facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 19 NC

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2563 00:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 NC
แบบอักษร

ปากดีนัก ต้องโดนจัดซะให้เข็ด 

บทที่ 19 

 

ในวันรุ่งขึ้นคิมหันต์พาทิวไม้และวศินไปที่บ้านของเขาตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อช่วยงานเลี้ยงเล็ก            ๆของพี่สาวที่จะเริ่มตั้งแต่ตอนสายของวัน โดยคะนิ้งให้น้องชายกับเพื่อนดูแลเรื่องเครื่องเสียง โปรเจ็คเตอร์สำหรับร้องเพลงคาราโอเกะ คะนิ้งทักทายทิวไม้กับวศินอย่างคุ้นเคยเพราะเคยเห็นกันบ่อยๆ เวลาไปหาคิมหันต์ที่มหาวิทยาลัย

“แล้วดิวล่ะคิม ไม่ได้ชวนให้มาด้วยกันเหรอ”

ถามถึงเพื่อนสนิทของคิมหันต์ที่แยกไปเรียนวิศวะ คิมหันต์หน้าเสียไปแวบหนึ่ง

“บอกมันแล้ว ถ้ามันอยากมาก็มาเองแหละ อย่าไปสนใจมันเลย”

คะนิ้งมองน้องชายหน้าตาเหรอหรา

“แล้วทำไมทำหน้าแบบนี้ งอนกับไอ้ดิวเหรอ เหมือนผัวเมียทะเลาะกันเลย”

ทิวไม้กับวศินที่ยืนอยู่ข้างๆพากันหัวเราะคิกคัก

“ใช่ครับพี่คะนิ้ง นี่ถ้าคนอื่นไม่รู้ว่าเป็นเพื่อนกันก็คงนึกว่าเป็นผัวเมียกันแหละ”

“ไอ้บัฟ พูดมากจริงโว้ย เงียบเลยมึง มานี่ ช่วยกันต่อไฟเครื่องเสียง”

งานเลี้ยงวันเกิดควบกับเลี้ยงฉลองที่ผลงานนิยายได้เซ็นสัญญาสร้างเป็นซีรีส์จัดขึ้นที่บริเวณหน้าบ้านของคิมหันต์ พ่อของสองพี่น้องเช่าเต็นท์มาตั้งให้ลูกสาวจัดงาน มุมหนึ่งยกพื้นขึ้นสูงเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นเวทีมีแบ็คดรอปตั้งอยู่เป็นฉากหลัง พอถึงช่วงสายเพื่อนๆของคะนิ้งรวมถึงเพื่อนในวงการนักเขียนก็เริ่มทยอยมาถึง

“พี่ใภ้ พี่ใภ้”

เสียงคุ้นหูทำให้ทิวไม้หันไปมอง เขาแปลกใจเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงคือธมลวรรณน้องสาวของธนดลมาที่นี่ด้วย

“อ้าวโบว์ มางานนี้ด้วยเหรอ”

เด็กสาวยิ้มหน้าบานพลางเกาะแขนทิวไม้อย่างสนิทสนม

“ใช่สิ โบว์กับพี่คะนิ้งรู้จักกันเพราะเราแต่งนิยายวายเหมือนกันไง แล้วพี่ทิวล่ะมาได้ไง”

“พี่มากับไอ้สมเสร็จไง จำเพื่อนพี่ได้ไหม มันเป็นน้องชายพี่คะนิ้ง”

บทสนทนาถูกขัดจังหวะจากเสียงของเด็กสาวรุ่นเดียวกับธมลวรรณที่วิ่งมากอดกันด้วยความตื่นเต้น ตอนนั้นเองวศินที่กำลังช่วยคะนิ้งเปิดเพลงจากเครื่องเล่นเงยหน้าขึ้นมอง

“อ้าว ไอ้นึง มาได้ไงวะ”

