แทคฮยองจี
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ช่วยใจดีกับเราด้วยนะคะ

น่านฟ้าล่ารัก 14

ชื่อตอน : น่านฟ้าล่ารัก 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2563 14:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น่านฟ้าล่ารัก 14
แบบอักษร

น่านฟ้าล่ารัก 

14 

ช่วงนี้เป็นช่วงสอบปลายภาคของโรงเรียนหลายๆแห่ง ส่วนเด็กอนุบาลอย่างเจ้าอ้วนไม่มีสอบก็เลยปิดเทอมก่อนชาวบ้าน ทำให้ผมไม่ต้องตื่นเช้ามาคอยจับอาบน้ำแต่งตัวอีก สบายไปเปลาะหนึ่ง 

ตื้ด~ 

‘พระมารดาสุดที่รัก’  

ชื่อของม๊าที่บันทึกไว้แบบกวนๆปรากฏขึ้นบนหน้าจอมือถือ ไม่รู้โทรมาอีกอะไรเปล่าเนื่องจากช่วงหลังๆมานี้ไม่ค่อยจะโทรมาสักเท่าไหร่ ตั้งแต่ที่พ่อคุณน่านฟ้ารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะดูแลผมกับเจ้าอ้วนอย่างดีนั่นแหละ ก็เหมือนป๊าม๊าจะสบายใจจนบืมผมไปแล้วมั้ง

“ฮัลโหลม๊า” 

“ลื้อทำอายรายอยู่” เออสำเนียงเจ๊กตลาดแบบนี้ม๊าผมแน่นอน 

ที่บ้านเป็นคนจีนแบบจีนแท้ๆทั้งม๊าทั้งป๊าซึ่งบางครั้งป๊าม๊าก็คุยภาษีจีนกัน โดยเฉพาะเวลานินทาบ้านข้างๆเห็นว่าเขาไม่รู้ภาษาจีนก็เอาใหญ่ ส่วนผมนั้นไม่ได้เลยครับภาษาจีนเนี่ย ตอนที่เรียนการบินวิชาโทก็ลงภาษาทางฝั่งยุโรป

“ไม่ได้ทำอาราย” 

“นี่ลื้อล้อเลียนอั้วหรอ”  

ผมทำเสียงล้อเลียนทั้งที่รู้ว่ายังก็ต้องโดนบ่นอีกตามเคย แต่ผมก็อยากจะแกล้งอะ ฮ่าๆ นิสัยไม่ดีเลย

“เปล่าเลยม๊า หยอกหน่อยไม่ได้เลย” ผมตอบกลับอารมณ์ดี “ว่าแต่ม๊ามีอะไรครับ ปกติมีแต่ป๊าโทรมา” 

“อาสกายอีปิดเทอมแล้วช่ายม๊าย”  

“ครับ ปิดแล้ว” 

"ดีๆ พาอีกลับบ้านมาเยี่ยมอ่าม่า อากง ด้วยน๊า"  

โถ่ม๊านึกว่ามีอะไรที่แท้ก็คิดถึงหลานอยากให้พาไปเยี่ยม ซึ่งปกติทุกเทอมที่สกายปิดเรียนผมก็มักจะเอาไปฝากเลี้ยงไว้ที่ม๊ากับป๊าตลอด ด้วยที่ตัวเองทำงานทุกวัน หยุดแค่วันอาทิตย์ไม่อยากให้ลูกอยู่ห้องคนเดียวกลัวอันตราย กลัวนั่นกลัวนี้จะจ้างพี่เลี้ยงก็ไม่ไว้ใจ เห็นข่าวพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กแล้วรู้สึกหดหู่กลัวว่าลูกเราจะโดนเหมือนในข่าว จะเอาไปทำงานด้วนก็เกรงใจเพื่อนร่วมงานเพราะลูกเราไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน อีกอย่างพี่หัวหน้าและผู้จัดการก็เข้าใจ และเพื่อนร่วมงานบางคนก็อยากเล่นกันเจ้าอ้วนบอกให้ปมเอาทำงานด้วยบ่อยๆ แต่สำหรับบางคนเขาไม่ชอบก็อาจจะทำให้รำคาญได้ ดังนั้นเพื่อควาทสงบของออฟฟิศผมเลือกที่จะไม่พาลูกมาดีกว่า หรือถ้ามาก็เป็นเวลาเลิกเรียนที่ต้องเอามานั่งทำการบ้านบ้างเท่านั้น

