Stoprain
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

✾ Sir.Rome — Three , พิธีเต้นรำ {100 pc.}

ชื่อตอน : ✾ Sir.Rome — Three , พิธีเต้นรำ {100 pc.}

คำค้น : เซอร์โรม

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2563 23:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
✾ Sir.Rome — Three , พิธีเต้นรำ {100 pc.}
แบบอักษร

✾ Sir.Rome เซอร์โรม 

S T O P R A I N 

_____________________________________________ 

“There's only one truth” 

― aoyama gosho 

Three — พิธีเต้นรำ 

 

        Kidteung talks— 

        “คุณโรม?” 

        สรรพนามที่ฉันพูดออกไปก่อนหน้าถูกทวนโดยเขา ฉันก้าวถอยหลังนิดหน่อยด้วยความตกใจเพราะเพิ่งนึกได้ว่าตามปกติพี่ฝันไม่ได้เรียกคุณโรมแบบนั้น เธอมักเรียกเขาว่า ‘พี่โรม’ ต่างหาก เป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ฉันประหม่าที่กันครั้งแรกจึงทำให้เผลอหลุดเรียกสรรพนามที่ใช้เรียกเขาในใจไป 

        คุณโรมเป็นนักสืบ เขาจะจับได้หรือเปล่านะ 

        มือที่กุมกันไว้บีบแน่นขึ้นกว่าเดิม ฉันหลบเลี่ยงสายตาคมกริบนั้นมองไปทางอื่นแทน เวลานี้รอบตัวเรายังพอมีคนอยู่บ้างแม้จะไม่มากเท่ามุมอื่น นี่อาจเป็นเหตุผลที่ดีในการใช้เพื่อออกจากสถานการณ์ก็เป็นได้ 

        สายตาไม่เข้าใจจากคุณโรมยังคงมองมา ฉันควรรีบอธิบายแล้วหาข้ออ้างขอแยกตัวออกมาก่อน 

        “ฝันพูดผิดน่ะค่ะ เมื่อกี้คิดเรื่องอื่นในใจ...” ฉันทอดเสียงแผ่วปลายและไม่ได้สบสายตานั้นตอนที่พูด อยู่ตรงนี้นานกว่านี้คงไม่ดีแน่เลย ฉันควรรีบขอตัวไปจะดีกว่า “ฝันไปหาม๊าก่อนนะคะ” 

        ฉันมองเห็นคุณแม่ยืนคุยกับผู้ใหญ่ไม่ไกลพอดี เหตุผลนี้น่าจะใช้ได้ ก่อนหน้าที่ฉันเรียกเขาก็เพราะจะขอตัวแยกออกมาเหมือนกัน คุณโรมยังคงมองมาด้วยสายตาแบบเดิมจนฉันต้องก้มหัวเล็กน้อยและรีบหมุนตัวเดินไป  

        คุณโรมเป็นนักสืบ เขาเก่งมากๆ ทำอะไรก็เหมือนโดนจับผิดไปเสียหมด 

        ฉันวางนิ้วลงบนกระโปรงชุดเดรสสีขาวพลางยกขึ้นนิดหนึ่ง ด้วยความยาวของชุดที่ลากพื้นนิดๆ ส่งผลให้ฉันเดินค่อนข้างยาก รองเท้าส้นเข็มที่นานๆ ครั้งจะใส่ลิดรอนการทรงตัวของฉันมากขึ้นไปอีก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ออกงานสำคัญแต่มันไม่ง่ายเลย 

        ฉันหวนนึกถึงคำพูดของพี่ฝัน ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่เรากลับมาเจอกันอีกครั้งเธอก็สอนอะไรฉันหลายอย่างมากมาย ทั้งท่าทาง มารยาท ข้อมูลคนรอบตัวเธอที่ต้องรู้รวมไปถึงงานวงการบันเทิงของเธอด้วย ทุกอย่างที่ฉันต้องทำเธอสอนอย่างละเอียดจนเรียกได้ว่าจำขึ้นใจเลย 

        ‘มารยาทในงานเลี้ยงเรียกได้ว่าวางตัวยากระดับหนึ่ง ถ้าเธอไม่ชินกับชุดยาวๆ และรองเท้าส้นเข็มล่ะก็รอดยากแน่’ 

        คิดถึงเข้าใจแล้ว...ไม่ใช่แค่ยากเรื่องวางตัวแต่เรื่องโกหกก็ยากไม่แพ้กัน 

 

        หนึ่งเดือนที่แล้ว 

       “ข้อแรก ชื่อจริงของฉันคือรวิธิดา วงศ์วริศ จำชื่อฉันให้ชินปากเวลาคนถามจะได้ตอบถูก และฉันแทนตัวเองว่าฝันเวลาพูดกับคนที่โตกว่า” พี่คิดฝันจรดปากกาลงบนกระดาษที่อยู่เบื้องหน้า ในนี้มีข้อมูลส่วนตัวของเธอทุกอย่างรวมเอาไว้ มือนั้นวงที่ชื่อเธอเหนือสุดเพื่อเน้นย้ำคำพูด 

        ฉันพยักหน้ารับ 

       “ข้อสอง ชื่อในวงการของฉันคือคิดถึง ผู้จัดการส่วนตัวของฉันคือพี่โยชิ ซึ่งการไปถ่ายทำหนังที่ต่างประเทศครั้งนี้พี่โยชิจะไปกับฉันด้วย ถ้ามีคนถามถึงผู้จัดการส่วนตัวให้เธอบอกว่าพี่โยชิมีปัญหาเรื่องครอบครัวนิดหน่อยเลยต้องกลับไปจัดการ หากมีงานเข้ามาบริษัทจะติดต่อมาหาเธอเอง ฉันจะแจ้งบริษัทเรื่องพี่โยชิให้ เธอก็แค่ต้องไปงานต่างๆ ด้วยตัวเองกับคนของ JS ก็เท่านั้น” 

        พี่ฝันผายมือไปยังบุคคลหนึ่งซึ่งยืนกุมมืออยู่ไม่ไกลมากนัก เธอเป็นผู้หญิงสไตล์ทำงานออกไปทางค่อนข้างเนิร์ด แว่นที่สวมอยู่บนหน้าถูกขยับโดยปลายนิ้วเรียวสองสามนิ้วตามมาด้วยการก้มหัวแสดงความเคารพ 

        ฉันรีบก้มหัวบ้าง เธอคนนี้คงเป็นพี่โยชิ ผู้จัดการส่วนตัว 

        จากที่พี่ฝันพูดเมื่อครู่ตามปกติแล้วเวลาเธอไปออกรายการต่างๆ เธอคงมีพี่โยชิตามไปด้วยทุกครั้ง แต่หลังจากนี้พี่โยชิจะไปต่างประเทศกับเธอซึ่งหมายความว่าฉันต้องไปออกรายการคนเดียว ที่พูดถึงคนบริษัท JS ก็คงเพราะเธอเป็นนักร้องในค่ายนี้ คงเป็นคนจากบริษัทที่รับส่งเวลาไปถ่ายรายการต่างๆ 

        ออกรายการคนเดียว...เพียงแค่คิดก็ประหม่าแล้ว 

        พี่ฝันยังคงอธิบายเกี่ยวกับงานในวงการบันเทิงอีกนิดหน่อย เธอบอกว่าตอนนี้เพลงใหม่ของเธอกำลังเริ่มดำเนินการอยู่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอเพิ่งปล่อยเพลงหนึ่งไปไม่นานฉะนั้นจึงมีเวลาอีกหลายเดือนในการทำเพลงใหม่ ศิลปินในค่าย JS ก็มีมากมายจึงเป็นคิวของพวกเขาก่อนที่จะได้ปล่อยเพลง พี่ฝันวางแผนไว้แล้วว่าเธอสามารถกลับมาทันก่อนการอัดเสียงแน่นอนและฉันก็มีหน้าที่เพียงไปออกรายการต่างๆ ที่ติดต่อเข้ามาเท่านั้น 

