Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 13

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 790

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2563 18:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 13
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 13 

  

พี่ธีร์มาส่งผมที่บ้านหลังจากที่พาผมไปกินข้าวกินไอติมตบท้ายด้วยการพาผมเดินย่อยดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยเปื่อย เข้าร้านนั้นออกร้านนี้แต่ผมไม่ยักจะเห็นพี่เขาซื้ออะไรสักอย่าง ครั้นพอผมถามว่าพี่เขาเดินหาอะไรหรือเปล่าจะได้ช่วยหาพี่เขาก็แค่ยกมือมาขยี้หัวผมแล้วยิ้มให้จากนั้นก็พาผมเดินต่อ เดินจนผมเดินไม่ไหวเพราะเริ่มปวดเท้าปวดขาจึงดึงชายเสื้อพี่เขาไว้เพื่อให้หยุดพักก่อนพอพี่ธีร์หันมาเห็นสีหน้าผมเท่านั้นแหละเสียงหัวเราะเหมือนชอบอกชอบใจก็ดังขึ้นจนผมต้องทำหน้างงใส่ 

การที่ผมเดินจนหน้าซีดมันน่าหัวเราะตรงไหนเหรอครับ และถึงแม้ว่าเราจะเดินกันอยู่ในห้างที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำเนี่ยแต่มันก็เหนื่อยไม่ใช่เล่นนะครับก็พี่เขาพาผมเดิน เดิน เดินแล้วก็เดินเล่นเอาเหงื่อแตกเหมือนกันนะครับ 

ถ้าผมคิดไม่ผิดและไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปคือพี่ธีร์คงอยากทำให้ผมสบายใจล่ะมั้ง พี่เขาอาจจะรู้ว่าผมกำลังเศร้าถึงได้หาวิธีทำให้ผมผ่อนคลายพาไปกินข้าวกินไอติม พาเดินเล่นทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ 

แต่ว่าพี่ธีร์ก็ไม่ได้ทำให้ผมอึดอัดหรอกนะกับการที่พี่เขาทำอะไรตามใจตัวเองแบบนั้น ก็ดีเหมือนกันผมจะได้ไม่มีเวลามานั่งเศร้ากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เสียใจกับคนที่ไม่ควรได้รับสิ่งนั้นจากผม 

แต่เอาเข้าจริงๆ พออยู่คนเดียวตามลำพังทุกอย่างที่พี่ธีร์พยายามทำลายมันออกไปจากใจผมมันกลับย้อนเข้ามาให้ผมได้เสียใจอยู่ดี 

เข้ามาใกล้ชิดผม เข้ามาคุยกับผมเพราะพนันกับเพื่อนไว้อย่างนั้นเหรอ...ใจร้ายว่ะ 

พี่ดินต้องเป็นคนประเภทไหนต้องใจร้ายขนาดไหนถึงได้กล้าเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นกล้าทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นได้ขนาดนี้ จริงอยู่ที่ระยะเวลามันอาจจะไม่นานแต่ผมก็คิดกับพี่เขาไปเยอะแล้วไง ทั้งคิดทั้งหวังอะไรต่อมิอะไรสารพัดแล้วพี่เขาก็ขยี้ทำลายมันด้วยมือของพี่ดินเอง 

โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของผมสั่นอีกแล้ว มันสั่นและส่งเสียงแบบนี้ซ้ำๆ ตั้งแต่ที่ผมออกมาจากบ้านไอ้หิน ผมไม่กล้าดูว่าใครโทรมาไม่กล้าแม้แต่จะหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงเลยได้แค่ลูบๆ คลำๆ นอกกระเป๋ากางเกงเพื่อกดปุ่มปิดเสียงตัดความรำคาญก็เท่านั้น 

ตอนนี้ผมไม่พร้อมที่จะคุยอะไรกับใครทั้งนั้นไม่ว่าจะกับไอ้หินกับพี่ธีร์หรือ...พี่ดิน แต่คงไม่ใช่หรอกพี่ดินจะสนใจผมอีกทำไมในเมื่อเขาเองเป็นคนผลักผมล้มไปต่อหน้าต่อตา  

“หึ...ความรักเหรอฝุ่น โง่ว่ะกับเด็กน้อยอย่างมึงเนี่ยนะ” ผมกัดปากตัวเองแน่นเมื่อคิดถึงความจริงข้อนี้ ใช่ถ้าไม่โง่ผมก็คงบ้าอะ ความรักบ้าบออะไรกันก็เห็นๆ กันอยู่ว่าวันนี้เขาพาผู้หญิงกลับมาบ้าน 

เขาชอบผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายแบบมึง! 