"แล้วอาน่านฟ้าผัวลื้อนี่ยังไง บอกว่าจะมาขอขมาอั้วกับป๊าลื้อตั้งแต่เดือนก่อนเลี้ยวนะ" 

"ม๊าใจเย็นหน่อยสิ อีก็ทำงาน" 

เล่าเท้าความกลับไปถึงเรื่องเมื่อเดือนก่อนหลังจากที่เรากลับจากทะเล ผมกับคุณน่านฟ้าก็ตกลงที่จะสร้างครอบครัวด้วยกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งพ่อของคุณน่านฟ้าเขาโอเคแล้ว เหลือแค่ป๊ากับม๊าผมที่พอรู้เรื่องก็ยังไม่ได้ตอบตกลงอะไร คุณน่านฟ้าเลยบอกว่าเดี๋ยวจะหาโอกาสไปขอขมาและสู่ขอด้วยนั่นแหละป๊ากับม๊าถึงใจเย็นลง 

สำหรับผมเรื่องสู่ขอไม่ได้คิดอยู่แล้ว เรื่องแต่งงานก็เช่นกัน มันเลยจุดที่จะมาจัดงานแต่งงานฟู่ฟ่าแล้วนะ ตอนนี้ขอโฟกัสที่เจ้าอ้วนก่อน และคุณน่านฟ้าก็น่าจะคิดเหมือนกัน 

“ไม่รู้ๆ ยังไงอีก็ต้องมาขอขมาอั้วกับป๊าลื้อ ส่วนเรื่องแต่งงานก็แล้วแต่พวกลื้อโตๆกันแล้ว”  

“โอเคๆ งั้นวันที่พาสกายไปส่งอั้วจะให้เขาไปด้วยนะ” 

“ล่ายๆ เดี๋ยวอั้วไปดูร้านก่อนลูกค้าเข้าร้านเลี้ยว”  

“ครับ รักม๊านะ รักป๊าด้วย” 

ผมวางสายแล้วเข้าไปดูสกายที่นั่งทีวีอยู่กับพ่อของเขาที่พึ่งจะกลับมาจากต่างประเทศ วันก่อนคุณน่านฟ้ามีไฟลต์บินไปอิตาลีขากลับก็ได้ของฝากมาเยอะแยะ ก็ของลูกชายทั้งนั้น ตอนนี้เจ้าอ้วนเป็นเหมือนเซเล็ปที่ออฟฟิศของคุณน่านฟ้าไปแล้วพาไปทีไรก็ต้องถูกขอถ่ายรูป ถูกหอม บางครั้งได้ของฝากจากต่างประเทศจากพี่ๆแอร์โฮสเตสพี่ๆสจ๊วตอีก 

“ทำอะไรกันพ่อลูก” ผมล้มลงข้างสกายที่นั่งต่อตัวต่ออย่างตั้งใจ 

“หม่าม๊าต่ออันนี้ให้หนูหน่อย คุณพ่อไม่ทำให้บอกว่าทำเอง” ได้ทีก็ฟ้องเลยนะเจ้าอ้วนผมเหลือบตามองคุณน่านฟ้าที่นั่งขัดสมาธิบนโซฟาสีเบจ คุณน่านฟ้าสบตาผมและส่ายหน้า

