Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 16

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 815

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2563 01:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 16
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 16 

 

หลังจากขึ้นรถมาผมก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกับพี่ธีร์เพราะมันรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก พี่เขาถามคำผมก็ตอบคำมันเป็นการถามตอบที่ผมไม่ได้หันไปมองคนถามนอกจากมองออกไปนอกหน้าต่างมองวิวข้างทาง มองถนน มองผู้คนที่เดินอยู่ริมฟุตบาธ มองนั่นนี่จนเสียงพี่ธีร์ค่อยๆ หายไปเพราะพี่เขาหยุดพูดหยุดถามหยุดความพยายามที่จะชวนผมคุย 

ผมรู้ว่าการที่ผมทำแบบนี้มันไม่ดีเพราะพี่ธีร์เขาไม่ได้ทำอะไรผิด พี่ธีร์ไม่ผิดที่ชอบผม ผมเองก็ไม่ผิดที่ไม่ได้ชอบพี่เขาตอบ ผมไม่โกรธที่พี่เขาพยายามเข้าหาผมพยายามเข้าใกล้แต่ความรู้สึกของผมคือพี่ธีร์ยังไม่ใช่พี่เขาไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับผม ไม่ใช่ว่าพี่ธีร์ไม่ดีพี่เขาดีกับผมมากถ้าผมบังคับใจตัวเองให้รักพี่ธีร์ได้ผมคงทำไปนานแล้ว แต่ผมก็บังคับใจตัวเองให้ชอบพี่เขาไม่ได้ เรื่องของหัวใจไม่มีใครบังคับมันได้หรอก 

รถจอดนิ่งสนิทข้างๆ เก๋งสีดำของพี่กอล์ฟผมปลดเข็มขัดออกจากตัวและกำลังจะเปิดประตูลงจากรถเสียงพี่ธีร์ที่นิ่งเงียบมานานก็ดังขึ้นทำให้ผมต้องหยุดการมือและหันกลับมามองพี่เขา 

“ฝุ่นครับ ไม่เอาน่าไม่งอนสิ พี่แค่ล้อเล่นอย่างอนพี่เลย”  

“ผมไม่ได้งอนสักหน่อย” บอกพี่ธีร์ไปแบบนั้นพร้อมกะพริบตาปริบๆ ใส่พี่เขา คือผมไม่ได้งอนก็แค่…จะบอกว่ายังไงดี  

แต่เอาเป็นว่าผมไม่ได้งอน 

“ก็ฝุ่นไม่ยอมคุยกับพี่เลย ถามคำตอบคำเหมือนไม่อยากคุยแบบนี้ถ้าไม่เรียกว่างอนแล้วเขาเรียกว่าอะไร หืม?” น้ำเสียงนุ่มๆ มาพร้อมกับมือใหญ่ที่ยื่นมาลูบหัวผมอย่างอ่อนโยน อยากจะหดคอหนีแต่ก็กลัวว่าพี่เขาจะคิดว่าผมรังเกียจอะไรเขาหรือเปล่าผมเลยได้แต่นั่งนิ่งกะพริบตาปริบๆ อยู่อย่างนั้น 

“ผมไม่ได้งอน แต่เราคุยกันแล้วไงว่าจะเป็นพี่น้อง” ผมว่าออกมาพร้อมจ้องตาพี่เขาจริงจัง 

“…พี่รู้ พี่จำได้แต่พี่แค่หวังว่าฝุ่นจะให้โอกาสพี่บ้าง” พี่ธีร์เงียบไปชั่วขณะพร้อมกับชักมือที่วางอยู่บนหัวผมกลับไปกำพวงมาลัยแน่น ตาก็จ้องมองผมนิ่งแม้ว่าตอนนี้แสงสว่างจากพระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าไปแล้วแต่แสงไฟที่ส่องเข้ามาก็ทำให้เรามองเห็นหน้ากันและกันได้ชัดเจน 

“…” 

“พี่รู้ว่าฝุ่นรักคนอื่นอยู่แล้ว แต่ในเมื่อฝุ่นยังไม่ได้คบกับเขา ทำไมฝุ่นไม่ลองมองพี่บ้างล่ะ” 

