saimai

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 ใจพิศคะนึงนิจ (100%)

ชื่อตอน : บทที่ 4 ใจพิศคะนึงนิจ (100%)

คำค้น : สายไหม, ความรัก, หวานซึ้ง, โรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 51

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2563 09:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ใจพิศคะนึงนิจ (100%)
แบบอักษร

“รอนานมั้ยครับ?”  

       เสียงทุ้มๆ ที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้อักษราภัคสะดุ้ง เพราะไม่ทันได้ระวังตัวมัวแต่มองไปที่ด้านหน้า ไม่ได้คิดเลยว่าเขาจะอ้อมมาที่ด้านหลังแบบนี้ 

       “สักพักหนึ่งแล้วค่ะ” อักษราภัคไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองสบตาเจ้าของเสียง เอาแต่ก้มหน้างุดมองพื้น ทำตัวไม่ถูก 

       “หวังว่าไม่ได้รอนานมากอะไร คงไม่เหมือนกับพระนางสร้อยดอกหมากจริงมั้ย?” ชายหนุ่มชวนคุยชำเลืองมองอักษราภัคที่ยังก้มหน้าก้มตามองพื้นเหมือนกับว่ากำลังหาอะไรอยู่ก็ไม่ปาน 

       “ไม่นานถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ พระนางสร้อยดอกหมากต้องรอพระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จมารับข้ามวันข้ามคืน คุณแค่ให้ฉันรอไม่กี่นาที”  

       “แต่ที่พระนางสร้อยดอกหมากสวรรคตไม่ใช่เพราะรอข้ามวันหรอก แต่เป็นเพราะอย่างอื่นมากกว่าไม่จริงหรือ?”  

       “ค่ะ พระนางสร้อยดอกหมากน้อยพระทัยกลั้นพระทัยตายเพราะถือว่าตัวเองเดินทางยากลำบากข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ทำไมพระเจ้าสายน้ำผึ้งถึงเสด็จมารับด้วยพระองค์เองไม่ได้ ไม่ให้ความสำคัญกับนางที่กำลังจะขึ้นเป็นพระมเหสีเลยหรืออย่างไร ความน้อยใจเป็นเรื่องที่ประเมินค่ามิได้ค่ะ”  

       “ทั้งน้อยใจบวกกับการรอคอยมันเป็นเรื่องที่เจ็บปวด คงไม่มีใครล่วงรู้ความรู้สึกถ้าไม่ได้เป็นคนรอและคนที่เจ็บจริงมั้ย?”  

       “อะไรนะคะ?” อักษราภัครู้สึกว่าคำพูดของชายหนุ่มแปร่งๆ เงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาเป็นครั้งแรก แต่ก็ยังประหม่าทำให้ไม่กล้ามองเขาตรงๆ 

       ชายหนุ่มมีรูปร่างสูงใหญ่ถือว่าสูงมากทีเดียว ร่างกายบึกบึนสมส่วนเหมือนกับชายชาติทหาร ใบหน้าคมคายเข้มและดุดัน แต่ดวงตาคู่นั้นสิทำไมมันถึงได้ดูโศกเหลือเกิน? 

       “ไม่มีอะไรหรอก ไปกันได้หรือยังผมจะได้พาไปที่บ้านพัก ไว้พักผ่อนหลังจากที่เดินทางมาเหนื่อยๆ แล้วจะพาไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่อยุธยานี้ อาจจะเริ่มที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ไม่แน่อาจจะรู้ ตำนานของวัดพนัญเชิงฯ มากขึ้นก็ได้ บางทีอาจจะมีอะไรมากกว่าโศกนาฏกรรมแห่งความรักระหว่างพระเจ้าสายน้ำผึ้งกับพระนางสร้อยดอกหมาก” 

       “ค่ะ แต่พูดถึงเรื่องโศกนาฏกรรมนี้มันคงไม่เกิดขึ้นนะคะ ถ้าพระนางสร้อยดอกหมากกับพระเจ้าสายน้ำผึ้งได้พูดคุยกันดีๆ” 

       “จังหวะ เวลา โอกาส เป็นเรื่องสำคัญบางคนไม่มีเวลา หรืออีกคนไม่ให้โอกาส หาจังหวะไม่ได้ แล้วจะได้คุยกันได้อย่างไร ความรักเป็นเรื่องของใจสื่อใจ แต่บางครั้งใจก็สื่อถึงกันไม่ถึง ถ้ามีอะไรมาบดบังเอาไว้” 

