email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 25.งานเลี้ยงสีเลือด.

ชื่อตอน : ตอนที่ 25.งานเลี้ยงสีเลือด.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 138

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2563 03:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25.งานเลี้ยงสีเลือด.
แบบอักษร

พรึบ!

ผ้าม่านผืนบางปักลวดลายดอกไม้อย่างปราณีตถูกเปิดออกทั้งสองฝั่งเผยให้เห็นร่างบางในชุดฮันบกสีชมภูอ่อน ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องหอม ริมฝีปากนุ่มนิ่มอวบอิ่มเผยยิ้มให้จีมินและจีซูราวกับเป็นภาพวาด

“ข้าดู เป็นอย่างไรบ้าง?”

“!! งดงาม”

“!!!....”

นางในทั้งสองขยับเข้าหากันพรางมองไปที่ร่างบางด้วยแววตาเคลิ้มฝันทำเอาเจ้าตัวอดที่จะขวยเขินจนต้องหลบหน้าอมยิ้มอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ทุกคนในงานพิธี จะต้องจดจ้องมาที่คุณหนูอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

“หนึ่งในนั้นก็ องค์ชายเป็นแน่เจ้าค่ะ อร้ายยยย!!! โอ้วว เจ้าช่างงดงามเสียจนข้าละสายตาจากเจ้าไม่ได้เลย”

“หากเป็นเช่นนั้น องค์ชายจะทรงเลือกหม่อมฉันเป็นพระชายาใช่ไหมเพคะ?”

“แน่นอนสิ ยอดรักของข้า”

“อร๊ายยยยยย!!!!” จีมิน/จีซู

“พอเลย!! ทั้งสองคน!”

อียูดุใส่ด้วยความเขินจนหน้าแดงไปจนถึงใบหู เมื่อทั้งสองกำลังทำท่าทางล้อเลียนตนเองกับองค์ชาย

“คุณหนู คังอียู ราชองครักษ์ อีแท ขอเข้าพบขอรับ”

ทั้งสามคนหันไปยังเสียงเรียกด้านนอก จีซูจึงรีบเดินไปเปิดประตูให้คนด้านนอกเข้ามาด้านใน

ชายร่างสูงไว้หนวดเข้มๆ แววตาน่าเกรงขามในชุดองครักษ์ที่แตกต่างออกไปจากองครักษ์ที่เคยพบเห็น เขาก้าวเข้ามายืนตัวตรงก่อนจะก้มตัวเคารพอียู

“ข้าได้รับมอบหมายให้มารับคุณหนู คังอียู เดินทางไปยังลานพิธี”

“ข้า อย่างนั้นหรือ?”

“เกี้ยวพร้อมแล้ว ข้าจะรออยู่ด้านนอก”

พรึบ!

ยังไม่ทันได้สอบถามสิ่งใดเพิ่มเติมชายผู้เป็นองครักษ์ก็ก้มตัวอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้อง

“องค์ชายช่างมีเมตตาต่อคุณหนูของเราเสียจริง ลานพิธีมิได้ไกลเพียงนั้น ยังส่งราชองครักษ์พร้อมขบวนเกี้ยวมาให้คุณหนูขนาดนี้”

“ไปกันเถอะเจ้าค่ะคุณหนู”

“อื้อ”

เกี้ยวหลังใหญ่ถูกยกขึ้นเดินไปตามทางภายในคืออียูและนางในติดตามสองคน

“ตื่นเต้นหรือเจ้าคะ?”

“สีหน้าคุณหนูดูกังวล?”

ทั้งสองคนถามเสียงใสขณะนั้งอยู่ในเกี้ยว อียูดูเป็นกังวลถึงผลคัดเลือกจริงๆ ตามที่สีหน้านั้นแสดงออก ยิ่งเข้าใกล้ลานพิธี ในใจก็ยิ่งกังวลมากขึ้น

“หากองค์รัชทายาทไม่เลือกข้า?”

“ไม่มีทางเจ้าค่ะ!”

