Fey Fahrenheit

โปรดรอติดตาม นิยายเรื่องต่อไปได้ในเร็วๆนี้ค่ะ^^

บทที่ 4 ยอมรับ

ชื่อตอน : บทที่ 4 ยอมรับ

คำค้น : แฟนตาซี เจ้าชาย วาย ซึนเดเระ หมาป่า ตลกดราม่า BL นิยายBLแฟนตาซี ผจญภัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2561 11:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ยอมรับ
แบบอักษร

บทที่4

ยอมรับ



พงไพรแห่งปีศาจ คือผืนป้ากว้างใหญ่อันเป็นอาณาเขตในปกครองของ Devil Wolf หรือหมาป่าปีศาจ ผู้ซึ่งเป็นเจ้าปกครองเหล่าปีศาจน้อยใหญ่รวมถึงสัตว์อสูรภูติพรายในแถบดินแดนแห่งนี้

เมื่อกาลก่อนเหล่าปีศาจมิได้หลบตนอยู่เพียงภายในอาณาเขตของผืนป่า พวกเขาเปิดบ้านไปมาหาสู่กับมนุษย์อย่างอิสระ ด้วยจำนวนประชากรของมนุษย์ที่มีไม่มากนักทำให้เหล่าผู้ด้อยพลังกว่าได้แต่เก็บกักความหวาดกลัวต่ออำนาจของปีศาจไว้ในใจ และย้อมอยู่ในชั้นฐานะเป็นรอง แม้แต่กษัตริย์ของพวกเขาเองยังต้องก้มหัวให้กับปีศาจระดับปลายแถว

แต่ยิ่งเวลาผันผ่านไป ประชาการมนุษย์ยิ่งเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ การต่อต้านและสงครามจึงเริ่มอุบัติขึ้น ด้วยความก้าวหน้าของการศึกษาเวทย์คาถาการต่อสู้ ทั้งยังมีวิทยาการใหม่ๆ อีกมากมาย รวมถึงจำนวนกองกำลังที่มากกว่า ทำให้ฟ้าพลิกกลับเป็นผืนดิน ผู้อ่อนแอรุกคืบเอาคืนและแสดงการคุกคามเหยียดหยามเหล่าปีศาจราวกับจะระบายความแค้นที่ฝังลึกมานาน

ด้วยความหวาดกลัวที่เป็นจุดเริ่มต้นของความอิจฉาริษยา ความโลภ และความเกลียดชังก็เริ่มเข้าครอบง่ำเหล่าผู้ด้วยปัญญา จากการขับไล่ปีศาจชั้นเลวที่มากดขี้เพียงไม่กี่ตน กลับลุกลามใหญ่โตเป็นสงครามที่ต้องการล้างบางเผ่าพันธุ์ชั่วร้าย เหล่าปีศาจผู้รักสงบทั้งหลายจึงจำต้องหาทางคงไว้ซึ้งชีวิตของพรรคพวกและเลือกทางแห่งสนติมากกว่าการทำสงครามนองเลือดให้ยืดเยื้อ อันก่อให้เกิดการสูญเสียของประชากรปีศาจไปอย่างเปล่าประโยชน์

ดังนั้นพงไพรที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้จึงเริ่มทำการปิดกั้นตนจากโลกภายนอก รวมถึงอาณาจักรของปีศาจอีกหลายแห่งที่เข้าร่วมวิถีแห่งความสงบนี้ด้วย การปิดกั้นนี้ใช่ว่าจะเป็นเพียงการปิดประตูบ้านไม่ต้อนรับแขก แต่เป็นการวางลวดหนามอาบยาพิษป้องกันผู้รุกรานที่คิดจะบุกรุกเข้ามาก่อความวุ่นวาย และยังเป็นการเชือดไก่ให้ฝูงลิงทั้งหลายได้รับรู้ว่า แม้พวกเขาจะไม่อยากทำสงคราม แต่ก็ใช่ว่าจะฆ่าไม่เป็น

ด้วยปราการที่แน่นหนาภายใต้การนำของปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดน ไม่นานนักพงไพรแห่งปีศาจนี้ก็กลับสู่ความสงบสุข และขยายชื่อเสียงความน่าสะพรึงกลัวให้ไม่มีมนุษย์คนใดกล้าย่างกรายเข้ามา จนถูกขนานนามว่า Devil Forest หรือ ป่าแห่งปีศาจ

แล้วจะมีใครคาดคิดล่ะว่าความพยายามทั้งหมดของบรรพบุรุษปีศาจจะเริ่มสั่นคลอนด้วยน้ำมือของทายาทหนึ่งเดียวของเผ่าหมาป่าปีศาจที่ยิ่งใหญ่ ซ฿งบัดนี้กำลังเร่งฝีเท้าทั้งสี่เพื่อกลับไปหามนุษย์เพศชายที่กำลังร้องไห้โยเย

เรดิอาถึงที่หมายด้วยความรวดเร็ว ร่างกายของเขาเหนื่อยหอบจนสัมผัสได้ถึงเม็ดเหงื่อที่ไหลซึมทั่วร่าง แต่เขาไม่มีเวลาจะหยุดพักในเมื่อความรู้สึกภายในกายมันร่ำร้องให้เขาต้องพะวงกับสวัสดิ์ภาพของคู่สัญญา

นัยน์ตาสีฟ้าสอดส่งหาตัวต้นเหตุแห่งความวนวาย เมื่อเจอตัวแล้วเขาก็ได้แต่จ้องมองหนุ่มผมแดงที่นั่งก้มหน้ากอดเข่าราวกับชีวิตนี้ได้ดับสูญไปแล้วอย่างอนาถใจ เรดิอาฉงนในใจอยู่ไม่น้อย เขาไม่เข้าใจเลยว่าการได้รับเกียรติแต่งงานกับเจ้าชายของเหล่าปีศาจทั้งหลายมันแย่ตรงไหน เจ้ามนุษย์นี่ควรดีใจเสียมากกว่าที่เขายอมลดตัวอ่อนข้อให้ถึงเพียงนี้ หรืออาจเป็นเพราะเจ้าตัวสลบบ่อยจนเสียสติไปแล้ว

“ฟาเรน เจ้าเป็นอะไรไป เจ้าควรจะดีใจที่ได้เกียรติแต่งกับข้าถึงจะถูก ดินแดนแห่งนี้ครึ่งหนึ่งจะเป็นของเจ้า” เรดิอาพยายามเรียกเจ้าคนขี้แหกปากโวยวายคนเดิมกลับคืนมา อย่างน้อยก็คึกครืนกว่าสภาพอมทุกข์เป็นไหนๆ

“.......”