“ลองทำเองหรือยังครับ” ผมนั่งลงข้างๆเจ้าอ้วนแล้วลูบท้ายทอยลูกเบาๆ

“ลองแล้วครับ แต่มันทำไม่ได้” เจ้าอ้วนเริ่มเบะ

ฮึบไว้ก่อนนะลูกอย่าพึ่งร้องไห้นะ

ผมเงยหน้ามองคุณน่านฟ้าอีกครั้งอย่างขอความคิดเห็นเมื่อเจ้าอ้วนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่เขากลับพยักพเยิดไปกระดาษที่วางอยู่บนพื้นข้างๆ ผมมองตามเห็นว่าเป็นวิธีต่อตัวต่อที่ให้มาในกล่อง เลยหยิบไปให้เจ้าอ้วนดู

“นี่ไง ลองต่อตามแบบสิครับ” 

เจ้าสกายรับกระดาษวิธีต่อมานั่งดูแล้วก็ก้มหน้าก้มตาตั้งใจต่อตามแบบที่ผมเอาให้ดู จนในที่สุดก็เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง โดยมีผมกับคุณน่านฟ้าช่วยหยิบตัวต่อให้ตามแบบ 

การที่เราปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ ได้หัดทำด้วยตนเอง นอกจากฝึกให้ช่วยเหลือตัวเองแล้วยังเสริมสร้างพัฒนาการด้านความคิดการแก้ปัญหาอีกด้วย แล้วการที่ผมกับคุณน่านฟ้าแอบช่วยโดยการหยิบชิ้นส่วนของตัวต่อให้ก็เพื่อช่วยลดความกดดัน เด็กๆน่ะ ถ้าเราปล่อยให้เขาทำอะไรเองจนสำเร็จจะช่วยสร้างความภูมิใจและความมั่นใจให้กับเขาด้วย แต่ถ้าเราปล่อยให้เขาพยายามเองคนเดียวเด็กอาจจะท้อ หรือหมดความพยายามลงก่อนที่จะสำเร็จ มันมีทั้งสิ่งที่ดีแล้วไม่ดีแต่ผมเลือกที่จะช่วยเขาเพื่อให้เขาได้สัมผัสกับความรู้สึกของความสำเร็จและความภูมิใจ

“เย้!! ได้แล้วครับ” สกายตาวาวดีใจเมื่อต่อตัวต่อสำเร็จลุกขึ้นเอามาโชว์ผมกับคุณน่านฟ้าด้วยความภูมิใจ

“เก่งมากครับ” คุณน่านฟ้าเอ่ยชมแล้วโน้มลงมาหอมหัวลูกทีหนึ่ง 

เจ้าอ้วนน่ะชอบนักแหละตอนถูกชมเวลาที่ตัวเองทำอะไรได้เอง แต่ผมว่าการที่เราชมลูกของเราเวลาที่เขาทำอะไรมันก็ดีนะ มันช่วยให้เขามีความมั่นใจและกล้าที่จะทำมากขึ้น 

"คุณน่านครับ คือว่าเมื่อกี้ม๊าโทรมาให้ชวนคุณน่านกลับบ้านด้วยกัน" ผมถามอย่างลังเลกลัวเขาจะไม่ว่าและก็เกรงใจมากๆด้วย "คือถ้าคุณไม่ว่าง..."

"ไปสิวันไหนเดี๋ยวพี่ลางานเลย"

คุณน่านฟ้าพูดแทรกขึ้นมา ตอนแรกผมนึกว่าจะทำให้เขาลำบากใจเสียอีกแต่ดูท่าทางกระตือรือร้นนั้นแล้วก็สบายใจเปลาะหนึ่งที่อย่างน้อยๆเขาก้ไม่ได้ฝืนใจที่จะทำมัน

"คุณสะดวกแน่ ๆ นะ"

"ถ้าเป็นเรื่องลูกกับเมีย พี่สะดวกตลอดแหละ"

เพี๊ยะ!