“อย่ากังวลไปเลย เราสองคนเชื่อในตัวของคุณหนูนะเจ้าคะ เพราะเช่นนั้นสิ่งที่สำคัญ คุณหนูก็ต้องเชื่อในตนเองด้วย”

จีซูเอื้อมมือมากุมมือเล็กของอียูไว้อย่างหลวมๆ

“อื้อ”

รอยยิ้มสดใสผุดขึ้นบนใบหน้าขาวอีกครั้ง หากเลือกที่จะเสี่ยงก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกต่อไป ข้าจะเชื่อในตัวเอง และจะเชื่อในตัวซอลมินด้วยเช่นกัน.

ในขณะเดียวกันขบวนเสด็จขององค์หญิงโซรองซึ่งได้สวนทางขบวนเกี้ยวของอียูทำให้ข้ารับใช้ต้องวางเกี้ยวลงเพื่อรอให้องค์หญิงได้เสด็จผ่านไปเสียก่อน

“เวลาเช่นนี้ พวกท่านจะไปที่ใดกัน?”

“เอ่ออ!! กระหม่อม!!..”

องค์หญิงหยุดและถามคนแบกเกี้ยวคนหนึ่ง ชายหนุ่มอั้มอึ้งนั่งก้มหน้าก้มตา เพราะเวลาเช่นนี้ทุกคนควรให้ความสนใจในงานรื่นเริงที่กำลังจะเริ่มขึ้นอีกไม่กี่อึดใจ เกี้ยวใหญ่หลังนี้บุคคลสูงศักดิ์เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ใช้ แต่กำลังถูกแบกสวนไปอีกทาง

“องค์หญิง....!”

“ในเกี้ยวคือใครกัน? ท่านราชองครักษ์”

ราชองครักษ์อีแทเดินมาขวางคุกเข่าก้มหัวให้แก่องค์หญิงโซรองเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก

“เกี้ยวหลังนี้เก่าและชำรุด หน้าต่างประตูดูท่าจะใช้การไม่ได้ กระหม่อมเพียงได้รับคำสั่งให้นำไปเก็บไว้รอการซ่อมบำรุงพะยะค่ะ”

“อย่างนั้นหรอกหรือ”

พรึบ!! ครืดดดด!!!

“!!!....”

ด้วยข้อความที่ราชองครักษ์ได้พูดมาดูจะทำให้องค์หญิงเชื่อได้โดยไม่ติดใจสิ่งใด แต่องค์หญิงกลับเอื้อมมือขึ้นไปคว้าบานหน้าต่างเกี้ยวพยายามดึงด้วยความอยากรู้ว่ามันชำรุดอย่่างไร

“พังจริงๆด้วย”

“....!”

เมื่อเห็นว่าหน้าต่างเกี้ยวแข็งและฝืดได้ถูกเปิดออกและพบว่าด้านในไม่มีใครอยู่ แต่มีทั้งฝุ่นและกลิ่นอับองค์หญิงจึงไขข้อสงสัยไปเอง แต่ตอนนี้ใบหน้าของราชองครักษ์ช่างดูซีดเผือดพรางก้มหน้าอยู่ที่เดิม

“ไปกันเถิดเพคะองค์หญิง พิธีกำลังจะเริ่มแล้ว”

“อืม ไปสิ”

วอนฮีอดที่จะเกลี้ยกล่อมให้องค์หญิงแสนซนเลิกสนใจสิ่งไร้สาระเสียไม่ได้ เพื่อที่ราชองครักษ์ได้ทำหน้าที่นำเกี้ยวไปเก็บตามที่ได้รับมอบหมายเสียที

ภายในลานพิธี ด้านล่างกลานลานกว้างถูกจัดให้ว่างเอาไว้เพื่อรองรับการแสดงของเหล่าหญิงงาม และการแสดงอื่นๆ เพื่อสร้างความบันเทิงในค่ำคืนนี้ รอบๆตกแต่งด้วยโคมไฟกระดาษสาสีสันสวยงามให้ความสว่างไสวและสวยงามในเวลาเดียวกัน แขกบ้านแขกเมืองบุคคลที่สามารถเข้าร่วมงานเช่นนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นชาววังและบรรดาภรรยาลูกสาวลูกชายของเสนาบดีหรือบุคคลสำคัญที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม

ถัดจากลานกว้างขึ้นเป็นเป็นพระแท่นของพระราชาและพระมเหสีถูกจัดเรียงไว้ตามลำดับคั่นความสูงศักดิ์

“หญิงงามสองคนที่นั่งอยู่ทางด้านโน้น คือว่าที่พระชายาเพคะ”

“หืม?!”

