facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จีบ ครั้งที่ 2 : จดหมายฉบับแรก

ชื่อตอน : จีบ ครั้งที่ 2 : จดหมายฉบับแรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2563 11:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จีบ ครั้งที่ 2 : จดหมายฉบับแรก
แบบอักษร

 

หลังจากที่ผมได้รับจดหมายจากคนน่ารักในครานั้น จนตอนนี้ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้ว ผมยังไม่ได้เขียนจดหมายไปหาเขาแม้แต่ฉบับเดียว ก็หลังจากอาทิตย์ที่กลับมาจากรับน้องผมก็ไม่ว่างเลย ต้องปั่นโปรเจคส่งงานดิเรก

ที่จริงดิเรกก็สั่งมานานแล้วแต่ผมมันเป็นพวกไฟไม่ลนก้นงานไม่ทำ เลยทำให้ผมมาเร่งทำในอาทิตย์ที่ต้องส่งงานจึงทำให้ไม่มีเวลาว่าง

วันนี้ก็เป็นวันที่โปรเจคผมผ่าน ผมจึงมีเวลาว่างมาเขียนจดหมายถึงคนน่ารักสักที คงรอแย่แล้วมั้ง กำลังรอจดหมายของผมอยู่หรือเปล่า หวังว่าตอนเจอกันยังจะจำกันได้ อย่าพึ่งลืมผมนะ

จาก ข้ามฟ้าคนหล่อ

ถึง เธอคนน่ารัก

 

I LOVE YOU YOU ก็รู้อยู่แก่จิต

YOU จะคิด LOVE I บ้างไหมหนอ

ถ้า YOU คิด LOVE I I จะรอ

I ไม่ขอ LOVE ใคร นอกจาก YOU

 

อะแฮ่ม ๆ สวัสดีคนน่ารัก ผมชื่อข้ามฟ้า ปีนี้อายุ 20 ปี กำลังศึกษาอยู่ปี 2 คณะ โลจิสติกส์ คณะผมเรียนเกี่ยวข้องกับการจัดการระบบขนส่ง หรือการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการ ทั้งภาคพื้นดิน ทางเรือ และทางอากาศ ยังมีสายงานอื่นอีกที่ผมสามารถไปทำได้ ทีนี้คนน่ารักก็เห็นแล้วใช่ไหมว่าคบกับผมไม่อดตายแน่นอน ถ้าคนน่ารักสนใจลองมาเที่ยวชมคณะผมดูไหม ผมจะเป็นคนพาทัวร์เอง แต่คนน่ารักต้องจ่ายค่าพาทัวร์เป็นคำพูดของคนน่ารักนะ วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเขียนจดหมายหาคนน่ารัก ในชีวิตผมก็พึ่งจะเคยเขียนนี่แหละ ปกติใช้แต่โทรศัพท์ แต่การมานั่งเขียนแบบนี้มันก็ทำให้ผมเพลินดีเหมือนกันนะ พรุ่งนี้ตอนเย็น ถ้าคนน่ารักเลิกเรียนแล้วเราไปเจอกันตรงประตูมอนะ ผมจะเดินไปส่งที่หอ อย่าหนีผมล่ะ แล้วเจอกันครับ

ปล. สุดท้ายนี้ผมอยากจะรู้ว่าคนน่ารักชื่อเสียงเรียงนามอะไร ชอบอะไรไม่ชอบอะไรช่วยเขียนแนะนำตัวมาให้ผมทีนะครับ

ด้วยรัก

จาก...ข้ามฟ้า

 

 

อ่า เสร็จสักที หลังจากผมเขียนลบเขียนลบมาเป็นเวลานาน ผมโครตท้อเลยกับการเขียนจดหมายฉบับแรก เอาจริง ๆ ผมโครตเกลียดการที่ต้องมานั่งเขียนและเรียบเรียงอะไรเป็นเวลานาน ๆ แบบนี้มากที่สุด

แต่ในทุกครั้งทุกผมอยากยอมแพ้ก็มักจะมีหน้าเขาคนนั้นขึ้นมาเสมอ มันเป็นใบหน้าที่เขากำลังเฝ้ารอจดหมายจากผมอยู่ จึงทำให้ผมมีแรงฮึดขึ้นมา คล้ายเป็นกำลังใจเล็ก ๆ ที่ทำให้ผมเขียนต่อจนเสร็จ

เมื่อมีคนน่ารักเป็นเป้าหมายอะไรที่มันดูเป็นไปได้ยากมันกลับง่ายเสมอ

 

 

ผมควรใส่แป้งกลิ่นหอม ๆ ไปด้วยดีไหม ผมเคยดูในหนังที่เขาใส่ลงไปในซองจดหมาย อืม เอาเป็นว่าผมใส่ไปด้วยละกัน เมื่อข้ามฟ้าคิดได้ดังนั้นจึงลุกไปหยิบแป้งแคร์มาใส่ในซองจดหมาย

