facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : LOOPTIE CHAPTER 7 :: [140%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 107.5k

ความคิดเห็น : 719

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2559 23:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
LOOPTIE CHAPTER 7 :: [140%]
แบบอักษร
CHAPTER 7

JAGUAR TALK

 

“เชี่ยจากัวร์มึงแม่งฮาชิบหาย”

 

“ฮ่าๆ กูอยากให้คนในกลุ่มเห็นเหลือเกิน”

 

“มึงนี่มันสุดๆเลยวะ”

 

“นีน่านี่ใช้วิธีไหนบอกพี่ซิ่”

 

“แหะๆ บังคับค่ะ”ใช่ไงบังคับตลอด ผมเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้ายิ้มแย้มของอิอ้วนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟาส่วนตัวเองนั่งสมาธิอยู่บนพื้นตรงหน้าอิอ้วนนี่

 

เบะปากใส่แม่ง

 

“โอะเย็นจัง”

 

นีน่าชักมือออกจากมือผมแต่ผมเร็วกว่าคว้ามือเธอมาจับไว้ตามเดิมและใช้สำลีชุบน้ำยาล้างเล็บล้างเล็บออกให้นี่ทาไปรอบที่สามละพอไม่สวยก็บังคับให้ลบ

 

เตะเมียโชว์เพื่อนเลยมั้ยละ

 

“บางทีกูก็สงสัยนะ นิสัยมึงชั่วหรือมุ้งมิ้งกันแน่วะ”ไอ้เหี้ยไวท์กดจอยเกมอยู่เอ่ยขึ้นมาอีก ผมไม่ตอบเลือกจะนั่งทาเล็บให้อิอ้วนเรื่องมากให้เสร็จๆไป แต่ความจัญไรของเพื่อนผมมันไม่หยุดแค่นั้น

 

“กูว่ามึงเหมาะกับการนั่งทาเล็บมากกว่า”ไอ้เหี้ยวิวส์มันเอ่ยจบก็หัวเราะคิกคักกัน ส่วนอิอ้วนนี่ก็ขำด้วยไง เออดีเนาะกลายเป็นตัวตลกเฉยเลยวะ

 

“เหลือนิ้วสุดท้ายเร็วๆเลย” อิอ้วนเร่ง ใบหน้ายัยนี่มีความสุขเสียเหลือเกิน

 

“ก็เร่งอยู่ ไม่ได้อยากนั่งเป็นชั่วโมงเพื่อการนี้รู้ไว้ด้วย” พูดไปมือก็บรรจงแตะแปรงชุบสีทาเล็บทาให้ ยากชิบหายไม่ใช่แนวบอกตรงๆ “ฉันจะไม่อยากมีอะไรกับเธอเพราะบังคับให้ทาเล็บเนี่ยแหละ”

 

“จริงอ่ะ พูดจริงใช่มั้ย” มันน่าดีใจตรงไหนวะ ทำหน้าดีใจขนาดนั้นเพื่อ? คนแบบผมใครๆก็อยากได้แต่อิอ้วนนี่ชอบลีลา ชอบให้บังคับขืนใจบางทีก็อยากโดนบังคับขืนใจบ้าง

 

“พูดไปงั้น ใครจะยอม” ผมมองค้อนให้นีน่า และก้มหน้าไม่สนใจยัยนี่อีก ปัญหาตอนนี้มันไม่ได้อยู่ที่นีน่าไอ้วิวส์ไอ้ไวท์แต่มันอยู่ที่นิ้วก้อยขาวๆของอิอ้วนนี่นิ้วเดียว

 

เพราะเมื่อคืนแท้ๆเมื่อคืนไงเผลอรับปากแบบไม่ตั้งใจ ถ้าไม่ทำหลังคงได้ลายกว่าเดิมแค่นี้ก็มีแต่ลอยเล็บรอยข่วนอิอ้วนเต็มไปหมดละ ถอดเสื้อให้เพื่อนเห็นทีแซวอย่างกับผมไปเต้นลิเก แม่งไม่เคยมีอะไรกับเมียรึไงวะ