“เป็นหญิงงามจากตระกูลที่มีอิทธิพล คนแรกคุณหนูคิมดาจอง จากตระกูลคิม สวมฮันบกสีฟ้า”

“....”

องค์หญิงโซรองหันมองไปยังหญิงงามที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของลานการแสดงตามที่วอนฮีบอก

“อีด้าน คุณหนู จินมุนอา จากตระกูล จิน สวมฮันบกสีแดง ทั้งสองคนต่างก็มีความงามที่ไม่ธรรมดาเลยถ้าเทียบกันแล้..!”

“อีกคน อยู่ไหน?”

“เอ่ออ คุณหนู คังอียูหรือเจ้าคะ?”

“ก็ใช่หนะสิ เราจะถามหาใครได้อีกในเมื่อว่าที่พระชายามีสามคน แต่ไร้เงาของนาง”

“....”

วอนฮีใช้สายตาสอดส่องตามที่องค์หญิงโซรองไถ่ถาม เก้าอี้ตัวที่สามที่ถูกจัดไว้แก่ว่าที่พระชายาทั้งสาม มีเพียงแค่สองคนที่นั่งอยู่ แต่อีกหนึ่งที่กลับว่างเปล่า

“ฝ่าบาทเสด็จแล้ว”

พรึบ!!!

สิ้นสุดเสียงบอกกล่าว ทุกคนไม้แม้แต่องค์หญิงต่างก็ลุกขึ้นยืนก้มตัวทำความเคารพต่อขบวนเสด็จของทั้งสองพระองค์

พระราชาในฉลองสีแดงเลือดนกปักลายมังกรสีทอง ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสมีพระมเหสีทรงเสด็จตามหลังมาไม่ห่าง

เมื่อทั้งสองพระองค์ทรงนั่งลงประจำที่ที่ถูกจัดเตรียมไว้และ พระราชาทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้เงยหน้าขึ้นเพื่อสานต่อความรื่นเริงต่อไป เสียงเพลงจากเครื่องดนตรีหลากหลายชิ้นก็บรรเลงขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น ขาดก็แต่องค์รัชทายาทที่ยังไม่เสด็จมาที่ลานพิธี

“ท่านหัวหน้าขันที”

“ฝ่าบาท”

เมื่อได้ยินที่ฝ่าบาททรงเรียกหา หัวหน้าขันทีที่ยืนอยู่ด้านหลังจึงขยับเข้ามาใกล้และโน้มตัวลงเพื่อฟังรับสั่งจากเขา

“องค์รัชทายาท ยังไม่มาอีกหรือ?”

“งานยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่องค์ชายเช่นนี้ อาจต้องมีการเตรียมการหลายอย่าง กระหม่อมว่าอีกไม่นานองค์ชายก็จะทรงเสด็จมาพะยะค่ะ”

“ช้าจริงๆ ให้เรามารอได้อย่างไร”

“ฝ่าบาท”

น้ำเสียงเรียบนิ่งของหัวหน้าขันทีแจ้งต่อฝ่าบาทอย่างใจเย็น เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มที่จะมองไปยังพระแท่นขององค์รัชทายาทที่ยังคงว่าเปล่าบ่อยครั้งอย่างกังวล

“องค์รัชทายาทเสด็จแล้ว”

ทุกอย่างยังคงดำเนินไปเพียงแต่ทุกคนที่ได้ยินเสียงบอกกล่าวเป็นอันต้องลุกขึ้นเพื่อเคารพต่อการมาถึงขององค์ชายอีกครั้ง

ร่างสูงในฉลองพระองค์สีน้ำเงินเข้มดูโดดเด่น ทั้งท่วงท่าในยามก้าวเดินสะกดทุกสายตายอย่างไม่ต้องสงสัย ซอลมิลหยุดยืนเบื้องหน้าของพระราชาและพระมเหสีก่อนจะโค้งตัวเพื่อทำความเคารพ

“ข้านึกว่าเจ้าจะหลงลืมเวลาไปแล้วเสียอีก”

“ขออภัยเสด็จพ่อ”

“เอาเถอะๆ วันนี้เป็นวันดีของเจ้าที่จะได้คัดเลือกชายาของตน เติบโตได้เสียทีลูกข้า”

“......”

