๆเมื่อคืนทำให้หญิงสาวเสียการทรงตัวและล้มลงจิมถลาเข้ามารับ

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน! กรี๊ด!!!”เขาเกลียดเสียงกรี๊ดๆๆๆของผู้หญิงคนนี้จริงๆ จิมแกล้งเหวี่ยงเธอลงไปที่เตียงและคร่อมทับ รันกรี๊ดดังกว่าเดิมพร้อมกับดิ้น

“นี่คุณ!! เงียบ!! ถ้าไม่เงียบจะปล้ำคุณตรงนี้แหละ!”รันเงียบทันที จิมถอนหายใจนิดๆ

“เมื่อคืนคุณเมาผมบังเอิญไปเจอเข้า แล้วด้วยความที่ผมเป็นคนดีผมเลยทิ้งคุณให้นอนเหมือนหมาข้างถนนตรงนั้นไม่ได้”จิมพูดด้วยเสียงเรียบ รันกัดฟันกรอดเมื่อร่างสูงที่คร่อมเธออยู่หาว่าเธอเป็นหมา แต่ต้องสงบอารมณ์ไว้เพราะตอนนี้เธอเป็นรองเขาอยู่

“กระเป๋าของคุณก็หายไปผมเลย...”ยังไม่ทันที่จิมจะพูดจบรันก็แหกปากโวยวายขึ้น พร้อมกับผลักร่างหนาออกจากเธอ

“อะไรนะ! กระเป๋าฉันหาย ตายแล้วๆๆๆ พระเจ้า เอาโทรศัพท์ของคุณมา”จิมนิ่งไปตามอารมณ์ของเธอไม่ทัน

“อะไรนะ”

“ฉันขอยืมโทรศัพท์ของคุณเดี๋ยวนี้ เร็วสิ”จิมจึงเดินออกไปหยิบโทรศัพท์ของเขามาให้ เพราะมันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น รันดูรีบร้อนจนเดินออกมาจากห้องเพื่อมาตามเขาและคว้าโทรศัพท์ของเขา ขึ้นมากดเบอร์แล้วโทรออกไปหาคนบนคน

“แคร์นายช่วยเช็คเงินในบัญชีทุกบัญชีของฉันให้หน่อยว่ามันเหลือเท่าไหร่แล้วก็อาญัติเงินด้วย ฉันทำกระเป๋าหาย”รันพูดกับปลายสายด้วยเสียงรีบร้อน

“กรี๊ด!! อะไรนะ หมดเกลี้ยงไปบัญชีนึง บ้าจริง อาญัติทุกบัญชีเดี๋ยวนี้ แล้วก็ดูที่ๆเงินถูกกดออกไปด้วย ขอบใจมากนะ”รันตาขวางพร้อมกับยื่นโทรศัพท์คืนให้กับจิมที่ยืนนิ่งๆอยู่

“มองอะไร”

“เปล่า”จิมตอบรันถอนหายใจฮึดฮัดแล้วกระแทกตัวนั่งลงบนโซฟา

“มาทานข้าวมาคุณ ผมทำเอาไว้แล้ว”

“ฉันขอแค่กาแฟ”

“ทานข้าวครับ”รันจิ๊ปากที่มีคนขัดใจเธอแต่พอเห็นสายตาของจิมที่เดินเข้ามาหาก็นิ่งไป

“อยากให้ผมบังคับรึไง”จิมว่าพร้อมกับเหลือบตามองต่ำมาที่เนินอกซึ่งมันโผล่ออกมาเพราะเสื้อเชิ้ตสีเข้มของจิมนั้นใหญ่กว่าเธอเอามากๆและคอเสื้อมันก็ร่นลงมาเยอะ รันผลัอกแกร่งออกไปแล้วเดินกระแทกไหล่ของเขาไปที่โต๊ะกินข้าวที่อาหารถูกวางเอาไว้เรียบร้อย

“เมื่อคืนใครเปลี่ยนชุดให้ฉัน คงไม่ใช่นายหรอกนะ”

“ถ้าใช่ล่ะ”จบคำรันก็วางช้อนส้อมดังเคร้ง จิมหัวเราะในลำคอ

“ผมให้น้องข้างบ้านช่วยเปลี่ยนให้”แล้วก็ไม่มีบทสนทนาใดๆต่อ รันเองก็กินข้าวจนหมด รสชาติก็งั้นๆไม่ต่างกับอาหารหรูๆที่เธอชอบไปกินเท่าไหร่หรอก

พอได้กลับบ้านรันก็ไปจัดการกับเรื่องที่โดนขโมยกระเป๋าไป ซึ่งเธอก็จำไม่ได้เพราะเมามาก แต่ด้วยความที่คนของพ่อนั้นทำงานได้ไว จึงจับคนร้ายได้ภายในวันนั้นเลย เธอไม่ได้งกเงินหรืออะไรหรอกนะ แค่ไม่ชอบที่มีคนเอาของๆเธอไป มันยอมไม่ได้

หลังจากวันนั้นมารันและจิมก็ไม่ได้เจอกันอีกซึ่งทั้งสองก็ใช้ชีวิตตามปกติ วันนี้จิมส่งไฟล์งานเข้าเมลของหัวหน้าเสร็จก็รู้สึกเบื่อๆเลยขับรถไปเรื่อยๆ แล้วก็มาจอดอยู่ที่ตึกสูงระฟ้าซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทใหญ่ด้วยความฟังจากวิทยุว่าถนนถัดไปรถติดหนักจิมจึงไม่ขับรถต่อ แล้วขับรถเข้าไปจอดที่ร้านอาหารข้างๆตึกนั่น

พอกินข้าวเสร็จเขาก็นึกได้ว่าต้องซื้อของเลยเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อแถวนั้น แล้วก็บังเอิญเจอเด็กหนุ่มหน้าตากวนๆที่หน้าร้านสะดวกซื้อ เลยทัก

“อ้าวเป้”

ถ้าไม่รู้สึกว่านายจำเป็นก็จะไม่ขอให้ช่วยหรอกนะเป้พูดขึ้นจิมขมวดคิ้วงงๆ

“อะไรเหรอ”

“ผมมีเรื่องขอให้ช่วย”แล้วเป้ก็พูดถึงเรื่องที่เซียต้องรับงานของรันในเรื่องที่เขาไม่ถนัดเอาซะเลย คือการออกแบบภายใน

“แล้วฉันจะได้อะไรถ้าช่วยนาย”จิมถามยิ้มๆ เป้กลอกตา

 

“เออ อยากได้อะไรถ้าทำให้ได้จะทำ”เป้พูดเสียงห้วนๆ จิมหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินตามเป้ไป เขาช่วยเซียแก้แบบหลายอย่าง จนสุดท้ายเขาก็ออกปากขอรับงานมาเอง

 

 

ความคิดเห็น