facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

17.อุ่นไอรัก (NC20+)

ชื่อตอน : 17.อุ่นไอรัก (NC20+)

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 49.7k

ความคิดเห็น : 205

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2563 03:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,200
× 0
× 0
แชร์ :
17.อุ่นไอรัก (NC20+)
แบบอักษร

17.อุ่นไอรัก 

  

               ผู้กองพนารีบพาแก้วเจ้าจอมกลับมาที่ฐานเพราะไม่รู้ว่าพวกคนร้ายที่มันไล่ล่าเธอไปก่อนหน้านี้จะพาพรรคพวกกลับมาตามหาเธอซ้ำมั้ย อีกอย่างแก้วเจ้าจอมก็บาดเจ็บอยู่ด้วยเขาจึงต้องรีบพาเธอออกมาจากผืนป่า เหล่าลูกน้องของเขาที่ช่วยกันตามหาแก้วเจ้าจอมถูกเรียกตัวให้กลับมากันแล้ว แต่กว่าทุกคนจะกลับมาที่ฐานครบฟ้าฝนก็เทลงมาซ้ำ ผู้กองพนาจึงเลื่อนกำหนดการในการออกลาดตระเวนหาข่าวใหม่ในวันพรุ่งนี้แทน  

               แก้วเจ้าจอมยังคงนั่งอยู่ที่ปลายเตียงในบ้านพักเหมือนเดิมเมื่อผู้กองพนากลับมาหาหลังจากที่อยู่สั่งการเรื่องการออกลาดตระเวนกับลูกน้องที่ฐาน ความจริงเขาอยากจะส่งคนออกไปแอบซุ่มดูพวกแก๊งค้ามนุษย์ยังป่าที่แก้วเจ้าจอมถูกไล่ล่าด้วย เผื่อจะได้เบาะแสเรื่องคดีนี้อีกหนึ่งคดี แต่เขาก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจเพราะยังไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่นเดี๋ยวมันจะเป็นเหตุทำให้ฐานของเขาถูกสงสัยเอาได้ ผู้กองพนารีบเดินเข้ามาหาแก้วเจ้าจอมเพื่อดูแผลที่แขนให้เพราะตอนอยู่ในป่าเขาห้ามเลือดให้เธอแล้วรอบหนึ่ง แล้วช่วงที่เขาออกไปสั่งงานกับเหล่าลูกน้องเธอก็คงจะไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวและคราบเลือดที่แขนออกแล้วเพราะเธอยังอยู่ในชุดผ้าถุงกระโจมอกสีเข้ม กลิ่นกายแสนหอมฟุ้งคละเคล้ากับกลิ่นของสบู่อาบน้ำทำให้ผู้กองพนาไม่กล้าหายใจแรงเมื่อนั่งลงข้างๆ เธอแล้วก้มลงมาดูแผลให้ 

               “เลือดหยุดไหลแล้วนี่” เขาค่อยๆ จับที่ผ้าพันแผลดู ซึ่งผ้าพันแผลดูชื้นๆ เพราะแก้วเจ้าจอมเพิ่งจะอาบน้ำมา”เดี๋ยวพี่ทำแผลให้ใหม่แล้วกัน” เพราะในเป้ลาดตระเวนของเขามีกล่องยาที่เธอเตรียมให้อยู่ด้วยเขาจึงนำออกมาเพื่อจัดการทำแผลให้เธอ ส่วนแก้วเจ้าจอมก็เพียงแค่แนะนำวิธีการทำแผลให้เขานิดๆ หน่อยๆ เพราะดูท่าเขาจะไม่ถนัดในเรื่องนี้เอาเสียเลย แต่เธอก็ดูออกแหละว่าเขาตั้งใจทำแผลให้เธอเป็นอย่างมาก 

               “พี่พนาไม่ออกไปลาดตระเวนแล้วหรอคะ” เธอถามเขาขึ้นมาอีกแล้วก็เอียงตัวมองออกไปนอกหน้าต่างที่ฝนกำลังตกลงมา ฝนตกหนักขนาดนี้เขาจะออกไปลาดตระเวนต่อได้อย่างไรกันเธอก็ถามไม่คิด 

               “พี่จะไปพรุ่งนี้เช้า วันนี้มีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นแล้วไหนจะฝนตกอีก” ผู้กองพนาตอบขณะที่ยังก้มหน้าก้มตาทำแผลให้เธออยู่ แก้วเจ้าจอมได้ฟังที่เขาตอบแล้วก็ก้มหน้าสลดอย่างรู้สึกผิด 

               “...แก้วขอโทษนะที่ทำให้ทุกคนวุ่นวายกันไปหมด ทำให้พี่พนาเสียงานเสียการด้วย” ได้ยินเธอตัดพ้ออย่างรู้สึกผิดแบบนี้ผู้กองพนาก็เงยหน้าขึ้นไปมองเธออีกครั้งเมื่อทำแผลให้เธอเสร็จแล้วพอดี สีหน้าของเธอดูเศร้าหมองแล้วก็เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา 

               “พี่พนาจะส่งแก้วกลับบ้านจริงๆ มั้ย” 

               “ป่านนี้ทุกคนที่บ้านของแก้วคงจะเป็นห่วงกันมาก พี่ควรจะหาทางพาแก้วกลับบ้านมาตั้งแต่แรกแล้ว” 

               “พี่พนาไม่อยากให้แก้วอยู่ด้วยแล้วหรอคะ ไหนบอกว่ารักแก้วไง” 

               “รักก็ส่วนรัก แต่พี่จะขโมยเอาตัวแก้วมาแบบนี้ไม่ได้” 

               แก้วเจ้าจอมร้องไห้ออกมาเงียบๆ แล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตา ที่เขาพูดมันก็ถูก แต่เพราะตอนนี้เธอยังจดจำทุกคนที่บ้านของเธอไม่ได้ ในความรู้สึกที่นี่ต่างหากคือบ้านของเธอ เขาคือคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่เธอรู้จัก ถ้าเธอได้กลับบ้านเธอคงจะไม่มีความสุขเหมือนกับอยู่กับเขา เธอคงจะคิดถึงแต่เขาตลอดเวลาแล้วก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้เจอกันหรือไม่ได้เจอกันอีกไปตลอดชีวิต 

               เห็นเธอร้องไห้อย่างนี้ผู้กองพนาเองก็รวดร้าวในหัวใจไม่ต่างกัน การพาเธอกลับบ้านมันไม่ต่างอะไรกับเขาเอาคมมีดมากรีดแทงหัวใจของตัวเองเลย 

               “ไว้พี่ว่างจากงานพี่จะไปเยี่ยมแก้วที่บ้านนะ” 

               “จะไปได้ยังไง...” แก้วเจ้าจอมหยิบแหวนสามสมอออกมามอง “แก้วนึกไม่ออกว่าเจ้าของแหวนเป็นใคร แก้วกลัวถ้าจะต้องกลับไปเจอเขา แก้วไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของแก้วกับเขาอยู่ในขั้นไหน เป็นแค่แฟน คู่หมั้นหรือสามี แต่ไม่ว่าความสัมพันธ์ของแก้วกับเขาจะอยู่ในขั้นไหนแต่ตอนนี้เขาก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับแก้ว ในเรื่องของความถูกต้องแก้วควรกลับไปหาเขา แต่ถ้าตามความรู้สึกของหัวใจ...” เธอหันมาทางผู้กองพนาแล้วมองหน้าเขา เขาก็คงจะเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าเธอ เขาจะรู้สึกแย่มากแค่ไหนถ้าไปเยี่ยมเธอแล้วเห็นเธออยู่กับใครอีกคน แล้วใครคนนั้นจะยอมให้เธอกับเขาได้เจอกันหรอ 

               “หัวใจของแก้วมีแต่พี่พนา หากพี่พนาจะไปเยี่ยมแก้ว เราจะเจอกันในฐานะของอะไร แก้วจะหักห้ามหัวใจเพื่อไม่ให้วิ่งเข้าไปกอดพี่พนาได้มั้ย พี่พนา มันจะดูใจร้ายไปมั้ยหากแก้วกลับบ้านไปแล้วแก้วไปขอเลิกกับเขาแล้วแก้วจะกลับมาอยู่กับพี่พนาใหม่ ขอให้เจ้าของแหวนวงนี้เขาเข้าใจแล้วก็ปล่อยแก้วออกมาจากชีวิตของเขา...” 

               “แก้ว...” ผู้กองพนาส่ายหน้า ถ้าเธอกับเจ้าของแหวนสามสมอเป็นเพียงแค่แฟน แค่คนรักที่คบหากันเฉยๆ เขาอาจจะยอมเลวไปแย่งเอาเธอมาเป็นของเขา อย่างมากก็แค่ถูกตราหน้าว่าแย่งแฟนคนอื่น แต่ถ้าเธอกับเจ้าของแหวนเป็นอะไรที่มากกว่าแฟนที่คบหาดูใจกัน ถ้าเจ้าของแหวนวงนี้เป็นสามีของเธอเขาไม่ต้องเป็นชู้แย่งเมียชาวบ้านหรอ 

               “ตอนนี้แก้วกำลังความจำเสื่อม พี่ไม่อยากให้แก้วรีบตัดสินใจอะไรเพราะหากเมื่อไหร่ก็ตามที่แก้วจำทุกอย่างได้ แก้วอาจจะเสียใจในภายหลัง บางทีเผื่อแก้วจำเรื่องราวทุกอย่างได้แล้วแก้วลืมพี่ ลืมเหมือนกับที่แก้วลืมเจ้าของแหวนสามสมอวงนี้ เรื่องราวระหว่างเราที่เกิดขึ้นที่นี่มันจะกลายเป็นเพียงแค่ความฝันของแก้ว ความทรงจำของแก้วที่มีต่อพี่มันจะมีเพียงแค่วันแรกที่เราเจอกันที่สัตหีบและแค่ตอนที่แก้วไปงานศพของน้องชายพี่เท่านั้น บางที...ถ้าแก้วกลับไปจำทุกอย่างได้แก้วอาจจะรักเจ้าของแหวนวงนี้มากกว่าที่รักพี่ เราจะกลายเป็นคนอื่น จะเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักหรือรักกันมาก่อน เรา...” 

               “อย่าพูดนะ!” แก้วเจ้าจอมรีบยกมือขึ้นไปปิดปากของเขาทั้งน้ำตาแล้วส่ายหน้าอย่างไม่ยอมรับความจริง “อย่าพูดแบบนี้แก้วไม่อยากฟัง ถ้ามันเป็นอย่างที่พี่พนาว่า ถ้าแก้วจำทุกอย่างได้แล้วลืมพี่พนา แก้วก็จะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมอย่างมีความสุขในขณะที่พี่พนาต้องทนเจ็บปวดอยู่คนเดียว เป็นคนเดียวที่จำเรื่องราวระหว่างเราได้ ในวันที่แก้วอาจจะกำลังมีความสุขอยู่กับชีวิตเดิมของตัวเอง แก้วจะไม่รับรู้เลยว่าแก้วกำลังทำให้ใครคนหนึ่งต้องเจ็บปวดเพราะเสียแก้วไป พี่พนาจะเป็นคนที่เจ็บที่สุดเพียงคนเดียว...” 