        เธอเตรียมลิสต์เพลงของเธอไว้ให้ฉันด้วย เนื่องจากฉันต้องฟังและรู้จักเพลงทั้งหมด 

        “ฉันจะบอกกับทางบริษัทว่าช่วงนี้ฉันไม่สบายเจ็บคอมาก หากรายการที่ติดต่อเข้ามาขอให้ร้องเพลงบริษัทจะแจ้งกับทางนั้นเอง เวลามีคนถามเธอก็อ้างแบบนี้ไป” 

        “ค่ะ” เธอคงกลัวว่าฉันจะร้องออกมาไม่เหมือนเธอเท่าไหร่ 

        “เรื่องปลีกย่อยภายในบริษัทฉันเขียนรายละเอียดไว้หมดแล้ว เธอไปอ่านที่เหลือเองแล้วกัน ต่อไปมาที่เรื่องคนรู้จักของฉัน” มือเนียนคว้ากระดาษแผ่นอื่นมาวางทับแทนที่แผ่นแรก มีรูปภาพและชื่อของแต่ละคนอยู่บนนั้นไล่กันไปเรื่อยๆ รวมๆ ก็ห้าหกแผ่นได้เลย “สองคนนี้คือพ่อกับแม่ของฉัน ตระกูลวงศ์วริศทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องอะไรเธอก็น่าจะรู้ดีฉันคงไม่ต้องอธิบาย ยังไงซะฉันก็ไม่เคยยุ่งเรื่องพวกนี้อยู่แล้วฉะนั้นเธอรู้แค่นี้ก็พอ ฉันเรียกพ่อว่าป๊า เรียกแม่ว่าม๊า เธอเองก็จำตรงนี้ด้วย” 

        “ค่ะ” 

        “เรื่องแผนผังภายในบ้านฉันก็ใส่เอาไว้แล้ว ไปดูเอาว่าใครอยู่ห้องไหนบ้าง เรื่องอื่นๆ ก็ไม่ได้มีสำคัญอะไรแต่เธอต้องอ่านรายละเอียดทั้งหมด” เธอยังคงเน้นย้ำตรงจุดนี้ มือเรียวพลิกหน้ากระดาษไปยังแผ่นต่อไปเพื่ออธิบายคนรู้จักของเธอต่อ “คนๆ นี้คือพี่โรม เรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว ฉันชอบไปที่บ้านของเขาบ่อยๆ คุณพ่อกับคุณแม่พี่โรมเอ็นดูฉันมาก ถ้าได้เจอกันเธอต้องนอบน้อมเข้าไว้” 

        พี่โรมที่เธอพูดถึงก่อนหน้าหมายถึงผู้ชายคนนี้นี่เอง ความจริงชื่อเสียงของเขาก็ดังจนฉันพอจะรู้จักบ้างแต่ฉันแค่ไม่เคยเห็นหน้าเขาก็เท่านั้น ฉันรู้เพียงว่าคนทั่วไปชอบเรียกเขาว่า ‘เซอร์โรม’ หรือไม่ก็ ‘เชอร์ล็อกโรม’ และความเก่งกาจของเขาไม่เป็นสองรองใคร บางทีเรื่องหน้าตาเองก็อาจมีส่วนเกี่ยวด้วยก็ได้เพราะแค่ดูจากในรูปก็พูดได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ดูดีมากๆ 

        “แต่ว่าน่าเสียดายที่ตอนนี้คุณน้าเสียแล้ว พี่โรมเหลือแค่คุณพ่อเท่านั้น ถ้าเธอเจอท่านก็อย่าไปพูดอะไรที่สะกิดใจเด็ดขาด” 

        “...” เป็นอย่างนั้นเอง 

        “พี่โรมมีน้องชายหนึ่งคนแต่ฉันไม่เคยเจอเขามาก่อน หมอนั่นชื่อรามอายุพอๆ กับพวกเรา ยังไงเธอก็คงไม่เจอหรอกก็ปล่อยไป ส่วนนี่คือเพื่อนของพี่โรม กลุ่มพวกเขามีกันห้าคนได้ เธอรู้แค่หน้ากับชื่อเอาไว้ก็พอเพราะยังไงก็คงไม่ได้คลุกคลีอะไรด้วยอยู่แล้ว” 

        “...” ฉันกวาดสายตามองรูปภาพและชื่อของแต่ละคน พวกเขามาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงทั้งนั้นเลย มิหนำซ้ำยังเป็นคนที่มีชื่อเสียงด้วย แต่ละคนก็ดังต่างกันออกไปในแต่ละอาชีพ ฉันเพิ่งได้เห็นหน้าพวกเขาก็ครั้งนี้ครั้งแรกปกติได้ยินแค่ชื่อ 

        “คนต่อไปคือคนที่เธอต้องระวังเอาไว้ให้ดี ยัยนี่ชื่อนุ่มนิ่ม มันเป็นเด็กที่คุณน้าเอ็นดูมากเอาเรื่อง ก่อนที่ท่านจะเสียท่านวางแพลนให้พี่โรมกับมันแต่งงานกันซึ่งอีกสี่ปีจะถึงกำหนดการนั้น ฉันกำลังหาทางไล่มันออกจากชีวิตพี่โรมอยู่ ถ้าเธอเจอมันล่ะก็สั่งสอนมันไปหน่อยก็ดี เอาให้เจ็บตัวบ้างก็ได้จะได้จำ” 

        พี่คิดฝันกำมือแน่นจนแดงเถือก สายตาเธอวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความไม่พอใจปนโกรธ 

        “พี่ฝัน...” 

        “มันเป็นแค่เด็กรับใช้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า มันไม่มีสิทธิ์ได้พี่โรม” 

        “...” เด็กรับใช้งั้นเหรอ 

        “ประวัติของมันอยู่ในนั้น เธออ่านเอาเองให้ละเอียด จำเอาไว้ว่าเวลาเจอให้เหยียดมันไป เด็กแบบนั้นต้องเจอแบบนี้ถึงจะรู้ที่ต่ำที่สูง สำหรับฉันเรื่องพี่โรมคือที่หนึ่งไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเขายิ่งกับคนที่เป็นคนใช้มาก่อนแบบนั้น” 

        “...” 

        “เข้าใจใช่มั้ยคิดถึง” พี่ฝันเน้นย้ำ เธอกอดอกสมทบคำพูดด้วย 

        “ค่ะ” ได้เพียงตอบเสียงแผ่ว 

        จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้ไม่ดีเลย... 

        “งั้นต่อไปมาที่เรื่องมารยาทในการวางตัว ฉันจะสอนเธอเองว่าเวลาออกงานต้องทำยังไง เธอเตรียมใจไว้เลยเพราะตระกูลดังๆ มักจะจัดงานเลี้ยง งานเต้นรำเสมอ และมารยาทในงานเลี้ยงเรียกได้ว่าวางตัวยากระดับหนึ่ง ถ้าเธอไม่ชินกับชุดยาวๆ และรองเท้าส้นเข็มล่ะก็รอดยากแน่” 

        “...” รองเท้าส้นเข็ม...ฉันเคยใส่เมื่อนานมากแล้วและมันเดินยากมากจริงๆ 

        “ก่อนอื่นเราต้องไปลองใส่ของจริงก่อนจะได้รู้ ฉันมีชุดที่จะให้เธอลองด้วย เดือนหน้าก็จะมีงานเลี้ยงพอดีซึ่งเป็นงานที่ครอบครัวของพี่โรมเป็นเจ้าภาพ ถึงตอนนั้นฉันคงบินไปต่างประเทศแล้วฉะนั้นงานนี้จะเป็นงานแรกที่เธอได้เปิดตัวในฐานะคิดฝัน” พี่สาวพยักหน้าให้หนึ่งในลูกน้องของเธอไปเอารถมา เธอคงจะพาฉันไปลองชุดตามที่ว่าก่อนหน้า ชุดนี้คงเป็นชุดที่ใช้ออกงานที่จะถึงฉันเลยต้องลองใส่ “ในงานเธอมีสิทธิ์เจอพี่โรมแน่นอนฉะนั้นให้พยายามเลี่ยงเข้าไว้ ถ้าคุยก็พูดน้อยๆ ไป มันอาจจะขัดกับนิสัยของฉันแต่ว่าฉันไม่อยากให้เธอยุ่งกับเขา” 

        “พี่ฝัน...” 

