Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 32 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 32 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มิ.ย. 2563 14:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 32 100%
แบบอักษร

 

 

 

 

พี่ชายเพื่อน 32 

 

 

 

 

“โมะดื้อ!” เด็กน้อยวัยขวบครึ่งอย่างติณน้อยที่กำลังอยู่ในช่วงหัดพูดก็มักจะชอบทำตัวเลียนแบบคุณแม่ของตนเองเวลาดุพี่ชาย ซึ่งพอเห็นบ่อยๆก็เริ่มเลียนแบบทั้งท่าทางและน้ำเสียงใส่ อย่างเช่นในตอนนี้ที่โมเดลแอบเข้ามาในห้องครัวเพื่อมาหาขนมกิน ติณน้อยที่เห็นก็เดินเต๊าะแต๊ะตามมาเงียบๆ แม้จะเดินไม่แข็งมากเหมือนพี่ชายแต่ก็พยายามตามพี่ชายมาไม่ให้คลาดสายตาและพอเห็นว่าพี่ชายแอบหยิบขนมออกจากตู้เย็นแล้วเอาเข้าปากตนเองก็เลยร้องตะโกนขึ้นเสียงดังจนพี่ชายอย่างโมเดลตกใจและเผลอทำขนมตกลงบนพื้น 

 

“เจ้าเอเลี่ยน! ทำไมแกล้งพี่แบบนี้ ไม่น่ารักเลย” โมเดลมองขนมเค้กที่ตกลงพื้นด้วยสายตาละห้อยและอาลัยอาวรณ์เป็นที่สุด  

 

เป็นเพราะเจ้าเอเลี่ยนน้อยแท้ๆเลยที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ แย่ๆ 

 

“โมะดื้อ! แม่ๆๆๆ” ติณน้อยที่โดนพี่ชายตนเองบ่นก็ส่งเสียงร้องเรียกแม่เสียงดังกว่าเดิมทันที ทำให้เขมินท์ที่กำลังเก็บของเล่นที่ลูกๆไม่เล่นแล้วใส่กล่องจะเอาไปบริจาคอยู่ก็ต้องผละตัวออกมาดู ซึ่งพอมาถึงก็เห็นติณน้อยเกาะขอบประตูอยู่แล้วสายตาก็จับจ้องไปยังพี่ชายที่ดูแล้วคงจะแอบมากินขนมในครัวแล้วไหนจะหลักฐานที่อยู่บนพื้นอีก 

 

โมเดลนี่กินเก่งได้ใครกันนะ เฮ้อ…. 

 

“ทำอะไรอยู่ครับโมเดล”  

 

“โมเดลหิวขนมครับเลยมาค้นตู้เย็นดู” 

 

“แต่ว่าของว่างคุณแม่ก็เพิ่งให้กินไปเองนะครับ ยังไม่ถึงชั่วโมงเลย” 

 

“งื้อออออ คุณแม่ครับอย่าดุโมเดลนะครับ โมเดลหิวจริงๆนี่ครับ” โมเดลที่รู้ความผิดของตนเองดีก็รีบเข้าไปเกาะขาคุณแม่อ้อนทันที ทุกวันหยุดที่อยู่บ้านคุณแม่จะให้กินของว่างช่วงบ่ายสองแต่ว่าของว่างก็ใช่จะเยอะจนตนเองรู้สึกอิ่ม  

 

บางครั้งเค้กชิ้นเดียวของคุณแม่ก็ไม่พอสำหรับพุงน้อยๆของโมเดลจริงๆนะ 

 

“งั้นแม่จะให้อีกสักนิดแล้วกันนะครับ แต่ตอนเย็นต้องออกไปวิ่งรอบสวนเพราะโมเดลกินเยอะแล้วไม่ออกกำลังกายไม่ได้” 

 

“ก็ได้ครับ” โมเดลรับคำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเพราะไม่อยากวิ่งรอบสวน คุณแม่เดี๋ยวนี้เริ่มดุขึ้นทุกวัน คุณพ่อเองก็ยังไม่กล้าดื้อใส่เลยตอนนี้ในบ้านก็มีเพียงเจ้าเอเลี่ยนที่ดื้อใส่คุณแม่เสมอต้นเสมอปลาย ช่างเป็นเอเลี่ยนน้อยที่ไม่เกรงกลัวอะไรจริงๆ  

 

โมเดลขอคาราวะเอลี่ยน! 