เด็กสาวที่กอดกันกลมกับธมลวรรณคือนิดนึงน้องสาวของเขานั่นเอง

“มาได้สิพี่หน่อย ก็นึงเป็นแฟนคลับนัมเบอร์วันของพี่คะนิ้งไง นี่ขอตังค์แม่อุดหนุนผลงานของพี่คะนิ้งตั้งแต่เรื่องแรกๆเลยนะ แล้วนึงชอบทักแชทมาคุยกับพี่คะนิ้งจนสนิทกัน ส่วนโบว์ก็รู้จักเพราะเราเป็นอากาเซ่เหมือนกัน เคยเจอกันบ่อยตอนเมมเบอร์มาไทย ถึงแม้เราจะลงเรือคนละลำก็เหอะ”

“เรือคนละลำคืออะไร”

ทิวไม้ถามงงๆ กับประโยคที่ฟังแล้วไม่ได้เข้ากับเรื่องที่คุยเลย หรือว่าพวกสาวๆจะไปพายเรือเล่นกัน  ธมลวรรณจึงอธิบายง่ายๆ ให้คนรักของพี่ชายเข้าใจ

“ก็ชิปกันคนละคู่ไง โบว์ชิปมาร์คแบม ส่วนนิดนึงชิปคู่เจบีจินยองใช่ไหมถ้าโบว์จำไม่ผิด”

“อ้าว โบว์กับนิดนึงมากันแล้วเหรอ”

คะนิ้งเดินมาทักทายสองสาว คิมหันต์ที่กำลังพิมพ์ข้อความจากโน้ตบุ๊คฉายผ่านโปรเจ็คเตอร์ไปยังแบ็คดร็อปตะโกนถามมา

“พี่คะนิ้ง ไอ้นิยายพี่ที่จะสร้างซีรีส์ชื่อเรื่องว่าอะไรนะ”

“ปากดีนัก ต้องโดนจัดซะให้เข็ด”

“ฮะ ใครปากดีล่ะพี่ เดี๋ยวน้องชายสุดหล่อจะไปจัดให้”

“ไม่ใช่โว้ยไอ้คิม ฉันบอกชื่อเรื่องนิยายฉันไง ชื่อว่าปากดีนัก ต้องโดนจัดซะให้เข็ด”

คิมหันต์อ้าปากค้างก่อนจะหัวเราะออกมา

“ชื่อนิยายเหรอวะเนี่ย พี่สาวกูเอาอะไรมาคิดวะ”

คะนิ้งพูดคุยกับธมลวรรณและนิดนึงอีกครู่หนึ่งจึงเดินไปทักทายเพื่อนคนอื่นต่อ เพื่อนของคะนิ้งขึ้นบนเวทีเป็นพิธีกรเชิญเพื่อนคนอื่นมาร้องเพลง คิมหันต์รับหน้าที่ผู้ควบคุมเสียงโดยมีทิวไม้กับวศินเป็นผู้ช่วย งานเลี้ยงดำเนินไปได้ครู่หนึ่งก็มีชายหนุ่มเดินเข้ามาเป็นจุดเด่นตั้งแต่รั้วหน้าบ้าน คะนิ้งรีบกวักมือเรียกเขาอย่างสนิทสนม

“ดิว มาแล้วเหรอ เข้ามาเลย”

ดิฐาเดินตรงเข้ามาหาคะนิ้งก่อนจะส่งกล่องของขวัญให้พี่สาวเพื่อนพร้อมกับรอยยิ้มบาดใจจนสาวๆ ที่มาในงานต่างมองกันเป็นตาเดียว

“ยินดีด้วยนะพี่คะนิ้ง ละครของพี่มีพระเอกหรือยัง ถ้าไม่มีติดต่อผมได้นะ”

คะนิ้งหัวเราะชอบใจ

“เออ ได้ ถ้าเขาขาดเอ็กตราจะแนะนำแกให้”

“โห พี่ ระดับผมแล้วมันต้องพระเอกสิ ให้เป็นตัวประกอบไม่เอานะ”

สายตาของดิฐาขณะสนทนากับคะนิ้งมองกวาดไปรอบๆ บอกไม่ถูกว่าทำหัวใจถึงเต้นไม่ตรงจังหวะนัก

“ไอ้คิมล่ะพี่ มันอยู่ตรงไหน”

พี่สาวเพื่อนหรี่ตามอง ดิฐาดูลุกลี้ลุกลนแถมสายตายังดูวิตกกังวลไม่น้อยเมื่อเอ่ยถึงน้องชาย