               “ถ้าแก้วกลับไปจำทุกอย่างได้แล้วใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข พี่ยอมเจ็บเพื่อแก้วได้ พี่จะเก็บเรื่องราวระหว่างเราเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ ขอแค่พี่ได้เห็นแก้วมีความสุขและปลอดภัยพี่ก็พอใจแล้ว อย่างน้อย...ให้พี่เจ็บคนเดียวดีกว่าพี่ต้องทำให้แก้วแล้วก็คนอื่นต้องเจ็บด้วย แก้วอย่าร้องไห้เลยนะ ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องสงสารพี่ อีกไม่นานพอแก้วจำทุกอย่างได้แก้วก็จะลืมพี่ไปเอง แก้วจะไม่มีความสงสาร รู้สึกผิดหรือรู้สึกอะไรกับพี่อีก เหมือนตลอดทั้งชีวิตของแก้ว แก้วไม่เคยเจอพี่มาก่อน” 

               “พี่พนา อย่าพูดแบบนี้สิคะแก้วกลัว พี่จ๋า...อย่าพูดแบบนี้” แก้วเจ้าจอมขยับเข้าไปกอดเขาแน่น ความรักของเขาที่มีต่อเธอมันยิ่งใหญ่และมากมายจนเธอไม่อยากเสียไป “แก้วรักพี่พนาขนาดนี้แล้วแก้วจะลืมพี่พนาไปได้ยังไง แก้วจะไม่ทำให้พี่พนาต้องเจ็บปวดแบบนั้น” 

               “ทำไมกันคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกแล้วยื่นมือไปกุมแก้มข้างหนึ่งของเขาเอาไว้ “ทำไมคนรักกันถึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทำไมเราถึงต้องมารักกันในวันที่แก้วเป็นแบบนี้” 

               “พี่อาจจะไม่มีบุญพอที่จะได้แก้วมาครองก็ได้” ผู้กองพนายิ้มบอกเธออย่างขมขื่น กอดเธอเอาไว้อย่างทะนุถนอม ถึงจะบอกให้เธออย่าคิดมาก อย่าให้เธอกังวลกับเรื่องพวกนี้แต่เขาเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะทำตามอย่างที่พูดได้รึเปล่า หากเขาเสียเธอไปแล้วเขาจะเอากำลังใจจากที่ไหนมาเป็นเรี่ยวแรงในการยึดเหนี่ยวให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ บางทีเขาอาจจะเจ็บจนหมดแรงใจแล้วอีกไม่นานก็คงจะพลาดท่าคนร้ายถูกฆ่าเข้าสักวัน การเสียเธอไปมันคือการฆ่าตัวตายทางอ้อมของเขา แล้วในวันที่เขาตายเธอก็คงจะไม่รับรู้ว่ามีใครคนหนึ่งที่มันแอบรักเธอกำลังจะลาโลกนี้ไปแล้ว เขาหลับตาลงอย่างพยายามเก็บกลั้นความหวาดกลัวที่จะเสียเธอไปเอาไว้ อย่างไรเสียเขาก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้และทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ยังไงเขาก็จะต้องคืนเธอให้กับครอบครัวของเธอ ส่วนตัวเขา...เขาเหลือตัวคนเดียว ถ้าจะเจ็บ จะตายก็ต้องเจ็บและตายคนเดียว เขาจะไม่ดึงเอาเธอเข้ามาเกี่ยวด้วยเด็ดขาด 

               “แก้วไปแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วก็รีบนอนนะ เดี๋ยวพี่จะนอนที่พื้นข้างๆ เตียงนี่แหละแล้วพรุ่งนี้เช้าพี่จะออกไปลาดตระเวน พอพี่กลับมาจากลาดตระเวนแล้วพี่จะติดต่อหาครอบครัวของแก้วให้” ผู้กองพนาผละเธอออกจากอ้อมกอดแล้วจะลุกขึ้นแต่แก้วเจ้าจอมก็รีบคว้ามือของเขาเอาไว้แล้วดึงให้เขากลับมานั่งลงข้างเธอตามเดิม 

               “จูบแก้ว...” เธอบอกเขาทั้งน้ำตา “ไหนๆ แก้วก็จะต้องจากพี่พนาไปแล้ว แล้วแก้วก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นการจากกันไปตลอดชีวิตของเรารึเปล่า ถ้าจากนี้ไปแก้วจะไม่มีวันได้เจอกับพี่พนาอีกแล้ว งั้น...ขอไออุ่นจากพี่พนาให้แก้วได้มั้ย ขอแก้วได้อยู่กับคนที่แก้วรักสักครั้ง อย่างน้อยแก้วก็แต่งงานเป็นเมียของพี่พนาแล้ว ขอแก้วทำตามหัวใจของแก้วเถอะนะ พี่พนาเองก็ต้องการแก้วเหมือนกันไม่ใช่หรอ” 

               “แต่ว่า...” ผู้กองพนามองมาที่แหวนสามสมอในมือเธอสลับกับมองเธอ ใช่ เขาต้องการเธอแต่เขาก็ไม่กล้าแตะต้องเธอแล้วเพราะไม่อยากทำผิดกับใคร “ถ้าแก้วอยากได้ไออุ่นจากพี่ พี่จะขอแค่นอนกอดแก้วเอาไว้เฉยๆ เท่านั้น” 

               “แต่แก้วอยากเป็นเมียพี่ จะต้องให้แก้วพูดตรงๆ ใช่มั้ยพี่พนาถึงจะเข้าใจ แก้วอยากให้พี่พนาทำให้แก้วเป็นของพี่ เป็นผัวเมียกันจริงๆ แก้วไม่สนใจแล้วว่าจะต้องทำผิดต่อใคร แก้วแค่อยากทำตามที่หัวใจของแก้วต้องการเท่านั้น แก้วกำลังจะจากพี่พนาไป เราจะจากกันไปตลอดชีวิตเลยนะ...แก้วขอเพียงแค่ไออุ่นจากคนที่แก้วรักเพียงสักครั้งไม่ได้หรอ อย่างน้อยก็ให้มันเป็นความทรงจำที่อยู่ในส่วนลึกของหัวใจแก้วว่าครั้งหนึ่งแก้วเคยรักพี่พนามากแค่ไหน หากวันหน้าแก้วลืมพี่พนาไป ความทรงจำนี้ก็น่าจะช่วยทำให้แก้วพอจะจดจำพี่พนาได้บ้าง ไม่ใช่ลืมแล้วลืมเลยแล้วทำเหมือนกับพี่พนาไม่เคยมีตัวตนบนโลกใบนี้” 

               “แก้ว” ผู้กองพนาเชยคางเธอขึ้นแล้วยื่นมือมาปาดน้ำตาให้เธออย่างแผ่วเบา “พี่ไม่อยากให้แก้วเสียใจภายหลังกับสิ่งที่แก้วอยากให้พี่ทำ...” 

               “แก้วจะไม่มีวันเสียใจ ไม่ว่าแก้วจะจำพี่พนาได้หรือไม่ แก้วก็จะไม่มีวันเสียใจกับเรื่องนี้ แต่แก้วจะเสียใจที่สุดหากชาตินี้เกิดมาแล้วไม่ได้เป็นเมียของพี่พนา ผู้ชายที่แสนดีและเขาก็รักแก้วมาก พี่พนา...ตอนนี้เราลืมคนอื่นไปให้หมดเถอะนะแล้วมาทำตามในสิ่งที่หัวใจของเราต้องการ ขอไออุ่นให้แก้วเถอะนะคะ” แก้วเจ้าจอมขอแล้ววางมือลงไปที่แผ่นอกแกร่งของเขา ลูบไล้เบาๆ จากแผ่นอกขึ้นไปที่ลำคอแล้วกอดรอบคอของเขาเอาไว้แน่นก่อนจะเอื้อมตัวขึ้นไปหาเขาเพื่อประกบปากจูบ เธอจูบเขาอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล ดูดลิ้มชิมความหวานอย่างอ้อยอิ่ง นิ้วมือก็ไล้วนอยู่ที่ลำคอของเขาอย่างยั่วเย้า กอดรั้งไม่ให้เขาผละออกจากเธออีก ผู้กองพนาที่เป็นฝ่ายถูกจู่โจมก่อนถึงกับตั้งรับสัมผัสรักจากเธอไม่ทัน แม้สมองมันจะสั่งให้เขาปฏิเสธเธอ แต่หัวใจและร่างกายของเขามันกลับไม่อาจฝืนความต้องการจริงๆ ได้ 

               “แน่ใจนะว่าแก้วจะไม่เสียใจภายหลัง” เขาถามอีก แก้วเจ้าจอมที่ผละจูบจากริมฝีปากของเขามาเป็นที่แก้มจึงส่ายหน้าตอบทั้งรอยยิ้ม และยิ่งเบียดตัวเข้าหาเขามากขึ้นเมื่อสองแขนของเขากอดรัดเธอและลูบไล้ที่ตัวของเธอบ้าง 

               “ไม่มีวันที่แก้วจะเสียใจค่ะ” สิ้นคำพูดของเธอ คราวนี้ผู้กองพนาก็ยิ่งกอดรัดเธอให้แน่นขึ้นแล้วก้มลงมาเป็นฝ่ายประกบปากจูบกับเธอเสียเอง หากเธอบอกให้เขาลืมทุกคนแล้วทำตามในสิ่งที่หัวใจของเขาต้องการเขาก็จะทำตามที่เธอว่า เขาจะทำตามหัวใจของเขา แม้ว่าผลที่ตามมามันอาจจะทำให้เขาต้องเจ็บแต่เขาก็ยอม ขอเพียงแค่เขาได้มีความสุขกับคนที่เขารักเพียงสักครั้ง 

               มือที่หยาบกระด้างข้างหนึ่งของเขาจับประคองแก้มของแก้วเจ้าจอมเอาไว้เพื่อให้เธอรับจูบจากเขาได้ถนัด ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้ผ่านผ้าถุงที่เธอนุ่ง ริมฝีปากบางนุ่มหวานล้ำยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้า เธอจูบตอบกับเขาด้วยความปรานาไม่ต่างกัน ริมฝีปากของเขาแนบจูบกับเธอแล้วบดขยี้ด้วยอารมณ์รัก แก้วเจ้าจอมหายใจติดขัดกับอารมณ์รักของเขาที่ถูกเธอรุกเร้าจนเร่าร้อน จากจูบที่แผ่วเบาหวานล้ำกลับค่อยๆ รุนแรงดุเดือดแต่ซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันวาบหวามอย่างที่เธอไม่เคยได้สัมผัสแบบนี้มาก่อน สัมผัสรักจากกายบุรุษเพศมีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่เธอนึกออกและหลงใหลไปกับสัมผัส ยามปกติเขาใจดีและอ่อนโยนกับเธอมาก แต่หากยามที่อยู่ในห้วงรักคราวใดอารมณ์ของเขากลับร้อนแรงจนยากที่เธอจะหยั่งถึงจนรู้สึกหวั่น หัวใจเต้นระรัวอย่างไม่อาจควบคุมได้ จนเมื่อเขาถอนจูบออกแก้วเจ้าจอมก็รู้สึกชาไปทั้งริมฝีปาก รสเค็มปะแล่มๆ ของเลือดเป็นสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าจูบของเขามันรุนแรงมากแค่ไหน เขามองสบตากับเธอ ใช้หลังมือค่อยๆ เช็ดคราบน้ำตาที่เหลือออกให้อย่างแผ่วเบา ไร้คำพูดใดๆ ที่จะเอื้อนเอ่ยเมื่อความรู้สึกทั้งหมดมันแสดงออกมาทางภาษากายและรับรู้ด้วยหัวใจ ความรักที่มีให้กันมันมากมายจนล้มเปี่ยม แก้วเจ้าจอมมองเขาด้วยความรู้สึกรักที่มากมายเช่นเดียวกับเขาที่มองเธอด้วยความรัก ความหวังและกำลังใจ หยาดน้ำตาแห่งความสุขเอ่อคลอออกมา แก้วเจ้าจอมยิ้มอย่างมีความสุขก่อนที่คราวนี้เธอจะขยับกายขึ้นไปคุกเข่าคร่อมอยู่บนตักของเขา สองมือเล็กๆ ค่อยๆ ปลดเสื้อเครื่องแบบของเขาออกรวมถึงเสื้อยืดด้านในจนเผยให้เห็นเนื้อกายบุรุษที่กำยำ กล้ามเนื้อเป็นมัดชวนให้น่ามอง ร่องรอยของแผลเป็นจากสมรภูมิรบและการฝึกพาดผ่านอยู่ตามกล้ามเนื้อลำตัวและซิกแพ็กที่เป็นลอนคลื่น นิ้วมือของเธอกรีดกรายลูบไล้ลำตัวของเขาอย่างลุ่มหลงและเขินอาย แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้เห็นเนื้อกายของเขาแต่คราวนี้สถานการณ์มันก็ต่างออกไปจากทุกที 

               ตุ๊บ! 