 

เขมินท์เมื่อเห็นลูกชายยอมตกลงก็จัดการทำความสะอาดพื้นห้องครัวโดยให้โมเดลที่ทำตกช่วยด้วยเพราะไม่อยากให้ติดเป็นนิสัยที่ทำอะไรแล้วไม่จัดการด้วยตัวเองและเมื่อทำเสร็จแล้วเขมินท์ก็หยิบชูครีมสองลูกใหญ่ๆออกมาสามลูกให้โมเดลและติณน้อยที่ยังยืนเกาะประตูมองมาอยู่เหมือนเดิม ซึ่งจะให้คนพี่กินคนเดียวไม่ได้เพราะเขมินท์ถือว่าต้องให้อะไรเท่าๆกันจะได้ไม่เกิดความแบ่งแยกระหว่างพี่น้อง 

 

“โมเดลยกไปวางที่ห้องนั่งเล่นได้เลยนะครับ เดี๋ยวคุณแม่จะเอาน้ำออกตามไปให้” 

 

“ครับ เอเลี่ยนตามพี่ชายมาสิ จะกินมั้ย” โมเดลที่ยกจานขนมออกจากห้องครัวก็ไม่ลืมเรียกน้องชายเอเลี่ยนของตนเองให้เดินตามมา ติณน้อยเองที่เห็นว่าพี่ชายเดินออกจากห้องครัวมาแล้วก็รีบเดินเต๊าะแต๊ะตามหลังไปติดๆเหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่เป็ด ซึ่งก็เป็นภาพที่ทำให้ใครพบเห็นก็สามารถยิ้มได้ 

 

ชูครีมถูกแบ่งคนล่ะหนึ่งชิ้นครึ่งในปริมาณที่เท่าๆกันและน้ำลำไยอร่อยๆแก้ร้อนก็ถูกคุณแม่ยกมาวางไว้ให้โดยของโมเดลมีเนื้อลำไยผสมด้วยแต่ของเอเลี่ยนไม่มีเพราะคุณแม่บอกกลัวเอเลี่ยนไม่เคี้ยวและจะติดคอ 

 

เอเลี่ยนก็แบบเนี่ย ไม่รู้จักโตเหมือนโมเดลเลยยยยย 

 

“เอเลี่ยนน้อยอย่าบีบแบบนั้นสิ ขนมเละหมดเลย” โมเดลบ่นน้องชายก่อนจะเอาทิชชู่เปียกที่คุณแม่วางไว้ตามมุมบ้านเป็นประจำหยิบออกมาเช็ดมือให้น้องชายที่เอาขนมมาบีบเล่นจนเลอะไปหมด 

 

เด็กน้อยจริงๆเลย! 

 

“โมะหม่ำๆ” ติณน้อยที่บีบขนมเล่นจนพอใจก็ยืนขนมที่ติดมือของตนเองไปให้พี่ชายกิน แต่พี่ชายของตนเองไม่กินแถมยังเอาทิชชู่เปียกมาเช็ดมือให้เลยทำให้ติณน้อยหงุดหงิดจนเบะปากเตรียมเบ่งเสียงร้องออกมาด้วยความไม่พอใจ แต่โมเดลที่เรียนรู้การเลี้ยงน้องจากคุณแม่มาตลอดก็รู้วิธีรับมือน้องชายจอมโวยวายก็เอามือของตนเองบิชูครีมให้เป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำให้เอเลี่ยนก่อนจะป้อนให้น้องและทำท่าหม่ำๆให้ติณน้อยดูเพื่อที่เจ้าตัวน้อยจะได้เคี้ยวตาม 

 

“อร่อยมั้ยเอเลี่ยน เนี่ยๆพี่ชายแสนดีนะ แบ่งขนมให้กินด้วย” โมเดลคุยโวโอ้อวดตนเองกับน้องชายก่อนจะทำท่ายืดอกใส่ ติณน้อยที่ไม่รู้ว่าพี่ทำอะไรก็ส่งเสียงพูดไม่เป็นคำใส่ก่อนจะอ้าปากใส่พี่ชายให้ดูว่าขนมของตนเองนั้นหมดแล้วรีบป้อนเร็วๆเข้าสิเจ้าอ้วน! 