       “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องถือว่าเป็นบทพิสูจน์รักแท้ ถ้ามีวาสนาต่อกันก็ต้องได้ครองคู่ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติถ้าเป็นคู่กันแล้วก็ต้องไม่แคล้วกัน”  

       “ผมก็หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกัน หวังอย่างนั้นจริงๆ”  

 

       กรุงศรีอยุธยาในสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสรรเพชญช่วงเวลานี้เป็นช่วงเทศกาลลอยกระทงทำให้บริเวณริมน้ำริมคลองเต็มไปด้วยชาวบ้านที่ออกกันมาลอยกระทงเต็มไปหมดมากหน้าหลายตา คนที่ปกติจะใช้เวลาอยู่ในบ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหนมาไหนก็จะเห็นหน้าค่าตากันก็ต้องเป็น ณ เวลานี้ไม่ต่างอะไรกับพระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติและแม่หญิงอักษราภัคที่ต่างก็ได้มาพบพานกันอีกวาระหนึ่งในมงคลยามฤกษ์ดีเช่นนี้ 

       “แม่น้ำลำคลองกว้างใหญ่ ผู้คนมากหน้ามาลอยกระทงไม่ว่าจะอยู่ต้นสายหรือปลายน้ำก็ได้ลอยกระทงในแม่น้ำเดียวกันมิใช่ฤๅเจ้าคะ? และถึงแม้ว่าจะลอยที่คนละต้นน้ำ ท้ายที่สุดแล้วทุกสายน้ำทุกหยดก็ไหลจากสูงไปต่ำลงสู่ห้วงมหาสมุทรเช่นกัน” อักษราภัคเอ่ยตอบเรียบๆ ด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แย้มยิ้มน้อยๆ เรียกหากระทงของนาง พนมมือท่วมหัวเอ่ยขอขมาต่อพระแม่คงคา นางมิได้เอ่ยปากชวนพระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติแต่ก็มิได้ปฏิเสธ หรือจรลีเดินหลบลี้หนีหน้าไปแต่อย่างไร  

       เมื่อชายหนุ่มเห็นเป็นเช่นนั้นจึงขยับเข้าไปใกล้ยกมือพนมขึ้นท่วมหัวเอ่ยปากขอขมาต่อแม่น้ำสายใหญ่ที่เป็นหัวใจของชาวกรุงศรีอยุธยาและทุกคนที่อยู่อาศัยเป็นแหล่งกำเนิดหลายอย่างที่หล่อเลี้ยงให้ทุกคนดำรงชีวิตอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ตลอดปี  

       “แม่หญิงภัค กระทงของแม่ช่างงามยิ่งนัก ของฉันสู้มิได้เลย ช่างน่าอายเสียนี่กระไร กระทงนี้คือฝีมือของแม่หญิงใช่ไหม?”     พระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติเอ่ยปากชวนวิสาสะ  

       “ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพระยา กระทงนี้เป็นของดิฉันเอง ของท่านพระยาก็งามงดมิแพ้กัน ของแต่ละอย่างมีความงามเฉพาะตัว คงมิบังอาจกล้านำไปเปรียบเทียบกัน” อักษราภัคเอ่ยตอบ เตรียมลอยกระทงไปตามน้ำ แต่ก็ต้องชะงักมือเอาไว้เมื่ออยู่ดีๆ พระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติก็หย่อนของบางอย่างลงมาในกระทงที่หญิงสาวถือเอาไว้ในมือ 

       “ฉันซื้อมาจากพวกฟะรังคี ตั้งใจไปฝากเด็กเล็ก แต่ผิดขนาด ข้อมือแม่ภัคเล็ก ช่วยเก็บไว้หน่อยจะได้ไหม” 

       “ท่านพระยารอให้เด็กโตก็ใส่ได้แล้วเจ้าค่ะ” อักษราภัคก้มหน้ายิ้มๆ ในใจของนางนั้นไม่เชื่อแม้แต่น้อยว่านี่คือของฝากเด็ก ถ้าเป็นจริงก็ต้องรออีกไม่ต่ำกว่าสิบปีกว่าที่เด็กคนไหนจะสวมใส่ได้ 