 

ตอนนี้หงุดหงิดไปหมด เสียงเกมในจอที่ไอ้เพื่อนสองตัวมันนั่งเล่นไม่ไกลก็ทำให้หงุดหงิด อิอ้วนที่นั่งเป็นคุณนายอยู่นี่ยิ่งทำให้หงุดหงิด จะไปเที่ยวกับเพื่อนไงมันไปเที่ยวผับกับเพื่อนสมัยปีหนึ่ง

 

“เสร็จยัง”นีน่าถาม ตามองแต่หน้าจอมือถือ

 

“ยัง”

 

“นานอ่ะ”

 

“ทาเองมั้ยละงั้น”

 

“ไม่อ่ะ เร็วสิเดียวเรอาก็มาละ” อิอ้วนบอกด้วยสีหน้าอารมณ์ดีสุดๆ เห็นแล้วขึ้น!

 

“ระหว่างฉันกับเพื่อนเธอจะเลือกอะไร” ผมทาเล็บเสร็จพอดี เลยเงยหน้าขึ้นถามนีน่ามองกลับมาด้วยใบหน้าจริงจัง

 

“แล้วระหว่างฉันกับเพื่อนนายเลือกอะไร”

 

 

“ถ้าตอบไม่ได้ก็อย่างี่เง่า”

 

เงิบไปดิ่กู

JAGUAR END

 

เสียงบีทหนักๆจังหวะดนตรีมันส์ๆดังเข้าหูทันทีที่ร่างฉันเดินเข้ามาเหยียบข้างในผับด้านใน เหล่าผีเสื้อราตรีโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเมามันส์ ฉันเดินเบียดเหล่าผีเสื้อราตรีพวกนั้นเข้ามาที่บาร์ด้านใน เดินเข้าไปหาผู้ชายผมสีน้ำตาลเข้มที่ยกมือเรียกอยู่ก่อนแล้ว

 

“ไง”ฉันทักเขา  และกวาดสายตามองไปทั่วผับวันนี้วันศุกร์คนเยอะเป็นพิเศษสินะ

 

“ไอ้จากัวร์มาป่าว”เควินที่โอบไหล่สาวสวยข้างๆอยู่เอ่ยถาม ผู้ชายผมสีน้ำตาลคนนี้ชื่อเควินละ

 

“ไม่มาอ่ะ หมอนั่นไม่ว่าง” ฉันตอบเขา ความจริงก็ไม่ได้อะไรหรอกแต่เควินเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับจากัวร์เป็นเจ้าของผับที่ฉันกำลังเหยียบอยู่

 

“เธอจองโต๊ะไว้ป่าว”

 

“จองไว้แล้ว เพื่อนฉันจองน่ะไปนะเควินเดี๋ยวเจอกัน” ฉันตัดบททันทีที่เสียงไลน์จากเรอาดังขึ้นมา ยัยนั่นมาถึงนานแล้วด้วยไม่รู้เมาไปแล้วหรือยัง

 

“เค มีไรก็กรี๊ดดังๆละกันเป็นอะไรขึ้นมาเดี๋ยวระเบิดลงผับฉัน” ฉันไม่ได้ฟังที่เควินพูดด้วยซ้ำแค่พยักหน้าและเดินขึ้นไปชั้นสองหาเรอา เพื่อนสนิทตอนปีหนึ่งแต่ตอนนี้ยัยนั่นเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่นไม่ค่อยได้เจอกันหรอก

 

ฉันเดินผ่านสายตาผู้ชายมากมายก่อนจะมาถึงยัยเรอา ชอบมองแบบไม่โอเคอ่ะเวลาผู้ชายจะมองผู้หญิงซํกคนต้องมองหื่นขนาดนี้มั้ย เห็นแล้วจะจะจิ้มจามันให้บอดชะมัด