เวลาเปิดคนน่ารักจะได้รู้ว่าผมแคร์เขาอยู่  มันตื่นเต้นเหมือนกันนะ ผมไม่ได้ตื่นเต้นแบบนี้มานานมากแล้ว เหมือนได้ย้อนกลับไปตอน 14 อีกครั้ง ในตอนที่ผมมีรักแรก

การที่ผมจะไปส่งจดหมายให้คนน่ารักตอนเช้าที่คณะของเขาถือว่าเป็นความแปลกใหม่ในชีวิตผมเหมือนกัน เพราะผมไม่เคยต้องลงทุนไปเสนอตัวให้ใครแบบนี้แถมเขายังไม่เอาอีก กระซิก

เพราะในชีวิตของผมเจอแต่คนที่วิ่งเข้าหาโดยที่ผมอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร แต่คนน่ารักเป็นคนแรกที่ผมยอมลงให้ขนาดนี้

 

เช้าวันต่อมา

กริ๊งงงง เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในเวลา 6.30 น. ปกติผมไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้หรอก หาววว แต่ที่ผมต้องตื่นเช้าขนาดนี้ก็เพื่อที่จะรีบไปมหาลัย

แล้วนำจดหมายไปส่งให้คนน่ารักที่คณะ แต่ผมไม่รู้ว่าเขาเรียนกี่โมงผมเลยต้องไปเช้าเพื่อไปดักรอเจอเขา

"อื้อ ง่วงโว้ย!" แต่ถึงจะง่วงยังไงก็ต้องลุก เพราะยังมีหน้าที่ต้องไปทำ อึบ ข้ามฟ้าลุกจากที่นอนด้วยความงัวเงียทั้งที่ยังตื่นไม่เต็มตา

"กี่โมงแล้ววะ" 6.30 น. " อืม เวลากำลังดี ก่อนไปอาบน้ำขอโพสต์สักนิดก็แล้วกัน ขอคนหล่อเช็คเรตติ้งขอกำลังใจสักนิดนึง"

 

โพสต์

ข้ามฟ้า คนหล่อ

[แนบรูปซองจดหมาย] วันนี้เป็นวันแรกที่ผมจะส่งจดหมายให้คนน่ารัก ทุกคนได้โปรดเป็นกำลังให้ผมทำสำเร็จด้วยนะครับ

ถูกใจ คอมเมนต์ แชร์

 

ติ๊ง! โพสต์ไปไม่ถึงนาทีคนไลค์คนเมนต์ก็ถล่มทลาย หึ คนหล่อก็งี้ทำไรก็เป็นกระแส ภูมิใจที่เกิดมาหล่อจังโว้ย!

 

@ นาง : ต้องส่งให้น้องเนตรแน่เลย #ข้ามเนตร

@ แมน : เอาว่ะ เพื่ิอนกูมันมาว่ะ @ เมฆ มาดูเพื่อนมึง

@ เมฆ : @ แมน ดีแล้วที่มันหัดเดินตามหาความรักบ้าง ทุกวันนี้มีแต่ความรักวิ่งเข้าหามัน หมั่นไส้

@ ตอง : แต่หนูว่าไม่ได้ส่งให้เนตรหรอก ไม่ใช่แน่นอน #ข้ามฟ้าคนน่ารัก ลงเรือนี้ค่ะ จะรอติดตามว่าใครคือคนคนนั้น

@ มล : #ข้ามเนตร ด้วยคนค่ะ

เมื่อข้ามฟ้าโพสต์เฟซบุ๊กเสร็จ จึงรีบไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อเตรียมพร้อมไปหาไอ้เจ้าความรักของผม

7.00 น. ในบรรยากาศตอนเช้าที่มีแสงแดดรำไร กระจายตัวไปทั่วบริเวณกว้างทุกสารทิศ วนอยู่รอบ ๆ ดวงอาทิตย์ที่เป็นจุดศูนย์กลางของความสว่างทั้งหมด ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับคนทั้งคู่ ก็คงเปรียบเหมือนกับอีกคนที่เป็นพระจันทร์ที่แสนจะชอบความสงบ

แต่ก็มักจะมีพระอาทิตย์คอยมาป่วนเปี้ยนคอยฉายแสงเข้ามาในโลกที่เงียบสงบของพระจันทร์เสมอ ค่อย ๆ ทะลายกำแพงที่พระจันทร์สร้างขึ้น เข้ามาทีละนิด ละนิด จนจันทราที่แสนเงียบเหงา กลายมาเป็นพระจันทร์ยิ้มในที่สุด

 

