pienika

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักนะ...รู้ยัง ตอนที่ 34

ชื่อตอน : รักนะ...รู้ยัง ตอนที่ 34

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2559 01:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักนะ...รู้ยัง ตอนที่ 34
แบบอักษร

 

รักนะ...รู้ยัง ตอนที่ 34

 

โบสถ์คริสต์สีขาวสะอาดด้านหน้าเป็นรูปปั้นพระแม่มารีย์  ด้านในโบสถ์มีผู้คนมากมาย วันนี้ไม่ใช่วันที่ชาวคริสต์มาสวดมนต์ทว่าที่คนเยอะเป็นเพราะวันนี้จะมีงานมงคลเกิดขึ้น ผู้คนที่มาต่างเป็นผู้มีระดับ แต่งตัวด้วยชุดสวยหรูราคาเหยียบแสนเหยียบล้านก็มี รถที่เซียนั่งนั้นขับเข้าไปด้านหลังโบสถ์

พี่ทรายและเจ้านายของเธอออกไปเจอกับแขกเหรื่อ ตอนนี้ในห้องเล็กๆก็เหลือแค่เซีย ไม่นานประตูก็เปิดออกและเซมก็เดินเข้ามาหา

“อีกสิบนาทีพิธีจะเริ่ม เดี๋ยวแกเดินออกไปกับพี่”เซียพยักหน้าไม่พูดอะไร จนกระทั่งถึงเวลา ร่างสูงเดินออกจากห้องไปพร้อมกับพี่ชายไปยืนอยู่ที่ด้านหน้าซึ่งมีแท่นอะไรสักอย่างและมีบาทหลวงเครายาวใส่แว่นยืนอยู่ เสียงดนตรีบรรเลงดังขึ้นประตูโบสถ์เปิดออกและรันในชุดเจ้าสาวสวยงามก็เดินคล้องแขนพ่อของตนมาที่ด้านหน้า

ใบหน้าสวยงามนั้นนิ่งเรียบ ไร้รอยยิ้มใดๆ ดวงตาเธอฉายแววแห่งความเศร้า จนกระทั่งร่างระหงส์มาหยุดยืนอยู่ข้างๆร่างโปร่ง เซียเหลือบตามองจิมที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ ใกล้ถึงช่วงเวลาที่แผนของเขาจะเริ่ม ทันทีที่บาทหลวงได้พูดอะไรขึ้นมา ทว่า...บาทหลวงกลับเงียบและมองหน้าเซียแปลกๆ จนเขารู้สึกได้

แกร๊ก

รวดเร็วเพียงชั่ววินาทีที่บาทหลวงชักปืนออกมาจากด้านหลังแล้วยกมาจ่อหน้าของเซีย เสียงกรี๊ดของแขกดังลั่นและพากันแตกฮือออกบางคนก็วิ่งออกจากโบสถ์ ทางด้านพ่อของเซียนั้นรีบลุกขึ้นและบอดี้การ์ดหลายสิบคนก็ยกปืนจ่อมาที่บาทหลวงคนนี้ รันเบิกตากว้างอย่างตกใจ และหันหน้าไปหาจิมแล้วเธอก็พบว่าจิมนั้นตกใจไม่แพ้กันและทำท่าจะเข้ามาหาเธอ

“แก...”ทันทีที่เสียงพ่อของเซียพูดรอดไรฟันออกมา บาทหลวงคนนั้นก็หัวเราะในลำคอแล้ว กระตุกหนวดปลอมกับแว่นออก

“เวน ชาร์ล”พ่อของเซียดูไม่ตกใจที่เห็นว่าเป็นชายคนนี้

“ดีใจจังที่คุณจำเพื่อนเก่าคนนี้ได้ เจ้าหน้าที่ โอ้ไม่สิ อดีตเจ้าหน้าที่CIA โจนาท บิลเล็ต”โจนาท บิลเล็ตคือชื่อเดิมของสารัฐขณะที่ยังเป็นCIA เซียนิ่งเก็บทุกคำพูดของชายตรงหน้าและมองหาทางที่จะหนี