 

หลังจากกินของว่างครั้งที่สองจบลงแล้ว สองแสบก็พากันนอนซึ่งก่อนนอนก็เกิดสงครามจากการนอนกลิ้งทับกันไปมา ติณน้อยที่สู้พี่ชายไม่ได้ก็ใช้เสียงร้องไห้ข่มดังไปลั่นไปบ้าน ทำให้เขมินท์ที่จัดการกับของเล่นของลูกชายลงกล่องที่เพิ่งเสร็จต้องเข้ามาดูก่อนจะเห็นหัวของลูกชายคนเล็กยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงส่วนพี่ชายอย่างโมเดลก็นั่งหัวเราน้องไม่หยุดจนน้ำตาเล็ดออกมา ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่อยู่บ้านในวันที่โมเดลไม่ได้ไปโรงเรียน ซึ่งพอติณน้อยที่เห็นว่าตนเองพ่ายแพ้จนหมดรูปก็เดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่ก่อนจะเอาหน้าถูขาอ้อนๆก่อนจะเอานิ้วมือชี้ไปที่โมเดลแล้วฟ้องไม่เป็นเสียง แต่นั่นก็ทำให้โมเดลหัวเราะออกมามากกว่าเดิม แต่ติณน้อยจะไม่ทนอีกต่อไปก็เลือกที่จะเดินกลับเข้าไปหาพี่ชายและพุ่งเข้าไปทับที่ตัวโมเดลจนโมเดลจุกไปหมด 

 

จงแบนไปซะเจ้าอ้วน!  

 

เด็กน้อยที่พูดยังไม่เป็นภาษาบอกออกมาเป็นภาษากายให้พี่ชายรับรู้แม้พี่ชายตัวอ้วนจะไม่เข้าใจก็ตาม….. 

 

 

 

การออกงานพร้อมหน้าพร้อมตากันของครอบครัววินิชราชกุลไม่ได้มีให้เห็นได้ง่ายๆ ทำให้วันนี้เตชิตที่พาลูกเมียมาออกงานสังคมพร้อมกับคุณแม่ของตนถูกจับจ้องตั้งแต่เข้างาน โมเดลที่ถูกจับใส่เอี๊ยมแบบเดียวกันคู่กับน้องชายที่เหมาะสำหรับเข้างานก็ถูกจับจ้องไม่แพ้ผู้เป็นภรรยาของเตชิต วินิชราชกุลที่นานๆจะออกงานคู่สามีสักที 

 

“คนมองเราเยอะจังครับพี่เต” เขมินท์กระซิบเสียงเบาถามสามีเมื่อเห็นผู้คนจับจ้องมาที่ตนเองไม่หยุด 

 

“ก็ต้องมองสิครับ ภรรยาผู้บริหารนี่นา ไม่ต้องกังวลนะครับ” 

 

“แต่เขมไม่ค่อยชินเลยครับ” เขมินท์บ่นออกมาเบาๆ แม้งานวันนี้จะเป็นงานของบริษัทสามีที่จัดงานร่วมฉลองของการประสบผลสำเร็จของบริษัทที่โครงการปรับปรุงสนามบินผ่านไปได้ด้วยดีและงานนี้ก็เป็นงานที่เขมินท์เป็นคนออกแบบและผลงานของเขมินท์ครั้งนี้ก็ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายและก็มีหลายคนเข้ามาพูดคุยและร่วมแสดงความยินดีไม่หยุดหรือเข้ามาพูดคุยเพราะอยากจะร่วมงานกับเขมินท์ด้วยไม่น้อย แต่คนที่ลาออกจากงานอย่างตนเองแล้วนั้นก็ได้แต่ปฏิเสธออกไปอย่างสุภาพแต่ก็ไม่ลืมแนะนำบริษัทของพี่บอสที่ตนเองเคยทำงานให้คนที่สนใจแทน เพราะงานของตนเองนั้นก็ผ่านสายตาพี่บอสมาก่อนจะถึงมือลูกค้าก็ตามและเพราะแบบนั้นงานของบริษัทพี่เตที่เป็นงานชิ้นสุดท้ายของตนเองแล้วเลยทำให้พี่บอสเสียใจไม่น้อยที่เขมินท์นั้นลาออก 

