แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 15

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2563 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 15
แบบอักษร

รถยนต์ครอบครัวแบบ 7ที่นั่งป้ายแดงที่พึ่งออกใหม่ได้เพียงเดือนกว่าๆหลังจากที่น่านฟ้าและแสงเหนือตกลงสร้างครอบครัวด้วยกันอีกครั้งกำลังมุ่งหน้าขึ้นไปทางภาคอีสานจังหวัดบ้าน้เกิดของแสงเหนือและครอบครัว บ้านของแสงเหนืออยู่ในอำเภอที่เรียกได้ว่าเจริญเทียบเท่าๆกับตัวเมืองมีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้างสรรพสินค้า ตลาด โชว์รูมรถยนต์ ทั้งยังเป็นทางผ่านไปยังจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วยทำให้รถที่ผ่านทางนี้ค่อนข้างเยอะ 

 

บ้านของแสงเหนือเป็นร้านขายทองในตลาดพ่อแม่เป็นจีนแท้ที่อพยพมาจากแผ่นดินใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานหลายสิบปี เมื่อก่อนพ่อของแสงเหนือเป็นลูกจ้างจับกังในโรงสี ส่วนแม่เป็นแม่ค้าขายของในตลาดทั้งสองแต่งงานกันและเก็บหอมล้อมริบจนได้เงินก้อนหนึ่งมาเปิดเป็นร้านทองจนถึงปัจจุบัน บ้านของแสงเหนือไม่ได้ร่ำรวยเป็นเศรษฐีอะไรเพราะร้านทองก็มีภาระหนี้สินของร้านเช่นกันแต่ก้ไม่ได้แย่ยังพอที่จะอยู่ได้ไม่ขัดสน 

 

น่านฟ้าตื่นเต้นมากเมื่อเขาจอดรถที่หน้าบ้านไม้สีขาวกลางเก่ากลางใหม่หลังหนึ่ง หน้าบ้านเป็นซุ้มประตูตนพวงชมพูที่ขึ้นคลุมสวยงามในบ้านปิดสนิทไม่มีวี่แววของคนในบ้าน

 

"ไม่มีคนอยู่หรอ"

 

"เดี๋ยวผมโทรหาม๊าก่อนนะครับอาจจะอยู่ที่ร้านกัน" แสงเหนือเองก็ลืมดูเวลาว่าตอนนี้ทุกคนอาจจะยังอยู่ที่ร้านทำให้บ้านปิดสนิท

 

แสงเหนือคุยกับแม่ของเขาและบอกว่าตอนเย็นถึงจะเข้าบ้านแต่ถ้าอยากพักผ่อนก็ให้มาเอากุญแจที่ร้าน ดังนั้นน่านฟ้าเลยต้องขับรถวนกลับไปที่ตลาดซึ่งขับรถเลยมาไกลมาแล้ว ร้านทองขนาด 2 คูหอติดกันมีคนเข้าออกไม่ขาดสายเพราะเศรษฐกิจย่ำแย่คนก็คงมาทยอยขายทองที่เก็บสะสมเอาไว้

 

"คุณรอที่นี่ไหมครับ"

 

"ไหนๆก็มาแล้วลงไปไหว้พ่อแม่หนูก่อนดีกว่าจะได้ไม่เสียมารยาท" น่านฟ้าบอก

 

ดังนั้นในตอนนี้ทั้งสามคนก็กำลังยืนอยู่หน้าร้านทองที่เป็นธุรกิจเล็กๆของครอบครัวแสงเหนือ เจ้าสกายถูกคุณน่านฟ้าอุ้มเอาไว้เพราะกว่าจะหลงหายไปกับคนที่เดินไปมาอย่างคราคร่ำ แสงเหนือเปิดประตูเข้าไปก่อนและตามด้วยน่านฟ้าที่อุ้มลูกขายไว้ข้างเอว ลูกจ้างในร้านมองแสงเหนืออย่างสนใจเพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

 

"คุณนายอยู่ไหมครับ" แสงเหนือถามหาแม่ของเขากับพนักงาน เป็นที่รู่กันว่าคนที่นี่เรียกแม่ของเขาว่าคุณนายเพราะด้วยท่าทางและการพูด การแต่งตัวที่ใส่ทองหย็องเต็มตัว