               ผู้กองพนาถูกเธอผลักลงไปกับที่นอนก่อนที่เขาจะผงกศีรษะขึ้นมาดูเมื่อเห็นเธอกำลังปลดเข็มขัดและกางกางของเขา คิ้วเข้มขมวดกันมุ่ยแต่ก็เอ็นดูกับการรุกของเธอ มองเผินๆ เหมือนเธอจะร้อนแรงและช่ำชองในเรื่องพวกนี้ แต่...ในส่วนของรายละเอียดนั้นเธอกลับดูเงอะๆ งะๆ ทำท่าราวกับนางพญาเสือที่จะตะปบเขาแต่เขี้ยวเล็บที่จะตะปบเขากลับไม่มี เขาเองก็ไม่ใช่ชายสดซิงอะไร ชีวิตนี้ก็เคยผ่านผู้หญิงมาอยู่บ้าง ไอ้อาการเหมือนใจกล้าแต่ทำอะไรไม่ประสีประสาแบบนี้น่ะ มันเป็นอาการของพวกมือใหม่ชัดๆ พอคิดได้ดังนี้ผู้กองพนาก็เริ่มใจชื้นขึ้นมา หากเธอยังไม่เคยเมียของใครมาก่อน ไม่ว่าเจ้าของแหวนสามสมอจะเป็นใครเขาก็ไม่สนใจแล้ว เขาจะยอมคืนเธอให้กับครอบครัวของเธอก็จริงแต่เขาจะไม่ยอมคืนเธอให้ผู้ชายคนนั้นเป็นอันขาด เพราะคำว่าแฟนที่คบหากับผัว สถานะมันห่างไกลกันมาก 

               “หึ” ผู้กองพนาอดขำออกมาเบาๆ ไม่ได้เมื่อแก้วเจ้าจอมที่ยังนั่งคร่อมอยู่กลางลำตัวของเขาโน้มตัวลงมาหา เธอจูบมาที่ซอกคอของเขาแล้วดูดเบาๆ จนเป็นรอยรักสีหวาน ลิ้นเล็กๆ วาดโลมเลียเขาจนกายหนุ่มเป็นฝ่ายสะท้าน 

               “หัวเราะอะไรคะ” เธอผละใบหน้ามามองเขาที่ยังคงมองเธอตาหวานและขำเธอเบาๆ อยู่ 

               “ตั้งแต่เกิดมา...พี่ยังไม่เคยถูกผู้หญิงรุกจะปล้ำทำผัวมาก่อน...พี่ร้องหรือดิ้นขัดขืนได้มั้ย” สิ้นคำถามของเขา เธอก็ยิ้มที่มุมปากแล้วปลดปืนพกของเขาออกมาเอวเพราะยังไม่ได้ปลดกางเกงกับเข็มขัดออกจากกายของเขา 

               ตุ๊บ! 

               ปืนพกสั้นถูกวางเอาไว้ข้างหมอนพร้อมกับมีดพกเล่มใหญ่ ผู้กองพนามองอาวุธประจำกายของตนแล้วก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ ไม่กล้าหือ 

               “จะดิ้นหรือขัดขืนอีกมั้ยคะ” 

               “มะ...ไม่กล้าแล้วครับ” สองมือยกขึ้นอย่างยอมแพ้ ฝีมือการใช้มีดและปืนของเธอมันทำให้เขารู้สึกไม่อยากประมาท แค่แซวเล่นนิดเดียวทำเป็นเอาจริงไปได้ 

               คราวนี้เมื่อเธอโน้มกายลงมาจูบเขาอีกผู้กองพนาก็กอดร่างของเธอเอาไว้แนบตัว ตอบรับจุมพิตของเด็กน้อยที่ยังจูบไม่เก่งด้วยอารมณ์ปรารถนาที่รุนแรง ลำแขนแกร่งรั้งต้นคอของเธอลงมาหาแล้วผงกศีรษะขึ้นไปจูบกับเธอ ให้เธอเป็นฝ่ายรุกและเขาเป็นฝ่ายสอน ลิ้นของเขาสอดประสานกับลิ้นของเธอในโพรงปาก ความอ่อนหวานของเธอไม่อาจสู้อารมณ์รักที่รุนแรงจากเขาได้ และมันก็คงจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนเขาไม่อาจทะนุถนอมเธอเหมือนอย่างที่ตั้งใจได้ ก็หวังว่าเธอจะรับอารมณ์ของเขาไหว 

               “อ๊ะ!” แก้วเจ้าจอมสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกกัดที่ริมฝีปาก มันเจ็บแต่...รัญจวนซาบซ่านอย่างบอกไม่ถูก เธอผละจูบจากเขา มองเขาอย่างไม่แน่ใจก่อนที่ลิ้นของเขาจะแตะเลียมาที่รอยถูกกัดอย่างโอ๋ปลอบขวัญ ความอ่อนโยนมีเพียงแค่ชั่วครู่ก่อนที่เขาจะโฉมลงมาที่ซอกคอของเธอ ลิ้นชื้นๆ ตวัดเลียที่ลำคอของเธอราวกับจะกลืนกินแล้วก็ดูดเม้มสลับกับกัดฝังรอยเขี้ยวเอาไว้กับเธอจนแก้วเจ้าจอมสั่นสะท้านไปทั้งร่าง 

               ควับ!  

               คราวนี้เขาพลิกกายขึ้นมาอยู่เหนือร่างของเธอ มองร่างบางแสนงดงามที่นอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างของเขา ดวงตาคู่สวยของเธอปรือฉ่ำและช้อนมองเขาอย่างยั่วเย้า เส้นผมดำสยายเต็มที่นอนสีขาว ซอกคองามระหงส์ประดับด้วยรอยจูบ ผู้กองพนาไล้มือมาที่เนินอกอวบของเธอ ผ้าถุงกระโจมอกปมหลุดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อาจรู้ได้จนสองเต้าอวบดูหมิ่นเหม่ 

               “พี่จะถามเป็นครั้งสุดท้าย ตอนนี้พี่ยังควบคุมอารมณ์ตัวเองได้อยู่...แก้วจะเป็นเมียพี่จริงๆ ใช่มั้ย” 

               “ใช่ค่ะ” เธอตอบเขาโดยไม่ต้องคิด ผู้กองพนาจึงถามย้ำอีก 

               “ต่อจากนี้ไป หากแก้วเกิดเปลี่ยนใจพี่จะไม่ปล่อยแก้วแล้วนะ พี่อยากให้แก้วคิดอีกทีเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง” 

               “พี่พนา...อย่ามัวแต่ถามอะไรอยู่เลย” แก้วเจ้าจอมใช้ข้อศอกยั้งกายขึ้นมาหาเขาแล้ววาดลำแขนข้างหนึ่งกอดรอบคอของเขาแล้วโน้มเขาลงมาหา “แก้วอยากเป็นเมียของพี่นะ รีบๆ ทำให้แก้วเป็นเมียของพี่สิ” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ปรารถนาและมารยายั่วเย้า เธอคลายผ้าถุงที่นุ่งออกจนสองเต้าอวบอึ๋มขนาดคัพดีปรากฎตรงหน้าผู้กองพนา ใบหน้าหวานสวยเอื้อมขึ้นมาจูบริมฝีปากของเขาเบาๆ ยิ้มหวานบาดตาละลายหัวใจทำให้ผู้กองพนามองเธอนิ่งราวกับต้องมนต์ 

               “เมียสวยขนาดนี้...รีบๆ มากินสิคะ” เธอร่ายมนต์เสียงหวานที่ข้างใบหูของเขา เพียงเท่านี้ผู้กองพนาก็ลืมเรื่องที่ถามเธอไปหมดสิ้น มือหยาบๆ กุมมาที่อกอวบข้างหนึ่งแล้วบีบนวดเบาๆ ความนุ่มเนียนเต่งตึงยิ่งทำให้เขานวดคลึงไม่หยุดจนปลายยอดสีหวานชูชัน กลิ่นกายที่หอมฟุ้งนำพาให้เขาโน้มกายลงไปซุกไซ้เธอใหม่อีกรอบ เขาจูบ ดูดและโลมเลียไปทั่วเนินอกอวบของเธอ มือที่นวดคลึงอกของเธอเพิ่มแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แก้วเจ้าจอมหลับตาพริ้มแล้วกัดริมฝีปากเอาไว้แน่นเมื่อคราวนี้เขาก้มลงมาดูดที่ปลายยอดอกของเธอ เธอหอบหายใจสะท้าน ขนลุกเกลียวและหัวใจเต้นแรงระรัว จะหายใจก็ติดขัดไปหมด จากที่จะรุกเขา แต่พอเขารุกกลับกลับเป็นเธอที่ไม่อาจต้านแรงปรารถนาของเขาได้ 

               ปลายลิ้นชื้นๆ ปาดตวัดเลียที่ปลายยอดอกของเธออย่างหยอกล้อสลับกับดูดเหมือนจะดูดดึงจนน้ำนมของเธอไหลออกมา แก้วเจ้าจองเสียวซ่านจนต้องปลดปล่อยความรัญจวนออกมาเป็นเสียงครางแสนหวาน ยิ่งได้ยินเสียงครางจากเธอผู้กองพนาก็ยิ่งต้องการเธอมากขึ้นก่อนจะผลักเธอลงไปกับที่นอนตามเดิม ขยับกายขึ้นมานั่งคร่อมเธอเอาไว้ รวมมือทั้งสองข้างของเธอตรึงเอาไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขา ผ้าถุงที่หลุดลุ่ยของเธอถูกกระชากออกจนพ้นกาย ผิวกายที่เปลือยเปล่าขาวอมชมพูผุดผ่องชวนให้น่าลุ่มหลง แก้วเจ้าจอมเขินอายนักเมื่อไม่สามารถปิดป้องกายของตนได้เพราะข้อมือทั้งสองข้างถูกยึดเอาไว้อยู่ เรียวขาของเธอหนีบกันเอาไว้อย่างขวยเขิน เลือดลมสูบฉีดจนผิวกายที่ขาวอมชมพูแดงระเรื่อ 

               “แก้วสวยมากเลยรู้มั้ย” เขามองเธอด้วยความลุ่มหลงอย่างสุดๆ แล้วไล้เนื้อกายของเธอไปมา บีบคลึงอกอวบที่ล้นมือ เขี่ยปลายยอดอย่างหยอกเย้าจนแก้วเจ้าจอมต้องแอ่นอกเข้าหาและแขม่วหน้าท้องเมื่อเขาลูบไล้หน้าท้องที่แบนราบของเธอ แล้วลูบไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงม่านไหมนุ่ม อยากจะสัมผัสสิ่งที่ม่านไหมนี้ปกคลุมแต่ก็ติดที่ว่าเธอหนีบขาเอาไว้แน่น 

               “กลัวเป็นแล้วหรอ” เขายิ้มถาม แก้วเจ้าจอมจึงเอียงหน้าอายๆ หนี 

               “ก็แก้วไม่เคย...” 