"เมียอะไรครับยังไม่ได้เป็นเลย" ผมตีเข้าไปแรงๆด้วยความเขินอาย แทนที่จะสำนึกกลับยิ้มยียวนแล้วรวบผมไปกอดไปหอมจนแก้มยุบ อายลูกบ้างเถอะพ่อคุณ

"หอม"

"คุณพ่อหอมหม่าม๊าอีกแล้ว หนูหอมด้วย" 

นั่นไง! ชอบทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าลูกตลอดเลยไม่คิดว่าผมจะอายบ้างหรือไงนะ แล้วเจ้าอ้วนแทนที่เมื่อกี้จะนั่งเล่นตัวต่อที่พื้นกลับขึ้นมาแทรกตรงกลางระหว่างผมกับคุณน่านฟ้า มองอ้อนผมที่ทีหนึ่งอ้อนคุณน่านฟ้าทีหนึ่ง

"หอมหนูด้วย"

ฮ่าๆ ฮ่าๆ

ผมกับคุณน่านฟ้าหัวเราะออกมาพร้อกกันเมื่อเจ้าอ้วนบอกจุดประสงค์ที่ขึ้นมานั่งแทรกตรงกลางระหว่างหม่าม๊าและคุณพ่อ ดังนั้นผมกับคุณน่านฟ้าจึงหอมแก้มเจ้าอ้วนคนละข้างพร้อมกันให้แก้มยุบไปเลย เจ้าอ้วนหัวเราะคิกคักถูกใจเขาล่ะที่ถูกหอมแบบนี้แถมคุณน่านฟ้ายังเอาจมูกถูแก้มลูกซ้ำจนเจ้าอ้วนจั๊กจี้หัวเราะลั่นบ้าน

"ฮ่าๆ คุณพ่อปล่อยหนู คิกๆ คุณพ่อ.... ไม่เล่นกับคุณพ่อแล้ว" เจ้าสกายดิ้นลงไปยืนที่พื้นไม่สนใจพ่อของเขาแล้วตอนนี้เพราะโดนแกล้งจนหน้ามุ่ย ก่อนจะถือตัวต่อในมือวิ่งออกไป

"อ้าว ไปไหนล่ะลูก" 

"ไปหาคุณปู่ค้าบ" เจ้าอ้วนยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่แล้วหันกลับไปวิ่งต่อ 

พอลูกออกไปแล้วก็เหมือนกับคุณน่านฟ้าแค่สองคน ผมกำลังจะลุกออกไปบ้างแต่คุณน่านฟ้าคว้าตัวผมลงไปนั่งบนตักรัดเอวไว้ไม่ยอมปล่อย จึงนั่งนิ่งๆให้เขากอด

"ทำไมหนูผอมจัง กินข้าวเยอะๆหน่อยสิ"

"ผมก็กินปกติ"

"ไม่อะ พี่ว่าหนูผอมไปเวลากอดไม่เต็มไม้เต็มมือเท่าไหร่" ไม่พูดเปล่าแต่เขาก้มลงมาฝังจมูกที่ท้ายทอยของผมด้วยทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว

ถึงแม้ว่าผมกับเขาจะตกลงอยู่ด้วยกันแล้ว แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราไม่เคยมีอะไรเกินเลยกันสักครั้งด้วยเหตุผลที่ว่าผมไม่พร้อม ด้วยความคิดส่วนตัวของผมที่มันยังไม่ได้ตกตะกอนดี ทั้งจิตใจของผมเองเพราะตลอดหลายปีมานี้ผมไม่เคยมีเรื่องอย่างว่ากับใครอีกเลย ผมเอาแต่ทำงานหเงินเลี้ยนลูก พอจะทำมันก็เกิดกลัวขึ้นมา กลัวว่าจะพลาดจนท้องขึ้นมาอีก กลัวมันจะเป็นเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่ไม่รู้สึกผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนสักหน่อย

