pienika

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักนะ...รู้ยัง [รุทกาย] ตอนที่ 12

ชื่อตอน : รักนะ...รู้ยัง [รุทกาย] ตอนที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2559 01:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักนะ...รู้ยัง [รุทกาย] ตอนที่ 12
แบบอักษร

 

รักนะ...รู้ยัง [รุทกาย] ตอนที่ 12

 

กายตื่นขึ้นมากลางดึกของคืนหนึ่ง ร่างหนาข้างกายหายไปไหนก็ไม่รู้ กายมองไปรอบห้องก็ไม่เจอ แสงไฟจากภายนอกสาดเข้ามาในห้องเพราะประตูเปิดแง้มเอาไว้ กายยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงบางอย่าง

“ถ้ามึงไม่ได้ตุกติกก็เล่นต่อหน้ากู”เสียงใหญ่สมร่างกำยำของชายคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับยื่นอะไรบางอย่างที่ถ้ากายมองไม่ผิดก็คือเข็มฉีดยา เขายื่นมันมาให้รุทซึ่งข้างๆรุทเป็น เก่ง เกล เฟรมและโน้ต

“รับไปสิวะ!”ชายคนนั้นขึ้นเสียง กายปิดประตูดังปังพร้อมกับทำตาปรือๆ บุคคลด้านล่างพร้อมใจกันเงยหน้าขึ้นมา รุทรีบเดินหนีแล้วขึ้นบันไดมาหาร่างเล็กที่เดินตาปรือ

“มึงไปไหนอ่า”กายทำเสียงยานๆสะลึมสะลือ รุทวิ่งเข้ามาประชิดตัวแล้วโอบร่างเล็กเอาไว้

“พี่ทำอะไรเนี่ย เข้าห้องเร็ว”รุทกระซิบแล้วพาร่างเล็กเข้าห้องนอนไปก่อนจะปิดประตู

“หึ ของเล่นใหม่มันเหรอวะ”ชายที่คือของอยู่ข้างล่างถาม

“อืม พรุ่งนี้กี่โมงพี่ก็โทรมาบอกแล้วกัน”เก่งบอก ชายคนนั้นพยักหน้าพร้อมกับยัดของในมือส่งให้กับเก่งแล้วเดินออกจากบ้านไป รุทเปิดประตูออกมาจากห้องนอนเห็นพวกเกลมันโบกมือบอกว่าไปแล้วก็ถอนหายใจแล้วหันมาหากายที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียง

“ทำไมทำหน้างี้อ่ะ”รุทถามแล้วยิ้ม

“มึงไม่ได้อยากกลับไปเสพใช่ป่ะ”กายถาม รุทเม้มปาก บอกตามตรงว่าความรู้สึกลึกๆมันต้องการมาก แต่เขาต้องหักห้ามใจตัวเอง เขาไม่อยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีก รุทหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินไปหาร่างเล็กแล้วกอดศีรษะของกายหลวมๆ

“ติดยาแม่งไม่มันเท่าติดพี่หรอก”รุทว่าก่อนจะทาบริมฝีปากลงมาที่กลีบปากบางที่เผยอรับอย่างว่าง่าย ตอนนี้รุทมันจะติดอะไรกับเขาก็ได้ทั้งนั้นแหละ แค่หยุดไม่ให้มันกลับไปสนใจสิ่งเลวๆได้ก็พอ

“อือ...รุท เดี๋ยว!”กายเบรกเกมด้วยการดึงเสื้อตัวเองเอาไว้และยกมือขึ้นผลักอกแกร่ง ดวงตาคมเต็มไปด้วยความปรารถนาเลิกคิ้วมอง

“มึงเพิ่งจะทำไปเมื่อเย็น”กายพูดเสียงเข้ม

“ก็อยากทำอีกไม่ได้เหรอ”รุทบอกเสียงอ้อนพร้อมกับปล่อยน้ำหนักลงมา

“ไอ้สัสรุท หนัก! ทำเหี้ยอะไรวันละหลายหนวะ คนนะเว้ยไม่ใช่ตุ๊กตายาง ลุกๆกูจะนอน”กายพูดเสียงเข้ม รุทจำต้องลุกออกไปด้วยสีหน้าหงอยๆ ร่างสูงขยับขึ้นมานอนข้างๆแต่นอนหันหลังให้

