ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กรงรักกับดักมังกร :: 29

ชื่อตอน : กรงรักกับดักมังกร :: 29

คำค้น : ต้าเว่ย อากิ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 42.8k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มี.ค. 2559 11:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กรงรักกับดักมังกร :: 29
แบบอักษร

#

กรงรักกับดักมังกร :: 29

 

“อ๊ะ อ๊ะ อื้ออ พ พี่อาคาชิ! ผมเสียว”

“ชอบหรือเปล่าล่ะ? อืมม”

ฮืออ ไอ้พี่บ้า…ไปมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วทำไมต้องมาเอากันตอนนี้ด้วย! นี่สินะที่เมื่อคืนเตียงไม่ว่างเพราะพาเมียมานอน อ๊ากก! ผมจะบ้าตาย นี่มันรอบที่สองแล้วนะ..ทำไมไม่พอกันสักที ผมจะได้ตื่นๆไป ไม่อยากแกล้งหลับแบบนี้

“อ๊ะ! เบาๆ ผมจุกนะ อ๊าา”

“ชู่วๆ เบาๆสิยูคิ..เดี๋ยวอากิตื่น”

อากิตื่นแล้วพี่อาคาชิ..ฮืออ ผมจะไม่ไหวแล้วนะ ไม่ใช่ว่าเกิดอารมณ์แต่ผมรำคาญ! อยากออกไปที่ห้องตัวเองใจจะขาดแล้ว!

“โอ้ย! อากิกลับห้องก่อนนะพี่อาคาชิ!”

ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหวลุกขึ้นนั่งหันไปมอง พี่อาคาชิยิ้มกริ่มต่างกับยูคิที่หน้าแดงก่ำ จะว่าไป..น่ารักเหมือนกันแฮะ

“หึๆ รู้หรอกน่าว่าตื่นแล้ว..เสร็จรอบนี้พี่จะไปหาที่ห้อง”

ผมพยักหน้าแล้วหันไปยิ้มล้อยูคิก่อนลงจากเตียงแล้วออกจากห้องพี่มา ผมเดินเร็วๆเพื่อกลับห้องตัวเอง

“อากิ!?!?”

ผมสะดุ้งเฮือกก่อนเม้มปากแน่น…เสียงนี้…เสียงพ่อผมนี่ ผมแกล้งยิ้มแล้วหันไปหาพ่อ

“ครับ?”

“ทำไมแกมาอยู่ที่นี่!?”

“อากิจะกลับบ้านบ้างไม่ได้หรอพ่อ”

“บ้านผัวแกก็มี ทำไมไม่อยู่?”

“ถ้าไม่อยากให้อากิมาขนาดนั้น อากิก็จะไม่มาเป็นครั้งที่สอง! แต่..ครั้งนี้อากิไม่มีที่ไปนี่!”

ผมน้อยใจพ่อชะมัด ทำไมพ่อไม่เข้าใจผมเลย..ไม่รักผมเลยหรอ

“แกทะเลาะกัน?”

“เปล่า…ต้าเว่ยมันไปจีน ผมเลยขอมันกลับมาบ้าน”

ผมโกหกพ่อคำโต พ่อเพียงแค่พยักหน้าแล้วเดินลงไป ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วเข้าห้องตัวเองอาบน้ำแต่งตัว พอตอนทาครีมบำรุงผิวผมก็ต้องถอนหายใจหนักๆกับรอยดูดรอยกัดตามแขนและตามตัว ยิ่งเห็นหน้าตัวเองที่เคยสดใสในตอนแรกตอนนี้กลับโทรมอย่างกับคนติดยา เฮ้อ..ผม..ผมอยากหายไปชะมัดเลย พอทาครีมเสร็จก็มานอนเล่นที่เตียง ระหว่างนั้นผมก็เอาแต่คิดถึงแหวนหยกสีเขียวมรกตที่เคยอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แต่ตอนนี้มันไม่มีแล้ว…ผม..คงโดนต้าเว่ยฆ่าแน่ๆ

ก๊อกๆ

“เข้ามาครับ”