“ลูกชายแกดูฉลาดนะ หึหึ สายตาที่มองฉันเหมือนวิคตอเรียไม่มีผิด”ดวงตาของเซีบเบิกกว้างมากขึ้นมานิดนึง เมื่อได้ยินชื่อ วิคตอเรีย แม่ของเขา

“สายตามั่นคง ทั้งๆที่กำลังจะตายอยู่แล้วก็ยังมองฉันแบบนี้ เหมือนกันจริงๆ”เซียกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้น

“หยุดเดี๋ยวนี้”สารัฐว่าเสียงเข้ม

“ทำไมล่ะ ทนฟังไม่ได้เหรอ หึหึ เสียงกรีดร้องของเธอตอนที่กำลังถูกย่างสดน่ะมันช่างไพเราะเสียจริง”

“หุบปากของแกเดี๋ยวนี้!!”สารัฐตะโกน สายตาที่มั่นคงของเขาสั่นไหว เซียเม้มปากมองหน้าพ่อของตัวเอง

“สะใจว่ะที่เห็นแกเป็นแบบนี้ คงเหมือนตายทั้งเป็นสินะ มันก็ไม่ต่างอะไรกับฉันในตอนนั้นหรอกเว้ย!”เวน ชาร์ลตะคอกอย่างแรงและกดปืนจี้ใส่ที่ขมับของเซีย

“อย่าทำอะไรลูกฉัน!!”สารัฐตะโกนเสียงดังมือที่เขาถือปืนจ่อใส่ศัตรูเก่าสั่นเทิ้มด้วยความกลัว....กลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่สำคัญไปอีก

“ทนไม่ได้เหรอ? ฉันอยากเห็นแกเป็นแบบนี้แหละ วันนี้ฉันไม่ได้มาฆ่าแก แต่ฉันจะทำให้แกตายทั้งเป็น”เวนหันมาหาเซียก่อนจะแสยะยิ้มแล้วกระแทกปลายกระบอกปืนใส่ขมับของเขา

“เดินไป! อ๊ะๆสาวน้อย ฉันรู้ว่าเธอใจเด็ดแต่อย่ามากล้ากับฉัน เพราะเพียงแค่เธอหยิบมาออกมาเธอก็จะ...ไร้ลมหายใจ”เวนหันไปพูดเสียงเหี้ยมกับรันที่พยายามจะเอื้อมมือไปหยิบปืนที่ซ่อนเอาไว้ที่ขา เพราะเธอไปได้ยินมาว่าจะมีการป่วนงานจึงเตรียมพร้อมเอาไว้ เวนสอดมือไปใต้กระโปรงแล้วดึงปืนออกมาก่อนจะพยักหน้าให้เดินไปพร้อมกับเซีย

เซียถูกบังคับให้เดินออกจากโบสถ์ ขณะนั้นเองรถที่แสนจะคุ้นตาก็ขับเข้ามาจอด เป้ลงจากรถแล้วเบิกตากว้างก่อนจะวิ่งเข้ามา

“เฮ้ย! พี่เซีย!

“อย่าเข้ามา!”เซียหันไปตะคอกเสียงดังจนเป้ชะงัก แต่เป้ก็ยังเดินเข้ามาหา เวนหันปืนอีกกระบอกใส่ร่างสูงที่เดินเข้ามาหา เซียขมวดคิ้วก่อนจะตะคอกให้เป้หยุดอีกรอบ คราวนี้ร่างหนาหยุดยืนนิ่ง

“ฉันไม่เป็นอะไร”เซียบอก เวนหัวเราะอย่างชอบใจ

“โอ้...Boyfridend

“อิจฉาจัง มีแต่คนรัก ไม่เหมือนฉันที่โดนพรากคนรักของฉันไป!!”เวนตะโกนอย่างกับคนบ้าจนรันตกใจและเริ่มกลัว สองมือของเธอจับแขนของเซียเอาไว้ จิมทำท่าจะพุ่งเข้ามาแต่ถูกเวนหันปืนเข้าใส่