แต่ก็ยังไร้การตอบกลับจากฟาเรน ราวกับว่าสิ่งที่เขาเอ่ยไปนั้นเป็นเพียงลมที่ผ่านเข้าหูซายทะลุออกหูขาว อีกทั้งยังถูกเมินหนักกว่าเดิมเมื่อเรดิอาพยายามเข้าสบสายตาเจ้าตัวดีก็เบือนหน้าหนีทันที ซึ่งมันทำให้เรดิอาที่ต้องเสียเวลากลับไปกลับมาเริ่มอารมณ์เสีย

“ผมขอโทษครับที่บอกความจริงเรื่องการผูกสัญญาไป” ฟรอยก็เป็นอีกคนที่ทำหน้าหงอยเหมือนอยากจะฆ่าตัวตาย เขารีบเสนอตัวรับโทษจากเรดิอาโดยการก้มลงเอาหัวโขกพื้นอย่างแรง

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ อย่างไรเสียเจ้านี้ก็ต้องรู้เข้าสักวัน เตรียมตัวเตรียมใจไว้แบบนี้น่าจะดีกว่า เราควรจะมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้ฟาเรนกลับมายอมทำตามแผนของข้า ข้าไม่มีเวลามากนักหรอกนะ” เรดิอาเอ่ยอย่าระอา เขาเริ่มอารมณ์เสียกับปัญหางี่เง่านี้ที่ทำให้เขาต้องเหนื่อยทั้งกายทั้งใจแบบนี้ เพียงเพื่อเหตุผลไร้สาระของคนเอาแต่ใจคนหนึ่ง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าชายแห่งปีศาจอย่างเขาจำต้องมาผูกสัญญากับเจ้ามนุษย์ปัญญาอ่อนนี่

‘เพื่อพลังของข้า’

เรดิอาต้องพยายามท่องคำนี้ให้ขึ้นใจ เพื่อการกลับมาซึ่งศักดิ์ศรีของเจ้าชายแห่งปีศาจทั้งปวง เขานั้นทนอับอายกับสภาพเช่นนี้มานานเกินพอแล้ว และคนที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างของเขากลับคืนมาดังเดิมคือหนุ่มผมแดงจอมเอาแต่ใจตรงหน้า

‘ฟาเรนเป็นเจ้าเท่านั้น!’

“เจ้าต้องการอะไรข้าจะให้เจ้าทุกอย่าง อำนาจ เงินทอง หรืออะไรที่เจ้าต้องการ เพียงแค่เจ้ายอมรับมาเป็นคู่ของข้า แค่นั้นก็พอแล้ว”

 เรดิอาเอ่ยอย่างนุ่มนวลพร้อมกับนั่งลงข้างๆ ฟาเรน กลิ่นกายหอมอ่อนของเจ้าหนุ่มผมแดงที่เรดิอาเพิ่งจะได้สัมผัสช่างเย้ายวนเขาเสียจริง ใบหน้าหวานอ่อนกับขนตางอนยาวนั้นช่างงดงามราวกับภาพวาด ริมฝีปากสีระเรื่อแดงน่าหลงใหลชวนให้อยากบดขยี้จนแหลกเละ ถึงแม้ฟาเรนจะเป็นมนุษย์เพศชาย แต่ร่างกายเพรียมลมนั้นดูน่าปกป้องมากกว่าที่จะทำให้ศัตรูหวาดกลัว หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายแสดงตนว่าเป็นนักดาบ เขาคงคิดไปได้แค่ว่าเจ้าหนุ่มนี่คือคุณชายบ้านผู้ดีมีเงินที่ต้องมีบ่าวรับใช้ค่อยปกป้องดูแล

“ทุกอย่าง แน่ในนะว่าทุกอย่าง” คำพูดแรกที่เอ่ยออกจากปากชายที่กำลังเศร้าซึมทำให้เรดิอาดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ แม้สีหน้าจะระงับไว้ได้ แต่พวกหาสีดำนั้นกลับส่ายไปมาแสดงเริงร่าผืดกับท่าทีทำเป็นสุขุมของตน

“แน่นอน ถ้าเจ้ายอมรับเงื่อนไขนั้นได้”

“ถ้าอย่างนั้น ขอให้ฉันกลับ…” ไม่ทันที่ฟาเรนจะเอ่ยจบฟรอยก็ขัดขึ้นทันที

“ยกเว้นเรื่องที่ให้ท่านฟาเรนกลับออกไปยังดินแดนของท่าน เพราะสัญญานี้ หากท่านฟาเรนอยู่ห่างออกนอกเขตแดนของเรา ร่างกายของท่านจะร้อนรุ่มจนสุดท้ายอาจเสียสติและเสียชีวิตได้ครับ แต่ถ้าอยู่ใกล้ชิดกับท่านเรดิอา ต่อให้ไกลถึงอีกทวีปหนึ่งก็ไม่เป็นผลอะไรครับ”

“ฟรอย ถ้าเจ้าไม่หุบปากและไปให้ไกลจากเท้าข้าภายในสามวินาที เจ้าได้เสียชีวิตแน่!” เรดิอาเอ่ยคำรามพร้อมกับส่งสายตาเยือกเย็นน้ำเตือนลูกน้องปากมากที่มาชักใบให้เรือเสีย ถึงทุกคำที่ฟรอยเอ่ยจะเป็นความจริง แต่มันใช่เรื่องที่จะมาพูดให้คนที่เป็นกำลังซึมเศร้าฟังหรือไรกัน!

ทางด้านลูกน้องผมเทาที่โดยตวาดก็รีบเผ่นหายไปในพริบตา เขารู้ดีว่าหากไม่หลบให้พ้นสายตาเจ้านาย ต่อให้เป็นคนสนิทเพียงใดก็อาจปางตายได้เหมือนกัน

“หากเจ้าอยากกลับบ้าน รอให้ข้าฟื้นพลังแล้วเจ้าจะกลับเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ ซึ่งแน่นอนว่าข้าจะตามไปด้วย”

เรดิอาเลิกสนใจเจ้าผมเทาและหันมาง้อว่าที่เจ้าสาวต่อ หากเขากล่อมสำเร็จย่อมมีแต่ได้กับได้ ทั้งได้พลังของเขากลับคืนและแถมพระชายาที่มีฝีมือดาบเก่งกาจ หน้าตาดี สรีระน่าเคี้ยว ถึงแม้จะเป็นผู้ชายเขาก็ไม่ได้กังวลใจอะไร ออกจะถูกใจถูกรสนิยมของเขาเสียมากกว่า

“เฮ้อ...ตกลงก็ได้ ส่วนเงื่อนไขของฉันไว้จะบอกทีหลัง ขอคิดก่อนแล้วกัน” คำตอบที่ไม่ใครจะเต็มใจของฟาเรนทำให้เรดิอาแสยะยิ้มร่า และเมื่อฟาเรนเห็นเจ้าหมาป่าตัวโตทำหน้าระรื่น เขาก็ยิ่งอดที่จะสงสารตัวเองไม่ได้ จากที่ต้องหาทางเอาชีวิตรอด ตอนนี้เขาต้องรักษาพรหมจรรย์ด้านหลังให้รอดสินะ!