“อยู่ข้างเวทีโน่น แต่เดี๋ยวนะ นี่แกกับไอ้คิมเป็นอะไรกันวะ สีหน้าแปลกๆกันทั้งคู่ ทะเลาะกันแน่เลย ใช่ไหม”

ดิฐาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนพยักหน้ารับ

“ไม่เข้าใจกันนิดหน่อยน่ะ ไอ้คิมมันเลยไม่ยอมคุยกับผม”

“เออๆ แกก็ไปง้อกันดีๆ ก็แล้วกัน ยังไงก็เพื่อนกันมานานไอ้คิมมันไม่โกรธนานหรอก พี่ไปหาเพื่อนก่อนนะ ตามสบายนะดิว”

คะนิ้งตบบ่าดิฐาให้กำลังใจ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังเวที เขาเห็นคิมหันต์นั่งอยู่กับทิวไม้และวศินตรงโต๊ะด้านข้าง

“คิม ไอ้คิม”

คิมหันต์ทำทีเป็นเหลือบตามองทั้งที่ใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆ เมื่อเห็นดิฐามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ทิวไม้กับวศินเห็นดังนั้นก็ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มเพื่อไม่ให้ดิฐามองเห็น

“อ้าว มาด้วยหรือมึง ตามสบายนะ”

พูดจบก็ก้มหน้าไปมองหน้าจอโน้ตบุ๊คต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดิฐาเห็นดังนั้นอารมณ์ของเขาจึงเริ่มเดือดปุดๆ

“มึงจะหลบหน้ากูทำไม ไอ้เหี้ยนี่ คุยกันแม่งยังไม่รู้เรื่องเสือกทำเมินกูอีก”

คิมหันต์ถอนหายใจ เขาลุกขึ้นยืนพลางหันไปหาวศิน

“ไอ้บัฟ มึงมาเลือกเปิดเพลงแทนที”

พูดจบก็เดินอ้อมโต๊ะมาเผชิญหน้ากับดิฐา คิมหันต์สบตากับคนที่เขาแอบรักมาหลายปีโดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้

“กูว่าเราก็คุยกันจบแล้วนะ มึงยังเหลืออะไรต้องพูดอีกล่ะ”

“ไม่จบ” ดิฐาดึงแขนคิมหันต์ไว้ “มึงจะมาทำตัวห่างเหินกับกูแบบนี้ไม่ได้ กูไม่ชอบและก็ไม่ชินด้วย คิม เรารู้จักกันตั้งแต่ม.ต้น พอม.ปลายเราก็เป็นมากกว่าเพื่อนกันอีก มึงเป็นคนที่รู้ใจกูมากที่สุดกูจะไม่ยอมเสียมึงไป กูคิดได้แล้ว กูรู้ใจตัวเองแล้ว”

หัวใจของคิมหันต์เต้นโครมครามแข่งกับเสียงเพลงที่เปิดดังลั่น ท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่เริ่มกลายเป็นที่สนใจของแขกในงานเลี้ยงที่มีสาววายเต็มไปหมด หลายคนหันไปซุบซิบและแอบมองโดยที่เป้าสายตาไม่รู้ตัว

“มึงหมายความว่ายังไง”

คิมหันต์ข่มความตื่นเต้นแกล้งถามเสียงแข็ง ดิฐามองหน้าเขาพร้อมกับตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงเพลงที่ดังขึ้นกว่าปกติ

“คิม กูรักมึง เป็นแฟนกับกูนะ”

เสียงของดิฐาดังลั่นท่ามกลางความเงียบกะทันหันของเสียงเพลงที่หยุดลง วศินที่คุมเพลงอยู่ยักไหล่เบาๆ

“โทษทีว่ะ มือไปคลิกปุ่มหยุดเพลงพอดี กูไม่ได้ตั้งใจนะโว้ย”

ทันใดนั้นเสียงกรี๊ดของสาววายทั่วทั้งงานก็ดังขึ้นพร้อมกันเมื่อทุกคนได้ยินประโยคบอกรักของดิฐากลางงานเลี้ยง

 

 

 