ผมผุดนั่งหยิบหมอรมากอดก่อนยิ้มนิดๆที่เห็นคนเข้ามา พี่อาคาชิกับยูคินั่นแหละ จะว่าไปน้องตัวเล็กและเตี้ยกว่าผมอีกอ่ะ สูงแค่อกพี่อาคาชิเองมั้งนั่น ยังไม่เลยไหล่เลย พี่อาคาชินั่งบนเตียงโดยไม่ลืมดึงยูคิให้นั่งตาม

“ก่อนอื่นเลย พี่ขอแนะนำเมียพี่ให้รู้จัก ยูคิฮินะ เซย์จิ อายุสิบเก้าเรียนปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยBk คณะนิเทศ แถมยังเป็นติ่งนักร้องเกาหลี พี่ล่ะหนักใจจริงๆ”

“อะไรเล่า! ก่อนจีบผมก็บอกพี่แล้วนะว่าผมเป็นติ่งเกาอ่ะ พี่พูดเองว่าไม่สนนี่!”

“แหย่เล่นน่า”

ผมหัวเราะก่อนมองยูคิอย่างสำรวจ ยูคิเป็นเด็กผู้ชายที่ตัวเล็กเหมาะแก่การพกพามากๆ แถมยังขาวพอๆกับผมเลยแต่การแต่งตัวจะออกแนวเกาหลีแบบนักร้องบอยแบนด์ ยูคิยิ้มให้ผมแล้วก้มหน้างุด

“เออนี่ อากิ…ตกลงเราจะเอายังไงกับมัน?”

ผมค่อยๆหุบยิ้มแล้วส่ายหัวเบาๆ

“อากิไม่รู้..ทุกวันนี้อากิก็อยากตายมากๆแล้วพี่อาคาชิ ดูสภาพตอนนี้สิ..แทบไม่เหลือเค้าเดิมเลย”

“พี่จะช่วยพูดกับพ่อให้”

“ไม่เป็นไรครับ..อากิไม่อยากให้พี่ต้องโดนพ่อด่า ผมอยู่บ้านได้ไม่กี่วันหรอกเดี๋ยวมันก็ต้องบินกลับมาลากผมไปนรกของมันอีกครั้ง..และถ้าหากถึงที่สุดแล้วอากิทนไม่ไหว..อากิจะหนีไปให้ไกลที่สุด”

พอพูดถึงตรงนี้น้ำตาผมก็ไหลมาซะดื้อๆ ผมรีบเช็ดมันออกแล้วยิ้มให้พี่อาคาชิก่อนขอตัวเดินเล่นที่หน้าบ้าน ตอนนี้พี่เฉินอาจจะรู้ตัวแล้วก็ได้และคงรายงานต้าเว่ยเรียบร้อย เฮ้อ..ทำไมชีวิตผมต้องเจอคนแบบมันด้วยนะ? ผมไม่เข้าใจอ่ะว่าผมไปทำอะไรให้ใครนักหนาถึงได้เจอแต่กรรมแต่เวรแบบนี้น่ะ

ตกเย็นผมก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องจนพี่อาคาชิต้องตักข้าวขึ้นมาให้ ครั้งจะกินก็กินไม่ลง มีแต่กลิ่นยาขมๆเต็มคอ ขนาดตอนที่จะหนีผมยังต้องฝืนกินเลยเพื่อสะสมพลังงานแต่ตอนนี้ผมกินมันไม่ลงจริงๆ

“พรุ่งนี้..มันจะมาถึงยังนะ..”