 

ฉันหัวเสียเอาการกับสายตาหื่นกามของผู้ชายเวลาเดินผ่าน รู้ว่าสวยรู้ว่าน่าขยี้แต่บางทีมันก็มองโจ่งแจ้งไปชักจะไม่แปลกใจเวลาจากัวร์มันหงุดหงิดบ่อยๆแล้วละ

 

“นีน่า แกดูขาวขึ้นนะ” เรอาทักทันทีที่ฉันเดินมาถึงโต๊ะและหย่อนก้นลงนั่ง โต๊ะที่ฉันนั่งกับเรอาเป็นโต๊ะกลางๆของโซนชั้นสอง ซึ่งมองไปรอบๆถูกรายล้อมด้วยชะนีและผู้ชายจำนวนมากพอๆกับฟลอร์เต้นชั้นหนึ่ง

ทั้งเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มกับเสียงคนในร้านทำฉันปวดหัวสุดๆ

 

“ขอบใจที่ชม แกดูผอมไปนะ”ฉันยิ้มให้เพื่อน เราไม่ได้เจอกันตั้งหลายเดือนเรอาดูผอมลงเยอะ ยัยนี่ดูไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ด้วย บนต้นคอมีรอยช้ำเป็นจ้ำจางๆอยู่ เหมือนคอฉันไม่มีผิด แต่พอดีฉลาดไงรองพื้นยี่ห้อดังของฉันปิดรอยบนคอตัวเองไว้สนิท

 

“ฉันสอบอ่ะแก ที่ชวนมาดื่มก็เพราะแบบนี้แหละ” เรอาพูดเสียงใส ดูยัยนี่มีความสุขขึ้นมาทันทีเมื่อจับแก้วเหล้า และยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด นึกว่าน้ำเปล่าเสียอีกกลืนลงคอขนาดนั้น

 

ปกติฉันไม่ค่อยแตะอะไรแบบนี้เท่าไหร่ จะกินแค่ในโอกาสสำคัญเท่านั้น และตั้งแต่เมาแล้วโดนจากัวร์มันจับทำเมียฉันก็ไม่แตะอีกเลยจนกระทั่งตอนนี้ ฉันแค่ยกแก้วที่เพื่อนเตีรยมไว้ให้ขึ้นมาจิบเท่านั้น

 

ไม่กินก็เกรงใจไง

 

“แกดื่มแบบนี้ไม่ให้เกียร์ติฉันเลยนะยะ” ยัยเรอามองมาเหมือนจะน้อยใจฉันที่ไม่ดื่มกับเธอ ฉันขี้เกียจง้อเลยยกขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

 

เหล้าอะไรไม่รู้ที่รู้ๆแสบคอชะมัด

 

“แกยังรักกันดีมั้ย”เรอาถามขึ้นหลังจากยกเหล้าเพียวๆเข้าปากจนหมด ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบให้เพื่อน ไม่รู้สิไม่ได้รักอ่ะไม่รู้จะตอบยังไง

 

“อ้าวไม่รักกันแล้วหรอ”เรอาตาโต ยัยนี่หน้าเริ่มแดงเมื่อยกเหล้าเข้าไปสี่แก้วได้

 

“ไม่เคยรักกันมากกว่า” ฉันไม่ได้โกหกนะ ฉันกับจากัวร์ไม่เคยบอกรักกันด้วยซ้ำ ที่อยู่ๆกันก็งงกับตัวเองเหมือนกันอยู่กันไปทำไมในเมื่อไม่ได้รักกัน

 

เรอาเหมือนจะถามอีก แต่มีผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีสองคนกับผู้หญิงผมแดง ดูสวยเอาการเหมือนกันเดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะเราเสียก่อน ผู้หญิงผมสีแดงมองหน้าฉันและยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

 