        “บอกตามตรงนะ ฉันไม่ไว้ใจเธอ” พี่สาวมองด้วยสายตากดดันกัน ความแน่วแน่และความมั่นใจเอ่อล้นขึ้นมาแม้จะไม่ต้องพูด “ยังไงในสามเดือนนี้ก็คงไม่มีเรื่องให้ยุ่งกับพี่โรมอยู่แล้วนอกเสียจากตอนออกงาน เธอทำตามที่ฉันบอกแค่นี้ก็พอ” 

        “ค่ะ” ฉันตอบเสียงแผ่ว เธอคงจะหวงคุณโรมมากเลยและคงไม่อยากให้ใครยุ่งกับเขาด้วย ก่อนหน้านี้ก็ยังบอกด้วยซ้ำว่าห้ามตกหลุมรักเขาเด็ดขาด ฉันเองก็รู้ตัวดีว่าคงไม่รู้สึกแบบนั้นหรอก 

        “ไม่ต้องห่วงว่าพี่โรมจะสงสัยเรื่องที่เธอเลี่ยงๆ เจอกันไม่บ่อย ยังไงเดี๋ยวฉันกลับมาทุกอย่างก็เหมือนเดิมเอง” 

        “...” 

        “ทั้งหมดที่พูดมาเธอทำได้ใช่มั้ย” 

        “ค่ะ” 

        ก็รับปากไปหมดแล้วนี่นาจะให้บอกว่าทำไม่ได้ก็คงไม่ดีใช่มั้ยล่ะ การเป็นคนๆ หนึ่งคงยากมากเลยแต่ฉันจะลองพยายามดู เพียงแค่สามเดือนเท่านั้นแล้วทุกอย่างก็จะกลับเป็นปกติ หากว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่พี่คิดฝันวางแผนไว้ก็คงจะดีไม่น้อยเลย 

        ถ้าหากว่าเป็นแบบนั้นล่ะก็นะ 

 

        คุณแม่อยู่ที่นั่น... 

        ฉันมองไปที่ท่านขณะที่บรรจงเดินผ่านผู้คนไป มารยาทและคำสอนต่างๆ ของพี่คิดฝันฉันพึงระลึกไว้เสมอ ในเมื่อฉันอยู่ในฐานะเธอก็ต้องทำตามที่เธอบอกให้ได้แม้มันจะยากไปสักหน่อยก็ตาม ตัวเองค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าวโดยไม่ลืมยิ้มเล็กๆ ให้ผู้ใหญ่รอบข้างด้วย ฉันแยกจากคุณโรมมาแล้ว แบบนี้อึดอัดน้อยกว่าเยอะเลย 

        ตามที่พี่ฝันบอก...คงไม่ค่อยเจอกันอีก พอได้อยู่ในสถานการณ์จริงแล้วรู้สึกดีมากเลยที่เป็นแบบนั้น 

        “เดี๋ยวเอาไปเสิร์ฟพวกพี่ไทหน่อยนะคะ อยู่ตรงนั้นน่ะค่ะ” 

        เสียงเล็กๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากทางหางตา ในทีแรกฉันไม่ได้หันไปมองเธอเพราะคิดว่าคงยืนอยู่เฉยๆ ทว่าดันไม่ใช่แบบนั้น เธอกำลังหมุนตัวจะเดินมาทางนี้ซึ่งตรงกับที่ฉันกำลังจะเดินผ่านหน้าเธอไปพอดี ผลก็คือเราชนกันอย่างแรงและแก้วไวน์ในมือเธอตกหกรดชุดเดรสของฉันจนเปื้อนไปแถบหนึ่ง 

        ผู้หญิงคนนั้นล้มลงด้วย เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที 

        “ขอโทษค่ะ ไม่เป็นไรนะ?” ฉันรีบย่อตัวลงด้วยความตกใจ เหมือนว่าเธอจะล้มแรงพอควรเลย โชคยังดีหน่อยที่แก้วไวน์ในมือไม่แตก ฉันยื่นมือไปจะช่วยดึงเธอขึ้นแต่ว่าคนๆ นี้ก็เงยหน้ามองฉันตาโตเสียก่อน 

        “คะ...คุณคิดฝัน...” 

        “เธอ...” เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้ตกใจ คนตรงหน้าฉันคือนุ่มนิ่มนั่นเอง พี่ฝันบอกว่าเธอไม่ชอบนุ่มนิ่มเพราะฉะนั้นเวลาเจอกันคงไม่พูดดีด้วยแน่ๆ การที่ฉันขอโทษเธอคงทำให้เธอประหลาดใจ 

        “นุ่มนิ่มไม่เป็นไรนะ” 

        เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นก่อนที่เขาจะเข้ามาช่วยพยุงเธอ ฉันยังไม่ทันลดมือที่ยื่นไปนุ่มนิ่มก็จับมือผู้ชายคนนั้นยืนขึ้นแทนแล้ว นอกเหนือจากคนๆ นี้ก็ยังมีผู้ชายอีกสองคนมาด้วย หนึ่งในนั้นคือคุณโรมที่ฉันคุยด้วยก่อนหน้า 

        ฉันพอจำได้จากที่เคยดูรูป...คนที่พยุงเธออยู่คือคุณควัน ส่วนอีกคนที่เข้ามาอีกคนพร้อมคุณโรมคือคุณไท 

        ทั้งหมดคือเพื่อนของเขา 

        “นุ่มไม่เป็นไรค่ะ นุ่มแค่...” เธอมองฉันพลางหลบตาในที ที่เมื่อกี้ไม่รับมือฉันคงเพราะเธอกลัวแน่ๆ ตัวเองยืนขึ้นพลางลดมือลงด้วย ฉันควรทำยังไงในเวลานี้ดีนะ พี่ฝันบอกว่าฉันคงไม่ค่อยได้ยุ่งกับเพื่อนคุณโรมเท่าไหร่แต่ตอนนี้ฉันเจอแล้วนี่สิ แถมคุณโรมเองก็อยู่ด้วย 

        สายตาของคุณควันกับคุณไทคล้ายจะคาดโทษฉันนิดหน่อย 

        “พี่บอกแล้วว่าให้เรียกบริกรมาเอง จะเดินมาทำไมก็ไม่รู้น้องนุ่ม” คุณไทว่า เธอคงเดินมาหาบริกรแล้วเจอฉันกลางทางพอดี จากสายตาแล้วคุณไทกับคุณควันคงคิดว่าฉันจงใจชนแน่ๆ 

        “นุ่มขอโทษค่ะ แต่ว่า อ๊ะ ชุดคุณคิดฝันเลอะด้วย” นุ่มนิ่มชี้มายังชุดของฉันที่เปื้อนอยู่ทั้งที่ยังพูดไม่จบ ไวน์สีแดงเลอะตรงบริเวณเอวจนเริ่มลามไปทั่ว “ไปเปลี่ยนชุดดีกว่านะคะคุณคิดฝัน” 

        “ฉัน...” 