               “แน่ใจว่าไม่เคย” 

               “แก้วจำไม่ได้” 

               “หึ” ผู้กองพนาแค่นยิ้มใส่ มือข้างหนึ่งยังคงยึดข้อมือทั้งสองของเธอเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ปลดกางเกงของตนออกจนเปลือยเปล่าเช่นกัน “ที่ผ่านมาจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่คราวนี้...” เขาโน้มกายลงมาหาเธอ   “แก้วจะไม่มีวันลืมอีกเลย ต่อให้ความจำเสื่อมอีกร้อยรอบ แก้วก็จะต้องจดจำคืนนี้ไปตลอดชีวิต” 

               พอเขาผละกายออกจากเธอคราวนี้แก้วเจ้าจอมก็ถึงกับตาโตเมื่อเห็นอาวุธประจำกายขนาดมหึมาของเขา ใช่ว่าเธอจะไม่เคยเห็นอาวุธของเขามาก่อน แต่การที่ได้เห็นมันตื่นและขยายตัวอย่างเต็มที่แบบนี้เธอก็เพิ่งจะเคยเห็น ถ้ามันจะใหญ่โตขนาดนี้อย่าว่าแต่ความจำเสื่อมอีกร้อยรอบเลย ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่เธอก็ลืมไม่ลงแน่ๆ 

               “พี่พนา...คือว่า...” เธอกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอขณะมองพี่ยักษ์ตัวใหญ่ยาวที่ยืนชี้หน้าเธออย่างเอาเรื่องอยู่ ยิ่งเห็นเขาใช้มือรูดกายพี่ยักษ์ไปมา พี่ยักษ์ขอเขาก็ยิ่งดูน่ากลัว 

               “พี่บอกแล้วนะ ถ้าเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาตอนนี้พี่จะไม่ปล่อยแก้วแล้ว เรือออกจากฝั่งแล้วมันจะไม่ย้อนกลับขึ้นฝั่งอีกเด็ดขาดจนกว่าจะถึงที่หมาย แล้วรู้มั้ยว่าที่หมายมันอยู่ที่ไหน” 

               “ที่ไหนคะ” 

               “สวรรค์ไง เดี๋ยวคืนนี้พี่จะพานางไม้ตัวน้อยแสนสวยไปเที่ยวสวรรค์ตามที่นางไม้อยากจะไป” 

               “นางไม้ยังหลงป่าอยู่นะคะ” 

               “ป่าบนสวรรค์น่ะสวยมากเลยนะ ถ้าได้ไปรับรองเลยว่าจะยิ่งหลงมากกว่านี้” ตอนนี้ไม่รู้ว่าใครรุกใครหรือใครยั่วใครแล้ว ถึงจะรู้สึกหวั่นกับพี่ยักษ์ของเขาแต่แก้วเจ้าจอมก็ไม่ยอมถอยหรอกเพราะความรัก ความปรารถนามันสั่งให้เธอลุยต่อไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น 

               ยามที่เขาทาบทับมาบนกายของเธอ เนื้อแนบเนื้อยิ่งเพิ่มความใกล้ชิด แก้วเจ้าจอมสะดุ้งเป็นพักๆ เมื่อเขาไม่เพียงแต่เชยชมร่างของเธอด้วยจูบ แต่เขายังขบกัดเธออย่างหมั่นเขี้ยวด้วย ผู้กองพนาอ้าปากกลืนกินสองเต้าอวบอย่างตะกละตะกลาม บีบนวดคลึงและขบเม้มที่ปลายยอดสีหวานจนแก้วเจ้าจอมหวีดร้องครวญครางอย่างตกใจและเจ็บกับสัมผัส แต่เธอก็รู้สึกชอบในสิ่งที่เขาทำ ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่พนาที่แสนดี แสนอ่อนโยนและเป็นสุภาพบุรุษของเธอ ยามได้รัก จะรักรุนแรงราวกับเป็นคนละคน มีลูกหลอกมาแกล้งเธอได้ตลอดจนตอนนี้เธอตามเกมของเขาไม่ทันแล้ว จากที่คิดว่าจะเป็นฝ่ายรุกเขา ประสบการณ์ของเธอกลับอ่อนด้อยจนถูกเขารุกกลับจนตอนนี้สองเต้าอวบของเธอฉ่ำไปด้วยน้ำลายของเขาและตามเนื้อตัวก็มีแต่รอยจูบ รอยกัดอยู่เต็มไปหมด 

               “อ่ะ...” เธอหลับตาพริ้มเมื่อเขาผละออกจากสองเต้าอวบที่ตอนนี้มีรอยรักสีหวานติดอยู่จนทั่ว เขาจูบเลื่อนต่ำลงมาเรื่อยๆ แล้วจูบที่สะดือของเธอ งานนี้แก้วเจ้าจอมเสียววูบวาบไปทั่วท้องน้อยจนเผลอกลั้นหายใจไปเลยทีเดียว เธอไม่รู้ว่าเขาเข้ามานั่งแทรกระหว่างเรียวขาของเธอตอนไหน เธอรู้แค่เพียงว่าสัมผัสของเขามันกำลังทำให้เธอคลั่ง อารมณ์ความต้องการพุ่งสูงขึ้นจนต้องส่ายเอวร่อนหาเขา 

               “พี่พนา...” 

               “ใจเย็นๆ ยอดรัก” เขารู้ว่าเธอถูกเขาปลุกเร้าอย่างหนัก ใจเขาก็อยากจะรีบผสานรักรวมกายเข้าหาเธอ แต่กุหลาบงามที่มีม่านไหมปกคลุมอยู่นี่สิมันทำให้เขานึกอยากจะเชยชมก่อน กุหลาบสีหวานของเธอสวยงดงามมาก กลีบเนื้อนวลปิดแนบสนิทราวกับไม่เคยมีสิ่งใดรุกล้ำ สีหวานไม่มีรอยบอบช้ำใดๆ หัวใจของผู้กองพนายิ่งเต้นระรัวเมื่อมองเธออีกครั้ง ความรู้สึกของเขามันเกือบร้อยเปอร์เซ็นแล้ว หรือว่า...อย่าบอกนะว่าเป็นสาวบริสุทธิ์! 

               “อื้มมมม” แก้วเจ้าจอมเผลอร้องครางออกมาเมื่อปลายนิ้วของผู้กองพนาสัมผัสมาที่กุหลาบสีหวาน ปลายนิ้วเรียวกรีดตามรอยแยกของกลีบกุหลาบงามที่ปิดแนบสนิทแต่ตอนนี้ฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน เพียงแค่เขาสะกิดที่ส่วนของเกสรแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งครางดังขึ้นกว่าเดิม จุดอ่อนไหวโดนรุกล้ำแต่เธอกลับดูตื่นเต้นและกลัวราวกับไม่เคยถูกสัมผัสแบบนี้ทั้งๆ ที่เรื่องแบบนี้หากเธอเคยได้รับไอรักจากชายอื่นเธอก็น่าจะพอจดจำได้บ้าง  

               ทุกสัมผัสรักของผู้กองพนาเขาแอบสังเกตเธอตลอด ไม่ว่าจะมองยังไงก็ไม่เหมือนคนที่เคยผ่านกิจกรรมทางเพศมาแล้ว เธอเคยยิงปืนมาก่อนเธอเลยมีสัญชาตญาณในการใช้ปืน มีความทรงจำเกี่ยวกับความรู้ทางการแพทย์ แต่เรื่องเซ็กส์เธอกลับไม่มีความทรงจำหรือจิตใต้สำนึกของอะไรที่พอจะจดจำได้เลย นิ้วเรียวยิ่งกรีดสัมผัสกุหลาบงามให้มากขึ้น กดคลึงที่เกสรงามแล้วค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปในช่องทางที่น้ำหวานจำนวนมากกำลังเอ่อล้น ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้จะมีน้ำหวานจำนวนมากช่วยนำทางแต่ในซอกกลีบของกุหลาบงามกลับแน่นกระชับและตอดรัดนิ้วของเขาอย่างหนัก 

               “อ่ะ...พี่...” แก้วเจ้าจอมรู้สึกเจ็บแปร๊บๆ ที่เนื้อนวล เหมือนเขาพยายามที่จะสอดนิ้วเข้ามาแต่ก็ดูท่าว่าจะยากเย็นจนเธอต้องแยกขาทั้งสองข้างออกจนกว้าง “อ่ะ...อ๊า!!!” หัวใจของแก้วเจ้าจอมเต้นแรงจนได้ยินเสียงออกมาเมื่อเขาก้มลงมาที่เนื้อนวลแล้วจูบเบาๆ ก่อนที่ปลายลิ้นจะตวัดเขี่ยที่จุดอ่อนไหวที่สุดของเธอ เขาค่อยๆ สอดปลายนิ้วเข้ามาในกายเธอแล้วขยับปลายนิ้วไปมา เช่นเดียวกับที่ลิ้นของเขาที่ปาดเลียและดูดกลืนกินเธอ แก้วเจ้าจอมทั้งเสียว ทั้งจั๊กจี๋ ทั้งซาบซ่าน เธออธิบายไม่ถูกจริงๆ ว่ารู้สึกอย่างไร ปลายเท้าจิกลงไปกับที่นอน ยกสะโพกขึ้นหาเขาด้วยถูกใจในสัมผัส สิ่งเดียวที่พอจะปลดปล่อยความทรมานแสนรัญจวนได้ก็คือการเปล่งเสียงครางออกมาอย่างไม่มีเก็บกลั้นเพราะมีสายฝนนอกตัวบ้านช่วยกลบเสียงทุกอย่างเอาไว้ 

               “ซี๊ดดดด พะ...พี่...พนา อื้อออ อ๊า!!!” แก้วเจ้าจอมครางไม่เป็นภาษา ยิ่งปลายลิ้นของเขาสอดเข้ามาในกุหลาบงามของเธอเธอก็ยิ่งกรีดเสียงร้อง ไม่คิดเลยว่าสัมผัสเช่นนี้มันจะทำให้เธอรู้สึกทรมาน แต่มันก็เป็นความทรมานที่เธอไม่อยากให้จบสิ้น นิ้วของเขาสอดเข้ามาในกายของเธออีกครั้งในขณะที่ผู้กองพนายังคงกลืนกินเธออยู่ ปากและนิ้วของเขาทำงานผสานกันได้อย่างลงตัวจนน้ำหวานของเธอยิ่งเอ่อไหล เม็ดเกสรกุหลาบงามถูกริมฝีปากของเขาขบเบาๆ แล้วลิ้นร้ายก็ตวัดโลมเลียต่อ คราวนี้แก้วเจ้าจอมก็แทบจะขาดใจ 

               “แก้ว...พี่จ๋า แก้วไม่ไหวแล้ว ซี๊ดดดดด อ่ะ...อ๊าย!!!” แก้วเจ้าจอมที่ขยับสะโพกเข้าหาเขาไม่หยุดกระตุกกายอย่างแรง เรียวขาทั้งสองข้างสั่นเทากับการเสร็จสม มันเป็นความรู้สึกที่เธอนึกไม่ถึง ตัวของเธอยังคงกระตุก น้ำหวานฉ่ำเยิ้มจนผ้าปูที่นอนเปียก กายของเธอตอดรัดนิ้วของผู้กองพนาอย่างแรง เสียงครางคล้ายกับเธอจะอ่อนแรงแต่แววตาของเธอกลับหวานฉ่ำและปรือมองเขาอย่างถูกใจและมีความสุข ผู้กองพนาแลบลิ้นเลียปลายนิ้วที่ฉ่ำไปด้วยน้ำหวานของเธออย่างติดใจ เธอหอมหวานไปทั้งตัวจริงๆ จนเขาอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปปาดลิ้นชิมน้ำหวานของเธออีกครั้งแล้วฝังรอยจูบที่ไปต้นขาขาวๆ ของเธอ จูบกุหลาบงามหวานฉ่ำ จูบไล่ขึ้นไปหาเธอเรื่อยๆ แล้วก็ประกบปากจูบเธออีกครั้ง มือที่ยังเปียกไปด้วยน้ำหวานของเธอเขาละเลงป้ายทาไปที่สองเต้าอวบ บีบขย้ำและนวดคลึงอย่างหนักมือจนแก้วเจ้าจอมกรีดเสียงร้องออกมา 

