facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2563 00:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18
แบบอักษร

ปากดีนัก ต้องโดนจัดซะให้เข็ด 

บทที่ 18 

 

ดิฐาขับรถเร็วที่สุดในชีวิตตั้งแต่มีใบขับขี่ เขายังงงตัวเองว่ามาถึงหน้าผับได้อย่างไรโดยไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน เคราะห์ดีที่บนถนนไม่มีรถมากนักเขาจึงปลอดภัย และเมื่อจอดรถเสร็จแล้วเขาก็รีบก้าวลงมาอย่างรวดเร็ว

“ไอ้กัน” ดิฐาตะโกนเรียกเพื่อนที่ยืนรออยู่หน้าผับ “ไอ้คิมมันอยู่ตรงไหน”

“เฮ้ย ไอ้เหี้ยดิวใจเย็นก่อน ตอนนี้หน้าของมึงเหมือนหม้อไฟต้มยำกุ้งเลยว่ะ”

“มันใช่เวลามาล้อกูเรื่องนี้ไหม”

แทบจะยกมือเค้นคอรูมเมท กันรีบยกมือห้ามทัพ เขาเพิ่งเคยเห็นดิฐาหัวร้อนจริงจังก็คราวนี้

“หยุด ส้มหยุด เอ๊ย ไอ้ดิวหยุด อย่าเพิ่งฆ่ากูไอ้เหี้ย ไป ตามกูไป แล้วมึงห้ามทำเรื่องวุ่นวายในผับนะโว้ย”

กันเดินนำโดยมีดิฐาก้าวตามไม่ห่างเข้าไปในผับ แสงสีวูบวาบลายตาจนต้องพยายามเพ่งมองหาเป้าหมาย และในที่สุดกันก็หยุดเดินและชี้ไปทางกลุ่มที่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวในผับเพราะมีแต่ผู้ชายหน้าตาดีนั่งรวมกันเป็นกลุ่ม และมีเพียงชายหญิงคู่เดียวที่แตกต่างจากคู่อื่น

“นั่นไงไอ้คิม ใจเย็นนะมึง ตั้งสติก่อนสตาร์ท”

กันเตือนเพื่อนก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้ดิฐาเห็นภาพตรงหน้า ดิฐากำหมัดแน่นเมื่อเห็นว่าในอ้อมกอดของคิมหันต์ไม่ใช่เขา และถ้าหากดิฐายังไม่ทำอะไรเขาอาจจะสูญเสียอ้อมกอดของคิมหันต์ไปจริงๆก็ได้

“เอาโว้ย เต้นให้ยับ”

ทิวไม้ตะโกนสู้กับเสียงเพลงร็อคที่ดังจนแก้วหูสะเทือนก่อนจะกระโดดโยกตัวเต้นตามจังหวะอย่างเมามันโดยมีวศินเต้นอยู่ข้างๆ พวกเขาดื่มเหล้ากันตั้งแต่หัวค่ำจนเมาได้ที่ ธนดลกับอวัศย์ที่นั่งดื่มพอเป็นพิธีได้แต่มองคนรักของตัวเองพลางยิ้มขำ

“ไม่รู้ไปรักพวกเพี้ยนแบบนี้ได้ยังไง”

อวัศย์บ่นกับธนดลที่ไม่ยอมคลาดสายตาจากทิวไม้ทั้งที่ชายหนุ่มมีแต่สาวๆ ทิ้งสายตาให้

“มองไปทางอื่นบ้างก็ได้แบงค์ มองแต่น้องทิวจนจะทะลุแล้วมั้ง”

“มองคนอื่นไม่ได้ว่ะ ทิวสั่งไว้”

ประธานชมรมพ่อบ้านใจกล้าเปิดปากอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหันไปมองเพื่อนสาว

“ไอ้หญิงเมาแล้วว่ะ เวลาเมาทีไรขุดเรื่องบรรดาแฟนเก่าออกมาระบายทุกที”

อวัศย์หันไปมองธิติยาที่นั่งชิดอยู่กับคิมหันต์

“ปล่อยหญิงมันบ่นไปก็แล้วกัน ได้ข่าวมาจากนิดหน่อยว่าสมเสร็จกำลังมีปัญหาความรัก เผื่อว่าจะดีขึ้นทั้งคู่”

