Fey Fahrenheit

โปรดรอติดตาม นิยายเรื่องต่อไปได้ในเร็วๆนี้ค่ะ^^

บทที่ 5 ห่วงใย

ชื่อตอน : บทที่ 5 ห่วงใย

คำค้น : แฟนตาซี เจ้าชาย วาย ซึนเดเระ หมาป่า ตลกดราม่า BL นิยายBLแฟนตาซี ผจญภัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2561 12:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ห่วงใย
แบบอักษร

บทที่ 5

ห่วงใย



เมื่อแสงแดดยามสายสาดส่อง อุณหภูมิที่เย็นชื้นก็เริ่มอบอุ่นขึ้น เหล่านกกาต่างส่งเสียงร้องเพลงเจื้อยแจ้วอย่าเริงร่าต้อนรับวันใหม่ที่สดใส เสียงเพลงจิ๊บจิ๊บของนกน้อยทั้งหลายราวกับพยายามจะปลุกให้สองชีวิตในกระโจมตื่นจากการหลับใหล

ชายผมเทาร่างสูงในชุดเสื้อโค๊ทสีดำรับหน้าที่พ่อครัวยามเช้า และกำลังจัดเตรียมชาคู่กับของว่างที่หวังว่าเจ้านายทั้งสองของเขาจะตื่นมาทันเวลาอาหารเช้า ก่อนที่เขาจะต้องได้เตรียมอาหารเพิ่มเป็นเมนูอาหารกลางวันเสียก่อน

“ข้าว่าเจ้าเปลี่ยนเป็นชาถ้วยใหญ่ให้ข้าจะดีกว่านะ” เสียงทุ้มทรงอำนาจรับสั่งจากเบื้องหลังลูกน้องที่กำลังจะทำการแบ่งพายที่ใช้เป็นของว่างอย่างประณีต

“ทำไมล่ะครับ ท่านไม่ได้จิบชานั่งชมวิวสบายๆ มา นะ นาน....” ฟรอยแทบจะหุบปากไม่ทันและตกใจไม่น้อย เมื่อหันไปพบเจ้าชายของเขากลับไปเป็นร่างหมาป่าสีดำอีกครั้ง

“ไม่ต้องตกใจ การเปลี่ยนร่างคืนเป็นเรื่องที่ข้าคิดไว้แล้ว ต้องรอให้ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยเสียก่อน พลังข้าถึงจะกลับคืนมาได้อย่างสมบูรณ์ และการที่ข้าอยู่ในร่างนี้ฟาเรนก็น่าจะชอบใจกว่า” เรดิอาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางมองหาอาหารรองท้อง

เมื่อสำรวจดูด้วยตาแล้วว่าไม่มีอะไรที่เขาจะสามารถทานได้ในร่างนี้ เรดิอาถึงย้ายตนไปนั้งรอให้พ่อครับประจำกายจัดหาอาหารมาให้เขาใหม่

“รอสักครู่นะครับบอส” ฟรอยหูตั้งหางตั้งรีบไปจัดแจงอาหารให้แก่เจ้านายของเขาทันที

ฟรอยอดที่จะชำเลืองมองการเปลี่ยนแปลงของเจ้าชายเรดิอาไม่ได้ จะให้เรียกว่าใจเย็นลงก็คงไม่ผิดนัก แต่หากจะให้บอกว่าใจดีขึ้นก็คงใจดีเพียงกับท่านฟาเรนเท่านั้น ไม่แน่ว่าชายนักดาบผู้นี้อาจจะเป็นคนที่มาสั่นคลอนหัวใจของเจ้าชายปีศาจตนนี้ก็เป็นได้

“หาวว....ฟรอย เช้านี้มีอะไรกินเหรอ กลิ่นหอมลอยมาเลย” หนุ่มผมแดงหัวฟูกระเซิงเดินงัวเงียออกมาทำลายบรรยาศเงียบสงบ ถึงแม้จะตื่นสายโด่แต่ฟาเรนก็ไม่ลืมที่จะทานมื้อเช้า เพราะเขานั้นจำต้องรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารก็ต้องครบสามมื้อ ไม่อย่างนั้นจะเอาพลังงานที่ไหนไปต่อสู้กับบทเรียนโหดๆ

“ผมกำลังย่างไก่งวงให้บอสครับ”

“เห เรไม่ทานหนักไปหน่อยเหรอสำหรับตอนเช้า  เอ๊ะ อ้าว...ไหงนายกลับไปเป็นหมาได้ล่ะเนี่ย” ฟาเรนมองไปยังเจ้าหมาบ้าที่นอนข้างเขาทั้งคืน พลางทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ว่าที่อีกฝ่ายกลับร่างเดิมนั่นเพราะอะไร

“เจ้าไม่ชอบร่างนี้อย่างนั้นหรือ ถ้าเป็นอย่างนั้นเจ้าก็ยอมให้ข้าดูดพลังจากเจ้าอีกสักรอบเพื่อเปลี่ยนไปเป็นร่างที่เจ้าชอบดีไหม” เรดิอาตอบกลับเจ้าคนปากแข็ง ทั้งที่เมื่อคืนยังนอนซุกเขาราวกับจะออดอ้อน แต่พอเช้ามาทำตัวไปน่ารักเอาเสียเลย

‘ตอนหลับยังน่ารักเสียกว่า’

เรดิอาแสยะยิ้มใส่คนผมแดงที่ตอนนี้กำลังสำลักน้ำชาที่ดื่มเข้าไป อีกทั้งยังมิวายส่งสายตาค้อนๆ มาให้เขา และเมื่อโดนจับได้ไล่ทัน ฟาเรนก็เบี่ยงหนีลุกออกไปทันที

“นั้นเจ้าจะไปไหน” เรดิอารีบกระโจนตามคนขี้งอนที่กำลังหลบหน้าเขา

“ฉันจะไปฉี่จะตามมาไหม ห๊ะ?”

“ถ้าข้าจะตามไปด้วยล่ะ” เรดิอายิ้มกริ่ม

“ไอ้หมาโรคจิตอยู่ห่างๆ ฉันเลยนะ!”

เมื่อฟาเรนโดนยั่วอารมณ์จนทนไม่ไหว ก็เรียกดาบคู่ใจออกมาตวัดฉับ ขีดเป็นเส้นแนวบนพื้นให้เจ้าชายหมาหื่นรู้ว่าเป็นเส้นเขตแบ่งพื้นที่ที่ห้ามไม่ให้อีกฝ่ายข้ามมา

หลังจากทำเขตปลอดภัยให้ตัวเอง ฟาเรนก็เริ่มมองหาสถานที่ที่เขาจะปลดทุกข์ เมื่อได้ที่เหมาะเจาะก็เริ่มทำภารกิจปลดปล่อยของเสีย และในขณะที่สมองกำลังผ่อนคลาย จู่ๆ ก็ดันคิดถึงเรื่องราวน่าอับอายที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ฟาเรนยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ทั้งอับอายและเกลียดตัวเองที่เหมือนจะไม่ได้รู้สึกแย่อะไรกับจูบในตอนนั้น

‘น่าจะตัดๆ ไอ้นั่นทิ้งไปซะ’

ฟาเรนได้แต่คิดเสียดายที่ไม่ได้ทำการตัดตอนทำหมันให้เรดิอา ถ้าไม่ติดสัญญาที่เขาถูกหลอกให้ตกหลุมพรางล่ะก็ ป่านนี้เรดิอาได้กลายเป็นหมันถาวรไปแล้ว

พอคิดถึงเรื่องนั้นก็อดที่จะนึกถึงร่างกายกำยำสมสวนที่ดูดีเสียจนเผลอมองไปหลายรอบ ปฏิดสธไม่ได้เลยว่าเรดิอาในร่างนั้นรูปงามสมกับเป็นเจ้าชายจริงๆ

‘แล้วทำไมเขาต้องเขินกับร่างเปลือยผู้ชายด้วยเล่า เรดิอาเพราะนายคนเดียว!’

