pienika

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักนะ...รู้ยัง ตอนที่ 32

ชื่อตอน : รักนะ...รู้ยัง ตอนที่ 32

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2559 03:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักนะ...รู้ยัง ตอนที่ 32
แบบอักษร

 

รักนะ...รู้ยัง ตอนที่ 32

 

แกร๊ก

เสียงประตูห้องดังขึ้นก่อนที่เซียจะเดินเข้ามา ร่างเล็กชะงักไปนิดเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของเป้ เป้ยิ้มรับแล้วเดินเข้าไปจับมือของคนที่เดินมาแล้วพามานั่งลงบนเตียง

“ขอโทษที่ไม่ได้ขอก่อน”เป้ว่าเพราะรู้ว่าเซียต้องไม่ชอบที่เขาไร้มารยาทแบบนี้แน่ เซียส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไรแล้วเอนตัวพิงไหล่แกร่ง

“อ่านแล้วใช่มั้ย”เป้พยักหน้าพร้อมกับกอดไหล่เล็กเอาไว้หลวมๆ เป้เห็นหมดแล้วว่าเซียดูเจ็บปวดแค่ไหนในวัยเด็ก พี่เซียโคตรต่างกับเขาเลย ตอนเด็กๆเขามีเพื่อนฝูงมากมาย แต่พี่เซียนั้น....ไม่มีใคร นอกจากเพื่อนที่นั่งเรียนใกล้กันถือว่าสนิทกันแต่ไม่เคยได้ไปเที่ยวด้วยกันสักครั้ง

“หนีไปอยู่กับผมมั้ย”เป้พูดติดตลก

“ฉันคิดเอาไว้แล้ว”เซียพูดทำให้เป้ขมวดคิ้วก่อนจะหันมามองร่างเล็ก เซียยิ้มมุมปากแล้วหันมาหาจิม

“จิมเราขอถามนายแค่ครั้งเดียวแล้วจะไม่พูดเรื่องนี้อีก”จิมขมวดคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีอะไร

“นายคิดยังไงกับรัน”จบคำถามจิมก็นิ่งไป เขารู้ว่าเซียรู้ และเซียดูเขาออกว่ารู้สึกยังไงที่ถามนี่คงเพราะอยากมั่นใจในสิ่งที่คิด จิมนิ่งไปเป้เหลือบมองร่างที่อยู่ข้างๆ

“รันเธอ...ไม่มีใครนายก็รู้ ฉัน....”จริงๆแล้วรันเองก็ไม่ได้ต่ากับเขานัก แค่รันมากมายไปด้วยเพื่อนฝูงแต่ทว่าก็ไร้ความสนิทใจ ไม่ต่างอะไรกับการอยู่คนเดียวเท่าไหร่นักหรอก

“นายแค่สงสารรันหรือว่านายรู้สึกอะไร อย่าโกหกตัวเองเลยนะ เพราะสิ่งที่เราจะทำมันอาจจะทำให้รันดูไม่ดี”เซียว่า จิมขมวดคิ้วหนักพร้อมกับมองเพื่อนแทบทะลุ

“เซียจะทำอะไร”

“เราคิดเรื่องนี้เอาไว้นานพอสมควรตั้งแต่วันที่เขาไปหาเราที่ห้องแล้วบอกให้เราแต่งงานกับรัน”เซียบอกเกริ่นก่อนจะพูดต่อ

“เราจะไม่เข้าพิธีแต่งงาน เราจะไปที่อื่น หนีไปจากเรื่องบ้าๆนี่ให้ไกล”

“เซียจะทิ้งให้รันอยู่แบบนั้นเหรอ”

“ใช่ เห็นแก่ตัวใช่มั้ย แต่เราคิดอะไรออกแล้วล่ะ เราถึงถามไงว่านายคิดยังไงกับรัน”