 

"อยู่ค่ะ เดี๋ยวหนูไปตามให้นะคะ"

 

"ครับ บอกว่าลูกชายมาหา"

 

"อ๋อ ค่ะๆ" ลูกจ้างในร้านทำหน้าตกใจและรีบวิ่งเข้าไปด้านหลังร้านทันที

 

แสงเหนือและน่านฟ้าพากันมายืนหลบที่มุมหนึ่งของร้านระหว่างที่รอแม่ของเขาออกมาเปิดประตูจากด้านในให้ แม่งของแสงเหนือเมื่อลูกจ้างเข้าไปบอกว่าลูกชายมาหาก็แทบจะทิ้งตะเกียบที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวในมือทันที เช่นเดี๋ยวกับสามีของตนเองที่เดินตามออกมาที่หน้าร้าน

 

"อาแสง อาสกายหลานม่า" แม่ของแสงเหนือพูดเสียงดังจนคนทั้งร้านหันมามองแต่เธอก็ไม่ได้สนใจเดินออกมากอดลูกชายแล้วพอหันไปเจอว่าที่ลูกเขยที่อุ้มหลานอยู่ก็ชะงักไป

 

"ม๊า นี่คุณน่านพ่อของเจ้าสกาย"

 

"เหรอ" ว่าที่แม่ยารับคำสั้นๆมองลอกแว่นสำรวจผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นเดียวกับพ่อของแสงเหนือที่มองน่านฟ้าอยู่ก่อนแล้ว "ลื้อนี่เองไอ้ลูกหมา จิ๊ๆๆๆ" 

 

"สัวสดีครับม๊า สวัสดีครับป๊า"

 

"ใครป๊าลื้อ" คราวนี้เป็นพ่อของแสงเหนือที่พูดบ้างเขาไม่ค่อยชอบไอ้ผู้ชายคนนี้เลยยิ่งรู้ว่ามันเป็นพ่อของเจ้าสกายที่หายหน้าไปเกือบ 5 ปีก็ยิ่งไม่อยากจะเสวนาด้วย แม้ว่าก่อนหน้านี้จะคุยกับพ่อของไอ้เด็กนี่มาแล้วก็ตาม แต่มันจะยังไงผู้ใหญ่คุยถูกคอก็ใช่ว่าจะชอบลูกด้วยนี่

 

"เอ่อ..."

 

"ป๊า อย่าดุนักเลยเห็นหลานไหมเนี่ย" แสงเหนือรีบเข้ามาห้ามก่อนที่จะเกิดศึกพ่อตากับลูกเลขที่กลางร้าน ส่วนแม่นั้นถูกแสงเหนือเกาะเอาไว้แล้ว

 

"แล้วนี่มาเอากุญแจบ้านใช่ไหม"

 

"ครับ คุณน่านขับรถออกมาแต่เช้ามืดยังไมได้พักเลย" 

 

เมื่อเช้าออกมาตั้งแต่ตี 4 กว่าเพราะต้องใช้เวลทาเดินทางนานทั้งตอนนี้ก็เที่ยงแล้วเขาอยากให้น่านฟ้าได้พักผ่อนหรือกินอะไรบ้าง

 

"เอาไป ไว้ตอนเย็นอั้วกับป๊าลื้อเข้าบ้านค่อยคุยกัน" พูดจบก้หันไปมองว่าที่ลูกเขยตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าอีกรอบ

 

"เตรียมตัวไว้เลยได้ลูกหมา"

 

น่านฟ้าแอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เขาไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้างแต่ก็พอจะทำใจมาสักพักแล้ว และเขาก็สมควรโดนที่ทิ้งแสงเหนือและลูกไปถึง 5 ปี แต่ตอนนั้นเขาไม่รู้นี่นา แสงเหนือหันไปมองน่านฟ้ามีที่หน้าไม่ค่อยดีแล้วยิ้มบาางๆจับมืออีกคนมาบีบอย่างให้กำลังใจ

 

"เราไปแวะซื้อข้าวไปกินในบ้านดีกว่าครับ กินแล้วคุณจะได่พักผ่อนด้วยเหนื่อยมาทั้งวัน"