        “น้องนุ่ม มือถลอกด้วยเหรอครับ” คุณควันพูดขัดก่อนที่ฉันจะตอบเธอเสียอีก เขาคงสังเกตจากตอนที่นุ่มนิ่มชี้มา คุณโรมที่ยืนเงียบไม่พูดอะไรเข้ามาพยุงตัวนุ่มนิ่มแทนคล้ายจะพาไปตรงอื่นทว่าเธอก้าวไปได้ก้าวเดียวก็ต้องสะดุดเพราะชายชุดเธอถูกเหยียบไว้ 

        ฉันไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวเองเหยียบชายชุดเธออยู่ 

        “ขอโทษค่ะ” ฉันบอกออกไปด้วยความเคยชินและรีบยกเท้าขึ้น โชคยังดีที่คุณโรมพยุงอยู่เธอเลยไม่ล้ม สายตาสี่คู่มองมาทางนี้อย่างไม่เข้าใจ 

        แย่แล้ว...ฉันพูดขอโทษออกไปนี่นา 

        “ฝัน...ฝันขอตัวก่อน” ฉันรีบหมุนตัวเดินไปทางคุณแม่ทันที ผู้ใหญ่หลายคนมองมาทางนี้คล้ายตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า (ที่ล้ม) รวมไปถึงท่านด้วย เรื่องชุดคงต้องปรึกษาท่านว่าจะทำยังไงเพราะตอนนี้มันเลอะลามไปเรื่อยๆ แล้ว 

        ขอให้คุณโรมและเพื่อนเขาไม่สงสัยอะไรด้วยเถอะ 

        ฉันเดินออกมาเร็วเสียจนไม่ทันได้ยินประโยคบางอย่างจากคุณควันเลย ประโยคที่เขาหันไปพูดกับเพื่อนตัวเองอย่างงุนงง 

        “มึง เมื่อกี้คิดฝันขอโทษนุ่มนิ่มเหรอวะ” 

 

        Rome talks— 

        “กูว่าแม่นางน่าจะกินอะไรผิดสำแดงมา” 

        ไอ้ไทยักไหล่ตอบกลับประโยคของไอ้ควันก่อนหน้า ผมเพียงเลื่อนสายตาไปมองคิดฝันที่เพิ่งเดินไปถึงคุณแม่ของเธอ เป็นภาพชินตาที่เห็นคิดฝันนอบน้อมในงานเลี้ยงกับบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่เพราะนั่นเป็นมารยาท แต่การกระทำและคำพูดของเธอที่พูดกับนุ่มนิ่มเมื่อครู่นั่นไม่ใช่ 

        สิบกว่าปีที่รู้จักผู้หญิงคนนี้ คิดฝันไม่มีทางขอโทษนุ่มนิ่ม 

        และเพราะแบบนั้นสิ่งเดียวที่จะอธิบายเรื่องแปลกๆ ที่เกิดขึ้นได้คงมีอยู่อย่างเดียว คิดฝันคงกำลังเริ่มทำเหมือนที่ผ่านมา ตามที่ผมเคยบอกก่อนหน้าว่าหลังจากที่คิดฝันรู้เรื่องกำหนดการแต่งงานระหว่างผมกับนุ่มนิ่มเธอก็เข้าหาผมหนักมาก ตลอดหลายปีตั้งแต่เจอกันครั้งแรกก็ว่าหนักแล้วแต่พักหลังๆ นั้นหนักขึ้นกวาเดิม เธอใช้ทุกวิธีและสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คงเป็นแบบนั้น 

        เธอคงวางแผนทำอะไรบางอย่าง 

        ผมไม่รู้ว่าคิดฝันวางแผนอะไรอยู่ วิธีการของเธอที่ผ่านมาทั้งหมดนั้นไม่เคยได้ผลเพราะผมมองออกก่อนเสมอ ถ้าให้ยกตัวอย่างสิ่งที่เธอเคยทำก็มีครั้งหนึ่งที่คิดฝันพยายามมอมเหล้าผมในงานเลี้ยงวันเกิดอายุครบยี่สิบสี่ปี คงไม่ต้องบอกว่าจุดประสงค์ของเธอคืออะไร คิดฝันหาวิธีที่จะทำให้กำหนดการแต่งงานยกเลิกให้ได้ก็คงไม่พ้นเรื่องนั้น แต่แผนการของเธอก็ล้มเหลวเพราะนอกจากผมจะไม่เมาแล้วเพื่อนผมก็จับได้ด้วย 

        ผมเป็นคนคอแข็ง ผมรู้ว่าเธอตั้งใจให้ผมดื่มเยอะ ขนาดตัวผมเองยังมองออกเพื่อนผมจะมองออกด้วยก็คงไม่แปลก 

        และนี่เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่เธอเคยทำเท่านั้น 

        เรื่องวันนี้ก็คงเป็นอีกวิธีการของเธอ ผมค่อนข้างแปลกใจที่คิดฝันเลือกเปลี่ยนทั้งคำพูดและการกระทำ แต่ไม่ว่ายังไงหากนั่นไม่ใช่นิสัยที่แท้จริงสุดท้ายก็คงทำได้ไม่นาน 

        “กูว่าต้องไปถามความเห็นไอ้ภัก” ไอ้ควันหรี่ตายกมือจับคาง เป็นใครก็ดูออกว่ามันกำลังแอคท่าสงสัย เพียงไม่กี่วินาทีไอ้ควันก็หันมายักคิ้วให้ผม “เป็นไง กูดูเหมือนนักสืบบ้างปะ” 

        ผัวะ 

        “นักสืบสมองหมาอะสิ” ไอ้ไทว่าพลางตบกะโหลก ผมเลิกคิ้วหนึ่งทีแล้วพยุงนุ่มนิ่มเดินไปต่อ คงต้องบอกให้มันดูละครน้อยลงหน่อย ตอนทำงานจริงไม่ค่อยมีใครทำท่าแบบนั้นจะมีก็แต่ในหนังในละคร 

        “พี่โรมคะ นุ่มเจ็บ” นุ่มนิ่มดึงแขนเสื้อผมขณะที่เดินมาไม่กี่ก้าว ผมหยุดพลางมองจุดที่เธอชี้ นุ่มนิ่มชี้ที่ขาตัวเอง “ตอนล้มนุ่มคงขาพลิก” 

        ที่เธอหยุดเดินก็คงเพราะเจ็บ ผมกวาดสายตามองไปยังทางเข้าห้องครัวที่ติดกับห้องโถงใหญ่ คาดคะเนจากสายตาแล้วน่าจะไม่กี่เมตร การไปนั่งพักในนั้นก่อนคงดีที่สุดเพราะบริเวณโซนงานเลี้ยงไม่มีที่นั่ง “อีกนิดครับ” ผมบอกเธอ 

        นุ่มนิ่มพยายามยันตัวเองเดินมาเรื่อยๆ ผมเลื่อนสายตาไปมองไอ้ไทที่เดินไปรวมกับพวกไอ้ภักแล้ว หากมันสังเกตทางนี้สักหน่อยจะดีมากเพราะผมจะได้ไม่ต้องเดินไปตามมันอีกทีหลัง 

        มันเป็นหมอ ผมจะให้มาดูอาการเธอ 

        ไอ้ภักมองสบตากับผมพอดี ดูเหมือนมันจะรู้ว่าผมต้องการอะไร มันสะกิดไอ้ไทให้หันมาซึ่งพอมันเห็นผมมันก็ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง 

        ‘กูเหรอ’ คล้ายจะถามแบบนั้น 

        ผมพยักหน้าเป็นการบอกว่าใช่ ไอ้ไทจึงยักไหล่สองสามทีแล้วแยกตัวมา เวลานั้นผมก็พาเธอมาถึงห้องครัวพอดีผมเลยให้เมดรับหน้าที่พยุงเธอต่อ นุ่มนิ่มดึงแขนเสื้อผมเหมือนเดิมด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก 

        “พี่โรม...” 