บรรยากาศในเช้านี้ชั่งเหมาะแก่การส่งจดหมายฉบับแรกในชีวิตของผม ไปให้กับคนน่ารักที่ขุดหลุมฝังกันตั้งแต่แรกพบ ขุดให้ผมต้องตกไปเป็นทาสรักของเขา จนป่านี้ยังหาทางขึ้นไม่เจอเลยครับ

"อือ สดชื่นจังโว้ย พ่อพร้อมละ แกพร้อมหรือยังไอ้ทิตย์ลูกพ่อ พ่อจะพาแกพุ่งไปหาแม่เอง มึงจะไม่กำพร้าแล้วนะ ไปเว้ย" ข้ามฟ้าก้าวขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจสีดำ เพื่อเตรียมตัวไปยังมหาวิทยาลัยแห่งรักที่มีคนน่ารักอยู่ในนั้น

บรึ้นนน

รถของข้ามฟ้าพุ่งทยานออกไปตามถนนสายหลัก ถนนสายความรัก เป็นถนนที่มีความเชื่อว่าถ้าคนที่กำลังจีบกันอยู่ ได้ขับรถไปยังถนนสายนี้จะสมหวังในรักทุกราย แต่ผมก็ยังไม่เคยพาใครมาสักที

ถ้าจะให้ผมพาใครมาคนนั้นต้องเป็นคนน่ารักคนเดียวเท่านั้น ผมโครตชอบชื่ิอถนนนี้เป็นพิเศษ เพราะมันเหมือนกับผมในตอนนี้ ที่กำลังพุ่งไปหาความรักจากเขาคนนั้น

บรึ้นนน

ใช้เวลาขับรถไปได้ไม่นานก็เดินทางมาถึงที่หมาย ข้ามฟ้าจึงขับรถไปจอดที่หลังคณะโลจิสติกส์และเดินตรงไปยังคณะข้าง ๆ ซึ่งเป็นคณะของคนน่ารัก

ตลอดระยะทางที่ผมเดินมามีแต่คนมองเต็มไปหมด ก็ยังนี้แหละคนหล่อทำอะไรก็มีแต่คนสนใจ ผมโครตภูมิใจในเบ้าหน้าตัวเองจริง ๆ ต้องขอบพระคุณท่านพ่อกับท่านแม่เป็นอย่างสูง

ที่ปั้นผมให้ออกมาหล่อเหลาเกี้ยวใจสาวขนาดนี้ แต่ตอนนี้ไม่อยากเกี้ยวสาวแล้ว ผมอยากเกี้ยวคนน่ารักมากว่า แต่ว่าคนน่ารักอยู่ส่วนไหนของคณะกัน ผมจะได้ตามไปเกี้ยวพาราสีถูก

แต่แถว ๆ หน้าคณะของเขาก็ไม่เห็นจะมีเลย อืม อยู่ไหนกันนะ ตอนนี้ผมกำลังทำท่าด้อม ๆ มอง ๆ อยู่หน้าคณะของคนน่ารักอยู่นานสองนานก็ไม่เห็นจะโผล่มาสักที

จนคนแถวนี้หันมามองที่ผมกันเป็นแถว ผมหล่อก็บอกมา ไม่เห็นต้องทำสายตาแปลก ๆ แบบนั้นเลย คนหล่อไม่เข้าใจ หาวววว ง่วงฉิบ รออีกสักนิดก็แล้วกัน

 

9.00 น. ผ่านมาสองชั่วโมงแล้วที่ผมมานั่งรอเขา ในชีวิตผมไม่เคยต้องนั่งรอใครนานขนาดนี้มาเลย ผมเบื่อมาก ผมง่วง

มาหรือยังนะ ข้ามฟ้าทำการลุกจากที่นั่งแล้วเดินวน ๆ อยู่หน้าคณะเพื่อชะเง้อมองหาคนน่ารัก แต่ชะเง้อแล้วชะเง้ออีกก็ยังไม่มา ผมยืดจนคอมันจะหลุดจากบ่าอยู่แล้ว

ฟึบ ฮึ่ย ข้ามฟ้าเดินกลับมานั่งที่โต๊ะตามเดิม พร้อมกับเท้าคางไว้กับโต๊ะแล้วทำหน้าบึ้งออกมาสู่สายตาประชาชน ผมอยากเจอจะแย่แล้ว อยากเห็นหน้า

กรี๊ดดดด

มึงพี่ข้ามทำหน้าแบบนี้แล้วแมร่งโครตน่ารัก

ผู้ชายสายอ้อน

ผู้ชายสายลูกหมา

 

11.00 น. ในขณะที่ข้ามฟ้ากำลังหลับใหลฝันหวานอยู่นั้น จู่ ๆ เสียงแจ้งเตือนนับสิบก็สั่นรัว สั่นจนทำให้คนที่กำลังฝันหวานสะดุ้งตื่นขึ้นมา