แค่เพียงคิดใบหน้าของเขาก็ร้อนผ่าว หรือเป็นเพราะฟรอยแอบใส่ยาอะไรสักอย่างในอาหารที่เขาทาน ร่างกายและสมองของเราจึงเริ่มเพี้ยนและแปลกไปได้ขนาดนี้

หลังจากเสร็จภารกิจหลังพุ่มไม้ ฟาเรนก็ต้องเตรียมตัวไปฝึกฝนพื้นฐานเวทย์มนต์ต่อ ความจริงแล้วการฝึกนี้ก็ไม่ได้ยากสักเท่าไหร่ เหลือเพียงแค่ต้องจับจังหวะและท่องคาถาอันยาวเหยียดให้สอดคล้องกับเรดิอาเท่านั้น จะง่ายก็เหมือนง่าย จะยากก็ยาก ถึงเขาจะมีพื้นฐานมาบ้าง แต่การที่ฝึกจริงจังแบบนี้นั้นถือเป็นครั้งแรกของผู้ที่ชำนาญใช้แรงกายมากกว่าการศึกษาท่องจำเช่นเขา

ในขณะที่ฟาเรนที่กำลังมุ่งมันและเดินกลับไปยังบริเวณที่พวกเขาจับจองเป็นแหล่งพักพิงชั่วคราว ฉับพลันนั้นเขาก็ได้กลิ่นเหม็นสาบลอยคละคลุ้งเตะจมูก จะว่าเป็นกลิ่นของผลงานที่เขาฝากไว้ก็ไม่ใช่ มันเหม็นเน่าราวกับศพจมน้ำขึ้นอืด และยังมีกลิ่นสาบคล้ายคนไม่อาบน้ำมาสิบปี

ฟาเรนเริ่มรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของบรรยากาศรอบตัว ครั้นพอทอดมองไปยังสองปีศาจที่น่าจะจมูกไวกว่ากลับยังเริงร่ากับมื้ออาหารอยู่ ไม่ได้มีท่าทีระวังเนื้อระวังตัวกันเสียเลย

เมื่อเขาคือผู้พบศัตรูก่อน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องกำจัด ฟาเรนขยับเดินด้วยความเงียบเพื่อเข้าไปหาที่กำบังหลังต้นไม้ใหญ่ สายตาเฉียบคมคอยสอดส่องหาผู้ที่ซ้อนเร้นกายในเงามืด แต่กลับไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ

“ฮึ่มมมม” เสียงลมหายใจเหม็นสาบดังรดข้างหูจนทำให้เขาแทบจะอ้วก ด้วยกลิ่นเหม็นที่รุนแรงทำให้เขามันงงไปชั่วขณะหนึ่งจนทำให้เกิดช่องโหว่งที่ศัตรูรอคอย

“แก เป็นใคร อะ...อ๊ากก” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของฟาเรนดังขึ้นทันทีเมื่อเขาถูกโจมตี ในขณะที่ฟาเรนคิดว่าตายแน่แล้วนั้น สิ่งมีชีวิตปริศนาที่เข้าทำร้ายเขาก็โชคชุมไปด้วยเลือดและล้มตึงไปต่อหน้าต่อตา

ความเกรี้ยวกราดของเรดิอาปะทุทันทีที่ได้ยินเสียงที่เจ็บปวดของฟาเรน กรงเล็บแหลมคมที่พร้อมจะฉีกร่างเหยื่อเป็นชิ้นๆ สาดซัดใส่ร่างผู้บุกรุกจนแน่นิ่ง ในขณะที่เจ้รดิอายกำลังจัดการศัตรู ฟรอยก็รีบวิ่งไปพยุงเจ้านายน้อยผมแดงของเขาที่มีร่องรอยของแผลที่บริเวณไหล่ซ้าย หากฟาเรนไม่ใช่ยอดนักหลบหลีกคงโดนหัวใจและอาจไม่มีชีวิตรอด

เจ้าสิ่งมีชีวิตร่างยักษ์ ร้องอย่างโหยหวนและแน่นิ่งไปด้วยเลือดสีแดงฉาน เรดิอาเพ่งมองว่ามันคือสัตว์อสูรหรือปีศาจตนใด ช่างบังอาจกล้าย่างกรายมาทำร้ายพวกเขาในถิ่นนี้

แต่แล้วเรดิอาก็ต้องฉงน เมื่อสิ่งมีชีวิตตนนี้คือยักษ์สี่ตาผู้รักความสงบ ดวงตาที่มีสีแดงก่ำของความโกรธและอารมณ์คลุ้มคลั่งไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นหรือพบในยักษ์สี่ตา พวกยักษ์จะอาศัยอยู่ในหุบเขาที่สงบสุขและไม่ชอบการใช้กำลัง และเมื่อเรดิอาสำรวจรอบๆ ศพ ก็พบบางสิ่ง

“อักขระสีดำนี่มัน!” เรดิอาพยายามเพ่งดูใกล้ๆ ซึ่งสิ่งนี้บ่งบอกได้ว่าต้องมีผู้อื่นชักใยอยู่เบื้องหลัง และต้องมีอาคมมนต์ดำที่เก่งกล้ามาก จึงสามารถเข้ามาใกล้พวกเขาโดยไม่ให้รู้ตัวได้

“บอสครับ ท่านฟาเรน...” ฟรอยที่กำลังทำการปฐมพยาบาลมีสีหน้าหนักใจกับบาดแผลของฟาเรน

“ทำไม ฟาเรนทำไม!” เรดิอาอารมณ์กำลังปะทุเมื่อมีผู้ไม่หวังดีหยามเขาถึงถิ่น แล้วนี่ยังทำร้ายคนของเขาต่อหน้าต่อตาอีกด้วย หาไม่ขุดรากถอนโคนมันขึ้นมาสบให้เป็นปุ๋ยก็คงไม่อาจทำให้เขาหายแค้นได้