“หวัดดี เราขอชนแก้วกับเธอได้มั้ย” เธอพูดจบก็ยื่นแก้วเหล้ามาตรงหน้า ปกติฉันไม่ใช่คนอัธยาศัยดี แต่วันนี้ยอมชนให้จบๆไป ฉันชนแก้วกับเธอเธอกระดกรวดเดียวจนหมดฉันเลยกระดกลงคอบ้าง

 

“เราชื่อซินดี้นะ ยินดีที่ได้รู้จัก” เธอแนะนำตัวเสร็จแล้วยื่นมือสวยๆมาตรงหน้าฉัน ฉันเริ่มงงแล้วว่าอะไรของยัยนี่นักหนา อยากรู้จักฉันทำไม? มีอะไรกับฉัน?

 

“อื้ม” ฉันตอบแค่นั้นแต่ไม่ได้จับมือหล่อน แค่เค้นยิ้มให้เหลือบไปมองผู้ชายข้างๆยัยนี่สองคนยิ้มให้ฉันด้วยสายตาแปลกๆอยู่ก่อนแล้ว

 

อะไรกันน่ะ

 

ฉันหันไปมองเรอาเพื่อนฉันเมาแล้ว เรอาหน้าแดงจัด คงจะกระดกเหล้าเอาๆจนเมาก่อน ส่วนคนที่มาใหม่สามคนนี้ยังยืนอยู่ตรงหน้าฉันไม่คิดจะขยับไปไหนด้วยซ้ำ

 

“มีธุระอะไร”ฉันวางแก้วเหล้าในมือและเงยหน้าขึ้นถามอย่างตรงไปตรงมา เริ่มไม่ชอบถูกยืนค้ำหัวอยู่แบบนี้รู้สึกไม่โอเคทั้งร่างกายและอารมณ์

 

ผู้หญิงผมแดงตรงหน้าเหมือนฉันจะเคยเห็นหล่อนที่ไหนแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกกำลังยกยิ้มมุมปากให้ฉัน ผู้ชายสองคนที่อยู่ข้างๆหล่อนเหมือนฉันจะมองเห็นสองคนกำลังทำหน้าตาแบบไหนไม่รู้ ภาพมันเริ่มเบลอไปหมด ฉันเริ่มปวดหัวขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายร้อนวูบวาบแปลกๆ สายตาเริ่มพล่าเบลออย่างเห็นได้ชัด

 

เหมือนฉันจะเมาแล้วเหมือนกัน

 

“ขอโทษนะ ไม่น่าเกิดมาเป็นเมียจากัวร์เลย” ฉันได้ยินผู้หญิงผมแดงพูดแบบนั้น แต่ร่างกายเริ่มรวนไปหมด มันร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ปวดหัวตุบๆอย่างรุนแรง ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยจากคำพูดของผู้หญิงตรงหน้า สติน้อยๆกำลังจะหมดไปแต่ฉันยังคงตั้งสติไว้อยู่ ที่นี่มันถิ่นของจากัวร์ไม่มีใครทำอะไรฉันได้ง่ายๆลืมไปแล้วหรอ ฉันเตือนตัวเองแบบนั้น

 

ตั้งหัวไว้บนบ่าไม่ไหวแล้วด้วยเลยฟลุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างหมดสติ และส่งเสียงกรี๊ดออกมาให้ดังที่สุด

 

“กรี๊ดดดดด” เชื่อมั้ยคนที่เมาม่ได้สติแบบฉันกรี๊ดไปเมื่อกี้ก็เหมือนกับลมเท่านั้นแหละ ฉันทำได้ตอนนี้ก็แค่ถ่างตาและตั้งสติไม่ให้มันดับวูบไปเท่านั้น

 

“จะให้ทำยังไงกับยัยนี่ว่ามา”

 

“เอามันไปปูยี้ปู้ยำที่ไหนก็ได้ ขอคลิปไว้ด้วย”

 

“แล้วตกลงยัยนี่ไปทำอะไรให้เธอวะซินดี้”