ติ๊ง! ๆ

อือ ข้ามฟ้าเกิดอาการสะลึมสะลือ หลังจากตื่นนอน อืม ๆ ฟึดด น้ำลายไหลด้วยหรอวะกู เช็ดดิรอไรหมดกัน ความหล่อที่กูสั่งสมมา

แล้วจะแท็กอะไรกันมาขนาดนี้วะ หงุดหงิดคนกำลังฝันดีอยู่เลย เพราะในฝันของผมมีคนน่ารักอยู่ด้วย เขากำลังจะก้มมาจูบผมอยู่แล้วแท้ ๆ แต่มันก็ต้องหายไป เพราะไอ้แจ้งเตือนเวรนี่ มารผจญจริง ๆ ขัดเก่ง ฮือ เสียดายอยากได้จูบอันแสนหวานของคนน่ารัก ฮือออ

ติ๊ง! ๆ

"เออ ๆ รู้แล้วเปิดแล้ว" ข้ามฟ้าหยิบมือถืออกมาจากกระเป๋า เพื่อกดเข้าแอปพลิเคชันที่มีการแจ้งเตือน

"ไหน ๆ มันมีอะไรน่าสนใจกันวะ ถึงแท็กกูมาขนาดนี้"

 

โพสต์

มินนี่

โอ๊ะโอ เจอใครที่คณะอักษรกันนะ มารอน้องเนตรใช่ไหมตอบ @ เนตร @ ข้ามฟ้า คนหล่อ อะไรยังไงเอ่ยสองคนนี้ เรือข้ามเนตรต้องแล่นแล้วจังหวะนี้ #ข้ามเนตร

[แนบรูป] เป็นรูปที่ข้ามฟ้านั่งอยู่บนโต๊ะหน้าคณะอักษร กำลังหันหลังมองหาอะไรสักอย่าง

ถูกใจ คอมเมนต์ แชร์

 

@ เนตร : บ้าหรอมินนี่ ข้ามไม่ได้มาหาเราสักหน่อย เขิน

@ มินนี่ : อย่ามาน่ะเนตร ไม่ต้องเขิน

@ เนตร : ก็มันเขินไปแล้วนี่ให้ทำไง

 

'เขินทำเชี่ยไร กูมาหาคนน่ารักไม่ได้มาหาเนตรสักหน่อย' คนที่พบเห็นนี่ก็จิ้นเป็นตุเป็นตะจริง ๆ ดีหน่อยที่คนน่ารักไม่ใช้โทรศัพท์ ดีแล้ว ดีจริง ๆ

เฮ้อ ว่าแต่คนน่ารักเมื่อไหร่จะมาครับ ผมรากจะงอกแล้วนะ

 

13.00 น.

"อือ กี่โมงแล้ววะ อืม บ่ายโมง ห๊ะ บ่ายโมง"

นี่ผมรอเขามาตั้งแต่เช้าจนตอนนี้บ่ายโมงแล้ว คนน่ารักก็ยังไม่โผล่มา จะมีรอเก่งเท่าไอ้ข้ามคนนี้อีกวะ รอเก่งฉิบหาย รอเก่งจริง ๆ ผมนั่ง ๆ นอน ๆ จนผมกินไปสามรอบแล้วก็ยังไม่มา

แต่ตอนนี้คนน่ารักต้องมาได้แล้วนะเพราะผมต้องไปเรียนแล้ว ถ้าอีก 5 วิยังไม่โผล่มาผมจะไปแล้ว ไปจริง ๆ นะ

นับหนึ่ง มายัง

นับสอง ก็ยังไม่มา

นับสาม สามแล้วนะรีบมาเถอะ

นับสี่ จะห้าแล้วนะมาสักที ขอร้องอยากจะให้จริง ๆ

นับห้า…

 

เฮ้อ วันนี้คงเป็นวันเฟลแห่งชาติแน่นอน หมดกันความตั้งใจแต่งตัวหล่อ ๆ มาเจอ เอาจริง ๆ มันก็แค่ชุดนักศึกษาธรรมดานั่นแหละ แต่ข้างในผมมันหล่อเกินกว่าทุกวันไง วันนี้เลยหล่อเป็นพิเศษ

"กลับจริง ๆ แล้วนะ อดเจอเลย หึ" ข้ามฟ้าขำในความพยายามของตัวเองที่ดันด้นแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ สุดท้ายก็แห้ว

ข้ามฟ้ายืนคอตกอยู่ตรงนั้นสักพัก พยายามมองไปรอบ ๆ เพื่อหาคนน่ารักหวังว่าจะเจอแต่ก็ไม่เจอ เฮ้อ ไปแล้วนะ

 

ขวับ!