 

ซึ่งการลาออกของตนเองนั้นตั้งแต่ที่มีติณน้อยก็ไม่มีเวลาทำงานเลย เขมินท์เลยตัดสินใจลาออกอย่างเด็ดขาดและไม่รับทำฟรีแลนซ์ด้วยเพราะลูกชายคนเล็กนั้นชอบอยู่ไม่นิ่งเฉยและค่อนข้างเลี้ยงยากกว่าโมเดลถ้าเห็นเขมินท์ทำงานก็จะเดินมาร้องงอแงไม่หยุด ตนเองนั้นเลยยอมลาออกถาวรซึ่งคุณสามีก็สนับสนุนเต็มที่เพราะรอเวลานี้มานาน  

 

“น้องแก้มนิ่มมมมมมมม คิดถึงพี่กันยามั้ยครับ” ครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าไม่เท่าไร มารผจญน้อยสำหรับเตชิตก็โผล่เข้ามาขัดอารมณ์สุนทรีย์ทันที 

 

เจ้าเด็กกันยา หัสบดินทร์! 

 

“ไม่เห็นจะคิดถึงเลย เจอกันเกือบทุกวัน” โมเดลร้องบอกก่อนจะทำแก้มอมลมใส่กันยา ซึ่งท่าทางแบบนั้นก็ดูน่ารักเป็นอย่างมากจนกันยาอดใจไม่ไหวเดินตรงเข้าไปหอมน้องแก้มนิ่มของตนเองด้วยฟอดใหญ่ๆที่เต็มไปด้วยความรักของตนเองเปี่ยมล้นจนใจจะระเบิดออกมาให้โลกรับรู้ 

 

ฟอดดดดดดดด 

 

“กันยา!!!” โยที่เดินตามลูกชายออกมาก็ร้องเรียกลูกชายเสียงดังอย่างตกใจ  

 

เจ้าลูกคนนี้ทำอะไรไม่นึกถึงหน้าพ่อของเด็กน้อยอีกคนเลย เชื้อพ่อไม่ทิ้งแถวจริงๆ โยเครียด! 

 

“หอมอีกและ เลิกหอมสักทีได้มั้ยถ้าไม่มีขนมมาเนี่ย” และหากถามว่าโมเดลตกใจหรือไม่ก็คงไม่ตกใจ เพราะโมเดลไม่ได้ต่อว่าอะไรนอกจากบ่นออกมาซึ่งก็ดูเหมือนว่าเด็กทั้งคู่จะหอมกันเป็นประจำ และนั่นก็ทำให้ผู้เป็นพ่ออย่างเตชิตถึงกับสติหลุดลอย 

 

โมเดลลูกพ่อ……  

 

“โมะ!!!!” ติณน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อที่เห็นพี่ชายโดนใครไม่รู้มาเข้าใกล้และถึงเนื้อถึงตัวก็ดิ้นจะลงมายืนและพอลงมายืนด้วยตนเองได้แล้วเข้าไปเรียกพี่เสียงดังก่อนจะเดินไปผลักกันยาให้ออกจากจากพี่ชายของตนเองแล้วยืนจังก้ากอดอกอย่างเกินวัยที่เลียนแบบมาจากพี่ชายที่ชอบทำใส่ตนเองเป็นประจำ 

 

เตชิตที่เห็นลูกชายคนเล็กทำแบบนั้นก็ได้สติคืนร่างทันทีก่อนจะยกยิ้มอย่างชอบใจที่ติณน้อยของตนเองนั้นทำได้ดั่งใจที่เตชิตหมายมาดไว้ไม่มีผิด 

 

“ติณครับ ผลักพี่กันยาแบบนั้นไม่ได้นะครับ” เขมินท์ปรามลูกชายคนเล็กเมื่อเห็นว่าเริ่มทำตัวไม่น่ารักแล้ว แต่ติณน้อยไม่สนใจเพราะตอนนี้ติณน้อยจะอวดเบ่ง! 