       “เกรงว่าจักไม่ไหว ตอนนั้นคงมีแบบอื่นให้ดาษดื่นแล้ว แม่หญิงภัคเก็บไว้เถอะ ถือว่าสงเคราะห์จะได้ไม่ต้องไปตามหาฟะรังคีคนนั้นแล้วแลกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น” พระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติพยายามหว่านล้อมทุกอย่างให้หญิงสาวรับของกำนัลชิ้นนี้เอาไว้ให้จงได้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม 

       “ท่านผู้หญิงวิชาเยนทร์กล่าวว่าปกติฟะรังคีทั่วไปก็พบได้ไม่ยากแถววังหลวงมิใช่ฤๅเจ้าคะ?”  

       “แม่หญิงภัครู้จักกับท้าวทองกีบม้าด้วยอย่างนั้นฤๅแม่?” พระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติรีบเอ่ยตะล่อมเพื่อที่จะสืบให้ได้ว่าอักษราภัคเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ถ้ารู้จักท่านผู้หญิงแบบนี้นางจะต้องเป็นบุตรสาวของข้าราชการในวัง คหบดีหรือไม่ก็เป็นสาวในวังที่สังกัดใดสังกัดหนึ่งเป็นแน่ 

       “ท่านอาจารย์สอนทำขนมเจ้าค่ะ ไม่แต่ดิฉันแต่แม่หญิงคนอื่นก็รู้จัก” 

       “ฉันจักได้มีวาสนาได้ชิมฝีมือแม่หญิงภัคหรือไม่?” พระยาพิชิตพลไชยชาญเดชะชาติเกริ่นอ้อมๆ รอเวลาให้อักษราภัคเปิดปาก 

       “ถ้ามิรังเกียจกันดิฉันจักทำมาให้ถือเสียว่าเป็นของแทนคำขอบพระคุณที่ช่วยชีวิตเมื่อคราวนั้นดีไหมเจ้าคะ?” 

       “อย่างนั้นหรือ? ดีสิ ฉันขอขนมเสน่ห์จันทร์แล้วกันอยากกินเหลือเกิน แม่หญิงภัคช่วยสงเคราะห์แก่คนอดยากปากแห้งที”  

       “ตะ..แต่ว่า” อักษราภัคสบตาของพระยาหนุ่ม นี่นางคิดไปเองหรือเปล่าคำพูดที่พระยาท่านพูดออกมามิได้มีความหมายแฝงใดใช่ไหม หรือว่าเขาจักมิทราบว่าขนมเสน่ห์จันทร์เป็นขนมที่ไว้ใช้ในโอกาสวาระไหน? 

       “แต่กระไรฤๅแม่หญิงภัค หรือแม่จะปฏิเสธให้ฉันช้ำน้ำใจ”  

       “มิกล้าดอกเจ้าค่ะท่านพระยา แต่ทว่าขนมเสน่ห์จันทร์เป็นขนมสิริมงคลให้เป็นสินขวัญน้ำใจ เอ่อ...” อักษราภัคอึกอักไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า 

       “ฉันรู้ว่าขนมเสน่ห์จันทร์ให้คนรักคนหลง ใช้ประกอบพิธีมงคลสมรส และเป็นของขวัญแทนความรัก ฉันเองก็อยากให้คนมารักเช่นกัน”  

       “ท่านพระยา”  

 

“ดวงฤทัยของพี่หวนหาไออุ่นน้องยา 

ความรักฉายสุรีย์สว่างเรืองรองที่ดวงตา 

จิตอุราเฝ้ารอเจ้ายอดชู้น้ำผึ้งคนึงหา 

ขอให้ได้ลิ้มชิมรสแสนหวานของแก้วตา 

ใจขอภักดิ์รักแม่แก้วกัลยามิโรยรา 

สาบานต่อฟ้าจักต้องได้สุมาลย์มาคู่เคียง” 

สายไหม 

 

 

 

Copyright © All rights reserved. ห้ามคัดลอกดัดแปลงเนื้อหาในนิยายเรื่องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานและบ้านเลิฟ การ์เด้นนะคะ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 

อักษราภัค (Reincarnation) อีบุ๊กพร้อมให้ดาวน์โหลดที่เว็บเมพแล้วนะคะ ฝากอุดหนุนด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น