 

"อืม หนูต้องแนะนำพี่แล้วแแหละ"

 

"ผมก็ไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว เดี๋ยวขอผมไปถามม๊าก่อนว่ามีอะไรกินบ้าง"

 

"ได้ครับ พี่รอที่รถนะ"

 

"ครับ"

 

 

 

เมื่อได้พิกัดร้านอาหารจากแม่ของตนเองแล้วแสงเหนือก็รีบบอกทางไปที่ร้านทันที่ซึ่งก็เป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่อยู่แถวๆตลอดซึ่งติดกับถนนพอดี พวกเขาไปที่ร้านนั้นสั่งใส่ถุงมาคนละชุดพร้อมลวกจิ้มอีกสองชุดและของกินอื่นๆที่อยู่แถวนั้น แสงเหนือกลับเข้ามาที่บ้านเปิดประตูให้น่านฟ้าเอารถเข้าไปจอดด้านใน

 

"เดี๋ยวค่อนเอาลงก็ได้ครับมากินข้าวก่อนยังไม่ได้กินอะไรแต่เช้าเลย"

 

"เดี๋ยวพี่เอาของลงแป๊บเดียว"

 

"งั้นผมแกะก๋วยเตี๋ยวไว้รอที่ครัวนะครับ"

 

"ครับ"

 

พอทานอาหารเรียบร้อยแสงเหนืออาสาเล่นเป็นเพื่อลูกเพื่อให้น่านฟ้าได้นอนพักซึ่งที่นอนก็เป็นของแสงเหนือเองที่แม่บ้านยังคงเข้ามาทำความสะอาดให้ทุกวัน จนกระทั่งเย็นพ่อแม่แสงเหนือจึงปิดร้านเข้าบ้านเห็นว่าที่ลูกเขยกับลูกชายกำลังเล่นอยู่ที่สนามหญ้าก็พากันแอบดูอยู่ห่างๆ

 

"เขาก็ดีนะ" แม่ของแสงเหนือเป็นคนพูดขึ้น

 

"ยังไง อั้วยังไม่เห็นความดีของอีเลย"

 

เพี๊ยะ

 

"ลื้อเนี่ย ดูนั่นสิ" แม่ตีพ่อไปครั้งหนึ่งแล้วชี้ให้กันดู "นานแล้วนะที่ลูกเราไม่ได้ยิ้มแบบนี้ ความจริงอาน่านฟ้าอีก็ไม่ผิดอะไรเลยนะ"

 

"ยังไงอั้วก้ไม่ชอบ ลูกเขามีพ่อมีแม่จะมาไข่ไว้เรี่ยราดทิ้งๆขว้างๆได้ยังไง" พ่อของแสงเหนือยังค้านเสียงแข็ง

 

"จะโทษอีก็ไม่ได้นะ ก็ลูกเราน่ะหอบลูกหนีเขามาเอง"

 

"ก็ถ้าอีไม่ไปแต่งงานกับคนอื่นลูกเราจะได้หอบท้องหนีมาไหม"

 

คราวนี้เป็นฝ่ายแม่ของแสงเหนือที่เงียบไปบ้าง ที่พ่อพูดมามันก็ถูกถ้าน่านฟ้าไม่แต่งงานกันคนอื่นก่อนป่านนี้ลูกของพวกเขาก็คงมีความสุขกันไปแล้ว 

 

"ลื้อพูดก็มีเหตุผล แต่เราจะไม่ฟังเหตุผลอีบ้างหรอ"

 

"พ่ออีก็เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือไง" 

 

"จิ๊ๆๆๆ แต่ก็น่าจะฟังจากปากอีกด้วยน๊า"

 

ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วพยักหน้าก่อนจะเดินทำตัวปกติเข้าไปในบ้านเจ้าสกายที่ตาดีกว่าใครเพื่อนวิ่งจู๊ดไปให้อากงอุ้มเป็นอันดับแรก ส่วนแสงเหนือกับเดินเข้าไปเกาะแขนแม่ของตนเอง ทิ้งให้น่านฟ้าทำตัวไม่ถูกอยู่คนเดียว

 

"คุณน่านเข้าบ้านครับ"

 