 

“เด็กสมัยนี้ไวไฟจริงๆเลยนะคะ หนูโยคงต้องเตรียมสินสอดมาสู่ขอหลานป้าแล้วสิเนี่ย” คุณหญิงรวีวรรณที่ยืนสังเกตอยู่นานพูดขึ้น เธอพอจะรับรู้จากลูกสะใภ้มาบ้างว่าหลานชายคนโตนั้นค่อนข้างสนิทกับหัสบดินทร์น้อยแต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้ หลานชายของเธอนี่เสน่ห์แรงแต่เด็กจริงๆ สมแล้วที่เป็นวินิชราชกุล  

 

“ต้องขอโทษจริงๆนะครับ เด็กคนนี้นิสัยค่อนข้างทะเล้นไปหน่อย” โยเอ่ยขอโทษแทนลูกชายและในใจก็คาดโทษคนเป็นพ่อไม่หยุดที่ชอบสอนอะไรแปลกๆให้ลูกจนเกิดเรื่องแบบนี้ทุกครั้งที่พบกับครอบครัววินิชราชกุล  

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เด็กๆคงแค่เล่นๆกัน คุณโยอย่าต่อว่ากันยาเลยครับ” เขมินท์ไม่คิดถือสาเด็กน้อย อีกอย่างตนเองนั้นก็แค่คิดว่าเด็กน้อยเล่นกันเท่านั้น ไม่เห็นได้มีอะไรเสียหาย 

 

“วันหลังก็อย่าให้เล่นแบบนี้อีกนะครับ” เตชิตบอกกับโยเสียงเข้มก่อนจะจ้องมองไปยังเจ้าเด็กที่ตนเองไม่ชอบขี้หน้า ติณน้อยเองที่พอเห็นพ่อทำหน้าแบบนั้นใส่เด็กตรงหน้าที่มาหอมแก้มพี่ชายของตน ตนเองก็เลยทำเลียนแบบพ่อแถมยังส่งเสียงขู่กลับไปด้วย 

 

“แง่งงงงงง” แต่การกระทำของติณน้อยไม่ได้น่ากลัวแบบเตชิตเลยสักนิด เพราะต้องเก็บประสบการณ์อัพเลเวลอีกนาน…. 

 

 

.........................................................60%.................................................... 

 

 

เด็กน้อยยังไม่โตอย่างโมเดลต้องคอยหยิบขนมป้อนน้องชายพร้อมกับคอยเช็ดปากให้เมื่อตนเองถูกคุณแม่พามานั่งรอที่โต๊ะ เอเลี่ยนน้อยก็คอยเดินตามโมเดลไม่ห่างกายถ้าโมเดลจะเดินหนีไปเล่นกับกันยาก็เตรียมเบ่งเสียงร้องไห้ออกมาจนโมเดลต้องมานั่งรอเฉยๆแบบนี้ กันยาเองที่ไม่ยอมไปกับพ่อแม่ของตนเองก็เดินมานั่งที่โต๊ะด้วยเช่นกันและยังคอยวิ่งไปเอาขนมอร่อยๆมาให้กิน

ช่างเป็นคนที่ว่าง่ายจริงๆ

“น้องแก้มนิ่มป้อนพี่บ้างสิครับ พี่ก็หิวนะ” โมเดลเหมือนเห็นกันยามีหูและหางที่โผล่ขึ้นมากำลังลู่ลงแนบกายพร้อมช้อนสายตามองมายังตนเองอย่างน่าสงสาร จึงทำให้โมเดลที่เป็นคนรักสัตว์โลกมากๆก็เลยอดไม่ได้ที่เอาขนมป้อนกันยาตามที่เจ้าตัวร้องขอ