พรุ่งนี้ผมจะไาพี่กันต์ที่บ้าน ว่าจะลองไปคุยกับเขาเพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง ผมอยากจะรู้ว่าผมยังรักเขาอยู่หรือเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น ผมอาบน้ำแต่งตัวเข้านอนแต่หัววันเพราะรู้สึกปวดหัวและไข้ที่ตามมา ผมไม่สนใจเท่าไหร่ว่าไข้ผมมันหนักไม่หนัก เพราะเดี๋ยวมันก๊หายเอง 

วันต่อมาผมให้พี่อาคาชิมาส่งที่บ้านพี่กันต์ ใครที่เห็นสภาพผมต่างพากันอึ้งทั้งนั้น น่าสมเพชดีใช่มั้ยล่ะ? ผมเดินเข้าไปในบ้านหาพ่อกับแม่ของพี่กันต์ก่อนยกมือไหว้พวกท่าน

“สวัสดีครับ พี่กันต์อยู่มั้ยครับคุณแม่?”

“ไม่อยู่จ้ะแต่ถ้าตุลย์..แม่เห็นนั่งเล่นกับกัมปนาทที่หลังบ้านน่ะ”

ผมชั่งใจก่อนออกจากบ้านแล้วเดินไปหามัน..อย่างน้อย บางทีผมอาจจะคุยกับมันได้ก็ได้ พอเห็นมันผมก็แปลกใจไม่น้อยเพราะสภาพมันเศร้าๆ ไม่ใช่คนมีความสุข อะไรล่ะเนี่ย..บรนยากาศแบบนี้?

กรรซ์~

กัมปนาทขู่ผม แต่ผมไม่กลัวหรอก อยากกัดก็กัดแต่ขอ..กัดให้ผมตายๆไปเลย ตุลย์คงสงสัยว่ากัมปนาทมันขู่ใครมันเลยเงยหน้าขึ้นมองก่อนชะงักที่เห็นผม

“อ..อากิ”

"ไง..กูขอคุยด้วยหน่อยสิ" 

มันดูลังแลแต่ก็ยอมพยักหน้า กัมปนาทยังขู่ผมไม่เลิก ตุลย์ลูบหัวมันเบาๆแล้วบอกไม่เป็นไรมันถึงได้สงบ ผมนั่งเว้นระยะพอสมควร จะให้ใกล้เกินไปก็ไม่ดี..เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น

"มีอะไรล่ะ" 

ตุลย์ถามขึ้นขณะลูบหัวกัปนาทเล่น

"มึง..กับพี่กันต์..โอเคแล้วสินะ"

"อืม แต่เขา..ก็ทิ้งกูให้อยู่ที่นี่คนเดียว..ถึงจะไปเรื่องงานก็เถอะ"

"อืม..."

"แล้วมึง..ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ"

ผมแค่นยิ้มไม่ให้มันเห็น..สภาพผมมันคงน่าทุเรศมากเลยสินะ ก็นะ ผอมอย่างกับคนติดยาแบบนี้น่ะ..แถมมีรอยตามตัวอีก น่าสมเพชเป็นบ้าเลย

"หึ น่าสมเพชดีใช่มั้ยล่ะ...พ่อจับกูหมั้นกับต้าเว่ยเพื่อธุรกิจที่จะทำร่วมกัน..พ่อกูเขาก็รู้นะว่าต้าเว่ยมันเป็นคนยังไง..แต่เขาก็ยังจับกูหมั้นกับมัน..อึก..แค่วันแรก..กูก็โดนจับกรอกยาบ้าๆอะไรไม่รู้แถมโดนมันเอาราวกับกูไม่ใช่คน..ฮึกก..กูเจ็บทั้งใจ..ทั้งกาย..แต่กูสู้อะไรมันไม่ได้เลย..มันมีอำนาจกับธุรกิจมาก..พ่อกูก็เกรงใจมันชิบ..เขาไม่รับรู้อะไรเลยว่าลูกชายเขาโดนอะไรบ้าง..ถึงกูจะเป็นผู้ชาย..ใช่ว่ากูจะอ่อนแอไม่เป็น..ฮึก..กูจะตายวันไหนยังไม่รู้เลย.."