“โจนาท...เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะ”

“ได้แต่แกต้องปล่อยลูกชายฉัน เขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย”สารัฐว่า

“เกี่ยวสิ เกี่ยวที่เป็นลูกของแกไง”เวนพูดจบก็กระชากข้อมือของหญิงสาวเต็มแรงรันกรี๊ดและดิ้นแต่ก็ต้องหยุดท่ามกลางความตกใจของทุกคนเมื่อรันถูกปืนจ่อเข้าที่ขมับแล้วลากออกไปห่างจากเซียประมาณสองเมตร

“ใครๆก็รักลูก ฉันก็รักลูก มันไม่มีใครยอมได้หรอกที่เห็นไอ้คนที่มันฆ่าลูกตัวเองยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้อย่างมีความสุข!!”จบคำเวนก็โยนปืนอีกกระบอกที่เอามาจากรันให้เซีย

“ค่อยๆก้มลงไปหยิบปืน อย่าคิดตุ๊กติกถ้าไม่อยากให้เจ้าสาวของแกตาย”เซียมองหน้าของรันที่ตอนนี้มีน้ำตาไหลออกมา ดวงตาของหญิงสาวมองไปที่ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกัดฟันโกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้อย่างจิม แล้วหันไปมองเป้ที่รู้สึกเช่นเดียวกับจิม ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนมองคนที่ตัวเองรักกำลังตกที่นั่งลำบาก ก่อนจะมองหน้าพ่อของตนแล้วค่อยๆก้มตัวลงไปหยิบปืนขึ้นมาช้าๆ

“ชี้ปืนไปที่พ่อของแกสิ”เซียเบิกตากว้างยืนนิ่งไม่ขยับ

“เร็วเซ่!

“กรี๊ด!!”รันกรี๊ดเมื่อน้ำหนักปืนที่กดลงบนขมับเธอนั้นเพิ่มขึ้น เซียจึงค่อยๆยื่นปืนไปด้านหน้า ดวงตาจ้องมองไปที่พ่อของตน

“เลือกเอาแล้วกัน ว่าแกจะยิงลูกแก หรือว่าจะให้ลูกยิงแก”ท่ามกลางความตกใจของทุกคนที่ได้ยินประโยคเมื่อสักครู่เซียมือสั่นแล้วมองหน้าพ่อก่อนจะเอ่ยคำถามออกมา

“ทำไมถึงไม่เคยเล่าเรื่องเกี่ยวกับแม่ให้ผมได้รู้เลย”

“พ่อแค่...ไม่อยากนึกถึงมันอีก ไม่อยากให้แกต้องมารับรู้เรื่องที่น่าเจ็บปวดเหมือนที่พ่อรู้”สารัฐพูดออกมาอย่างกล้ำกลืนตอนนี้เขาพร้อมที่จะบอกทุกอย่างเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้พูดอีกไหมนอกจากตอนนี้

“เห็นแก่ตัว งี่เง่า คุณทำให้ผมคิดว่าคุณฆ่าแม่มาตั้งนาน คุณทำให้ผมโกรธคุณมาตั้งนาน!”เซียตะคอกระบายสิ่งที่มันจุกอยู่ในอกออกมา สารัฐดวงตาวูบไหวสั่นระริก

“พ่อขอโทษ”

“โอ้น่าประทับใจ....หึหึ น่าสงสาร เด็กน้อยพ่อไม่รักเหรอ พ่อไม่เคยบอกอะไรเลยสินะ ฉันจะเล่าให้เธอฟังโอเคมั้ย”เงียบไม่มีใครตอบอะไรเวนจึงกระแอมไอแล้วพูดต่อ