“ฮ่าๆๆ”

จบคำพูดของพระราชาเสียงหัวเราะมากมายก็ตังตามหลังมา

ซอลมิลเงยหน้าผู้เป็นพ่อด้วยใบหน้าราบเรียบตามแบบฉบับ แม้คำพูดนั้นแสดงถึงการหยอกล้อเหมือนดังที่แสดงให้บุคคลรอบข้างเห็น แต่สายตาของพ่อที่มองมายังลูกชายผู้เป็นที่รักช่างยิ่งใหญ่และอบอุ่นยิ่งนัก ช่วงเวลาที่รอคอย ฝ่าบาทนึกว่าเขาจะไม่ได้อยู่นานจนเห็นสิ่งนี้เสียแล้ว

“องค์ชาย”

“เสด็จแม่”

พระมเหสีที่นั่งนิ่งมองมายังร่างสูงเปิดริมฝีปากบางพยักหน้าเล็กน้อยให้แก่ลูกชายเพื่อนเพิ่มพลังความมั่นใจให้แก่เขา

ตุ้ม! ตุ้ม! ตุ้ม!!

เสียงกลองใหญ่ดังสนั่นเป็นสัญญาณว่าพิธีได้เริ่มขึ้น ขันทีหนุ่มคนหนึ่งรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปหาหัวหน้าขันทีแล้วกระซิบกระซาบบางอย่างแก่เขา

“แทซัน”

“......”

ซอลมินขาลชื่อขององครักษ์หนุ่มข้างๆโดยที่ไม่ได้หันไปมอง ร่างสูงก้มลงต่ำเพื่อรับฟังบางอย่างจากเขา เมื่อรับคำสั่งบางอย่างแทซันก้มตัวเล็กน้อยให้ก่อนจะปลีกตัวแยกออกไป

“จีมิน เราอยู่ในเกี้ยวนานเกินไปแล้วนะ ข้าว่ามันแปลกๆ “

“ไม่หรอกน่า เจ้าพูดอะไรออกมา!”

หน้าต่างและประตูเกี้ยวไม่สามารถเปิดได้ทั้งสามคนจึงไม่รู้ว่าด้านนอกเป็นอย่างไร จีซูเป็นคนเอ่ยขึ้นถึงความผิดปกติทั้งที่ในใจของจีมินก็รู้สึกไม่ต่างแต่ตนไม่อยากทำให้คุณหนูอียูต้องเป็นกังวล เพราะตนและเพื่อนสนิทได้แต่นั่งเงียบมาสักพัก

ก๊อกๆๆ !

“นี่!! ยังไม่ถึงอีกหรือ?”

“......”

จีซูเริ่มที่จะทนอยู่อย่างเงียบๆ ไม่ไหวอีกต่อไปจึงเคาะประตูเกี้ยวพร้อมกับตะโกนถาม แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับจากด้านนอก ทุกอย่างยังคงเคลื่อนตัวต่อไปท่ามกลางความเงียบและมืดสนิทในยามวิกาล

หมับ!

“เราถูกหลอกแล้วหละ”

“!!!..”

อียูที่นั่งนิ่งอยู่เอื้อมมือมาจับแขนจีซูที่กำลังจะทำท่าเคาะอีกครั้ง ทั้งสองคนแอบอึ้งเล็กน้อยเพราะสีหน้าท่าทางของอียูนิ่งเรียบแม้จะรู้ว่าตนกำลังตกอยู่ในอันตราย

“ไม่มีประโยชน์ที่จะทำอย่างนั้น”

“คุณหนูรู้อยู่แล้วหรือเจ้าคะ?”

“เรารู้พอๆ กับที่พวกเจ้ารู้นั่นแหละ”

“งั้นเราจะทำอย่างไรกันดี?!”

“ประตูหน้าต่างถูกปิดตาย ทางเดียวที่จะออกไปได้คือต้องหยุดขบวนเกี้ยวนี่”

“......!”

ทั้งสองคนหันมองหน้ากันท่ามกลางความมืด อียูก้มหน้าลงต่ำแล้วกรุ่นคิดถึงหนทาง แม้ตนจะพอมีวิชาติดตัวที่จะเอาตัวรอดได้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องเผชิญกับเรื่องอะไรแบบนี้

“คว่ำมันซะ”

“หา?!!”