“นี่เซีย....”จิมอ้าปากค้าง เซียยิ้มมุมปาก

“จิมอยากให้รันเจ็บปวดเหรอ อยากให้คนอื่นเขาครหาว่ารันเป็นผู้หญิงที่ว่าที่สามีทิ้งก่อนที่จะได้แต่งงานกันเหรอ”เซียยิ้มเจ้าเล่ห์ในแบบที่เป้ถึงกับอ้าปากค้างไม่เคยเห็นด้านมืดของอีกฝ่าย จิมหัวเราะเบาๆพร้อมกับยกมือขึ้นกุมศีรษะ

“ปิศาจชัดๆเลย”จิมเอ่ยเบาๆ ซึ่งก็มีอีกคนที่อยู่ในห้องนี้เห็นด้วยเช่นกัน

“ถ้านายกล้ามากพอที่จะปกป้องและดูแลคนที่นายรักได้”

“เซียฉัน....”

“คิดว่ารันรู้สึกยังไงกับนาย นายดูไม่ออกเหรอ แววตาของเธอน่ะ”

“......”

“ภาพนอกเธอดูแข็งแกร่งไม่สนใจอะไร แต่ภายใน ความอ่อนแอของรันน่ะ จิม...นายเคยเห็นใช่มั้ย”เซียคุมโทนเสียงจนจิมรู้สึกกดดัน

“อยากเห็นรันร้องไห้ไปตลอดเหรอ”

“พอแล้วเซีย”จิมพูดขึ้นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองอย่างรวดเร็ว

“โอเค อยากให้เราทำอะไร”จิมว่า เซียยิ้มกว้างขึ้นก่อนจะพูดขึ้นแผนการที่ตนคิดเอาไว้ให้กับจิมและเป้ฟัง หลังจากที่ตกลงกันแล้วเซียก็ให้จิมไปอาบน้ำโดยที่ให้ใส่ชุดของเขาไปก่อน อาจจะคับไปบ้างแต่ก็ดีกว่าใส่เสื้อผ้าชุดเดิม ส่วนอีกตัวนั้นค่อยส่งให้แม่บ้านซักแห้งให้

“มองอะไร”เซียถามอีกคนที่นั่งเงียบอย่างผิดปกติและเอาแต่จ้องมองเขา

“พี่เซียโคตรน่ากลัว”เซียขมวดคิ้ว

“พี่เซียคิดแบบนั้นจริงๆเหรอที่ว่าจะทิ้งให้พี่รันรับกับเรื่องแบบนั้นคนเดียว”เซียพยักหน้าแล้วล้มตัวลงบนเตียงนุ่มของตน

“ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระ”เซียพูดพร้อมกับหลับตาลง เขาไขว่คว้าหาอิสระมาตั้งแต่เด็ก ไม่ชอบที่จะต้องถูกบังคับไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ชีวิตเขา เขามีสิทธิ์เลือกเองว่าต้องการไปทางไหน

สัมผัสนุ่มๆที่ทาบลงปิดที่ริมฝีปากทำให้เซียหยุดคิดทุกๆเรื่องแล้วเปิดปากรับสัมผัสอ่อนโยนนั่น ฝ่ามือหนาจับประคองใบหน้าเล็กแล้วสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวพันแรงๆเหมือนกับย้ำว่าเขาอยู่ตรงนี้ สักพักเป้ก็ค่อยๆถอนริมฝีปากออกมา เซียลืมตาขึ้นมองใบหน้าหล่อของคนที่เขารัก

“อ่ะแฮ่ม”เสียงกระแอมดังขึ้น ทั้งเป้และเซียหันไปมองจิมที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตที่ตัวใหญ่พอดีตัวซึ่งเป็นชุดที่เซียจำได้ว่าพี่สาวตนซื้อมาให้แล้วมันผิดไซต์ เสื้อผ้าของเขาในห้องนี้มีไม่ถึงสิบชุดด้วยซ้ำ หรืออาจจะแค่ห้าชุดเพราะเขาแทบไม่เคยกลับบ้าน นอกจากเวลาที่พี่ทรายกลับมาแล้วขอให้เขามาอยู่บ้าน และเสื้อพวกนี้พี่ทรายก็ซื้อให้เขาทั้งนั้น