ขณะเดียวกันคนที่กำลังมีปัญหาหัวใจกำลังนั่งปรับทุกข์กันด้วยเสียงอ้อแอ้

“คนมันเฮงซวย” ธิติยายกแก้วเหล้าเทเข้าปาก “รู้ทั้งรู้ว่าเรารักมัน มันก็เลยทำเลวตามใจชอบ”

“ใช่พี่หญิง มันเห็นเราเป็นลูกไก่ในกำมือ อยากจะบีบให้ขี้แตกมันก็ทำ ไม่สนใจหัวใจดวงน้อยๆ ของเราเลย พูดแล้วเจ็บ เรามาแดกเหล้าให้ลืมมัน ไชโย”

“มาเลยน้องคิมย้วยของพี่ มากอดกันให้ลืมไอ้พวกงี่เง่ากันเถอะ วู้”

พูดจบทั้งคู่ก็โผเข้ากอดกันกลมพลางผลัดกันตบบ่าอีกฝ่ายเป็นการปลอบใจ ก่อนที่คิมหันต์จะตกใจเมื่อท่อนแขนของเขาถูกกระชากจนร่างถลาไปปะทะกับคนที่เขายังไม่อยากเผชิญหน้าในตอนนี้ ธิติยาอุทานด้วยความตกใจ

“ว้าย อะไรกันน่ะ”

“ไอ้ดิว!”

ดิฐายืนหน้าบึ้งเหมือนกำลังคิดว่าจะหักคอเขาดีหรือไม่ คิมหันต์เห็นแล้วจึงได้แต่เบนหน้าหนีแต่ดิฐาไม่ยอม เขากระชากต้นแขนให้คิมหันต์กลับมาสบตากับเขา

“มึงทำเหี้ยอะไรไอ้คิม”

“เฮ้ย อะไรกันวะ”

เสียงโวยวายดังมาจากทิวไม้และวศินที่เห็นเหตุการณ์แล้ว พวกเขารีบก้าวเข้ามายืนเคียงข้างคิมหันต์ทันทีแม้จะโงนเงนไปบ้าง

“นี่มันไอ้เด็กวิดวะเพื่อนมึงนี่หว่าไอ้สมเสร็จ”

ทิวไม้เพ่งสายตาในความมืด วศินรีบสำทับ

“ใช่จริงด้วย ไอ้คนที่ทำตัวปากเก่งๆอะนะ มึงไม่ต้องไปสนใจมันหรอก ปล่อยมันเห่าไป”

“พวกมึงอย่ายุ่ง” ดิฐาประกาศกร้าว “คิม มึงไปคุยกับกูข้างนอกเดี๋ยวนี้”

“กูไม่ไป กูจะแดกเหล้า มึงนั่นแหละไปซะ อย่ามายุ่งกับกูอีก”

แม้จะเมาแต่คิมหันต์ก็ยังพยายามตั้งสติเอ่ยปากไล่ ดิฐาโมโหจนต้องใช้วิธีบังคับ

“มึงไปคุยกับกูให้รู้เรื่อง”

“สัส ปล่อยกู”

คิมหันต์ปลิวไปตามแรงลากของดิฐา อีกฝ่ายไม่สนใจว่าใครจะยับยั้ง เขาลากแขนคิมหันต์ให้เดินฝ่าผู้คนในผับออกมาด้านนอกที่เสียงดังน้อยกว่าด้านในแล้วจึงปล่อยแขนดิฐา

“มึงไปกอดกับผู้หญิงคนนั้นได้ยังไง”

“เรื่องของกู ทีมึงยังไปจีบสาวได้เลย ทำไมกูจะทำบ้างไม่ได้”

คิมหันต์ตอบโต้อย่างหัวเสีย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมดิฐาจะต้องมาโวยวายใส่เขา ทั้งที่ดิฐาเป็นคนเอ่ยปากเองว่าทั้งคู่เป็นแค่เพื่อนกัน

“แต่ว่ามึง มึงมัน...”