“และก่อนอื่นเลย นายต้องเรียกฟรอยกลับมาเดี่ยวนี้ ฉันไม่ไว้ใจความหื่นของนายหรอกนะ” ฟาเรนแลบลิ้นใส่เจ้าหมาหื่นที่แค่มองผ่านแวบเดียวก็รู้แล้วว่าจ้องจะงาบเขาทุกเมื่อ ฟาเรนพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียชีวิต เพียงแค่ต้องปรับตัวกับสภาพแวดส้อมใหม่เท่านั้นเอง

‘ยังไงมันน่าจะได้มากกว่าเสียแหละน่า พวกหมาเขาว่ามันซื่อสัตย์ คงพอไว้ใจได้’



หลังจากเรดิอาเรียกฟรอยกลับมา ลูกน้องผมเทาก็รีบเสนอหน้าด้วยความไวแสง เตรียมพร้อมที่จะรับใช้นายทั้งสองอย่างเต็มที่ และเมื่อฟรอยสังเกตเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของว่าที่พระชายาแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ราวกับว่าระดับความเอาแต่ใจยิ่งกว่าของท่านฟาเรนจะเอาชนะความเอาแต่ใจไร้เหตุผลของเจ้าชายเรดิอาเสียแล้ว

‘ไปหลอกเขาก่อนแล้วตอนนี้ต้องมาคอยตามง้อ เสียหมา เอ้ย! เสียท่าเลยล่ะสิครับบอส’

“ฟรอย เอาเป็นว่าเริ่มสอนพื้นฐานให้ฟาเรนก่อนแล้วกัน” เรดิอาเอ่ย

“ครับบอส”

“พื้นฐานอะไร?” ฟาเรนถามแทรกขึ้นมาทันทีพร้อมกับสีหน้าราวกับเด็กไร้เดียงสา ซึ่งนั่นทำให้ปีศาจทั้งสองต้องถอนหายใจยาว หากคาดคะเนจากความรู้เรื่องเวทย์มนต์ที่น่าจะน้อยนิดของฟาเรนแล้ว คงยากที่จะทำให้หนุ่มผมแดงคนนี้เข้าใจเวทย์มนต์ชั้นสูง เพราะเพียงแค่หลักการพื้นฐานง่ายๆ อย่างการไม่ควรบอกชื่อจริงกับศัตรูที่ใช้เวทย์คาถา เจ้าตัวยังไม่ระวังตัวและบอกชื่อจริงแก่พวกเขาได้อย่างหน้าตาเฉย จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเจ้านักดาบคนนี้มีชีวิตรอดจากสมรภูมิรบมาได้อย่างไร

“ท่านฟาเรนจะต้องเรียนรู้พื้นฐานการถ่ายเทพลังเวทย์จากคนหนึ่งไปอีกคนหนึ่งครับ ท่านต้องเริ่มฝึกให้สามารถใช้เวทย์นี้ได้ในระดับหนึ่ง เพื่อที่หลังจากทำพิธีอย่างเป็นทางการแล้วจะได้ปลดผนึกพลังให้บอสได้ครับ” ฟรอยเริ่มบทครูอธิบายเท่าที่คิดว่าจะให้ฟาเรนจะเข้าใจมากที่สุด

“ก่อนอื่นเลยฉันขอถามหน่อยและพวกนายต้องตอบตามจริง ทำไมต้องเป็นฉัน? ทำไมไม่หานักเวทย์ พ่อมดเก่งๆ หรือใครก็ได้ที่เก่งกว่าฉัน ระดับความสามรถของพวกนายคงหาได้ไม่ยากนักหรอก” ฟาเรนตอบอย่างรู้ทัน ก่อนจะปรายตามองเรดิอาที่ทำเป็นนอนงีบอย่างเคืองๆ

เหตุผลที่ฟาเรนคิดพอได้ว่าทำไมเจ้าหมานี่ถึงเลือกเขานั้น ก็คือเรื่องหน้าตาที่แสนจะหล่อเหล่างดงามหาใครเปรียบของนักดาบวัยหนุ่มคนนี้ เจ้าหมานี่คงจะอดอยากปากแห้งมานานและคิดจะเอาเขาไปเป็นนายบำเรอน่ะสิ ชิชะ เขาจะไม่ยอมโดนหลอกเป็นรอบที่สองอย่างแน่นอน

“เออ...เรื่องนั้น เพราะว่า...ท่านฟาเรน มีผนึกพลังของบอสในตัวครับ หมายถึงพลังเวทย์ของบอสไหลเวียนอยู่ในร่างกายของท่านฟาเรนครับ” ฟรอยตอบอย่าระมัดระวังที่สุด ในขณธที่เอ่ยตอบเขาก็เหลือบมองเจ้านายสี่ขาของตนเป็นระยะเพื่อดูว่าสิ่งที่เขาเอ่ยไปนั้นสมควรหรือไม่ แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบรับหรือคำตวาดก็แสดงว่าเจ้านายยอมให้เขาพูดอธิบายต่อได้ต่อได้

“ผนึกพลังมีสองชิ้น ชิ้นหนึ่งอยู่ที่ปราสาทในพระราชวังของเรา อีกอันหนึ่งอยู่ที่ท่านฟาเรน เราต้องนำสองชิ้นมารวมกันแล้วปลดผนึกพร้อมกันจึงจะคืนพลังให้บอสได้ครับ” ฟรอยโค้งนอบน้อมอีกครั้งแสดงความเคารพต่อผู้ฟัง และเป็นการบอกอ้อมๆ ว่าเขาอธิบายจบแล้วอย่าได้ถามเขาไปมากกว่านี้อีกเลย