เรดิอาเดินไปยังร่างของฟาเรนที่ชุมโชกไปด้วยเลือด เจ้าคนขี้โวยวายแสนงอนของเขาในตอนนี้กลับกำลังเจ็บปวดด้วยพิษที่เริ่มกระจายไปทั่วร่าง สายตาคมจ้องมองร่างบางทรมานทุรนทุรายจากพิษในบาดแผลด้วยความรู้สึกบีบคั้นหัวใจอย่างแปลกประหลาด เขาโกรธแค้นผู้บังอาจมากระทำกับคนตรงหน้าถึงขีดสุด แต่ที่น่าโมโหยิ่งกว่าคือตัวของเขาเองที่ไม่อาจปกป้องฟาเรนได้

“เร...เร..” เสียงแผ่วเบาเอ่ยออกจากปากอันแห้งผากของฟาเรนอย่างอยากลำบาก เขาเจ็บจนชาไปทั่วทั้งร่าง แม้แต่จะขยับปากเอ่ยเรียกชื่อเจ้าหมาหน้าขนยังไม่ได้ หรือนี่คือจุดจบของเขากันแน่ แล้วเพราะเหตุใดกันทำไมเข้าถึงรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลากเมื่อเจ้าหมาบ้าเรดิอาทำหน้าทมึนโกรธ

ฟาเรนขยับเอื้อมสัมผัสขนสีดำเงาของเรดิอาเบาๆ ให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไปว่าอีกฝ่ายกำลังเป็นห่วงเขาอยู่ เจ้าหมาที่ชอบทำสีหน้าหยิ่งยโสกำลังเป็นกังวลเรื่องของเขาอยู่ แต่ตอนนี้เขาคงไม่ไหวแล้ว ง่วงจนตาจะปิดเสียให้ได้ให้ตายสิ

 “ฟาเรน ไม่ เจ้า ห้ามตาย! ฟรอยพาเขากลับวัง ด่วนที่สุด!” เรดิอาสั่งลูกน้องคนสนิทเสียงดังเมื่อพบว่าคนตรงหน้าหมดสติไปแล้ว

ฟรอยรับทราบหน้าที่ทันที เขาเตรียมพร้อมสร้างช่องประตูมิติเพื่อเปิดทางผ่านโดยตรงไปยังพระราชวังของเผ่าหมาป่าปีศาจ ถึงแม้จะเปลืองพลังงานไปไม่น้อย แต่วิธีนี้คือเส้นทางที่เร็วที่สุดในการกลับไปยังเผ่าของพวกเขา

เรดิอาแบกฟาเรนใส่หลังและกระโจนเข้าไปในช่องประตูมิติทันที และเพียงเสี้ยวนาทีเท่านั้น พวกเขาก็มาโผล่ ณ ใจกลางท้องพระโรงของปราสาทในเขตพระราชวังของเผ่าปีศาจหมาป่าอันเกรียงไกร



เรดิอาเร่งวิ่งไปตามทางเดินในปราสาทอย่างชำนาญ และใช้เวลาเพียงไม่นานก็ถึงห้องสุดทางเดินบนชั้นสามของตัวปราสาททิศตะวันออก ซึ่งเป็นห้องพักส่วนตัวของเขาเอง เรดิอาปลดเสื้อของฟาเรนอย่างทุลักทุเล บางก็ฉีกทึ้งออกให้อีกฝ่ายผ่อนคลายความอึดอัดและระบายความร้อนออกจากร่างกาย

ในโสตสมองของเขาตอนนี้มีเพียงการช่วยชีวิตชายตรงหน้าให้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมาน ต่อให้ต้องไปตัดหัวพญามังกรมาทำยารักษาเขาก็จะทำ

“ห้ามตาย ข้าสั่งเจ้าห้ามตายเด็ดขาด!” เรดิอาคำรามลั่น ทำเอาฟรอยและเหล่าแพทย์ประจำวังทังหลายสะดุ้งกันไปเป็นแถว

“พวกเจ้าต้องรักษาให้ได้ ไม่อย่างนั้น ได้ตายกันหมดนี่แน่!” เรดิอาขู่ด้วยความโกรธ เขาเดินวนรอบเตียงที่มีร่างของฟาเรนนอนสลบอยู่อย่างว้าวุ่นใจ

เหล่าแพทย์ทุกตนต่างทำการรักษาอย่างทุลักทุเล ซึ่งไม่ใช่เพราะบาดแผลของหนุ่มผู้บาดเจ็บสาหัสสากันไรทางรักษาแต่อย่างใด กลับเป็นความกดดันที่ปกคลุมทั่วห้องของเจ้าชายเรดิอาเสียมากกว่าที่ทำให้พวกเขาทำงานกันอย่างล่าช้า คนเป็นหมอจะรักษาคนไข้ก็ต้องตรวจร่างกาย ต้องจับต้องแผล ต้องตรวจชีพจร แต่พอพวกเขาจะแตะโน่นจับนี่ร่างกายคนไข้ ก็ต้องเจอสายตาอาฆาตราวกับพญายมราชกำลังจะดึงวิญญาณส่งมาให้เหล่าหมอหลวงทั้งหลายต้องเสียวหลังกันเป็นระยะๆ

เผ่าหมาป่าปีศาจนอกจากจะเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ และเวทย์มนต์แล้ว ยังมีทักษะและวิชาการแพทย์ที่โดดเด่น จนกล่าวได้ว่าไม่มีโรคใดที่พวกเขารักษาไม่ได้ นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่เหล่าปีศาจทั้งหลายต่างเคารพนับถือพวกเขา อายุขัยที่ยาวนานของชนเผ่าหมาป่าปีศาจทำให้การสืบทอดวิทยาการต่างๆ นั้นแม่นยำ และทำให้ดำรงอยู่ในดินแดนอันกว้างใหญ่นี้ได้มาอย่างยาวนาน

                ร่างบางนอนหลับพริ้มอย่างสงบบนเตียงหนานุ่ม บริเวณไหล่ซ้ายมีผ้าพันแผลที่พันอย่างเรียบร้อยซึ่งแสดงถึงการได้รับการรักษาอย่างดี สายลมพัดลอดหน้าต่างเข้ามาพาผมสีแดงยาวสยายให้ปลิวลมขยับเบาๆ ราวกับเปลวเพลิงที่มีชีวิต  ใบหน้ายามหลับที่ดูนิ่งสงบทำเอาหัวใจอันแข็งกร้าวของเจ้าชายหมาป่าเริ่มหวั่นไหว เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าสีหน้าของคนป่วยดูมีเลือดฝาดขึ้นมาแล้ว และลมหายใจอุ่นที่อยู่ข้างกายเขานั้นทำให้เขาสงบใจลงได้

                เรดิอาเองก็อดฉงนในใจไม่ได้ เพียงแค่รับรู้ว่าอีกฝ่ายปลอดภัยดี เพียงเท่านี้ก็ทำให้อารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อสักครู่หายลับไปทันตา แม้แต่ตอนนี้ที่เขาอยู่ในร่างหมาป่าต่อหน้าคนในวัง ความรู้สึกอับอายที่เคยมีกลับมลายหายสิ้น กลับมีเพียงเรื่องของเจ้าคนผมแดงตรงหน้าเท่านั้นที่เขากำลังห่วงพะวง

