ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กรงรักกับดักมังกร :: 31

ชื่อตอน : กรงรักกับดักมังกร :: 31

คำค้น : ต้าเว่ย อากิ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 51.6k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2559 17:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กรงรักกับดักมังกร :: 31
แบบอักษร

#

กรงรักกับดักมังกร :: 31

 

[ต้าเว่ย :: พาร์ท]

สองวันแล้วที่อากิหมดสติไปและเป็นสองวันที่ผมนอนไม่หลับ ผมไม่อยากให้มันตื่นมาแล้วเห็นคนอื่นแทนที่จะเป็นผม เรื่องการหาแหวน ฟงกับเฉินยังคงหาต่อไป

ผมกุมขมับบีบเบาๆเมื่อรู้สึกเวียนและปวดราวกับหัวจะแตก สายตาคอยมองไปที่เตียงเป็นระยะๆ…ตอนนี้ผมไม่อยากทำอะไรแม้แต่นิด…เรื่องยาผมก็สั่งหยุดผลิต ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนที่นอนหลับอยู่บนเตียง

“พี่..จะให้ผมสักตอนไหนครับ?”

“…ตอนนี้เลยแล้วกัน”

ผมลุกขึ้นเดินไปที่เตียงส่วนชิงออกไปเอาอุปกรณ์มา ผมนั่งพิงหัวเตียงแล้วช้อนตัวมันให้นอนตักโดยให้หัวเล็กพิงอกกว้าง ผมมันเริ่มยาวแล้วสิ..แต่ช่างมัน ผมไม่ให้มันตัดแน่ ชิงกลับเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์และส่งแบบให้ผมเลือก ผมดูคร่าวๆก่อนเลือกแบบให้มัน

“สักตรงไหนพี่?”

“หลังเท้าขึ้นมาถึงข้อเท้าพอ เอาขนาดพอดีๆ ไม่ต้องใหญ่มาก”

“จัดเลยพี่”

แล้วการสักรูปมังกรก็เริ่มขึ้น อากิสะดุ้งเป็นระยะแต่ไม่ยอมตื่นขึ้นมา ผมมองรูปหน้าสวยแล้วจูบหน้าผากมนแผ่วเบา…ทำไมผม..ถึงเป็นมากขนาดนี้วะ

“พี่รักเมียมากสินะครับ ไม่แปลกหรอกเนาะ เป็นผู้หญิงสวยขนาดนี้”

“หึ ผู้ชายว่ะชิง”

“อ่ะเร๊ะ? จริงดิ! โห…สวยชิบเลยนะนั่น”

ผมยิ้มนิดๆแล้วมองหน้าอากิอีกครั้ง…ใช่..มันสวยมากๆ เป็นผู้ชายที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา การสักยังคงดำเนินต่อไป ใช้เวลากว่าสองชั่วโมงเพราะผมต้องการให้มันออกมาดีที่สุด

“ฟู่~ เสร็จแล้วพี่”

ชิงปาดเหงื่อก่อนล้มตัวนอนบนพื้นห้อง ผมมองมังกรตัวเล็กที่รายล้อมด้วยดอกไม้แล้วยิ้มนิดๆ ฝีมือมันไม่ตกจริงๆ

“ขอบใจ..แล้วกูจะโอนเงินเข้าบัญชีให้”

“คร้าบบ งั้นผมขอตัวไปนอนนะพี่”

“อืม”

ผมค่อยๆจับอากินอนลงแบบเดิมแล้วลูบหน้ามันแผ่วเบา ตื่นสักที..กูสัญญา กูจะไม่ทำร้ายมึงอีก…ตื่นได้แล้วอากิ…

ไม่ผิดใช่มั้ย…ถ้าผมจะแก้ตัว

ไม่ผิดใช่มั้ย…ถ้าผมจะทำตามความรู้สึกตัวเอง

ไม่ผิดใช่มั้ย…ถ้าผมจะรักมัน

“กูรักมึงอากิ…”

[จบพาร์ท]

1 อาทิตย์ผ่านไป

“กินข้าวซะ จะได้กินยา”

ผมมองหน้าคนพูดแล้วเบือนหน้าหนี..ตั้งแต่ผมตื่นขึ้นมาเมื่อสามวันที่แล้ว ต้าเว่ยก็แปลกๆไปจนผมทำตัวไม่ถูก ร่องรอยต่างๆตามตัวเริ่มจางลงมากจนน่าแปลกใจ..คำตอบที่ได้ก็คือ..ต้าเว่ยคอยทายาให้ ถึงในใจผมจะรู้สึกดีแปลกๆแต่ก็นะ..มันทำกับผมไว้มาก จะใจอ่อนเพียงเพราะมันทำดีด้วย..ผมไม่ง่ายขนาดนั้น