"จ้าๆ" น่านฟ้าเก็บของเล่นลูกแล้วเดินตามทั้งสี่คนเข้าไปในบ้าน

 

พ่อแม่ของแสงเหนือนั่งข้างบนส้วนแสงเหนือกับน่านฟ้าและลูกนั่งอยู่ข้างล่างเอ่ยขอขมาด้วยความรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนเจ้าสกายที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็นั่งตักคนเป็นแม่มองคุณพ่อตาแป๋ว

 

"ผมต้องขอโทษท่านทั้งสองด้วยนะครับที่ปล่อยให้เรื่องราวมันมาถึงขนาดนี้ ตอนนั้นผมไม่รู้เรื่องที่น้องท้องจริงๆพึงมาจะมารู้ก็เมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว"

 

"แล้วลื้อยอมรับได้หรอ? รักลูกอั้วจริงๆหรอ" พ่อของแสงเหนือถามอย่างไม่อ้อมค้อม เวลาแค่ไม่กี่เดือนจะทำให้คนเรารักกันได้จริงๆหรอ ถ้าจะมาอยู่ด้วยกันเพราะทำเพื่อลูกเขาเองก็คงไม่เห็นด้วย 

 

"อาคุณน่านฟังนะ ความรักไม่ได้เกิดขึ้นในวันสองวันลื้อกับอาแสงพึ่งจะกลับมาเจอกันได้ไม่นานลื้อจะบอกว่ารักลูกอั้วหรอ? จิ๊ๆๆๆ" แม่ของแสงเหนือจิปากไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ "ถ้าทำเพื่อลูกลื้อสองคนไม่ต้องตบต้องแต่งก็ได้เป็แค่พ่อแค่แม่ก็ได้"

 

"ผมเข้าใจครับ"

 

"ลื้อรู้ใช่ไหมว่าการแต่งการคือการที่คนสองคนตกลงทำสัญญาคู่ชีวิต ว่าตะรักและดูแลกันตลอดไป"

 

"ทราบครับ"

 

แสงเหนือนั่งฟังเงียบๆและคอยเล่นกันลูกไปด้วยเพราะถ้าพูดสอดขึ้นไปตอนนี้คงโดนแม่ดุกลับมาแน่ เขาจึงปล่อยให้น่านฟ้าคุยกับพ่อแม่ของตนเองไปก่อน

 

"ความจริงผมก็ไม่ได้คิดที่จะมีใครนะครับ การแต่งงานครั้งก่อนมันเป็นเหมือนปมในใจของผม" น่านฟ้าพูดออกมาตามความรู้ที่คิด เขาไม่อยากให้เรื่องซ้ำรอยกับรอบก่อนดังนั้นตั้งแต่ที่รู้ว่ามีลูกกับแสงเหนือเขาจึงพยายามที่จะประคับประคองความรักครั้งนี้ให้ออกมาดีที่สุด

 

"แล้วแบบนี้หรือจะแต่งกับลูกอั้วได้หรอ?"

 

"แสงเหนือไม่เหมือนผู้หญิงคนนั้นครับ ผมเองก็คิดว่าแบบแสงเหนือถ้าได้มาเป็นคู่ชีวิตก็ไม่ได้แย่ หลายเดือนที่อยู่ด้วยกันได้เห็นการใช้ชีวิตของเขาผมคิดว่าผมเลือกถูกและจะเปลี่ยนใจ ถ้าท่านทั้งสองยังไม่อนุญาตเรื่องแต่งานผมก็จะพิสูจน์ให้ท่านเห็นก่อนว่าผมรักและดูแลแสงเหนือได้จริงๆ"

 

"มันก้แค่คำพูดลอยๆเอาแน่เอานอนไม่ได้ อั้วจะคอยดูก็แล้วกัน" พ่อของแสงเหนือพูด

 

"ป๊าม๊ากินข้าวกันแม่ครัวทำกับข้าวเสร็จแล้ว"

 

"เอาสิ ส่วนคุณก็กินเป็นไหมล่ะอาหารอีสานน่ะ" แม้จะยังไม่ยอมรับแต่ก็อดที่จะถามไม่ได้ด้วยความเป็นห่วง

 

"ได้ครับ"

 