“พี่ธีร์ ผม...” ตอบคำถามพี่ธีร์ไม่ได้จริงๆ มันไม่ใช่ว่าผมหาคำตอบไม่ได้เพราะผมมีคำตอบของผมอยู่แล้วแต่ผมก็ไม่กล้าใช้มันกับคนที่อยู่ตรงหน้าผม ผมไม่อยากเสียพี่ชายดีๆ คนนี้ไปจะว่าผมเห็นแก่ตัวก็ได้ครับ  

“ความจริงแล้วพี่ก็ไม่ได้อยากจะเร่งเร้า ไม่อยากจะพูดเรื่องนี้กับฝุ่นหรอกนะแต่เพราะว่าพี่กับฝุ่นเราสองคนอาจจะไม่ได้เจอกันแบบนี้อีกแล้ว พี่ไม่มีทางเลือกและอยากจะลองทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง แต่ถ้าฝุ่นจะปฏิเสธพี่ พี่ก็พอจะเข้าใจ พี่ก็อาจจะเสียใจแต่ไม่เป็นไรหรอกฝุ่นไม่ต้องห่วงเพราะเวลาคงช่วยพี่ได้บ้างแหละ อย่างน้อยพี่ก็จะไม่ได้เห็นฝุ่นที่นั่นมันคงช่วยพี่ได้ไม่มากก็น้อย” 

ผมได้แต่ก้มหน้ามองมือตัวเองที่กำแน่นอยู่บนตักฟังเสียงสั่นๆ ของพี่ธีร์ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมขมวดคิ้วกับคำที่พี่เขาบอกว่าที่นั่นไม่มีผม 

“พี่พูดเหมือนจะไปไกล” ถามออกไปพร้อมเอียงคอรอคำตอบ 

“อืม ไกล ไกลมากและคงอีกหลายปีกว่าพี่จะได้กลับมาที่นี่อีก” พี่ธีร์ตอบเสียงอ่อนพร้อมรอยยิ้มที่ส่งมาให้ผม ผมไม่ได้ยิ้มตอบหรอกนอกจากเลิกคิ้วถามพี่เขากลับ 

“พี่จะไปไหน” 

“พ่อกับแม่ให้พี่ไปอยู่กับพี่ธรที่ลอนดอน ให้พี่ไปเรียนที่นั่นด้วย” 

“…ไกลจัง” ผมพึมพำกับคำตอบที่ได้รับ แต่คงพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้เพราะคนเราก็มีหน้าที่ของตัวเอง การที่พ่อแม่พี่ธีร์ให้พี่ธีร์ไปเรียนที่นั่นพวกท่านก็คงเห็นแล้วว่าสิ่งไหนจะมีประโยชน์กับพี่ธีร์มากกว่า 

“…” 

“ผมขอให้พี่โชคดีนะครับ แล้วผมก็ต้องขอโทษที่ทำแบบนั้นไม่ได้ ทำแบบที่พี่ต้องการไม่ได้ แต่ว่าไม่ว่ายังไงพี่ก็ยังเป็นพี่ชายที่ดีของผมเสมอนะพี่ธีร์” ผมมองหน้าพี่ธีร์อย่างจริงจังยื่นมือไปแตะแขนพี่เขาเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้อย่างจริงใจ 

ผมไม่ได้หวังว่าพี่ธีร์จะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด แต่ผมก็ทำดีที่สุดแล้ว  

“เฮ้อ…” พี่ธีร์ถอนหายใจยาวก่อนจะยื่นมือมายีหัวผมเล่น 

“อื้อ พี่ธีร์…” ผมตกใจเมื่อจู่ๆ พี่เขาก็ดึงผมเข้าไปกอด  

“ห้านาที ขอพี่กอดฝุ่นแบบนี้ห้านาทีแล้วพี่จะไม่ทำให้ฝุ่นต้องลำบากใจอีก” พี่เขาว่าแล้วกอดผมแน่นขึ้นและผมเองก็อยู่นิ่งๆ ให้พี่ธีร์กอดอยู่แบบนั้น 