เซียดันอกแกร่งที่คร่อมตัวเขาอยู่ให้ลุกออก รอยยิ้มล้อๆของจิมทำให้เขาเขิน เป้หัวเราะในลำคอก่อนจะลุกออกไปหยิบผ้าขนหนูและเสื้อที่เซียวางเอาไว้ให้

“อาบด้วยกันป่าว”เป้ว่าพอถูกเซียถลึงตาใส่ก็หัวเราะแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป จิมเดินยิ้มๆเข้ามานั่งข้างๆ

“อยากคุยกับรันมั้ย”เซียถาม

“รันถูกยึดโทรศัพท์”จิมตอบเสียงเรียบ

“เราถามว่าอยากคุยกับรันมั้ย”จิมมองร่างเล็กแล้วพยักหน้าช้าๆ เซียลุกเดินออกจากห้องไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ให้กับจิม

 

หลังจากที่จิมเดินไปที่ระเบียงห้องเพื่อคุยโทรศัพท์กับรัน เซียก็นั่งเอนหลังกับพนักของเตียงพลางครุ่นคิดเรื่องต่างๆ และมันจะทำให้เขาปวดหัว เขาไม่ชอบคิดเยอะ อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่ตอนนี้เขาทำอย่างที่เคยทำแบบนั้นไม่ได้ เขามีคนที่เขารัก มีเพื่อนที่เขารัก จะทำอะไรต้องคิดให้ดี เพราะผลกระทบนั้นถึงคนสำคัญของเขาแน่ๆ

“พี่เซีย”เสียงเรียกอย่างไม่สบอารมณ์ของเป้ดังขึ้นเรียกให้ร่างเล็กเงยหน้าหันไปมองทางห้องน้ำก่อนหลุดขำออกมาเมื่อเห็นร่างสูงของคนรักอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาซึ่งมันรัดแน่นจนเนื้อปริออกมา ท่อนล่างเป้พันผ้าขนหนูเอาไว้ ยิ่งเห็นว่าเซียยิ้มขำๆเขายิ่งหน้ามุ่ย

“ตลกเหรอวะพี่เซีย”

“ก็.....หึหึ....ใช่...อุ๊บ”เซียยกมือปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะ

“เซียเดี๋ยวเรา...”จิมพรวดเข้ามาในห้องนอนก่อนจะหัวเราะร่าเมื่อเห็นร่างสูงของเป้

“ฮ่าๆๆ....เรากลับนะเซีย”จิมพยายามอย่างมากที่จะกลั้นหัวเราะ เซียลุกจากเตียงแล้วเดินไปหาจิม

“เราไปส่ง”เซียว่าแล้วพาเดินออกมาจากห้อง ร่างเล็กยกมือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาตอนหัวเราะ จิมมองแล้วยิ้ม

“รักษาเป้เอาไว้ดีๆล่ะ มีไม่กี่คนหรอกที่ทำให้เซียหัวเราะแบบนี้ได้”ร่างสูงบอก เซียยิ้มมุมปากให้

“ทำไมไม่นอนนี่ก่อนล่ะ”ร่างเล็กถามขณะเดินลงบันได

“กลับบ้านดีกว่า เรามีงานต้องทำด้วยเพิ่งนึกขึ้นได้”เซียพยักหน้าก่อนจะเรียกคนงานในบ้านให้ไปเรียกคนรถ

“อีกอย่าง คนมีคนบางคนที่ไม่อยากให้เราอยู่เป็นก้างขวางคอ”จิมพูดก่อนจะหัวเราะ ทำเอาเซียยิ้มไปด้วย

“อ้อเสื้อนี่เดี๋ยวเราซักมาคืน”

“ไม่ต้องหรอก เอาไปเลยก็ได้”เซียบอกทันควัน พอดีกับที่คนขับรถวิ่งเข้ามาหาที่หน้าบ้าน