        “ครับ” 

        “อยู่กับนุ่มก่อนนะคะ” เธอทำหน้าหงอยๆ ผมพยักหน้าเป็นการตอบรับเพราะตอนแรกก็ไม่ได้จะไปไหนอยู่แล้ว ผมแค่จะเดินไปคุยกับไอ้ไทที่ตามมาเฉยๆ 

        เธอถูกพยุงไปนั่งที่เก้าอี้ ไอ้ไทเดินมาตบบ่าผม มันเดาะลิ้นสองสามทีพลางถาม “ว่าไงครับพ่อนักสืบ” 

        “ดูอาการที” เพื่อความแน่ใจ ถ้าหนักจะได้พาไปโรงพยาบาล 

        “อ้าว น้องนุ่มเป็นอะไรครับ” 

        “พี่ไท นุ่มเจ็บค่ะ...” เธอมองเท้าตัวเอง ไอ้ไทนั่งลงตรงหน้าก่อนจะสำรวจที่ข้อเท้าเธอ ตอนแรกมันคงคิดว่าน้องแค่ถลอกเฉยๆ ถึงได้ถาม มันจับๆ คลำๆ ที่เท้าเพียงไม่นานก็เงยหน้าส่งยิ้มให้ 

        “ไม่เป็นไรนะครับ แค่ข้อเท้าพลิกนิดหน่อย” 

        “จริงนะคะ” 

        “ครับ” มือมันวางบนหัวนุ่มนิ่มเป็นการสมทบคำพูด เจ้าตัวหันไปคุยกับเมดที่ยืนอยู่ข้างๆ สองสามคนด้วยรอยยิ้มแบบเดิม “รบกวนประคบเย็นให้เธอด้วยนะครับ ถ้าไม่ดีขึ้นยังไงก็เรียกผม” 

        “รับทราบค่ะ” 

        พวกเมดแยกกันออกไปจัดการตามที่ไอ้ไทบอก ผมยืนล้วงกระเป๋ามองมันที่เดินมากระซิบข้างๆ หู มือที่ป้องปากอยู่ไม่ได้ช่วยสักเท่าไหร่เพราะมันใช้เสียงที่เรียกได้ว่าไม่เบา “กูหล่อปะ คุณหมอดีเด่นก็งี้” 

        “หึ” จะไม่หล่อก็ตรงนี้แหละ คีพลุคคุณหมอได้ไม่นานจริงๆ ผมยักไหล่ทำสีหน้าไม่รับรู้จนมันจิ๊ปากใส่สองสามที ในตอนนั้นนุ่มนิ่มก็มองมา 

        “พี่โรม...” 

        “ครับ” 

        “พี่โรมจะกลับเข้าไปในงานมั้ยคะ” เธอกะพริบตาปริบๆ ตามมารยาทแล้วผมควรกลับไปเพราะงานนี้ครอบครัวผมเป็นเจ้าภาพ ถ้าหายหน้าไปจากงานนานมากคงไม่ดีสักเท่าไหร่ ผมพยักหน้าแทนคำตอบ “งั้นเหรอคะ” 

        “ทำไมเหรอครับนุ่มนิ่ม น้องอยากอยู่กับไอ้โรมเหรอออ” 

        “พี่ไทอ่า” นุ่มนิ่มเบะปาก มันหัวเราะร่าเมื่อแกล้งเธอได้ “พี่ไทชอบแซวนุ่มตลอดเลย” 

        “ฮ่าๆๆ ก็น้องนุ่มน่ารักนี่นา” 

        ทั้งสองคนคุยหยอกล้อกันไปมา ผมมองนาฬิกาข้อมือที่บ่งบอกเวลาว่าใกล้จะถึงช่วงเต้นรำแล้ว โดยปกตินุ่มนิ่มที่เป็นคู่ออกงานของผมจะเป็นคู่เต้นรำด้วยแต่ในเวลานี้เธอเจ็บขา ดูท่าทางคืนนี้ผมคงไม่จำเป็นต้องเต้นรำ 

        ผมขอแยกตัวออกมาเมื่ออยู่เป็นเพื่อนนุ่มนิ่มได้สักพักหนึ่ง ไอ้ไทเองก็ตามออกมาด้วยเช่นกัน กลุ่มผมไม่เคยมีใครเต้นรำมาก่อน (ยกเว้นผมที่ต้องคู่กับนุ่มนิ่ม) แน่นอนว่าพวกมันก็เต้นเป็นเพราะต้องเรียนตั้งแต่เด็กแต่ที่ไม่เต้นก็เพราะไม่มีคู่ ที่ผมจะบอกก็คือดูท่าทางคืนนี้ผมคงต้องยืนมองบรรดาแขกคนอื่นเต้นเหมือนพวกมัน 

        “มึงดูแม่นางดิ ผู้ใหญ่พากันถามไม่หยุด” ไอ้ไทพยักพเยิดหน้าไปหาคนในบทสนทนา ผมเพียงมองตามสายตามันไปเงียบๆ ไม่แปลกที่จะเป็นอย่างมันว่าก็เพราะคิดฝันเป็นนักร้องในวงการบันเทิงที่มีชื่อเสียง ทุกครั้งที่ออกงานก็มักจะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว “ตรงข้ามกับไอ้ฮายลิบลับเลย” 

        ไอ้ฮายเพื่อนผมก็เป็นนักร้องเช่นกัน ตัวมันเองมีชื่อเสียงไม่ต่างจากคิดฝัน ครอบครัวมันเป็นเจ้าของค่ายยักษ์ใหญ่ JS ก็คงไม่แปลกหากเจ้าตัวจะเป็นนักร้องในสังกัดค่ายตัวเอง คิดฝันเองก็สังกัดค่ายนี้ด้วย ตระกูลดังสนิทกันจะมีเส้นสายบ้างก็คงเป็นเรื่องธรรมดา หากแต่ที่ไม่มีใครเข้าไปคุยกับไอ้ฮายเหมือนอย่างเธอคนนั้นก็เพราะทุกคนรู้ดีว่ามันไม่ชอบพูด กับพวกผมยังเงียบกริบ กับคนแปลกหน้ายิ่งไม่ต้องสืบ 

        ไอ้ฮายเจอไอ้ภัก = ป่าช้า 

        ผมกับไทรวมตัวกับพวกที่เหลือเหมือนอย่างในตอนแรก มีบางครั้งที่ผู้ใหญ่หลายท่านเข้ามาคุยด้วยผมก็ตอบกลับไปเป็นมารยาท ครอบครัวของเพื่อนผมก็มาเหมือนกันแต่ตามประสาผู้ใหญ่ก็มักจะอยู่กับผู้ใหญ่ด้วยกันมากกว่า ผมสังเกตเห็นแม่ของไอ้ภักที่มักมองลูกชายตัวเองพลางซุบซิบกับคนอื่น สายตาที่ภูมิใจนักหนาบ่งบอกให้รู้ว่าเธอคงอวดไอ้ภักตามประสาที่เคยได้ยิน 

        ‘สุภาพบุรุษ คุณชายภัก’ แบบนั้น 

        ผมเองก็ไม่เถียง เรื่องคุณชาย เรื่องมารยาท เรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ ไอ้ภักไม่เคยแหกสักครั้งจริงๆ 

        “โรม นุ่มนิ่มล่ะ” พ่อผมเข้ามาคุยด้วย ท่านเพิ่งปลีกตัวออกมาจากบรรดาเพื่อนๆ ของท่านได้ ผมเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ฟังก่อนที่ท่านจะทำเสียงฮึมฮัมในลำคอ พ่อตบบ่าผม “ยังไงคืนนี้ก็ต้องเต้น” 

        “หืม” ทำไม? 