“อากิ..กูขอล่ะ กินข้าว..จะได้กินยา”

“ไม่”

แล้วนี่ก็เป็นครั้งที่ร้อยได้แล้วมั้งที่ผมปฏิเสธมัน ต้าเว่ยถอนหายใจแล้วลุกออกจากห้องไปก่อนที่พี่ฟงจะเข้ามา...แบบนี้ทุกครั้ง ถ้ามันทำให้ผมกินข้าวไม่ได้ มันก็จะให้พี่ฟงเข้ามาแทนและแน่นอน…ผมยอมกินข้าวที่พี่ฟงป้อน

“น่าสงสารนายนะครับคุณอากิ…ตั้งแต่กลับมาจากบ้านคุณโลกันต์นายก็เปลี่ยนไป..”

“เลิกพูดเถอะครับ พูดไปอากิก็ไม่สนใจอยู่ดี”

พี่ฟงถอนหายใจแล้วส่งยาให้ผม รอบนี้เป็นยาแก้ไข้ปกติครับ ไม่ใช่ยาบ้าๆของมัน ผมรับยามากินแล้วยิ้มให้พี่ฟงก่อนลุกออกมานั่งที่ระเบียง ผมชันเข่าขึ้นกอดก่อนลูบรอยสักมังกรเบาๆ ตอนตื่นมาผมตกใจมากที่เห็นรอยสักมังกรบนหลังเท้าและที่ตกใจมากไปกว่านั้นคือ…ผมกลับชอบมันและไม่เคืองต้าเว่ยที่สักโดยไม่บอกผม แต่เรื่องที่มันทำร้ายผม..ผมลืมไม่ได้จริงๆ

ครืด…

“ออกมานั่งตากลมทำไม? เข้าไปข้างในซะอากิ”

แล้วนี่ก็เป็นอีกอย่างที่ต้าเว่ยเปลี่ยนไป..มันดูห่วงผมมากขึ้น ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงและการกระทำ ผมหวั่นในใจและกลัวใจตัวเอง..กลัวยกโทษให้มันง่ายๆ

“ไม่ต้องห่วงกูหรอก..กูไม่ตายง่ายๆ โดนมือโดนตีนมึงมากูยังอยู่ได้เลย”

พูดเสียงขำแล้วยิ้มกว้าง ต้าเว่ยกัดฟันกรอดก่อนเดินเข้าห้องไป เสียงโครมครามดังขึ้นก่อนเงียบลง..ห้องพังอีกแล้วสิ พอไม่ได้ดั่งใจก็เอาแต่อาละวาด..แต่ก็นะ ดีกว่าให้มันมาลงที่ผม ผมพึ่งฟื้นคงไม่ถึกพอที่จะรับความรุนแรงจากมันอีกอ่ะนะ

“ถ้าเป็นไปได้..มึงช่วยบอกกูทีต้าเว่ย ที่มึงเปลี่ยนไปเพราะอะไรกันแน่?”

หลายวันผ่านไป…

“ผมทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆครับ”

“นะพี่ฟง..ช่วยอากินะ”

ผมทำเสียงอ้อนมองหน้าพี่ฟงปริบๆ พี่ฟงมีสีหน้าลำบากใจเพราะผมกำลังขอให้เขา..พาผมหนี และคราวนี้ผมจะหนีไปให้ไกลที่สุด ถ้ามันหาผมเจอด้วยตัวมันเอง…นั่นแหละ ผมถึงจะยอมเชื่อคำของพี่ฟง คำที่ว่า

‘ต้าเว่ยรักผม’

[ต้าเว่ย :: พาร์ท]

เฮ้อ หลายวันแล้วที่ผมตามใจมันและใจเย็นลงจากเมื่อก่อนมาก มันอยากทำอะไรผมปล่อย มันอยากกินอะไรผมซื้อให้ อยากได้อะไรขอแค่บอก..ผมจะหามา แต่มันก็ยังเป็นแบบเดิม จะปรึกษาใครก็ไม่ได้นอกจาก..ไอ้หมอเวรนั่น

(หึๆ ฮ่าๆๆๆ มึงรักน้องเขาแล้วล่ะสิ? เป็นไงครับนักรักมือใหม่ ไปได้สวยมั้ย?)