“รีบตื่นขึ้นมาเร็วๆ ล่ะ เจ้าคนขี้โวยวาย” เรดิอานอนหมอบลงข้างๆ และปัดหางตนเองขึ้นคลุมร่างที่นอนนิ่งของฟาเรน ประหนึ่งว่าจะไม่ให้ผู้ใดมาทำร้ายคนของเขาได้อีก

เวลาที่ผ่านไปช่างเนินนานสำหรับเรดิอา เจ้าชายผู้เป็นรัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวที่เพียงเอ่ยชื่อก็ทำให้เหล่าปีศาจน้อยใหญ่ต้องโค้งคำนับ ทว่าบัดนี้กลับต้องมาอารักขาว่าที่เจ้าสาวหนุ่ม ผู้เป็นนักดาบที่ฝากผลงานจนติดบัญชีดำของเหล่าปีศาจมาแล้วหลายเผ่า

คิดแล้วก็ช่างน่าตลกเมื่อผู้ที่น่าจะเป็นอริกันต้องมาเกี่ยวข้องกันด้วยโชคชะตาเช่นนี้ เรดิอามองแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของฟาเรนแล้วก็คิดถึงแผนร้ายของเขาที่มีต่อคนผู้นี้ ในครานั้นเขารู้สึกว่าตนคือผู้ชนะ แต่บัดนี้ราวกับว่าคนที่นอนตรงหน้าจะเป็นผู้ชนะใจเขาเสียมากกว่า

“ฟาเรน วันที่เจ้าเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์ วันนั้นข้าจะไม่มีวันให้ใครทำร้ายเจ้าได้” เรดิอาเอ่ยกระซิบเบา ราวกับเป็นคำบอกฝันดี ก่อนทอดกายเพื่องีบพักข้างๆ คนป่วยที่ยังไม่ฟื้นตื่น

“เพ้ออะไร เจ้าหมาบ้า..” เสียงแผ่วเบาจากเจ้าของร่างที่นอนนิ่งมานานทำเอาเจ้าหมาป่าที่กำลังจะงีบพักกลับลุกตื่นมาส่ายหางไปมา

“ฟาเรน.. เจ้า...เจ้าฟิ้นแล้ว” เรดิอาไม่ว่าเปล่า เขาพยายามตรวจเช็คให้แน่ใจว่าทุกอย่างบนร่างกายของฟาเรนปกติ และไม่มีส่วนใดที่ต้องรักษาอีก

“เจ้าหมาหื่น จะสำรวจร่างกายฉันอีกนานไหม?” ฟาเรนอมยิ้มขำกับท่าทางที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนของเจ้าหมาบ้าจอมหยิ่งที่ดูลนลานทำอะไรไม่ถูกเมื่อเขาฟื้น และหางที่ส่ายไปมานั่นแสดงออกถึงความดีใจที่ขัดกับหน้าตาอย่างชัดเจน  ถ้าไม่ติดว่าเขาไม่มีแรงจะพูด คงอดที่จะล้อเลียนอีกฝ่ายไม่ได้แน่ๆ

“ฟรอย เข้ามาดูอาการฟาเรน เร็ว!” สิ้นเสียงคำสั่ง ฟรอยที่รอดูลาดเลาโดยการเอาหูหมาป่าของเขาแนบฟังรอเสียงเรียกจากเจ้านาย ใช่ว่าเขาจะอยากแอบฟังบทสนทนาปานคู่รักนั้นเสียน้อย บังเอิญว่าได้ยินเขาเองต่างหากล่ะ

“ขอน้ำ...” ฟาเรนเอ่ยเสียวแผ่ว

“นี่ครับ น้ำ พร้อมยาถอนพิษ” ฟรอยยื่นถ้วยยาขนาดเล็กที่บรรจุเม็ดยากลมๆ หน้าตาประหลาด 3-4 เม็ดให้แก่ฟาเรน

“ขอบใจ” ทว่านายน้อยของเขากลับรับเพียงแก้วน้ำมาดื่มแล้วคลุมโปงทันที ทำเอาฟรอยหน้าติดเหวอกับท่าทางของอีกฝ่าย ในเมื่อท่านฟาเรนไม่ยอมทานยา คนเดียวที่อาจจะสามารถทำให้เจ้าตัวยอมทานยาได้คงเป็นเจ้าชายเรดิอาเท่านั้น และเมื่อฟรอยหันไปถอนหายใจให้เรดิอารับรู้ว่าความดื้อดึงของท่านฟาเรนในครานี้เกินกำลังลูกน้องตาดำๆ อย่างเขาเสียแล้ว

“เฮ้อ ให้ตายสิ ชอบทำตัวเป็นเด็กๆ ยาแค่ไม่กี่เม็ดเด็กห้าขวบมันยังกินแทนขนมได้ ฟาเรน นี่เจ้าเป็นนักดาบผู้มีชื่อเสียงคนนั้นจริงๆ น่ะหรือ ปอดแหกกว่าเด็กห้าขวบอีกนะ” เรดิอาพยายามหลอกล่อคนป่วยที่เอาผ้าห่มมาคลุมโปงหนีการทานยา

“........” ความเงียบที่ตอบกลับมาแสดงให้เรดิอารู้ว่าแผนยั่วยุไม่ได้ผล

“ข้าไม่อยากใช้กำลัง แต่มีแต่ต้องทำสินะ”

เรดิอากระโดดขึ้นไปบนเตียงและใช้อุ้งเท้าทั้งสี่กดคร่อมร่างของเจ้าเด็กดื้อ  ฟาเรนที่ไม่มีแรงที่จะต่อต้านได้แต่ส่ายหน้าไปมาและเม้มปากปิดสนิทไม่ให้มีสิ่งหรืออะไรผ่านเข้าไปได้

ถึงแม้ฟาเรนจะรู้ดีว่าหากไม่กินยา ก็ไม่อาจจะถอนพิษในร่างกายออกไปได้ แต่ดูจากลักษณะเม็ดยาและกลิ่นขมๆ นั่นแล้วให้ตายอย่างไรเขาก็ไม่กินเด็ดขาด ยาหน้าตาประหลาดนี่ต้องมีรสชาติไม่ต่างจากอาหารค้างคืนแน่นอน แล้วจะมาให้เขาต้องทนฝืนกลืนน่ะหรือ ไม่มีทางเสียล่ะ!

“ไอ่ อิน อั๋นไอ่กิน ไอ้อ๋าอ้า” เสียงอู้อี้ที่ฟาเรนพยายามบอกปฏิเสธทำเอาฟรอยที่กำลังง้างปากเขาอยู่ต้องกลั้นขำ ทั้งชีวิตของเขาไม่เคยเจอเด็กที่ไหนป้อนยายากเท่าท่านฟาเรนมาก่อน ทั้งความดื้อรั้นและไม่ยอมแพ้ของอีกฝ่ายนั้นมีมากมายจนยากจะรับไหว ถึงขนาดนี่ว่ายาเข้าไปในปากแล้วยังพ้นทิ้งออกมาดื้อๆ ทำให้ต้องเสียเม็ดยาไปโดยเปล่าประโยชน์

“ข้าจะทำอย่างไรกับเจ้าดีนะฟาเรน ถ้าไม่กินยาพิษก็จะไม่หมดไปจากตัวเจ้า ทำแบบนี้มันจะเป็นผลเสียต่อตัวเจ้าเองนะ!” เรดิอาเอ่ยดุด้วยสีหนน้าเคร่งเครียด แต่ทว่าคนป่วยจอมเอาแต่ใจได้หาสนใจไม่

จะบ่นก็บ่นไป ตราบใดที่เขายังมีชิวิตอยู่จะไม่ยอมกลืนของพรรณนั้นเด็ดขาด!