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีคู่รักตำรวจมือดีคู่หนึ่งในนิวยอร์ก เชี่ยวชาญในเรื่องการจับผู้ร้าย ฝ่ายชายเป็นถึงหัวหน้าCIA ขณะที่ฝ่ายหญิงเป็นFBIมือหนึ่ง วันหนึ่งพวกเขาต้องรวมมือกันจับพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติ”เวนเว้นวรรคไปเขาจ้องไปที่สารัฐราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“พวกเขายิงลูกชายของฉัน ยิงเขา....ทั้งๆที่มือเขากำลังเอื้อมจะถึงฉันอยู่แล้ว พวกมันฆ่าลูกชายฉัน!!!”เวนเหมือนคนไร้สติกดปืนลงขมับของรันจนหญิงสาวตัวสั่นและกรีดร้องออกมาทั้งน้ำตา จิมกำหมัดแน่น

“พวกมึงฆ่าลูกกู แต่ก็ยังมีคนชื่นชมมึง! เมียกูก็ฆ่าตัวตาย! กูไม่เหลืออะไรไม่เหลืออะไรเลย!!”แล้วอาการร้องไห้ฟูมฟายของเขาก็หายไปในพริบตา เขากลับมากลายเป็นปกติแต่น้ำตายังคงนองหน้าอยู่

“ฉันได้แต่ภาวนาหน้าหลุมศพพังๆของลูกชายว่าสักวันฉันต้องแก้แค้นให้ลูก และวันนั้นก็มาถึง แม่ของแกมันโง่! โง่อย่างไม่น่าเชื่อ!! เสียชื่ออดีตFBIชิบหาย! เหอะ แค่ฉันปลอมเอกสารว่าทางการเรียกตัว มันก็เสนอหน้ามาให้ฉันฆ่าถึงที่”เซียใช้หางตามองไปรอบๆพบว่าตอนนี้เพื่อนๆของเป้มาอยู่รวมกันหมดทุกคนและมีตำรวจเข้ามาล้อมพื้นที่เอาไว้แล้ว

“นังวิคตอเรียนั้นมันหัวดื้อ ไม่มีทางที่มันจะขอขมาฉันกับลูก มันหยิ่ง ยโส หึ ฉันเลยใช้มีดตัดนิ้วมัน นิ้วนี้ แล้วนิ้วนี้”เวนชูนิ้วก้อยขึ้นมาแล้วหักลงก่อนจะหักนิ้วนางและไล่มายันนิ้วโป้ง

“ทีละนิ้วจนหมด แต่...ไม่มีเสียงร้องของความช่วยเหลือจากมันสักนิด น่าผิดหวังๆ ฉันเลยตัดลิ้นหล่อนอีก หึหึ เสียงกรีดร้องเธอช่างไพเราะจริงๆ”

“พอได้แล้ว พอแล้ว! หยุดพูดนะ!!”ทรายร้องขึ้นน้ำตาของเธอนองหน้า เธอแทบจะยืนไม่ไหวเมื่อได้ยินเรื่องแบบนี้จนมาร์ตี้ต้องประคองและกอดร่างที่สั่นเทานั้นเอาไว้ เรื่องอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับแม่ของเธอ เธอและพี่น้องทุกคนไม่ได้เคยรู้ แต่มั่นใจว่าพ่อเธอต้องรู้ รู้ทุกอย่างแต่ไม่เคยบอก เก็บเอาความเจ็บปวดไว้กับตัวเอง

“ฮ่าๆๆสายตาที่แน่วแน่และมองฉันราวกับต้องการจะฆ่าฉันให้ตายทำให้ฉันอดไมได้ที่จะควักมันออกมา ก่อนจะเผาเธอทั้งเป็น ฮ่าๆๆ เสียงกรีดร้องตอนี้เหมือนเสียงของเธอเลย ฮ่าๆๆๆ”เวนหัวเราะอย่างบ้าคลั่งขณะที่รันเป็นลมไปแล้ว และตำรวจหลายนายก็วิ่งเข้าชาร์จร่างของชายต่างชาติคนนี้ จิมวิ่งเข้าไปดูรันแล้วพาเธอออกมาเพื่อนของเป้ก็ไปช่วยด้วย