“เข้าใจก็ได้ ว่าแต่ว่านะเรดิอา นายไปทำอะไรให้หมอผีที่ไหนเกลียดมาล่ะสิ ไอ้ฉันก็สงสัยอยู่ว่าแล้วตัวเองต้องมีอะไรพิเศษต่างจาก...คนอื่น” ท่าทางของฟาเรนดูสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับกำลังนึกถึงสิ่งที่ไม่ควรคิดถึง ซึ่งมันทำให้เรดิอาต้องเลิกแกล้งหลับ

ฟาเรนหวนคิดไปถึงเมื่อครั้งวัยเยาว์ เขาไม่มีความทรงจำช่วงก่อนสิบขวบเลยแม้แต่น้อย ตัวเขานั้นเติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้า เขารู้เพียงว่าเขาชื่ออะไร จากจดหมายโง่ๆ ที่เขียนด้วยลายมือตวัดเร่งรีบของผู้ที่อาจจะเป็นแม่ และสิ่งประหลาดเริ่มเกิดขึ้นเมื่อเขาพบกับอาจารย์ของเขาที่รับเขาออกมาอุปการะเลี้ยงดู สิ่งเป็นข้อห้ามที่เขาห้ามทำคือ ‘ห้ามใช้เรียนรู้การใช้เวทย์ชั้นสูง’ และอาจารย์ของเขาแทบจะไม่เคยสอนการใช้เวทย์มนต์อะไรเลย แน่นอนว่าเขาเคยแอบฝึกหัดด้วยตนเอง แต่การฝืนข้อห้ามนั้นมันทำให้เขาต้องสูญเสียอาจารย์ของเขาไปอย่างถาวร

“สักวันข้าจะเล่าให้ฟัง เอาเป็นว่าเจ้าทำได้ใช่ไหม” เรดิอาเอ่ยตอบ ทำให้ฟาเรนหลุดจากห้วงความหลังในวัยเยาว์

“จริงๆ ฉันเคยใช้พลังเวทย์แนวๆ นั้นนะ เห็นอย่างนี้แต่ฉันก็เรียนมานะเว้ย แต่ว่า...”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องการควบคุมครับ ผมสามารถกางข่ายป้องกันได้ และบอสเองก็คงจะไม่ปล่อยให้คู่หมั่นตัวเองตายหรอกครับ”

ก่อนคำสุดท้ายจากปากฟาเรนจะเอ่ยจนจบฟรอยจอมขัดก็เอ่ยขึ้นด้วยความหวังดี เขาพอจะคาดเดาได้คราวๆ ว่าเหตุใดฟาเรนต้องกังวลเรื่องการฝึกควบคุมพลังเวทย์ เพราะในกายของฟาเรนนั้นมีพลังมหาศาลของปีศาจอยู่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มนุษย์อย่างฟาเรนจะควบคุมมันไม่ได้

“ฟรอยยย...” เสียงปรามเหี้ยมส่งมาจากเรดิอาเพื่อระงับความปากหมาของลูกน้องผมเทา จากบรรยากาศดีๆ ที่เขาอุตส่าห์ทำให้มันกลับมาได้ เจ้าผมเทาปากมากนี่กลับจะพาลทำให้แย่ลงไปอีก

ฟาเรนเห็นเจ้านายลูกน้องเล่นบทโหดกันก็อดขำกับท่าทางของฟรอยไม่ได้ เจ้าผมเทาที่รู้ว่าทำให้เจ้านายอารมณ์เสียที่รีบวิ่งไปเอาหัวโขกพื้น ส่วนเรดิอานั้นก็ที่ทำหน้าเอือมระอาพลางแยกเขี้ยวใส่ ซ฿งเหตุการบ๊ฮงๆ ของสองปีศาจนี้ทำให้บรรยากาศรอบๆ ดูครึกครืนขึ้นอย่างน่าประหลาด บางทีการที่ต้องมาอยู่ร่วมกับเจ้าพวกนี้คงไม่แย่เท่าไหร่

และแล้วพระจันทร์ก็เริ่มเคลื่อนขึ้นแทนที่ดวงตะวัน ตลอดทั้งนี้ทำให้เจ้าชายเรดิอาเหนื่อยล้าอย่างมาก เขาจึงตัดสินใจว่าควรพักผ่อนเสียก่อนที่จะเริ่มให้ฟาเรนฝึกฝนหรือเรียนรู้อะไร แค่เจ้าตัวเข้าใจและยอมรับข้อเสนอของเขาก็มาดเพียงพอแล้วสำหรับภารกิจในวันนี้

กระโจมขนาดกลางถูกจัดวางกางอย่างเรียบร้อยเพื่อฟาเรนโดยเฉพาะ ความสามารถเหมือนเสกได้ทุกอย่างของฟรอยดูจะสะดวกไม่น้อยในสายตาของฟาเรน กองไฟนอกกระโจมที่ลุกโชติช่วงช่วยเพิ่มความอบอุ่นในยามค่ำคืนได้อย่าพอเหมาะกับปีศาจสองตนที่นอนหลับอย่างสบายๆ แต่สำหรับฟาเรนแล้ว ความอบอุ่นจากกองไฟนั้นไม่เพียงพอ เขาพยายามซูกเข้าหาขนหนานุ่มของหมาป่าสีดำข้างกายทั้งยังจับเอาพวงหางนุ่มฟูมาปกคลุมร่างต่างผ้าห่ม ซึ่งความอบอุ่นที่เหมือนกับคุ้นเคยและทำให้รู้สึกโหยหาอย่างบอกไม่ถูกนี้มันทำให้เขาเคลิบเคลิ้มมีความสุขได้อย่างน่าประหลาดใจ 


การฝึกได้เริ่มขึ้นในตอนสายของวันใหม่ แน่นอนว่าหน้าที่ปลุกเจ้านายทั้งสองย่อมไม่พ้นเป็นของ ฟรอย หมาป่าปีศาจผมเทา ที่ทำหน้าที่แทบทุกอย่างตั้งแต่เป็นรพี่เลี้ยงเด็กยันพ่อครัว และตอนนี้เขาก็มีเจ้านายจอมเอาแต่ใจถึงสองคนด้วยกัน เรดิอาที่เป็นถึงเจ้าชายกับฟาเรนที่เป็นว่าที่พระชายา ซึ่งทั้งสองนั้นมีระดับความเอาแต่ใจพอกันจนบางทีเขาก็คิดว่าคู่นี่เกิดมาสมกันดีไม่น้อย

วงกลมเวทย์ถูกเขียนขึ้นเป็นอาณาบริเวณการฝึก เมื่อเริ่มร่ายเวทย์ให้เขตแดนทำงานก็จะเกิดเป็นกำแพงใสดั่งครอบแก้วคลุมพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่แถวนี้