“ผมผสมยามาใหม่มาแล้วครับบอส แต่แบบนี้ มัน...”ฟรอยมองฟาเรนอย่างรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ กับวิธีป้อนยาที่ดูป่าเถือ่นไปสักหน่อย แต่นี่ก็เพื่อตัวเจ้านายของเขาเอง ตัวเขาก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาอาการพิษให้หายขาด

ฟรอยจัดการง้างปากฟาเรนอีกครั้ง โดยที่มีเรดิอาช่วยเกาะกุมแขนขาฟาเรนไม่ให้ขยับไปไหนได้ กรวยที่เรดิอาให้ฟรอยนำมาถูกยัดใส่ปากคนไข้ทันที และตามมาด้วยยาน้ำเหลวๆ จากการบดผสมเม็ดยาเข้าด้วยกันกับน้ำผึ้งรสหวานเพื่อกลบรสชาติอันสุดจะทนของสมุนไพรรสขมฝาด

“ อะ..อุ..” เมื่อผู้ถูกกรอกยามีสีหน้าราวกับกำลังจะอาเจียน ฟรอยก็รีบเอามือปิดปากฟาเรนทันเพื่อให้แน่ใจว่ายาทั้งหมดจะไหลลงสู่กระเพาะของเจ้านายตน

“ถ้าเจ้าคายออกมา วิธีต่อไปที่ข้าจะทำคือการป้อนด้วยปากของข้าเอง” เรดิอาเอ่ยข่มขู่ เขาใช้ลิ้นเลียแก้มตุ่ยๆ ที่ยังกักตุนยาเพื่อรอพ้นออกของฟาเรนเบาๆ และส่งสายตาเป็นเชิงท้าทายว่าหากเจ้ากล้าพ้นใส้หน้า ข้าพร้อมจะมอบจูบแสนหวานให้

ด้วยกลัวการล่วงละเมิดทางเพศมากกว่าการทานยา ฟาเรนก็กลายเป็นเด็กดีว่าง่ายทันที เขาฝืนกลืนยารสชาติแย่ที่สุดในชีวิต ความห่วยแตกของรสยาทำให้ฟาเรนอดเสียใจไม่ได้ว่า เขาควรกินตั้งแต่ตอนเป็นเม็ดยังดีเสียกว่า9vogxHoohe

“ออกไปจากตัวฉันได้แล้ว” ฟาเรนแลบลิ้นไล่ผู้ที่คร่อมเข้าไว้ให้ถอยห่าง ในเมื่อเขายอมทายาแล้ว เรดิอาก็ควรจะผละออกจากตัวเขาได้แล้ว

“หึ ว่าง่ายแบบนี้ก็ไม่ต้องใช้กำลังแต่แรกแล้ว” เรดิอายิ้มเจ้าเล่ห์ และลงจากเตียงตามคำขอของว่าที่ภรรยาในอนาคตอย่างนึกเสียดาย

‘อดเปรี๊ยวไว้กินหวาน อีกไม่นานทั้งเนื้อทั้งตัวของฟาเรนก็จะเป็นของเขา’ เรดิอาเอ่ยกับตนเองในใจ

“บอสครับ จากการตรวจสอบ ยักษ์สี่ตาตันนั้นเป็นลูกชายที่น่าจะตกหน้าผาตายไปแล้วเมื่อสองปีก่อนของหัวหน้าเผ่ายักษ์ ทางเราได้แจ้งข่าวไปทางเผ่ายักษ์แล้วครับ และแน่นอนว่าเพวกเขาพร้อมที่จะร่วมมือหาคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังในเหตุการณ์นี้ครับ” ฟรอยอ่านรายงานจากสุดเล่มเล็กในมือ อย่างคล่องแคล่ว

“เดมอส มันอาจเป็นเจ้านั้น” เรดิอาเอ่ย เมื่อมีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่คิดจะแย่งชิงพลังของเขา

“ว่าไงนะ เมื่อกี้นายพูถึงใคร” ฟาเรนแทรกถามขึ้นทันที เมื่อเขาได้ยินชื่อที่แสนจะคุ้นเคย

“ไม่มีอะไร ข้าแค่เอ่ยลอยๆ เจ้าพักเถอะ” เรดิอาตัดบท เขาไม่อยากทำให้คนที่เจ็บแล้วยังไม่เจียมต้องมาเครียดในเรื่องที่เขาอาจจะเป็นต้นเหตุ

‘ต้นเหตุที่ทำให้ฟาเรนต้องรับเคราะห์แทน ตือตัวเขาเอง!’

เรดิอาเฝ้าไข้ฟาเรนจนมั่นใจว่าว่าที่เจ้าสาวของเขานั้นหลับสนิทดีแล้ว เขาเดินออกจากห้องของตน และออกมาสำรวจดูโดยรอบปราสาท เรดิอาพบว่าคำสั่งที่เขาทิ้งไว้นั้นได้รับการถ่ายทอดไปยังท่านพ่อของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเห็นได้จากการที่ภายในปราสาทเริ่มถูกขัดล้างแม้ในส่วนเล็กๆ ทั้งยังเริ่มมีการประดับดอกไม้และตกแต่งดดยรอบด้วยเถาวัลย์เขียวชอุ่มที่มีไม้เลื้อยหลากสีสัน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าในอีกไม่กี่วันจะมีการจัดงานภายในวัง

“ไปดูของกันเถอะฟรอย จะได้สอบถามท่านผู้อาวุโสเรื่องการคลายผนึก” เรดิอาสั่งลูกน้องที่ทั้งเดินตามรับใช้และสะสางงานจิปาถะตามรายทางไปด้วย

เหล่าทหาร คนรับใช้ในวัง รวมถึงองค์รักษ์ ต่างทราบถึงความน่ากลัวและน่าเกรงขามของเจ้าชายเรดิอาดี ดังนั้นการสอบถามเรื่องต่างๆ จำต้องรายงานผ่านคนสนิทของเจ้าชายเสียก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขัดพระทัยอันทำให้อารมณ์ของเจ้าชายขุ่นมัว ซึ่งนั้นทำให้ฟรอยที่ยุ่งอยู่แล้วแทบจะหายใจหายคอไม่ทันกันเลยทีเดียว

“คาโรลไม่อยู่หรือไง” เรดิอามองหาเจ้าลูกน้องจอมหยิ่งมาดนิ่งของท่านพ่อที่ควรจะมาเสนอหน้าต้อนรับเขาถึงจะถูก