ในจังหวะที่ข้ามฟ้ากำลังหมุนตัวจะกลับคณะของตัวเอง สายตาของข้ามฟ้ามองไปเห็นคนน่ารักกำลังเดินมาทางนี้พอดี

สุดท้ายก็เจอจนได้นะคนน่ารัก ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมจริง ๆ นิ่ง ๆ แต่โครตน่ารักกินใจ ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะดูเหม่อ ๆ ชอบกล คิดอะไรอยู่นะถึงได้เดินลอยขนาดนั้น ระวังจะชนอะไรเข้า

ปั้ง!

"เชี่ย พูดยังไม่ทันขาดคำเลยกู มึงจะพูดทำไมเนี่ยไอ้ข้าม คนน่ารักเจ็บตัวเลยไอ้ปากเวร"

 

"คนน่ารัก ๆ เป็นอะไรไหม" ผมรีบก้าวขาเดินมาหาคนตรงหน้าที่ยืนกุมหน้าผากของตัวเองเอาไว้ อย่างห่วง ๆ เจ็บมากไหมว่ะ ข้ามฟ้ายืนสำรวจร่างการคนตรงหน้า โดยที่ไม่ได้สนใจสายตาที่กำลังจ้องมอง

พรึบ!

ในจังหวะที่ข้ามฟ้ากำลังไล่สำรวจร่างกายของคนน่ารักอยู่นั้น สายตาของข้ามฟ้าดันไปบังเอิญสบเข้ากับนัยน์ตาสีอัลมอนล์ของคนน่ารัก ที่มองอยู่ก่อนแล้ว หืม ทำไมสายตาของเขาถึงจ้องมาที่ผมกัน

ข้ามฟ้ามองสบตากับคนน่ารักด้วยความสงสัย แต่มันก็แค่ระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เมื่อได้สติคนน่ารักจึงพยายามเดินหนีผม จะหนีผมทำไมกันไม่เข้าใจ จำผมไม่ได้หรอ

"คนน่ารัก" และก็เป็นผมอีกครั้งที่รั้งเขาไว้ไม่ให้ไปไหน

 

กึก คนน่ารักหยุดทันทีที่ผมเอ่ยเรียกเขา

"นี่ซองจดหมายของผม ผมเขียนจดหมายมาคุยกับคนน่ารักตามที่คนน่ารักบอก แต่มันอาจจะช้าไปหน่อยนะ ขอโทษที่ทำให้รอถึงคนน่ารักจะไม่ได้รอก็ตาม แต่ผมก็ยังจะขอโทษอยู่ดี รับไปสิ อ่านแล้วตอบผมกลับหน่อยนะ"

คนน่ารักเป็นคนที่ผมเดาความคิดเขาได้ยากจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่อย่างเช่นตอนนี้ ที่คนน่ารักเอา

แต่จ้องมองจดหมายในมือผมอยู่แบบนั้น แต่มีสิ่งนึงที่ผมพบเห็นก็คือ

ดวงตาของเขาในตอนนี้กลับสว่างไสวเป็นประกายคล้ายกำลังดีใจ ดีใจงั้นหรอ ผมคงไม่ตาฝาดไปเอง

ใช่ไหม ขอมองอีกรอบดิ ข้ามฟ้าจ้องเข้าไปในนัยน์ตาของคนน่ารักอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับไม่มี

อืม ผมคงตาฝาดไปเองจริง ๆ เพราะในตอนนี้ดวงตาของเขาไม่เห็นมีอะไร นอกจากความว่างเปล่าที่เขาเอาแต่จ้องจดหมายที่ผมยื่นให้อยู่แบบนั้น สักพักจึงยื่นมือออกมารับ

"งั้นผมไปเรียนก่อนนะ" ข้ามฟ้ายิ้มให้คนน่ารักก่อนจะจากไป มันเป็นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวามากสำหรับคน ผู้ที่ไม่เคยได้รอยยิ้มที่จริงใจจากใคร

 

คนน่ารักมองตามหลังของข้ามฟ้าจนเขาเดินลับหายไปกับตา จึงละสายตาจากข้ามฟ้ามามองที่จดหมายที่อยู่ในมือด้วยสายตาที่แปลความหมายไม่ได้

ห้องเรียน

"ว่าไงครับ พ่อคนส่งจดหมาย" ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในห้อง ก็มีเสียงไอ้เพื่อนตัวดีลอยเข้ามากระทบกับหูของผม

"เออ อย่าแซวกู" ข้ามพูดตอบเพื่อนที่ตอนนี้ตั้งป้อมเตรียมแซวอย่างเต็มที่

"แล้วนึกยังไงไปเขียนจดหมายวะ สมัยนี้เขามีโทรศัพท์กันหมดแล้ว" แมนถาม

"ก็คนน่ารักเขาไม่ใช้โทรศัพท์ มึงรู้หรือเปล่ากว่ากูจะได้ส่งจดหมายคุยกับเขาแบบเนี่ย มันยากลำบากขนาดไหน

กู...."