“โม๊ะ!!!!!” ติณน้อยที่เห็นพี่ชายไปป้อนขนมคนอื่นก็ส่งเสียงร้องเรียกด้วยความไม่ชอบใจดังๆขึ้นทันที ใบหน้าที่คล้ายผู้เป็นพ่อไปทุกส่วนของติณน้อยก็เริ่มเบะปาก น้ำตาก็เริ่มคลอ เรียกความสงสารจากพี่ชายให้หันมาสนใจตัวเองซึ่งก็ได้ผลเพราะโมเดลที่เห็นเอเลี่ยนน้อยเป็นแบบนั้นก็หันกลับมาสนใจพร้อมกับคอยเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาให้ กันยาที่เห็นว่าศัตรูหัวใจที่ยังอยู่ในวัยใส่ผ้าอ้อมใช้น้ำตาจระเข้เรียกร้องความสนใจก็ได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ

อย่าให้น้องแก้มนิ่มเผลอแล้วกัน จะเอาหนังยางดีดใส่ผ้าอ้อมเสียให้เข็ด!

ติณน้อยที่เห็นว่าพี่ชายกลับมาใส่ใจตนเองก็เริ่มอารมณ์ดีขึ้น แต่สายตาก็ยังคอยจับจ้องไปยังพี่ชายไม่วางสายตาและพอได้สบตากับคนที่หอมแก้มพี่ของตนก็ยิ้มใสซื่อใส่ด้วยความเหนือกว่า ทำให้เตชิตที่คอยยืนสังเกตลูกๆอยู่ไม่ไกลรู้สึกภูมิใจในตนเองไม่น้อยที่สามารถปั้นทายาทมาขัดขวางเจ้าเด็กหัสบดินทร์ได้สำเร็จแบบนี้

สู้เต็มที่เลยติณน้อย พ่อเอาใจช่วย!

หลังจากที่เติมขนมลงจนเต็มท้อง ติณน้อยจอมแสบก็เกิดอาการปวดอึขึ้นมา0o ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ คุณแม่กับคุณพ่อและคุณย่าก็กำลังคุยกับแขกในงานไม่มีเวลามาดู โมเดลที่เป็นพี่ชายที่แสนดีก็เลยต้องพาเอเลี่ยนน้อยมาอึในห้องน้ำโดยมีกันยาเดินตามมาเป็นบอดี้การ์ดด้วยอีกคน

การเข้าห้องน้ำเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะเอเลี่ยนน้อยเป็นเด็กที่ตัวเล็กกว่าตนเองมากๆแต่โชคดีที่โรงแรมนี้มีห้องน้ำสำหรับเด็กที่ชักโครกสำหรับให้เด็กนั่งทำให้เอเลี่ยนน้อยไม่ต้องอึเปื้อนแพมเพิร์สแล้วร้องไห้งอแงขึ้นมาอีก คุณแม่บอกว่าเอเลี่ยนนิสัยเหมือนคณพ่อเพราะคุณแม่สวมแพมเพิร์สให้ก็ไม่ยอมฉี่หรืออึใส่ง่ายๆเพราะมันสกปรกละเหม็นในความคิดของเด็กน้อยแต่คุณแม่กลับบอกว่าเอเลี่ยนน้อยเรื่องเยอะเหมือนคุณพ่อไม่มีผิด

“เอเลี่ยนฮึบตามพี่โมเดลนะ ฮึบบบบบบบบ” โมเดลให้กำลังใจน้องชายที่กำลังเบ่งอึอยู่โดยมีกันยาทำหน้าเหม็นใส่

ทำไมกันยาต้องมาดมกลิ่นอึเจ้าเด็กนี่ด้วย!