“คาโรลตามท่านโรฮานไปข้างนอกเพื่อเชิญแขกสำคัญมาพิธิอภิเษกครับ” ฟรอยตอบพลางเปิดสมุดรายงานเดี่ยวกับความเห็นเรื่องพิธีอภิเษกสมรส และเรื่องจิปาถะในงานนี้

“ท่านพ่อคงประหลาดใจไม่น้อยกับว่าที่ชายาของข้า”เรดิอาหัวเราะในลำคอ

ทว่าฟรอยได้แต่ยิ้มแห้งๆ และร้องไห้ในใจ

‘ประหลาดใจสิ ประหลาดใจแน่ แค่การที่จะคอยปรามพวกคนในวังไม่ให้ก้าวกายเรื่องว่าที่ชายาของเจ้าชาย ฟรอยคนนี้ก็เต็มกลืนแล้วครับ’


ปากถ้ำที่ถูกปกคุมด้วยเถาวัลย์สีเขียวชอุ่ม และยังมีน้ำหยดลงมาคล้ายน้ำตกขนาดย่อม แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดินแถบนี้ได้อย่างดี เรดิอาเดินเข้าไปด้านในตัวถ้ำด้วยความเคยชิน เหล่ายามทั้งหลายต่างทำความเคารพตลอดแนวทางเดิน และพร้อมใจเปิดทางให้ดดยที่เรดิอาไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไร

เมื่อเขาเดินเข้ามาถึงด้านในสุดปลายทาง ชายชราร่างเล็กในชุดคลุมสีน้ำตาลอ่อนกำลังยืนรอพวกเขาอยู่ด้วยความสงบ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยแต่แผงด้วยความอบอุ่น พวงหางเล็กๆ สีน้ำตาลแดงสลับขาวทอดลงราบไปกับพื้นราวกับเป็นชายขอบเสื้อ เหล่าหมาป่าปีศาจทั้งหลายต่างเรียกขานเขาว่าผู้อาวุโสผู้รอบรู้

“ข้ามาเอาของที่ฝากไว้” เรดิอาเอ่ยความต้องการของตนทันที

“รอเจ้าหนุ่มน้อยนั้นฟื้นค่อยมาก็ไม่สายนะ เจ้าชาย” เสียงแหบเบาแต่ทรงพลังเปล่งออกมาจากคนชราตัวเล็ก

“ถ้าข้าจะเอาไว้เป็นของหมั่นในพิธีอภิเษก ข้าก็ควรมาเอาก่อนจริงไหม ท่านผู้อาวุโส”

“ฮะ ฮะ ฮ่า เจ้าชายมักมีอารมณ์ขันเสมอ เข้ามาสิข้าจะทำเป็นสร้อยให้ชายาของท่านได้ตกตะลึง” ผู้อาวุโสเคาะไม้เท้าในมือสองสามที ทางลับที่อยู่ภายใต้กำแพงหินก็ถูกเปิดออก

ห้องลับที่มืดสลัว มีเพียงแสงเทียนบนเชิงเทียนเก่าๆ เป็นจุดกำเนิดแสงสว่าง ภายห้องนี้มีมีกองหีบมากมาย รวมถึงชั้นหนังสือที่เรียงสลับวกวนและยังทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ซึ่งมันอาจทำให้ใครก็ตามที่หลงเข้ามาหาทางออกไม่ได้ตลอดกาล เรดิอาเดินตามผู้อาวุโสไปติดๆ แน่นอนว่าเขาก็ไม่ทราบเส้นทางภายในห้องนี่สักเท่าไร เพื่อป้องกันการพลัดหลงจึงต้องตามติดผู้อาวุโสที่เดินวกไปวนมาสะเปะสะปะเสียจนเขาอดคิดไม่ไดว่าตาแก่นี้ต้องหลงทางในห้องของตัวเองแล้วแน่นอน ส่วนฟรอยก็ทำหน้าที่ยามหน้าประตูและใช้เวลาว่างนี้ตรวจเอกสารรายละเอียดพิธิอภิเษกที่มีมาให้เขาพิจารณาไม่จบไม่สิ้น

“เจ้าชาย ท่านรอตรงนี้สักครู่ ข้าขอไปสร้างสรรค์ของหมั่นให้พระชายาของท่านก่อน”  ผู้อาวุโสเดินไปที่โต๊ะไม้เก่าคร่ำครึตัวหนึ่ง และเริ่มบรรเลงลีลาร่ายมนต์ตรา แสงวูบวาบหลากสี ไม่ได้ทำให้เรดิอาตื่นเต้นสักเท่าใด แต่หากเป็นคนผมแดงที่นอนซมบนเตียงล่ะ ถ้าได้มาด้วยกันก็คงจะพยายามเข้าไปสอดรู้สอดเห็นเป็นแน่

“ท่านคงต้องทราบก่อนว่าสิ่งของที่ท่านจะทำ ไม่ใช่ของให้ผู้หญิง” สิ้นคำของเรดิอา ผู้อาวุโสก็หยุดมือไปชั่วขณะ และหันมามองหน้าเจ้าชายอย่างฉงน

“ท่านมักทำให้ข้าประหลาดใจเสมอนะเจ้าชาย เอาเป็นว่า สิ่งที่ท่านต้องการคือความเรียบง่าย?”

“แน่นอน ข้าไม่ชอบอะไรที่มันมากไป หรือน้อยไป ท่านทำให้ข้าได้ใช่ไหม”

“ได้ตามพระประสงค์เลยพะยะค่ะ เจ้าชายเรดิอา” ผู้อาวุโสหันมาโค้งศีรษะให้แก่เรดิอา เช่นกันนั้นเรดิอาก็โค้งกลับด้วยความเคารพ

เวลาครู่เดียวของท่านผู้อาวุโสเริ่มทำให้เรดิอาเบื่อ เรดิอาล้มตัวลงนอนมองผู้เฒ่าที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะทำเสร็จตอนไหน ร่างเล็กๆ ที่จะหยิบอะไรต้องปีนเก้าอี้นั้นทำให้เรดิอาขัดหูขัดตาไม่น้อย ครั้นพอจะเข้าไปช่วยก็โดนห้ามปราม ความสุขของคนแก่วัยปลดเกษียณเขาเองก็ไม่อยากขัด คงนานมากแล้วที่ท่านผู้อาวุโสจะได้แสดงฝีมือ ครานี้จึงจัดหนัดจัดเต็มเสียจนเรดิอาเริ่มเบื่อที่จะรอ

 และแล้วสิ่งที่เรดิอารอคอยก็เสร็จสมบูรณ์ ผลึกคริสตัลสีเหลืองอำพัน ถูกทำให้กลายเป็นจี้ห้อยคอส่องแสงสวยงามสองอัน ตัวยึดจี้ทำด้วยทองแดงสลักลายวิจิตร ตัวจี้เป็นรู้ทรงหยดน้ำคล้ายผลึกเพชร เรดิอาพอใจไม่น้อยกับผลงานตรงหน้า และก็ต้องประหลาดใจมากขึ้นไปอีก เมื่อมีของอีกสองชิ้นที่ท่านผู้อาวุโสทำให้เขา