เราคุยกันต่ออีกนิดหน่อยพี่ธีร์ไม่โกรธที่ผมไม่ให้โอกาสแต่พี่เขาขอแค่อย่างเดียว ขอให้เราติดต่อกันบ้างอย่าขาดการติดต่อจนหายไปจากกันซึ่งผมเองก็รับปากว่าผมจะไม่เปลี่ยนเบอร์แน่นอนและจะไม่ย้ายบ้านหนีพี่เขาแน่ๆ พี่ธีร์หัวเราะกับคำพูดของผมก่อนที่เราจะเข้าไปสนุกกับคนอื่นๆ ในงานปาร์ตี้ 

ช่วงปิดเทอมผมที่ไม่มีอะไรทำก็เก็บตัวอยู่บ้านเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อตื่นเช้ามาช่วยยายทำกับข้าวใส่บาตรตอนเช้า สายๆ หน่อยก็นั่งรถเมล์ไปส่งปาแป้งที่โรงเรียนสอนนาฏศิลป์ใกล้เวลาน้องเลิกเรียนก็นั่งรถเมล์ไปรับทำแบบนี้วนอยู่ซ้ำๆ ทุกวันๆ แต่ผมก็ไม่เคยบ่นหรือเบื่อเพราะการดูแลคอยปกป้องน้องคือสิ่งที่ผมควรทำ 

“กลับดีๆ นะพี่ฝุ่น” ปาแป้งบอกเสียงใสก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนรำไทยของตัวเอง ผมเอาก็พยักหน้ารับเหมือนทุกทีก่อนจะเดินมารอรถเมล์ 

ก่อนกลับเข้าบ้านผมแวะไปซื้อของสดให้ยายที่ซุปเปอร์ในห้างล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อสัมผัสได้กับสิ่งของที่อยู่ในนั้น รายการของที่ต้องซื้อที่ยายเขียนมาให้ซะเกือบเต็มหน้ากระดาษเอสี่ 

ผมกดกริ่งเมื่อใกล้ถึงที่หมายพร้อมกับเตรียมตัวลงจากรถและเมื่อรถหยุดนิ่งก็รีบก้าวลงมาให้ไวเพราะถ้าช้าหน้าอาจจะคะมำได้ เมื่อเท้าสัมผัสพื้นผมก็รีบก้าวไวๆ เข้าไปในห้างเพราะอากาศเริ่มร้อนตอนนี้ต้องการแอร์เย็นๆ จากห้างมากๆ พูดเลย 

“ฝุ่น!”  

เสียงเรียกทักทำให้ผมหยุดขาที่กำลังเดินไปยังซุปเปอร์เพื่อหันมองตามเสียงเรียกก่อนจะเห็นไอ้หินเดินยิ้มกว้างเข้ามาหา ผมมองมันอย่างงงๆ เพราะไม่คิดว่าจะเจอมันที่นี่ 

“ไงมึง มาทำอะไรที่นี่วะ แต่งตัวซะหล่อเลยนะ” ผมทักมันยิ้มๆ ตอนที่มันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ตาก็กวาดมองไอ้หินที่แต่งตัวหล่อตั้งแต่หัวจรดเท้า 

“ธรรมดาก็คนมันหล่อ” มันยักคิ้วจึกๆ ก่อนยิ้มกว้าง  

“นัดสาวมาดูหนังเหรอ” ผมถามมัน คาดเดาจากการแต่งตัวของมัน อากาศข้างนอกก็ร้อนจะตายชักแต่มันยังอุตส่าห์ใส่กางเกงขายาวกับเสื้อแขนยาวมาครบเซ็ทแบบนี้ถ้าไม่มาดูหนังมันก็คงคิดว่าตัวเองอยู่เกาหลีล่ะมั้ง 

“มึงรู้ได้ยังไงวะ ว่ากูนัดสาวมาดูหนัง” มันว่าพร้อมทำตาโตเหมือนประหลาดใจมากที่ผมเดาถูก 