              ดิฐาและคิมหันต์นั่งเงียบกันอยู่ในห้องของคิมหันต์บนชั้นสองของตัวบ้านในขณะที่งานเลี้ยงก็ยังดำเนินต่อไป คิมหันต์หน้าแดงเมื่อนึกถึงไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ที่เขายืนอึ้งเพราะถูกดิฐาบอกรัก คะนิ้งเจ้าภาพของงานเป็นตัวแทนสาววายวิ่งตรงเข้ามาหาพลางถามเสียงละล่ำละลัก

“คิม ไอ้คิม เกิดอะไรขึ้น แกกับดิวรักกันเหรอ หมายถึงเป็นแฟนกันอะนะ ใช่ไหม ทำไมไม่บอกพี่”

คะนิ้งทำท่าเหมือนโมโหตัวเองที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าข้อมูลในการแต่งนิยายอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้ คิมหันต์เขินจัดเมื่อเขากลายเป็นจุดสนใจของคนที่มาร่วมงานจนต้องดึงแขนดิฐาเดินหนีมาที่ห้องของเขา ดิฐาเหลือบตามองอีกฝ่ายก่อนดึงมือของคิมหันต์มากุมไว้

“กูขอโทษ หายโกรธกูหรือยัง หายเถอะนะ เราจะได้มาเป็นแฟนกัน”

“แล้วสาวคณะบัญชีของมึงล่ะ”

“ไม่เอาแล้ว เอามึงคนเดียว คิม มึงเลิกงอนกูเหอะ กราบตีนก็ได้”

ดิฐาขยับเข้ามาใกล้ เขาดึงคิมหันต์มากอดไว้

“คนทั้งงานของพี่คะนิ้งเขาก็รู้กันหมดแล้วว่าเราเป็นแฟนกัน กูมีสักขีพยานเยอะนะ”

“กูยังไม่ได้ตอบตกลงสักหน่อย”

คิมหันต์ก้มหน้าตอบโต้เสียงอุบอิบ ดิฐาทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นตัวเล็กตัวน้อยไปเลย

“ก็ตอบสักทีสิวะ กูก็รอมึงพูดอยู่เนี่ย อยากจูบมึงจะตายห่าอยู่แล้ว”

“เออ”

“อะไรนะ”

“สัสดิว อย่าลีลา”

ดิฐาหัวเราะหน้าชื่นตาบาน เขาสบตากับคิมหันต์ที่เลิกเล่นตัวแล้วกดจูบลงไปบนริมฝีปากที่แสนคุ้นชิน แต่ทว่าวันนี้รสชาติหวานกว่าทุกครั้ง คิมหันต์เองก็คล้องแขนโน้มคอเขาเข้าหาพลางจูบตอบ ดิฐาผลักคิมหันต์ให้ล้มตัวลงไปบนเตียง ทั้งคู่ผลัดกันถอดเสื้อของอีกฝ่ายก่อนจะแนบกายกอดเกี่ยวกันแน่น

“ถอดกางเกงนะ”

ดิฐากระซิบ เขาซุกหน้ากับแผ่นอกสีเนื้อของคิมหันต์แล้วเม้มปากลงไป ต่างคนต่างถอดกางเกงออกจนเหลือแต่ร่างกายเปล่าเปลือย

“ดิว” คิมหันต์ยั้งอีกฝ่ายไว้พลางยิ้มเจ้าเล่ห์ “วันนี้เราเป็นแฟนกันแล้ว กูขออะไรๆที่พิเศษกว่าทุกครั้งได้ไหม กูอยากลองหกเก้ากับมึงมานานแล้ว แต่กูไม่กล้าบอกมึง”

ดิฐาตาลุกวาบก่อนจะหัวเราะออกมา

“ได้สิคร้าบคุณแฟน วันพิเศษทั้งทีจะขัดใจได้ไง งั้นเรามาลองกันนะ”

เพราะดิฐาอยู่ด้านบนเขาจึงเป็นฝ่ายขยับกายหันหัวไปทางปลายเตียง ตอนนี้ตรงหน้าของเขาคือลำกล้องแนวตรงที่เขาแอบปลื้มและอยากมีบ้าง ส่วนลำกล้องของเขานั้นก็ตรงอยู่กับใบหน้าของคิมหันต์พอดี