 

“มันแย่งผัวฉัน”

 

“แล้วผัวเธอนี่ใครวะ แล้วยัยนี่เป็นใคร”

 

“ไม่ต้องรู้หรอก จะเอามันมั้ยละไม่เอาจะได้ให้คนอื่น”

 

เสียงถกเถียงกันฉันได้ยินทุกคำ แต่ไม่มีสติพอจะเรียบเรียงเรื่องราว ร่างกายฉันถูกพยุงขึ้นจากเก้าอี้โดยู้ชายสองคนที่มากับผู้หญิงที่ชื่อซินๆอะไรซักอย่าง มือหยาบๆจับเข้าที่แขนฉันฉันแทบจะร้องไห้ออกมาแต่ต้องเก็บอาการไว้ ให้มันรู้ไม่ได้ว่าฉันยังไม่หมดสติ

 

ฉันไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แค่ต้องมองหาเควินโดยที่ไม่ให้ไอ้สองตัวที่พยุงแขนฉันคนละข้างอยู่รู้ตัว มือใครไม่รู้สัมผัสเข้ากับหน้าท้องที่โผล่พ้นเสื้อเอวลอยออกมาทำเอาฉันแทบจะอ้วก ทั้งรังเกียจทั้งขยักแขยง แต่ทำได้แค่ควบคุมสะติตัวเองไว้ทั้งๆที่ร่างกายไม่ไหวอยู่แล้ว

 

ฉันเห็นเควินอยู่หน้าประตูทางออกที่พวกนี้กำลังจะลากฉันไป ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังจะรอดจากพวกเถื่อนนี่ทันทีที่ถึงตัวเควินฉันจะร้องให้เขาช่วย

 

แต่เชื่อมั้ยโลกนี้มันโหดร้ายกว่านั้น

 

“พวกมึงรีบเอาออกไป ถ้าเกิดเรื่องอะไรห้ามเอ่ยถึงกู” เควินผู้ชายที่อยู่กลุ่มเดียวกับแฟนบอกไอ้สองตัวนี้ และเปิดประตูให้มันรู้เห็นทุกอย่างแต่มันไม่ช่วยฉัน

 

ตลกร้าย

 

“แม่งสวยขนาดนี้ฟินไปสามชาติ”

 

เชื่อมั้ยฉันได้ยินทุกอย่าง แต่ตอนนี้ตาฉันหนักอึ้งไปหมดร่างกายถูกพยังด้วยสองแขนอ้เหี้ยหน้าไหนไม่รู้ เอวฉันถูกมือสปรกของพวกมันจับไว้อยู่ ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลับไปฉันจะเป็นยังไงต่อจากนั้น

 

ก่อนที่ฉันจะหลับไปจริงๆโลกมันคงไม่เข้าข้างอีผมแดงนั่นมากไปหรอกเชื่อสิ

 

        “เห้ย พวกมึงหอบใครมา!”เสียงพี่ไวท์ พระเจ้า!

 

สาบานว่าถ้าฉันรอดอีนั่นไม่รอดฉันสาบาน

“พี่ไวท์ ฮื่ออออ” ฉันเปล่งออกมาได้แค่นั้นไม่มีแรงเลยแม้แต่นิดเดียว พยายามจะดิ้นอย่างที่ใจคิดแต่แค่กระดิกนิ้วฉันยังไม่มีแรงเลยด้วยซ้ำ

“อ้าวเชี้ย อินี่ยังไม่หมดฤทธิ์” ไอ้สวะที่จับตัวฉันอยู่คนใดคนหนึ่งสบถขึ้น มันสองคนบีบแขนฉันอัตโนมัติเหมือนกำลังลนลานอยู่

“กูถามว่ามึงหอบใครมา!”เสียงพี่ไวท์ใกล้เข้ามาอีก และในที่สุดไอ้สวะสองตัวที่จับฉันไว้อยู่ก็พร้อมใจกันปล่อยฉันร่วงลงกับพื้นเหมือนของเหลวไหลลงสู่ดินไม่มีผิด