“อย่ากวนตีนกูไอ้หมอ! กูโทรมาปรึกษาไอ้เวร!”

(ครับๆ มันจะยากอะไรวะ บอกรักไปก็จบเรื่อง)

“ถ้าง่ายขนาดนั้น..กูบอกตั้งแต่มันตื่นแล้วไอ้บ้าเอ้ย! เพราะมันนิ่งกับกูไงสัส กูเลยจับต้นชนปลายไม่ถูก”

(มึงไปทำอะไรเขาวะ?)

ผมลังเลก่อนตัดสินใจเล่าทั้งหมดให้มันฟัง

(โถไอ้เหี้ย!! สมควรสัส! เขาไม่หนีไปก็บุญมึงแล้วไอ้ต้า!)

“เออน่า บอกกูมาต้องทำยังไง”

(เอางี้ มึงก็ขอโทษเขาซะ พาไปเที่ยวพาไปพักผ่อนที่ชายหาดส่วนตัวมึงก็ได้ วันๆหมกแต่บ้านมึง เขาก็เบื่อว่ะ ประเคนของให้ไปเลย ทำแม่งให้หมด เข้าโหมดบุญทุ่มเชื่อกู)

“…กูจะลองดู แล้วมึงกับน้องกู..?”

(เฮ้อ..เหมยใจแข็งชิบหาย กูง้อจนกูถูกพยาบาลบ้อว่ากลัวเมียล่ะห่า)

“หึๆ ร้องกูทำดี แค่นี้แล้วกัน..ขอบใจมาก”

พอวางสายผมก็โทรหาลุงชีวิน คนดูแลชายหาดที่ต่างจังหวัด เป็นชายหาดส่วนตัวก็จริงแต่ผมก็เปิดให้คนเข้ามาเที่ยวและเก็บค่าคุ้มครองคนละหนึ่งพัน แค่หนึ่งพันจะอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้หมด ซ้ำยังที่พักฟรี อาหารฟรีเสียแค่ค่าซื้อของฝากแค่นั้น หลังติดต่อเสร็จผมก็กลับเข้าห้องก่อนมองอากิที่นั่งอ่านนิตยสารแล้วตัดสินใจเดินเข้าไปหามัน

“เตรียมกระเป๋าเดินทาง..กูจะพามึงไปเที่ยว”

“ไม่อ่ะ ไม่อยากไป”

“ไปเก็บกระเป๋า สามสิบนาทีกูเข้ามามึงยังไม่เตรียมอะไร บ้านมึงล้มละลายแน่”

ในเมื่อชวนดีๆไม่ไป..ก็คงต้องขู่กันสักหน่อย

[จบพาร์ท]

ผมมองต้าเว่ยที่เดินออกไปด้วยความไม่พอใจก่อนลุกขึ้นเดินไปเก็บกระเป๋าตามที่มันบอก ไม่อยากจะเก็บให้มันหรอกนะแต่กลัวจะหงอยไม่มีเสื้อผ้าใส่ อ๊ะ! จริงสิ…ผมใช้โอกาสนี้หนีมันเลยก็ได้นี่นา…ผมยิ้มกว้างก่อนค่อยๆหุบยิ้มเมื่อก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายบีบรัดจนเจ็บ

ลังเลไม่ได้นะอากิ! นึกถึงสิ่งที่มันทำสิ! มันทำอะไรเราบ้าง 

ผมถอนหายใจยาวๆแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ถึงผมจะเจ็บก็ไม่เป็นอะไรหรอก..อย่างน้อยก็ได้พิสูจน์ว่ามัน..รักผมจริงๆ

ผมยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบลงจากเตียงแล้วตั้งข้างๆเตียงส่วนผมก็กลับมาอ่านนิตยสารต่อ ไม่ได้อ่านหรอกครับแค่เปิดผ่านๆตาแก้เซ็งเท้านั้นแหละ

“เสร็จหรือยัง?”