“กูเก่ง” ยอมรับครับ 

“เออเก่งจริงว่ะ แล้วนี่มึงมาทำอะไรคนเดียว อย่าบอกนะว่านัดใครไว้ที่นี่ โอ๊ย…” ผมผลักหน้ามันออกเพราะมันยื่นหน้าเข้ามาใกล้เกินไป 

“กูไม่ได้นัดใคร กูมาซื้อของให้ยาย” ผมว่าแล้วก้าวขาออกเดินเพราะรู้สึกว่ายืนคุยอยู่ตรงนี้มันตกเป็นเป้าสายตาและมันยังทำให้ผมเสียเวลาอีกด้วย 

“ซื้อของให้ยาย ซื้ออะไรวะ” ถามอย่างเดียวไม่พอมันยังเอาแขนมาคล้องคอคว้าไหล่ผมเข้าไปกอดอีก 

“ก็ซื้อของสดแหละ ซื้อของไปทำขนมด้วยวันนี้ปาแป้งอยากกินสังขยาฟักทอง” ผมตอบมันพร้อมกับเดินตรงไปยังซุปเปอร์ใกล้ๆ  

“หือ อยากกินอะ กูยกเลิกนัดดีมั้ยวะอยากไปบ้านมึงแล้วเนี่ย กูว่ากูไปช่วยมึงซื้อของดีกว่า” ผมหยุดเดินแล้วหันไปมองหน้าไอ้หินที่สูงกว่าผมนิดหน่อย ปีนี้ผมสูงจะเท่ามันแล้วนะครับไม่ได้เตี้ยมากเหมือนปีก่อนๆ แล้ว 

“มึงจะเทหญิงเพื่อสังขยาฟักทองของยายกูเนี่ยนะ” ผมไม่เข้าใจไอ้หินเลยจริงๆ สังขยาฟักทองกับผู้หญิงน่ารักๆ เพื่อนผมมันเลิกของกินครับ 

“ทำไมวะ ก็ยายมึงทำขนมอร่อย ทำอาหารอร่อยกูคิดถึงยายมึงด้วยอยากไปสวัสดียายตั้งแต่ปิดเทอมก็ไม่ได้เจอยายเลย มึงก็ด้วยเก็บตัวอยู่แต่บ้าน” มันว่าออกมายาวเหยียดพร้อมยิ้มอ้อนแล้วทำตาปริบๆ ใส่ผมอีกต่างหาก 

แต่ว่าผมชักสงสัยแล้วนะว่ามันแค่อยากกินสังขยาฟังทอง อยากเข้าไปสวัสดียายผมหรือว่าอะไรกันแน่ 

“แล้วแต่มึงเลยละกัน” ผมส่ายหน้าเอือมใส่มันก่อนจะเดินไปเอารถเข็นแล้วก็บ่นมันต่อเมื่อไอ้หินมันมายืนอยู่ข้างๆ “ถ้ากูเป็นผู้หญิงคนนั้นกูเลิกกับมึงแน่นอนเลยหิน มีอย่างที่ไหนเห็นของกินดีกว่าเขา”  

“โอ๊ย…บ่นจัง บ่นเก่งไม่เจอกันแค่ไม่กี่อาทิตย์บ่นกูจังเลย” มันว่าแค่นั้นก่อนจะล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อดึงโทรศัพท์ออกมากดอะไรไม่รู้ยุกยิกๆ ที่หน้าจอแล้วสะกิดไหล่ผมให้ผมหันไปดู 

“ไอ้หิน! มึงนี่มันบ้าไปแล้ว” ผมด่ามันทันทีที่ได้อ่านข้อความที่อยู่ในหน้าแชต 

มันส่งไปบอกเขาว่าวันนี้มันมาตามนัดไม่ได้แล้วเพราะปวดท้องมากเมื่อคืนขี้แตกทั้งคืนเลย คนปวดท้องคนขี้แตกที่ไหนมันมายืนยิ้มหน้าระรื่นอยู่ข้างผมวะ  

ความคิดเห็น