เจ็บจัง

“เฮียไวท์ นั่นเมียเฮียจา”

“ไอ้เชี้ย! พวกมึงมันรนหาที่ตายจริงๆ”

ฉันได้ยินแค่นั้นจริงๆก่อนที่จะหมดสติไป ฉันน่าจะตายๆไปดีกว่าถ้าต้องมาเจอเรื่องต่ำทรามแบบนั้น ฉันกลัวเรื่องแบบนี้มากแค่ไหนใครจะไปรู้

 

“พวกมึงใจเย็นน่าแค่เชี่ยจาคนเดียวกูก็ปวดหัวจะแย่ละ”

“แล้วไอ้สองตัวนั้นเป็นไงมั้ง”

“ปางตายอ่ะเฮีย พวกผมยังไม่ได้กระทืบซักตีนเฮียจากัวร์จัดเองคนเดียวเลยวะ”

“อื้มมันไม่ตายก็บุญละ”

“แล้วใครห้ามเฮียมึง”

“เฮียวิวส์อ่ะ”

ฉันตื่นขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียพี่ไวท์คุยกับเพื่อนเขา อาการปวดหัวตุบๆเล่นงานฉันทันทีที่โผล่หัวขึ้นจากหมอนใบโต ร่างกายอ่อนล้าเอามากๆ มองไปรอบตัวภายในห้องสีดำสนิท ข้างเตียงมีรูปฉันถ่ายคู่กับจากัวร์ตั้งอยู่ ในห้องนอนไม่มีใครมีเพียงฉันคนเดียวบนเตียง ฉันอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นของตัวเองเรียบร้อยเลยด้วย

มองนาฬิกาปาไปตีสองแล้ว ฉันเริ่มจะเดาออกว่าตัวเองมาที่นี่ได้ยังไง ที่นี่ไม่ใช่คอนโดจากัวร์แต่เป็นบ้านแม่เขา เขาเคยพาฉันมาบ้านหลังนี้สองสามครั้งได้ จะมาหาแม่เขาแต่ไม่เคยมาค้างกันนะ เพราะแต่ก่อนบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้อยู่กินกับจากัวร์ แต่ก็เคยเข้ามาในห้องนี้และเอากรอบรูปข้างเตียงมาวางเนี่ยแหละ

ร่างกายฉันปกติทุกอย่าง ฉันรู้ว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองเพราะก่อนฉันจะหมดสติพี่ไวท์ก็เห็นฉันเข้าแล้ว  ฉันลุกออกจากเตียงพาร่างตัวเองออกจากห้องนอนของจากัวร์ ตรงไปยังห้องนั่งเล่นชั้นเดียวกัน

มองหาจากัวร์ไม่มี มีแต่เพื่อนเขาเป็นสิบๆคนนั่งรวมกลุ่มกันอยู่ เสียงคุยของพวกเขาดังเอาการคิดดูสิฉันอยู่ในห้องฉันยังได้ยินเลย ฉันเดินเข้าไปหาพี่ไวท์ที่กำลังนั่งคุยกับเพื่อนเขาอยู่ พี่ไวท์พอเห็นฉันเข้าพี่เขาก็ยิ้มให้ทันที

“ไม่เป็นไรนะ” พี่ไวท์ถาม คนอื่นๆก็มองมาที่ฉันด้วย รู้สึกเขินสายตาผู้ชายกลุ่มนี้ชะมัด ใครว่ากลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่ดูเถื่อนๆไม่มีอะไรดีลองมาคบกับกลุ่มซิกแซกของจากัวร์ดูสิ หน้าตาระดับสิบแทบทุกคน

“ค่ะ พี่ไวท์ขอบใจนะ”ฉันเอ่ยจากใจจริง ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันกลัวแค่ไหน ดีเท่าไหร่แล้วที่พี่เขาเจอฉันเข้า