“มึงน่าจะดีใจนะที่กูยังมีน้ำใจส่งชิ้นส่วนที่ตัดออกมาคืนให้ดูต่างหน้า ฮ่าๆๆๆ”เสียงของเวนยังหลุดออกมาให้ได้ยิน เป้วิ่งมาหาร่างโปร่งที่ยืนนิ่งช็อคกับสิ่งที่ได้ยิน ร่างบางค้างนิ่งจนเป้ต้องดึงปืนออกแล้วดึงร่างเล็กเข้ามากอด พ่อของเซียเองก็นิ่งไป ลูกชายทั้งสองของเขาก็วิ่งเข้ามาดูพ่อ

“ฮึก...”เซียปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาและกอดร่างสูงเอาไว้แน่น เป้เองก็ร้องไห้ตาม เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากกอดและลูบหัวปลอบใจคนรักตอนนี้

“ไปดูน้อง พ่อไม่เป็นอะไร”สารัฐว่าพร้อมกับผลักลูกชายทั้งสองให้ไปหาเซีย ทรายเองก็วิ่งเข้ามากอดเซียเอาไว้เช่นกัน

ปัง!!

กระสุนปืนแหวกผ่านอากาศเสียงดังก่อนจะฝังเข้ากับร่างในชุดสูทสีขาว เลือดสีแดงเข้มไหล่ซึมออกจากบาดแผลซึมย้อมเสื้อสีขาวจนมันแดงกระจายเป็นวงกว้าง ร่างสูงนั้นทรุดตัวคุกเข่า เซียเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่ง คนอื่นๆก็มองไปหาต้นเสียง เวนที่หลุดออกมาจากการจับกุมได้ยังไงก็ไม่ทราบถือปืนหัวเราะ

ปัง....ปัง....ปัง

ตำรวจได้ทำการวิสามัญไปเรียบร้อย แต่....

“พ่อ!!”เซียตะโกนก้องสุดเสียงเมื่อเห็นร่างของพ่อทรุดลงและล้มลงไปกับพื้น ทันทีทันใดเซียก็วิ่งเข้าไปหาผู้เป็นพ่อ สารัฐยิ้มออกมาเบาๆเอื้อมมือขึ้นมาจับใบหน้าของลูกชาย เขาดีใจทีได้อยู่ใกล้ๆกับเซียแบบนี้ นานแค่ไหนแล้วนะ

“เรียกรถพยาบาล!”เสียงของเป้ตะโกนบอกเพื่อนๆดังแว่วๆเข้ามา

“พ่อรักพวกแก...อึก...รัก...พวกแกทุกคน พ่อ...ขอโทษ ที่ อึก...ไม่ได้บอกเรื่องแม่พวกแก”

“พ่อไม่ต้องพูดแล้วครับ พวกเราเข้าใจแล้ว”เซมว่า สารัฐมองหน้าลูกชายคนเล็กที่เต็มไปด้วยน้ำตา ลูกชายคนเล็กที่หน้าคล้ายกับภรรยาของเขาที่สุดทั้งโครงหน้าและที่สำคัญ...ดวงตา เลือดที่ไหลออกจากบาดแผลมีมากเกินไป และเซียรู้ว่าคงไม่ทัน

“ผมรักพ่อ”เซียพูดออกมาอย่างกล้ำกลืน เขาไม่เคยบอกรักชายคนนี้เลย แต่วันนี้เขาได้ได้พูดมันต่อหน้าเป็นครั้งสุดท้าย สารัฐยิ้มเป็นรอยยิ้มที่เขามีความสุขที่สุดตั้งแต่ภรรยาเสียไป

"พ่อไม่เคยไม่รักลูก"จบคำมือที่จับหน้าของเซียก็ตกลงกับพื้นตามแรงโน้มถ่วง รันกรีดร้องซีฟดึงน้องสาวเข้ามากอด แล้วหน่วยพยาบาลก็เข้ามาพี่น้องทั้งสามต่างลุกให้พยาบาลเข้ามาจัดการ เป้จับมือของเซียแล้วบีบเบาๆก่อนที่ร่างเล็กจะโถมตัวเข้าใส่เขาแล้วปล่อยน้ำตาออกมาล็อตใหญ่