"พอสัสพอ กูถามนิดเดียวร่ายซะยาวเลย"

"สัส ขัดฟิลกูมากไอ้เวร" อยากจะตบหัวมันสักทีนึง แต่ติดที่ว่ากลัวมันตบคืน มันเจ็บ ผมไม่เสี่ยงดีกว่า

"แล้วคนนี้มึงจริงจัง" เมฆถามเพื่อนที่มันแสนจะเฟรนด์ลี่ มีเด็กเข้ามาพัวพันจนยุ่งเหยิงไปหมด แต่ทุกคนก็เข้ามาหามันเองทั้งนั้น พึ่งเห็นมันเข้าหาใครก็คราวนี้เนี่ยแหละ

"ตอนนี้เขาก็แค่เป็นความแปลกใหม่ที่น่าสนใจ ไม่เหมือนใครที่เคยเจอก็เท่านั้นและที่สำคัญเขาก็น่ารักตรงสเปคกูกูว่าเราคงไปกันได้ดี" หวังว่าเราจะเข้ากันได้นะ ผมจะช่วยให้คนน่ารักไม่เหงาเอง

"เออ จะยังไงก็ชั่ง มึงก็ไม่ควรที่จะไปเล่นกับความรู้สึกของใคร เพียงแค่มึงคิดว่าเขาแปลกสำหรับมึง ถ้าไม่ได้จริงจังกับเขาก็ถอยออกมา ก่อนที่มันจะถลำลึกไปมากกว่านี้ แม้แต่คำว่ารู้จักเขาก็จะไม่มีให้กับคนแบบมึง ถือว่ากูเตือนแล้วนะ"

เมฆพูดเตือนเพื่อนออกไปด้วยความหวังดี เพราะไม่อยากเห็นมันไปเล่นกับความรู้สึกของใครเพียงเพราะแค่เขาคนนั้นเป็นแค่สิ่งที่น่าสนใจของมัน

สักพักพอเขาไม่มีอะไรที่ทำให้มันตื่นเต้น เดี๋ยวมันก็เบื่อ ผมเลยอยากให้มันคิด ๆ ก่อนจะทำอะไรลงไป

"เออ ๆ กูรู้"

ข้ามฟ้าตอบเพื่อนไปด้วยความไม่มั่นใจในตนเอง ก็มันดันทักเข้ามาในเรื่องที่ผมไม่เคยคิดถึงมาก่อน และในตลอดทั้งคาบเรียนนั้น ข้ามฟ้าไม่มีสมาธิในการเรียนเลย เพราะในสมองมันมีแต่คำที่ไอ้เมฆมันพูดวนเวียนอยู่ในสมอง ไหลวนอยู่แบบนั้น

คล้ายมีคนมาเปิดกอเทปซ้ำ ๆ กูก็ไม่ได้จะล้อเล่นกับความรู้สึกของคนน่ารักสักหน่อย กูก็แค่สนใจที่เขาไม่เหมือนใครก็แค่นั้น แค่นี้ก็ทำให้กูเข้าไปเล่นกับความรู้สึกของเขาแล้วหรอ กูไม่เข้าใจ

 

กริ๊งง เสียงออดดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน

16.30 น. เป็นเวลาเลิกเรียนที่ผมนัดกับเขาไว้ที่ประตูมอ.ต้องรีบแล้วโว้ย! เดี๋ยวไม่ทัน อะไรที่มันคิดอยู่ในหัวตอนนี้ชั่งมันก่อนก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ต้องรีบไปก่อน

ข้ามฟ้าวิ่งออกจากห้องด้วยความเร็วแสงเมื่อถึงเวลากลับบ้าน

"เฮ้ย! จะรีบไปไหนไอ้ข้าม"

 

ตึก ตึก ตึก ผมวิ่งมาเท่าไหร่แมร่งก็ไม่ถึงประตูมอ.สักที ก็เพราะมันอยู่ห่างไกลจากคณะของผมเป็นอย่างมาก ใครเป็นคนคิดให้ไปสร้างประตูมอ.ตรงนั้นวะ เหนื่อยโว้ย!

มึงอย่าพึ่งมาเหนื่ิอยตอนนี้คนน่ารักรออยู่ เมื่อนึกถึงคนน่ารักอยู่ดี ๆ แรงวิ่งก็เพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัว ทำให้ไม่เหนื่อยอย่างตอนแรก

หึ เคยเห็นแต่ในหนังที่วิ่งไปหาความรัก ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่คาดคิดเลยจริง ๆ

 

หลังจากวิ่งมาสักพักในที่สุดก็มาถึงประตูมอ.สักที แฮ่ก ๆ ผะ...ผมขอหายใจก่อน หายใจเข้า ฮึบ หายใจออก ฟู่ โอเคดีขึ้นแล้ว

เมื่อข้ามฟ้าหายเหนื่อยจากการวิ่ง จึงเริ่มใช้สายตาสอดส่องเพื่อมองหาคนน่ารัก เขาจะมาไหมนะ ข้ามฟ้ามองไปมองมาสักพักสุดท้ายก็เจอก็เจอ โอ๊ะ มาจริง ๆ ด้วย แสดงว่าเปิดอ่านแล้วสินะ ไม่รอช้าผมรีบเร่งฝีเท้าไปหาเขาทันที

"เป็นไงรอนานไหม"

"......"