หลังมื้อเย็นน่านฟ้าถูกจับแยกออกไปต่างหาก ส่วนแสงเหนือถูกแม่ของเขาดึงไปด้านหลังบ้าน น่านฟ้ามองพ่อของแสงเหนือที่เดินมานั่งลงตรงข้ามมองเขาด้วยสายตาเอาเรื่อง

 

"ไหนว่ามาซิลื้อมีอะไรที่จะดูแลลูกอั้วได้"

 

น่านฟ้าแอบกลืนน้ำลาย "ผมก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ตอนนี้มีหุ้นบริษัทของพ่อผม แล้วก็งานนักบิน"

 

"นักบิน? อันตรายนะ"

 

"ทราบคำแต่ทุกครั้งก่อนขึ้นบินเราก็ตรวจสอบความเรียบร้อย ความพร้อมของเครื่องตลอดครับ" น่านฟ้ารีบอธิบายเอาเองก็พจะเข้าใจในความเป็นห่วงของอีกคน

 

"แล้วคิดไหมว่าจะมีวันที่หมดรักกัน"

 

"ไม่หรอกครับผมจะทำให้แสงเหนือรักผมมากๆ แล้วก็ผมจะรักแสงเหนือมากๆ" 

 

พ่อของแสงเหนือพยักหน้าเขาสังเกตท่าทางอีกฝ่ายนานแล้วว่าน่านฟ้าคนนี้มีความมุ่งมั่นและจริงใจมากทั้งท่าทางกิริยาก็ดี คำพูดคำจาก็ดีแต่คงต้องดูไปนานๆว่าจะการกระทำจะดีด้วยไหม แต่เท่าที่ดูเหมือนเขาเห็นตัวเองในวันที่ไปขอแม่ของแสงเหนือแต่งงาน ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นจับกังอยู่โรงสีกับลูกสาวเจ้าของร้านขายของไม่คู่ควรเลยสักนิดแต่เพราะความขยัน ความแน่วแน่ จริงจัง ทำให้พ่อตายอมรับเขา และตอนนี้น่านฟ้าก็เป็นเหมือนเขาเองในตอนนั้น

 

"รักลูกอั้วมากไหม"

 

"มากครับ"

 

"อยากแต่งานกับลูกอั้วหรอ"

 

"ครับ" น่านฟ้าตอบทันทีอย่างไม่ลังเล "ผมอยากดูแลแสงเหนือกับลูก อยากแต่งออกหน้าออกตา อยากบอกทุกคนว่าแสงเหนือเป็นภรรยาของผม"

 

"ดี คนเปิดเผยแบบนี้อั้วชอบ"

 

 

 

 

 

หลังจากกินข้าวเสร็จผมก็ออกมาคุยเล่นกับม๊าที่หลังบ้านทส่วนคุณน่านก็พาลูกอาบน้ำอยู่ข้างบน ม๊าถามผมเกี่ยวกับคุณน่านหลายอย่างทั้งตั้งแต่หน้าที่การงานที่ก็เคยถามไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง เรื่องนิสัยใจคอ และเรื่องที่เขาดูแลผมกับลูกดีไหม

 

"อีก็เอาใจใส่ดีนะม๊า อีกับพ่อของอีอยากให้อั้วออกจากงานมาทำงานกับที่บ้านอี แต่อั้วไม่อยากไป"

 

"ทำไมล่ะ"

 

"อั้วไม่อยากให้คนนินทาว่าเด็กเส้น" ผมยิ้มแห้งๆ และเปลี่ยนเรื่องคุย "ม๊าว่าคุณน่านอีเป็นคนยังไง ม๊าชอบเขาไหม"

 

"อือ มารยาทก้ดี เข้าหาผู้ใหญ่เป็น ม๊าชอบ"

 

"จริงนะม๊า"

 

"ลื้อก็ชอบเขาไม่ใช่หรือไง" ม๊าแซวอย่างรู้ทัน ผมเม้มปากรู้สึกว่าข้างแก้มจะร้อนๆขึ้นมาด้วย "เขินไปกันใหญ่ เขาขอลื้อแต่งงานหรอ"

 

"ครับ" ม๊าเนี่ยถามอะไรก้ไม่รู้เขินจะตายแล้ว

 