หลายวันหลังจากนั้นหลายวันที่ผมพยายามที่จะลบพี่ดินออกจากหัวแม้ว่าผมจะลบทุกอย่างของพี่เขาออกจากโทรศัพท์ไปแล้วเรียบร้อยทั้งเบอร์โทรทั้งข้อความที่เคยคุยกันรวมถึงบล็อกไลน์แล้วลบแอคเค้าน์ของพี่เขาทิ้งแต่นั่นมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรผมได้มากแต่อย่างน้อยมันก็ดีที่ผมจะได้ไม่ต้องกดมันเข้าไปดูซ้ำๆ เพื่อตอกย้ำความเจ็บปวดของตัวเอง 

ไอ้หินพยายามเข้ามาคุยกับผม ถามผมว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นแต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรมันไปนอกจากยิ้มเยาะตัวเองซึ่งมันเองก็คงไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่กับการที่ผมเป็นแบบนั้น แต่แล้วไงผมไม่แคร์หรอก แคร์แล้วได้อะไร แคร์แล้วผมจะเลิกเสียใจมั้ยกับการที่เป็นแค่หมากเดินเกมส์ของคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นผมเป็นตัวตลก 

และตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่ได้ข่าวพี่ดินจากไอ้หินอีกเลย มันอาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นเพราะดูจากการที่มันพยายามเทคแคร์ผมช่วยเหลือผมจนผมแทบจะไม่ได้ทำอะไรเองเลยนอกจากทำการบ้านอะนะ 

“ฝุ่นนนนน หิวข้าวแล้วอะไปกินข้าวกัน” พักเที่ยงทีไรผมก็จะได้ยินเสียงโหยหวนของไอ้หินทุกที 

“อืมๆ กูเก็บของแป๊ปนึง” แล้วผมก็ตอบมันแบบนี้ทุกวัน 

“วันนี้มึงกินไรเดี๋ยวกูไปซื้อให้” มันคว้าคอผมไปกอดหลังจากที่เราเดินมาถึงโรงอาหารแล้ว 

“เดี๋ยวกูไปซื้อเองก็ได้มึงไปหาซื้อของตัวเองเถอะ” บอกมันไปแบบนั้นพร้อมกับมองหาโต๊ะว่างไปด้วย 

“ได้ไง กูบอกแล้วไงว่ากูจะทำดีลบล้างสิ่งที่พี่ดินทำกับ...มึง” ไอ้หินเม้มปากกะพริบตาปริบๆ เหมือนเพิ่งจะรู้ตัวว่ามันพลั้งปากอีกแล้ว 

“มึงเลิกรู้สึกผิดในสิ่งที่มึงไม่ได้ทำได้แล้ว คนทำเขายังไม่เห็นจะสนใจอะไรเลย” ที่พูดไปแบบนี้ไม่ใช่ว่าผมยังโกรธอยู่หรือว่ารู้สึกอะไรกับเรื่องนั้นแล้ว มันอาจจะมีสะกิดใจอยู่บ้างแต่ว่าผมว่าผมก็โอเคขึ้นมากแล้วนะ 

ที่เขาบอกกันว่าวันเวลาจะช่วยเยียวยาทุกอย่างเห็นจะจริง เพราะตอนนี้เวลาพูดถึงเรื่องนี้ผมก็แค่สะอึกนิดหน่อยแต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บเหมือนในตอนแรกแล้ว 

“มึง โอเคแน่แล้วนะ”  

“…” ผมต้องถอนหายใจทำหน้าหน่ายๆ ใส่ไอ้หินอีกครั้ง นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้แต่ก็น่าจะไม่ต่ำกว่าสิบครั้งแล้วมั้งที่มันถามคำถามนี้กับผม 

“เออๆ มึงไม่เป็นอะไรแล้วกูก็สบายใจ แต่ว่ามึงจะกินอะไรเดี๋ยวกูไปซื้อให้”  

“โอยยย” ต้องกลอกตาเอือมใส่มันอีกกี่ครั้งกันนะ 

“โอเคๆ ไม่ต้องทำหน้าเหม็นเบื่อกูขนาดนั้นก็ได้ งั้นมึงไปซื้อของมึงกูไปซื้อของกูแต่ว่ากูจะซื้อน้ำมาให้นะมึงห้ามปฏิเสธเข้าใจมั้ย ไปๆ ไปซื้อข้าวมาแดกกันกูหิว”  