 

หนึ่งปีผ่านไป

“ฮือ...”เซียครางอย่างงัวเงียพร้อมกับยกมือยันหน้าของคนรักที่พยายามปลุกเขาด้วยการเอาหนวดมาถูไปมาที่ซอกคอของเขา

“ตื่นได้แล้วครับ เจ้าหญิงนิทรา”เซียขมวดคิ้วฉับแล้วยันตัวลุกขึ้น เขาไม่ชอบเวลาที่เป้เรียกว่าเขาเป็นเจ้าหญิงนิทรา มันแต๋วจะตายไป เป้เองก็รู้ถึงข้อนี้ ร่างหนาหัวเราะในลำคอก่อนจะดึงร่างเล็กมากอด

“โอ๊ย ปวดตัว”เซียพูดอย่างหงุดหงิด เมื่อคืนเป้มันใส่เขามาเต็มแรงเพราะหึงเขากับเด็กฝึกงาน ตอนนี้เป้ได้ไปฝึกงานที่บริษัทของพ่อเขาซึ่งตอนนี้พี่ชายเขาดูแลจัดการอยู่ทั้งหมดทำให้วันๆแทบจะไม่ได้เจอกัน แล้วเมื่อวานพอดีมันว่างเลยมาหาเขาที่บริษัท ก็มาแจ๊ตพ็อตเจอตอนที่เขาหยอกกับน้องที่มาฝึกงานพอดี ก็งอนสิครับ เดี๋ยวนี้เป้ขี้งอนจนเขาต้องคอยง้ออยู่เรื่อย แต่มันก็ไม่กล้างอนนานเพราะถ้างอนนานเขาจะเป็นฝ่ายงอนซะเอง

“มาๆเดี๋ยวนวดให้”เป้ว่าแล้วเลื่อนมือมาที่ต้นขาเล็กที่มีเพียงบ็อกเซอร์ตัวบางแล้วค่อยๆไล้มือมาลูบๆบีบๆจนเซียรู้สึกเสียววูบที่ท้องน้อย

“พะ..พอแล้ว ไม่ต้องนวด”เซียว่าเสียงกุกักแล้วจับมือของเป้ออก แต่เป้รั้งเอาไว้พร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์

“แต่ผมอยากนวดนี่”ร่างหนาโน้มตัวเข้ามาหาก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะค่อยๆแตะกัน

Rrrrrrrrrrrrr

เป้กลอกตาไปมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจทันทีที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเซีย แล้วก็ต้องถอดตัวกลับมานั่งมองร่างเล็กที่อมยิ้มนิดๆขณะรับสาย

“อืม.....อยู่.....ได้...อืม”เซียวางสายแล้วมองหน้าของเป้นิดๆ

“เจ้านายนายโทรมา”เซียบอกก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง เป้ถอนหายใจนี่มันวันหยุดของเขา!!

พอเซียอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาแต่งตัวในห้องนอน เป้นอนเล่นเกมโทรศัพท์มือถือแล้วอยู่ๆก็มีสายเข้า ร่างหนาเหลือบตามองเซียนิดๆก่อนจะกดรับ เพราะคนที่โทรเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมงานที่มาฝึกงานเหมือนกัน และที่สำคัญเป็นผู้หญิงที่เขาไม่เคยเล่าให้เซียฟัง เพราะไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่

“ว่าไง”

[เป้ เอ่อ... คือนี่เรา...อัญนะ] ปลายสายกุกกักนิดๆ

“อื้ม มีอะไรเหรอ”

[คือวันนี้ที่บริษัทมีงานเลี้ยงส่งเด็กฝึกงานน่ะ เป้จะมามั้ย]

“ไปสิ ไปแน่”เป้ตอบรับไปเพราะคิดว่าพี่ชายของพี่เซียโทรมาหาแฟนเขาเพราะอยากชวนให้มางานนี้แน่