        “พ่อบอกเพื่อนไปแล้วว่าให้รอดูแก” 

        “...” อ่า... “แต่ผมไม่มีคู่” 

        “ไม่ใช่ปัญหา” พ่อผายมือไปยังทิศทางที่ผมเคยมองไปก่อนหน้านี้ เพียงแค่เห็นผมก็รู้แล้วว่าท่านกำลังจะพูดอะไร “นุ่มนิ่มเจ็บขาอยู่ทุกคนคงเข้าใจ คืนนี้แกเต้นกับคิดฝันไปก่อนแล้วกันนะ” 

         

        Kidteung talks— 

        “ชุดเรียบร้อยมั้ยลูก” 

        คุณแม่ถามเมื่อท่านเห็นฉันเดินกลับมาจากห้องแต่งตัวแล้ว ฉันเพียงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะจับมือท่านที่ยื่นมา จากก่อนหน้านี้ที่ชุดเดรสของฉันเปื้อนไวน์ที่หกรดคุณแม่ท่านก็ให้ฉันไปเปลี่ยนชุดเป็นอีกตัวหนึ่งแทน คล้ายว่าท่านเตรียมสำรองเอาไว้ก่อนถึงแม้ชุดนี้จะไม่ได้หรูหราเท่าชุดตอนแรกก็ตาม 

        ชายชุดสั้นกว่า เดินง่ายมากเลย 

        เวลานี้ถึงตอนเต้นรำแล้ว พี่คิดฝันเคยพูดไว้ว่าในงานจะมีช่วงนี้ด้วย คุณแม่จับมือฉันพลางโคลงตัวไปมาตามเพลงแผ่วเบา ท่านอมยิ้มคล้ายกำลังผ่อนคลายมากๆ เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วฉันเองก็อดยิ้มไม่ได้ 

        คิดถึงแม่จัง หมายถึงคุณแม่ของฉันน่ะ 

        “เดี๋ยวสักพักม๊าจะออกไปเต้นกับป๊านะ ตอนนี้อยู่กับลูกก่อน” 

        “ค่ะ” พี่ฝันเคยบอกว่าเธอไม่ได้เต้นกับใครเลยในงานเลี้ยงเนื่องจากคุณโรมมักเต้นกับนุ่มนิ่ม คงเพราะแบบนั้นคุณแม่ถึงได้อยู่ด้วยก่อน 

        ห้องโถงส่วนกลางถูกทำให้เป็นลานเต้นรำอย่างที่เคยเห็นในละคร มีผู้ใหญ่หลายคู่เริ่มออกไปเต้นรำกัน ฉันมองพวกท่านที่เต้นอย่างไหลลื่นแล้วอดทึ่งไม่ได้ ตามปกติชีวิตฉันไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้หรอก งานเต้นรำที่หรูหราแบบนี้จะเห็นก็เพียงแค่ในทีวีเท่านั้น 

        ฉันเองก็ยังเต้นรำไม่เป็นเลย 

        พี่คิดฝันไม่สอนให้เพราะเธอบอกว่ายังไงฉันก็คงไม่ต้องเต้น 

        เสียงฮือฮาตรงบริเวณฉันเริ่มดังมากขึ้นเมื่อมีใครบางคนเดินมา ในทีแรกฉันไม่ได้สนใจมากนักเพราะยังชื่นชมกับบรรดาคู่อื่นที่ออกไปเต้นอยู่ ทว่าเสียงฮือฮาก็ไม่ได้จางไปฉันเลยตัดสินใจหันไปมอง 

        คุณโรมกำลังเดินมาทางนี้... 

        คุณแม่ปล่อยมือฉันพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ผู้ชายที่สูงกว่าหยุดยืนอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสุขุม ใบหน้าคมคายก้มลงเล็กน้อยจนปลายผมเขาขยับลงมา ฝ่ามือนั้นยื่นออกมาราวกับรอให้ฉันวางมือตอบรับคำเชิญชวน 

        คุณโรมชวนฉันเต้นรำงั้นเหรอ 

        ฉันเริ่มเหงื่อออกที่มือเนื่องจากไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ ฉันเต้นรำไม่เป็นหากออกไปคงถูกสงสัยแน่ๆ ทว่าในตอนที่กำลังลังเลเสียงใครบางคนก็ดังจากทางด้านหลังเสียก่อน เธอคือคนที่ฉันเพิ่งชนไปเมื่อครู่ใหญ่ๆ 

        “พี่โรมคะ” นุ่มนิ่มนั่นเอง 

        คุณโรมเงยหน้าขึ้นจากตอนแรก สายตาเขามองไปยังนุ่มนิ่มก่อนจะมองที่เท้าของเธอ ผู้หญิงคนนั้นย่อตัวลงถอนสายบัวเล็กน้อยคล้ายกำลังบอกว่าเธอพร้อมที่จะออกไปเต้นรำ คุณโรมเหลือบสายตามามองฉันเพียงแวบหนึ่งก่อนที่เขาจะโค้งตัวเบาๆ เดินผ่านฉันไป 

        การโค้งเมื่อกี้คงแทนคำขอโทษที่มาชวนแต่ไม่ได้เต้นด้วยแล้ว 

        แต่ถึงการกระทำของเขาจะดูอ่อนน้อมฉันกลับสามารถบอกได้เลยว่าสายตาเขานั้นไม่ใช่ ในไม่กี่วิที่เขามองมามันราวกับเขาค่อนข้างพอใจที่ไม่ต้องเต้นรำกับฉัน 

        เสียงซุบซิบรอบข้างดังขึ้นทันทีที่คุณโรมเดินไปชวนนุ่มนิ่มเต้นรำ แม้ในยามที่พวกเขาออกไปที่ฟลอร์แล้วเสียงผู้คนก็ยังไม่หายไป ถูกถอนคำชวนกลางงานแบบนี้จะโดนซุบซิบก็คงไม่แปลกเลย ในฐานะที่เป็นนักร้องแล้วด้วยคงมีหน้าชาแน่นอน 

        ถ้าเป็นพี่คิดฝันล่ะก็นะ แต่ดีหน่อยที่เป็นฉันฉันเลยรู้สึกอายไม่มากเท่าไหร่ 

        ฝ่ามือถูกดึงไปกุมอีกครั้งโดยคุณแม่ 

        “ฝันลูก...” 

        “ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันส่งยิ้มเล็กๆ ให้ท่าน คุณแม่คงกลัวว่าฉันจะเสียหน้าจึงเข้ามาปลอบ อย่างที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าคู่หมายของคุณโรมคือนุ่มนิ่ม หากเขาจะเลือกเต้นรำคู่กับเธอก็ย่อมไม่แปลกอะไรเลย ฉันคิดว่าคุณแม่เองก็น่าจะเข้าใจเช่นกัน 

        จริงๆ ก็แอบเป็นการดี หากเป็นฉันที่ออกไปเต้นรำกับเขาแทนอาจจะทำให้น่าสงสัยก็ได้เพราะฉันเต้นไม่เป็น 

         ความอายที่ถูกถอนคำชวนเริ่มจางหายไปทีละน้อย ฉันเลือกไม่สนใจเสียงซุบซิบเล็กๆ แต่มองไปยังคุณโรมกับนุ่มนิ่มแทน ทั้งสองคนเต้นได้เป็นธรรมชาติมากๆ ทุกครั้งยามที่หมุนตัวพวกเขาจะรับส่งกันและกันตรงจังหวะเสมอ ถ้ามองในมุมมองของคนนอกแล้วฉันไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าพวกเขาทั้งคู่ ‘เหมาะสม’ กันจริงๆ อย่างที่ใครหลายคนกล่าว 

        แต่พี่คิดฝันคงไม่มีทางคิดแบบนั้น... 