ฟาเรนเข้าไปในบริเวณฝึกกับเรดิอา ส่วนฟรอยนั้นประจำที่อยู่ภายนอกเพื่อคอยเป็นกำหลังหนุมหากมีข้อผิดพลาดอะไรเขาจะได้เข้าช่วยเหลือทัน และหากเปรียบเรื่องทักษะการใช้เวทย์คาถา การให้ผู้ที่เก่งกาจเวทย์มนต์รอบด้านอย่างเจ้าชายเรดิอาสอนน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

แต่เพียงแค่เริ่มการฝึกได้ไม่นาน ว่าที่พระชายาก็เหงื่อตก และเริ่มท้อกับความหฤโหดของการฝึกฝนในครั้งนี้

‘มันไม่ง่ายอย่างที่เขาคิดไว้สักนิดเดียว’

“เร...แฮกๆ..เร..ดิ....อา..แฮก...โอ้ย เหนื่อย เรียกเรเฉยๆ นะ ชื่อนายจะยาวไปไหน!”

“ตามสบาย ข้าให้เจ้าเรียกข้าแบบนั้นได้” เรดิอาเองก็เริ่มเอือมกับความไม่ก้าวหน้าของฟาเรน เขารู้ดีว่าการยอมตามใจฟาเรนจะทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้น ดีกว่าการมานั่งต่อปากต่อคำกันให้เสียเวลา ถึงแม้เขาจะไม่เคยยอมให้ใครเรียกชื่อห้วนๆ แต่ในกรณีนี้ถือว่าทำเพื่อผลประโยชน์ของเขาเองก็แล้วกัน

“นายก็อย่าเรียกฉันด้วยชื่อนั้นล่ะ เออ แล้วเลิก ข้าๆ เจ้าๆ ได้ไหม ฟังแล้วปวดตับ ใช้ศัพท์สามัญชนได้ไหมครับเจ้าชาย” คำขอพร้อมการกัดแขวะที่น่าหมั่นเขี้ยวของอีกฝ่ายทำเอาเรดิอาแทบจะกระโดดไปคร่อมร่างพร้อมกับจับกินให้รู้แล้วรู้รอด

“ได้สิ ข้า..ไม่ใช่สิ ฉัน จะใช้แค่กับ เจ้...นายเท่านั้นก็แล้วกัน ยังไง นายก็เป็นเจ้าสาวของข้า”

“ฮ่า ฮ่าๆ นายหลุดแล้ว เอาเถอะๆ ไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้ นายตามใจฉันมากไปจนฉันทำตัวไม่ถูกแล้ว” ฟาเรนยิ้มร่ากับท่าทางไม่เป็นธรรมชาติ และใบหน้าที่พยายามฝืนของเรดิอาก็ทำให้เขารู้สึกสนุกที่เหมือนได้เอาคืนอีกฝ่าย

แต่ก่อนที่จะชักช้าไปกว่านี้เรดิอาก็เริ่มครุ่นคิดถึงวิธีที่จะทำให้เขาพอจะได้พลังส่วนหนึ่งมาก่อน อย่างน้อยก็น่าจะพอใช้กลับร่างปีศาจอันทรงเกียรติได้ ยามเมือ่กลับร่างเดิมการฝึกสอนย่อมพัฒนาไปได้เร็วขึ้น

เรดิอาเหลือบมองฟาเรนที่ลุกขึ้นยืนและพยายามฝึกท่องบทคาถาผิดๆ ถูกๆ จนชวนให้รำคาญใจ ทว่าพอสายตาของเขาได้จับจ้องริมฝีปากน่ากินราวกับผลเชอรี่สุก ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวทันที

‘ปาก ใช่แล้ว มีวิธีนี้นี่’

“ฟาเรนข้าคิดวิธีดีๆ ออกแล้วล่ะ” เรดิอาเอ่ยเรียกฟาเรนเข้ามาใกล้ เจ้าหนุ่มผมแดงก็รีบถลาเข้าไปหาตัวช่วยโดยพลัน

“มันจะช่วยให้ไม่ต้องทนฝึกโหดนี่ใช่มั้ย”

“แน่นอน ข้าเพิ่งจะคิดได้เมื่อสักครู่นี้เอง”

“ไอ้หมาบ้านี่ รีบบอกมาให้เร็วๆ เลยนะ” ฟาเรนตาโตรีบซักไซ้

หากมีวิธีที่ง่ายกว่าการฝึกที่เขาทำอยู่ตอนนี้เขาก็พร้อมที่จะทำ อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาตัวเหนียวโชคเหงื่อแบบนี้

“มาใกล้ๆ ข้าจะบอกวิธีให้” เรดิอาเชิญชวนคู่หมั่นอย่างไม่เป็นทางการมาด้วยแววตามีเลศนัย และเมื่อเจ้าคนซื่อขยับเข้ามาด้วยความหวัง เจ้าชายหมาป่าก็ทำการรวบตะบบคร่อมร่างที่ไม่ทันระวังตัวในนอนแผ่ใต้อุ้งเท้าของเขา ก่อนจะเข้าเลียลิ้มชิ้มริมฝีปากงามและดูดเค้นเอาพลังในกายอีกฝ่ายออกมา

ฉากรักแสนประหลาดของเจ้านายทำเอาฟรอยต้องสำลักน้ำชาในมือ และรีบลุกพรวดไปปรับแก้กระจกแก้วใสให้ขุ่นมัว ป้องกันภาพอาจารที่ไม่สมควรเผยแพรต่อที่สาธารณะ

‘อดใจรอเข้าห้องหอกันไม่ได้เลยหรือไรกัน นี่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่ถึงสามวันเลยนะ!’