“งอนกู? เป็นเหี้ยอะไรมากมั้ย?”กายถอนหายใจ แล้วหันหลังให้เหมือนกัน

สิบนาทีผ่านไป

ร่างเล็กพลิกตัวหันมาทางฝั่งของรุทที่ยังนอนอยู่ท่าเดิม....หันหลังให้ กายยื่นเท้าไปเขี่ยข้อเท้าของรุทเบาๆ แล้วแรงขึ้นจนเตะ แต่รุทขยับหนีออกเล็กน้อย

“โว๊ยแม่ง! งอนเป็นตุ๊ดเลยไอ้เวร”กายพูดอย่างหงุดหงิดแล้วยันตัวคลานไปนั่งคร่อมหลังจากดึงแขนของรุทให้หันมานอนหงาย

“กูปล้ำแม่ง”กายพูดพร้อมกับก้มลงไปจูบริมฝีปากหยักที่ยกยิ้มอย่างพอใจ

เช้า

“ถ้าได้เวลาแน่นอนแล้วผมจะโทรไปบอกนะครับ ขอคุณคับพี่เรย์”เสียงคุยโทรศัพท์ของรุททำให้กายตื่น ความปวดล้าตามตัวทำให้ร่างบางต้องยืดแขนไล่ความเมื่อยขบ

“ตื่นแล้วเหรอ”รุทพูดขึ้นเมื่อเห็นกายนั่งบิดตัว

“ยัง กูละเมอ”กายตอบกวนๆ

“งั้นแปลว่าหลับอยู่ ลักหลับหน่อยมั้ย”รุทพูดพลางยิ้มหื่นคลานเข้ามาหาบนเตียง กายยกเท้ายันหน้าของรุทออก

“กวนตีนละ มึงแม่งขี้หื่นชิบหาย พอเลยต่อไปนี้กูจะลิมิตมึงละ อาทิตย์ละครั้งพอ กูเหนื่อย ปวดตูดด้วย”กายพูดห่ามๆแล้วลุกเดินแปลกๆไปที่ห้องน้ำ

“วันละครั้งนะ”รุทต่อ กายยื่นหัวออกมากห้องน้ำแล้วชูนิ้วกลางใส่ รุทหัวเราะร่าแล้วล้มตัวนอนราบไปบนเตียง จริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้มีความต้องการมากขนาดนั้นหรอก ก็แค่....มีความต้องการบ่อยเฉยๆ

----------------------------------------------------------------

Rrrrrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในตอนหนึ่งทุ่มกว่าๆ เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเอาซะเลย แต่ถือว่านี้เป็นเรื่องปกติของรุทที่จะมีแต่เบอร์ที่เขาไม่รู้จักโทรเข้ามา

“ครับ”

[อีกสิบห้านาที มาเจอกันที่ท่าเรือAA] ปลายสายพูดแค่นั้นก็วางไป รุทเงยหน้ามองเก่งที่เล่นเกมอยู่ เก่งลดโทรศัพท์ลงแล้วหันมามองน้องชาย

“อีกสิบห้านาที ท่าเรือAA”เก่งพยักหน้า แล้วลุกไปเตรียมตัว ขณะที่รุทเองก็ไลน์ไปบอกเรย์เช่นกัน

“รุทไอติมในตู้กูแดกนะ”กายตะโกนออกมาจากครัว ช่วงนี้กายขลุกอยู่กับบ้านของรุทเองซะมากกว่า แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเจ้าบ้านเอง ซึ่งรุทก็ชอบที่จะเห็นหน้าแฟนตัวเองทุกวันอยู่แล้ว

“กินเลยพี่”รุทตะโกนกลับไป

“พวกมึงจะไปไหนกัน”กายถามขณะเดินออกมาจากครัวพร้อมกับถ้วยไอศกรีม เมื่อเห็นเก่งมันแต่งตัวดีๆ ปกติอยู่กับบ้านมันจะใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว แต่นี่มีเสื้อยืดกางเกงยีนส์และกระเป๋าคาดบ่า

“เสือก”เก่งว่าแล้วเดินออกจากบ้าน รุทยิ้มบางๆแล้วลูบหัวของกายเบาๆ

“อยู่บ้านดีนะพี่ ล็อคบ้านด้วยถ้าไม่ใช่ผมไม่ต้องให้ใครเข้ามารู้มั้ย”

“กูไปด้วยดิ”

“ไม่ได้ ไปทำธุระ”รุทพูดเสียงเรียบจริงจังแบบที่ไม่ค่อยจะเป็น ซึ่งมันเป็นการบังคับกลายๆ กายย่นจมูก