“เริ่มกันเถอะ”

ดิฐาเปิดปากใช้ลิ้นตวัดที่ปลายยอดเพิ่มความชุ่มฉ่ำก่อนจะลากลิ้นลงมาจนสุดโคนแล้วลากกลับวนไปวนมา เขาเสียววูบเมื่อรับรู้ว่าคิมหันต์เองกำลังใช้ลิ้นอยู่กับความเป็นชายของเขาเช่นกัน นิ้วมือของคิมหันต์ประคองกอบกุมขณะใช้ริมฝีปากเม้มส่วนหัวก่อนจะลากกลืนเข้าไปจนสุดลำคอ

“หูย คิม เสียวหัว”

ส่งเสียงออกมาเบาๆ เมื่อถูกปากที่ครอบอยู่โยกรั้งขึ้นลง ดิฐาไม่ยอมแพ้เขาเองก็ก้มหน้าให้ท่อนตรงนั้นผลุบหายเข้าไปในช่องปาก เอวของคิมหันต์เด้งเข้าหาทันที

“ซี้ด ดีว่ะดิว”

ดิฐากดเอวเข้าใส่ปากของคิมหันต์บ้าง ทั้งคู่ปลุกเร้ากันด้วยปากให้อีกฝ่ายจนสะโพกต้องโยกใส่กันเป็นจังหวะ ท่อนลำตึงตัวเปียกชื้นต่างก็พ่นพิษออกมาคำรบแรกในปากของอีกฝ่าย จึงค่อยคืนอิสระต่อกัน

“ดิว กูอยากเอามึง แต่กูไม่มีถุง”

คิมหันต์มองตาเชื่อม ดิฐาผลักหัวพลางหัวเราะออกมา

“กูตลอด ลงทุนบ้างมึงอะ ดีนะกูพกมาเพราะกะจะหาโอกาสเอามึง”

ดิฐาคว้ากระเป๋าเป้ที่วางอยู่ไม่ไกลมือมาควานหาซองถุงยางอนามัยออกมาพร้อมหลอดเจลหล่อลื่น

“เอ้า เอาไป”

“ใส่ให้กูหน่อย นะดิวนะ”

“โอ๊ย พอเป็นแฟนแล้วใช้กูจัง เอาจู๋มึงมานี่”

ดิฐาบ่นแต่ก็ยอมทำให้ คิมหันต์ยิ้มแก้มแทบแตกเมื่อดิฐายอมตามใจ เขากอดดิฐาอย่างที่อยากทำมาตลอด ไล่จูบไปตามเนื้อตัว ต้นขาของดิฐาถูกคิมหันต์ดันให้ยกสูงเพื่อที่เขาจะได้สอดกายเข้าไป

“แน่นฉิบหาย กูขอแบบมันๆตามจังหวะเพลงที่ไอ้บัฟเปิดเลยนะ”

เสียงเพลงจากงานเลี้ยงดังเข้ามาให้ได้ยินถึงในห้อง คิมหันต์โยกเอวใส่จนดิฐาครางฮือ

“อื้อหือ ไอ้คิม เอวดีชะมัดวันนี้”

คิมหันต์เด้งเอวจนหน้ามืดเมื่อถึงเส้นชัย เขาทิ้งตัวหอบอยู่กับลำตัวของดิฐาที่กระหยิ่มยิ้มย่อง

“ตากูบ้าง ไอ้เหี้ยคิม ตูดกูเกือบแหก”

ดิฐาลุกขึ้นมาทรงตัวด้วยเข่า จัดการสวมเครื่องป้องกันให้เจ้าลูกชายเรียบร้อยเขาก็ดึงแขนคิมหันต์ให้ลุกขึ้นมาทำท่าเดียวกันโดยที่ดิฐาประกบด้านหลัง มือร้อนแหวกบั้นท้ายของคิมหันต์ออกเพื่อที่จะดันเอวเข้าไปในช่องทางลับ

“จูบกันหน่อยนะคิม”