“ไปส่งเพื่อนฉันหน่อย จิมบอกทางน้าเขาเองละกัน”จิมพยักหน้ารับแล้วโบกมือ เซียยืนยิ้มจนกระทั่งจิมเดินขึ้นรถแล้ว ร่างเล็กจึงเดินกลับขึ้นไปบนห้อง พอถึงห้องก็เห็นว่าเป้ยืนกอดอกทำหน้ามุ่ยพิงผนังห้องอยู่ เซียเดินเข้าไปหาก่อนจะทาบมือสองข้างลงบนใบหน้าหล่อ

“ทำไม”

“แกล้งผมป่ะเนี่ย”

“เปล่า นายตัวใหญ่เองต่างหาก”เซียว่าก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เป้ใส่ออก

“รู้ว่ามันคับแล้วจะติดกระดุมทำไม”เซียยังพูดต่อโดยที่ไม่เห็นเลยว่าไอ้คนยืนเงียบๆมันหน้าหื่นแค่ไหน มือหนาโอบเอวเล็กเอาไว้หลวมๆโดยที่เซียไม่ทันได้รู้สึก

“แล้วกางเกงน่ะน่าจะใส่ได้นะ ทำไมไม่ใส่ อ๊ะ เป้!”เซียร้องเสียงหลงเมื่อถูกอุ้มพาดบ่า เป้เดินไปที่เตียงก่อนจะวางร่างเล็กลงแล้วกระโดดขึ้นคร่อม

“หมั่นเขี้ยวว่ะ อยากฟัด มายั่วกันแบบนี้ ทนไม่ไหวนะเว้ยพี่เซีย”เป้พูดพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาแล้วซุกเข้าที่ซอกคอ

“ดะ...เดี๋ยว....เดี๋ยวเป้ ใครยั่วอะไร นี่! อื้อ!”เสียงหวานถูกอีกฝ่ายดูดกลืนลงคอไปอย่างง่ายดายด้วยบทจูบร้อนๆจนร่างที่ดิ้นขัดขือเมื่อสักครู่อ่อนระทวย เสียงดูดปากดังเหมือนเป็นการปลุกเร้าอารมณ์ให้เจ้าของห้องร้อนพล่าน สองมือจิกทึ้งกลุ่มผมดำสนิทของร่างหนาที่คร่อมทับตน เป้ผละจากริมฝีปากช้ำที่ถูกเขาบดขยี้ไปเมื่อสักครู่แล้วพรมจูบลงมาตามคางเรียวมือ ข้างหนึ่งก็ลูบไล้ผิวเนียนใต้เสื้อบางๆของคนใต้ร่างอย่างแรง

“อื้อ!....”เซียร้องเบาๆพร้อมกับเอียงคอข้างที่ถูกคมเขี้ยวฝังลงมาแรงๆเมื่อสักครู่ขึ้นสูง เป้กัดคอขาวๆอย่างหมั่นเขี้ยว กลิ่นกายหอมอ่อนๆของพี่เซียทำให้เขาอยากจะใส่แรงที่มีลงร่างขาวๆที่ช้ำง่ายนี้ ให้ร่างกายนี้มีแต่รอยจากเขา

ปึ๊ก!

กระดุมที่ถูกติดอย่างเรียบร้อยบนเสื้อของเซียขาดอกจากกันและกระเด็นไปคนละทิศทางแต่ก็แน่นอนว่า...ไม่มีใครสนใจอะไรนอกจากความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ซี๊ด...”เซียครางเมื่อลิ้นชื้นๆกดลงที่ยอดอกเขาแรงๆก่อนจะครอบริมฝีปากแล้วดูดมันขึ้นมาอย่างกระกายและน่าอาย

“อะ...อา....”อกบางแอ่นขึ้นแล้วบิดตัว ความเสียวจากร่างหนาทำให้มีความสุข เป้ลากลิ้นไปทั่วแผ่นอกของเซียจนมันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย มือเล็กค่อยๆเลื่อนไปแตะสิ่งที่อยู่ใต้ผ้าขนหนูผืนนั้น และทันทีที่สัมผัสโดนส่วนที่แข็งขืนมือเล็กก็แกล้งกดแรงๆ