“ทำไม กูทำไม”

คิมหันต์ลอยหน้าลอยตาใส่ดิฐา จะเรียกว่ากวนตีนก็ได้

“พี่หญิงเขาก็สวยน่ารักดี ถ้ากูจะจีบเขาเป็นแฟนก็ไม่น่ายาก เพราะเขาเป็นเพื่อนกับพี่แบงค์พี่หมอก คราวนี้กูจะมีแฟนก่อนมึงอีกไอ้ดิว”

“แล้วกูล่ะ มึงจะเอากูไปไว้ไหน มึงจะเลิกกับกูใช่ไหมไอ้คิม”

ดิฐาแทบจะเค้นคอคิมหันต์ แต่เพื่อนที่ไม่ใช่แค่เพื่อนยักไหล่ใส่เขาแถมยังลอยหน้าลอยตาตอบคำถาม

“อะไรคือเลิก มึงเป็นอะไรกับกูล่ะถึงมาใช้คำนี้กับกู ก็แค่เพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”

“ไอ้คิม!”

“เฮ้ย ใจเย็นกันก่อน”

กันที่เพิ่งจะมาถึงรีบเข้ามาห้ามทัพเมื่อเห็นดิฐาโกรธจัด ตามมาด้วยทิวไม้และวศินที่รีบมาสมทบยืนอยู่ข้างคิมหันต์

“มึงอย่ามาทำแบบนี้กับเพื่อนกู ตอนแรกเห็นมันเป็นดอกไม้ริมทาง คิดจะเด็ดดมก็ทำ พอตัวเองอยากได้ดอกอื่นก็ขยี้เพื่อนกูทิ้ง”

ทิวไม้ชี้หน้าต่อว่าดิฐา วศินถึงกับอ้าปากค้าง

“โว้ย ไอ้ทิว มึงจำคำด่าขี้ปากแม่มึงมาเหรอโบราณฉิบหาย”

“เออน่า อย่าเพิ่งขัดคอกำลังมัน ด่าต่อนะ ปากก็บอกไม่ได้ชอบไอ้สมเสร็จแต่พอมันจะตัดใจไปหาคนอื่นมึงก็เสือกโกรธ อาการอย่างนี้เขาเรียกหมาหวงก้างชัดๆ ใจมึงชอบไอ้สมเสร็จก็ยอมรับมาตรงๆสิว่าชอบ”

ดิฐานิ่งงัน คำพูดของไอ้หนุ่มตัวเล็กแค่ติ่งหูกระแทกใจเขาเหมือนโยนกระสอบข้าวใส่

“ละ แล้วยังไง ถ้ากูชอบไอ้คิมจริงมันก็ดีไม่ใช่เหรอ กูกับมันเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แถมยัง เอ่อ นั่นแหละด้วยกันอีก มึงจะไม่ดีใจเหรอคิมที่เราใจตรงกันน่ะ”

“สมเสร็จ มึงอย่าเพิ่งดีใจนะ ไอ้เหี้ยนี่กว่าจะรู้ใจตัวเองก็คือทำให้มึงเสียใจมาก่อน มึงต้องเล่นตัวไว้ก่อนนะเพื่อน”

วศินยุยงเพื่อนทำให้ดิฐามองอย่างรำคาญ สงสัยว่าการที่ยืนคุยตรงนี้โดยมีเพื่อนจอมยุแหย่ล้อมรอบคงง้อคิมหันต์ไม่ได้ผลเป็นแน่ คิดได้ดังนั้นเขาจึงคว้าข้อมือของคิมหันต์ไว้

“ไอ้คิม ไปกับกู”

“ไปไหน กูไม่ไป”

คิมหันต์พยายามสะบัดมือหนี แต่วันนี้รู้สึกว่าเรี่ยวแรงของดิฐามีมากเหลือเกิน

“มึงต้องไปกับกู ไม่งั้นกูจะจูบมึงตรงนี้ ต่อหน้าคนที่อยู่หน้าผับทั้งหมดนี่แหละ”

ดวงตาของคิมหันต์เบิกกว้าง นักเที่ยวที่เดินไปมาหน้าผับน้อยเสียเมื่อไหร่

“มึงจะบ้าเรอะไอ้ดิว”

“เออ กูบ้าแม่งแล้ว ตามกูมาเดี๋ยวนี้”