"อั้วเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรหรอกมีแต่ป๊าลื้อนั่นแหละเล่นใหญ่ไปหน่อย"

 

"ม๊าอย่าบอกนะว่า..." ผมหรี่ตามองม๊าอย่างไม่ไหวใจ หรือว่าที่แกล้งทำเป้นโกรธที่แกล้งเป็นดุเพราะต้องการทดลองว่าที่ลูกเขยน่ะ

 

"อั้วกับป๊าลื้อก็แค่อยากรู้ว่าไอ้ลูกเขยมันจะแน่จริงหรือเปล่า กลัวว่าเจอป๊าม๊าดุเข้าหน่อยแล้วจะกลัวหางจุกตูด"

 

"แล้วเป็นยังไงครับ" ผมรีบขยับเข้าไปใกล้ๆกอดแขนอ้อนเพราะอยากรู้เหลือเกินว่าป๊ากับม๊าจะใจอ่อนหรือเปล่า

 

"อั้วให้ผ่านถือว่ามีความตั้งใจจริง และตอนที่อีเล่าถึงเมียเก่านะแววตาอีเศร้ามากเหมือนคนไม่มีความสุข แต่พอพูดถึงเรื่องลื้อกับอาสกายนะตานี่วาวเป็นประกายเลย อั้วเลยมั่นใจว่าคนคนนี้จะดูแลลูกกับหลานของอั้วได้"

 

"ม๊ารู้ได้ไง"

 

"ก็เพราะป๊าลื้อเคยมองอั้วด้วยสายตาแบบนั้นไง"

 

หลังจากนั้นม๊าก็เล่าเรื่องสมัยป๊าม๊าจีบกันใหม่ๆบอกว่าพ่อของม๊าไม่ชอบป๊าที่เป็นจับกังโรงสี บอกว่าเป็นพวกกุ้ยเป็นคนจนสกปรกแต่ป๊าก็พิสูจน์ตวัเองให้พ่อของม๊าได้เป็นว่าป๊ารักและดูแลม๊าได้ ผมที่ฟังเรื่องเล่านี้มาเป็นสิบๆรอบก็ได้แต่ยิ้มให้กับความรักของป๊าและม๊า พลางนึกถึงตัวเองที่ถูกคุณน่านฟ้าจีบและทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจผมแล้วมันก็อดที่จะเขินไม่ได้

 

"เข้าบ้านเถอะมืดมากแล้วยุงเยอะ"

 

"ครับ"

 

ผมกับม๊าเดินเข้ามาในบ้านเห็นป๊ากับคุณน่านฟ้านั่งคุยกันด้วยความสนิทสนมผมก็เบาใจนึกว่าป๊าจะเล่นใหญ่กว่านี้เสียอีก เมื่อทั้งสองคนเห็นผมเดินเข้าไปก้เรียกให้ไปนั่งด้วยกัน 

 

"คุยอะไรกันครับ"

 

"เล่าเรื่องสมัยอาแสงเด็กๆที่ไปตีกับรุ่นพี่ต่างอำเภอได้ไหม ตัวแค่นี้นะแต่ตีชนะเขา"

 

"นักเลงจังนะเรา" คุณน่านฟ้าแซว

 

"นี่ป๊าใจอ่อนให้คุณน่านแล้วหรอ" ผมรู้ป๊าใจอ่อนแล้วขอแซวหน่อยแล้วกันนะครับป๊า 

 

“ใจอ่อนใจเอิ่นอะไร” 

 

“งั้นป๊าก็ยังไม่ยอมรับเขาน่ะสิ” ผมหันแอบไปขยิบตาให้คุณน่านฟ้าทีนึงสงสัยคงต้องมีรางวัลให้เขาสักหน่อยแล้ว 

 

“ใครบอก อั้วไม่ได้พูดเลยนะ” 

 

“งั้นแปลว่าไฟเขียวแล้ว?” 