               “เมียพี่หอมหวานไปทั้งตัวเลย” เขาบอกเธอที่ยังคงนอนหอบอยู่กับที่นอน เธอเองก็ดูจะชอบสัมผัสรักจากเขาเช่นกัน 

               “แค่นี้ก็เรียกว่าเมียแล้วหรอคะ” เธอช้อนตาหวานๆ มองเขา ผู้กองพนาจึงยื่นมือข้างหนึ่งไปหยอกล้อกุหลาบงามของเธออีกครั้งจนแก้วเจ้าจอมต้องยกสะโพกขึ้นตามสัมผัสจากนิ้วของเขา 

               “พี่พนา...ได้โปรด แก้วไม่ได้ต้องการแค่นี้” แม้จะเพิ่งเสร็จสมไปด้วยนิ้วและลิ้นของเขาแต่แก้วเจ้าจอมก็ยังปรารถนาไอรักจากเขาราวกับคนที่ยังไม่อิ่มกับรสรัก ซึ่งผู้กองพนาก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง เขาขยับกายเข้ามานั่งระหว่างเรียวขาของเธออีกครั้ง จับขาของเธอตั้งชันขึ้นทั้งสองข้างแล้วรูดอาวุธประจำกายของเขาเพื่อเตรียมพร้อม หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นขณะถูไถกายแกร่งของเขาไปมากับกุหลาบงามจนน้ำหวานของเธอเคลือบกายแกร่งของเขาเป็นมันเลื่อม 

               “พี่จะทำให้แก้วเป็นเมียพี่อย่างสมบูรณ์นะ” เขาโน้มตัวมาบอกเธอ 

               “...แก้วรักพี่พนานะคะ” เธอเต็มใจที่จะเป็นเมียของเขา พร้อมที่จะเป็นเมียของเขามาตั้งนานแล้ว 

               ผู้กองพนาค่อยๆ กดกายแกร่งของเขาเข้าไปในกายของเธออย่างช้าๆ แต่มันก็ดูจะยากเย็นเสียเหลือเกินจนเขาต้องกดคลึงเกสรของกุหลาบงามเพื่อให้มีน้ำหวานมาช่วยหล่อลื่นให้มากขึ้น 

               “อ่าห์” เขาเปล่งเสียงออกมาเมื่อเข้าไปในกายของเธอไม่ได้สักทีจนต้องกดสะโพกเข้าหาเธอให้แรงขึ้น 

               “อึก!” แก้วเจ้าจอมรู้สึกอึดอัดไม่น้อยเมื่อสามีพยายามที่จะเข้ามาในกายของเธอจนกระทั่งส่วนหัวของกายแกร่งค่อยๆ ถูกดันเข้ามาอย่างช้าๆ โดยที่เขาก็สูดปากให้กับความคับแน่นและการบีบรัดจากเธอ ตอนแรกแก้วเจ้าจอมรู้สึกเพียงแค่อึดอัด มันคับๆ ตึงๆ หน่วงๆ เมื่อเขาพยายามเข้ามาในกายเธอ แต่แล้วอาการที่ว่านี้ก็ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บ... 

               “โอ๊ย! พี่พนา...แก้วเจ็บ” เธอรีบร้องบอกเขา เจ็บจนน้ำตาเล็ด ผู้กองพนาอยากจะเข้าไปหาเธอให้ลึกกว่านี้ แต่ก็เหมือนกับมีอะไรบางอย่างมาขวางกั้นเขาเอาไว้ แต่เพราะแก้วเจ้าจอมบอกว่าเจ็บเขาจึงหยุดก่อนจะโน้มกายลงไปจูบรับขวัญเธอ สิ่งที่เขาสงสัยเขากำลังจะได้คำตอบแล้ว 

               “อยากให้พี่หยุดมั้ย” เขาถาม ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าไม่ว่าเธอจะตอบแบบไหนเขาก็หยุดไม่ได้แล้ว 

               “...แก้วทนได้” แก้วเจ้าจอมตอบเขาแล้วกอดเขาเอาไว้แน่นเมื่อผู้กองพนากดสะโพกเข้ามาเธออีก ภายใต้ความคับแน่นที่ตอดรัด ทันทีที่เขาออกแรงกดสะโพกเข้าหาเธอ ชั่วเสี้ยววินาทีเขารู้สึกเหมือนกับเยื่อใยบางๆ ที่กางกั้นเขากับเธอเอาไว้ขาดจนทำให้เขาขยับกายเข้าไปหาเธอได้ลึกมากขึ้น 

               “โอ๊ย!!!” แก้วเจ้าจอมเจ็บจนตัวสั่น เรียวขาทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างน่าสงสาร หยดน้ำตาร่วงรินออกมา ไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเธอลืมตาขึ้นมามองเขา ต่างคนต่างมองกันอย่างอึ้งๆ ผู้กองพนาขยับสะโพกเข้าหาเธออย่างช้าๆ แล้วถอนกายออก เลือดสาวไหลรินเลอะผ้าปูที่นอนสีขาวอย่างเห็นได้ชัดเจนและคราบเลือดบางส่วนก็ชโลมอยู่ที่กายแกร่งของเขา 

               เลือดพรหมจรรย์...เขามองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อ ทั้งๆ ที่ผ่านมาเขาคิดว่าเธอมีเจ้าของแล้วมาโดยตลอด แต่นี่...ตอนนี้แหวนสามสมอวงนั้นมันไม่มีค่าสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว เธอจะสวมแหวนของใครหรือเป็นแฟนของใครก็ช่างเขาไม่สน สิ่งเดียวที่เขาสนคือเธอเป็นเมียของเขา เขาคือผู้ชายคนแรกที่ได้ครอบครองเธอ ไม่ว่าจะเป็นผู้หมวดลูกชายรองแม่ทัพภาคที่ 3 หนุ่มทหารเรือหรือไอ้ตี๋หน้าโอปป้านั่น ตอนนี้ผู้ชายทั้งสามคนนั้นไม่มีสิทธิ์แตะต้องเธอหรือเป็นเจ้าของตัวของเธออีกต่อไปแล้ว จะเคยเป็นแฟนหรือเป็นอะไรกันมาก่อนแล้วยังไง แค่เป็นแฟนจะมาสู้กับคนที่ได้เป็นผัวได้ยังไงกัน 

               “พี่พนา...” แก้วเจ้าจอมเองก็อึ้งไม่ต่างกันกับเขา เธอเป็นหมอ เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันหมายความว่าอะไร เขาคือคนที่ได้ความสาวของเธอไป เธอไม่เคยเป็นเมียของใครมาก่อน แก้วเจ้าจอมยิ้มออกมาทั้งน้ำตาด้วยความดีใจแล้วโผเข้าไปกอดผู้กองพนาแน่นอย่างลืมความเจ็บ ทั้งมีความสุข ทั้งสบายใจและโล่งใจเป็นที่สุด อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ทำผิดกับใครเพราะเธอไม่เคยมีสามีมาก่อน 

               “พี่จ๋า...อย่าหยุดสิ ทำต่อสิคะ” เธอบอกเขา ผู้กองพนาที่โน้มตัวลงมากอดเธอจึงขยับกายสอดประสานรักเข้ามาหาเธออีกครั้งอย่างยากลำบาก คราวนี้แม้จะเจ็บอย่างไรแต่แก้วเจ้าจอมก็ยิ้มรับ 

               “เมียรักของพี่...” ผู้กองพนาค่อยๆ ขยับสะโพกเข้าหาเธอพร้อมๆ กับที่ซุกไซ้เธออย่างลุ่มหลง แก้วเจ้าจอมก็ยิ่งกอดเขาแน่น 

               “ใช่ค่ะ แก้วเป็นเมียรักของพี่พนา ของพี่พนาแค่คนเดียวด้วยนะคะ” ได้ยินเธอบอกแบบนี้ผู้กองพนาก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข นึกว่ากำลังเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน ที่ไหนได้กลับได้เปิดซิงสาวซะอย่างนั้น 

               เมื่อความจริงทุกอย่างประจักษ์ชัด ความรู้สึกผิดและความหวาดกลัวที่จะรักกันก็พลันเลือนหายจนหมดสิ้นเหลือเพียงความรักที่มากล้นของหัวใจทั้งสองดวง ผู้กองพนาขยับกายเข้าหาแก้วเจ้าจอมด้วยความสุขใจและซาบซ่านไปทั้งกาย ความสาวที่เขาเพิ่งทำลายคับแน่นและต่อต้านเขาจนเขาต้องใช้แรงในการขยับกายเข้าไปรักเธอให้มากขึ้น แก้วเจ้าจอมกอดเขาแน่นด้วยความเจ็บแต่ปากก็ร้องขอเขาว่าอย่าหยุด เธอทนต่อความรู้สึกเจ็บได้  

               “อึก อ่าห์...อื้อออออ” แก้วเจ้าเจ้าหลับตาปี๋เพราะความเจ็บ เสียงหอบหายใจของเธอขาดห้วง เหมือนตัวของเธอจะฉีกขาดออกจากกันจนอยากจะดิ้นหนี แต่พอเงยหน้าขึ้นมองสามีเธอก็เห็นว่าเขาเองก็ดูจะทรมานไม่ต่างกัน แต่ท่ามกลางความรู้สึกทรมานมันกลับแอบแฝงไปด้วยความสุข 

               “เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว” เขากระซิบบองเธอแล้วกุมแก้มของเธอไว้ก่อนจะขยับกายนั่ง แยกเรียวขาของเธอออกให้กว้างมากขึ้นแล้วโหมกระหน่ำสะโพกเข้าหา มือข้างที่กุมแก้มของเธอเอาไว้ลูบไล้ลงมาที่อกอวบก่อนจะบีบขย้ำแรงๆ จนแก้วเจ้าจอมต้องแอ่นอกตามสัมผัสจากมือของเขาและครางเสียงดังกว่าเดิมเมื่อความเจ็บค่อยๆ ทุเลาลงแล้วถูกแทนที่เอาไว้ด้วยความซาบซ่าน เธอแยกไม่ออกว่ากำลังมีความสุขหรือทรมาน มันเป็นสวรรค์หรือนรก ความเสียวสะท้านไปทั่วทั้งกายใจของเธอ ยิ่งเขารู้ว่าเธอไม่เจ็บแล้วสะโพกสอบก็ยิ่งกระแทกกายเข้ามาหาเธอแรงขึ้น 

               “อ๊ะ!!!” มันจุกจนแก้วเจ้าจอมแทบลืมหายใจ แรงกระแทกกายของเขามันรุนแรงจนเธอต้องยกมือขึ้นยั้งหน้าท้องของเขาเอาไว้  

               “พี่...เบาๆ” แรงจากมือของเธอไม่อาจต้านเขาได้ เขาจับมือของเธอเอาไว้ทั้งสองข้างก่อนจะตรึงเอาไว้ข้างศีรษะแล้วโถมกายลงมาหา เร่งเร้าสะโพกเข้าหาเธอ มองร่างแสนสวยที่เต็มไปด้วยรอยจูบจากเขานอนบิดเร้ากายอยู่ใต้ร่าง ดิ้นหนีไปไหนไม่ได้เพราะถูกเขาจับตรึงเอาไว้ ความคับแน่นของเธอมันทำให้เขารู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นจนเขาไม่สามารถผ่อนปรนอารมณ์ที่รุนแรงของตัวเองได้เลย เขารักเธอ ต้องการเธอ ปรารถนาเธอและอย่างได้ยินเสียงหวานๆ ของเธอครวญครางอยู่ใต้ร่างของเขาเช่นนี้ เขากดกายเข้าหาเธอทั้งแรงและรัวเร็วจนเตียงไม้เล็กๆ โยกไปตามแรงรักของเขา เขาทั้งกดกระแทกกาย ทั้งบดและหมุนควง ทำทุกๆ อย่างตามความปรารถนาของร่างกาย ยิ่งแก้วเจ้าจอมกรีดร้องแล้วยกสะโพกขึ้นหาเขาเขาก็ยิ่งยากจะหยุดยั้งอารมณ์รัก 