 “อะ...ไอ้บ้า..อะ” ฟาเรนดิ้นพล่าน เขาพยายามพลักไสเจ้าหมาจอมหื่นที่ทำอะไรไม่เคยจะรอให้เขาสมยอม เฮ้ย ไม่ใช่ เขาไม่มีทางสมยอมหรอก

แต่เรี่ยวแรงของฟาเรนที่มีอยู่ราวกับกำลังถูกดูดออกไปเรื่อยๆ ทำให้เขาไม่สามารถหลุดจากการล่วงล้ำของเรดิอาได้ จากที่ดิ้นพล่านกลับเหลือแรงเพียงใช้มือทุบเจ้าหมาขนปุยแทน

ทางทางผู้เข้าจู่โจมนั้นไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะดื้อรั้นอย่างไร เขาเพียรพยายามใช้ปากในร่างหมาป่าของตนดูดกลืนพลังให้กลับคืนมามากที่สุด ส่วนเรื่องการพรากพรหมจรรย์ ค่อยจัดกาหลักจากเขาได้ร่างอันสง่างามกลับคืนมาก็ไม่สาย

แหวนทองคำขาวที่สลักด้วยอักขระสีแดงเริ่มส่องแสงประกายแสงเรืองรอง ฟาเรนที่หลับตาแน่นเพราะไม่อยากเห็นหน้าขนๆ ของเรดิอาก็เริ่มรู้สึกได้ว่า ลิ้นสากของเจ้าหมาบ้ากับขนที่สัมผัสใบหน้าของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนไป กลายเป็นสัมผัสอุ่นร้อนของเนื้อหนังกับริมฝีปากนุ่มที่กำลังเริ่มเข้ารุกรานบดขยี้ริมฝีปากของเขาก่อนจะผละออกให้เขาได้สูดหายใจก่อนจะหมดลมไปกับการเล่นพิเรนทร์ของเจ้าหมาหน้าขน

ทว่าเมื่อได้ลืมตาขึ้นมามองเจ้าตัวปัญหาตรงหน้าเขาก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา หากเมื่อสักครู่นี้ฟาเรนไม่ได้สัมผัสเองว่าเรดิอาเปลี่ยนแปลงร่างจริงๆ คงจะคิดไปแล้วว่ามีคนแปลกหน้าแอบเข้ามาสับเปลี่ยนตัวเป็นแน่ จาก ‘หมาป่าตัวเท่าควาย’ ดันกลายเป็น ‘ไอ้หน้าหล่อขี้เก๊ก’ ที่สุดแสนจะน่าหมั่นไส้ไปเสียได้

แววตาคมกริบกับนัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองผู้ที่โดนขโมยจูบด้วยรอยยิ้มอันที่แสนจะเจ้าเล่ห์ ใบหน้าคมได้ภายใต้ผิวสีแทนที่รับกับผมดำขลับได้เป็นอย่างดีนั้นทำให้สามารถสะกดทุกสายตาของผู้ที่พบเห็น อีกทั้งมัดกล้ามเนื้อที่แสดงถึงความเป็นชายชาตรีที่ฝึกฝนมาอย่างดี ทำให้เรดิอาดูมาดแมนคมเข้มหล่อลากดินเสียจนฟาเรนนึกอิจฉา

ฟาเรนพยายามดึงสติตนกลับมาสู่ความจริงที่เขากำลังเสียเปรียบ ถึงแม้เจ้าหมาบ้าจะกลายเป็นหนุ่มหน้าหล่าไปแล้ว แต่สภาพท่าทางที่ชวนให้เขาพะวงประตูหลังแบบนี้ก็ควรจะทำอะไรสักอย่าง ยิ่งดูจากลักษณะของอีกฝ่ายยแล้วคงจะข่มเหงเขาได้ไม่ยากเย็น

เมื่อคิดได้ฟาเรนก็เริ่มรวบรวมพลังทั้งหมดไปที่เขาขวา และส่งแรงกระแทกอย่างแรกไปยังใจกลางความเป็นชายของคนตรงหน้าที่ยังเก๊กหน้าหล่อในร่างเปลื่อยได้อย่างไม่อายฟ้าอายดิน

“อะ.เจ้า..อุก” เรดิอากุมเจ้าชายน้อยกลิ้งไปตามพื้นด้วยความจุกและเจ็บ ทั้งๆ ที่เขาอุตส่าห์ใจดีด้วย แต่นี่หรือคือการตอบแทน!

“เหอะ ฉันก็นึกว่าจะมาไม้ไหน ไอ้หมาหื่น! ไอ้โรคจิต! สมควรแล้วล่ะ และฉันก็ยังมีของแถม อย่างน้อยก็ถือเป็นหลักฐานของการที่เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่าสงบสุข!” ฟาเรนว่าแล้วก็ตวัดดาบในมือฉับลงกลางเป้าหมาย ถึงแม้อีกฝ่ายจะเอี้ยวตัวหลบได้ทันควัน แต่ดาบต่อไปเขาไม่พลาดแน่!

“ฟาเรน..เจ้า  ใจเย็น..นะ..นั้นเป็นพิธีกรรม..อ๊ากกก”ฟาเรนฟันลงฉับฉับหวังจะเด็กพวงองุ่นที่น่ารังเกียจของเจ้าหมาตัวแสบให้สิ้นไร้เมล็ดพันธุ์ แต่ทุกครั้งเจ้าของพวงองุ่นก็หลบได้อย่างหวุดหวิด เรดิอาในร่างเปลือยเปล่าเริ่มเหงื่อตก ถึงเขาจะอยากตั้งรับแต่ตอนนี้ยังคงจุกไม่หาย มีเพียงแค่ต้องหาที่กำบังและวิ่งหนีเพื่อพยายามหาทางรอดให้กับชีวิตความเป็นตัวผู้ของเขา


ฉับ! ฉับ! ฉับ!!

เสียงดาบกัดแกว่งด้วยความโกธรของเพลิงพิฆาตช่างชวนให้เสียวช่วงล่าง เมื่อการแก้แค้นของหนุ่มผมแดงเริ่มถี่ขึ้น เรดิอาจึงรีบร่ายเวทย์ทำกำแพงมาป้องกันตนเอง ก่อนจะเสกเสื้อผ้ามาปกปิดร่างเปลือยท่อนล่าง ซ฿งเขาหวังว่าจะลดความบ้าคลั่งอยากเฉือนพวกองุ่นของฟาเรนลงได้

ทว่ามันไม่ได้ทำให้ความปะทุในการล่าตัดตอนของฟาเรนหมดลง และเหมือนกับยิ่งทวีความรุนแรกากขึ้น เมื่อดาบเล่มที่สองเริ่มปรากฏขึ้นในมือฟาเรน เรดิอาก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายนั้นเอาจริง!