“ซี๊ด..อืม...พี่เซีย...โรคจิตเหรอ”เป้บ่นพึมพำข้างหูก่อนจะกัดเบาๆแล้วเลียจนขนลุกซู่

“อยากโดนหนักใช่มั้ยหืม...”เป้ว่าด้วยเสียงเจ้าเล่ห์ก่อนจะดึงกางเกงของเซียออก แล้วขยับไปคร่อมร่างเหมือนเดิม แล้วจูบลงบนกลีบปางบางอย่างทะนุถนอม

“อ๊ะ”เซียสะดุ้งเบาๆเมื่อแกนกายของเขาและของเป้ชนกันอย่างตั้งใจและร่างหนาก็ขยับตัวให้มันสีกันจนร่างเล็กนั้นร้อนวูบวาบ

“พี่เซียครับ....ทำให้หน่อยนะ นะ นะ”เป้พูดพร้อมกับขยับตัวร่างเล็กเกร็งและหอบหายใจแรงๆ พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่พูดอะไรมือหนาก็กอบกุมส่วนนั้นของเขาและของพี่เซียเข้าด้วยกันแล้วรูดขึ้นลงช้าๆ

“อะ....ฮื้อ....”

“ทำให้ผมหน่อย”

“อื้อ...ทะ....ทำ”เซียว่าเสียงสั่นก่อนจะยันตัวลุกขึ้น เป้เป็นฝ่ายเอนตัวราบไปกับเตียงและให้พี่เซียของเขาคร่อมตัว

“หันหน้าไปทางนั้นด้วย”เป้บอก เซียเลิกคิ้วพร้อมกับเอียงคอ ดวงตากลมมีน้ำใสๆเอ่อคลออยู่นิดๆ ทำให้เป้รู้สึกว่า...ตัวเองโดนยั่วแรง เซียกัดริมฝีปากก่อนจะขยับตัวไปตามที่เป้บอกทำให้ตอนนี้บั้นท้ายกลมกลึงนั้นอยู่ทางหัวของเป้

เซียมองแท่งร้อนที่ห่างกับหน้าตัวเอาไม่มาก ริมฝีปากเล็กอ้าออกก่อนจะก้มลงมาแล้วส่งลิ้นแตะลงที่ส่วนหัวก่อน รู้สึกได้ว่าเป้ขยับตัวเล็กน้อย พอลิ้นลงได้ริมฝีปากก็ค่อยๆครอบตามลงมา นี่...ครั้งที่สองแล้วมั้งที่เขาทำให้เป้ และมันยังตื่นเต้นเหมือนเดิม

“ซี๊ด....”เป้กัดปากเมื่อโพรงปากอุ่นๆค่อยๆกลืนแท่งร้อนของเขาช้าๆก่อนจะรูดขึ้น เซียเลียจากหัวลงมาที่โคนแล้วก็เลียขึ้น เขารู้ว่าทำแบบนี้แล้วเป้จะพอใจเอาซะมากๆ

“อ๊ะ”เซียกระตุกไปนิดๆเมื่อเป้จูบที่ต้นขาด้านในของตน แต่ก็กลับมาทำหน้าที่ของตนต่อ

“เก่งขึ้นนะเนี่ย”เป้อดไม่ได้ที่จะแซว ก่อนจะเลียต้นขาและเข้าไปใกล้ด้านในเรื่อยๆ มือหนาก็ลูบไล้บั้นท้ายกลมแล้วบีบเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยว

“อื้อ...”เซียครางในลำคอเมื่อเป้ทำการออรัลให้เขาด้วยเหมือนกัน เป้รูดรั้งแกนกายแข็งด้วยปากของเขาถี่ขึ้นจนเซียตัวสั่นและหอบช่องทางด้านหลังขมิบ มือหนาที่ลูบไล้อยู่แถวแผ่นท้องแถวบั้นท้ายก็ค่อยๆมาวนๆอยู่แถวช่องรักด้านหลัง ด้วยความที่ไม่มีเจลหล่อลื่นหรืออะไรเลย เป้จึงต้องใช้ของที่หาได้ใกล้ๆตัว