[ดีจังเลย คือ...เป้ เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอก เจอกันในงานนะ] หญิงสาวพูดเท่านั้นก็วางสายไป เป้เลิกคิ้วมองโทรศัพท์ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ อัญเป็นผู้หญิงที่สวยมาก หุ่นดี ดีทุกอย่าง เพื่อนๆต่างแซวว่าอัญชอบเขา แต่เขาไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเพราะเขาว่าอัญเป็นคนเงียบๆ ตอนทำงานร่วมกันก็ดูนิ่งๆ ไม่ได้มีท่าทีอะไรกับเขาสักนิด

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะ”เซียว่าพร้อมกับมองมานิ่งๆ

“เพื่อนที่ทำงานอ่ะพี่ แล้วนี่ไปที่บริษัทพี่ของพี่ป่ะเนี่ย เรื่องเดียวกันป่ะวะ”

“ใช่”เซียพูดเท่านั้นแล้วแต่งตัวต่อ บ่ายกว่าๆเซียก็ออกจากคอนโดโดยที่นั่งรถของเป้ ตั้งแต่วันที่รถชนเป้ก็แทบจะไม่ยอมให้เขาแตะมอเตอร์ไซด์ลูกรักอีกจนมีเรื่องได้ทะเลาะกันอยู่เรื่อยๆ(เรื่องนี้มอไซด์นี่เดี๋ยวมีตอนพิเศษ 55)

“รถติดจังวะ”เป้บ่นนิดๆแล้วเอนตัวพิงเบาะ เซียปรายตามอง

“จะรีบไปไหนล่ะ มีใครรออยู่เหรอ”

“เฮ้ยไม่มี ตลกน่าผมกลัวพี่เบื่อไง ก็ไหนบอกว่าไม่ชอบรถติด เนี่ยๆหงุดหงิดแล้วมาลงที่ผม”เป้พูดติดตลกพร้อมกับหัวเราะ สองชั่วโมงพอดีสำหรับการขับรถจากคอนโดมาที่บริษัท ระยะทางก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่ แต่รถติดแม่งโคตรนาน ทันทีที่เดินเข้าบริษัท พนักงานหลายคนทักเซียเพราะรู้ว่าเซียเป็นใคร แต่พวกที่ฝึกงานจะไม่รู้เพราะเซียไม่ค่อยมาที่นี่

“เป้ทางนี้”อัญทักแล้ววิ่งเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้ม เซียมองหญิงสาวนิดๆแล้วมองเป้ที่ยิ้มตอบเธอ

“วันนี้สวยที่สุดที่เห็นเลยนะเนี่ย”เป้อดที่จะแซวนางฟ้าของบรรดาเด็กฝึกงานไม่ได้ อัญก็หน้าแดงด้วยความเขิน เพื่อนของอันคนหนึ่งวิ่งเข้ามาชนจนหญิงสาวเซใส่ร่างสูง เป้รับเอาไว้แล้วรีบดันออกเพราะเธอเป็นผู้หญิงจะให้มายืนกอดก็ไม่ควร อีกอย่าง...

ขวับ

พอหันไปหาพี่เซียก็เห็นแต่แผนหลังเดินตรงไปที่ลิฟต์คงจะไปหาพี่เซม

“เป้ เราขอโทษนะ ตัวเราหนักป่าว”อัญว่าหลังจากที่หันไปตีเพื่อนแล้วดันให้ออกไป

“โหยเบาจะตาย กินเยอะๆมั่ง ผอมจะแย่”เป้ว่า

“พี่คนเมื่อกี้ใครเหรอเป้รู้จักมั้ย เห็นคนในบริษัทเขาไหว้กันเขาเป็นใครเหรอ”อัญถามเธอก็รู้สึกไม่ค่อยดี ตอนโดนสายตาของร่างโปร่งมอง เธอคิดว่าคงเป็นเพราะไม่ได้ไหว้ทักทายรึเปล่าพี่เขาเลยมองแบบนั้น อาจจะโดนหาว่าไม่เคารพ

“เป็นน้องชายเจ้าของบริษัท”