พอครบสามสิบนาทีมันก็เข้ามาจริงๆ ผมวางนิตยสารลงแล้วลุกยืนชี้ไปที่กระเป๋าเดินทางสองใบ ต้าเว่ยพยักหน้าก่อนให้พี่เฉินเข้ามาเอากระเป๋า ผมเดินไปหามันแล้วเบือนหน้ามองอย่างอื่น ผมได้ยินมันถอนหายใจด้วยล่ะก่อนที่ข้อมือเรียวจะถูกมือหนาคว้าไปจับแล้วออกแรงดึงพาลงมาที่รถตู้สีดำ มันเปิดประตูแล้วให้ผมเข้าไปนั่งก่อนที่มันจะเข้ามานั่งข้างๆ พี่เฉินเอากระเป๋าไปไว้เบาะหลังก่อนที่เขาจะไปนั่งข้างๆคนขับ พี่ฟงทำหน้าคนขับรถโดยสลับกับพี่เฉินเมื่อจอดพักที่ปั๊ม

“กินอะไรก็หยิบเอาแล้วกัน”

ได้ยินแบบนั้นผมก็เอาแต่ขนมช็อกโกแลตและขนมคบเคี้ยวใส่ตระกร้า ต้าเว่ยไม่ด่าผมซ้ำยังหยิบช็อกโกแลตแท่งที่อยู่สูงใส่ตระกร้าให้ผม ผมพูดขอบคุณแบบไม่ใส่ใจก่อนเดินหาอย่างอื่นต่อ เซเว่นที่ปั๊มนี้ดีชะมัดเลย ใหญ่และกว้างมากๆ อย่างกับโลตัสเลยน่ะ พอซื้อจนพอใจต้าเว่ยก็เอาไปคิดเงิน แค่ขนมของผมก็เหยียบพันแล้วอ่ะ..ขนาดผมยังอึ้งเลย สงสัยประชดจนลืมตัว… พอกลับมาที่รถประจำที่กันเรียบร้อย พี่เฉินก็ออกรถทันที กว่าจะมาถึงชายหาดสีขาวสวยก็เช่นไปเกือบๆวันเลย ต้าเว่ยพูดอธิบายว่านี่เป็นชายหาดส่วนตัวของมันแต่ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวโดยเก็บค่าคุ้มครองคนละพัน ที่พักฟรี อาหารฟรี ผมว่าคุ้มสุดๆเลย

“เข้าบ้านไปเปลี่ยนชุดก่อนแล้วค่อยออกมา”

“อื้ม”

พยักหน้าแล้วเดินนำมันเข้ามาในบ้านไม้ชั้นเดียวที่ยกสูงจากพื้นพอประมาณบันไดสามขั้น รอบๆระเบียงที่รายล้อมตัวบ้านตกแต่งด้วยดอกไม้และพันธุ์ไม้เลื้อยสวยงามเข้ากับตัวบ้านเป็นอย่างดี ตรงชานระเบียงมีชิงช้าสีขาวมีเถาวัลย์พันรอบๆสายโซ่ เห็นแล้วต้องยอมรับเลยว่าสวยมากๆ ยิ่งในตัวบ้านยิ่งสวย..ถึงจะไม่ได้ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูๆแต่แค่นี้กลับทำให้บ้านดูน่าอยู่มากขึ้น ต้าเว่ยพาผมมาที่ห้องที่เราต้องนอนกัน ทันทีที่เข้ามาผมบอกได้คำเดียวว่า..ชอบมาก!! เตียงขนาดคิงไซส์สีขาวและเป็นเตียงสี่เสามีผ้าบางๆลายลูกไม้ปิดรอบด้านสี่ด้าน ยามเปิดหน้าต่างลมทะเลก็จะพัดเข้ามาผ้าก็จะพริ้วไหวตามสายลม..นี่น่ะหรอ บ้านพักในชายหาดส่วนตัวของมัน? เชื่อยากมากๆเลย

“ใส่เสื้อกล้ามซะแล้วใส่เสื้อตัวนี้ทับ ส่วนกางเกงเป็นกางเกงขาก๊วย กูให้คนที่นี่เตรียมไว้ให้แล้ว”

มันเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนหยิบชุดที่พับไว้ออกมา ผมรับมาแล้วเข้าห้องน้ำเปลี่ยนชุดตามที่มันบอก สาเหตุที่ให้ใส่เสื้อกล้ามก็เพราะเสื้อตัวนี้มันบางไงล่ะ เสื้อคอวีแขนยาวสีขาวรายทะเลสีฟ้าสวยถูกสวมทับเสื้อกล้ามแล้วตามด้วยกางเกงขาก๊วยสีน้ำเงินเข้ม ผมที่ยาวก็มัดลวกๆพอให้ไม่รำคาญเวลาขยับตัว

“ออกไปก่อนไป กูจัดของเข้าตู้ก่อน”

ผมพยักหน้าแล้วเดินออกมาโดยมีพี่เฉินตามมาติดๆ เดี๋ยวนี้คนตามผมจะไม่ใช่พี่ฟงอีกต่อไปแต่เวลากินข้าวถ้าผมไม่ยอมกิน พี่ฟงก็จะเข้ามาป้อน เหมือนผมเอาแต่ใจเนอะ..แต่แล้วยังไงล่ะ ทำตัวเองนี่

“มีคนมากมายหลายประเทศเลยหรอครับพี่เฉิน?”