กระชากแขนคิมหันต์ให้เดินอีกไม่กี่ก้าวท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆที่มองตามก่อนที่คิมหันต์จะถูกผลักเข้าไปในรถยนต์ของดิฐา กันถึงกับมองตาละห้อย

“มันจะฆ่ากันตายไหมเนี่ย”

วศินหัวเราะเบาๆ เขาเดินมาตบบ่ารูมเมทของดิฐา

“มันจะตายได้ยังไงเล่า นอกจากมันจะฟาดฟันกันจนขาดใจตาย”

“เออ มึงอะคิดมาก คนรักกันเขาไม่เอากันถึงตายหรอกน่า อย่างมากก็แค่ฟ้าเหลือง มึงจะไปนั่งที่โต๊ะกับกูไหม ในฐานะที่มึงทำดีตามตัวไอ้ดิวมาได้ กินเหล้าต่ออีกหน่อยแล้วค่อยไปรอพวกมันที่หอพัก”

ทิวไม้ดึงแขนกันให้เดินกลับเข้าไปในผับ ป่านนี้ธนดลกับอวัศย์คงอยากรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับคิมหันต์และดิฐา สำหรับสองคนนั่นคงต้องปล่อยให้ปรับความเข้าใจกันเอง ส่วนพวกเขาจะสนุกต่ออีกสักพักค่อยกลับไปนอน

 

ดิฐาขับรถมาจอดที่สวนสาธารณะเล็กๆ แห่งหนึ่งใกล้กับโรงเรียนเก่าของพวกเขา มันเป็นสถานที่ที่เขาและคิมหันต์ชอบมานั่งมองสาวกันในอดีต แต่ในเวลาค่ำคืนเช่นนี้ก็คงมีแต่คนบ้าเท่านั้นที่มา

ใช่ ดิฐากำลังจะบ้า

ตลอดทางคิมหันต์ไม่คุยกับเขาเลย แถมยังนั่งเชิดหน้าตลอดเวลา กลายเป็นดิฐาที่กลัวความห่างเหินนี้ เขากลัวว่าคิมหันต์จะทิ้งเขาไปจริงๆ

“ลงรถได้แล้ว จะนั่งเก๊กใส่กูอีกนานไหม มาคุยกันให้รู้เรื่อง”

คล้ายว่าได้ยินเสียงสบถจากคิมหันต์ก่อนที่เขาจะเปิดประตูเดินตรงไปยังเก้าอี้ตัวโปรดในสวนที่เขาชอบนั่งเป็นประจำโดยมีดิฐาเดินตามแล้วทรุดตัวนั่งเคียงข้าง

“คิม” ดิฐาอึกอัก พยายามเรียบเรียงคำพูด “กูขอโทษ”

“มึงก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ มาขอโทษกูทำไม”

คิมหันต์เหล่มองก่อนจะเบือนสายตาหนี เขาเห็นดิฐาทำหน้าสลด

สมน้ำหน้า ไม่ต้องมาทำจ๋อยเลยมึง 

“กูขอโทษที่ความสนิทสนมมันทำให้กูลืมคิดถึงความรู้สึกของมึง กูมันเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้ ไม่เคยถามมึงสักคำว่ามึงคิดอะไรอยู่”

ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที คิมหันต์รีบเงยหน้ากลั้นไว้ ไม่ได้สิ เขาเป็นผู้ชายอกสี่สิบนิ้ว จะมาขี้แยเป็นเด็กไม่ได้ คิมหันต์กัดริมฝีปากเมื่อดิฐาคว้ามือของเขาไปกุมไว้

“บอกตรงๆว่ากูสับสน กูไม่แน่ใจตัวเองว่ากูจะคิดกับมึงเกินเพื่อนจริงหรือเปล่า คิม มึงมองตากูหน่อยได้ไหม นะ กูขอร้อง”

ได้ฟังคำอ้อนวอนแล้วคิมหันต์จึงห้ามใจตนเองไม่ให้หันหน้ากลับมาไม่ได้ เขาสบตากับดิฐาในความมืดที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าต้นที่อยู่ไกลออกไปและความเงียบที่ช่วยสะกดเขาไว้ แค่สบตาหัวใจของคิมหันต์ก็ต้องหวั่นไหวเพราะความในใจของดิฐาที่ส่งผ่านดวงตาออกมา