บางครั้งถ้าเล่นกันจนเกินเลยคุณน่านฟ้าจะเป็นฝ่ายเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำแทนที่จะบังคับขืนใจผม ทั้งที่ถ้าเขาทำผมก็ขัดอะไรเขาไม่ได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจเริ่มใหม่กับเขาด้วย 

"อื้อ...อย่าครับ" ผมหดหนีเมื่อรู้สึกว่าตนเองเริ่มไม่ปลอดภัย

"งั้นอย่าขยับมากนะ ขอพี่อยู่แบบนี้สักพัก"

"ครับ"

คุณน่านซุกหน้าลงกับหลังของผมและหายใจเข้าออกแรงๆอยู่พักหนึ่งเขาก็คงกำลังจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง นานเกือบสองนาทีเขาก็ปล่อยผมเป็นอิสระ

"พี่ขึ้นไปข้างบนนะ"

"ครับ"

 

 

 

น่านฟ้าขึ้นไปบนห้องก็เข้าห้องน้ำจัดการกับส่วนที่ยังมีความรู้สึกของตนเองให้เรียบร้อย เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เข้าใกล้แสงเหนือมากๆเขามักจะควบคุมความรู้สึกของตัวเองเวลาที่ได้กลิ่นหอมแบบเฉพาะตัวของแสงเหนือไม่ได้ 

หลายเดือนแล้วที่ต้องทนทำแบบนี้ ทั้งที่เขาจะบังคับเอามาก็ได้แต่พอนึกถึงเรื่องที่แสงเหนือต้องเลี้ยงลูกเพียงคนเดียวตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เขาก็เกิดรู้สึกผิดขึ้นมา สกายเกิดมาจากความที่เขาไม่รู้จักยับยั้งใจตัวเอง เป็นความผิดพลาดที่เกือบทำลายชีวิตของแสงเหนือ แต่เขาไม่โทษลูกหรอก ลูกไม่ผิดเป็นเขาเองที่ผิด 

ก๊อก ก๊อก

"เสร็จหรือยังครับ" เสียงของแสงเหนือดังมาจากข้างนอกน่านฟ้าจึงรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วออกมาหาอีกคนด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น

"อือ แล้วหนูตามขึ้นมามีอะไรหรือเปล่า"

"ผมจะมาถามเรื่องที่จะไปบ้านป๊าม๊าผมน่ะ คุณโอเคใช่ไหมครับ" แสงเหนือมีสีหน้ากังวลมากเขาไม่รู้ว่าถ้าทั้งสองท่านเจอน่านฟ้าแล้วจะมีท่าทียังไง "คือถ้าคุณไม่พร้อม..."

"แสงเหนือฟังพี่นะ พี่พร้อมที่จะเจอพ่อกับแม่ของเรา"

"..."

"ไม่ต้องคิดมากพี่ว่าเราจะผ่านเรื่องทุกอย่างไปได้" น่านฟ้ากุมมือของแสงเหนือไว้หลวมๆ นัยย์ตาสื่อถึงความมั่นคงให้อีกคนได้อุ่นใจ 

 

ผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ในที่สุดทั้งสองคนก็ตกลงวันที่จะพ่แสงเหนือกลับบ้านได้ น่านฟ้าเขียนจดหมายลางานหลายวันเพื่อที่จะได้อยู่บ้านพ่อแม่ของแสงเหนือนานสักหน่อย เขารู้มาว่าแสงเหนือเป็นคนเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ทางภาคอีสาน ถ้าเขาจำไม่ผิดที่บ้านของอีกคนน่าจะเปิดร้านขายทองในตลาด แต่ก็ไม่เคยไปเห็นจริงๆสักครั้ง

"พี่ได้วันลาแล้วนะ"

"วันไหนครับ"