สิ่งนั้นก็คือ มงกุฎคู่ซึ่งทำจากทองและประดับด้วยพลอยอย่างวิจิตร อันแรกมีตัวโครงเป็นทองอร่าม และล้อมไปด้วยทับทิมสีแดงเม็ดโต อีกทั้งยังสลักลวดลายวิจิตรไว้โดยรอบและตกแต่งด้วยเพชรประกายสีรุ้งให้ลวดลายดูโดเด่นขึ้นมาอีกขั้น ส่วนอันที่สองนั้นตัวโครงทำด้วยทองเช่นกัน แต่บางเบาและมีลวดลายอ่อนช้อยกว่าอันแรก ซ฿งถูกประดับด้วยทับทิมเม็ดโตที่เจียระไนอย่างประณีตงดงาม จัดวางให้เด่นตระหง่านอยู่ตรงกลางของมงกุฎ

 “ท่านทำให้ข้าประหลาดใจได้เช่นกันนะ ท่านผู้อาวุโส ข้าขอน้อมรับและขอบพระคุณท่านอย่างยิ่งในความกรุณาครั้งนี้”เรดิอาโค้งคำนับ เพื่อตอบรับของขวัญพิเศษทั้งสองชิ้นที่ทำให้เขาปลาบปลื้มใจไม่น้อย

“มิได้ๆ เจ้าชาย ข้าแค่ทำสิ่งที่โชคชะตาสั่งให้ข้าทำ” ผู้อาวุโสโค้งรับคำขอบคุณของเรดิอา และถือกล่องหนังสีแดงชาดที่ภายในบรรจุเครื่องประดับที่เขาเพิ่งสร้างเสร็จนำทางออกไป

ฟรอยที่รออยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า ทำหน้าที่รับของจากผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม และก่อนจากกันผู้อาวุโสก็ได้แนะนำบอกกล่าวบอกถึงข้อควรทำและไมควรในการร่วมชีวิตคู่กับผู้ที่ผูกสัญญา

“ท่านต้องไม่ลืมว่า อย่านำพลังที่ผนึกในตัวคนผู้นั้นออกมาจนหมด มิเช่นนั้นเขาจะต้องตาย และท่านก็จะตายตามเงื่อนไขของการผูกสัญญาด้วย และหาเขามีอายุขัยน้อยกว่าท่าน ท่านควรตระหนักที่จะทำให้เขามีชีวิตอยู่ยาวนานเช่นเรา”

เรดิอาไม่ลืมที่จะให้ลูกน้องคนสนิทจดรายละเอียด และรีบนำสิ่งที่เขาได้มานั้นไปเก็บไว้ยังห้องหอของเขา วันนี้ช่างเป็นวันที่วุ่นวายเสียจริง แต่มันก็มีเรื่องดีๆ ที่ทำให้เรดิอาได้เดินตัวปลิวเข้าไปหาว่าที่ภรรยาอย่างเบิกบาน จากการคาดเดาของเขา ฟาเรนคงตื่นจากนิทรามาสวาปามอาหารกองโตบนโต๊ะอาหารแล้ว


“ท่าทางจะอาการดีขึ้นแล้วนี่”

“แน่นอน ฉันน่ะเป็นพวกหายเร็วมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เห็นไหม แผลหายแล้ว” ฟาเรนเปิดไหล่ที่บัดนี้เนียนสนิทดั่งว่าไม่เคยบาดเจ็บมาก่อนให้กับอีกฝ่ายดู

เรดิอาไม่แปลกใจในการฟื้นตัวที่แสนจะรวดเร็วของฟาเรนเท่าใดนัก ในเมื่อฟาเรนมีผนึกพลังของเจ้าชายแห่งเผ่าหมาป่าปีศาจอยู่ในร่าง มันย่อมส่งผลให้ร่างกายแสนบอบบางของมนุษย์มีพลังการฟื้นตัวของเหล่าปีศาจได้

“ดีแล้วล่ะ พรุ่งนี้เจ้าจะได้ไปวัดตัวตัดชุดเจ้าสาว” เรดิอาเอ่ยยิ้มๆ และมองหาอาหารที่เขาจะสามารถทานได้

“แคกๆ วะ...ว่าไงนะ?!” ฟาเรนแทบสำลักอาหารตรงหน้าเมื่อเขาได้ยินคำว่า ‘ชุดเจ้าสาว’ จากเจ้าหมาป่าที่อยากจะเป็นเจ้าบ่าวเสียเหลือเกิน

“เจ้าฟังไม่ผิดหรอก อีกอย่าง เจ้ายอมรับแล้วไม่ใช่หรือที่จะแต่งงานกับข้า” เรดิอาถามกลับพลางเคี้ยวเนื้อไปพลาง เขาเริ่มที่จะคุ้นชินกับพฤติกรรมบ๊องๆ ของฟาเรนแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายคว่ำโต๊ะอาหารก็ดูจะเป็นเรื่องปกติในสายตาเขาไปแล้ว

“ใครจะแต่งว่ะครับเจ้าชาย ที่ฉันยอมรับคือเงื่อนไขของการทำสัญญา แค่เราอยู่ติดกันแบบเพื่อนนี่ไม่พอหรือไง แค่นี้ฉันก็อึดอัดจะตายอยู่แล้ว” ฟาเรนวางมือจากอาหารตรงหน้า มองตอบเจ้าหมาบ้าที่สวาปามขาหมูชิ้นโตของเขาไปอย่างหน้าตาเฉย

“ถ้าไม่แต่งกับข้าเจ้าก็ไม่มีอภิสิทธิ์อะไรที่จะใช้คนในวังนี้ ไม่มีสิทธิ์ใช้ที่นอนนุ่มๆ หรือใช้ห้องของข้า แม้แต่อาหารที่เจ้าทานก็เหลือเพียงเศษขนมปังแข็งๆ เจ้าจะเป็นได้แค่มนุษย์สามัญชนธรรมดาๆ ซึ่งแน่นอนว่าที่นี่เป็นพระราชวังและยังเป็นของเผ่าปีศาจ” เรดิอาวางมือจากอาหาร และเดินวนรอบโต๊ะสารธยายสถานะของอีกฝ่ายหากไม่ยอมอยู่เป็นคนของเขา

“ฉันจะไปนอนห้องรับแขกก็ได้ ถ้าฉันอยู่ในฐานะเป็นเพื่อนเจ้าชาย นายคงไม่ใจร้ายต้อนรับฉันแบบหมูแบบหมาหรอกนะ” ฟาเรนเริ่มคิดหนัก และพยายามต่อรองในสถานะของตน

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดหรือว่าท่านพ่อของข้าจะยอมรับ หากมีมนุษย์เข้ามาในดินแดนนี้ อย่างดีที่สุดเราก็ให้ไปเป็นทาสใช้แรงงาน แต่สำหรับเจ้าข้าจะให้มาเป็นคนรับใช้ข้าแทนดีไหมล่ะ” เรดิอาสวนตอบอย่างยียวน และเหลือบมองคู่หมั่นของเขาที่ดูท่าจะเริ่มคล้อยตาม