“เออออออ” สุดท้ายก็ต้องยอมมันอีกจนได้ละน่า  

วันเวลาดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จันทร์ถึงศุกร์ผมก็ไปเรียนตามปกติเสาร์อาทิตย์ก็อยู่บ้านช่วยยายทำนั่นทำนี่ มีสอนการบ้านน้องสาวอีกนิดหน่อยเวลาที่ปาแป้งแก้โจทย์ไม่ได้ ออกไปเที่ยวกับพี่ธีร์กับไอ้หินบ้างเวลาที่ถูกพวกเขาคะยั้นคะยอจนผมปฏิเสธไม่ได้บางครั้งผมก็ออกไปกับพี่ธีร์สองคนไปกินข้าวเดินเล่นดูหนังบ้างตามประสาแต่อย่าคิดว่าผมจะดูหนังรักโรแมนติกกันนะครับ เพราะพี่ธีร์แกสายโหดเห็นหล่อๆ แบบนี้พี่เขาก็ชอบดูหนังผีนะถึงแรกๆ ผมจะกลัวแต่ตอนนี้ผมว่ามันก็สนุกดีหลอนดีดูอย่างวันนี้สิ พี่ธีร์ชวนผมออกมากินอาหารญี่ปุ่นแล้วยังพาผมมาดูหนังผีญี่ปุ่นอีกบอกได้คำเดียวว่าหลอนโคตรๆ 

“หนังโคตรน่ากลัวอะพี่ธีร์” ผมบอกขณะที่เราเดินออกมาจากโรงหนังกันแล้ว 

“นั่นดิ สงสัยคืนนี้นอนไม่หลับแน่เลย” พูดไปก็ลูบขนที่แขนตัวเองไปด้วย 

 “อะไรกันครับ ไหนบอกไม่กลัวผีไง” เห็นสีหน้ากับท่าทางของพี่ธีร์มันอดไม่ได้เลยจริงๆ ที่จะเอ่ยพี่เขา 

“ใครบอกว่ากลัว” พี่ธีร์ว่าเสียงแข็งผมเองก็พยักหน้าเบะปากน้อยๆ หรี่ตาอีกนิดละกันแสดงให้รู้กันไปเลยว่าผมไม่เชื่อหรอกว่าไม่กลัว 

“โอเค้ ไม่กลัวก็ไม่กลัว” ผมว่าก่อนยิ้มมุมปากเมื่อนึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้ “เฮ้ย! นั่นอะไรน่ะ”  

“เฮ้ย!! อะ อะไร ไหนๆ” คนไม่กลัวร้องโวยวายพลางกระโดดมาหลบอยู่หลังผมซะงั้น 

“ฮ่าๆ พี่ธีร์ตลกอะ ไหนบอกไม่กลัวไง” เอี้ยวหน้ากลับไปมองแล้วก็ต้องหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้เพราะหน้าซีดๆ ของพี่ธีร์นี่แหละ 

“โหอะไรอะ นี่แกล้งพี่เหรอฝุ่น”  

เมื่อรู้ว่าโดนผมแกล้งก็ทำหน้างอนเดินหนีไปโน่นแล้วจนผมต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามขายาวๆ ของพี่เขาเพื่อไปง้อ ห๊ะ? ง้อพี่ธีร์เนี่ยนะ  

“พี่ธีร์ ขอโทษ” ก็ต้องง้อจริงๆ นั่นแหละเพราะคนถูกแกล้งเขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผม 

“…” 

“พี่ธีร์ครับ ฝุ่นขอโทษน้า” ต้องเพิ่มระดับเสียงยังไงให้ดูเหมือนง้อละเนี่ย 

“…” 

“พี่ธีร์ ถ้าไม่หายงอนฝุ่นจะงอนกลับแล้วนะ” เอาไม้นี้แหละครับ ก็มันไม่รู้จะง้อยังไงแล้วนี่ 

ได้ผลครับเพราะว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่หยุดเดินแต่พี่ธีร์หันกลับมาทำหน้างอนพลางถอนหายใจออกมาหนักๆ จนผมต้องยิ้มเผล่ไปให้แต่เมื่อพี่เขาก้าวขายาวๆ เข้ามาหาผมกลับเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังไปซะเองจนชนกับใครบางคนเข้า 

“ขอโทษครับ” รีบเอ่ยขอโทษคนที่ผมถอยหลังไปชนแต่ยังไม่ทันได้หันกลับไปมองใจผมกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงของเขาอีกครั้ง 

“ฝุ่น!”  

ความคิดเห็น