“อะ....อ๊า...ปะ...เป้...เดี๋ยวมัน”เซียขาสั่นตัวแอ่นและเชิดหน้าขึ้นเมื่อเป้ใช้มือรูดแกนกายของตนรัวๆจนรู้สึกเหมือนว่าใกล้จะเสร็จ เซียจิกผ้าปูที่นอนระบายความเสียว ร่างเล็กหอบหายใจระรัว เสียวจนเขาอยากจะร้องออกมาดังๆ แต่ด้วยความที่ห้องมันไม่เก็บเสียงเลยกลัวว่าจะมีใครเข้ามาเห็น

“พะ...พอ หยุดนะเป้เดี๋ยวมัน......อะ....อ๊า”ในที่สุดเซียก็ปล่อยออกมาจนเต็มมือหนาที่รองเอาไว้เซียยันมือลงกับเตียงอย่างเหนื่อยๆ เป้ใช้น้ำรักที่เพิ่งออกมาสดๆเป็นตัวหล่อลื่น ด้วยการป้ายลงที่ช่องรักด้านหลังของเซียแล้วสอดนิ้วเข้าไป

“อึ่ก!”เซียกัดริมฝีปาก เป้ขยับนิ้วเข้าออกอยู่ๆนานเพื่อให้ร่ายกายของคนรักได้ปรับตัว

“เป้...พอแล้ว...ไม่เอานิ้วแล้ว”เซียบอกเสียงแผ่วพร้อมกับเอี้ยวตัวมามองร่างหนา ดวงตากลมนั้นฉ่ำปรือด้วยน้ำตา และใบหน้าสวยก็มีเหงื่อเกาะพราว เป้ยิ้มแล้วดึงให้เซียลุกมานั่งทับเขาโดยที่หันหน้าเข้าหากัน แขนเรียวโอบรอบคอคนรักทีทัน เป้จูบซับเหงื่อที่ไหลออกมาท่วมร่างเล็กที่ไหล่ไล่มาไหปลาร้า

“อืม....”เซียครางพร้อมกับซุกหน้าเข้ากับอกกว้าง มือหนาลูบผิวกายเนียนลงมาที่บั้นท้ายแล้วยกตัวของเซียให้ยกขึ้น

“ค่อยๆกดตัวลงมานะพี่เซีย”เป้กระซิบบอกข้างหูเซียพยักหน้าแล้วค่อยๆขยับตัวลงมา ช่องรักของเขาขมิบตอดส่วนหัวของแกนกายเป้จนร่างหนาร้องซี๊ดออกมา

“ฮื้อ....”เซียร้องพร้อมกับผงะออกมามองเป้ตาเขียวเมื่อเป้กดให้เซียกระแทกตัวลงไปแรงๆ

“เจ็บป่าว”

“เจ็บสิ”เซียพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมา เป้หัวเราะเบาๆก่อนจะเช็ดน้ำตาออกให้

“งั้นนอนเฉยๆเดี๋ยวเซอร์วิสให้”เป้ว่าพร้อมกับดันให้เซียนอนราบไปกับเตียง เป้หยิบหมอนมามองไว้ที่ใต้หลังและสะโพกของเซีย ก่อนจะจับขาเรียวแยกออกจากกัน แล้วค่อยๆสาวตัวออก

“อ๊ะ....อือ.....อ๊ะห์....อ่ะห์...”เซียครางเมื่อเป้กระทั้นกายเข้ามาอย่างแรงเป้จับขาเรียวมาพาดบ่าแล้วกระแทกตัวเข้าออกจนเซียครางออกมาสุดเสียงสองมือจิกที่นอน