“ครับ ไทย จีน ญี่ปุ่นหรือแม้แต่ชาวยุโรปก็มาเที่ยวที่นี่กัน”

พยักหน้าเบาๆเมื่อได้รับข้อมูลบางอย่าง…อย่าลืมสิ ผมลูกครึ่งไทยญี่ปุ่นนะ แน่นอนว่าภาษาญี่ปุ่นผมพูดได้คล่องเลยล่ะ ผมเจอหนทางที่จะหนีแล้ว

“แล้วเก็บแค่คนละพันไม่น้อยไปหรอ? ขาดทุนแย่ ถ้าเป็นอากินะ..อากิจะเก็บสักคนละห้าพันไปเลย”

“ไม่นะครับ..เพราะแต่ละเดือนคนเข้ามาเยอะพอตัวและนายไม่อยากให้นักท่องเที่ยวเสียเงินเยอะเพราะลำพังเดินทางมาที่นี่ก็หมดหลายบาทแล้วครับ”

ผมเลิกคิ้วขึ้นนิดๆก่อนหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างต้าเว่ยมันคิดถึงคนอื่นด้วยหรอ? ผมเดินเตะทรายละเอียดไปเรื่อยๆสายตาก็มองผู้คนที่เล่นกันอย่างสนุก บ้างก็มาเป็นกลุ่ม บ้างก็มาเป็นคู่ บ้างก็มาเป็นครอบครัว…พอเห็นครอบครัวแล้วผมก็นึกถึงพี่อาคาชิและพ่อ ถ้ามาเที่ยวในที่สวยๆแบบนี้ด้วยกันก็คงดี

“พาแฟนมาเที่ยวหรอคุณเฉิน?!”

มีนักท่องเที่ยวไทยคนนึงตะโกนถามยิ้มๆพร้อมกับมองผมแล้วพยักหน้าทักทาย ผมยิ้มตอบก่อนมองพวกเขา

“ไม่ใช่หรอกครับ..ภรรยานายผมครับ”

พี่ไม่ต้องบอกก็ได้นะพี่เฉิน! 

“อ่า นายหญิงตระกูลหลิวหรอนี่ สวยจัง”

ผมหัวเราะแหะๆแล้วลากพี่เฉินไปที่อื่นแทน พี่เฉินนี่มัน…นิ่ง..เย็นชา…ไม่รู้ว่าทำงานกับต้าเว่ยได้ไง!และสนิทกับพี่ฟงได้ไง ทั้งๆที่สองคนนี้ต่างกันสุดขั้ว

“โอ๊ะ! พี่เฉินๆ อากิยืมเงินหน่อยสิ อากิจะซื้อไอติมตักอ่ะ”

“ผมมีแต่แบงค์พันน่ะสิครับ”

หันมองควับก่อนทำหน้าเอือมๆ จ้าๆ สมแล้วที่เป็นลูกน้องไอ้บ้านั่น แบงค์เล็กๆไม่พกกันหรอก

“เอามาเถอะ อากิเห็นเด็กๆอยู่แถวนี้ด้วย งั้นซื้อแจกไปเลย เข้าบ้านแล้วอากิจะเอาเงินให้นะ”

“ไม่เป็นไรครับ คุณอากิใช้ตามสบายเลยครับ ไม่ต้องคืนผม”

ว่าแล้วพี่เฉินก็หยิบกระเป๋าเงินออกมา หืมมม ของเเบรนด์เนมด้วย… นี่พี่เป็นลูกน้องเขาหรือเป็นนายแบบกันแน่หะ! ใช้ของไม่สมกับที่เป็นลูกจ้างคนอื่นเลย พี่เฉินควักแบงค์พันมาให้ผม ตอนที่เขาเปิดกระเป๋ามีแต่แบงค์สีเทา…อย่างเดียว อยากจะรู้จริงว่าได้เงินเดือนเท่าไหร่?

“พี่เฉิน อากิถามตรงๆเลยนะ ได้เงินเดือนจากต้าเว่ยเท่าไหร่หรอ?”

“เกือบแสนครับ”

“โอเค!”