“เออ ให้เฝ้าบ้านอย่างกับหมา ไปไหนก็ไปเลยไป”กายพูดห้วนๆแล้วนั่งลงเปิดโทรทัศน์ดูการ์ตูน รุทหัวเราะก่อนจะก้มลงมาหอมศีรษะของคนรักแล้วเดินออกไปตามเก่ง เขานัดพวกเกลให้มาเจอกันหน้าหมู่บ้าน ส่วนพวกของเรย์จะเจอกันที่ซอยก่อนถึงท่าเรือ

เรย์ให้รุทเปิดสายโทรศัพท์เอาไว้เพื่อรอฟังเสียงเผื่อว่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ช่วยทัน ตอนนี้ทีมตำรวจได้เข้าล้อมพื้นที่อยู่ห่างๆประมาณห้าสิบเมตรเข้าไปใกล้กว่านั้นไม่ได้เพราะมีพวกมันเฝ้าเอาไว้อยู่ และเรย์ ฟาร์ เซฟ เป้ก็รอฟังเสียงอยู่ที่รถตู้ของเรย์

ท่าเรือของที่นี่ร้างไร้ผู้คนเพราะปิดปรับปรุงอีกทั้งละแวกนี้ก็ไม่ใช่แหล่งชุมชนเลยเงียบและวังเวงเหมาะแก่การมั่วสุมของวัยรุ่นที่มักจะมีกิจกรรมกันทุกคืน รุทขับรถมาจอดที่หน้าทาง ร่างสูงเดินลงจากรถพร้อมกระเป๋าเป้ใบใหญ่ เก่ง เกล เฟรม โน้ตก็ทยอยลงมาตาม ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบๆ ไม่มีสิ่งผิดปกติก็เดินเข้าไปด้านใน

กึก!

โลหะเย็นๆจากเงามืดสัมผัสเข้าที่หน้าผากทันทีที่ขายาวก้าวเข้าไปถึงส่วนที่เป็นเหมือนร้านค้า รุทใจเต้นระรัว ก่อนจะพูดโค้ดแบบที่ถูกบอกมา

“ดึกแล้วทำไมไม่กลับบ้าน”ปลายกระบอกปืนค่อยๆถดออกแล้วร่างกำยำก็เดินออกมาจากเงามืดสู่แสงจันทร์เผยให้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย เป็นชาวต่างชาติ

“ของอยู่ไหน”ชายชาวต่างชาติถามเป็นภาษาไทยด้วยสำเนียงที่ไม่ค่อยชัด รุทเดินออกมาสามก้าวเพื่อให้ฝรั่งคนนั้นเดินออกมาตาม

“แกจะตุกติกเหรอ!”มันพูดด้วยเสียงเหี้ยมพร้อมกับจ่อปืนเข้าใส่ร่างสูง เกลจับปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวแต่ถูกปืนอีกกระบอกจ่อเข้าที่หัว และตอนนี้พวกเขาก็ถูกชายฉกรรจ์กว่าสิบคนล้อมเอาไว้

“เงินล่ะ”เก่งพูดขึ้น ชายคนนั้นเลิกคิ้ว

“ไม่-มี”ฝรั่งคนนั้นพูดพร้อมกับแสยะยิ้ม

ฟิ้ว.....ปุ้ง! ปัง!

พลุลูกใหญ่ถูกจุดขึ้นอีกฝั่งของแม่นั้นซึ่งจากจุดที่ยืนอยู่ก็เห็นมันพอดีและงดงามเสียด้วย ทุกคนหันไปมองพลุนั้นรุทอาศัยจังหวะที่พวกมันมองพลุกจับกระบอกปืนที่จ่อมาที่ตนบิดให้แขนของฝรั่งคนนั้นบิด มันร้องลั่นด้วยความที่เป็นที่มืดทำให้เกิดการชุลมุน เก่งและคนอื่นๆรีบวิ่งหนีออกมา พวกการ์ดที่คอยเฝ้าได้ยินเสียงก็รีบวิ่งเข้ามาดู

ทีมตำรวจของพ่อเรย์วิ่งกรูเข้าไปในพื้นที่นั้นทันทีที่พลุซึ่งเป็นสัญญาณดังขึ้น รุทวิ่งมาหลบอยู่ที่ห้องที่เป็นร้านขายของร้านหนึ่ง เสียงฝีเท้าวิ่งดังเข้ามาเรื่อยๆ

“มันอยู่ไหนวะ! กูเห็นมันมาทางนี้”

“มึงไปทางโน้นเดี๋ยวกูจะดูทางนี้”รุทหัวใจเต้นรัว หอบจนตัวโยน พอได้ยินเสียงฝีเท้าค่อยๆหายไปร่างสูงก็ค่อยๆยืดตัวขึ้นแล้วเดินออกมาจากร้านนั้น

“หลบกูไม่พ้นหรอกมึง”เสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้นพร้อมกับปืนที่จ่อใส่ตัวเขา

ตุบ!