“ฟรอย! มาหาข้าเดี๋ยวนี้!!!!!” เสียงเรียกอันทรงอำนาจทำลูกน้องที่กำลังเพลิดเพลินกับน้ำชาและของว่างสะดุ้งทันที ฟรอยรีบปลดเขตกำแพงเวทย์ของเขาออกเพื่อเตรียมเขาไปช่วยแก้สถานการณ์ภายใน ถึงแม้เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็คงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่แน่นอน

และเมื่อเพ่งพินิจดูเขาก็พบว่า เจ้าชายเรดิอาได้คืนร่างร่างที่เขาไม่ได้เห็นมาเนิ่นนาน และยังได้เห็นพฤติกรรมที่น่าขันของผู้เป็นนายทั้งสอง ซึ่งทำเอาเขาอดอมยิ้มไม่ได้ เมื่อผู้ได้ชื่อว่าเจ้าชายแห่งปีศาจทั้งมวล กำลังหลบดาบจากมนุษย์ผมแดงที่เป็นว่าที่เจ้าสาวอย่างพัลวัน

‘ผัวเมียตีกัน’

ฟรอยยิ้มร่าและรีบเข้าไปห้ามทับนายน้อยของเขาไม่ให้ตัดกล่องดวงใจของเจ้าชายเรดิอา ผู้เป็นนายอีกคน

“ท่านฟาเรนครับ ใจเย็นๆ ครับ ถึงจะฟันไปก็ทำอะไรบอสไม่ได้หรอกครับ ท่านทั้งสองทำสัญญากันแล้วนะครับ อย่าลืมสิครับ” ฟรอยเตือนสตินายทั้งสอง

ใช่แล้ว ในเมื่อพวกเขาไม่สามารถทำร้าย(ฆ่า)กันได้ตามพันธสัญญา นายท่านเรดิอาก็ไม่จำเป็นต้องกลัว

“อะ..เอ.. เออ...ข้าลืมตัวไป จริงของเจ้า ฟรอย” เรดิอารู้สึกขายหน้าที่ทำตัวหน้าอายต่อหน้าลูกน้อง และมองฟาเรนด้วยสายตาแห่งผู้มีชัย

“ชิ นึกว่าจะจัดการไอ้นั้นได้แล้วเชียว” ฟาเรนเก็บดาบ ให้อาวุธคู่กายกลับไปเป็นเครื่องประดับที่หูของตนตามเดิม เขามีสีหน้าที่แสดงออกว่าไม่พอในใจผลงานในครั้งนี้อย่างยิ่ง

‘ไอ้หน้าหล่อนี่น่หรือคือเรดิอา? เชอะ! กลับไปเป็นหมาตามเดิมน่ะดีแล้ว’

เมื่อสิ้นสุดการวิวาท ฟาเรนก็เดินทำหน้าไปมุ่ยไม่สบอารมณ์ไปนั่งจิบชาที่ถูกเตรียมไว้บนผ้าปูสำหรับนั่งพักที่ให้บรรยากาศของการมาปิกนิกมากกว่าการฝึก

ส่วนทางด้านเรดิอา แค่เขามองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้าตัวยุ่งไม่พอใจอะไร เรดิอารู้สึกถึงชัยชนะในทันที เมื่อเขาทราบดีอยู่แล้วว่าในร่างนี้แสนจะสง่างามนี้ ใครเห็นเป็นต้องยอมศิโรราบในความสมบูรณ์แบบของเจ้าชายเช่นเขาเสียทุกราย ดีงนั้นตลอดมาเขาเลยไม่เคยขาดแคลนหมอนข้างกาย ทั้งหญฺงทั้งชายในเผ่าและนอกเผ่าต่างยอมมอบกายถวายชีวิตให้กับเขาหมด และจากประสบการณ์ที่ช่ำชองนี้ เขาจะทำให้เจ้าหนุ่มขี้โวยวายจอมเอาแต่ใจหันมาสยบแก่เขาให้ได้ แต่ก่อนอื่นต้องคอยตะล่อมกล่อมให้อีกฝ่ายตายใจเสียก่อนใ

“ข้าเคยสัญญาว่า หากเจ้าต้องการอะไรข้าจะหามาให้ ถึงอย่างไรเจ้าก็ถือไพ่เหนือกว่า และการที่ข้าได้กลับร่างเดิมก็ถือเป็นผลงานของเจ้านะ ฟาเรน” เรดิอาร่วมวงน้ำชาโดยไม่สนใจสายตาขับไล่จากคนที่นั่งหัวโด่อยู่ก่อนแล้ว แต่ด้วยประโยคเยิ่นยอที่ฟาเรนได้ยินนั้นทำให้เขาพอใจไม่น้อย

‘ไหนดูซิ เจ้าหมานี่จะเล่นลิ้นได้สักกี่น้ำ’

ฟาเรนคิดพลางจิบน้ำชาและเบือนหน้าหนีจากเจ้าคนชีเปลือยที่ไม่รู้จะร้อมนอะไรหนักหนา หาเสื้อมาใส่เสียบ้างสิเพียงแค่กางเกงตัวเดียวมันจะไปพออะไรกันล่ะ

เจ้าชายเรดิอาที่อุตส่าห์ได้คืนร่างเดิมเริ่มที่จะยิ้มไม่ออก เขาไม่เคยต้องมาตามง้องอนใครขนาดนี้ นี่เป็นคนแรก คนเดียว! ที่เขาต้องมาอดทนลดตัวลงมาขนาดนี้

เรดิอากัดฟัน ก่อนพยายามสงบสติอารมณ์ และเริ่มง้อว่าที่เจ้าสาวแสนงอนของเขาต่อ

“เอาล่ะ ถ้าเจ้าไม่พร้อมข้าจะไม่ทำอะไรที่ลางเกินเจ้า ตกลงไหม? แล้วก็เลิกทำตัวเป็นเด็กและกลับมาฝึกอย่างจริงจังได้แล้ว!” เรดิอาลงหางเสียงหนักเหมือนคำสั่งกรายๆ จึงไม่วายถูกหางตาของฟาเรนค้อนเข้าให้อีกระรอก

“ฉันจะพยายามเชื่อแล้วกัน” ฟาเรนลุกพรวดและเดินไปยังพื้นที่วงกลมของการฝึก เพื่อเป็นสัญญาณในอีกฝ่ายเริ่มการสอนได้

เมื่อการเสียสละลดตนตามง้อได้ผล เรดิอาก็เดินตามหลังเจ้าสาวขี้งอนของเข้าด้วยรอยยิ้มกรุมกริ่ม ก่อนจะปัดเศษหญ้าจากเสื้อเชิ้ตสีกรมเข้มที่เขาเพิ่งเปลี่ยนด้วยพลังเวทย์ ผ้าคลุมสีดำประดับลวดลายสีทองทำให้เจ้าชายเรดิอาดูสมกับเป็นเจ้าชายจริงๆขึ้นมาเลยทีเดียว