“เห้ยไม่ต้องขอบใจคนกันเอง เธอไม่เป็นอะไรก็ดีเท่าไหร่แล้ว”พี่ไวท์ว่า พวกเพื่อนเขาพากันพยักหน้าอย่างพร้อมเพียง ฉันเลยยิ้มแหย่ๆให้ และมองหาจากัวร์ทั่วห้องก็ไม่เจอ

“พี่ไวท์จากัวร์ไปไหน”

“อยู่ตรงระเบียง ไปดูมันหน่อยก็ดีอารมณ์มันตอนนี้ใครก็เข้าใกล้ไม่ได้”

ฉันพยักหน้าให้พี่ไวท์ก่อนจะรีบเดินไปหาจากัวร์ตรงริมระเบียงห้องนั่งเล่นที่มีม่านกั้นอยู่อีกที สายลมโบกพัดผ้าปลิวไปซ้ายทีขวาที ร่างสูงโปร่งของจากัวร์ก็ยังคงยืนนิ่งสูบบุหรี่อยู่ที่เดิมไม่ได้โอนเอนไปไหนเหมือนผ้าม่าน

ฉันเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังเขา มองแผ่นหลังเขาแล้วอยากจะร้องไห้ขึ้นมาทันที ความร้อนจากไหนไม่รู้มันไหลมารวมกันที่ขอบตาฉันจนร้อนผ่าวไปหมด น้ำตาคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่

ฉันจะตายให้ได้แน่ถ้าพี่ไวท์ไม่ช่วยฉันไว้

ฉันทนไม่ได้แน่ถ้าโดนใครไม่รู้มาจูบไปตามร่างกายตัวอง

ฉันไม่สามารถมองหน้าใครได้ถ้าเรื่องนั้นมันเกิดขึ้นโดยเฉพาะคนตรงหน้า

บางทีฉันก็รู้สึกว่า จากัวร์ถึงมันจะชอบหื่นใส่ซาดิสใส่แต่ฉันกลับชอบ ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเหมือนมือสากๆของไอ้สวะสองตัวนั้นเลย

ฉันเข้าใจแล้วทำไมจากัวร์อารมณ์เสียเวลาที่ใครโดนตัวฉัน ขนาดฉันเองยังไม่ชอบและขยักแขยงเลย

“จากัวร์”ฉันสวมกอดเขาจากด้านหลัง จากัวร์สะดุ้งน้อยๆก่อนจะหันมาเห็นว่าเป็นฉันเขาก็หันกลับไป และอัดบุหรี่ในมือเข้าเต็มปอด ก่อนจะขยี้ทิ้งไป

ฉันกอดเขาแน่นขึ้น ความเย็นจากลมที่พัดเข้ามาปะทะร่าง ฉันยิ่งกอดเขาแน่นไปอีกใบหน้าแนบอยู่กับแผ่นหลังเขา จากัวร์หายใจรุนแรงเขาดูอารมณ์ไม่ดีตามที่พี่ไวท์บอก ฉันรู้ว่าตัวเองอาจจะเป็นต้นเหตุของอารมณ์ร้อนๆตอนนี้ และฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

“จากัวร์”ฉันเรียกซ้ำเสียงเบาหวิว อยู่เฉยๆก็อยากเรียก อยู่เฉยๆก็อยากกอด“ขอโทษนะ”ฉันไม่เคยพูดคำนี้เลยซักครั้งไม่เคยพูดมันจริงจังเท่าครั้งนี้

ฉันรู้ว่าผิด เขาบอกฉันแล้วว่าไม่ให้ฉันไปเขาบอกฉันแล้วว่าให้ไปวันหลังเขาบอกฉันแล้วแต่ฉันมันหน้ามึนไง ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าฉันจะโดนวางยาในแก้วเหล้าน่ะ