“เจ็บ....ฮื้อ....เป้....อ๊าห์....แรงไปแล้วนะ....”ร่างบางสั่นคลอนแรงจนน่ากลัว รู้สึกแสบและเจ็บที่ช่องหลังอย่างมาก เจ็บจนน้ำตาไหลอาบออกมาไม่หยุด

“ฮึ่ก....อ่ะ ฮื้อ....”เป้จับแกนกายเล็กที่ชั้งชันทำท่าจะปล่อยออกมาอีกรอบมารูดรั้งจนเซียสะบัดหน้าไปมาและส่งเสียงที่ฟังไม่รู้เรื่อง

“ซี๊ด...พี่เซีย....อ่าห์”

“อะอื้อ....ฉัน....เจ็บ....อื้อ....”เซียกัดริมฝีปากจนมันห้อช้ำ

“ใกล้แล้วพี่เซีย....ใกล้แล้วซี๊ด...พี่รัดแรงมาก....เสียวชิบหาย”เป้ว่าและไม่นานร่างสูงก็ปล่อยน้ำรักออกมา เซียหอบหายใจแล้วหลับตาลง เป้เอนตัวลงนอนข้างๆแล้วรั้งหัวของเซียมาจูบที่หน้าผากเบาๆ

“เจ็บมากมั้ย ผมแม่งยั้งไม่อยู่จริงๆอยากทำแรงกว่านี้ด้วย”เป้พูดยิ้มๆ

“ซาดิสม์”เซียว่าก่อนจะหลับตา เป้หัวเราะนิดๆแล้วพยุงร่างเล็กเข้าห้องน้ำเพื่อล้างตัวและปล่อยน้ำออกอีกหนึ่งรอบ จนเซียหลับพับไปเลย เป้ดึงผ้าปูที่นอนออกไปกองเอาไว้แล้วพาร่างเล็กที่อาบน้ำเรียบร้อยมานอนแล้วห่มผ้า แล้วจูบหน้าผกมนไปอีกหนึ่งทีก่อนจะมองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าตอนนี้เที่ยงคืน ตรงกับเวลาที่บางคนนัดเขาพอดี

 

เป้เดินออกมาจากห้องนอนของเซียก็พบว่ามีการ์ดสองคนยืนอยู่หน้าห้องเหมือนรอเขาอยู่ก่อนแล้ว ชายสองคนนั้นประกบหน้าหลังและเดินนำเพื่อให้เป้เดินตาม ชายสองคนนั้นพาเป้มาที่ห้องห้องหนึ่งซึ่งพอเปิดเข้าไปเป้ก็เห็นประมุขของบ้านนั่งโดยการวางศอกไว้กับที่วางแขนของเก้าอี้นิ้วทั้งห้าคู่แตะกันและมองมาที่ร่างสูงซึ่งการ์ดโค้งหัวนิดๆแล้วเดินออกจากห้องพร้อมกับปิดประตู

“นั่งสิ”

“ขอบคุณครับ”เป้ว่าแล้วนั่งลง

“ฉันจะไม่อ้อมค้อม ไปให้ไกลจากลูกชายฉัน”

“ไม่ครับ”เป้ตอบทันควันอย่างไม่ต้องคิด ทำเอาสารัฐคิ้วกระตุก เด็กผู้ชายตรงหน้าเหมือนไม่มีอะไร แต่จิตใจเข้มแข็ง แต่จะทนได้อีกแค่ไหนกัน

“ทำไม”

“เพราะผมรักพี่เซีย ผมจะไม่มีวันปล่อยให้พี่เซียต้องกลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนไม่มีความรู้สึกแบบนั้นหรอก”เป้พูดเสียบเรียบสายตาจ้องอยู่กับดวงตาของชายแสนสุขุมคนนี้

“หึ พูดอย่างกับว่าลูกชายฉันอยู่กับเธอแล้วมีความสุขนัก”