ชายคนนั้นล้มลงทันทีที่ถูกไม้หน้าสามฟาดลงที่คอ เก่งยืนหอบ สองพี่น้องพยักหน้าให้กันแล้วพากันวิ่งออกมา

“เดี๋ยวๆพวกไอ้เฟรม”รุทดึงแขนพี่ชายก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปใหม่ ทางด้านเรย์ ฟาร์ เซฟและเป้ต่างมองหน้ากัน

“ออกไปช่วยมันดีมั้ยวะ”เซฟถามขึ้น

“ไปดิ”เป้ว่าแล้วเปิดประตูรถตู้ลงไป เรย์ลงไปตาม เซฟกำลังจะลงแต่ถูกฟาร์ดึงเอาไว้

“มึงอยู่ในรถ”

“ไม่เอา กูจะไปช่วยด้วย”เซฟพูดพร้อมกับทำหน้าจริงจัง

“ไม่ อันตราย”

“กูเป็นผู้ชายไอ้สัสฟาร์”เซฟพูดอย่างหงุดหงิดแล้วลงจากรถ ฟาร์ถอนหายใจ ก็รู้ว่าเป็นผู้ชาย แต่ใครจะอยากให้แฟนตัวเองไปหาเรื่องเจ็บตัวกันล่ะวะ

ทั้งสี่ค่อยๆเดินเข้ามา ตำรวจกว่าห้าสิบนายกระจายกำลังตามหาคนร้ายท่ามกลางความมืดที่เป็นอุปสรรค เป้เดินนำก่อนจะชะงักเมื่อถูกหมัดหลุ่นๆพุ่งเข้าใส่จากข้างทาง เป้หลบได้ทันและจับแขนปริศนาดึงเข้าหาตัวแล้วแทงเข่า

“เฮ้ยๆๆพวกเดียวกัน!”โน้ตตะโกนขึ้น ทำให้เป้หยุด แล้วมองคนที่ตัวเองเพิ่งจะแทงเข่าไปหมาดๆ ร่างโปร่งนั้นล้มตัวจุกอยู่กับพื้น เกลเงยหน้ามองร่างสูง

“อ้าวโทษทีว่ะ มึงเล่นพุ่งเข้ามา”เป้ก้มไปประคองให้เกลยืน

“มึงไหวมั้ยเนี่ย”เซฟถามอย่างเป็นห่วง เกลชูนิ้วบอกว่าโอเค

“ไอ้รุทล่ะ”เรย์ถาม

“ไม่รู้ว่ะ พอวิ่งหนีก็ก็หนีกันออกมาคนละทาง”

ปังๆๆ

เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เรย์จึงให้ฟาร์และเซฟช่วยพาเกล เฟรม โน้ตไปที่รถ ส่วนเรย์และเป้จะออกไปตามรุทกับเก่ง ทางด้านรุทและเก่งวิ่งกลับมาก็เจอแจ๊กพอต กับไอ้ฝรั่งที่เจอตอนแรก ไอ้นี่แหละน่าจะเป็นเอเยน

“เอาของมา แล้วพวกมึงก็ไสหัวไป”มันพูดและชี้ปืนมาที่พวกเขา รุทและเก่งมองหน้ากันเหมือนกับจะถามความเห็น

“เร็วเซ่! วางเอาไว้ตรงนั้นแล้วไปซะ!”ขณะเดียวกันตำรวจกว่าสิบนายก็กรูเข้ามาล้อมด้านหลังของฝรั่งนี่

“หยุดอยู่ตรงนั้น มิสเตอร์เกรนสัน ตำรวจล้อมจับพวกคุณได้หมดแล้ว ทิ้งปืนแล้วยอมจำนนซะ”ตำรวจพูดขึ้นสร้างความกดดันให้ฝรั่งคนนี้ เขาหันไปทางตำรวจ ส่ายปืนไปมาและพูดรัวภาษาอังกฤษจนแทบฟังไม่ทัน ความมืดเป็นอุปสรรคแต่บางทีมันก็พลิกวิกฤตเป็นโอกาส รุทวางกระเป๋าแล้วค่อยๆย่องเดินเข้าไป

ตุบ!