        คุณแม่ปล่อยมือฉันออกไปเต้นรำกับคุณพ่อเมื่อผ่านไปสักพักหนึ่ง พวกท่านเองก็เต้นได้เป็นธรรมชาติมากเช่นกัน นี่คงเป็นผลจากการออกงานเลี้ยงบ่อยครั้งของตระกูลดังต่างๆ เสียงเพลงยังคงคลอไปขณะที่ผู้คนมากมายพากันออกไปที่ฟลอร์ ฉันเพียงยืนกุมมือฮัมเพลงตามที่ได้ยินเท่านั้น 

        อีกสักพักงานก็คงเลิกแล้ว 

        ฉันยืนนิ่งอยู่ที่เดิมจนกระทั่งเริ่มรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ ที่นี่มีแน่นอนแต่ฉันไม่รู้ว่าไปทางไหน ในเวลานั้นมีบริกรเดินผ่านมาพอดีฉันจึงเลือกถามทางกับเขาและก็โชคดีหน่อยที่ห้องน้ำอยู่ไม่ไกลมากนัก 

        ใช้เวลาทำธุระเพียงไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย ในตอนที่กำลังล้างมือเป็นขั้นตอนสุดท้ายประตูห้องน้ำก็เปิดเข้ามา ฉันอดสะดุ้งไม่ได้เพราะคิดว่าตัวเองล็อกเอาไว้แล้ว 

        “คะ...คุณคิดฝัน...” เป็นนุ่มนิ่มนั่นเอง 

         เธออยู่ที่นี่ก็หมายความว่าเธอเต้นรำกับคุณโรมเสร็จแล้ว 

        “...” ฉันปิดน้ำพลางกะพริบตามองเธอ ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร 

        “เอ่อ...นุ่มไม่ทราบค่ะว่าคุณอยู่ในนี้” เธอทำสีหน้ากลัวๆ มือนั้นสั่นพลางบีบกันไปมา นุ่มนิ่มเหลือบสายตาสำรวจชุดที่ฉันสวมอยู่พลางถาม “คุณเปลี่ยนชุดแล้วเหรอคะ” 

        “อ่า...” คงต้องตอบแล้วล่ะ คงเลี่ยงไม่พูดอะไรไม่ได้ “ค่ะ” 

        “คะ...คุณพูดค่ะกับนุ่ม...” 

        “น้องนุ่มครับ ยืนทำอะไรทำไมไม่เข้าไปในห้องน้ำ” เสียงที่เคยได้ยินก่อนหน้าดังขึ้นจากทางด้านนอก เขาพูดขัดนุ่มนิ่มที่กำลังอึ้งพอดี ด้วยความที่ประตูห้องน้ำที่เปิดอยู่ฉันจึงมองเห็นว่าเป็นใครชัดเจน คุณควันเดินมาพร้อมกับคุณฮาย เหมือนพวกเขาก็กำลังจะมาเข้าห้องน้ำเช่นกัน “อ้าว แม่นาง?” 

        แม่นาง? 

        ฉันมองคุณควันที่รีบเอามือปิดปากตัวเอง สีหน้าเขาเหมือนคนที่เพิ่งหลุดพูดอะไรบางอย่างออกไป นุ่มนิ่มหันไปหาทั้งคู่ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาโบก ทั้งน้ำเสียงและท่าทางบ่งบอกว่าเธอกำลังพยายามเปลี่ยนเรื่อง “พี่ควันกับพี่ฮายมาเข้าห้องน้ำเหรอคะ บังเอิญจัง ฮะๆ” 

        “ครับ แต่ไม่คิดว่าแม่นา...เอ่อ คิดฝันจะอยู่ด้วย” คุณควันเปลี่ยนคำพูดทันทีเมื่อคุณฮายกระทุ้งศอกเบาๆ ราวกับเขากำลังจะหลุดพูดอะไรอีกแล้ว 

        “คุณคิดฝันไม่ได้ทำอะไรนุ่มนะคะอย่าเข้าใจผิดล่ะ” นุ่มนิ่มว่า 

        “แน่ใจนะ แต่ก่อนหน้านี้ก็ล้มด้วย” 

        “ค่ะ” 

        จากคำพูดแล้วมั่นใจได้เลยว่าคุณควันคงคิดว่าฉันตั้งใจเรื่องชนจริงๆ ไหนจะประโยคของนุ่มนิ่มที่บ่งบอกว่าตามปกติพี่ฝันปฏิบัติกับเธอไม่ดีอีก ก่อนหน้านี้เธอคงโดนแกล้งหนักมากถึงได้พูดกันไว้ก่อนว่าฉันไม่ได้ทำอะไร 

        ฉันเพียงเบือนสายตาไปทางอื่นและตัดสินใจจะเดินออกจากห้องน้ำ  ทว่า “พูดถึงเรื่องล้ม คราวหน้าต้องระวังตัวมากกว่านี้นะครับน้องนุ่มอย่าให้ใครแกล้งได้” คุณควันก็พูดออกมาเสียก่อนทำให้ฉันหยุดเดินไป ความหมายของประโยคนี้หมายถึงฉันแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ 

        เจ้าตัวหันไปขอความเห็นจากเพื่อนตัวเอง 

        “ใช่ปะไอ้ฮาย” 

        “...” คุณฮายไม่ได้ตอบ เขาใช้สายตามองสำรวจฉันหลายวินาทีแล้วเบือนหน้าไปทางอื่นแทน 

        ฉันที่หยุดเท้าในตอนแรกเลือกเดินต่อเมื่อเห็นเช่นนั้น อยู่ตรงนี้นานๆ คงได้ยินอะไรที่ไม่ดีอีกแน่นอน แม้ว่าจะไม่ได้ทำแต่การอธิบายไปคงไม่ช่วยอะไรเพราะพวกเขาตัดสินฉันในฐานะของพี่คิดฝันไปแล้ว ถ้าพี่คิดฝันทำไม่ดีมาตลอด ก็คงยากที่จะพูดให้เชื่อได้ 

        คนเราจะเลือกเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อเท่านั้น 

        นุ่มนิ่มหลีกทางให้ฉันที่เพิ่งเดินมาถึงประตูห้องน้ำ แม้ว่าเธอจะยังกลัวๆ อยู่แต่เธอก็คุยกับคุณควันต่อจากบทสนทนาก่อนหน้านี้ “พี่ควันอย่าไปถามพี่ฮายแบบนั้นสิคะ พี่ก็รู้ว่าพี่ฮายเขาไม่ชอบพูด” 

        “เออก็จริง กับน้องนุ่มมันยังไม่เคยพูดด้วยเลยนี่” 

        “ใช่ค่ะ” 

        “อุบัติเหตุ...” ทว่าในตอนที่ฉันกำลังจะก้าวออกจากห้องน้ำเสียงที่ไม่คิดว่าจะได้ยินก็ถูกเอ่ยออกมาเสียก่อน คนที่พูดประโยคนั้นคือคุณฮาย...ผู้ชายตัวสูงเบือนหน้ากลับมามองฉันที่อยู่เยื้องกับเขาพลางเน้นย้ำ “อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้” 

        “ไอ้ฮาย... / พี่ฮาย...” 