“เฮ้ยจริงเหรอ แย่ล่ะ พี่เขาโกรธฉันแน่เลยถึงได้มองแบบนั้น โอ้ยตายล่ะ ถ้าไม่ได้ใบผ่านทำไงเนี่ย”อัญมีหน้าเครียดจนเห็นได้ชัด

“ทำไม”

“พี่เขามองเราดุมากอ่ะ สงสัยเพราะเราไม่ได้ไหว้เขาแน่เลย”เป้หลุดขำออกมานิดๆ

“พี่เซียไม่ทำแบบนั้นหรอก ไร้เหตุผลเกินไป”เป้ว่าก่อนจะอมยิ้มนิดๆ เจ้าหญิงของเขามีเหตุผลทุกเรื่องจนเขาเถียงไม่เคยชนะ ยกเว้นแต่เวลาป่วยนั้นแหละที่จะเอาแต่ใจ ไร้เหตุผลแบบแปลกๆ

“ก็ขอให้เป็นแบบนั้นแหละ ไปเถอะ มีของกินเพียบเลย”อัญว่าก่อนจะฉุดมือของเป้ให้เดินตาม ที่นี่ไม่มีใครรู้ว่าเป้เป็นอะไรกับเซีย เพราะเป้ขอเอาไว้ เขาไม่อยากให้ใครมองว่าเขามีสิทธิเหนือคนอื่นแล้วจะพาลทำให้ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากใช้เขาให้ช่วยทำนี่นั่น ทันทีที่เข้าไปในห้อง คนอื่นๆต่างโห่ร้องแซว

“เปิดตัวแล้วเหรออัญ”

“บะ...บ้ารึไงเล่า”อัญตอบคนอื่นอย่างเคอะเขิน เพื่อนที่สนิทกับเป้เดินเข้ามาหาพร้อมกับแก้วโค้ก ที่นี่ยังไม่ให้ดื่มของมึนเมาในตอนนี้แต่คืนนี้คงได้เต็มที่กัน

“พัฒนาแล้วเหรอวะ”กิจที่เป็นเพื่อนสนิทขณะที่ฝึกงานถามขึ้น

“พัฒนาอะไรวะ”เป้ถามงงๆ

“ก็อัญไง เธอทำขนาดนี้ยังไม่เข้าใจอีกเหรอวะว่าเธอชอบมึง”

“แต่กูไม่ได้ชอบเขา”

“โหยสัส มึงเป็นเกย์ป่ะเนี่ย สายขนาดนี้ยังไม่สนใจ”

“เออ”เป้ตอบรับไป แต่เพื่อนไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าเป้พูดเล่น แล้วอัญก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายุ่งๆ

“เป้มีอะไรติดที่หัวอัญมั้ย โดนเพื่อนแกล้งอ่ะ”หญิงสาวว่าพร้อมกับก้มหัวลงมา เป้เห็นกระดาษกาวเล็กๆแปะเอาไว้ที่ผมก็ช่วยดึงออกให้

“หัวอัญเหม็นหน่อยนะ”อัญพูดขำๆ เป้จึงจับปอยผมมาดม

“หอมนะ”

“ฮิ้วววววววววว”เสียงโห่ดังตามมา

แกร๊ก!

เสียงโลหะเคาะกระจกดังขึ้นเรียกความสนใจของทุกคนในห้อง พอเป้หันไปก็พบว่าเป็นเจ้าหญิงของตนที่ทำหน้านิ่งจนคนอื่นๆกลัว อัญหันมาหาเป้พร้อมกับขมวดคิ้วก่อนจะเด้งตัวออกเมื่อพบว่าใบหน้าของเธอและเป้ห่างกันไม่ได้มากเลย เป้หันไปมองเซียอีกครั้งก็เห็นว่าร่างเล็กเดินออกไปแล้ว

“เชี่ยละ”เป้สบถเบาๆก่อนจะลุกออกจากห้องไป อัญและกิจมองการกระทำของเป้งงๆ


ความคิดเห็น