ปึง!

พูดไม่ทันขาดคำร่างเล็กก็ลุกพรวดพรุ่งตัวเข้าชนกับผนังห้องเกี้ยวอย่างแรง ใบหน้าขาวแหยเกเล็กน้อยด้วยความเจ็บ ในเมื่อออกไปแบบดีๆ ไม่ได้ ก็คว่ำมันซะเลย เกี้ยวใช้แรงคนในการแบกไม่ใช่ช้างม้า หากเสียสมดุลจากภายในก็ย่อมล้มได้

แหมะ!

“คุณหนู!!!!!!”

เลือดสีแดงฉานค่อยๆไหลลงจากหางคิ้วหยดลงบนฮันบกสีชมพูอ่อนจนเห็นได้ชัด

ปึง!! ปึง!!

เมื่อทั้งสองเห็นอย่างนั้นจึงรีบทำตามที่อียูบอกกลายเป็นว่าทั้งสามร่วมใจกันกระแทกเกี้ยวจากด้านในซ้ายทีขวาที

“เกิดอะไรขึ้น!!?”

เสียงทุ้มของบางคนด้านนอกดังขึ้น ยิ่งทำให้ทั้งสามคนฮึดสู้เพราะรู้สึกได้ถึงความโอนเอียงจากคนที่แบกอยู่ด้านนอก

ปึง!! โคร่มมม !!!!!..

เป็นไปตามที่คิด ทาสหกคนที่แบกเกี้ยวไม่อาจต้านทานน้ำหนักที่โยกไปมาได้จนต้องได้ล้มกันไป กลายเป็นว่าเกี้ยวหลังใหญ่คว่ำลงเสียงดังสนั่นพร้อมด้วยเสียงร้องโอดโอย

“คะ คุณหนู! ปลอดภัยไหม เจ้าคะ”

“สำเร็จ! จีซู!.......จีมิน”

แม้จะมืดมากจนแทบมองอะไรไม่เห็น แต่ด้วยแสงที่ลอดผ่านเข้ามาเล็กน้อยก็ทำให้เริ่มมองเห็นทุกอย่างภายในชัดขึ้น

ใบหน้าของอียูซีดเผือดไปในทันทีเมื่อหันไปเห็นจีมินในสภาพนอนฟุบหน้าลงที่พื้นไร้สติ เลือดไหลออกมาจากบริเวณหน้าผาก

“จีมิน!!!!”

“....!!”

จีซูรีบคลานเข้าไปหาร่างที่นอนแน่นิ่ง อียูนิ่งไปในทันทีเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเศษไม้ที่แตกบางส่วนเสียบคาอยู่ที่ต้นขาของจีมิน

แกร๊ก! ปึง!!

ประตูเกี้ยวที่พังไปบางส่วนจากการพลิกคว่ำถูกใครบางคนงัดให้เปิดออก พร้อมกับยื่นมือมาคว้าแขนของอียูกระชากออกไปด้านนอกและทิ้งให้จีซูกอดร่างของจีมินอยู่ภายในเกี้ยว

“คุณหนู!!!! ตื่นสิ่จีมิน!!!”

“เงียบ! ข้าบอกให้เงียบไม่งั้นข้าจะฆ่านางเสีย!”

“...!!!”

ปลายมีดแหลมๆถูกชายร่างหนาจ่อมาที่ลำคอระหงของอียูเพื่อขู่ให้จีซูหยุดคร่ำครวญเสียงดัง เมื่อหมดหนทางจะต่อรองใดๆ นางได้แต่นั่งสะอื้นเงียบๆผยุงร่างของจีมินเอาไว้มนอ้อมแขน

“ไม่เป็นไรจีซู เราจะต้องพาจีมินกลับ”

“คุณหนู ฮือๆ !”

สิ้นเสียงของอียูชายร่างสูงพร้อมด้วยทาสสองคนก็กระชากให้อียูออกเดินอีกครั้งทิ้งให้ทาสแบกเกี้ยวอีกสี่คนยืนเฝ้าจีซูกับจีมินอยู่ที่เดิม

 

ความคิดเห็น