ใบหน้าใกล้กันเข้ามาเรื่อยๆ ใกล้จนมองเห็นรูขุมขนและไรหนวดจางๆบนใบหน้า ใกล้กันจนต้องกลั้นลมหายใจไว้เมื่อในที่สุดปากของทั้งคู่ประกบกันสนิทเพื่อซึมซับความรู้สึกซึ่งกันและกัน และดิฐาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนที่จะใช้ลิ้นดุนผ่านเพื่อให้จูบนี้ลึกล้ำมากขึ้น

ลิ้นหยุ่นภายในสัมผัสแผ่วเบาก่อนจะตวัดเคล้าแนบแน่น มือของดิฐาวางแนบที่ท้ายทอยของคิมหันต์เพื่อจะดื่มด่ำไปกับรสจูบที่แสนแปลก ทั้งที่เขากับคิมหันต์จูบกันบ่อยครั้งในเวลาที่มีความสัมพันธ์เกินเพื่อน แต่จูบในครั้งนี้มันหวานอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จนคล้ายกับว่านี่อาจเป็นจูบแรกของทั้งคู่กับความชัดเจนในความสัมพันธ์

มือร้อนของดิฐาสอดลึกเข้าไปในขอบกางเกงยีนส์ รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายก็คงคิดไม่แตกต่างกัน ตอนนี้คิมหันต์สั่นไปทั้งตัว ลมหายใจสะดุดร้อนผ่าวและยังโอบกอดดิฐาไว้ เขาปล่อยให้ดิฐาได้สัมผัสกอบกุมจุดซ่อนเร้นที่ห่อตัวอยู่จนกระทั่งมันตื่นขึ้นมาจนคับแน่น

“ให้กูช่วยมึงนะคิม”

ดิฐากระซิบเสียงกระเส่า เขาจูบที่คางของคิมหันต์ไปพร้อมกับมือที่รูดซิปกางเกงของคิมหันต์ลง มือร้อนดึงจุดอ่อนไหวที่ถูกปลุกขึ้นมาภายนอกก่อนจะนวดเฟ้นจนคิมหันต์ถึงกับครางแผ่ว

“ยังจะพูดอีก”

คิมหันต์สบถออกมาเมื่อดิฐาโน้มกายลงไปสู่เอวของเขา ปลายมนถูกโลมเลียอ่อนโยนจนเปียกชื้นไปหมดจากนั้นดิฐาจึงค่อยไล่ลิ้นลงต่ำสู่โคน ตลอดเวลาคิมหันต์ได้แต่เลิ่กลั่กมองซ้ายขวาเพราะกลัวว่าจะมีใครโผล่เข้ามาตอนนี้

“หอมดีนะ มึงเปลี่ยนสบู่กลิ่นใหม่เหรอ”

ดิฐาพึมพำอยู่กับเอวของคิมหันต์ ตอนนี้ปากของดิฐากลืนกินแท่งตรงที่เขาชมว่ามันสวยเข้าไปหมดแล้ว คิมหันต์กลั้นเสียงไว้และอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปยังเป้ากางเกงของดิฐาด้วยความเคยชิน เขาลูบมันไปมาและอดไม่ได้ที่จะดึงความอึดอัดของดิฐาออกมาชมโลกภายนอก

“มึงจะทำอะไรก็รีบทำไอ้ดิว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าหรอก”

คิมหันต์นวดเฟ้นโยกรั้งมือตนเองที่กอบกุมส่วนนั้นของดิฐา มันเป็นการกระทำที่เขาทำให้ดิฐามาตลอด ทำด้วยความเต็มใจและหวังว่าสักวันหนึ่งดิฐาจะรับรู้ แต่เมื่อวันนี้มาถึงคิมหันต์ไม่รู้ว่าเขาควรจะรู้สึกอย่างไรดี แต่ตอนนี้เขากำลังเตลิดไปกับสิ่งที่ดิฐากำลังทำอยู่