ฝ่ามือหนากำและทุบลงที่ต้นคอของเกรนสันอย่างแรงจนฝรั่งเซ และหันมาหารุทพร้อมกับปืนที่พร้อมจะลั่นไกทุกเมื่อ

ตุบ ปัง!

ตำรวจนายหนึ่งกระโดดเข้าใส่ร่างนั้นจนล้มลง เกรนสันลั่นไกปืน เคราะห์ดีที่ลูกปืนไม่โดนใครตำรวจจับเกรนสันใส่กุญแจมือแล้วคุมตัวไปที่รถเพื่อเอาไปรวมกับลูกน้องคนอื่นๆ เรย์และเป้เดินเข้ามาหารุ่นน้องก่อนจะตบไหล่เบาๆ

“อ่ะพี่ของกลาง”รุทหยิบเป้ใบนั้นยื่นให้เรย์ แล้วทั้งสี่ก็เดินกลับมาที่รถ เรย์ยื่นกระเป๋าใบนั้นให้ผู้เป็นพ่อทันที ชายภูมิฐานมองเด็กๆแล้วอมยิ้ม

“ขอบคุณพวกเธอมากนะที่ช่วยงานนี้”เขาบอกแค่นั้นแล้วเดินไปขึ้นรถอีกคัน

“ขอบคุณพวกมึงเหมือนกันนะ”เก่งว่าพร้อมกับมองหน้าเรย์ ซึ่งเรย์ก็พยักหน้ารับ รุทและเพื่อนไปที่สถานีตำรวจเพื่อให้ปากคำ

รุทกลับมาบ้านอีกทีตอนสี่ทุ่ม กายไม่อยู่แล้ว โทรไปก็ไม่รับ เลยต้องโทรไปหาแม่ของกาย ก็ได้ความว่า กายกลับมานอนบ้าน รุทจึงไลน์ไปบอกฝันดีแล้วอาบน้ำนอน ความเหนื่อยล้าทำให้เขาง่วง พรุ่งนี้ก็ต้องไปที่สถานีตำรวจอีก

----------------------------------------------------------------

“ม๊า ไอ้รุทมันโทรมาเหรอ”กายวิ่งตึงตังลงมาจากห้องนอนเมื่อได้ยินเสียงแม่ของตนคุยโทรศัพท์โดยที่มีชื่อของเขาในบทสนทนาด้วย

“ใช่ เพิ่งจะวางไป ทะเลาะอะไรกันเนี่ยเรา”

“เปล่าอ่ะ”กายพูดยิ้มๆแล้ววิ่งขึ้นห้อง คนเป็นแม่มองลูกชายแล้วส่ายหัวเบาๆ ร่างเล็กกระโดดขึ้นเตียงแล้วยิ้มเหมือนคนบ้า เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความที่อีกฝ่ายส่งมา

คิดถึง ฝันดีครับกายยิ้มไม่หุบตั้งแต่ที่เขาเห็นข้อความ ร่างเล็กกลิ้งไปมาบนที่นอนแล้วไลน์คุยกับเพื่อนๆว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนแรกแอบน้อยใจที่รุทมันไปจัดการเรื่องของมันโดยที่ไม่บอกเขา เพิ่งจะรู้ตอนที่คุยไลน์กับพวกไอ้เป้ก็ตอนที่เรื่องจบแล้ว เขาเลยออกมาจากบ้านรุทมันเลย ตอนแรกก็กะว่าจะงอนแต่คิดอีกทีรู้สึกสาวแตกขึ้นทุกวันเลยมานั่งยิ้มเหมือนคนบ้าแบบนี้ไง

“คิกคิกคิก คิดถึงพ่อง”

วันต่อมา

กายตื่นมาแต่เช้าลงมาช่วยแม่ทำกับข้าว พ่อเขาเพิ่งจะกลับมาจากต่างจังหวัดก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่ห้องรับแขก พออาหารเสร็จก็ยกมานั่งทานกันสามคนพ่อแม่ลูก บรรยากาศดีๆแบบนี้หาได้ไม่บ่อยเพราะพ่อเขามักจะมีงานที่ต้องไปทำที่ต่างจังหวัด เดือนนึงจะกลับมาบ้านสักสามวัน