               “ซี๊ดดดด อ่าห์...” เขาแหงนหน้าครางกระเส่า กี่ปีกันแล้วที่ไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์รักแบบนี้ ผู้กองพนาโน้มกายลงไปดูดปลายยอดอกสีหวานอีกครั้ง กดมือของแก้วเจ้าจอมตรึงเอาไว้อยู่ที่เดิมทำให้เธอไม่อาจต่อต้านเขาได้ ใช่ ตอนแรกเธอเป็นฝ่ายรุก แต่คราวนี้เขาเป็นผู้คุมเกม ริมฝีปากร้อนผ่าวจูบลากยาวจากเต้าอวบขึ้นไปที่ซอกคอของเธอแล้วอ้าปากดูดซอกคอของเธอแรงๆ จนติดเป็นรอยรัก เขาจูบแระเล็มเธออยู่นานก่อนจะประกบปากนุ่ม ดูดลิ้มชิมความหวานกับเธออีกครั้ง 

               “อื้มมมมม อ่าห์...พี่พนา...” แก้วเจ้าจอมไม่อาจจูบกับเขาได้นานเมื่อความซาบซ่านจากจุดที่สองกายเชื่อมผสานกันมันทำให้เธอต้องเปล่งเสียงหวานออกมา ใบหน้าของเขาคลอเคลียอยู่กับใบหน้าของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดแก้มของเธอมันทำให้เธอสุขใจจนต้องผงกศีรษะขึ้นไปหาเขา ผู้กองพนาจึงปล่อยมือของเธอที่เขาตรึงเอาไว้แล้วกอดประคองเธอลุกขึ้นนั่งโดยที่เขาก็ยังขยับกายเข้าหาเธออยู่ ร่างบางสั่นคลอนไปด้วยแรงกายจากเขา ทรวงอวบสองเต้ากระเพื่อมไปมาเป็นภาพที่น่ามองยิ่งนัก 

               “โอ๊ย...พี่จ๋า เบาๆ อื้ออออ ซี๊ดดดดด” แขนข้างหนึ่งเธอเอื้อมไปโอบกอดรอบคอของเขา จิกเล็บลงไปกับไหล่กว้างส่วนอีกแขนยั้งกายเอาไว้กับที่นอน ขยับกายเข้าหาเขาอย่างเสน่หา 

               “บอกให้พี่เบาๆ แต่แก้วเป็นคนโยกสะโพกเข้าหาพี่เองเลยนะ” เขาแกล้งเย้า มือข้างที่กอดรอบคอของเขาอยู่จึงจิกเล็บลงไปกับเนื้อกายอย่างแรงจนผู้กองผนาเจ็บจี๊ด สายตาคู่คมมองเธออย่างคาดโทษก่อนจะจับร่างบางพลิกกายให้อยู่ในท่าคลาน แก้วเจ้าจอมที่ยังตั้งตัวไม่ได้สะดุ้งเฮือกไปทั้งตัวเมื่อถูกแนบประสานรักจากทางด้านหลัง กุหลาบงามแทบปริเมื่อต้องรองรับความใหญ่โตจากเขาจนเธอต้องจิกผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น 

               “ซี๊ดดดดดดด” เสียงสูดปากยาวของเธอบ่งบอกให้รู้ว่าเธอเสียวซ่านมากแค่ไหน การร่วมรักในท่านี้มันยิ่งทำให้เขาเข้ามาในกายของเธอได้ลึกมากขึ้น แรงกระแทกกายของเขาก็แรงจนเตียงโยกไม่หยุด เสียงเนื้อกระทบกันและน้ำหวานที่ซึมออกมาไม่หยุดก่อเกิดเป็นเสียงที่ยิ่งฟังก็ยิ่งเร้าอารมณ์ พายุฝนด้านนอกคล้ายกับจะเป็นใจในการรวมกายผสานใจของคนทั้งสอง 

 

               ยิ่งดึกดื่นค่อนคืนอารมณ์รักและความปรารถนาของทั้งสองคนก็ยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ แม้พายุฝนที่เทกระหน่ำลงมาตั้งแต่เมื่อตอนหัวค่ำจะอ่อนกำลังลงบ้างแล้ว แต่พายุรักภายในบ้านหลังน้อยก็ยังคงดุเดือดอยู่ สองร่างที่เปลือยเปล่ากอดรัดกันแน่น ท่วงท่าแห่งรักท่าแล้วท่าเล่าที่ผู้กองพนาใช้สอนรักให้มือใหม่หัดรักรุนแรงและเร่าร้อนจนแก้วเจ้าจอมตัวสั่นตัวคลอน บอบช้ำไปทั้งกาย ในเวลาแบบนี้อย่าได้ถามหาความอ่อนโยนจากเขาแม้แต่น้อยเชียว แค่ต้องควบคุมการหายใจให้เป็นปกติก็ยังยาก เนื้อนวลของเธอรองรับความใหญ่โตและรุนแรงของเขาตลอดทั้งคืน เจ็บและจุกแต่ความเสียวซาบซ่านก็ไม่อาจทำให้เธอปฏิเสธเขาได้เลย 

               “อ่าห์...ลึกๆ อีก ซี๊ดดดดดด เก่งมาก เด็กดี” ผู้กองพนานอนอยู่ใต้ร่างเธอเมื่อแก้วเจ้าจอมพลิกกายขึ้นมานั่งคร่อมทับความแข็งแกร่งของเขา ร่างบางแอ่นตัวไปด้านหลังเมื่อสองมือของสามีช่วยกดสะโพกเธอเข้าหาเขาจนลึก เธอบดคลึงโยกสะโพกเข้าหาเขาอย่างช้าๆ สองเต้าอวบถูกบีบขย้ำจากมือหยาบของสามี เอวบางโยกกายไปมา หลับตาพริ้มกับกายแกร่งที่สอดประสานอยู่ในกาย แม้บทรักของเขาจะรุนแรงแต่มันก็ทำให้เธอมีความสุขและติดใจ เธอปรารถนาที่จะเป็นของเขาไปตลอดชีวิต ถึงเธอจะความจำเสื่อมและไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ก็คือเธอเป็นเมียของเขา เมียรักของเขาที่ปรารถนาและต้องการเพียงแค่เขาเท่านั้น  

               “อ่าห์...” เธอกุมมือของเขาที่หน้าอกของตัวเองเอาไว้ ก่อนหน้านี้รสรักแสนวาบหวามของเขาในแต่ละท่วงท่ามันทำให้เธอเสร็จสมไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนจนผ้าปูที่นอนเปียกฉ่ำด้วยน้ำหวานแห่งรัก แก้วเจ้าจอมเนื้อตัวแดงก่ำด้วยเลือดลมที่สูบฉีดไปทั้งร่าง หยาดเหงื่อผุดต้องกายจนแลดูสวยและเซ็กซี่เร้าอารมณ์ เสียงหวานๆ ของเธอปลุกเร้าใจคนฟัง เอวบางโยกขยับเป็นจังหวะแสนสุขสม เธองดงามสมกับเป็นนางไม้แสนสวยแห่งผืนป่า ทั้งงดงามและล้ำค่าจนผู้กองพนาหวงแหน จากที่นอนมองร่างเธอเคลื่อนไหวด้วยความรัญจวนผู้กองพนายั้งกายลุกขึ้นนั่งแล้วดันร่างเธอลงไปนอนราบกับที่นอนที่เปียกชื้น ร่างบางของเธออ่อนปวกเปียกเพราะเขาส่งเธอขึ้นไปเที่ยวเล่นบนสวรรค์ชั้นฟ้าแล้วหลายรอบ เธอดูอ่อนเพลียแต่ดวงตาคู่สวยก็ยังเต็มไปด้วยไฟปรารถนา 

               “พี่พนา...อย่าหยุด ทำต่อสิคะ” เธอยื่นมือมาไขว่คว้าดึงเขาเข้าไปกอด ผู้กองพนาจึงจูบแก้มนวลของเธอเบาๆ 

               “แค่เปลี่ยนท่า ไม่ได้หยุดซักหน่อย” พอเขาบอกแบบนี้แก้วเจ้าจอมก็ยิ้มอย่างพอใจ สองขาของเธอถูกเขาจับขึ้นพาดไหล่ การสอดประสานกายของเขาในแต่ละครั้งมันทำให้เธอต้องกลั้นหายใจตาม กุหลาบงามของเธอปริรับความใหญ่โตและมันก็กำลังขยับเคลื่อนเข้าออกภายในกายของเธอ ยิ่งมองก็ยิ่งประจักษ์ชัดแน่ว่าเธอเป็นเมียของเขา มันรู้สึกมีความสุขและอบอุ่นอยู่ภายในหัวใจ เธอมองเขาตักตวงความสุขจากกายของเธออย่างหลงใหล พี่พนาที่แสนดีของเธอช่างมีอารมณ์รักที่เร่าร้อนและรุนแรงเหลือเกิน 

               เสียงเนื้อกายกระทบกันดังถี่มากยิ่งขึ้น แก้วเจ้าจอมตัวสั่นตัวคลอนด้วยแรงรักที่รุนแรงของเขา จุกและเสียวในเวลาเดียวกันจนครางออกมาไม่หยุด หยดเหงื่อจากกายของผู้กองพนาหยดลงมาบนกายเธอ เขาขยับสะโพกแรงมากจนเธอหวั่นใจกลัวว่าเตียงนอนที่โยกไปมาจะหักพังลงเสีย เสียงหอบกระเส่าดังถี่ขึ้นตามจังหวะรักเมื่อเขาใกล้จะปลดปล่อยรักที่อัดอั้นมานานปี 

               “ซี๊ดดดดด พี่พนา...อ่ะ...เบาๆ” แก้วเจ้าจอมเจ็บจนจุกไปหมดแล้ว พยายามจะกระถดกายหนีแต่เขาก็ยึดสะโพกของเธอเอาไว้แน่นแล้วกระแทกกายเข้าหาอย่างสุดจะกลั้น แก้วเจ้าจอมเองก็สุดจะกลั้นเช่นกันเมื่อเธอเริ่มเกร็งขึ้นมาอีกครั้ง ความเสียวซ่านยิ่งทำให้เธอทนไม่ไหวจนผู้กองพนาต้องก้มลงมากอดเธอเอาไว้และกระซิบบอกที่ข้างหู 

               “พร้อมกัน ยอดรัก...” สิ้นคำของเขาเขาก็กระแทกกายเข้ามาอีกแรงๆ โหมแรงทั้งหมดมาที่จุดแห่งรัก แก้วเจ้าจอมกอดเขาเอาไว้แน่นเมื่อเขาส่งเธอขึ้นสวรรค์ในครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจนับได้ 

               “กรี๊ด!”  