“แต่พวกคนใช้ก็ต้องไปนนอนกองรวมๆ กันที่ก้นครัว ช่างน่าแปลกที่ข้าอุตส่าห์พยามมอบความสบายให้แก่เจ้า แต่เจ้ากลับชอบความลำบาก” เรดิอายิ้มแสยะ พร้อมกับขึ้นไปนอนบนเตียง เพื่อแสดงให้เห็นว่ามันนุ่มน่านอนกว่าการนอนบนพื้นแข็งๆ

ฟาเรนเริ่มคิดหนักพลางมองกองอาหารตรงหน้าและบรรยากาศรอบๆ ที่ช่างแสนจะสะดวกสบาย สบายกว่าชีวิตโดดเดี่ยวของเขาที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดในโลกที่มีเงินเป็นพระเจ้า

‘แค่แต่งๆ ตามพิธี ฉันก็ได้มีชีวิตแบบเจ้าชาย มีคนรับใช้ กินดีอยู่ดี มันก็คงไม่เลวนักหรอกน่า’

ฟาเรนคิดชั่งน้ำหนักถึงผลได้ผลเสียแล้วก็พบว่า หากเขายอมลดราวาศอกให้เจ้าหมาป่าแทะโลมนิดหน่อยก็สามารถกินอยู่ได้อย่างสบายไปตลอดชาติ ไม่ต้องทนเหนื่อยทำงาน ไม่ต้องเสี่ยงชีวิต แถมยังมีสัญญาชั้นดีที่เป็นประกันว่าเจ้าชายหมาบ้านี่จะต้องเลี้ยงเขาไปจนแก่เฒ่า มันมีแต่ได้กันได้ไม่ใช่หรือไรกัน!

 “ตกลงก็ได้ แต่นายห้ามทำพิเรนทร์ๆ กับฉันเด็ดขาด” ฟาเรนเอาน่องไก่ชี้หน้าและปาไปยังเจ้าชายหมาป่าที่นอนทำหน้ายียวนบนเตียง แต่เจ้าตัวก็ดันกระโดดงับได้และเคี้ยวลงคออย่างง่ายดาย

“แน่นอน ขาจะไม่ทำอะไรพิเรนทร์ๆ แน่นอน” เรดิอายกขาหน้าขึ้นเป็นการสัญญา

ฟาเรนมองเจ้าหมาตรงหน้าอย่างระมัดระวัง แน่นอนว่าเขาไม่ใช่ควายที่จะได้โดนหลอกซ้ำซาก และเขาเองก็มีไม้เด็ดที่จะสยบเจ้าชายหื่นกามนี่ซ่อนไว้อยู่เหมือนกัน ฟาเรนยิ้มกริ่มกับความฉลาดของตนและเดินไปหยิบชุดที่สั่งพวกคนรับใช้ให้เอามาให้เขาเปลี่ยน ก่อนจะเดินออกจากห้องพักเพื่อไปหาห้องอาบน้ำ

“ถ้าเจ้าจะไปอาบน้ำ เจ้าควรรู้ว่ามีห้องอาบน้ำที่เชื่อมกับห้องอยู่” เรดิอากระโจนลงจากเตียง และเดินนำไปยังห้องแต่งตัว ซึ่งเพียงผลักประตูที่ทำให้แนบไปกับผนังเบาๆ ก็จะพบกับห้องอาบน้ำขนาดกว้าง ที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่พอที่จะลงไปแช่ได้สิบคนสบายๆ

“ว้าว! เจ๋งสุดๆ มีอ่างแช่ขนาดใหญ่เลยนะเนี่ย ถ้าที่นี่จะสมบูรณ์แบบขนาดนี้ ฉันของอยู่ไปตอลดชีวิตเลย” ฟาเรนตาลุกวาวทันทีเมื่อเห็นห้องอาบน้ำสุดหรู เขาวิ่งตรงไปยังอ่างอาบน้ำที่มีขนาดเท่าสระว่ายน้ำย่อมๆ และเริงร่ากับการชำระกาย

“เจ้านี่มัน จะว่าบ้าหรือต๊องดีนะ” เรดิอาขำกับพฤติกรรมลิงโลดของหนุ่มผมแดงที่ตอนนี้อยู่ในร่างผ้าเช็ดตัวผืนเดียว และแน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยให้โอกาสงามๆ เช่นนี้หลุดลอยไปไหนได้

เรดิอาเข้าไปลงแช่น้ำอย่างสบายใจ โดยไม่สนท่าทีของหนุ่มผมยาวที่เข้ามาก่อนเลยแม้แต่น้อย ถึงม้ว่าฟาเรนจะตักน้ำซัดใส่เพื่อขับไล่เขาออกไป แต่ในเมื่อเจ้าชายหมาป่าไม่ยอมออกไปง่ายๆ ฟาเรนก็ต้องยอมสงบศึกชั่วคราว

ฟาเรนนอนแผ่แช่น้ำชำระร่างกายด้วยความผ่อนคลายที่ไม่ได้สัมผัสมานาน น้ำที่อุ่นกำลังดีกับกลิ่นหอมอ่อนของบุบผาที่อบอวลไปทั่วห้องน้ำ ทำให้ความล้าของทั้งหมาทั้งคนลดลงเป็นปลิดทิ้ง

เรดิอาเหลือบมองหาเจ้าคนขี้โวยวายที่ดูสงบลงไปได้สักพัก ยามนี้เป็นเวลาที่สมควรจะเข้านอนพักผ่อนและหากแช่น้ำนานเกินไปก็อาจจะไม่สบายได้ ซึ่งเมื่อคิดถึงว่าในขณะนี้ตนกำลังทำอะไรอยู่ เรดิอาก็อดนึกขำตัวเองไม่ได้ว่าตนนั้นราวกับผู้ปกครองของเด็กห้าขวบก็ไม่ปานเพื่อเตือนให้เข้านอน ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกับว่าเป็นผู้ปกครองเด็กห้าขวบก็ไม่ปาน

“หึ หลับเสียแล้วหรือ” เรดิอายิ้มมองคนขี้โวยวายที่พอหลับลงได้ก็ดูน่ากินเสียเหลือเกิน พลางคิดถึงคำสัญญาที่ตนเพิ่วตกปากรับคำไป


“นายห้ามทำพิเรนทร์ๆ กับฉันเด็ดขาด”

เรดิอาแสยะยิ้มเจ้าเลห์มองเจ้าหนุ่มที่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย มีหรือที่เจ้าชายเรดิอาผู้นี้จะยอมสิโรราบง่ายๆ เขาไม่ยอมมองของหวานแสนอร่อยตรงหน้าเฉยๆ โดยไม่กินมันหรอกนะ

“แต่เรื่องบนเตียงมันไม่ใช่เรื่องพิเรนทร์นะคนดี” เรดิอากระซิบแผ่วเบา พร้อมกับนำร่างที่หลับคาห้องน้ำไปนอนบนเตียงของเขาด้วยความอ่อนโยน




www.facebook.com/fey013

เพจ Fey Fahrenheit



ความคิดเห็น