คิมหันต์เหลียวหน้ากลับมาเพื่อให้ดิฐาจูบเขาได้ ลิ้นหยุ่นตวัดแลกกันพัลวันไปพร้อมกับเอวที่เคลื่อนไหวทั้งลึกและแรง คิมหันต์ต้องใช้มือเกาะเกี่ยวสะโพกของดิฐาไว้เป็นหลักยึด เขากัดฟันนิ่วหน้าไปกับจังหวะที่ดิฐากระแทกใส่

“ซี้ด ดิว ซ้ายหน่อย ดี ตรงนั้นเลย”

ดิฐาย้ำจุดกระสันให้ ได้ยินเสียงหอบกระเส่าของคิมหันต์แข่งกับเสียงเพลง ท้องน้อยของเขาเริ่มปั่นป่วนเมื่อใกล้ถึงสวรรค์อยู่รอมร่อ ดิฐากลั้นใจออกแรงเต็มที่ ก่อนที่เขาจะผลักร่างของคิมหันต์ให้ล้มลงไปบนเตียงโดยมีเขาตามไปนอนกอดกันไว้เมื่อต่างก็มีความสุขกันแล้ว

“คิม กูรักมึงจริงๆนะ กูไม่ได้สับสน”

ดิฐากระซิบบอกรัก คิมหันต์จึงยิ้มรับ

“เออ กูรู้แล้ว”

“มึงล่ะ รักกูปะ”

“กูรักมึงมาก่อนก็แล้วกัน”

“จูบกันอีกทีนะคิม พอเป็นแฟนกันแล้วจูบกันแม่งฟินกว่าเดิมอีกว่ะ”

“ไอ้เหี้ยนี่ กูยังเหนื่อย อุ๊บ”

สุดท้ายคิมหันต์ก็ต้องยอมให้ดิฐาจูบ ทั้งคู่จูบกันโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกฟากฝั่งของผนังห้องที่เป็นห้องนอนของคะนิ้งจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่เช่นกัน

“เขาหยุดกันแล้วเหรอพี่คะนิ้ง” เสียงธมลวรรณกระซิบถาม

“น่าจะหยุดแล้วนะ เสียงเงียบไปแล้ว ได้ยินแต่เสียงเพลง” คะนิ้งกระซิบตอบ

“เพลงก็เปิดดังจังโว้ย ไอ้พี่หน่อยบ้า ดูสิ ไม่ได้ยินเสียงอะไรดีๆเลย” เสียงนิดนึงบ่นพี่ชาย

ร่างหญิงสาวทั้งสามที่ใช้หูแนบกับผนังปูนหันมามองหน้ากันก่อนจะทรุดตัวลงนั่งแววตาเป็นประกาย

“น้องโบว์ เลือดกำเดาไหลแล้ว”

คะนิ้งหัวเราะพลางส่งผ้าเช็ดหน้าให้ ธมลวรรณรับมาซับเลือดที่จมูก

“ไม่เป็นไรพี่ เรื่องประจำของโบว์เวลาเจออะไรฟินๆ”

“ไม่นึกว่าจะมาเจอของดีที่บ้านพี่คะนิ้ง คุ้มค่ากับการอ้อนแม่เข้าเมืองหลวงวันนี้ กลับไปนึงคงฟินไปอีกนาน ฮิฮิ”

คะนิ้งกุมมือรุ่นน้องทั้งสอง

“เรากลับไปในงานเถอะ ก่อนที่คนอื่นจะสงสัยพวกเราที่หายไป เฮ้อ เดี๋ยวพี่จะไปเสนอทีมสร้างซีรีส์ให้ไอ้สองคนนี้ไปแคส เผื่อว่าไอ้คิมกับดิวมันจะมีวาสนาได้เล่นเป็นพระเอกนายเอก”

คะนิ้งยิ้มกับความคิดของตนเองก่อนจะดึงมือธมลวรรณและนิดนึงให้กลับไปที่งานเลี้ยงและปล่อยให้คิมหันต์กับดิฐาได้แสดงความรักกันอยู่ในห้องต่อไปเพียงลำพัง

TBC 

ในที่สุด ก็ลงเอยกันครบสามคู่แล้วจ้า ^_^ บทหน้าจบแล้วน้า 

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ  

ความคิดเห็น