               “อ่าห์!!!” ผู้กองพนาร้องครางออกมาอย่างสมใจเมื่อเขาเสร็จสมพร้อมกับเธอและได้พาเธอขึ้นสวรรค์อันแสนสุขกับเขา ร่างบางของเธอกระตุกและตอดรัดเขาอย่างแรงเช่นเดียวกับที่เขาเองก็ปลดปล่อยไออุ่นแห่งรักออกมาจนเต็มช่องท้องของเธอ ไออุ่นสีขาวขุ่นถูกปล่อยออกมาเป็นจำนวนมากเพราะเก็บกลั้นมานานปี แก้วเจ้าจอมรู้สึกอุ่นวูบวาบไปทั้งร่างโดยเฉพาะที่หน้าท้อง จนเมื่อผู้กองพนาค่อยๆ ถอนกายออกจากเธอ หยาดน้ำไออุ่นที่เธอต้องการก็ไหลเยิ้มออกมาตามและหยดลงบนที่นอน 

               แก้วเจ้าจอมนอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างของเขา ไม่มีแรงจะขยับกายไปไหนแล้ว แม้ว่าตอนนี้ผู้กองพนาจะขึ้นมานอนทาบทับเธอ จูบแก้ม ดูดปากหรือซุกไซ้หน้าอกของเธออย่างไรเธอก็ไม่มีแรงจะตอบรับเขาแล้ว ดวงตาของเธอปรือฉ่ำ เสียงหัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาจากปาก เธอไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อน มันมีความสุขและสนุกมากเหลือเกิน ถึงว่าสิใครๆ ก็ชอบเซ็กส์ โดยเฉพาะเซ็กส์กับคนที่รัก 

               ผู้กองพนาจูบแก้มนวลอย่างอ้อยอิ่ง ทั้งรักทั้งลุ่มหลงเธอ หวงเธอจนไม่อยากอยู่ห่าง แม่นางไม้ตัวน้อยของเขาไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่เธอยังหอมหวานและอร่อยถึงใจเขาสุดๆ และที่สำคัญ...เขาเป็นคนแรกของเธอ คนแรกและคนเดียวตลอดไปด้วย เขาผละจูบมามองเธอ แก้มนวลแดงก่ำด้วยไอรักมันทำให้เขาเกิดอารมณ์อยากจะขย้ำเธออีกรอบ แต่พอเห็นว่าเธอเพลียและอ่อนแรงมากแล้วเขาก็ได้แต่หักห้ามใจ เพียงเท่านี้เธอก็บอบช้ำเพราะเขาไปทั้งตัวแล้ว ยามเกิดอารมณ์รักทีไรเขาไม่เคยผ่อนแรงตัวเองได้เลย อารมณ์รักของเขามันรุนแรงขนาดนี้แต่เธอก็ยังอึดพอที่จะรับเขาได้ 

               “...ไม่ทำต่อหรอคะ” แน่ะ แค่แรงจะพูดก็ยังไม่มียังจะมาถามเขาแบบนี้อีก 

               “มีแรงหรอเรา” เขายิ้มถามพลางเกลี่ยเส้นผมออกจากใบหน้าที่ชื้นไปด้วยเหงื่อให้กับเธอแล้วตามด้วยจูบที่หน้าผากของเธออีกครั้ง 

               “แก้วอยากเป็นเมียพี่...” 

               “ก็เป็นแล้วไง เป็นจนหมดแรงแล้ว” พอเขาบอก เธอก็สอดสองแขนมากอดเขาผู้กองพนาจึงลงจากตัวเธอแล้วดึงเอาเธอมานอนกอดหนุนแขนของเขา สองแขนของเขาโอบกอดเธอเอาไว้แนบอกอย่างหวงแหน พรมจูบเบาๆ ที่แก้มของเธอทั้งแสนรัก ลุ่มหลงและเอ็นดู ไม่เพียงแค่นั้น เขาเอื้อมมือไปดึงเสื้อเครื่องแบบของเขาที่ถูกถอดและโยนมาทางหัวเตียงเพื่อหยิบของบางอย่างที่เขาเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อ แหวนดาวของนายร้อยตำรวจที่เธอถอดคืนให้เขา ตอนนี้เขาคิดว่าเธอสมควรจะสวมมันเอาไว้อีกครั้งเพราะขณะนี้ แหวนที่เธอสมควรสวมที่สุดก็คือแหวนญาติของเขา ไม่ใช่แหวนญาติของทหารเรือ 

               “แต่งงานกับพี่นะ” เขาบอกหลังจากที่บรรจงสวมแหวนญาติให้กับเธอแล้ว “พี่จะพาแก้วไปส่งบ้านพร้อมกับ...ขอแก้วแต่งงาน ฟันลูกสาวเขาขนาดนี้แล้วก็ต้องรับผิดชอบ” 

               “หืม...” แก้วเจ้าจอมขมวดคิ้วมุ่ย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาบอกให้เธอลืมเขา... 

               “พี่ไม่รู้ว่าแก้ว...จะเป็นสาวบริสุทธิ์และมีพี่เป็นสามีคนแรก ที่ผ่านมาพี่เข้าใจมาโดยตลอดว่าแก้วมีเจ้าของพี่เลยไม่กล้าแตะต้องแก้ว พี่ขอโทษนะที่เคยผลักไสแก้วเพราะพี่ไม่อยากทำผิดต่อใคร...” 

               “เราจะรักกันได้แล้วใช่มั้ยคะ” 

               “มันจะเป็นมากกว่ารักเสียอีก ไว้แก้วกลับบ้านแล้วพี่จะไปขอแก้วจากครอบครัวของแก้วนะ" 

               “ถ้าแก้วจำทุกอย่างได้แล้วลืมพี่พนาล่ะคะ” 

               “ต่อให้แก้วลืมพี่ พี่ก็จะทวนความทรงจำของแก้วให้กลับมา แก้วเป็นเมียของพี่ พี่จะไม่ยอมเสียแก้วไป” 

               “ถ้าแก้วลืม พี่พนาต้องทำให้แก้วกลับมาจำพี่พนาให้ได้นะคะ อย่าทิ้งแก้ว พี่พนาต้องพาแก้วกลับมาอยู่กับพี่พนา กลับมาเป็นเมียของพี่อีกให้ได้นะ” แก้วเจ้าจอมบอกเขาแล้วถอดสร้อยคอจี้ดอกแก้วเจ้าจอมออกมาจากคอของตัวเองก่อนจะนำมาใส่ที่คอของเขาแทน 

               “สร้อยเส้นนี้มันคงสำคัญกับแก้วมากแก้วถึงใส่ติดตัวเอาไว้ ถ้าแก้วลืมพี่พนา สร้อยเส้นนี้จะช่วยเป็นพยานให้แก้วได้รู้ว่าพี่พนาคือคนรักของแก้ว ต่อให้แก้วลืมแก้วก็จะต้องกลับมาหาพี่พนาให้ได้...แก้วรักพี่พนามากนะคะ รักที่สุด” เธอแนบมือนุ่มๆ มาที่แก้มของเขาตอนบอกรัก แล้วจึงแตะจี้สร้อยคอที่เธอสวมให้เขา หากเธอได้เห็นจี้สร้อยเส้นนี้ ถึงเธอจะลืมว่าเขาคือคนรักของเธอ แต่อย่างน้อยเธอก็จะได้รู้ว่าเขาคือคนที่มีความสำคัญกับเธอมาก 

               แก้วเจ้าจอมจูบมาที่คอของเขา ฝากรอยจูบของเธอเอาไว้อีกแล้วจึงค่อยๆ จูบลงมาที่แผ่นอกแกร่ง มือของเธอลูบผิวกายของเขาอย่างแผ่วเบาแล้วฝังรอยจูบลงไปซ้ำ 

               “ไม่นอนพักหน่อยหรอ หืม...” 

               “แก้วหายเหนื่อยแล้ว แก้วเป็นเมียของพี่พนา แก้วจะแต่งงานกับพี่พนาแล้วแก้วก็จะกินพี่พนาคืนด้วย” คราวนี้เธอก้มลงมาดูดที่ยอดอกของเขา ลิ้นเล็กๆ เขี่ยยอดอกของเขาไปมาเหมือนกับที่ก่อนหน้านี้เขาทำกับเธอ ผู้กองพนาก็เลยพลิกกายนอนหงายให้เมียหมาดๆ ของเขากินเขาคืนอย่างตามใจ ริมฝีปากเล็กๆ ของเธอฝังรอยจูบเอาไว้ตามเนื้อตัวของเขา กัดเขาคืนจนเขาสะดุ้ง ไม่แน่ใจว่าเธอจะกินเขาคืนหรือจะแก้แค้นโดยการกัดเขาคืนกันแน่ เธอโลมเลียและกัดตามเนื้อตัวของเขานั้นไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อเธอก้มลงมาจูบที่บริเวณท้องน้อยใต้สะดือของเขานี่สิมันทำให้เขาอดเกร็งหน้าท้องตามไม่ได้ 

               “...แก้ว...” หัวใจของเขากลับมาเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อแก้วเจ้าจอมสัมผัสกายแกร่งของเขาด้วยมือที่อุ่นและนุ่มนิ่ม เพียงแค่เธอสัมผัสและลูบไล้มันเบาๆ กายแกร่งของเขาก็ผงาดลุกขึ้นมาพร้อมที่จะเล่นสนุกกับเธอได้อีกครั้ง 

               “ทำเป็นหรอ” เขาถามเธออย่างขำๆ มือใหม่ที่หัดทำเลยยิ้มหวานตอบ 

               “ถ้าทำผิดพี่พนาก็ร้อง โอ๊ย ออกมาดังๆ แล้วกันนะคะ” สิ้นคำแกล้งเย้าของเธอ แก้วเจ้าจอมก็ค่อยๆ ใช้มือรูดกายแกร่งของเขาเบาๆ แม้จะไม่เคยทำก็พอจะเดาออกว่าต้องทำอย่างไรแล้วจากนั้นเธอจึงก้มลงไปแล้วครอบครองกายแกร่งของเขาด้วยปาก เพียงเท่านี้ก็ทำให้ผู้กองถึงกับสูดปากออกมาอย่างเสียวซ่านและถูกใจแล้ว เธอปรนเปรอรักให้เขาอย่างเงอะงะแต่ก็ดูตั้งใจโดยมีเขาคอยบอกคอยสอนว่าต้องทำอย่างไร แล้วพอเธอเริ่มทำเป็นคราวนี้ผู้กองพนาก็นอนนิ่งให้เธอกลืนกินอยู่อย่างมีความสุขก่อนที่เขาจะทนต่อความยั่วเย้าของเธอไม่ไหวแล้วจับเธอกลืนกินตลอดทั้งคืน... 