ยิ่งอีกฝ่ายดูดีมากขึ้นเท่ใดฟาเรนยิ่งหงุดหงิดใจ ไม่ใช่เพราะความอิจฉาเพียงเท่านั้น แต่มันกลับมีความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นภายในกายเขา การมองผู้ชายสักคนว่าหล่อและดูดีในสายตาของหญิงสาวคงไม่แปลกเท่าไรนัก แต่กับเขาที่เป็นชายทั้งแท่งจะมาให้บอกว่าเจ้าชายเรดิอาที่เขาเห็นในตอนนี้เท่มากๆ ไม่ได้เด็ดขาด

ทว่าใบหน้าแดงๆ และหัวใจที่เต้นโครมครามกลับไม่ฟังความคิดในสมองเขาเสียเลย หรือนี่เขาจะโดนวางยาอะไรแปลกๆ จนทำให้ร่างกายผิดปกติไปหมด

“เอาล่ะ ฟาเรน มาเริ่มกันเลย” เรดิอาเข้าประชิดแนบชิดอีกฝ่ายจากดานหลังในขณะที่ฟาเรนยังไม่ทันตั้งตัว ทำให้เรดิอาได้เห็นใบหน้าแดงระเรื่อของเจ้าคนผมแดงที่ปากไม่ตรงกับใจ จนเขาต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ไปพร้อมๆ กับพยายามระงับความกระหายอยากของตัวเอง

การฝึกรอบสองเริ่มต้นขึ้นด้วยดี ด้วยการที่การที่เรดิอากลับมาในร่างจริงของเขาทำให้สามารถทำอะไรๆ ได้สะดวกขึ้น เสียแต่ตรงที่ลูกศิษย์ ดันเป็นพวกหัวปลาทองจำบทคาถาไม่ได้เสียที เรดิอาจึงเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมฟรอยต้องเอาหัวโขกกับพื้น เพราะตอนนี้เขาก็อยากเอาหัวโขกพื้นเช่นกัน


เวลาแห่งการฝึกผ่านไปจนแสงของดวงอาทิตย์เริ่มดับลง ฟรอยจัดแจงที่พักแรมของเจ้านายทั้งสองด้วยกระโจมหลังใหญ่ และหลังเล็กสำหรับตัวเขา แต่การพักแรมในคืนที่สองของสามหนุ่มไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ผ่านมาเพราะเจ้าตัวยุ่งผมแดงผู้ที่สามารถหาปัญหามาให้สองหนุ่มหมาป่าได้ปวดหัวทุกเมื่อเริ่มโวยวาย

“ฉันไม่มีทางนอนกับคนที่มันมีแต่เรื่องลามกในหัวอย่างเจ้านายของนายหรอก ไปทำกระโจมอีกอันให้ฉันเดี๋ยวนี้!” ฟาเรนเริ่มออกคำสั่งกับลูกน้องใหม่ ซึ่งฟรอยต้องเป็นผู้รับชะตากรรมและต้องรับมือกับทุกอารมณ์ของเจ้านายให้ได้

“จะไปวุ่นวายอะไรนักหนา ฟรอยต้องเสียพลังงานไปมากกับการนำของชิ้นใหญ่ๆ มาที่นี่ เจ้าต้องหัดคิดเสียบ้างว่าการใช้พลังเวทย์พร่ำเพรื่อไม่ใช้สิ่งที่ดีต้องร่างกายของผู้ใช้เท่าไรนักนะ” เรดิอาออกมาจากกระโจมมาปรามคนขี้เอาแต่ใจที่ถือหมอนออกมาประท้วงหาที่นอน

“..........ฟรี้” ฟรอยผู้ถูกเรียกใช้หลับเป็นตายในกระโจมเล็กๆ ของตน วันนี้เขาไม่อยากรับรู้อะไรนอกจากการพักผ่อน และเขาก็ร็ดีว่าการไม่ไปขัดบทง้องอนของคู่ว่าที่สามีภรรยาน่าจะเป็นการดีที่สุด

“ไม่เอา ไม่เอา ไม่นอนๆ ฟรอย นายตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ตื่นๆ” ฟาเรนเริ่มเข้าสู่ความเป็นเด็กเอาแต่ใจเต็มขั้น ทั้งยัง พยายามตะโกนเรียกให้ลูกน้องที่อุตส่าห์จะได้ใหม่ให้ตื่นมารับใช้ตน

“เฮ้ออ... ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าพ่อแม่ของเจ้าทนเลี้ยงเจ้าจนโตได้อย่างไร” สิ้นคำพูดของเรดิอา ฟาเรนก็เงียบกริบ และเดินเข้าสู่ที่นอนโดยง่าย

‘บทจะว่าง่ายก็ว่าง่ายแฮะ’

เรดิอาคิด ก่อนจะเหลือบสังเกตเห็นไหล่ที่สั่นระริกและใบหูขึ้นสีเลือดฝาด มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าคำพูดของเขานั้นไปจี้ปมและต่อมน้ำตาของฟาเรนเข้าเสียแล้ว

เรดิอาเริ่มครุ่นคิดถึงสิ่งที่เขาทำพลาดไป บางทีฟาเรนคงไม่ได้เติบโตมาอยากสวยหรูเหมือนกับเจ้าชายอย่างเขา หรือบางที่อาจจะพบเจอกับเรื่องเลวร้ายกับครอบครัวมาก็เป็นได้

เมื่อเขาเห็นไหล่ที่สั่นน้อยๆ กับมือเรียวของอีกฝ่ายที่ปรอะหยดน้ำสีใจก็พลัยหัวใจหล่นตุบ ความรู้สึกผิดวนเวียนรบกวนจิตใจของเขา และเขาจำต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดน้ำตานั่น

ร่างกำยำสูงโปร่งคมเข้มแปรเปลี่ยนเป็นหมาป่าตัวโตสีดำทันที เรดิอาย่างเท้าทั้งสี่เข้าสู่กระโจมแล้วนอนลงข้างๆ หนุ่มผมแดงที่นอนหันหลังให้ เขาสะบัดหางฟูนุ่มห่มร่างคนข้างกายป้องกันความเหน็บหนาวยามค่ำคืน ก่อนที่จะหลับตาลงและทิ้งท้ายคำพูดที่ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่าจะเอ่ยออกไป

“ข้าขอโทษ” คำส่งท้ายก่อนเข้านอนที่แสนจะพิลึกพิลั่น ทำเอาคนที่กำลังน้ำตาปริ่มเผยยิ้มเล็กๆ ออกมา

‘เจ้าบ้าเอ้ย นายเองก็ไม่ได้ด้านชาไร้หัวใจนี่ เจ้าหมาบ้า!’


www.facebook.com/fey013

เพจ Fey Fahrenheit


ความคิดเห็น