"เสาร์นี้ คุณลางานแล้วใช่ไหม" น่านฟ้าถาม

"เดี๋ยวโทรไปลาครับ ยังไงพรุ่งนี้ก็ต้องเตรียมของให้เจ้าอ้วนอยู่แล้ว" แสงเหนือบอกแล้วหันกลับไปนั่งเป่าผมที่เปียกของตัวเองต่อ 

น่านฟ้าเดินเข้าไปแย่งไดร์เป่าผมจากมืออีกคนแล้วช่วยเป่าผมให้อย่างเอาใจ แสงเหนือเองก็นั่งนิ่งให้น่านฟ้าเป่าผมให้ตนเองจนแห้งดี

"เดี๋ยวผมโทรไปลางานก่อนแล้วกัน คุณนอนเลยนะครับ"

"เดี๋ยวพี่รอครับ"

แสงเหนือออกมาโทรศัพท์ที่ระเบียงบ้านเพื่อขอลางาน เพียงแจ้งกับหัวหน้าฝ่ายบุคคลไปก็ได้เสียงตำหนิกลับมาเสียยกใหญ่ ทั้งที่ก็ลาแค่วันศุกร์กับวันเสาร์ไปส่งลูกที่บ้านแม่ก้เท่านั้น แต่เธอกับไม่เข้าใจไม่ยอมให้ลาจนแสงเหนือต้องเดินหน้าหงอยเข้ามาในห้อง น่านฟ้าสังเกตเห็นก็รีบเข้าไปถามอย่างร้อนใจ

"เป็นอะไร สีหน้าไม่ดีเลย"

"ลาไม่ได้ครับ หัวหน้าเอชอาร์บอกว่าผมลาตอนไปทะเลหลายวันแล้ว ถ้าลาอีกจะโดดหักเงินวันละห้าร้อย"

"เอาอย่างนี้ หนูลาไปเลยเดี๋ยวเงินที่ถูกหักพี่จ่ายเพิ่มให้หนูเองโอเคไหม" น่านฟ้าดึงแสงเหนือเข้ามานั่งตรงกลางระหว่างขาของตนเองบนเตียง 

เสียงเหนือไม่ได้ตอบในทันทีแต่กำลังใช้ความคิดว่าจะเอายังไงดียังไงน่านฟ้าก็ล่างานแล้วเขาไม่อยากให้อีกคนเสียวันลาไปเปล่าๆ แล้วเจ้าสกายก็ปิดเทอมมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้วงองแงอยากไปวิ่งเล่นที่บ้านตายายมาสักสองสามวันแล้ว มือเล็กแตะที่ท่อนแขนแกร่งเบาๆ เอนหลังพิงอกของอีกคน

"เดี๋ยวผมโทรลาครับ"

แสงเหนือต่อสายหาหัวหน้าบุคคลที่ทำงานอยู่บอกว่าขอลาและยอมให้ตัดเงินเดือนวันละห้าร้อยตามนโยบายของบริษัท โดยมีน่านฟ้านั่งกอดตัวเองไม่ยอมปล่อย น่านฟ้าจูบลงบนไหล่มนเบาๆก่อนจะปล่อยให้อีกคนเป็นอิสระ

"นอนกันเถอะ"

"คุณนอนก่อนเลยครับ ผมขอไปดูลูกก่อนไม่รู้ว่าหลับหรือยัง"

"พี่ไปด้วย" 

น่านฟ้าและแสงเหนือเข้ามาในห้องนอนของสกายที่ปิดไฟสนิท ทั้งสองคนเดินเข้าไปด้านในอย่างเงียบเชียบเพื่อดูลูกชายที่นอนซุกตัวกับผ้าห่ม แสงเหนือก้มลงจูบหน้าผากของเด็กชายเบาๆ น่านฟ้าเองก็เช่นกันและเพิ่มเติมเป็นแก้มแม่ของลูกอีกฟนึ่งฟอด ก่อนจะดึงผ่าห่มขึ้นคลุมให้ลูกชายดีๆ

"ฝันดีนะครับเจ้าอ้วนของหม่าม๊า"