“ฮึบบบบบบ” ติณน้อยเองก็ส่งเสียงร้องตามที่พี่ชายบอกก่อนจะพยายามเบ่งอึออกมาให้หมดพุง ซึ่งตอนที่ตนเองกำลังเบ่งอยู่นั้นคุณแม่ก็เดินมาจากไหนไม่รู้มาหยุดอยู่ข้างหลังพี่ชาย

“ทำไมไม่เข้าไปบอกคุณแม่ครับโมเดลว่าน้องปวดท้องอึ แม่ตกใจแทบแย่ที่ไม่เห็นพวกลูก” เขมินท์เอ่ยบอกพร้อมออกมาอย่างโล่งใจ ตอนที่ตนเองนั้นหันกลับมาดูเด็กๆแต่ไม่เห็นเด็กสักคนก็ตกใจแทบแย่ ดีที่พนักงานเดินเข้ามาบอกว่าเด็กเดินมาทางห้องน้ำตนเองถึงตามหาจนเจอ

“คุณแม่อย่าเพิ่งดุสิครับ เอเลี่ยนกำลังอึอยู่เดี๋ยวเอเลี่ยนก็ตกใจจนอึไม่ออก”

“เฮ้อ ก็ได้ครับ กันยาครับไม่เหม็นอึน้องเหรอครับ น้าว่าไปรอข้างหน้าห้องน้ำดีกว่านะครับ โมเดลด้วยนะครับออกไปรอเป็นเพื่อนพี่กันยาดีกว่าเดี๋ยวคุณแม่จะอยู่กับน้องเอง” เขมินท์รู้สึกสงสารเด็กน้อยหัสบดินทร์ที่ต้องมานั่งดมกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ของลูกชายตนเองเลยบอกให้เด็กๆออกไปรอข้างนอก ส่วนตนเองนั้นก็อยู่ดูลูกชายคนเล็ก

ติณน้อยเองที่เห็นผู้เป็นแม่ก็มีความสบายใจเกิดขึ้นเลยเบ่งอึออกมาเต็มที่จนเสร็จคุณแม่ก็เช็ดก้นให้จนสะอาดปราศจากกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ทำให้ติณน้อยเลยกลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ยอมลงเดินเองอีกต่อไปเพราะรู้สึกง่วงนอนจนตาจะปิด เขมินท์เลยต้องอุ้มลูกชายกลับเข้างานโดยไม่ลืมเดินไปส่งหัสบดินทร์ตัวน้อยคืนผู้ปกครองก่อนจะเดินกลับไปหาสามี

“เดี๋ยวพี่อุ้มลูกเองครับเขม” เตชิตที่บอกลาแขกในงานที่คุยด้วยเสร็จแล้วก็เอาติณน้อยเข้ามาอุ้มไว้เอง ลูกชายตัวน้อยเองก็รู้งานพอโดนพ่ออุ้มก็กอดคอผู้เป็นพ่อแน่นก่อนจะซบลงบนไหล่ของเตชิตด้วยความรู้สึกง่วงนอน

“โมเดลครับมาจับมือคุณแม่ไว้นะ เดี๋ยวเราจะเดินไปหาคุณย่าแล้วกลับบ้านกันครับ” เมื่อส่งต่อลูกชายคนเล็กให้สามีแล้วก็ไม่ลืมก้มลงมาบอกลูกชายคนโตที่ตอนนี้คงจะหมดพลังงานตามน้องชายไปติดๆ เพราะนอกจากจะไม่พูดเจื้อยแจ้วแล้วยังเริ่มมีอาการหาวขึ้นมาติดๆกัน ซึ่งอาการแบบนี้คงเป็นเพราะเด็กๆคงจะง่วงนอนมากแล้วเพราะนี่ก็เลยเวลานอนมานานแล้วด้วย

หลังจากออกมาจากงานและกลับถึงบ้านแล้ว เตชิตก็เปลี่ยนเป็นอุ้มโมเดลพาขึ้นไปนอนส่วนเขมินท์ก็อุ้มติณน้อยที่หลับสนิทขึ้นตามไปติดๆ ทั้งสองคนต้องแบ่งหน้าที่กันเช็ดตัวให้ลูกๆทั้งสองก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดนอนให้ทั้งคู่เพื่อที่จะได้หลับสบาย และพอส่งเด็กๆเข้านอนเสร็จสองสามีก็พากันกลับมาในห้องนอนเหมือนทุกวัน