“ผมมั่นใจว่ามีความสุขกว่าอยู่กับคุณ”เป้ตอบมีเจืออารมณ์ สารัฐตาวาวโรจน์ก่อนจะเอื้อมมือไปด้านหลังแล้วหยิบวัตถุสีดำเงานั่นวางลงบนโต๊ะอย่างแรง เป้กลืนน้ำลายนิดๆ ไม่รู้ว่าพ่อของพี่เซียจะมาไม้ไหน

“เธอยังเด็กเก็บชีวิตไว้ทดแทนคุณพ่อแม่เถอะ ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียวออกไปจากชีวิตของเซียซะ”สารัฐกดเสียงต่ำบ่งบอกว่าความอดทนของเขามีไม่มาก

“ผมยังยืนยันคำเดิมครับ”

“หรือว่า....เธอต้องการสิ่งแลกเปลี่ยน”สารัฐเอื้อมมือไปหยิบสมุดเช็คมาโยนลงบนโต๊ะพร้อมกับปากกา

“ต้องการเท่าไหร่ก็เขียนมา”

“เพราะแบบนี้สินะพี่เซียถึงได้พยายามออกมาจากคุณ เพราะคุณเห็นค่าความรู้สึกเป็นค่าเงิน”

“....”ทั้งห้องเงียบดวงตาคมของผู้อาวุโสกว่าจับจ้องมองเด็กหนุ่มที่อาจหาญกล้าพูดกับเขาแบบนี้

“เพราะผลประโยนช์เท่านั้นเหรอครับ แล้วความสุขของพี่เซียล่ะครับ”

“ทุกอย่างที่ฉันทำก็เพื่อเซีย ฉันรักเซีย”เป้สังเกตเห็นความอ่อนไหวในดวงตาของชายที่แสนจะสุขุมผู้นี้แวบหนึ่งทว่าแค่แวบเดียวมันก็หายไป

“เหรอครับ ท่านรู้บ้างมั้ยว่าพี่เซียเขารู้สึกยังไง ท่านเคยเข้าใจบ้างมั้ยว่าพี่เซียกำลังคิดอะไรอยู่ ท่านรู้รึเปล่าว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร”สารัฐเงียบไป ใช่เขาไม่รู้ ไม่เคยรู้ หรืออาจจะไม่เคยใส่ใจเลยก็ได้ ทุกอย่างที่เขาทำน่ะมันเรียกว่ารักในแบบของเขา แต่รักในแบบของลูกเขาล่ะ?

“พี่เซียเขาดูเหมือนว่าจะเข้มแข็งนะครับ แต่มันก็แค่ดูเหมือน”

“ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าในอดีตท่านกับพี่เซียมีปัญหาอะไรกัน แต่พี่เซียเขาแคร์เรื่องนั้นมากน่าดูนะครับ”เป้ว่าเขาพยายามเลี่ยงที่จะพูดตรงๆเพราะจากที่ฟังมาก็น่าจะเดาออกว่าเกิดเรื่องบางอย่างกับแม่ของพี่เซีย

“เซียเข้าใจฉันผิด เธอจะไปรู้อะไร”สารัฐพูดด้วยเสียงโทนเดียวก่อนจะพูดต่อ

“ออกไปได้แล้ว”เป้เลิกคิ้วงงๆแล้วลุกจากเก้าอี้เดินออกไปนอกห้อง และลูกน้องคนสนิทของเขาก็เดินเข้ามาพร้อมกับซองสีน้ำตาล สารัฐหยิบมาดูอย่างใจเย็น ด้านในเป็นเอกสารและภาพถ่ายพร้อมกับUSB ทันทีที่เขาเห็นบุคคลในรูปที่แม้จะเห็นไม่เต็มหน้าเขาก็จำได้แม่น เขาว่ากันว่าการที่เราจะจำคนๆหนึ่งได้ชัดเจนนั้นเป็นเพราะเรามีความรู้สึกสองอย่างคือ รู้สึกดีด้วย และรู้สึกแย่

“ในที่สุดก็เป็นแก”สารัฐว่าเสียงนิ่งพร้อมกับจ้องภาพในนั้นราวกับจะให้มันทะลุ

 

 

ความคิดเห็น