ผมหันหลังให้ก่อนเดินมาที่รถไอติมตัก ในใจก็แอบอิจฉาลึกๆ..ผมได้เงินเดือนจากพ่อยังไม่ถึงห้าหมื่นเลย!

“ลุงครับ ผมเอาแบบถ้วยอันนึงแล้วก็ที่เหลือลุงตักให้ครบพันเลยนะแล้วฝากแจกเด็กๆด้วยนะครับ”

“ได้ครับๆ ขอบคุณมากนะ”

ลุงยิ้มจนเห็นฟันก่อนรับเงินไปแล้วตักไอติมใส่ถ้วยโรยด้วยถั่วลิสงและราดนม ผมรับมาแล้วเดินไปกินไป อร่อยอ่ะ ผมชอบมากๆ รสกะทิ เข้มข้นสุดๆ

“พี่เฉินกินมั้ย?”

ว่าแล้วก็ตักยื่นไปตรงหน้า พี่เฉินส่ายกัวแล้วถอยหลังไปก้าว

“ผมไม่ชอบของหวานน่ะครับ”

แหม..ต้องขมๆใช่ป่ะ ผมทำหน้างอนๆก่อนกินเองแล้วตอนนั้นผมก็เห็นต้าเว่ยกำลังยืนคุยกับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนึง ดูสนิทกันดีเพราะต้าเว่ยยิ้มและหัวเราะแต่ไม่ใช่ยิ้มแบบที่เคยยิ้มให้ผม..มันเป็นยิ้มการค้า

“ใครอ่ะพี่เฉิน?”

“นักท่องเทีายวขาประจำน่ะครับ มาบ่อยจนสนิทกับนาย”

อ่อ แบบนี้นี่เอง ผมเดินเล่นเดินคุยกับพี่เฉินเรื่อยๆจนพระอาทิตย์เริ่มตกผมก็กลับมาที่บ้าน ตอนนี้พวกต้าเว่ยขึ้นมานั่งกันที่ชานระเบียงแต่นั่งพื้นนะครับตรงกลางวงก็มีเหล้าเบียร์และกับแกล้ม นี่สนิทกันขนาดนี้เลย?

“อากิ มานี่สิ”

ผมเดินไปหามันก่อนถูกมันดึงให้นั่งตัก แขนแกร่งโอบเอวผมแน่นแสดงความเป็นเจ้าของ ผมได้แต่ก้มหน้างุดไม่กล้ามองหน้าใครเลยให้ตายสิ..

//คนนี้คือภรรยาผมครับชื่ออากิ อายุยี่สิบห้า เป็นผู้ชายนะครับไม่ใช่ผู้หญิง//

โห…นี่มึงพ่นอิ๊งค์เก่งขนาดนี้เลยหรอ สำเนียงเป๊ะมาก และผมก็ฟังไม่รู้เรื่อง

//ว้าว! สวยมาก ถ้าไม่แนะนำผมคงจีบไปแล้ว//

//ลองดูสิ ถ้าอยากเป็นศัตรูกับผม//

//ฮ่ะๆๆ ผมพูดเล่นน่า ว่าแต่เขาจะกินกับพวกเรามั้ย?//

//ไม่ล่ะ ผมไม่ให้มันกิน…พวกคุณกินกันก่อนเลย ผมขอพามันเข้าข้างในก่อนแล้วผมจะออกมา//

//โอเค!!//

ปวดหัว..ภาษาที่ไม่เข้าใจนี่มันน่าปวดหัวจริงๆ ต้าเว่ยจับผมให้ลุกออกก่อนที่มันจะลุกตามแล้วพาผมเข้ามาข้างใน

“กินข้าว อาบน้ำแล้วนอนเล่นในห้อง สักสามทุ่มกูจะพาไปดูอะไรบางอย่าง”

“อื้อ”

ต้าเว่ยมองหน้าผมก่อนที่มันจะทำในสิ่งที่ผมอึ้ง…คือกดริมฝีปากบางหน้าผากเบาๆแล้วเดินออกจากห้องไป ผมเหมือนคนละเมอยกมือขึ้นแตะหน้าผากที่รู้สึกอุ่นก่อนเม้มปากแน่น..ทำไม..ทำไมต้องมาอ่อนโยนกับกูตอนนี้ต้าเว่ย…เพราะการกระทำของมึงทำให้กูลังเล..

ใจนึงอยากหนี…

แต่อีกใจอยากอยู่..

 

ช่วยเลวกับกูอีกสักครั้งได้มั้ย…

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น