  

 

 

               กลิ่นกาแฟหอมฉุยอบอวลไปทั่วบ้านหลังน้อยในเวลาเช้าตรู่ ผู้กองพนายืนจิบกาแฟขณะมองออกไปนอกหน้าต่างของบ้านพัก สายลมเย็นที่พัดเอื่อยๆ พัดพาเอาไอเย็นจากสายฝนที่ตกลงมาทั้งคืนมากระทบกายของเขา ต้นไม้ใหญ่ที่เอนลู่ไหวไปตามแรงลมส่งผลให้หยดน้ำฝนที่เกาะค้างอยู่ตามกิ่งใบร่วงพรู่ลงมาราวกับสายฝนอีกระลอก ลมเย็นจากไอฝนทำให้ผู้กองพนาต้องเอื้อมมือไปปิดหน้าต่างเอาไว้ด้วยกลัวว่าคนที่กำลังหลับสบายอยู่บนเตียงจะต้องไอฝนจนไม่สบายเอา เขาดื่มกาแฟแก้วที่สามของเช้านี้ให้หมดก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ข้างเตียงนอน ตอนนี้แก้วเจ้าจอมกำลังหลับสนิทด้วยความอ่อนเพลียจากพายุรักที่เพิ่งจะสงบลงมาเมื่อชั่วโมงกว่าๆ นี่เอง กว่าจะได้หลับพักผ่อนเขาก็เล่นงานเธอซะหนักจนเธอหลับคาอ้อมกอดของเขาและเอวของเขาก็ยังโยกเข้าหาเธออยู่ มันเป็นการร่วมหลับนอนด้วยกันที่ดุเดือดและรุนแรงจนเขาเมื่อยขบไปทั้งตัวโดยเฉพาะช่วงเอวจนต้องบิดกายไปมาอยู่หลายที หลังจากเสร็จภารกิจรักเขาก็เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เธอเป็นอย่างดีเพราะตามเนื้อตัวของเธอเต็มไปด้วยคราบรักจากเขาก่อนจะปล่อยให้เธอได้หลับนอน เนื้อตัวของเธอบอบช้ำไปทั้งร่างจนเขารู้สึกผิด รอยจูบและรอยฟันของเขาตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ไม่มีส่วนไหนในร่างกายของเธอที่จะไม่มีรอยจูบของเขาฝังอยู่ แม้แต่แขนที่เป็นแผลของเธอผ้าพันแผลก็หลุดลุ่ยจนเลือดซึมออกมา เขาจึงต้องทำแผลให้เธอใหม่ เขาสำรวจดูแผลที่แขนให้เธออีกครั้ง กลัวว่าเลือดจะซึมออกมาแล้วเธอจะยิ่งเจ็บตัว จะฝากให้ใครมาดูแลเธอแทนเขาก็คงจะไม่ได้เพราะลูกน้องของเขาก็ดันมีแต่ผู้ชาย แม้ว่าเขาจะไว้ใจผู้หมวดทั้งสองมากแค่ไหนแต่ตอนนี้เขาก็ไม่อยากให้มีผู้ชายคนไหนมาเข้าใกล้เมียรักของเขาทั้งนั้น 

               "แล้วพี่จะรีบกลับมาหานะ พี่จะรีบกลับมาจูบรับขวัญนางไม้แสนสวยของพี่” เขาบอกเธอด้วยความห่วงใยก่อนจะก้มลงมาจูบที่แก้มนวลหอมกรุ่น มองเธอหลับอย่างแสนรักก่อนจะตัดใจแบกเป้ใบใหญ่สีดำขึ้นสะพายเพราะยังมีภารกิจที่ค้างคาต้องไปทำต่อ ผู้กองพาค่อยๆ เดินออกไปจากบ้านด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ ห่วงใยแก้วตาดวงใจของเขายิ่งนักแต่เพราะหน้าที่ทำให้เขาต้องหักใจแล้วเดินออกไปจากบ้านพักแต่โดยดีโดยที่แก้วเจ้าจอมยังคงหลับสนิทอยู่ 

  

 

 

               ผู้หมวดเผ่าเทพเตรียมความพร้อมอยู่ที่มอเตอร์ไซค์คันคู่ใจสำหรับภารกิจ รปภ. คุณครู ซึ่งเขารับมาหน้าที่นี้แทนระหว่างที่ผู้หมวดศิวะยังไม่หายดี เขาหันมามองผู้กองพนาที่เดินเข้ามาหาอย่างแปลกใจ ทั้งๆ ที่เมื่อคืนฝนตกหนักผู้กองน่าจะได้นอนหลับฝันดี แต่ทำไมสีหน้าถึงดูอ่อนล้าเหมือนกับคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนแบบนี้ แต่ถึงสีหน้าจะดูเพลียมากแค่ไหนแต่ดวงตาก็ดูเป็นประกายแห่งความสุขและที่สำคัญ...ยิ้มแย้มอย่างคนอารมณ์ดีเสียด้วย 

               “อรุณสวัสดิ์หมวด เช้านี้อากาศดีจังเลยนะ” ผู้กองพนาที่เดินเข้ามาหาเป็นฝ่ายทักเขาก่อน ผู้หมวดศิวะที่กำลังประคองตัวเองเดินมาทางนี้เลยอดแซวไม่ได้ 

               “แหมผู้กอง จะไปลาดตระเวนแค่นี้ถึงกับต้องฉีดน้ำหอมซะหอมฟุ้งเลยหรอครับ” พอลูกน้องเอ่ยแซวแบบนี้ผู้กองพนาก็รีบสูดดมตามเนื้อตัวของตัวเองทันที 

               “ผมไม่ได้ฉีดน้ำหอมนะ แค่อาบน้ำปะแป้งธรรมดาๆ เอง” 

               “เมื่อคืนฝนตกบรรยากาศเป็นใจล่ะสิ ผู้กองก็เลยจัดการลงโทษคนแอบหนีออกจากฐานอย่างหนัก กลิ่นตัวแสนหอมของคุณแก้วเลยติดตัวจนหอมฟุ้งแบบนี้ ห้ามปฏิเสธเชียวนะครับ! กลิ่นหอมๆ มันฟ้อง” ผู้หมวดศิวะชี้นิ้วใส่ ผู้กองพนาเลยแกล้งเตะไปที่ขาข้างที่เจ็บของผู้หมวดหนุ่มเบาๆ ข้อหาล้อเลียนผู้บังคับบัญชาแต่สีหน้าก็แดงก่ำอย่างควบคุมไม่ได้ 

               “เรื่องในมุ้งของผม ไม่ต้องมายุ่ง” 

               “เรื่องในมุ้ง...ฮั่นแน่! ยอมรับแล้วล่ะสิครับ หลายวันก่อนเห็นทำหน้าเหมือนคนอกหัก ต่างคนต่างก็ทำหน้าอมทุกข์ แต่พอเช้าวันนี้ผู้กองกลับดูสดใสขึ้นมาในทันที ท่าทางที่เคยมีเรื่องกันก่อนหน้านี้จะเคลียร์กันในมุ้งจนเรียบร้อยโรงเรียนผู้กองพนาแล้วสินะ” 

               “หมวด ขาเดี้ยงข้างเดียวมันไม่พอ มันต้องเดี้ยวทั้งสองข้างใช่มั้ยชาตินี้ถึงจะนอนตายตาหลับ เดี๋ยวเถอะ!” ผู้กองพนาขู่อย่างไม่จริงจังก่อนจะหันมาทางผู้หมวดเผ่าเทพเมื่อลูกน้องในทีมลาดตระเวนของเขาออกมาตั้งแถวเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจแล้ว 

               “ผมฝากดูแลฐานด้วยนะหมวด ถ้ามีใครหน้าไหนมาตามหาเมียของผมอีกล่ะก็ไล่มันไปให้หมด อย่าให้ใครมาทำร้ายแก้วเด็ดขาด” 

               “ครับผู้กอง” ผู้หมวดเผ่าเทพวันทยาหัตถ์รับคำสั่ง ผู้กองพนาจึงเดินไปตรวจแถวลาดตระเวนเตรียมการเดินทางใหม่อีกครั้งสำหรับภารกิจนี้ 

               ผู้หมวดเผ่าเทพได้แต่มองผู้กองพนานำทีมลาดตระเวนออกไปจากฐานด้วยความรู้สึกเศร้า ไม่ใช่เศร้าเพราะภารกิจลาดตระเวนแต่เศร้าเพราะเรื่องที่ผู้หมวดศิวะแซวผู้กองพนาต่างหาก เมื่อวานนี้ผู้กองพนาพาแก้วเจ้าจอมกลับมาที่ฐานในเวลาค่ำ เธอได้รับบาดเจ็บแต่ผู้กองก็ไม่ได้พาเธอมาทำแผลที่ห้องพยาบาล แต่ผู้กองกลับพาเธอไปส่งที่บ้านพักก่อนที่เขาจะกลับมาที่ฐานเพื่อสะสางงานและวางแผนการลาดตระเวนใหม่ แต่หลังจากที่เขากลับไปที่บ้านพักอีกครั้ง...ก็คงจะเป็นตามที่ผู้หมวดศิวะว่า เมื่อคืนนี้ฟ้าฝนก็เป็นใจ ไหนจะสภาพเหมือนคนไม่ได้นอนของผู้กองในตอนเช้าและกลิ่นกายแสนหอมของแก้วเจ้าจอมที่ติดอยู่ที่ตัวของผู้กองอีก แม้จะรู้ดีว่าคนทั้งคู่รักกันมากและคงจะมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยากันแล้ว แต่มาเห็น มารับรู้แบบนี้ก็ทำเอาใจแป้วอยู่เหมือนกัน 

               “อกหักดีกว่ารักไม่เป็นนะเพื่อน” ผู้หมวดศิวะเดินเข้ามาตบไหล่เขา “ของผู้กองเขา อย่าไปอยากได้” 

               “ไอ้ศิ แกอย่ามาทำเป็นรู้ดี” 

               “ฉันเป็นเพื่อนแกมากี่ปีแล้ว ความในใจของแก แกคิดอะไรอยู่ฉันรู้หมดแหละ เอาน่าเพื่อน ไว้วันหยุดแล้วเราไปหาสาวแจ่มๆ ควงกัน เดี๋ยวฉันเลือกคนเด็ดๆ ให้” 

               “แกนี่น้าไอ้ศิ คิดอยู่แต่เรื่องแบบนี้ งงกับภารกิจ คิดถึงแต่วันลา ถามหาแต่เบี้ยเลี้ยง” 

               “รึแกไม่คิดแบบฉันล่ะ” ผู้หมวดเผ่าเทพถอนหายใจออกมาแล้วก็ต้องส่ายหน้าให้เพื่อน 

               “แกไม่ต้องมาพูดเตือนอะไรฉันแบบนี้หรอกน่า ฉันก็เหมือนแกนั่นแหละ เมียเพื่อน เมียนายฉันไม่ยุ่ง ไม่ว่าฉันจะคิดอะไรมันก็เป็นได้แค่ความคิดแล้วฉันก็จะไม่ให้ความคิดเปลี่ยนมาเป็นการกระทำด้วย ของใครใครก็รัก แล้วผู้กองก็ดีกับฉันมาก ฉันเป็นหนี้ชีวิตผู้กองมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว ฉันยอมตายดีกว่าต้องทรยศผู้กอง” 

               “แหม วันนี้เป็นพระเอกเชียว” ผู้หมวดศิวะยิ้มแซว ดีใจที่เพื่อนคิดได้แบบนี้ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามากอดคอกันกับผู้หมวดเผ่าเทพ 

               “ตะกี้นี้แกสังเกตอะไรรึเปล่าไอ้เทพ” 

               “อะไรวะ” ผู้หมวดเผ่าเทพหันมาขมวดคิ้วถาม นี่เขาพลาดสังเกตอะไรไปรึเปล่า 

               “เอ้า!!! ก็ที่คอผู้กองไง แกไม่เห็นหรอ ทั้งรอยดูด เอ้ย! รอยจูบ ทั้งรอยฟัน ท่าทางเมื่อคืนจะดุเดือดมาก แหม ไม่น่าหลับเพลินเลยเมื่อคืนนี้ น่าจะแอบไปเดินตรวจตราความเรียบร้อยแถวๆ บ้านผู้กองจะได้แอบมองอะไรเด็ดๆ” 

               “เหอะ! เป็นตำรวจดีๆ ไม่ชอบ ริอาจอยากเป็นถ้ำมองงั้นหรอ แกนี่มัน...” ผู้หมวดเผ่าเทพทำท่าจะหันมาเตะก้นเพื่อน คนขาเดี้ยงจอมกะล่อนก็เลยกระเผลกขาจะวิ่งหนี แต่พอเห็นเหล่าลูกน้องเดินมาเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจ รปภ. คุณครู จากที่ไล่เตะก้นกันอยู่ผู้หมวดทั้งสองก็รีบตีหน้าขรึมแอ๊บเป็นงานเป็นการกันขึ้นมาในทันที 

  

************************************************ 

สรุปใครรุกใคร พี่พนานี่กลายเป็นคน 2 บุคลิกไปเลย 5555 ขาเตียงแทบหัก 

******************************* 

ตอนนี้มาช้านะคะ ฉาก nc คือฉากที่เขียนยากมากสำหรับไรท์ 

********************* 

เตรียมจุดพลุ จะมีคนในครอบครัวมาเจอน้องแล้ว จิได้กลับไปกอดแม่แก้มแล้วเด้อ! 

ความคิดเห็น