ฉันยืนกอดจากัวร์จากด้านหลังอยู่แบบนั้น เราไม่ได้พูดอะไรกันมีแค่ฉันที่เรียกเขาซ้ำไปซ้ำมา เพื่อนที่อยู่ในห้องของเขาก็ไม่มีใครเข้ามากวน เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนกระทั่งฉันจะหลับทั้งๆที่กอดคนอารมณ์ไม่ดีอยู่แท้ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ

“ใครมันทำเธอบ้าง ขอแบบเรียงตัว”

 

ฉันเล่าทุกอย่างให้จากัวร์และเพื่อนของเขาฟังจนหมดตั้งแต่เดินเข้าไปในผับแล้วคุยกับใครบ้าง ตั้งแต่ต้นจนจบ ทุกคนเมื่อฟังจบก็โหยหวนขึ้นมาทันที

“เฮียอ่ะแม่ง”

“ไอ้เหี้ย กูดูนานละ”

“ซ้อ ห้ามเฮียบ้างเหอะ”

“ไม่ได้มีความเกรงใจคนโสดแบบกูเลย”

พวกเขาไม่ได้พูดเรื่องฉันโดนวางยาด้วยซ้ำ ทุกคนเอาแต่โวยวายให้ไอ้บ้าหื่นกามที่นั่งซ้อนหลังฉันอยู่บนพื้นห้อง สาเหตุที่ทุกคนประท้วงอยู่ก็เพราะว่าไอ้หื่นกามข้างหลังนี่จูบข้อมือฉันซ้ำรอยเดิมเป็นชั่วโมงได้ เอาแต่วอแวอยู่กับร่างกายฉันเปิดคอเสื้อฉันดูหน้าตาเฉย จูบนั่นจูบนี่มั่วไปหมด

แล้วตอนนี้จมูกโด่งๆของมันกำลังกดลงบนแก้มฉันซ้ำอยู่

“พอแล้ว!”ฉันห้ามและดันหน้าจากัวร์ออก เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มผู้ชายเป็นสิบๆ ให้ฉันอายบ้างเถอะ

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrr

ยังไม่ทันได้เอามือออกจากหน้าจากัวร์ด้วยซ้ำ เสียงมือถือเขาก็ดังขึ้นซะก่อน จากัวร์หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงและยื่นมันส่งมาให้ฉันดู

ซินดี้

“อยากได้แบบไหน” พี่ไวท์ถามหลังจากที่ชะโงกหน้าเข้ามาดูสายเรียกเข้าด้วย

“ถ้าเธอจัดไม่สาสมฉันจัดการเอง” คนที่นั่งซ้อนหลังฉันอยู่บอก จากัวร์ใช้นิ้วพันผมฉันเล่นด้วยท่าทางสบายๆ

“เอาแบบชาตินี้ไม่คิดจะทำอีก”พี่วิวส์เสริม

“ส่วนไอ้เควิน เตรียมเผาศพมันได้เลยเพื่อนเหี้ย!”ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครพูด งานนี้ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตอ่ะและฉันจะไม่ห้ามมันด้วย

 
TALK
มาละนะ ช่วงนี้จะมาดึกนร้าเฟิร์นทำงานด้วยแต่จะมาให้ได้ทุกวันนะค่ะ แต่อาจจะดึกหน่อยบางวันถ้าเผลอหลับไปก็ไม่ต้องแปลกใจนะวันหลังจะมาอัพให้ แหะๆ
ก่อนจาก คำผิดเอาไว้ก่อนเน้อ อาจจะค้างๆต้องขอโทษด้วยค่ะ ช่วงนี้เบลอๆ
1เม้น1กำลังใจดีๆค่ะ
 

ชอบก็แอดแฟนไว้น้า  จิ้มรูปนังจากัวร์ได้เลยค่ะ

ใครหาNC กดถูกใจเพจนี้ค่ะ
จะแจ้งตลอด
 
 
 
ความคิดเห็น