"ฝันดีครับลูกพ่อ"

 

 

 

วันนี้ผมลางานเพื่อเตรียมกระเป๋าให้กับเจ้าอ้วนสำหรับไปอยู่บ้านตายาย รวมทั้งกระเป๋าของคุณน่านฟ้าและของตัวเองจัดใส่ในกระเป๋าใบเดียวกัน ตอนแรกป้าๆแม่บ้านจะมาช่วยแต่ผมเกรงใจเลยขอทำเองดีกว่าถึงจะเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องดูและผมและลลูกแต่ผมก็เกรงใจและได้ทำเองมันก็สบายใจกว่า

"หม่าม๊า!!!" 

ตุบ

ผมกับเจ้าอ้วนล้มลงไปนอนบนเตียงด้วยกันทั้งคู่ ไม่นานคุณน่านฟ้าก็เดินตามเข้ามาเจ้าอ้วนรีบลุกขึ้นหลบหลังของผมทันที

"ออกมาเลยเจ้าอ้วน"

"มีอะไรครับ" ผมถาม

"ไม่มีอะไรครับ เล่นกันเฉยๆ ออกมาเร็วหม่าม๊าเก็บกระเป๋าอยู่" คุณน่านฟ้าพูดเสียงเรียบเจ้าอ้วนก็ออกจากหลังผมวิ่งไปชนคุณน่านแล้วกอดหมับที่ขาของเขา "อย่าให้ลูกวิ่งมากนะครับ กล้วเก็บไปละเมอตอนนอน"

"โอเค เดี๋ยวพี่เอาลูกไปฝากแม่บ้านแล้วขึ้นมาช่วยเตรียมของนะ"

"ครับ ขึ้นมาเอาน้ำมาให้ผมด้วยนะหิวน้ำ"

"ได้สิ" คุณน่านฟ้าบอกแล้วก้มลงอุ้มเจ้าอ้วนขึ้นแล้วพาลงไปข้างล่าง 

ผมมองตามสองพ่อลูกแล้วได้แต่ส่ายหน้าชีวิตตอนนี้มันเรียบง่ายและมีความสุขมากจริงๆ เจ้าอ้วนมีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นๆถึงสกายไม่เคยพูดหรืออแสดงอาการน้อยใจที่ตนเองไม่ได้มีพ่อเหมือนคนอื่นๆ แต่ผมคิดว่าในใจลึกๆของลูกก็คงรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น ทั้งมีแม่เป็นผู้ชายอย่างผม และยังไม่พ่อยังไงมันก็ต้องรู้สึกบ้างแต่ตอนนี้ผมทำเพื่อลูกได้แล้ว ทำให้ลูกได้มีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นๆ ผละอีกไม่นานผมก็จะต้องทำให้ป๊ากับม๊าของผมยอมรับคุณน่านฟ้าให้ได้เหมือนที่ผมยอมรับเขา

 

 

 

TBC

ตอนนี้สั้นมากแม่สั้นเกิ๊นนนนน

ฝากคอมเม้นกัยด้วยนะคะเรื่องนี้ไม่ยาวประมาณ 20 ตอนนี่ก็ใกล้จบแล้วขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านมาตลอดนะคะ

ขอสารภาพบาปกันตรงนี้ว่าดิช้อนจำไม่ได้ว่าเคยบอกหรือยังว่าบ้านน้อนแสงเป็นจีนทั้งบ้านหรือบอกว่าเป็นแค่พ่อหรือแม่นี่แหละไม่แน่ใจชั้นลืมค่ะ ไว้ตอนรวมเล่มจะเช็คอีกที ตอนหน้าไปบ้านอาม่าอากงแล้ว เสียวไข่แทว่าที่ลูกเขยจังเลยค่ะ 5555

แล้วจะไม่อ้อมค้อมนะคะ ว่ามีคนอยากได้เล่มแบบกระดาษไหมคะ 55555

ความคิดเห็น