 

“ไม่รู้ๆ อั้วจะไปอาบน้ำนอนแล้ว อาน่านพรุ่งนี้ตื่นไปวิ่งกับอั้วนะ” 

 

“ครับป๊า ไม่ลืม” 

 

หูยยยยย คนปากแข็งอะไม่ยอมรับตรงๆหรอกแต่ลองยอมให้คุณน่านฟ้าเรียกป๊าก็ต้องแสดงว่าผ่านแล้วแน่ๆ ส่วนม๊านั่งยิ้มไม่พูดไม่จาเลย 

 

“ไปๆพาผัวลื้อขึ้นไปนอนได้แล้วคืนนี้อาสกายนอนกับอาม่าอากงดีกว่าเนาะ” ม๊าเรียกผัวแบบนี้ผมก็เขินเป็นนะถึงจะมีลูกมีเต้าโตขนาดนี้แล้วแต่ผมก็เขินเป็นนะม๊า

 

“ค้าบ” สกายตอบรับขันแข็งแล้ววิ่งตามม๊าผมที่ยืนกวักมืออยู่เชิงบันได 

 

“เราก็ไปอาบน้ำนอนดีไหมครับเหนื่อยมากแล้ว” 

 

“ครับ” 

 

เข้ามาในห้องผมก็เตรียมเสื้อผ้าชุดนอนให้เขาที่ด้านนอกส่วนคุณน่านฟ้าไปอาบน้ำแล้ว 

 

ผมนั่งเล่นมือถืออยู่ที่บนเตียงพ่อคุณน่านฟ้าก็โทรมาถามอย่างลุ้นๆว่าป๊ากับม๊าผมอนุญาตเรื่องแต่งงานหรือยัง ผมจึงบอกไปว่าป๊าม๊ายังไม่ได้คุยแต่คงคุยกันจริงจังพรุ่งนี้ก่อนกลับ 

 

“ทำอะไร” 

 

“คุณพ่อโทรมาถามครับ คุยไหม?” ผมถามเพราะท่านยังอยู่ในสาย 

 

“เอามาคุยซิ” 

 

“คุณพ่อครับ คุณน่านจะคุยด้วยนะครับ” ผมบอกแล้วยื่นมือถือให้เขา

 

ผมเข้าไปอาบน้ำเกือบ 30 นาทีได้ออกมาเห็นคุณน่านฟ้านอนเช็คงานในไอแพดอยุ่บนเตียงก่อนแล้วเลยเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวหลบไปที่ตู้เสื้อผ้า เสื้อยืดกางเกงบอลเป็นชุดที่ผมเลือกมาใส่นอนเพราะที่บ้านค่อนข้างร้อนถึงจะติดแอร์แต่ในบ้านไม้ที่รูเล็กๆมันก็คงไม่เย็นเท่าห้องปูน  

 

“เหนื่อยไหมครับ” ผมนั่งลงข้างๆหลังจากมา่เสื้อผ้าแล้ว 

 

“ทำไมครับ” 

 

“เดี๋ยวนวดให้ครับ เอาขามา”

 

คุณน่านฟ้ายิ้มแล้วขยับนอนลงเอาขามาวางบนตักของผมทั้งสองข้าง ผมยิ้มให้เขาแล้วเริ่มนวดให้อย่างตั้งใจ รู้ตัวอีกทีคุณน่านฟ้าก็หลับไปแล้ว ผมยกขาเขาลงจากตักมองร่างสูงที่หลับด้วยรอยยิ้มขยับขึ้นไปจูบหน้าผากเขาและบอกฝันดี ก่อนที่จะขยับนอนลงข้างๆกอดเอวสอบแน่นหลับตามไป

 

 

 

TBC

 

มาแล้วจ้ะ อยากจะกรี๊ดดดดดดดดฉันชอบซีนที่ม๊า/ป๊าเล่าเรื่องตัวเองสมัยก่อนมากมันเป็นเรื่องธรรมดาแต่มันมีเสน่ห์มากเลยนะ ตอนแรกที่บอกว่า 20 ตอนจบอะ เหมือนฉันจะนับตอนผิดแหละค๊า 55555 ตอนนี้เอาสกายไปฝากม๊าเลี้ยงแล้วก็เหลือคุณน่านฟ้ากับแสงเหนือ อรุ่ม... //ตอนนี้พิมพ์ในมือถืออะ มันเช็คคำผิดไม่ได้ 5555555 ติดไว้ก่อนดึกๆจะมาดูให้นะคะ 

 

////

 

ชงนมรอหลานคนที่ 2 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น