"ปะ ผมมาแล้วกลับบ้านกัน" คนน่ารักมองหน้าข้ามฟ้าด้วยอาการสงสัย ว่าทำไมเหงื่อถึงเต็มหน้าขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป เพราะเรายังไม่สนิทกันมากพอที่จะพูด

"..........."

ผมว่าตอนนี้ผมเริ่มจะชินกับความเงียบที่ผ่านเข้ามาแล้วนะ มันไม่ได้ทำให้อึดอัดแต่มันกลับทำให้สบายใจเวลาอยู่ใกล้

 

"นี่คนน่ารักรู้รึเปล่าว่าทางที่เราเดินมาเนี่ย มันเปลี่ยวเกินไป ผมเข้าใจว่ามันเป็นทางลัดที่ทำให้เดินถึงมหาลัยเร็ว แต่มันไม่ปลอดภัยไง เข้าใจผมไหม

ทางที่ดีคนน่ารักเปลี่ยนเส้นทางไปใช้อีกเส้นทางนึงดีกว่านะ ถึงมันจะใช้เวลานานหน่อยแต่มันก็ปลอดภัยมากกว่านะ ระ...รู้ไหม" ตึกตัก ตึกตัก อย่าจ้องมองมาด้วยสายตาแบบนี้สิใจผมมันไม่ดีเลยนะ ใจผมมันย้วยไปหมดแล้ว

".........." คนน่ารักจ้องหน้าข้ามฟ้าอยู่แบบนั้นสักพัก จึงหันหน้ากลับไปมองถนนตามเดิม แต่สิ่งที่แปลกไปไม่เหมือนเดิมคือความรู้สึกเหงา ๆ ที่อยู่รอบตัวของเขามันเริ่มเบาลง เมื่อมีคนข้าง ๆ ที่เดินไปด้วยกันในทุก ๆ วันแบบนี้

 

แต่ช่วงเวลาที่มีความสุขมันมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ

"อ่า ทำไมวันนี้มันถึงเร็วก็ไม่รู้เนาะ งั้นคนน่ารักเดินขึ้นหอดี ๆ นะ เดินมองทางด้วยอย่าไปเดินชนเสาเข้าล่ะ เดี๋ยวไม่น่ารักกันพอดี งั้นผมกลับก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้ที่โรงอาหารเวลา 7.00 โมง

"......." คนน่ารักทำหน้างง คล้ายไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปเจอกันที่โรงอาหารในวันพรุ่งนี้

"คนน่ารักต้องกินข้าวคนเดียวตลอดคงเหงาใช่ไหม มากินกับผมสิแล้วคนน่ารักจะรู้ว่าการมีเพื่อนกินข้าวด้วยกัน มันดีกว่ากินคนเดียวเยอะ พรุ่งนี้เช้ามากินข้าวด้วยกันนะครับ" ข้ามฟ้าส่งยิ้มใจดีออกไปเพื่อเชิญชวนคนน่ารัก

 

ข้ามฟ้าพูดสิ่งที่อยากพูดออกมาหมดแล้วจึงหันหลังกลับไปทางเดิม เพื่อที่จะกลับไปเอาไอ้ทิตย์ที่มหาลัยแล้วกลับคอนโด แต่ จู่ ๆ ก็มีมือน้อย ๆ เอื้อมมาดึงเสื้อผมเอาไว้จากทางด้านหลัง ผมจึงหันกลับไปหาเขาคนนั้นคนที่ดึงรั้งผมไว้

"มีอะไรหรือเปล่าคนน่ารัก" ข้ามฟ้าถามออกไปด้วยความสงสัย

สิ่งที่ข้ามฟ้าได้รับคือความเงียบดังเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือคนน่ารักหยิบของในกระเป๋าแล้วส่งมาให้ผม

 

ฟึบ นั่นคือซองจดหมายตอบกลับนั่นเอง

"ผมนึกว่าคนน่ารักยังไม่ได้เขียนตอบจึงไม่ได้ถาม ตอบเร็วเหมือนกันนะ อยากคุยกับเขาหรอ" ข้ามฟ้าแกล้งหยอกเหย้าคนน่ารัก หึ แต่คนน่ารักถึงจะไม่พูดแต่เขาทำสีหน้าเก่งมากเลยนะ เหมือนตอนนี้ที่เขากำลังทำสีหน้ารำคาญผมอยู่