"มึงอย่าพูดแบบนี้สิอากิ..ทำไมมึงไม่ลองคุยกับเขาดีๆล่ะ" 

ผมมองตุลย์แล้วหัวเราะ…คนอย่างต้าเว่ย พูดดีๆด้วยคงไม่รู้เรื่อง

"ถ้ากูพูดดีๆแล้วมันรับฟังกู..กูคงไม่เป็นแบบนี้หรอกตุลย์..ตั้งแต่วันที่กูเข้าไปอยู่ในฐานะเมียของมัน..กูโดนมันจับทดลองยาสารพัด..จนปากและท้องกูไม่รับรสชาติของอาหารแล้วตุลย์..กูขมคอมาก..มีแต่รสชาติของยาติดทั่วปาก..แค่กลืนน้ำลายกูก็แทบจะอ้วก..กูทรมานจนไม่รู้จะทรมานยังไงแล้ว"

ผมเลือกที่จะไม่บอกบางส่วน ส่วนที่ว่าก็คือ..บางทีผมก็รู้สึกดีๆกับมัน เคยมีโมเม้นดีๆกับมัน แต่แล้วยังไงล่ะ สุดท้ายก็จบลงด้วยความพินาศแบบเดิม ผมเล่าไปร้องไห้ไปก่อนถูกอ้อมกอดของคนที่ผมเคยเกลียดโอบกอดไว้ ผมอึ้งแต่ยอมให้มันกอด เพราะตอนนี้ผมต้องการมากที่สุดคือ..ที่พึ่งจากใครสักคน

"แล้วมึงมากับใคร"

"กูหนีมันมา..อีกเดี๋ยวมันก็คงตามมาแล้วล่ะ"

"เขาจะรู้หรอว่ามึงอยู่นี่"

"รู้สิ...อย่างกูจะไปไหนได้..ไม่บ้านตัวเองก็บ้านพี่กันต์..ต้าเว่ยรู้เรื่องนี้ดี"

ถึงไม่รู้พ่อผมก็ต้องบอกแน่ๆแล้วถ้ามันรู้ว่าผมมาบ้านพี่กันต์ ผมคงโดนหนักชนิดที่ว่าตายยังดีกว่าอยู่ ตุลย์กอดปลอบผมเงียบๆ ผมก็ร้องไห้กับอกมันก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงโวยวายและเสียงหมาเห่าดังมาจากหน้าบ้าน

"หึๆ มันคงมาแล้วล่ะ..." 

ผมพูดทั้งๆที่ยังซุกอกมันอยู่ เอาล่ะ…เวลาของผมคงหมดแล้ว อิสระที่ผมต้องการมันคงไม่มีอีกแล้ว

หมับ! พรึ่บ!

"มึงคิดว่าหนีกูพ้นหรือไงอากิ!!!!"

"โอ้ย! เจ็บนะ!..เพราะกูรู้ว่าไม่พ้นไง! กูถึงได้รอมึงมาลากกูกลับไปนรกของมึงนี่ไง!" 

แขนผมถูกกระชากอย่างแรงจนปลิวไปกระแทกกับอกกว้าง อารมณ์ของมันในตอนนี้ใกล้ระเบิดเต็มทีและผมก็ใกล้จะตายเพราะแรงบีบที่แขน

"ค่อยๆคุยกันไม่ได้หรอครับ..คุณไม่เห็นสภาพของอากิบ้างหรอ..อากิแทบจะไม่เหลือเค้าเดิมแล้วนะ"

ตุลย์พูดขึ้นก่อนมองผมด้วยความเป็นห่วง ต้าเว่ยกรอกตาไปมาก่อนลิ้นดุนกระพุ้งแก้มกวนๆ

"ขอบคุณที่เสือกเรื่องผัวเมีย...กลับบ้านอากิ! มึงตายคาตีนกูแน่!!"

หมับ!

"อากิ!"

พูดจบมันก็ลากผมออกมา ตุลย์พยายามจะวิ่งตามแต่ถูกพี่เฉินและพี่ฟงกันไว้ ขอบคุณนะตุลย์ที่ห่วงกู..แต่คนอย่างกูมึงไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าจะตายกูคงตายไปนานแล้ว…

 

“มึงกล้ามากที่หนีออกมาอากิ…คราวนี้มึงจะได้รสชาติของคำว่านรกที่แท้จริง!”

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น