“ป๊า ม๊า กายมีแฟนแล้วนะ”กายพูดขึ้นทำเอาผู้เป็นแม่วางช้อนและจ้องเขาเขม็ง คนเป็นพ่อหัวเราะรวน

“ใคร ชื่ออะไร อยู่ที่ไหน พามาให้ม๊าแสกนก่อนนะ”

“แล้วจะถามซอกแซกทำไมคุณนี่มันเรื่องปกติของผู้ชายน่า ลูกเราโตแล้วให้มันได้มีอิสระในการเลือกชีวิตตัวเอง”ผู้เป็นพ่อขยิบตาให้กาย กายยิ้ม

“ไม่ใช่คนไกลหรอกม๊า ม๊าก็รู้จัก”

“ใคร?”ผู้เป็นแม่ยังจ้องไม่วางตา

“ไอ้รุท”

พรวด!

พ่อของกายพ่นน้ำที่กำลังดื่มออกมากระจายขณะที่ผู้เป็นแม่ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย กายรีบยื่นผ้าให้พ่อเช็ด

“แก...แกว่าอะไรนะ”

“ผมกับไอ้รุทคบกัน”กายพูดหน้าตาเฉย ผู้เป็นพ่อเหลือกตา

“รุทลูกของฤดีน่ะเหรอ”กายพยักหน้า ผู้เป็นพ่อเหมือนจะชักให้ได้ ก็มีแต่แม่ที่นั่งฟังเงียบๆ

“มันเป็นผู้ชาย แกบ้าไปแล้วเหรอ!”พ่อโวยวายขึ้น

“รู้น่า กายก็เป็นผู้ชาย ผู้ชายเหมือนกันอ่ะ แปลกเหรอ”กายกอดอก

“เออ! แปลก! ผู้ชายกับผู้ชายเอากันได้ที่ไหน”

“เอาได้ดิ”กายเถียงผู้เป็นพ่อยิ้มๆ ขณะที่อีกฝ่ายนิ่งค้างและอ้าปากหวอ

“ห๊ะ! ไอ้กายไอ้ลูกเวรอย่าบอกนะว่ามึง....”กายยิ้มแฉ่งไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับท่าทางของพ่อ พ่อของกายหายใจเข้าลึกๆแล้วลูบหน้าตัวเอง

“ลูกรักมึงฟังกูนะ กูมีลูกคนเดียว และสิ่งที่กูต้องการคือการมีหลานตัวน้อยๆสืบสกุล”พ่อพูดพร้อมกับทำมืออุ้มลูก กายเลิกคิ้ว

“มันจะมีได้ไงป๊า กายไม่มีมดลูก”

“กูไม่ได้หมายความอย่างนั้นโว๊ย...กูหมายความว่าให้มึงทำผู้หญิงท้องแล้วมีลูก มีหลานให้กู”

“อ๋อ....ได้...กายทำได้นะ เอากี่คนล่ะ เดี๋ยวกายไปทำผู้หญิงท้องเอามาให้ป๊าเลี้ยง”กายพูดขำๆแล้วลุกขึ้นเก็บจานจังหวะนั้นเองรถยนต์คันสวยก็ขับมาจอดอยู่หน้าบ้าน ก่อนที่ร่างสูงจะเดินลงมา

“ม๊าไอ้รุทมารับแล้ว ไปก่อนนะ”กายวิ่งไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองแล้วออกจากบ้าน ผู้เป็นพ่อทำท่าจะเดินออกมา รุทยิ้มเข้ามาพร้อมกับยกมือไหว้ทั้งสองก่อนจะถูกกายลากไปที่รถ

“ไอ้ลูกเวร”

“เอาน่าคุณ ลูกโตแล้วให้มันได้มีอิสระในการเลือกชีวิตตัวเอง”แม่พูดพร้อมกับหัวเราะ

“แต่ลูกเรามัน...”หัวหน้าครอบครัวเงียบไปเมื่อเห็นดวงตาวที่จ้องมองของศรีภรรยา

“แล้วคุณก็ไม่ต้องคัดค้านลูกเลยนะ”

“จ๊ะ”พ่อตอบรับสั้นๆ ยังไงการตัดสินใจทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับภรรยาอยู่ดีนั่นแหละ


ความคิดเห็น