“เหนื่อยมั้ยครับวันนี้ เขมเห็นพี่เตมีสีหน้าไม่ดีเท่าไร” พออยู่กันสองคนแล้วเขมินท์ที่สังเกตสามีมาตั้งแต่ช่วงเย็นก็อดถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ ฝ่ามือก็คอยแนบเข้าไปที่แก้มและหน้าผากที่วัดอุณหภูมิก็พบว่าอุณภูมิของร่างกายสามีผิดปกติไปนิดหน่อย

“พี่รู้สึกเพลียๆตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วครับ”

“งั้นไปอาบน้ำแล้วนอนพักนะครับ พรุ่งนี้ถ้าอาการไม่ดีขึ้นเดี๋ยวเขมจะพาไปหาหมอ”

“ครับ แต่เขมไปอาบกับพี่ได้มั้ยครับ”

“ไม่อ้อนนะครับพี่เต วันนี้อาบคนเดียวนะครับเพราะเดี๋ยวเขมจะเก็บของก่อน วันนี้ลูกๆมาเล่นในห้องของเล่นยังไม่เก็บของเลย พี่เตเป็นเด็กดีไปอาบน้ำแล้วรีบกลับมาเข้านอนนะครับ”

“ก็ได้ครับ” เมื่อสามีทำตัวว่าง่ายยอมเข้าไปอาบน้ำแล้ว เขมินท์ก็เดินเข้าไปเก็บของที่เด็กๆทำไว้ช่วงเย็นเข้าที่ให้เรียบร้อย เอกสารของสามีก็เช่นกันที่วางไว้ไม่เป็นที่ก็ต้องจัดการให้กลับไปวางไว้บนโต๊ะทำงานเพราะเดี๋ยวหาไม่เจอก็จะหงุดหงิดอีก ซึ่งเมื่อก่อนคุณสามีเป็นบ่อยเพราะจะโชว์พาวเวอร์ข่มตนเองแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยกล้าเท่าไร อีกอย่างในห้องนี้ตั้งแต่เขมเข้ามาอยู่ก็จะจัดของเข้าที่เองจะได้รู้ว่าของอยู่ตรงไหนบ้างเวลาหาพี่เลยเลยไม่ค่อยโวยวาย ส่วนเรื่องความสะอาดนั้นก็ยังเป็นหน้าที่ของแม่บ้านให้ทำความสะอาดตามปกติแต่ไม่ได้ให้ยุ่งกับของในห้องนอกจากจัดการเรื่องฝุ่นเพียงเท่านั้น

เตชิตเองที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็กลับขึ้นมานอนบนเตียงด้วยความรู้สึกอ่อนเพลียก่อนจะผล็อยหลับสนิทไปจนลืมอ้อนภรรยาเหมือนทุกคืน ส่วนเขมินท์ก็เข้าไปอาบน้ำก่อนจะกลับออกมานอนเช่นเดียวกัน แต่ก่อนจะนอนก็ไม่ลืมเอามือแนบหน้าผากสามีเช็กอุณหภูมิร่างกายอีกรอบให้แน่ใจว่าไข้ไม่ขึ้นก่อนจะล้มตัวนอนกอดสามีและผล็อยหลับตามไปอีกคน

วันนี้ก็ผ่านไปอีกวันของการมีครอบครัวที่สมบูรณ์ของตนเองและลูกๆ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตของเขมินท์ที่เคยใฝ่ฝันและปรารถนาถึงมาตลอดในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา

ดีจริงๆที่พี่เตยอมปรับนิสัยจนเราทุกคนกลับมาเป็นครอบครัวที่มีความสุขกันได้มากขนาดนี้ เขมินท์รู้สึกขอบคุณมากจริงๆ

 

 

......................................................100%.............................................................. 

จะจบแล้ววววววววววววว นิยายครอบครัวที่เราไม่ได้เน้นโฟกัสเน้นคู่หลักเท่าไร ใครที่ไม่ชอบต้องขอโทษจริงๆนะคะ 

ปล. เปิดจองสักสองเดือนครึ่งดีมั้ยน้ออออออ 

 

  

ความคิดเห็น