        ฉันได้เพียงมองสบตากับร่างสูงเจ้าของคำพูดเมื่อครู่ ที่เขาบอกว่าเป็นอุบัติเหตุหมายความว่าเขาไม่ได้คิดเหมือนคุณควันว่าฉันตั้งใจทำ หัวใจภายใต้หน้าอกข้างซ้ายเริ่มอุ่นขึ้นมาทีละนิด แม้จะไม่ได้อธิบายแต่อย่างน้อยในกลุ่มเพื่อนคุณโรมก็ยังมีคุณฮายที่ไม่ได้คิดแบบนั้นคนหนึ่ง 

        ฉันก้มหัวขอบคุณเขาเล็กๆ 

        คุณฮายเมินหน้าไปทางอื่นเหมือนที่ทำในตอนแรก ในขณะที่คุณควันกับนุ่มนิ่มยังคงอึ้งอยู่ฉันก็ปลีกตัวเดินออกมาจากตรงนั้น เสียงพูดคุยของพวกเขาดังตามหลังแว่วมาเมื่อทั้งสองคนหายอึ้งแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณควัน ดูท่าทางคุณฮายคงจะโดนถามต่ออีกไม่หยุดแน่เลย 

        “นี่มึงพูดกับแม่นางเหรอวะ สุดยอด กับน้องนุ่มมึงยังไม่เคยคุยด้วยเลยนะเว้ย” 

         

        ในเวลาต่อมา 

        “สวัสดีคุณลุงกับพี่โรมเขานะลูก เราจะได้กลับกัน” 

        คุณแม่แอบกระซิบบอกตอนที่คุณพ่อของคุณโรมกับเจ้าตัวเดินมาถึงพวกเราพอดี ณ ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว ฉันยกมือไหว้เป็นมารยาทให้ท่านรวมถึงไปถึงคุณโรมด้วย ชายร่างสูงตรงหน้าเพียงมองสบตากันด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกก่อนจะรับไหว้ นัยน์ตาคมเบือนไปทางอื่นหลังจากนั้นคล้ายกับว่าเขาไม่อยากมองสักเท่าไหร่ 

        นุ่มนิ่มที่เคยมีสีหน้ากลัวข้างๆ กัน เวลานี้กลับกลายเป็นเรียบนิ่งราวกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ 

        จนกระทั่ง “นุ่มนิ่ม” คุณพ่อคุณโรมเรียก 

        “คะ คุณท่าน” เธอได้สติจากภวังค์ 

        “สวัสดีคุณๆ เขาสิ เขาจะไปกันแล้ว” ท่านว่า นุ่มนิ่มครางรับในลำคอพลางขยับยิ้มอ่อนหวานส่งมาให้อย่างที่ชอบทำ เธอยกมือไหว้ฉัน คุณพ่อ และคุณแม่ ด้วยท่าทางเรียบร้อยไม่ต่างจากเวลาอยู่ในงานเลี้ยง 

        “สวัสดีค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” 

        หลังจากร่ำลาทุกอย่างเสร็จก็ได้เวลาเดินทางกลับบ้าน ฉันถอนสายบัวเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหมุนตัวเดินตามผู้ใหญ่มาที่รถ ลึกๆ แอบรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ฝึกกับพี่ฝันมาฉันไม่เคยได้ไปบ้านของเธอเลย เรามักจะฝึกกันข้างนอกเสมอเนื่องจากไม่อยากให้ใครสงสัย วันนี้จึงเป็นวันแรกที่ฉันจะได้เห็นของจริง (เรื่องการเตรียมตัวมางานเลี้ยงฉันแต่งตัวจากที่อื่นแล้วมางานอีกที ไม่ได้แต่งจากที่บ้าน) 

        ไม่รู้เหมือนกันว่าห้องของพี่จะเป็นยังไง... 

        ใช้เวลาประมาณสี่สิบนาทีในที่สุดรถก็ขับมาถึง  บ้านหลังนี้ใหญ่ไม่แพ้บ้านของคุณโรมก่อนหน้านี้เลย ดูจากสายตาแล้วเป็นบ้านสไตล์ค่อนไปทางยุโรปหน่อยๆ ที่นี่แอบคล้ายกับบ้านตระกูลภัทรวงศ์ที่อุปถัมภ์ฉันกับแม่อยู่ด้วย (ออกเป็นแนวๆ เดียวกัน)  คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงเดินนำเข้าไปในบ้านก่อนแล้ว พอฉันเดินตามไปท่านก็บอกให้ขึ้นไปพักผ่อนข้างบน โชคดีที่ฉันยังคงจำแผนผังห้องต่างๆ ได้เลยรู้ว่าห้องส่วนตัวของพี่ฝันอยู่ที่ไหน ภายในห้องพี่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวตัดกับสีฟ้าอ่อนดูสบายตามาก ข้าวของทุกอย่างก็ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบแทบไม่มีฝุ่นแม้สักนิด คงมีนิสัยนี้ที่ฉันกับพี่มีเหมือนกัน 

        เสียงโทรศัพท์ดังเตือนว่ามีไลน์เข้า ฉันเอะใจนิดหน่อยว่าใครทักมาเนื่องจากเวลานี้ดึกมากแล้ว แต่พอเห็นชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอก็เข้าใจได้ในทันที 

        Kidfun : เป็นยังไงบ้างงานเลี้ยงวันนี้ 

        พี่ฝันทักมา เธออยู่อเมริกาจะโซนเวลาต่างกันก็คงไม่แปลก

        Kidteung : เรียบร้อยค่ะ 

        Kidfun : ไม่มีปัญหาอะไรนะ? 

        Kidteung : ค่ะ 

        ฉันตอบตามที่คิดเพราะเท่าที่ดูแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรจริงๆ แม้จะหวุดหวิดไปหลายคราแต่ก็สามารถรอดผ่านมาได้ พี่ฝันบ่นเรื่องหนังที่ถ่ายทำบ้างอะไรบ้างนิดหน่อยจนฉันแอบอมยิ้มเล็กๆ พี่เองที่ดูสตรองก็คงมีเหนื่อยบ้างเหมือนกันสินะ ในขณะที่ฉันกำลังพิมพ์ตอบกลับเธออยู่หน้าจอก็ขึ้นสายเรียกเข้าแทรกมาพอดี

        JS Ent. 

        เบอร์โทรของบริษัทล่ะ 

        ก่อนหน้าที่พี่ฝันจะไปต่างประเทศเธอบอกว่าแจ้งกับค่ายไว้แล้วว่าจะใช้เบอร์อื่นชั่วคราว ซึ่งเบอร์ดังกล่าวก็คือเบอร์ของฉันนั่นเอง เราตกลงว่าจะไม่แลกโทรศัพท์กันเนื่องจากมันจะวุ่นวายเกินไปเลยใช้วิธีนี้ และเพราะเหตุนั้นจึงไม่แปลกที่ JS Ent. จะโทรหาเบอร์ฉันแทนที่เบอร์เดิมของเธอ 

        “สวัสดีค่ะ” ฉันกดรับ 

        [น้องฝันคะ ขอโทษที่โทรมารบกวนตอนดึกนะคะแต่ว่าเป็นเรื่องด่วนจริงๆ ทางรายการ Night Talk Show ติดต่อเข้ามาให้ไปออกรายการค่ะ เป็นวันพุธที่จะถึงช่วงบ่าย ทางนั้นต้องการคำตอบค่อนข้างด่วนเลยอยากถามว่าน้องฝันโอเคมั้ยคะ] 

        วันพุธงั้นเหรอ...ก็อีกประมาณสามวันเลย 

        “ฝันโอเคค่ะ” พี่ฝันบอกว่าต้องออกรายการด้วยแต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ฉันรับฟังรายละเอียดต่างๆ จนกระทั่งมาถึงอันสุดท้าย  

        [คนที่ออกรายการร่วมด้วยคือคุณฮายนะคะ น้องฝันน่าจะรู้จักดี ยังไงถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงพี่จะแจ้งให้ทราบอีกทีค่ะ] 

 

✾ Stoprain talks ✾ 

ทวิตเตอร์แท็ก #เซอร์โรม 

พี่โรมเมินน้องเก่ง รอก่อนเถอะ แล้วพี่ฮายนี่ยังไงไหนพูด 55555555555555 

 

 My Contacts 

Facebook : Stoprain | Twitter : Stoprain_f | IG : Stoprain_f 

ความคิดเห็น