ใช่ว่าไม่เคยใช้ปากให้กัน แต่ทว่าครั้งนี้กลับนุ่มนวลระคนเร่าร้อน เหมือนอีกฝ่ายกำลังง้อเขาด้วยการกระทำ คิมหันต์กัดฟันกลั้นเสียงโยกเอวเข้าใส่ ได้ยินเสียงในลำคอของดิฐาดังออกมาเช่นกันเมื่อมือของเขาเองก็รูดรั้งไม่หยุด และในที่สุดทั้งคู่ก็หอบหายใจถี่ไปพร้อมกับความเปียกชื้นที่หลั่งรินออกมาสู่กัน

ดิฐากลับมานั่งนิ่ง เขาได้ลอบมองเสี้ยวหน้าของเพื่อนสนิทที่วันนี้เขาคิดไปไกลกว่านั้น และรอให้คิมหันต์ตัดสินใจ

“เราลองมาคบกันแบบแฟนไหมคิม”

คำพูดจากปากของดิฐา อาจเป็นสิ่งที่คิมหันต์รอคอยมาตลอด ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนก่อนเอ่ยออกมา

“กลับหอกันได้แล้ว กูง่วงนอน พรุ่งนี้กูต้องกลับบ้านไปช่วยงานเลี้ยงของพี่คะนิ้งแต่เช้า”

“ไอ้คิม! แล้วกูล่ะ”

“กูบอกให้กลับหอไง”

คิมหันต์เดินดุ่มไปที่รถยนต์ ดิฐาสบถออกมาด้วยความไม่ได้ดั่งใจ แต่เขาก็ต้องเปิดล็อกประตูให้คิมหันต์ขึ้นไปนั่งก่อนที่เขาจะขับรถกลับไปยังหอพักในมหาวิทยาลัย และตลอดทางคิมหันต์ก็ยังไม่ได้พูดอะไรเช่นเคยจนกระทั่งดิฐาจอดรถที่ใต้หอพักแล้วจึงได้ยินเสียง

“ดิว กูว่ามึงสับสนอยู่ว่ะ มึงอาจจะกลัวเสียเพื่อนอย่างกูไปจนต้องหลอกตัวเองให้รู้สึกอะไรแบบนี้”

“คิม กูไม่ได้โง่ขนาดนั้น”

“มึงลองกลับไปทบทวนอีกครั้งก็แล้วกัน ถือว่าให้โอกาสตัวเอง ถ้ามึงได้คำตอบที่มาจากใจมึงแล้วล่ะก็ ค่อยมาบอกกูนะ”

คิมหันต์เปิดประตูก้าวลงไปจากรถโดยไม่หันไปมองดิฐาอีก เขาเข้าไปในห้องที่ทิวไม้กับวศินที่กลับมาแล้วนอนรออยู่ เมื่อคิมหันต์เข้ามาในห้องเขาก็ถูกฉุดแขนให้นั่งเล่าเรื่องทั้งหมด เมื่อเล่าจบคิมหันต์ก็ปล่อยโฮ

“กูแม่งพูดไปอย่างนั้น แต่ใจกูเหลวเลยนะมึง เหี้ยเอ๊ย ถ้าไอ้ดิวมันโง่ไม่รู้ว่ากูประชดมัน มันจะมาง้อกูไหมวะ ยิ่งโง่ๆอยู่ด้วย”

ทิวไม้กับวศินหันไปมองหน้ากันแล้วหัวเราะลั่น วศินตบบ่าปลอบใจ

“น่า กูว่ามันน่าจะพอคิดได้แหละ รออีกนิดให้ไอ้ดิวมันมั่นใจกว่านี้เดี๋ยวเมียมึงก็มาง้อเองแหละ เอ๊ะ หรือว่าผัววะ”

คิมหันต์ได้แต่ภาวนาว่าดิฐาจะคิดได้และมีคำตอบที่ดีมาให้

“พ่อแก้วแม่แก้ว ช่วยลูกสมเสร็จด้วยเถอะ ขอให้ไอ้ดิวมันรักลูก แล้วลูกจะยอมพลีกายเป็นพระเอกนิยายวายให้พี่คะนิ้งเลยเอ้า”

ได้แต่อธิษฐานเผื่อว่าความหวังจะเป็นจริง คิมหันต์ได้แต่นอนกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืน

 

TBC 

ด้วยพลังแห่งสาววาย จะปกป้องลูกสมเสร็จเองจ้า 

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ  

ความคิดเห็น