"ผมไปแล้วนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้อย่าลืมนะ" ข้ามฟ้าหันหลังกลับแล้วเดินจากมา

 

คอนโด

เมื่อเดินทางมาถึงคอนโดสิ่งแรกที่ผมทำเลยคือการเปิดจดหมายของคนน่ารัก

พรึบ! ด้วยความที่ผมเร่งรีบในการเปิดจึงทำให้แป้งที่อยู่ข้างในหกใส่ตัวผมเต็มไปหมด หือ หอม นี่มันกลิ่นเดียวกับตัวคนน่ารักเลยนี่ หอมจัง

หอมละมุนละมุน เมื่อสูดดมเข้าไปหน้าของคนน่ารักก็โผล่ขึ้นมาทันที ฟิน พอก่อนไอ้ข้ามฟ้า อ่านจดหมายของคนน่ารักก่อน ไหน ๆ มาดูหน่อยสิ เขียนอะไรมาบ้าง

 

 

จาก ค้ำคูณ

ถึง ฟ้า

 

อืม ชื่อค้ำคูณหรอ แปลกดีจัง ทำไมในชีวิตของคนน่ารักถึงมีแต่ความน่าสนใจไปหมดเลยนะ

 

สวัสดีฟ้าเราได้รับจดหมายของฟ้าแล้วนะ เราขอเรียกฟ้าได้ไหม ข้ามฟ้ามันยาวไป

 

ได้เลยคนน่ารักตามสบาย เอาจริง ๆ ผมไม่ชอบให้ใครมาเรียกผมว่าฟ้าเพราะมันชื่อเหมือนผู้หญิงส่วนมากคนรู้จักหรือเพื่อนจะเรียกว่าข้ามหมด มีแค่คนในครอบครัวเท่านั้นที่เรียกว่าฟ้า แต่ผมยอมให้คนน่ารักเรียกอีกคนนึงก็ได้

 

คณะที่ฟ้าเรียนมันน่าสนใจมาก ๆ เลย ฟ้าเก่งนะที่เข้าคณะนี้ได้ ได้ข่าวว่าการแข็งขันมันสูงมากเลย เราดีใจนะที่ฟ้าส่งจดหมายมาคุยกับเราตามที่เราบอก มันทำให้เรารู้สึกว่าฟ้าก็เป็นน่าคบหาคนนึงเลยนะสำหรับเรา ในข้อสุดท้ายที่ฟ้าบอกให้เราแนะนำตัวและบอกสิ่งชอบและไม่ชอบใช่ไหม อืม ได้

 

สวัสดีอีกครั้ง เราชื่อ ค้ำคูณ อายุ 20 ปีเท่ากับฟ้า เราอยู่คณะ อักษรศาสตร์ ที่เราเลือกเรียนคณะนี้เพราะเราเป็นคนชอบเขียน แต่เรายังเขียนไม่ค่อยเก่ง จึงอยากศึกษาด้านนี้ดู คงเป็นเพราะเราชอบเขียนมากกว่าพูดล่ะมั้ง เพราะเรารู้สึกว่าตัวอักษรมันมีเสน่ห์อย่างมากในการสื่อสารและมันทำให้เงียบสงบ ลดความวุ่นวายลงไปเยอะ สิ่งที่เราชอบคือความเงียบ แต่ถึงเราจะชอบอยู่เงียบ ๆ ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องการใครเข้ามาในชีวิตเหมือนกันนะ เราก็เป็นสัตว์สังคมคนนึงที่อยากมีสังคมที่เข้าใจในโลกของเราบ้าง ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบเลยก็คือความเหงา

สุดท้ายนี้ขอบคุณนะที่เสียสละเวลาส่งจดหมายมาคุยกับเรา ฟ้าเป็นคนแรกเลยนะที่ส่งมาหาเรา ช่วยส่งมาคุยกับเราบ่อย ๆ นะ เราจะรอ

ค้ำคูณ

 

 

 

อืม เมื่อผมอ่านจบผมก็เข้าใจในความเป็นเขามากขึ้น ในจดหมายของค้ำคูณมันตลบอบอวลไปด้วยความเหงาและความเศร้าที่ต้องอยู่คนเดียวในทุก ๆ ช่วงเวลา ยิ่งประโยคสุดท้ายที่เขาบอกให้ผมส่งจดหมายไปคุยกับเขาในทุก ๆ วัน

มันเหมือนไม่ใช่ประโยคบอกเล่าแต่มันเป็นประโยคขอร้อง ไม่ต้องเหงาไปนะคนน่ารัก ผมนายข้ามฟ้าคนนี้จะเข้าไปเติมเต็มและเข้าไปเป็นความสดใสในชีวิตคนน่ารักเองนะ

 

 

 

 

สามารถเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ โดยใช้

#จีบคุณด้วยจดหมาย

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyツ

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ

 

ความคิดเห็น